เสน่ห์ร้ายเพทุบายรัก (สำนักพิมพ์ชูการ์บีท)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 329,064 Views

  • 837 Comments

  • 2,893 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,011

    Overall
    329,064

ตอนที่ 26 : บทที่ 6.3 ตัวจริงหรือตัวหลอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    2 เม.ย. 62


บทที่ 6.3

ตัวจริงหรือตัวหลอก



ภัสสรมาทำงานด้วยความห่วงกังวลมารดา จิตใจก็พะวงนึกถึง ปกติมารดาเป็นคนแข็งแรง ท่าทางของท่านดูเหนื่อยๆ เพลียๆ แต่จากสีหน้าเมื่อเช้าก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน คิดไปในทางที่ดีว่า วันนี้ได้พัก ท่านคงจะดีขึ้น

       หญิงสาวตั้งใจอ่านเอกสารเก่าๆ เกี่ยวกับโครงการของโรงแรมในเครือต่างจังหวัดอย่างตั้งใจ เพื่อศึกษาการทำงานเอาไว้ รวมถึงส่วนงานต่างๆ ภายในโรงแรม ซึ่งเธอจะต้องเรียนรู้ให้มาก โดยมีเพียงเพียรคอยสอนและแนะนำ

       วันนี้เจ้านายของเธอยังไม่เข้ามาทำงาน แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าจะหยุดหรืออะไร ภัสสรยกมือขึ้นดูนาฬิกา ปกติเขาจะมาทำงานแปดโมง ไม่เหมือนผู้บริหารคนอื่นที่จะเข้าออฟฟิศบ้างไม่เข้าบ้างเป็นเรื่องปกติ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาทำงานเก้าโมงเช้า

ท่าทางเมื่อวานคงจะมีความสุขมากที่มีสาวมาหา

ที่เขาบอกว่ามีธุระก็คงจะไปสานต่อความสัมพันธ์กับคุณพลอยลีลาคนสวยนั่นละ

เมื่อวานตอนออกไปช่วงบ่ายทำมาเป็นสีหน้าเคร่งเครียด ฮึ!

เอ๊ะ! นี่เธอคงจะบ้าไปแล้ว ทำไมจะต้องไปสนใจด้วยว่าเจ้านายหนุ่มจะไปทำอะไรที่ไหนกับใคร ตัวเองเป็นเลขาฯ ไม่ได้เป็นแฟนเขาสักหน่อย ยายพัด เธอมันบ้าไปแล้ว...

แล้วนั่น...หญิงสาวมองภาพสะท้อนตัวเองกับกระจกบานเล็กๆ เท่าฝ่ามือ ที่เธอนำมาตั้งเอาไว้บนโต๊ะเพื่อดูความเรียบร้อยของตัวเอง ตามประสาหญิงสาวที่ก็รักสวยรักงามไม่น้อย เธอมักแต่งหน้าอ่อนๆ ตามสไตล์ที่ชอบ และเปลี่ยนทรงผมให้เข้ากับชุด แม้ไม่ใช่คนที่แต่งตัวตามแฟชั่นจ๋า แต่เธอก็มีสไตล์ของตัวเอง

หญิงสาวในกระจกหน้ามุ่ย คิ้วขมวดน้อยๆ เหมือนขัดใจอะไรบางอย่าง ทำให้เธองงงันกับตัวเอง เลยรีบปรับสีหน้าให้มาปกติ พลางก็เอากำปั้นน้อยทุบหัวตัวเองเบาๆ ปากก็พูดออกมาด้วยเสียงเข้มดุ

“ภัสสร! สติค่ะ สติ!

“ทำอะไรน่ะพัด”

เพราะมัวแต่คุยกับตัวเอง จึงไม่ทันได้หันไปมองว่าเจ้านายหนุ่มเดินเข้ามาถึงกลางห้องแล้ว แถมยังจ้องมองเธอด้วยแววตาสงสัย มุมปากยกยิ้มน้อยๆ กับอากัปกิริยาของหญิงสาว

ปรเมศวร์ตั้งใจเปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ด้วยเวลานี้ค่อนข้างสายมาก เขารู้ว่าคนเป็นเลขานุการส่วนตัวคงมาทำงานนานแล้ว เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่แค่นั้นเอง แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอภาพโก๊ะๆ ของภัสสรที่กำลังเคาะกะโหลกตัวเองพร้อมกับทำสีหน้ายุ่งแบบนั้น

“อุ๊ย! คุณป้อ” หญิงสาวสะดุ้งเด้งตัวขึ้นมายืนโดยอัตโนมัติ ทำหน้าเก้อๆ จนอีกฝ่ายแอบขำ

คนอะไรมาแบบเงียบเชียบ ตัวก็ใหญ่โต ทำไมเดินฝีเท้าเบากริบขนาดนี้

“ทำอะไรอยู่ฮึ ทำไมเคาะหัวตัวเองโป๊กๆ แบบนั้นล่ะ”

“แหะๆ คุณป้อเห็นด้วยเหรอคะ อ่า...” ภัสสรทำตาหลุกหลิกคิดหาคำตอบ จนคนมองแอบขำในใจ “พัดง่วงน่ะค่ะ เลย...เลยเคาะหัวตัวเอง จะได้ตาสว่าง”

เฮ้อ...รอดตัวไป ใครจะกล้าบอกล่ะว่าแอบนินทาเขากับผู้หญิงของเขา คราวนี้อาจได้เจอมะเหงกของจริงจากคนเป็นเจ้านายน่ะสิ

“งั้นก็ไปชงกาแฟมาสิ เผื่อฉันด้วยแก้วนึง”

“อ๊ะ จริงด้วยค่ะ พัดมัวคิดโน่นนี่ ลืมไปได้ยังไงนะ” ภัสสรยิ้มกว้างให้เขาอย่างเห็นดีด้วย เป็นทางออกที่ดีในการหลบหน้าเขาสักครู่ เพราะตัวเองก็กลัวจะเผลอไปทำพิรุธให้เห็นว่าแอบกระแนะกระแหนเขาในใจไป

“มีอะไรรึเปล่า” จู่ๆ ปรเมศวร์ก็เสียงอ่อนลง ขณะคว้าแขนคนตัวเล็กเอาไว้ตอนที่เธอกำลังจะเดินผ่านเขาไป

“เอ๋...” หญิงสาวชะงักพลางหันกลับมา ก็เห็นว่าเขาก้มมองเธออยู่ด้วยแววตาอ่อนโยน

“คุณป้อรู้เหรอคะว่าพัด เอ่อ...” เธอแหงนเงยมองสบตาเขาโดยอัตโนมัติ สายตาคมกริบเฉลียวฉลาดของเขาราวกับสะกดเธอเอาไว้จนไม่อาจหลบเลี่ยง ได้แต่อึกอักไม่กล้าตอบ ด้วยเพราะเธอเป็นห่วงมารดานั้นเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรเอามาปนกับงาน

แต่การที่คนหน้าตาดีอย่างเจ้านายมาจ้องกันใกล้ๆ แบบนี้ เธอก็ใจเต้นแปลกๆ แฮะ

เขาหล่อมากเกินไป ผิวก็ขาวละเอียด คิ้วเข้มรูปดาบปลายเฉียงขึ้น ดวงตาเรียวยาวคมกริบบาดหัวใจนั้นอาจทำให้สาวๆ หลงรักจนหัวปักหัวปำได้ง่ายๆ จมูกเป็นสันงุ้มตรงปลายเล็กน้อย รับกับเรียวปากอิ่มเต็มสีแดงระเรื่อ ด้านบนเผยอนิดๆ ดูเซ็กซี่เข้าไปอีก

ภัสสรกวาดตามองใบหน้าของเขาแล้วกลืนน้ำลายอย่างเผลอไผล กระทั่งริมฝีปากเซ็กซี่ตรงหน้าขยับออกเสียง จึงทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ กะพริบตาปริบๆ

“ก็สีหน้าของเธอมันฟ้องออกขนาดนี้ มีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“พัด...” คนเผลอชมโฉมเจ้านายอึกอัก แก้มเห่อร้อนแดงระเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

คนมองได้แต่กัดริมฝีปากล่างระงับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสาวตัวเล็ก

ช่างไม่รู้อะไรเลยยายบ๊อง มาทำตาแป๋วจ้องผู้ชายอย่างกับจะกลืนกินแบบนี้ รู้หรือเปล่า...ถ้าคนที่ถูกจ้องไม่ใช่เขาจะเกิดอะไรขึ้น เฮ้อ ชายหนุ่มคิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เอ่ยเสียงจริงจัง

“บอกมาเถอะ ฉันไม่ใช่คนใจร้ายใจดำสักหน่อย ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกได้ ฉันเป็นเจ้านาย หากลูกน้องมีปัญหาก็ต้องช่วยกัน เข้าใจมั้ย” ชายหนุ่มบอกคนตัวเล็กที่จ้องเขาตาแป๋วด้วยเสียงอ่อนโยน

“แม่ของพัดไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ พัดก็เลยเป็นห่วง”

หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นคนตัวโตจับไม่ได้ว่าเธอแอบชื่นชมความหล่อเหลาของเขาอยู่ตั้งนานสองนาน เธอจึงรีบเอ่ยในเรื่องที่กังวลใจจริงๆ ส่วนเรื่องความหล่อของเจ้านายนั้น ขอเก็บเอาไว้ในใจก็พอ

“อ้าวเหรอ วันนั้นยังเห็นแข็งแรงดีอยู่เลย งั้นขอฉันเคลียร์งานแป๊บ แล้วเราไปเยี่ยมคุณแม่กัน” ชายหนุ่มมีท่าทีกระตือรือร้นกับสิ่งที่หญิงสาวบอกกล่าว จนอีกฝ่ายแอบเกรงใจ

“แล้ว...คนอื่นเขาจะไม่ว่าเอาเหรอคะ ถ้าพัดเกงาน”

“ก็ฉันเป็นคนอนุญาต ใครจะกล้ามาว่า” เขาบอกเสียงกลั้วหัวเราะ สีหน้าแววตาเคลือบความร้ายกาจอยู่หลายส่วนทีเดียว

“อืม มันก็จริงเนอะ แต่ยังไงพัดก็รู้สึกว่าไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงานอยู่ดี แล้วก็เหมือนกับเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานคนอื่นด้วยค่ะ”

“เอางี้ วันนี้พัดกลับเร็ว แล้วก็มาชดเชยให้ฉันวันอื่นแทนดีมั้ย”

“ยังไงคะ” เธอยังงงกับสิ่งที่เขาบอก

“วันไหนฉันไปดูสถานที่ของโครงการใหม่ ฉันต้องการเพื่อนร่วมทาง พัดไปเป็นเพื่อนหน่อยแล้วกัน ที่ฉันเคยบอกเอาไว้ จำได้มั้ย เอาไว้ไปวันไหน ฉันจะมาบอกอีกที พัดว่าไง”

“อืม ก็ได้ค่ะ” ภัสสรรีบตกลงทันที “งั้นพัดไปชงกาแฟก่อนนะคะ จะได้รีบมาเคลียร์งานแล้วกลับบ้านไปดูแม่”

ทว่า...คนตัวเล็กไม่สามารถเดินออกไปได้ เพราะมีใครบางคนจับแขนเธอเอาไว้ไม่ปล่อยสักที ภัสสรจึงก้มมองแขนตัวเอง คนจับเลยจำต้องปล่อยมือออกจากแขนเลขาฯสาวอย่างเก้อๆ

“ขอบคุณนะคะ พัดโชคดีจังที่ได้เจ้านายใจดีแบบคุณป้อ แล้วยังเข้าใจลูกน้องด้วยค่ะ” คนตัวเล็กแหงนหน้าเอ่ยบอกเขาด้วยความซาบซึ้งใจ ยิ้มให้เขาจนตาหยี แล้วเดินออกไปข้างนอกทันทีด้วยความสบายใจ

“เด็กบ๊อง! คิดอะไรใครเขาก็รู้หมด”

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ เห็นคนตัวเล็กตาโตที่แหงนเงยสำรวจใบหน้าเขาแล้วแก้มแดงระเรื่อขึ้นมา ก็เกิดอาการคันหัวใจยิบๆ เจ้าหล่อนช่างไม่รู้เสียเลยว่าทำให้คนมองรู้สึกอย่างไร แล้วริมฝีปากเล็กๆ สีระเรื่อเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูแวววาวที่เผยอจนเห็นฟันหน้านิดๆ นั่นอีก คิดแล้วชายหนุ่มต้องหลับตายิ้มออกมาอย่างมันเขี้ยวความน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ

ภัสสรไม่ใช่สาวสวยเฉี่ยว ไม่ใช่หญิงสาวในสเปกที่เขาเคยคบหา ไม่ใช่หญิงสาวที่สวยสะดุดตา แต่กลับสะดุดใจทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิด เธอช่างไม่รู้ตัวเลยว่าดาเมจรุนแรงแค่ไหน ทั้งที่แต่งตัวก็มิดชิด ตัวเล็กๆ ไม่ได้อกตู้ มสะโพกบึ้มแบบที่ชายหนุ่มต้องมองจนเหลียวหลัง ทว่า...ทั้งแววตา น้ำเสียง กิริยาท่าทาง อะไรก็ตามที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเธอ กลับทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะได้เสมอ

แม้แต่เสียงถอนหายใจเมื่อกี้ยังเซ็กซี่จนเขาแทบเป็นบ้า!

ไม่รู้ว่าเขาจะอดทนได้นานแค่ไหน ที่จะไม่เผยความรู้สึกลึกซึ้งที่เกิดขึ้นออกมาเร็วนัก

เขาไม่มั่นใจว่าภัสสรจะรู้สึกอย่างไรหากรับรู้ถึงความในใจนี้

ขนาดตัวเขาเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจะรู้สึกกับใครได้มากเท่านี้ในเวลาเพียงไม่กี่วันที่ได้เจอกัน

เขาไม่เคยเชื่อในความรักด้วยซ้ำ

แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ชายแบบเขาอยู่ในตอนนี้ล่ะเรียกว่าอะไร

รักแรกพบ...?

นี่มันบ้าไปแล้ว ปรเมศวร์หัวเราะออกมากับความรู้สึกที่เกิดขึ้น

เขาไม่เคยรู้สึกอยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของใครเหมือนอย่างครั้งนี้

ปรเมศวร์แน่ใจ มันเกิดขึ้นกับเขาแล้วจริงๆ

 


              

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


ผลงานจากทรายชมพู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

0 ความคิดเห็น