นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

+เขาพาฉันไปค่าย+

โดย J.Y.D

นี่คือเรื่องที่ฉันจะจำไปตลอดชีวิต มันเรื่องที่ฉันกลัวที่สุดในชีวิตการเป็นครูฝึกสอนของฉัน

ยอดวิวรวม

33

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


33

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 พ.ย. 60 / 20:31 น.
นิยาย +Ҿҩѹ令+

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

จะเป็นอย่างไรถ้าคุณต้องไปค่ายเเยกกับห้องอื่น.... 
เเละค่ายนั้นไม่ได้มีเเค่พวกคุณ...


'คืนรอบกองไฟที่ไม่มีวันมาถึง'
'เเต่อนาคตมันต้องมีเเน่ๆ ฉันจะรอ....'












**เรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เเต่งเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้บุคคลใดเสียหาย บุคคลเเละสถานที่ในเรื่องเเต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น**













Note ; สวัสดีจ้า อีกไม่กี่ไรท์วันก็จะไปเข้าค่ายกันเเล้ว ก็ขอหลอนๆกันซะหน่อย 555 ปล.ใครที่ตามมสฟิคผิดศีลกับรักเเค่ไหนพูดรอไปก่อนเน้อ ขอพักยาวๆ เเต่จะลงพาราไดซ์ให้อ่านกันก่อน

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 พ.ย. 60 / 20:31


     วันนี้ฉันได้มาประจำคันรถนักเรียนไปเข้าค่ายก็คือพวกนักเรียนตัวเเสบ 3/4 ที่มีเหตุจำเป็นเลยต้องไปเข้าค่ายหลังห้องอื่นๆ มันเป็นเรื่องที่เกิดสมัยที่ฉันเป็นเพียงเเค่เด็กฝึกงาน ฉันยังจำมันมาจนถึงทุกวันนี้ เเละจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต 
     วันนี้เป็นวันไปค่าย ฉันได้คุมรถกับอาจารย์วิริยะ เขาเป็นครูพละเป็นคนคุยเก่งพูดเก่ง เขาหอบของมาขึ้นรถ  ด้วยสีหน้าซีดๆที่ฉันจำได้ดี เขาดูเหนื่อยมาก ฉันเดินนำนักเรียนขึ้นรถมา เจ้าพวกนี้เสียงดังเเละขี้โวยวายกันสุดๆ เเต่ก็ไม่เกเรก่อความวุ่นวายเเบบพวกห้องท้ายๆเท่าไหร่ ครูวิริยะเช็กชื่อนักเรียนทุกคนก่อนจะนั่งข้างฉัน เขาบอกให้ฉันไปบอกคนขับว่าเราพร้อมเเล้ว พริบตาหนึ่งฉันเห็นลุงคนขับเขาเอาหน้าฟุบกับพวงมาลัย เเต่เเค่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ก่อนเขาจะกลับมานั่งตั้งตรงเตรียมขับรถเหมือนเดิม คุณลุงหันมายิ้มให้ฉันก่อนจะสตาร์ทรถเเละไปต่อ ฉันโทรติดต่อคุณครูที่ไปก่อนหน้าเเล้วว่า กำลังออกเดินทางเเละน่าจะถึงที่หมายประมาณ บ่าย 2 
    ตอนนี้เวลาเลยมาถึงบ่ายสามเเล้วก็ยังไม่ถึงค่ายซะทีเด็กๆก็เริ่มบ่น ฉันเลยถามครูวิริยะที่เขาเคยไปค่ายนี้มาก่อนเเล้วถามเขาว่ามันไกลไหม เขายิ้มให้ฉันเเล้วบอกว่าไกลมากเเค่นั้น ก่อนจะหลับตาลง ฉันไม่อยากกวนเขาเลยนั่งมองทางริมหน้าต่างเเทน  ทางมันดูเข้าป่ามากขึ้นหรือจะเป็นทางรัด สักพักหนึ่งพวกเราก็มาถึงค่าย เเต่ดูเป็นค่ายที่เงียบเหงาเอามากๆ ฉันจะโทรบอกครูที่มาก่อนเเล้ว ว่ามาถึงเเล้วอยู่ไหนกันเเต่สัญญานไม่มีสักขีดติดต่อใครไม่ได้เลย  ฉันเลยจะถามอาจารย์วิริยะว่าโทรศัพท์ของเขาพอจะมีสัญญาณไหม เเต่ได้รับการส่ายหน้ากลับมา ฉันเริ่มคิดว่ามันเเปลกๆ ลุงคนขับลงรถไปขนกระเป๋าให้พวกเราฉันบอกว่าให้ทุกคนนั่งอยู่ในรถก่อน ฉันลงไปลมตีหน้าเเรงมากจนผมปลิว บรรยากาศหนาวๆช่วงสี่โมงนี่เเย่มากๆ คงเพราะที่ตรงนี้เป็นเเทบป่าเเทบเขาละมั้ง ลงไปก็เจอกับหัวหน้าค่ายใส่ชุดลูกเสือเต็มยศฉันลงไปถามเขาว่านี่ใช่ค่ายของโรงเรียนเราไหม  น้ำเสียงหัวหน้าค่ายฟังดูเอื่อยๆ เขาบอกว่า ทางโรงเรียนจัดค่ายนี้ให้สำหรับห้องเราเป็นพิเศษเพราะมาทีหลัง จึงไม่ได้เข้าค่ายรวมกับห้องอื่น ฉันไม่ค่อยเชื่อเเต่อาจารย์วิริยะไม่คิดอย่างนั้น เขาพานักเรียนลงมาเข้าเเถวเเละคุยกับหัวหน้าค่ายเรื่องที่พักของเด็กๆ ฉันพยายามถามพวกครูฝึกว่าถ้าจะโทรศัพท์ต้องโทรได้ที่ไหน เขาส่ายหน้าเเล้วบอกว่าที่นี้ไม่มีเครือค่ายไหนมาตั้งหรอกนะสัญญาณเลยไม่มีสักที่ ฉันทำได้เเต่ก้มหน้านิ่งเเล้วจะติดต่อคนอื่นได้อย่างไร ระหว่างที่กำลังคิดๆอยู่ นักเรียนคนหนึ่งมาสะกิดฉันป้ายชื่อติดไว้ว่า ใบตาล ฉันเงยหน้าเเล้วถามว่ามีอะไร ใบตาลบอกว่าที่นี่มันเเปลกๆห้องอื่นไปไหนกันหมด ฉันตอบตามที่ครูฝึกบอก ใบตาลก็เข้าใจก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ มีการอธิบายการเข้าค่าย นักเรียนค่อนข้างจะหงุดหงิดกันที่ห้องอาบน้ำของที่นี่ใช้ได้ตอนตี 4 เเละตอน 4 ทุ่มเท่านั้น บ้านพักของครูก็ไม่ต่างกัน บ้านพักครูมันอยู่ห่างกับนักเรียนเกินไป ฉันเลยขอนอนกับเด็กนักเรียนหญิง อาจารย์วิริยะก็นอนกับนักเรียนชาย 
เพราะมาถึงเย็นมากเเล้วเลยได้เริ่มทานอาหารเย็นกันเลย การเปิดกองเลยต้องเลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้ 
นักเรียนเดินเข้าเเถวไปตักกัน  ของคุณครูก็กินไม่ต่างนักเรียน เเต่ที่มันเเปลกก็คือ... ในจานของนักเรียนทุกคนมีหนอนเเละใบไม้เเห้งๆอยู่... ทุกคนกินมันเเต่ฉันเเทบอ้วกเเล้วตอนนั้น หัวหน้าค่ายบอกว่ามันเป็นอาหารที่คนในหมู่บ้านกินกันในช่วงนี้ ทุกคนกินกันได้หน้าตาเฉยยกเว้นฉันกับใบตาล เธอบอกว่านั้นมันหนอนขยะนะกินกันเข้าไปได้ยังไงเเต่ดูเหมืนจะไม่มีใครสนใจฟังเธอ หรือเพราะพวกเขาไม่ได้ยิน??  ใบตาลเธอเห็นฉันทำหน้าขยาดอาหารมื้อนี้เลยเดินไม่สนใจหัวหน้าค่ายหรือครูฝึก เดินมาหาฉัน พูดกับฉันว่าค่ายนี้มันมีอะไรแปลกๆเธอทั้งกรี๊ดทั้งตะโกน เเต่ไม่มีใครสนใจ ครูฝึกผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันคุ้นหน้าเธอเหลือเกินเดินมาหาฉันกับใบตาล เธอพูดด้วยเสียงเย็นๆว่า ถ้าไม่หยุดพูดเธอจะสั่งทำโทษให้ไปวิ่งรอบค่ายคนเดียว ใบตาลจึงเงียบลง อย่างน้อยฉันก็มีเพื่อนให้อุ่นใจว่าค่ายนี้มันเเปลกๆจริงๆ 
หลังจากผ่านมื้ออาหารนั่นไปก็ได้เวลาเข้าที่พัก ไม่มีใครมีความคิดที่จะอาบน้ำเพราะกว่าจะได้อาบก็ต้องรอสี่ทุ่ม ฉันบอกนักเรียนทุกคนว่าถ้าใครจะอาบให้มารอสี่ทุ่มด้วยกันกับฉัน บางคนปูที่นอนนอนเลยบางคนก็รออาบพร้อมๆกัน  ใบตาลเดินมาจับมือฉันมองหน้าฉันเธอบอกว่าไม่มีใครเชื่อเธอว่าค่าย นี้มันเเปลกๆ ฉันเพียงยิ้มเเล้วบอกใบตาลว่ามันไม่มีอะไรเดี๋ยวมะรืนเราจะกลับบ้านกัน คำพูดในตอนนั้นเหมือนฉันขุดหลุงฝังตัวเอง..

  พอถึงเวลาสี่ทุ่ม ฉันเเละเด็กๆเข้าไปในห้องอาบน้ำที่เป็นทางเดินยาว น้ำไม่มีสักหยด ฉันเปิดก๊อกน้ำ ฉันกับใบตาลกรี๊ดร้องลั่น น้ำที่ฉันเห็นมันเป็นสีเเดงคล้ายๆเลือด ตอนนั้นฉันกลัวมาก ใบตาลเองก็คงไม่ต่างจากฉัน นักเรียนคนอื่นๆสะกิดฉันก่อนจะบอกว่า อาจารย์คะเเค่ขี้ดินน่ะค่ะ ฉันลืมตาขึ้นน้ำใสเเจ๋ว ฉันกับใบตาลมองหน้ากัน เธอพูดเบาๆว่าครูเห็นเหมือนหนูใช่ไหม ฉันพยักหน้า เรารีบควักรีบอาบก่อนจะเดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้านอนกัน ฉันบอกทุกคนว่าก่อนนนอนให้สวดมนตร์ กันเราสวดมนตร์กันเสียงคงดังมากๆ มีคนมาเคาะประตูห้องพักของพวกเรา เคาะเเรงมากทุกคนวิ่งมารวมกันที่ฉันไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทุกคนเงียบ รากอดกันกลมไม่รู้ว่าใคร เเต่ประตูที่เป็นฝ้าๆเห็นเเค่เงานั่นเป็นเงาของคนผมยาวๆกำลังทั้งทุบทั้งเคาะ ทุกคนเห็นเหมือนกันยกเว้นคนที่หลับไปแล้ว คงไม่ได้นอนกันเเน่ๆถ้าเสียงเคาะเเละเงายังอยู่หน้าประตูเเบบนี้ ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังออกมา อาจารย์เบนคะนี่ครูฝึกเองค่ะ หลังจากเสียงนั้นดังขึ้น เงานั่นก็หายไปมีเพียงเงาของครูฝึกผู้หญิงเท่านั้น หรือเมื่อกี้จะเป็นเงาของครูฝึก ฉันจึงเปิดประตู พบว่าเป็นครูฝึกจริงๆ เธอยิ้มให้ฉันเเละบอกเพียงเเค่ว่ามาตรวจดูความเรียบร้อยเท่านั้น เเต่ที่น่าเเปลกคือ..ครูฝึกคนนี้เธอผมสั้น

   เช้าวันนี้เริ่มพิธีเปิดกอง อย่างจริงๆจังๆ มีกิจกรรมสอนความรู้ตามปกติเเต่มันคงดูเงียบเหงาไปซะหน่อย เพราะมีนักเรียนเเค่ 50 กว่าคน นักเรียนชายดูสีหน้าไม่ค่อยดีหลายคน พอถึงเวลาพักฉันจึงเข้าไปถามว่ามีอะไรรึเปล่า สีหน้าเเปลกๆมีนักเรียนคนนึง ดูจากป้ายชื่อ เขียนว่า มีน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นรองหัวหน้าห้อง เขาทำเสียงกระซิบบอกกับฉันว่า เราเห็นครูวิริยะตอนนอนมีเลือดออกเต็มหน้า เเถมหน้าก็ซีดขาวอย่างกับคนตาย ฉันก็ตกใจถามกลับไปว่าโกหกรึเปล่า มีนบอกว่าเราเห็นกันทุกคน  
ฉันว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ  ฉันเลยไปยืมมอไซค์ครูฝึกเพื่อจะไปซื้อของใช้จำเป็น เเต่เขาบอกฉันว่ามอไซค์ให้ใช้ได้ตอน 4 โมง ฉันเลยต้องอยู่ทำกิจกรรมในค่าย มันก็ดูปกติดีนะ ฉันพยายามหันไปมองหน้าครูวิริยะบ่อยๆเเต่ก็ไม่พบว่าจะมีเลือดหรืออะไรหรือพวกนั้นโกหก  มื้อกลางวันเป็นอาหารปกติ เเตกต่างจากเมื่อวาน ลิบลับ ใบตาลเดินมาหาฉันอีกครั้งหลังจากเก็บจานอาหาร เธอบอกว่าตอนเธอเดินไปเข้าห้องน้ำเธอเห็นเด็กที่ไม่ใช่ห้องเรานั่งร้องไห้อยู่ เธอไม่กล้าเข้าไปดูเลยกลับมาให้ฉันไปดูด้วยกัน ฉันเดินกับใบตาลไปตรงนั้นมีเพียงเเค่คุณยายอายุน่าจะมากอยู่นั่งมองวิวเขาอยู่ คงเป็นป้าเเม่ครัวที่ครูฝึกบอก ใบตาลบอกว่าเก้าอี้ที่คุณยายนั่งคือเก้าอี้ที่เธอเห็นเด็กคนนั้นร้องไห้อยู่ เสียงเราคงดังทำให้คุณยายหันมามองเราใบหน้าเหี่ยวย่นเเละริ้วรอยตามไว หันมายิ้ม เธอพูดกับเราเเต่เหมือนพูดลอยๆเสียมากกว่าว่า คืนรอบกองไฟ ฉันจะกลับบ้าน 
มันยิ่งน่าขนลุกทวีคูณเพราะเธอยิ้มเเละจ้องพวกฉัน ฉันสองคนรีบวิ่งหนี ฉันว่านี้มันไม่ใช่เเล้ว ฉันเริ่มเเน่ใจว่าค่ายนี้มันเเปลกเมื่อฉันกับใบตาลวิ่งมาที่โรงอาหารที่เรานั่งทานข้างกัน ไม่มีใครอยู่สักคน เเม้เเต่นักเรียนของเรา มีเพียงครูฝึกผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนยิ้มมองโรงอาหารอยู่ เธอหันมามองเราสองคนก่อนจะยิ้ม เป็นยิ้มที่กว้างมาก กว้างจนฉันกลัว เธอพูดว่าทำไมไม่ไปกับทุกคนทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ เธอพูดจู่ๆผมของเธอก็ยาวขึ้นใบหน้าที่ดูสาวเเปลเปลี่ยนเป็นเหี่ยวย่น เราสองคนวิ่งหนีออกมาวิ่งให้เร็วที่สุด ฉันกับใบตาลจับมือกันเเน่นตอนนี้เป็นว่าเวลาบ่ายเเต่มันมืดเร็วจนน่าตกใจ  ประตูทางออกค่ายอยู่ตรงหน้าเเต่สิ่งที่อยู่ด้วยคือ หัวหน้าค่าย บรรดาคนูฝึก เเละครูวิริยะ พวกเขายืนต้องฉันกับใบตาล นิ่ง ครูวิริยะบอกว่าเราจะไปไหนกันทำไมต้องทำหน้าตาตื่นขนาดนี้ เขาบอกให้เรากลับเข้าไปในค่าย เเต่ใครจะไปฟัง ฉันกับใบตาลผลักพวกเขาออกไป พวกเขาดึงมือใบตาลไว้เเน่นมาก ฉันตะโกนบอกครูวิริยะว่าค่ายยี้มันมีเเต่ผีมันเป็นค่ายร้างเเต่ฉันเเทบร้องไห้เเล้ว เมื่อใบหน้าของครูวิริยะมีเลือดเต็มลูกตาล่วงดังตุบ อยู่ที่เท้า ฉันพยายามดึงใบตาลให้มาด้วยกัน ถ้าเราหนีได้เราจะรีบมาช่วยคนอื่น ใบตาลผลักฉันเเล้วบอกว่าให้หนีไปแล้วมาช่วยพวกเรา ครูฝึกคนอื่นๆ เดินมาจับเเขนฉัน ฉันใช้เเรงทั้งหมดที่มี สะบัดมันออกวิ่งออกไปจากประตูค่ายเจอรถบัสของโรงเรียนจอดอยู่ ฉันทั้งร้องไห้ทั้งทุบรถให้ลุงคนขับเปิด ลุงคนขับที่ฉันคิดว่าเขานอนในรถ เขาเปิดประตูให้ฉันเขายิ้มเเล้วจ้องฉันด้วยสายตาที่น่ากลัวเขาพูดกับฉันว่ามึงจะไปไหน ตอนนั้นฉันสติเเทบกระเจิง จะวิ่งลงจากรถก็มีพวกผีบ้าเมื่อกี้ยืนอยู่ ตอนนี้ฉันเเทบหมดหนทางเเล้ว เลยตัดสินใจขึ้นไปด้านบนเปิดหน้าต่างเเล้วกะโดดลงตรงนั้น ตอนเเรกฉันมั่นใจว่ามันเป็นพื้นหญ้าเเต่พอลงมาได้ทุกพื้นที่เป็นหินทั้งหมด หัวฉันกระเเทกกับก้อนหิน จนมันเลือดซึม หัวหน้าค่ายวิ่งมาเขายิ้มเเล้วพยุงฉันขึ้น เขาพูดกับฉันว่า มึงไปไหนไม่ได้หรอก....

     ฉันไม่คิดว่าตอนนั้นตัวเองจะบ้าขนาดนี้ ฉันถีบผีนั่นเเล้ววิ่งผ่านป่า เจ็บทั้งเท้าทั้งหัวเเต่ถ้ามันทำให้ฉันหนีพ้นฉันก็จะทำ ฉันวิ่งจนมาถึงถนนใหญ่ มีรถหลายคันขับผ่าน ฉันโบกรถสักคันนึง รถเข้ามาจอด พอลดกระจกลงใจฉันเเทบสลาย ครูวิริยะ!! เขาบอกให้ฉันขึ้นรถกลับค่ายเด็กๆยังอยู่ที่นั่น เขาบอกว่าใบตาลเป็นเด็กพิเศษอย่าไปเชื่อเธอ เเต่ฉันเชื่อใจตัวเองทุกอย่างที่ฉันเห็นคือเรื่องจริง ครูวิริยะลงจากรถใบหน้าเขายังคงเหมือนเดิมกับที่หน้าค่ายเมื่อวานนี้  เขาจับเเขนฉันมือเขาเย็นมาก ฉันได้เเต่สวดมนตร์อยู่ในใจ ก่อนที่จะมีรถคันนึงบีบเเตรเสียงดังมากๆ ฉันหันไปเห็นลุงคนนึงลงมาจากรถเขากำพระมาในมือเเล้วดึงมือครูวิริยะออก เเล้วทั้งครูทั้งรถคันนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตาฉัน ชีวิตเด็กฝึกงานของฉันนี่คือเรื่องที่บ้าบิ่นเเละเหนือจริงมากเเล้ว ลุงบอกให้ฉันขึ้นรถ เขาโยนโทรศัพท์มาให้ฉัน ฉันขอบคุณเขาเเละเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังรวมถึงเด็กๆที่ยังอยู่ที่นั่น ลุงบอกว่ารีบโทรหาตำรวจเราจะไปช่วยเด็กๆกัน ฉันติดต่อทางโรงเรียนได้ พวกครูเขาบอกว่าเราตามหาทุกคนอยู่หลาย พวกเราหายไป2 เดือนเเล้ว ทฉันเลยเล่าทุกอย่างให้ครูฟังเเล้วบอกให้มาช่วยเด็กๆพวกเขาติดอยู่ ที่นั่น  คุณลุงเล่าให้ฉันฟังว่าค่ายนั้นโดนยุบไปตั้งนานเเล้วมันไม่ใช่ค่ายด้วยซ้ำ หลายปีก่อนมีครูฝึกไปอยู่ที่นั่นมีนักเรียนหลายโรงเรียนมาทำกิจกรรม เเต่ครูฝึกมีปัญหากัน ครูคนนึงไปล็อคท่อน้ำให้น้ำไหลตามเวลา ป้าเเม่ครัวเเกล้งเอาอาหารเน่าๆให้ครูต่างโรงเรียนกิน ค่ายนี้กลายเป็นค่ายมาตราฐานต่ำกว่าเกณฑ์จึงโดนยุบไป... 

    หลังจากวันนั้เราไปช่วยเด็กๆกันได้สำเร็จทุกคนนั่งรวมกลุ่มกันมีสายศิลทร์ 
พันอยู่ที่เเขนของเด็กๆทุกคนร้องไห้กัน ตาดำคล้ำ นั่งบอกลัวๆ กันทันทีมี่ฉันไปถึงทุกคนกอดฉัน มีนบอกฉันว่าพวกเขาจะตามเรากลับบ้านถ้าเราไม่อยู่ที่นี่ เขาพูดทั้งน้ำตา คุณลุงเเละตำรวจรวมถึง คณะครูเเลผอ.โรงเรียนเราพาทุกๆคนกลับบ้าน ฉันพยายามมองหาใบตาล ฉันถามทุกคนว่าใบตาลอยู่ไหน เเต่คำตอบที่ได้รับกลับมาทำเอาฉันเเทบน้องไห้ เมย์บอกว่าห้องเราไม่มีคนชื่อใบตาล.....
   

   หลังจากนั้นฉันไปเข้าวัดตัดวินใจบวชชีพรหมณ์ อยู่1 เดือน ฉันได้รู้ความจริงจากปากของคุณครูทีหลังว่า ครูวิริยะถูกรถชนเสียชีวิตตั้งเเต่ก่อนไปเข้าค่ายเเล้ว เเละคุณลุงคนขับตอนที่ตำรวจไปที่ช่วยเด็กๆเขาเจอรถบัส เเละในนั้นมีศพนั่งหลับอยู่ที่เบาะคนขับ ผลชันศูตรบอกว่า เสียชัวิตเพราะหัวใจวายเฉียยพลัน....


  เรื่องทั้งหมดนี้ฉันจะไม่ลืมมันไปชั่วชีวิต ตั้งเเต่นั้นมาทุกๆปีที่ค่ายเเห่งนั้นจะมีการทำบุญ ฉันหวังว่าพวกเขาเล่านั้นจะได้รับบุญเเละไปเกิดเสียที เเต่ ทุกๆครั้งที่ฉันไปที่นั่นกับคนอื่นๆฉันจะเจอทุกครั้ง คุณยายคนนั้นยังคงนั่งมองวิวเขาเเละยังคงยิ้มให้ฉันเสมอ เธอยังคงรอคืนรอบกองไฟอยู่เสมอตั้งเเต่ตอนนั้น เธอไม่ใช่ผีเเต่ เธออยู่ที่นี่มานาน ตอนนี้ญาติมารับคุณยายกลับไปอยู่บ้านเเต่เธอจะมาทำบุญในทุกๆปีเเละมานั่งมองวิวเขาอยู่ที่เดิม ฉันได้คุยกับคุณยายในหลายๆครั้งที่มาทำบุญ ฉันรู้ชื่อคุณยายเพราะหลานๆเรียก คุณยายใบตาล...


ผลงานอื่นๆ ของ J.Y.D

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น