เสน่ห์ร้ายเพทุบายรัก (สำนักพิมพ์ชูการ์บีท)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 328,765 Views

  • 837 Comments

  • 2,884 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    712

    Overall
    328,765

ตอนที่ 10 : บทที่ 2.3 รักต่างขั้ว (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

บทที่ 2.3 

รักต่างขั้ว



“กลับมาแล้วเหรอลูก” คนเป็นแม่เอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในบ้านที่ไม่กว้างนัก มีเพียงโซฟาไม้ตัวยาวที่วางชิดผนัง ภัสรากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ ขณะรอลูกสาวกลับบ้าน ภัสสรโทร.มาบอกตั้งแต่ช่วงสายๆ แล้วว่า ตัวเองได้งานชั่วคราวที่โรงแรมหรูไม่ไกลจากบ้านนัก และอาจกลับบ้านช้า เธอเลยนั่งรอหลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ โดยสามีนั่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างๆ “มายังไงเหรอลูก ทำไมแม่ไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์เลย”

“เอ่อ พอดีว่าคนที่โรงแรมมาส่งค่ะ บ้านเขาผ่านแถวนี้พอดี”

“หิวไหมลูก แม่แบ่งกับข้าวไว้ให้แน่ะ อยู่ในตู้กับข้าวนั่นละ” คนเป็นแม่กุลีกุจอบอกลูกสาว เพิ่งสังเกตว่าอีกฝ่ายถือของอะไรมาพะรุงพะรัง แต่ไม่ทันอีกคนที่ลุกไปช่วยแล้ว

“โอ๊ะ กล่องอะไรเบ้อเริ่มเลยลูก” คนเป็นพ่อที่ไปช่วยหิ้วของแหวกถุงดูของด้านใน แล้ววางไว้ที่โต๊ะเตี้ยข้างหน้าโซฟา

“ขนมเค้กค่ะพ่อ เป็นของที่เหลือจากในงานค่ะ แต่ว่าไม่ใช่ของเหลือเดนนะคะ เป็นของใหม่ที่ยังไม่มีใครแตะค่ะ กินได้ แล้วก็มีแซนด์วิชด้วย พ่อแม่ชิมได้เลยนะคะ เดี๋ยวพัดขอไปอาบน้ำแป๊บ แล้วจะลงมาคุยด้วย” บอกบิดามารดาด้วยรอยยิ้มสดใสแล้ว เธอก็รีบวิ่งขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อกลับลงมาอาบน้ำที่ห้องน้ำชั้นล่างด้านหลังบ้านติดกับส่วนครัว

ในขณะที่สองสามีภรรยานั่งกินเค้กคนละชิ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พลางดูโทรทัศน์ไปด้วย พอลูกสาวเดินออกมาจากด้านหลังบ้านก็หันไปยิ้มให้

“เค้กอร่อยมากเลยลูก ท่าทางจะแพง พ่อไม่เคยกินเค้กนิ่มๆ แบบนี้มาก่อนเลย ว่ามั้ยน้อง” วันชัยบอกลูกสาวพลางยิ้มกว้างจนเห็นช็อกโกแลตติดฟัน ดูตลกจนลูกสาวขำ แล้วหันไปถามภรรยา

“อื้ม อร่อยมากลูก เค้กมะพร้าวนี่ก็อร่อย ทั้งหอมทั้งนุ่ม” ภัสราไม่ได้ตอบสามี แต่บอกลูกสาวพร้อมกับตักเค้กเข้าปากไปอีกคำ

“ค่ะ อร่อยมากจริงๆ เดี๋ยวพัดจะลงมาชิมเค้กมะพร้าวบ้าง” ว่าพลางก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปใส่เสื้อผ้า ไม่นานก็ลงมาหาพ่อแม่ ปะแป้งเย็นหอมกรุ่นในชุดนอนเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้นแค่เข่า ผ้าเนื้อนิ่มพื้นขาวพิมพ์ลายกล้วยหอมกระจายทั่วตัว พลางนั่งลงแทรกกลางระหว่างพ่อแม่

“ไม่เห็นมีใครกินแซนด์วิชเลย ไม่ชอบเหรอคะ” เธอสังเกตว่ากล่องแซนด์วิชใสยังไม่ถูกเปิดออก

“โอย พ่อแม่กินข้าวอิ่มแล้วลูก แต่ยังกินขนมได้อยู่ คนละชิ้นก็พุงกางแล้ว” คนเป็นพ่อว่าพลางเอามือลูบกระหม่อมลูกสาวสุดที่รักเบาๆ ด้วยสายตาเอ็นดู คนเป็นแม่เลยถามออกมา

“จะกินข้าวเลยไหม เดี๋ยวแม่ไปช่วยยกออกมา”

“อุ๊ย ไม่ต้องค่ะแม่ เดี๋ยวพัดทำเอง แค่ไปขายของแม่ก็เหนื่อยมากแล้ว เดี๋ยวพัดมาค่ะ ตักราดเอาดีกว่า” ว่าพลางก็ลุกเดินเข้าครัวไปแล้วกลับออกมาพร้อมข้าวโปะไข่เจียวและแกงส้มดอกแคผักบุ้งถ้วยเล็กมาวางบนโต๊ะ จากนั้นก็นั่งลงกับพื้นเพื่อกินอาหารอย่างง่ายๆ

“แซนด์วิชนี่หนูก็เอาใส่ตู้เย็นไว้กินพรุ่งนี้นะลูก” คนเป็นแม่บอกด้วยรอยยิ้ม มองลูกสาวกินอาหารจากฝีมือตัวเองด้วยความรักหมดหัวใจ

ภัสสรเป็นลูกสาวคนเดียวที่ได้อย่างใจทุกอย่าง คนแถวนี้มักเมาท์มอยว่ามีลูกสาวก็เหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน ไปโรงเรียนแป๊บๆ ไม่ทันทำบัตรประชาชนก็มีผัวแล้ว แถมมั่วสุมวันๆ เอาแต่ซ้อนมอเตอร์ไซค์แว้นกันเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง เปลี่ยนผัวเปลี่ยนเมียกันหน้าด้านๆ ไม่ทันเรียนจบ ม.๓ มันก็ท้องป่อง ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก กลายเป็นปัญหาสังคมที่แก้ไม่ตก

เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งจึงมีอยู่มากมายในสถานเลี้ยงเด็ก หรือไม่ก็ทิ้งให้ปู่ย่าตายายเลี้ยง พอโตขึ้น เด็กก็มีพฤติกรรมคล้ายเดิมเพราะอยู่ในสังคมที่ต่ำตม มีน้อยเท่าน้อยที่จะใฝ่เรียนและตั้งใจทำมาหากินเพื่ออนาคตของตัวเอง ชีวิตของเด็กจึงวนลูปอยู่แบบนี้

เด็กสาวอย่างภัสสรจึงถูกปรามาสในเรื่องนี้ไปด้วย ใจของพ่อแม่นั้นอยากจะย้ายออกไปจากชุมชนแห่งนี้เหลือทน แต่ก็ติดที่เงินน้อย เธอกับสามีไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย สามีกับเธอนั้นพายเรือขายขนมจีนน้ำยาหาเช้ากินค่ำ เงินทองพอกินพอใช้ ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเหมือนคนอื่นก็ถือว่าดีนักหนา

ดีที่ช่วงนี้รายได้ดี เมื่อเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เธอกับสามีพายเรือไปขายของที่ตลาดริมคลอง นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันมากมายจนตลาดคึกคัก ทำให้เจ้าของที่ริมคลองซึ่งอยู่ติดตลาดทำบ้าง ตลาดจึงยาวไปตลอดแนวริมคลองเป็นระยะไกลพอสมควรทีเดียว ทำให้มีร้านค้าเป็นจำนวนมาก มีทัวร์ต่างประเทศมาลง

พ่อค้าแม่ค้าบนบกนั้นมีมาก แต่พ่อค้าแม่ขายบนเรือยังมีน้อย นัยว่าขายยากและขายของได้น้อย เนื่องจากเรือแคบและวางของได้จำกัด แต่เธอกับสามีมักน้อย หวังกำไรไม่มาก ขายหมดที่ทำไปบนเรือก็กลับบ้านสบายใจ

ตอนนี้สองผัวเมียเลยมีเงินเก็บกับเขาบ้างแล้ว เอาไว้ได้เยอะหน่อยพอที่จะดาวน์บ้านและส่งธนาคาร ยายหนูพัดมีเงินเดือนช่วยส่งอีกแรง พร้อมเมื่อไร ครอบครัวของเธอก็จะย้ายออก บ้านหลังนี้เป็นมรดกของพ่อสามีก็จริง แม้จะอยู่มานานและผูกพัน แต่สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และอันตรายที่อาจเกิดกับลูกสาวก็ทำให้เธอกังวล

“แม่คะ พรุ่งนี้พัดอาจได้งานทำแล้วค่ะ ทางโรงแรมที่พัดไปสมัครงานเขากำลังดูตำแหน่งงานให้อยู่ เลยนัดสัมภาษณ์พัดอีกครั้ง” เธอบอกมารดาหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ตอนนี้นั่งกินเค้กมะพร้าวตบท้ายอย่างเอร็ดอร่อย

“โอ๊ย ลูกพ่อโชคดีจริง ถ้ายังไงโทร.มาส่งข่าวบ้างนะลูก เผื่อพ่อจะได้ไปรอรับหน้าหมู่บ้าน” คนเป็นพ่อเอื้อมมือไปตักเค้กมะพร้าวชิ้นที่ลูกสาวกินอยู่มาชิม “เออ มันอร่อยจริงด้วย พ่อชอบมากกว่าเค้กช็อกโกแลตซะอีก”

“มีอีกหลายชิ้นเลยค่ะพ่อ แต่อย่ากินมากนะคะ เดี๋ยวเบาหวานถามหา” ลูกสาวแหย่บิดาอย่างสนิทสนม

“ไม่ต้องกลัว พ่อแข็งแรง ตรวจแล้วไม่เป็น ผลของการออกกำลังกายก็ดีแบบนี้ละ ไม่ต้องพึ่งยา” วันชัยหัวเราะขำ พลางหันไปหาคนเป็นภรรยา “คนนี้ละไม่แน่ กินแล้วก็นอน ไม่ยอมออกกำลังกาย ดีที่ทำขนมจีนเอง เลยได้ออกกำลังไปในตัว”

พ่อกับแม่หมักแป้งทำขนมจีนเองกับมือ มีทั้งแป้งสดและแป้งหมักให้ลูกค้าเลือก วันจันทร์ถึงศุกร์พ่อแม่จะพายเรือขายขนมจีนน้ำยาล่องตามคุ้งน้ำละแวกคลองที่เชื่อมต่อกัน แต่วันหยุดเสาร์อาทิตย์สองสามีจะเพิ่มความน่ากินด้วยการใส่สีธรรมชาติลงไปในแป้งด้วย ขนมจีนจึงมีหลากสี ส่วนน้ำยาก็มีทั้งน้ำยาปลาช่อนเข้มข้น น้ำยาป่ารสเผ็ดจัดจ้าน น้ำพริกรสหวานหอม แล้วก็แกงเขียวหวานที่มีให้เลือกทั้งไก่และหมู

แม่บอกว่าเพื่อความน่าสนใจของสินค้า เอาใจลูกค้าให้มาซื้อ แต่ก็ได้ผลจริงๆ เพราะขายดีมาก เรียกว่าหมดทุกวันจนแม่ยิ้มหน้าบาน พ่อพายเรือร้องเพลงกลับมาบ้านพร้อมขนมจากเรือของแม่ค้าเจ้าอื่นที่ช่วยอุดหนุนกัน เป็นมิตรภาพของพ่อค้าแม่ค้าแบบไทยๆ ที่ยังหาได้ในตลาดริมคลอง

“พี่วันละก็ น้องจะเอาเวลาไหนไปออกกำลังกาย กว่าจะขายของกลับมาบ้านก็เย็นย่ำ ไหนจะเก็บล้าง เตรียมของอีก ไม่ไหวละ ขอกินอิ่มนอนหลับก็พอแล้ว” ภัสราบอกกลั้วเสียงหัวเราะ

แม่ของเธออายุอ่อนกว่าพ่อเป็นสิบปี เวลาไม่อาจทำลายความรักความห่วงใยและความเสมอต้นเสมอปลายของสองคนนี้ได้เลย เคยพูดคุยเรียกขานกันแบบไหนก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น พ่อกับแม่มักเรียกกันว่า พี่กับ น้องดูน่ารักไม่แคร์สื่อกันเลยทีเดียว

ช่างน่าอิจฉาจริงจริ๊ง...ภัสสรยิ้มในใจ

“น้องก็อ้างแบบนี้ทุกที ปลุกไปเดินเช้าๆ ก็ไม่เอา เสียเวลาสักครึ่งชั่วโมงก็ได้เหงื่อแล้ว” คนเป็นสามียังต่อว่าไม่เลิก แต่ฟังแล้วดูจะเป็นการกระเซ้ากันมากกว่าพูดจริงจัง เพราะการเรียกขานกันแบบงุ้งงิ้งนี่ละ

“ไม่เอาละพี่วัน น้องไปนอนดีกว่า ขี้เกียจฟังคนขี้โม้” ภัสราค้อนให้สามี แล้วลุกขึ้นจะเก็บจานเก็บช้อนที่กินเค้กเมื่อครู่ แต่ลูกสาวเอ่ยห้ามเสียก่อน

“ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ เดี๋ยวพัดเก็บล้างเอง พ่อกับแม่ไปนอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามาทำขนมจีนน้ำยาอีก ส่วนพัดก็ต้องตื่นไปสัมภาษณ์งานเหมือนกัน” 

“น้องไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่อยู่คุยกับหนูพัดสักประเดี๋ยว แล้วจะตามขึ้นไป” วันชัยบอกอีกฝ่ายยิ้มๆ คนเป็นภรรยาจึงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน เดินปะแป้งออกมาหน้าผ่อง แล้วขึ้นบันไดไปนอน

สองพ่อลูกยังคงนั่งกินเค้กคุยกันกะหนุงกะหนิง

“พรุ่งนี้พ่อขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งปากซอยเหมือนเดิมนะลูก” คนเป็นพ่อบอก มองลูกสาวตัวน้อยของเขาอย่างแสนรักและภาคภูมิใจ

ชีวิตประจำวันของครอบครัว ซึ่งเขาต้องไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนใกล้บ้านตอนเข้าเรียนอนุบาลจนถึงประถม แต่พอลูกเข้าเรียนมัธยม เขาก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งลูกที่หน้าปากซอยหมู่บ้านแทน โดยลูกสาวจะขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนเองจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และตอนนี้ก็กำลังจะทำงาน

ภัสสรเป็นเด็กดี ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวให้เขาต้องเป็นห่วงเลย ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยอาจมีเพื่อนชายเข้ามาบ้าง แต่ภัสสรก็คบแบบเพื่อนหมด และตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือจนจบ

“ค่ะพ่อ รอฟังข่าวดีนะคะ” คนเป็นลูกยิ้มให้พ่อ บอกด้วยน้ำเสียงสดใส

“เก่งจริงๆ ลูกพ่อ เดี๋ยววันรับปริญญาพ่อจะให้รางวัล” ลูกสาวเพิ่งจบมาใหม่ๆ เลยยังไม่ถึงเวลาเข้าพิธีรับประกาศนียบัตร “สงสัยต้องเตรียมตัดชุดหล่อๆ แล้ว คอยดูนะจะแต่งให้โก้ พวกปากหอยปากปูแถวนี้จะได้หุบปากซะที”

“พ่อก็ แค่ทุกวันนี้พ่อแม่บอกไปทั่วว่าพัดเรียนจบมหาลัย พวกลุงๆ ป้าๆ แถวนี้ก็ตาร้อนผ่าวกันแล้ว” เธออดขำพ่อแม่ไม่ได้ วันที่เธอนำใบจบการศึกษากับทรานสคริปต์มาให้ ท่านก็รีบเดินออกไปโม้กับคนแถวๆ นี้ให้รู้กันทั่ว ว่าลูกฉันนี่ละจบปริญญาตรีเชียวนะ ใครอย่าได้มาสบประมาท

ว่าไปแล้ว คุณวันชัยกับคุณภัสราก็ร้ายไม่เบาเลยละ ฮ่าๆ

หลังจากนั่งคุยเล่นดูรายการโปรดด้วยกันสักพัก พ่อก็เดินไปดูประตูว่าล็อกเรียบร้อย แล้วไปนอนบ้าง เธอจึงเก็บของปิดไฟชั้นล่างเพื่อขึ้นห้องนอน

พอปิดไฟ มีเพียงแสงที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างเหล็กดัด หัวถึงหมอนแทนที่จะหลับ แต่กลับนอนลืมตาโพลงอยู่เช่นนั้น เมื่อใจดันกระหวัดไปนึกถึงชายหนุ่มที่มาส่งเธอเข้า

แปลกจังที่แววตาวิบวับระคนเศร้าโศกของเขายังติดอยู่ในหัวไม่อาจลบเลือนได้เลย แม้ยามหลับตาก็กลับยิ่งแจ่มชัด ในความมีเสน่ห์ชวนลุ่มหลงนั้น เมื่อมองลึกลงไป เธอเห็นความเศร้าและเย็นชาที่กัดกินเขาอยู่ อะไรนะที่ทำให้คนใจดีอย่างเขามีแววตาแบบนี้

เธอไม่ได้คิดถึงเขาแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งตกหลุมรักใครสักคน

แต่มันเป็นภาพจำที่ติดอยู่ในหัว

สงสารเหรอ ไม่น่าใช่

แล้วความรู้สึกนี้มันเรียกว่าอะไรกันนะ

เห็นอกเห็นใจ? ใช่...โอ๊ย นี่เธอคงจะบ้าไปแล้ว เขาออกจะรวย เพอร์เฟกต์ หล่อร้ายชวนหลงใหลขนาดนั้น คงมีคนรายล้อมเต็มไปหมด โดยเฉพาะสาวๆ เฮ้อ...นอนดีกว่า

ทว่าจนแล้วจนรอดภัสสรก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ เมื่อแววตาวิบวับระคนเศร้าของชายหนุ่มใจดีคนนั้นยังติดตาติดใจไม่ยอมออกไปไหน กระทั่งง่วงจัดจึงผล็อยหลับไปเอง



(โปรดติดตามตอนต่อไป)

#คุณปอนด์ ปรมัตถ์ และเกวลี 

เป็นตัวละครจาก ตรวนรักสีชมพูนะคะ





ฝากผลงานล่าสุดของทรายชมพูด้วยนะคะ
ตอนนี้จัดโปรโมชั่นต้อนรับปีใหม่ เหลือ 1 วันสุดท้ายแล้วค่า
 ตั้งแต่วันนี้ -15 ม.ค.2562
.........
จาก 320 ลดไปเลย 35%
เหลือเพียง 209 บาท






คลิกรูปติดตามงานเขียนเล่มอื่น


บาปรักเทพบุตรสายดาร์ก (18+)


ตรวนรักสีชมพู


BlueSky ฟากฟ้านี้มีรัก 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

0 ความคิดเห็น