ตอนที่ 21 : บทที่ 4.3 #ติดเงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    22 มี.ค. 62

บทที่ 4.3

#ติดเงา



ปรเมศวร์พาภัสสรไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกล ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวที่เจอชัยยันต์ สีหน้าแววตาที่พยายามวางเฉยที่สุดก็เผยออกมาอย่างไม่ตั้งใจ จนคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ วางตัวไม่ถูกกับหน้าดุๆ ของเจ้านายหนุ่ม เห็นคิ้วเข้มๆ ที่ผูกเป็นปมอยู่กลางหน้าผากนั่นก็อยากจะเอามือไปกดให้คลายออกนัก

สันกรามของเขาก็ขบกันจนปูดโปน ท่าทางคงจะไม่ชอบกันมากๆ แค่เจอหน้าแป๊บเดียว ชายหนุ่มก็มีปฏิกิริยาเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

“คุณป้อคะ” จู่ๆ มือของเธอก็เอื้อมไปแตะแขนของเขาโดยอัตโนมัติ เมื่ออีกฝ่ายหันมาด้วยแววตาที่ยังกรุ่นโกรธ เธอเลยเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป จึงรีบชักมือออก “เอ่อ ขอโทษค่ะ พัดแค่จะ...จะ...”

“อะไร” เสียงที่เปล่งออกมาแม้จะไม่ได้แข็งกร้าว แต่ก็ไม่อ่อนโยนสักนิด

“คือ...อ่า พัด”

“พูดเถอะน่า ฉันรอฟังอยู่” นอกจากเสียงแข็งๆ แล้ว คิ้วยังขมวดอีกด้วย

คนมองจึงได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝือเต็มทน

“พัดเห็นคุณป้ออารมณ์ไม่ดี ก็เลยจะปลอบให้อารมณ์เย็นลง” บอกเขาไปแบบซื่อๆ แล้วก็ยกมือขึ้นมาปัดหน้าม้าด้วยความขัดเขิน

คนรอฟังเลยพลอยรู้สึกตัว อารมณ์กรุ่นๆ จากการเจอนายชัยยันต์ คนที่เขาเกลียดเข้าไส้ เลยพานทำให้หงุดหงิดไปหมด เขาจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ

“เอ่อ โทษที แล้วจะเล่าให้ฟังทีหลังว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างฉันกับคุณอาชัยยันต์ ในฐานะเลขาฯ เธอต้องรู้เบื้องลึกของศัตรูเจ้านาย แล้วก็ต้องรู้จักทางหนีทีไล่เมื่อเจอคนแบบตาแก่ตัณหากลับนั่นด้วย” พูดถึงตรงนี้ ปรเมศวร์ก็อารมณ์พลุ่งขึ้นมาอีก จนเสียงที่เปล่งออกมาเข้มจัดทีเดียว

“โอ๊ะ คุณป้อเห็นเหมือนกันเหรอคะ” ภัสสรหมายถึงสายตาโลมเลียมของนายชัยยันต์ที่มองเธออย่างน่าเกลียดนั่น

“เขาเป็นคนไม่ดี อยู่ห่างๆ คนแบบนั้นเอาไว้ล่ะ”

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำเสียงอ่อน ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมากับน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของเขา แม้สีหน้าแววตาจะยังดุๆ อยู่ก็ตาม “แค่เห็นแวบเดียว พัดก็ขนลุกแล้วค่ะ”

ไม่เพียงแค่บอกเขา แต่หญิงสาวยังขนลุกจริงๆ จนต้องยกมือขึ้นมากอดตัวเอง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่ฟังอยู่แววตาแทบลุกเป็นไฟ

“แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ หากใครเข้ามาคิดจะทำมิดีมิร้าย พัดจะจิ้มตา เตะจุดสำคัญ ข้อพับ แล้ววิ่งหนีเอาตัวรอดให้เร็วที่สุด” ไม่พูดเปล่า แต่เธอยังทำมือทำไม้ขยับตัวตามคำพูดด้วย

“แล้วพัดเคยทำเหรอ” ชายหนุ่มมองคนตัวเล็กแล้วถามเสียงเหมือนไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก

“ไม่เคยค่ะ พ่อเคยสอน บอกว่าต้องใช้ไหวพริบหลอกล่อแล้วจัดการเหยื่อ เอ๊ย คนร้ายให้จุกแล้ววิ่งให้เร็วที่สุด” ภัสสรเล่าเสียงจริงจังจนคนฟังแอบขำ อารมณ์เริ่มเย็นลงมาอย่างไม่รู้ตัว

“หลอกล่อน่ะได้ แต่การจะทำร้ายคนที่แข็งแรงกว่ามากๆ และตัวโต เราต้องมั่นใจก่อนว่าจะทำได้แน่ ไม่งั้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิมได้”

“ค่ะ พัดจะจำไว้ โอ๊ะ!

โครกคราก จู่ๆ เสียงท้องของใครบางคนก็ร้องออกมา

และมันเป็นของเธอนั่นเอง

“เอ่อ ขอโทษค่ะ ถ้าคุณป้อไม่ออกรถสักที พัดอาจหิวจนเป็นลมตายในรถคุณป้อก็ได้ค่ะ”

“นี่ใครเป็นเจ้านาย ใครเป็นลูกน้องไม่ทราบ” เขาเหล่ตามองดุๆ พร้อมกับสตาร์ตรถยนต์ จากนั้นจึงขับวนลงไปยังชั้นล่าง

“ไม่รู้ละค่ะ ตอนนี้พัดหิวแล้ว ความหิวทำให้คนไม่มีสติ คุณป้อเคยได้ยินไหมคะ” ภัสสรเอามือกุมท้อง แอบค้อนเขาไปหนึ่งที แล้วหันไปมองถนนข้างหน้า

“อะไรของเธอ ไม่เห็นเคยได้ยิน” ปรเมศวร์เหล่ตามองหญิงสาวข้างกาย ก่อนหน้านี้ยังเกรงกลัวเขาในฐานะเจ้านายอยู่เลย แล้วดูตอนนี้สิ กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ร้องหิวๆ อย่างน่าตีขึ้นมาเสียอย่างนั้น แถมยังทำปากยื่นอย่างไม่พอใจเขาอีก

“แล้วทำไมคุณป้อไม่กินอาหารในโรงแรมเลยล่ะคะ มีตั้งหลายร้าน”

“ฉันไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาเวลากินอาหาร”

“แล้ววันอื่นล่ะคะ”

“ก็แล้วแต่อารมณ์ ถามเยอะจริงนะเราเนี่ย นี่เจ้านายไง เจ้านาย” เขาว่าเสียงเข้ม พลางก็ขับรถออกจากโรงแรมหรู เข้าสู่ถนนสายหลัก

“โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ” ปากขอโทษ แต่ภัสสรกลับค้อนเขาฉับๆ

“เอ๊า งอนเจ้านายซะงั้น” เขาว่ายิ้มๆ จากนั้นต่างคนก็ต่างเงียบกริบ

ไม่นานคนขับรถก็หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าที่เคยมากินปิ้งย่างด้วยกัน

“วันนี้กินอาหารญี่ปุ่นกัน”

“แล้วแต่เจ้านายเลยค่ะ” จู่ๆ ก็เรียกเจ้านายแทนคุณป้อประชดเข้าไปอีก

“ลงๆ ถึงแล้ว” เขาบอกเมื่อขับวนหาที่จอดแล้วถอยรถเข้าจอดเรียบร้อย

จากนั้นปรเมศวร์ก็พาเธอไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง สั่งอาหารอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นเวลาบ่ายสองครึ่ง คนเลยไม่มาก สั่งอาหารไป พนักงานก็มาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว แล้วทั้งคู่ก็ตั้งหน้าตั้งตากินโดยไม่พูดอะไรกันอีก โดยชายหนุ่มคีบโน่นนี่จากจานอาหารหลายอย่างไปวางที่จานให้เธอ ในขณะคนตัวเล็กกินอย่างเงียบๆ เขาคีบมาวาง เธอก็คีบกินทุกอย่าง

ซูชิชิ้นใหญ่ๆ ภัสสรไม่รักษาภาพลักษณ์อะไรทั้งสิ้น เธอก็กินมันทั้งคำโตนั่นละ พลางเคี้ยวแก้มตุ่ยแล้วคีบเครื่องเคียงตามอย่างเจริญอาหาร

คนคีบให้มองอีกฝ่ายกินเพลินทีเดียว ส่วนตัวเองก็กินไปเรื่อยๆ อย่างสบายอารมณ์

ไม่น่าเชื่อว่า การมองหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้ากินอาหารแบบที่เรียกว่ากินจริงๆ ไม่ใช่แบบที่สาวๆ ค่อยๆ ละเลียดอย่างรักษากิริยา อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่ก็หายไปจนแทบไม่เหลือ

“ค่อยดีขึ้นรึยัง” ปรเมศวร์ยกชาร้อนขึ้นมาจิบ ตาก็มองคนตัวเล็กตักไข่ตุ๋นกินสองสามคำ แล้วตักซุปมิโซะมาซดปากจู๋ทีเดียว เขาอดขำและเอ็นดูท่าทางเหมือนเด็กของเธอไม่ได้

หญิงสาวไม่ได้กินมูมมาม แต่กินแล้วดูอร่อยตามไปด้วย จนเขาเจริญอาหารกินมากกว่าที่เคย

“แหะๆ อร่อยมากเลยค่ะ คุณป้อใจดีจังที่พามาเลี้ยง” พอท้องอิ่มก็เข้าสู่ภาวะปกติ เห็นมดเป็นช้างเหมือนเดิม

“ใจดีอะไร ใครบอกว่าจะเลี้ยง” เขาแกล้งเย้าเธอ

“อ้าว...” คนที่กินไปเสียมากมายทำหน้าจ๋อย “แต่อาหารแพงแบบนี้ พัดไม่มีจ่ายหรอกค่ะ ขอติดไว้ก่อนได้มั้ยคะ ต้องรอสิ้นเดือนถึงมีจ่าย แหะๆ” เธอบอกเขาเสียงจริงจัง แต่ก็กินไปด้วย 

“ฉันล้อเล่นหรอกน่า” เขาว่ายิ้มๆ

“ว่าแล้วเชียว อย่างคุณป้อเลี้ยงพัดไปตลอดชีวิต ขนหน้าแข้งยังไม่ร่วงเลย” หญิงสาวพูดออกมาอย่างไม่ได้คิดอะไร ทว่า...

“แล้วเธออยากให้เลี้ยงไปตลอดชีวิตไหมล่ะ” หากภัสสรเงยหน้าจากจานมียากิโซบะ เธอก็จะได้เห็นว่าสายตาของคนนั่งตรงข้ามวิบวับขนาดไหน

“ไม่เอาหรอกค่ะ พัดเกรงใจ” หญิงสาวตอบขณะใช้ตะเกียบคีบเส้นยากิโซบะสูดเข้าปากจู๋จนสุดเส้น

คนมองต้องเอียงหน้าไปแอบขำ เพราะคนตัวเล็กน่ารักจนเขาแทบเก็บอาการคันยิบๆ ในหัวใจอยู่ในขณะนี้ไม่ไหวแล้ว

“อะแฮ่ม...” เขาเงยหน้ามาจิบชาร้อนเพื่อเก็บอาการ แต่ไม่วายแก้มแดงขึ้นมา

“เอ๋ คุณป้ออิ่มแล้วเหรอคะ” เธอเงยหน้ามาพอดีเพราะได้ยินเสียงเขากระแอม “เหลืออีกไม่กี่ชิ้นเอง คุณป้อช่วยกันกินก่อนสิคะ”

“ไม่ต้องรีบหรอก กินไปเรื่อยๆ ฉันจะได้เล่าเรื่องคุณอาชัยยันต์ให้เธอฟังไปด้วย”

“โอเคค่ะ” เธอยกมือเป็นสัญลักษณ์โอเคพร้อมกับยิ้มแบบไม่เห็นฟันเพราะเคี้ยวอาหารไปด้วย ตาที่มองเขาก็หยีจนเป็นสระอิ ลูกผมหลุดลุ่ยลงมาตั้งแต่ตอนที่เธอเผลอหลับไป จนตอนนี้คนตัวเล็กก็ยังไม่ได้มองกระจก

คนตัวโตที่มองอยู่อยากจะเอื้อมมือไปลูบผมให้ แต่ต้องหักห้ามใจเอาไว้

ด้วยยังไม่ใช่เวลาที่จะทำแบบนั้นได้

จากนั้นปรเมศวร์ก็เล่าเรื่องราวตื้นลึกหนาบางระหว่างเขากับชัยยันต์ให้เธอรับรู้คร่าวๆ โดยเลือกที่จะข้ามบางเรื่องไป เพราะมันยังไม่ถึงเวลา ชายหนุ่มต้องการให้เธอค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวของเขาไปเรื่อยๆ มากกว่า

เขาไม่อาจตอบได้ว่าในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร

แค่รอให้ภัสสรเปิดใจ...ให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอ

หวังว่าเธอจะไม่เหมือนใครคนอื่นที่เดินเข้ามาในชีวิตของเขาเพื่อจะผ่านไป

ดวงตาของปรเมศวร์วาววับทีเดียวขณะมองใบหน้าใสๆ ไร้เดียงสาของคนตรงหน้า

(จบบท โปรดติดตามตอนต่อไปค่า)



ผลงานจากทรายชมพู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #832 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 15:47
    พัดทำไมมองไม่ออกนะ
    #832
    1
  2. #54 aod1234 (@nipha_aod) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 15:08
    ชอบนะคะไรท์
    #54
    2