ตอนที่ 25 : บทที่ 6.2 ตัวจริงหรือตัวหลอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    27 มี.ค. 62


บทที่ 6.2

ตัวจริงหรือตัวหลอก



“เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นมั้ย” ภัสสรพยายามนวดให้มารดา หลังเธอกลับมาก็เห็นแม่เอามือทุบหลัง บ่นว่าปวดหลังปวดเอว

      วันนี้เจ้านายเธอเข้ามาเพียงครู่ก็ออกไปธุระส่วนตัวข้างนอกทันที เขาเพียงสั่งความสั้นๆ ว่าวันนี้ไม่เข้าออฟฟิศแล้ว สีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียดทีเดียว

       ภัสสรได้แต่รับคำแล้วทำงานที่ได้รับมอบหมายต่อจนเสร็จ วันนี้เธอนำแมคบุ๊กกลับมาที่บ้านด้วย เพราะต้องการนำมาค้นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เธอจะต้องไปดูงานแบบลับๆ ซึ่งได้คุยกันไว้กับปรเมศวร์ ทว่าเปิดค้นข้อมูลได้ไม่นาน เห็นมารดาสีหน้าไม่ค่อยดี จึงปิดเครื่อง แล้วมาดูอาการของท่าน

       “ก็ค่อยยังชั่วละลูก แต่มันปวดๆ กระดูกยังไงก็ไม่รู้ นี่แม่ก็ให้พ่อไปซื้อยาให้น่ะ เห็นว่าจะเลยไปถามตาทุยเรื่องกบ กลัวว่าจะไม่ได้ เลยจะไปถามให้แน่ใจ”

       “โอ๊ะ นั่นเสียงพ่อเปิดประตูเข้ามาพอดี” ภัสสรหันไปมองบิดาที่กำลังเดินเข้ามาในบ้าน หญิงสาวนั่งอยู่ที่พื้น ส่วนมารดานอนคว่ำอยู่บนโซฟายาว

       “เป็นยังไงมั่งพี่วัน” คนเป็นเมียผงกศีรษะจากหมอนขึ้นมาถาม พลางก็ค่อยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ภัสสรจึงลุกจากพื้นมานั่งข้างๆ

       “ได้กบมาแน่ๆ คุยกันไว้แล้ว ให้เขาลอกหนังทำมาให้เลยสองโล เพิ่มค่าทำอีกนิดหน่อย จะได้ไม่เสียเวลา พ่อขี้เกียจมานั่งทำเอง”

       “ดีแล้วละพี่วัน มาถึงน้องก็จะได้หมักแล้วทอดเลย แบ่งเอาไปทำผัดเผ็ดสักจาน แล้วก็ทำต้มจืดหมูสับเสริมเข้า แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย” ภัสราบอกสามี พลางก็เอามือกดไหล่ ยืดตัวขึ้นให้หลังเหยียดตรง สีหน้าเหยเกเล็กน้อยเพราะความตึงของเส้นสาย

“แม่ยังปวดเมื่อยตรงนี้อยู่เหรอ มาค่ะ เดี๋ยวพัดนวดให้” ไม่รอช้า ลูกสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบนวดเฟ้นตรงจุดที่มารดาชี้ นวดไปพลางคนสูงวัยก็สูดปากเบาๆ

“พี่ว่าอย่าไปบีบเฟ้นมากเลย น้องกินข้าวแล้วกินยาคลายเส้นสักเม็ดดีกว่า เดี๋ยวจะยิ่งอักเสบไปกันใหญ่ มาๆ ไปกินข้าวกัน” วันชัยว่าพลางก็กุลีกุจอพาภรรยาไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว

“พ่อนั่งกับแม่เถอะจ้ะ เดี๋ยวพัดตักข้าวเอง” หญิงสาวรีบบอกบิดามารดา กับข้าวนั้นยกมาวางไว้พร้อมอยู่บนโต๊ะแล้วตั้งแต่มารดาทำเสร็จใหม่ๆ ไม่นานเธอก็ประคองจานข้าวออกมาสามใบ คนเป็นพ่อรีบยกจานที่อยู่บนแขนลูกสาวมาวางบนโต๊ะ

“แม่กินเยอะๆ นะคะ กินยาแล้วจะได้ไปพักผ่อน พรุ่งนี้ถ้าไปขายไม่ไหวก็พักสักวันนะคะแม่ เฮ้อ ถ้าพัดมีเงินเดือนเยอะๆ จะไม่ให้พ่อกับแม่ไปขายของแล้ว” เธอว่าแล้วก็ทำหน้ามุ่ยปากยื่น ด้วยรู้สึกอยากจะแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ให้ได้ไวๆ

“ไม่เป็นไรหรอกลูก พ่อแม่ยังพอทำไหว ปวดเมื่อยแบบนี้มันเล็กน้อยลูก กินยาเดี๋ยวก็หาย” ภัสราบอกลูก แม้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แต่ใจนั้นกลับสุขยิ่งที่ลูกสาวน่ารักขนาดนี้ ชื่นใจเธอนัก

“เนี่ย เพราะแม่เขายกตะกร้าขนมจีนลงเรือเองเลยเป็นแบบนี้ ทุกทีพ่อก็เป็นคนยก พอดีเมื่อเช้าพ่อลืมเศษตังค์ทอนเอาไว้บนโต๊ะกินข้าว เลยย้อนกลับมาเอา บอกเดี๋ยวมายกเองก็ไม่ฟัง” บิดาเธอเล่าเหมือนจะฟ้องลูกสาวกลายๆ ในความดื้อของภรรยา เพราะปกติทุกเช้าเขาจะยกของที่จะลงเรือไปวางไว้ตรงศาลาริมน้ำ แล้วยกลงเรือเอง

       “ก็น้องอยากจะช่วย จะได้ไม่เสียเวลา ไอ้เราก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้” ภรรยาว่าพลางก็ตักต้มจืดมาซดน้ำ ได้กินอะไรร้อนๆ ก็ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย

       “แม่อะ ต้องถนอมร่างกายตัวเองแล้วนะ ใจเราสู้ แต่ร่างกายมันไม่สู้ ก็เลยเป็นแบบนี้” เธอบอกมารดาด้วยน้ำเสียงเอ็นดูปนสงสาร

       “จ้ะ”

       “นี่คงคิดว่าตัวเองยังสาวๆ อยู่กระมัง” คนเป็นสามีกระเซ้าภรรยา

       “พ่ออะ ไปแกล้งแม่” ภัสสรต่อว่าพ่อยิ้มๆ ส่วนคนเป็นภรรยาได้แต่หันไปค้อนแล้วตีแขนสามีเบาๆ

       “รอดูพรุ่งนี้ ถ้าไม่หายก็หยุดขายไปก่อนเนอะ แล้วไปหาหมอให้เขาดูอาการสักวัน”

       “อื้ม” ภัสรากินข้าวไปเพียงแค่ครึ่งจานก็อิ่มเสียแล้ว จึงกินยาที่สามีซื้อมาให้จากร้านเภสัชกรหน้าหมู่บ้าน แล้วนั่งเอนหลังที่โซฟายาวรอสามี

       วันชัยกินข้าวอิ่มเร็วกว่าทุกวัน ด้วยห่วงภรรยาที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก คนเป็นลูกสาวก็รีบกินรีบเก็บของที่เหลือเข้าตู้กับข้าว จากนั้นจึงมานั่งเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ ในขณะที่คนเป็นพ่อใช้เจลสำหรับทาแก้ปวดเมื่อยตามลาดไหล่และจุดที่ปวดเมื่อยให้ภรรยา

       “เป็นยังไงมั่งคะแม่” เธอมานั่งขัดสมาธิอยู่ที่พื้น

       “ทายาแล้วมันก็เย็นๆ พอได้อยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกลูก คนแก่แล้วก็แบบนี้ ยกอะไรนิดอะไรหน่อยก็ปวดเมื่อย ทุกทีก็ไม่เห็นเป็นอะไร บทจะเป็นขึ้นมา มันก็เป็นซะอย่างนั้น” ภัสราหันมาตอบลูกด้วยรอยยิ้มฝืนๆ พลางหันไปบอกสามี “พอแล้วละพี่วัน น้องไปนอนดีกว่า”

       หญิงสูงวัยค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งโดยมีสามีคอยประคองไม่ห่าง

       “ปะ...พี่พาไปนอน”

       “วันนี้พัดไปนอนด้วยนะคะ”

       “เอาสิลูก มาๆ ไม่ได้นอนกับลูกสาวตั้งนานแล้ว ห่วงแม่เขาละสิ”

       “ค่ะพ่อ” ภัสสรเข้าไปประคองมารดา

       “เอ้า ถ้างั้นหนูพาแม่เขาไปนอนก่อนนะลูก เดี๋ยวพ่อดูบ้านแล้วจะตามขึ้นไป” วันชัยยิ้มเอ็นดูลูกสาวพลางเอามือลูบศีรษะเล็กๆ ที่ไม่ว่าเวลาใด ในสายตาของเขา ภัสสรก็คือลูกน้อยแสนน่ารักของเขาไม่เคยเปลี่ยน

จากนั้นสองสาวก็พากันเดินขึ้นบ้าน ส่วนตนเองเดินไปตรวจดูที่รั้วว่าล็อกแล้วหรือยัง จัดการปิดล็อกประตูและหน้าต่าง ตามไฟที่หน้าบ้านเอาไว้ ทั้งเพื่อให้แสงสว่างแก่คนเดินผ่านไปมาและป้องกันขโมยขโจรที่อาจจะขึ้นบ้าน ก็จะได้ไม่กล้าเข้ามา

       คืนนั้น สามพ่อแม่ลูกนอนด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภัสสรแยกห้องไปนอนคนเดียวตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ประมาณช่วงก่อนเข้าเรียนมัธยมต้น วันชัยค่อนข้างระมัดระวังตัวกับลูกสาว ด้วยตระกูลของเขาสั่งสอนกันมาในเรื่องความใกล้ชิดระหว่างพ่อกับลูกสาว บ้านอื่นเขาไม่รู้ แต่เขาปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด แม้บริสุทธิ์ใจ แต่มันเป็นความสบายใจที่จะทำแบบนี้ อย่างมากสุดก็คือกอดลูกสาว

       เขาเลือกที่จะดูแลอย่างใกล้ชิดและเอาใจใส่ในเรื่องความปลอดภัย และคอยช่วยเหลือสนับสนุนลูกสาวในทุกด้านเท่าที่จะทำได้ นี่คือความสุขของคนเป็นพ่อแล้ว

       วันถัดมา สองสามีภรรยาก็ไม่ได้ออกไปขายขนมจีนน้ำยา เพราะคนเป็นภรรยายังปวดเมื่อยเนื้อตัวอยู่บ้าง แม้จะกินยาไปแล้ว แต่ก็ยังไม่หายดี วันชัยเกรงว่าหากพายเรือออกไปขายทั้งวัน ก็กลัวภรรยาจะยิ่งเป็นหนัก อาการปวดเมื่อยแบบนี้ต้องใช้เวลาสักพักจึงจะดีขึ้น

ตัวเขาเองพักหลังมานี้ก็เริ่มเป็นเหมือนกัน แม้จะเป็นผู้ชายและอายุมากกว่าภรรยาเป็นสิบปี แต่ความแข็งแรงเพราะทำงานใช้แรงและออกกำลังกายบ่อยๆ เลยทำให้ร่างกายยังสู้งานไหว

คนเป็นภรรยาบอกว่าอาการเริ่มดีขึ้นแล้ว เลยไม่ไปหาหมอ ขอนอนพักผ่อนสักวันน่าจะดีขึ้น

วันชัยนั้นตามใจภรรยาอยู่แล้ว ด้วยเห็นว่าภัสรามีสีหน้าดีขึ้น อาการคงทุเลาลงแล้ว เขาจึงเข้าครัวทำกับข้าวเอง คนเป็นพ่อทำข้าวต้มหมูสับง่ายๆ อาหารที่เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยสบาย ส่วนลูกสาวตื่นแต่เช้ามาช่วยเป็นลูกมือ แล้วจึงไปอาบน้ำแต่งตัวมากินอาหารเช้าก่อนไปทำงาน

กว่าจะออกไปทำงานได้ ภัสสรก็ไปนั่งออดอ้อนมารดาอยู่นานทีเดียว เธอค่อนข้างเป็นห่วงอีกฝ่าย อยากจะอยู่ดูแลด้วยอีกคน

“ไปทำงานเถอะลูก เดี๋ยวสายจะไม่ผ่านงาน” มารดายิ้มให้ลูกสาวอย่างอ่อนโยน ขณะที่มานั่งเล่นตรงโซฟายาว

“ไม่ต้องห่วงหรอกลูก พ่ออยู่ด้วยทั้งคน แม่เขาไม่เป็นไรหรอก นี่ก็ดีขึ้นแล้ว” วันชัยเอ่ยสำทับอีกคน “ไปลูก พ่อไปส่ง จะได้รีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่”

“ค่ะ งั้นเลิกงานแล้วพัดจะรีบกลับมานะคะ แม่อยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย พัดจะได้ซื้อมาฝาก”

       “ไม่เอาหรอกลูก ตั้งใจทำงานล่ะ แม่นอนพักอีกวันก็หายแล้ว” ภัสราว่ายิ้มๆ เธอกินยาคลายกล้ามเนื้อแล้ว ตั้งใจว่าจะนอนพักสักหน่อย ความเมื่อยล้าและอ่อนเพลียคงเป็นผลจากการทำงานอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

       “ค่ะแม่ สวัสดีค่ะ” ภัสสรยกมือไหว้มารดา แล้วไปยกกระเป๋าแมคบุ๊กกับกระเป๋าสะพายใบเล็กเตรียมตัวออกจากบ้าน

       สองพ่อลูกออกไปแล้ว หญิงสูงวัยจึงหลับตาลงด้วยความเพลีย อาการปวดเมื่อยเนื้อตัวและกระดูกยังคงมีอยู่ แต่เบาลงกว่าเมื่อวาน หากได้พักก็น่าจะดีขึ้น ภัสราคิดในใจแล้วผล็อยหลับไปบนโซฟายาว



              

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


ผลงานจากทรายชมพู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

0 ความคิดเห็น