ตอนที่ 27 : บทที่ 6.4 ตัวจริงหรือตัวหลอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    3 เม.ย. 62


บทที่ 6.4

ตัวจริงหรือตัวหลอก



เจ้านายหนุ่มมาดเข้มรีบเคลียร์เอกสารที่ต้องเซ็นในวันนี้พร้อมกับพาเลขานุการส่วนตัวไปตรวจเช็กงานในส่วนของห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ ที่จะมีงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์เครื่องดื่มสุขภาพแบรนด์ใหม่ภายในอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้ ซึ่งมีการจองห้องไว้ล่วงหน้าเป็นเดือนทีเดียว เพราะโรงแรมเอสเจแกรนด์โฮเทลขึ้นชื่อในเรื่องความหรูหราของสถานที่ หากจะจัดงานหรือเปิดตัวสินค้า ต้องมาที่นี่จึงจะเรียกว่าว่าแกรนด์ ราคาแพงแค่ไหนลูกค้าก็จองคิวกันไม่เคยขาด ยิ่งเหล่าบรรดาเซเลบคนดัง เวลาจะจัดงานต้องมาที่เอสเจแกรนด์โฮเทลจึงจะถือว่ารวยจริง

       ภัสสรได้พบกับสาธิตซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยง ชายสูงวัยใจดียิ้มแย้มทักทายหญิงสาวเมื่อเธอยกมือไหว้เขา ถึงแม้จะทำงานที่เดียวกัน แต่หลายวันมานี้เธอไม่ได้เจอเขาเลย เพราะอยู่กันคนละตึก แต่หลังจากนี้อาจได้เจอกันบ่อยขึ้น เพราะเธอต้องประสานงานกับหลายๆ ฝ่ายแทนเจ้านาย

พูดคุยกันไม่นาน รองประธานหนุ่มกับเลขานุการส่วนตัวก็กลับมาตรวจเช็กข้อมูลอีกครั้ง ใช้เวลาเกือบเที่ยงเขาและเธอก็เคลียร์งานจนเสร็จ

หลังจากชายหนุ่มสั่งให้เธอโทร.เรียกเพียงเพียรเข้ามาคุยงานกับเขาอีกครู่ สาวรุ่นพี่ก็ถือแฟ้มเอกสารออกไป

“ไปบ้านเธอกัน” ปรเมศวร์เอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเก็บของเรียบร้อยแล้ว

“ค่ะ” หญิงสาวเดินออกจากโต๊ะของตัวเองด้วยรอยยิ้ม มายืนเคียงข้างเขาอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ ผมที่ผูกรวบไว้ข้างหนึ่งอย่างเก๋ไก๋ มีลูกผมหลุดลุ่ยออกมาเล็กน้อย ด้วยเธอเร่งพิมพ์เอกสารรายงานให้เขานั่นเอง

ภัสสรมองสายตาคนตัวสูงที่จ้องผมของเธอ จึงรีบยกมือขึ้นมาคลำดูโดยอัตโนมัติ

“อุ๊ย ผมพัดยุ่งหมดเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ขึ้นรถแล้ว”

“ค่ะ” เธอรับคำเขินๆ พยายามเอามือลูบผมไปทัดไว้ที่หูด้วยความไม่มั่นใจ

จากนั้นคนเป็นเจ้านายก็เดินนำเธอออกไปจากออฟฟิศเพื่อขึ้นรถที่จอดไว้ด้านนอก เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะเห็นเลขานุการสาวตัวเล็กเดินไวๆ ตามเจ้านายหนุ่มตัวสูงมาดนิ่งไปทุกที่ของโรงแรม หรือแม้แต่ตึกออฟฟิศด้านหลัง

ในสายตาคนภายนอกต่างมองภัสสรอย่างเห็นใจและสงสาร ที่เธอเป็นเด็กจบใหม่ แต่ต้องมาทำงานให้เจ้านายผู้ทำหน้าเข้มดุตลอดเวลา บางครั้งหญิงสาวต้องหอบหิ้วเอกสารและแฟ้มเดินตามชายหนุ่มไปตามแผนกต่างๆ อย่างทุลักทุเล ด้วยเธอเป็นสาวตัวเล็กบอบบาง หนุ่มๆ บางคนเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้

ยิ่งเวลาเห็นอีกฝ่ายสาวเท้าตามให้ทันคนตัวสูงที่ก้าวยาวๆ ก็นึกหมั่นไส้คนเป็นเจ้านายอยู่บ้าง ที่ไม่รู้จักเห็นใจสาวตัวเล็กๆ น่ารักอย่างน้องพัดเอาเสียเลย

บางครั้งภัสสรไปที่ตึกของออฟฟิศคนเดียวและหอบแฟ้มกลับมาตึกผู้บริหาร บางคนจึงรีบอาสาช่วยยกเอามาส่งให้ถึงที่ แต่ก็ต้องรีบถอยฉากเมื่อเจอเข้ากับสายตาคมปลาบของท่านรองประธานที่แทบจะเฉือนเนื้อพวกเขาออกเป็นชิ้นๆ อย่างมากก็ได้แค่ส่งเธอขึ้นลิฟต์เท่านั้น

“เป็นยังไงบ้าง พอจะเข้าใจเนื้องานและประสานงานกับฝ่ายอื่นๆ ได้มั้ย” คนขับที่เลี้ยวรถออกถนนใหญ่ถามขึ้นมาขณะสายตาจ้องอยู่บนถนนด้านหน้า

“ค่ะ พัดเริ่มรู้จักคนมากขึ้น แล้วพี่ๆ ทุกแผนกก็น่ารักมากค่ะ”

“เห็นมีหนุ่มๆ มาส่งขึ้นลิฟต์บ่อยๆ ใจดีกันจริงๆ เลยนะ”

“ใช่ค่ะ พี่ๆ เขาสงสารที่พัดถือแฟ้มหลายเล่ม ก็เลยช่วยถือ แต่แปลกจัง จู่ๆ ก็มาส่งแค่ที่ลิฟต์ เมื่อก่อนยังมาส่งถึงห้องอยู่เลย สงสัยจะยุ่งๆ มั้งคะเลยไม่ค่อยมีเวลากัน” พูดพลางก็เอียงหน้าครุ่นคิด โดยไม่รู้สักนิดว่ามีใครบางคนคอยกันท่าอยู่

“อะแฮ่ม แต่ระวังไว้บ้างก็ดี พัดเพิ่งมาทำงานใหม่ อย่าไปสนิทสนมกับใครเร็วนัก เพราะหนุ่มๆ หลายคนน่ะมีลูกมีเมียแล้ว บางคนก็เจ้าชู้ไว้ใจไม่ได้”

“ค่ะ พัดจะจำไว้” หญิงสาวหันมามองเขาพลางรับคำอย่างง่ายดาย เพราะเห็นถึงความหวังดีของเขา และก็เป็นคำเตือนที่มีเหตุผลมากๆ เสียด้วย

“เราแวะกินข้าวเที่ยงก่อนดีกว่า จะได้ไม่ไปรบกวนพ่อแม่พัด เราจะได้ซื้อของไปฝากท่านด้วย” น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นดูอารมณ์ดีจนคนนั่งข้างๆ จับความรู้สึกได้

“ค่ะ ดีเหมือนกัน พัดก็หิวมากๆ เลย”

“งั้นเพื่อตอบแทนที่ตั้งใจทำงาน ฉันให้พัดเลือกร้านที่อยากกินได้เลย”

“โอ้โฮ จริงเหรอคะ งั้นเรากินซูชิกันดีมั้ยคะ วันนั้นที่คุณป้อพามากิน พัดชอบมากเลยค่ะ”

“โอเค” ว่าพลางก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดในห้างสรรพสินค้าเดิมที่เคยแวะมาด้วยกัน เพราะเป็นเส้นทางที่จะไปบ้านของภัสสรอยู่แล้ว ขับรถอีกไม่นานก็ถึงปากทางหมู่บ้านที่ทะลุไปบ้านริมคลองได้

แต่เมื่อมาจอดรถเรียบร้อย คนตัวเล็กก็รั้งเขาเอาไว้

“คุณป้อคะ พัดขอเวลาสักครู่ได้มั้ยคะ คือว่าผมพัดยุ่งมากเลย” หญิงสาวเพิ่งนึกได้ ด้วยรู้สึกว่าหากปล่อยให้ผมยุ่งเหยิงไปเดินในห้าง แถมไปนั่งกินข้าวอีก คงจะน่าเกลียดอยู่เหมือนกัน

แม้เธอจะไม่ใช่คนสวย แต่ก็อยากดูดีในสายตาของใครๆ โดยเฉพาะการต้องมาเดินกับเจ้านายที่หล่อเกินมนุษย์ด้วยแล้ว เธออับอายสายตาคนที่มองมาค่อนข้างมาก ด้วยรู้ดีว่าชายหนุ่มนั้นดูดีและมักมีสาวๆ มองมาที่เขาเสมอ

“ได้สิ ตามสบาย” เขาเอ่ยอนุญาต จึงยังไม่ดับเครื่องยนต์เพื่อรอให้หญิงสาวแต่งตัวก่อน

คนตัวเล็กยิ้มขอบคุณพลางก็รีบดึงที่บังแดดด้านบนติดกับกระจกหน้ารถลงมา เพื่อส่องกระจก

ปรเมศวร์เองก็ถอดเสื้อสูทออก ปลดเนกไทไปวางไว้ที่เบาะด้านหลัง เขาหันกลับมาพร้อมกับพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นไปจนถึงข้อศอกทั้งสองข้าง แล้วจึงปลดกระดุมออกสองเม็ด เพื่อจะได้ไปเดินเลือกซื้อและกินอาหารได้อย่างสบายๆ

ส่วนภัสสรเมื่อก้มหน้าก้มตาค้นที่รัดผมกำมะหยี่สีดำในกระเป๋าหนังใบเล็กออกมาได้ เธอจึงดึงที่รัดผมเส้นเล็กๆ ออก ผมยาวสลวยที่มักรวบเอาไว้เสมอก็ทิ้งตัวลงมาทันที หญิงสาวเพียงสะบัดผมเล็กน้อย ผมก็พลิ้วสลวยราวกับมีชีวิต เธอสางผมด้วยนิ้วอีกนิด แล้วรีบรวบผมให้เรียบร้อยอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอมวยผมเอาไว้กึ่งกลางศีรษะอย่างง่ายๆ เผยให้เห็นท้ายทอยขาวเนียนที่มีลูกผมหลุดเคลียลำคอเล็กน้อย

เวลาเพียงแค่ห้านาทีที่หญิงสาวใช้ คนที่มองอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คอแห้งผากขึ้นมาโดยฉับพลัน ได้แต่ตะลึงงันกับภาพที่เห็น มันเหมือนกับเขาเห็นภาพสโลว์โมชั่นที่ค่อยๆ ไหลเข้าไปในหัวและจดจารเอาไว้ทุกเสี้ยววินาทีที่มีการรับรู้

“เสร็จแล้วค่ะ” ภัสสรหันมายิ้มกว้างให้เขา

“อืม...เร็วดี” ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกมาได้เพียงแผ่ว เนื่องจากลำคอแห้งผากจนเขาต้องแก้เก้อด้วยการหันไปหยิบขวดน้ำที่เสียบไว้ตรงช่องประตูมาเปิดดื่มอั้กๆ อย่างกระหาย

ใครจะคิดว่าเพลย์บอยหนุ่มที่คบหากับสาวสวยหุ่นดีมามากมายจนไม่อยากจะนับเช่นเขา จะมาแพ้ทางสาวน้อยตัวเล็ก แต่อานุภาพทำลายล้างสูงจนทำให้เขาหัวใจเต้นแรงและตื่นตัวได้มากขนาดนี้

“อุ๊ย น้ำหกเลอะเสื้อคุณป้อหมดเลยค่ะ” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวยังหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าตัวเองมาซับเสื้อเชิ้ตของเขาที่ปลดกระดุมไปสองเม็ด จนเผยให้เห็นแผงอกล่ำสันขาวละเอียด คนไม่ทันได้คิดอะไรตั้งใจดีจะช่วย แต่มือน้อยสองข้างที่สาละวนทั้งซับเนื้อผ้าและแบะสาบเสื้อออกเพื่อซับน้ำที่ไหลเลอะผิวเนื้อบนแผงอกแกร่งนั้น แตะลงตรงไหนก็ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิความร้อนในร่างกายของชายหนุ่มให้ยิ่งเร่าร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

ปรเมศวร์ก้มมองคนตัวเล็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พลางบดกรามจนเป็นสันนูน เขาต้องหักห้ามใจตั้งเท่าไรไม่ให้รั้งตัวอีกฝ่ายมาประชิดร่างแกร่งแล้วกดจูบเสียให้เข็ด ที่ริมาลองดีกับเพลย์บอยหนุ่มอย่างเขา

ทว่า...สิ่งที่คิดกับสิ่งที่ทำนั้นสวนทางกันอย่างแรง

หมับ!

คนตัวสูงคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้เพียงแผ่วเบา ปากก็เปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบากเหลือทน

“หยุด...เอ่อ ไม่เป็นไร”

ภัสสรชะงักมือ เงยหน้ามองเขาตามสัญชาตญาณ แล้วต้องนิ่งค้างกับสายตาที่มองลงมา แววตาที่เธอไม่เคยเห็นและรู้สึกใจเต้นแปลกๆ จนต้องเลียริมฝีปากด้วยคอแห้งขึ้นมาโดยพลัน มือน้อยข้างที่ไม่ได้ถูกจับยังวางแหมะอยู่บนแผงอกแข็งแรง ใบหน้าเริ่มร้อนเห่อขึ้นเมื่อระลึกได้ว่า การกระทำวู่วามโดยไม่คิดของเธอนั้นค่อนข้างไม่เหมาะสม และอะไรอีก เธอคิดไม่ออกแล้ว

หญิงสาวรีบผงะถอยหลัง ค่อยๆ บิดข้อมือออกจากการเกาะกุม ซึ่งเป็นไปอย่างง่ายดายเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เหนี่ยวรั้ง แล้วต่างคนก็ต่างกลับมานั่งตัวตรง

ปรเมศวร์เองยกน้ำขึ้นดื่มอีกรอบ พลางเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอิหลักอิเหลื่อ

“ไปกินข้าวกันเถอะ” พูดจบเขาก็ดับเครื่องยนต์ รีบเปิดประตูรถออกไปทันที ในขณะที่คนตัวเล็กก็รีบตามลงไปเช่นกัน

ชายหนุ่มล็อกรถแล้วรออีกฝ่ายเดินมาหา จากนั้นจึงเดินเข้าห้างสรรพสินค้าพร้อมกัน โดยต่างคนต่างคิดอะไรอยู่ในใจ จนเมื่อเข้ามานั่งในร้านอาหาร ทั้งสองจึงเริ่มผ่อนคลายขึ้น

การรับประทานอาหารแม้จะเป็นไปด้วยความราบรื่น แต่ภัสสรก็เริ่มมีอาการเคอะเขินขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อไพล่ไปคิดถึงแววตาคมปลาบเมื่อครู่ตอนที่อยู่ในรถ สายตาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นอาหารยังติดตรึงอยู่ในหัวไม่อาจสลัดออกไปได้เลย

ท่าทีแบบนั้นเรียกว่าชอบหรือพึงพอใจได้รึเปล่านะ

จะให้เธอนิยามถึงคำว่ารัก อาจจะมากเกินไปสำหรับชายหนุ่มที่อยู่สูงเกินเอื้อมอย่างเขา

หญิงสาวเฝ้าถามใจตัวเองว่า แล้วเธอล่ะรู้สึกกับเขาอย่างไร

ไม่รู้สิ เป็นคำตอบแรกที่ปรากฏขึ้นมาในหัว

ก็เธอยังไม่เคยรักใครนี่นา แล้วอย่างไรถึงจะเรียกว่าความรัก

ช่างเถอะ เธออาจคิดไปเองก็ได้

การที่เธอไปจู่โจมแตะเนื้อต้องตัวเขาต่างหากที่ดูน่าอายกว่าเป็นไหนๆ

ดีไม่ดีเจ้านายจะคิดว่าเธออ่อยเขาขึ้นมาละแย่เลย

จริงๆ แล้วเขาอาจไม่พอใจเธอก็ได้ ท่าทางเจ้านายสุดหล่อจะหวงเนื้อหวงตัวมากเชียวละ

“เราสั่งอาหารในร้านนี้ไปฝากพ่อแม่พัดเลยดีมั้ย จะได้กลับบ้านกันไวๆ”

“อืม ก็ดีนะคะ พัดอยากกลับไปดูแม่ไวๆ อยู่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้โทร.ไปหา เสียงไม่ค่อยสดชื่นเลยค่ะ” 

คิดถูกแล้วละ เจ้านายของเธอก็ปกติดี เพียงแค่เมื่อกี้เกิดเหตุที่ทำให้บรรยากาศมันแปลกๆ เท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นเธอนั่นละที่ไปทำลุ่มล่ามกับเขา

เฮ้อ คิดมากไปจริงๆ ยายพัด สติค่ะสติ

ภัสสรเรียกสติให้กลับมาไวๆ ใกล้ชิดกับเจ้านายหล่อร้ายแบบนี้ เธอต้องรวบรวมสติและระมัดระวังทั้งตัวทั้งหัวใจให้ดีแล้วละ



              

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


ผลงานจากทรายชมพู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น