[PRE ORDER] แ อ ค เ ค่ อ #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,756 Views

  • 330 Comments

  • 1,168 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,176

    Overall
    21,756

ตอนที่ 9 : Ep.8 P&P [Part 1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

Ep.8 P&P [Part 1]


“อะไรเป็นแรงจูงใจให้ตัวคุณเองทาน PrEP ในตอนแรกครับ?”
“โอเค ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่าถุงยางอนามัยไม่ได้ป้องกันทุกอย่างได้ 100% คือในทางการแพทย์แล้วไม่ว่าอะไรก็ไม่ปลอดภัย 100 %ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่น ๆ อยู่อีกมากมาย” ผมว่า เท้าชะลอแตะเบรกเมื่อเห็นไฟแดง ส่วนโชนั่งพิมพ์ก๊อกแก๊ก ๆ ไปมา
“เช่น?” เขาถาม ไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอ ส่วนผมเงียบเพราะเขาผิดกติกา
“....”
“....”
“ขอโทษ ๆ โอเค คุณถามกลับมาๆ ” เขาหันมาทำหน้าร้อนรนขอโทษผม ก่อนจะพับหน้าจอลง
“คุณนี้มัน..” ผมสบถแบบนั้น โชยิ้มเห็นเหงือกหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเกาหัวแกรก ๆ ด้วยปากกาไอแพด ผมถอนหายใจกับความบ้างานของเขาอย่างจริงจัง ก่อนจะถามคำถามกลับไป
“อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการเขียนนิยาย” พอถามจบก็พอดีกับที่สัญญาณไฟจราจรขึ้นเป็นสีเขียว ผมเหยียบคันเร่งพร้อมหมุนพวงมาลัยหักเลี้ยวไปตามทางของถนน
“อะไรยากที่สุดสำหรับการเขียนนิยายเหรอ? ....อืมมมม จริง ๆ ก็ยากทุกโพรเซสเลยคุณ ตั้งแต่กระบวนการหาไอเดียพล็อตตั้งต้นเรื่อง เปิดเรื่องแบบไหนให้คนประทับใจดี กลางเรื่องมีจุดพีคอะไรไหม ตอนจบควรจบยังไง แล้วก็ต้องมานั่งคำนวณเส้นเรื่องต่อว่าตั้งแต่ต่อแรกถึงตอบจบตัวละครแต่ละตัวมีพัฒนาการด้านมิติยังไงบ้าง
แบบ มันไม่เหมือนในละครไง นิยายของผมจะไม่มีตัวร้ายแบบกรี๊ด ๆ วิ่งตามผู้ชายอะไรทำนองนั้น พอไปถึงตอนจบคนอ่านเขาต้องเห็นถึงพัฒนาการของตัวละครไง บางอาจจะเติบโตขึ้น บางอาจจะสมบูรณ์มากขึ้น แล้วแต่สถานการณ์นั้นๆ ทั้งหมดนั้นก็ต้องคิดต่อว่าจะแบ่งเฉลี่ยยังไงให้ความยาวของนิยายไม่มากไป ไม่น้อยไป ยาวมากไปคนอ่านก็ไม่ซื้อนะ มันแพง ยาวน้อยไปทำออกมาก็ไม่ได้กำไรอีก ต้องหาบาลานซ์ครับ”
ผมพยักหน้าพอใจในคำตอบ ก่อนจะรออีกฝ่ายอ้าปากถามคำถามถัดไปในเทิร์นของตัวเอง
ถามว่าทำไมอยู่ดี ๆ เราถึงได้มาเล่นคำถามถามตอบกันแบบนี้นะเหรอ? ...
เมื่อวานนี้หลังจากผ่านพ้นวันบ้า ๆ ของผมอีกวันในชีวิต ผมตัดสินใจทำอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งแต่การไปเอากระเป๋าในรถพี่สาพร้อมบล็อกไลน์ หลังอีกฝ่ายตำหนิผมว่าไม่เตือนตอนเขาชวนไปบ้านร้างหลังนั้น ทั้งกลับห้องไปล้างเนื้อล้างตัว ก่อนจะหาของอร่อย ๆ ยัดลงท้องเป็นการปลอบใจตัวเองที่ดันไปเจอเรื่องไม่ดี ๆ เข้า
น่าแปลกประหลาดที่ผมทำตามคำขอร้องขอคนแปลกหน้าหลังจากมองเห็นสายตาคู่นั้น
หมอนั้น...คนแปลกหน้าคนนั้น เขา “แตกสลาย” และโหยหาบางสิ่งบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
น่าเสียดายที่ผมให้เขาได้แค่เพียงไออุ่นชั่วคราวจากอ้อมกอดของตัวเอง เพราะถึงที่สุดแล้ว กอดแน่นแค่ไหนสุดท้ายเราก็ต้องปล่อย มนุษย์นะ เราช่วยเหลือทุกคนไม่ได้หรอก บางครั้งแล้วเราก็ต้องหัดเรียนรู้ที่จะกอดปลอบตัวเองบ้าง
ไม่ว่าปรภพหรือมหาสมุทรที่เขา ‘จม’ อยู่จะเป็นสถานที่แบบไหน สุดท้ายแล้วผมก็ได้แต่บอกตัวเองว่าผมควรเอาตัวเองให้รอดออกจากปรภพของตัวเองก่อนก่อนที่จะไปใส่ใจคนอื่น และนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจลาจากโดยไม่มีแม้กระทั่งการทำความรู้จักหรือแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกับอีกฝ่าย
คงไม่เจอกันอีกแล้ว...ผมคิดแบบนั้น และในใจก็ภาวนาเงียบ ๆ กับตัวเองไปแบบนั้นเช่นกัน
ผมไม่พร้อมจะโอบกอดความแตกสลายของคนอื่นตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่หัวใจตัวเองก็ยังไปไหนไม่รอดนักหรอก
ผมถอนหายใจ ซ้อมลาจากโลกนี้อีกครั้งด้วยการนอนหลับก่อนจะไม่ลืมว่าพรุ่งนี้ผมยังมีนัดกับใครอีกคนที่กำลังเข้ามาอยู่ในชีวิตของผมอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เขาทำมันน่าสนใจ ผมอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วนิยายเรื่องแอคเค่อจะออกมาในรูปแบบไหน ตัวละครจะโดนดีไซน์ยังไงบ้าง และข้อมูลทั้งหมดที่ผมเล่าให้โชฟังจะมีประโยชน์กับคนอ่านมากน้อยเพียงใด และผมจะโดนตัดสินว่าเป็นคนไม่ดีไหมแค่เพราะผมมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า
แต่สุดท้ายก่อนหน้านั้นผมคงต้องบอกกับโชไว้เป็นกรณีพิเศษ....
‘เป็นแอคเค่อไม่ได้หมายความว่าจะจูบได้กับคนแปลกหน้าทุกคน’
ยกเว้นแต่จูบหน้าผากปลอบใจอีกฝ่ายที่กำลังแตกสลาย ....ถือว่าน่าจะเป็นข้อยกเว้น
ผมถอนหายใจให้ตัวเองอย่างเงียบงันเมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจตุสัมผัสทั้งหมดจะจางหายไปพร้อมความมืดแสนสงบที่เข้ามาแทนที่สติทั้งหมด....
“สวัสดี กินน้ำเต้าหู้ไหม ผมซื้อมาฝาก?”
ก่อนผมจะพบว่าตัวเอง (แหกตา) ตื่นแต่เช้าเพื่อมาเปิดประตูห้องหลังได้ยินเสียงเคาะประตู และมาเจออีกฝ่ายยืนยิ้มแฉ่งที่หน้าประตูพร้อมน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋อีกห้าตัว เหลือบมองนาฬิกาถ้าผมดูไม่ผิด คือเพิ่ง 8 โมงเช้า เหมือนผมจำได้ลาง ๆ นะว่าตัวเองนัดอีกฝ่ายไว้ตอนประมาณสาย ๆ หรือเปล่า หรือผมเกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมาถึงเปลี่ยนเวลานัดกะทันหัน?
“คุณ.....” ผมขมวดคิ้วพร้อมเรียกเขาด้วยน้ำเสียงต้องการคำตอบสำหรับการมาปลุกผมแต่เช้า
“อ้าวคุณบอกผมไม่ใช่เหรอว่าฝากปลุกด้วย?” เขาว่า วางถุงน้ำเต้าหู้ไว้บนโต๊ะ ก่อนจะทำตาปริบ ๆ ใส่ผมเป็นการถามว่าเขาผิดอะไรเหรอ?
ไอ้ฝากปลุกนั้นมันก็ใช่ แต่ไม่ได้บอกสักคำเลยนะว่าอยากให้มาปลุกถึงห้องนอนแบบนี้นะ !!!
ผมถอนหายใจกับตัวเอง ปลดปลงกับชีวิตที่อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปอีกขนานใหญ่ ๆ ตราบเท่าที่งานของเขายังไม่สำเร็จ ก็หวังว่าการโดนบุกรุกชีวิตในครั้งนี้จะคุ้มค่ากับสิ่งที่เขาได้รับและมอบให้กับสังคมต่อไป พอคิดได้ดังนั้นผมก็ลงมือทานของฝากจากคนแปลกหน้าที่ชักจะเจอหน้ากันบ่อยขึ้นทุกวัน ๆ เอามาฝาก
“รู้ไหมว่าตอนเช้า ๆ ไม่มีใครเขาอยากรับแขกนักหรอกนะ” ผมว่า พลางมองสภาพห้องที่รกหน่อย ๆ
“ผมไม่ถือ” ยังมีหน้ามาพูดอีก
“แต่ผมถือ” ผมว่ากลับพร้อมเอาหมอนมาบังส่วนสงวนที่ตื่นตัวเป็นปกติยามเช้าของผู้ชาย และเหมือนโชจะคิดได้ว่าผมกำลังเขินเรื่องอะไร สีหน้าเขาฝาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น
“ขอโทษ ผมลืมนึกว่าคุณอยู่ในวัยกำลังกินกำลังโต”
รู้แล้วยังจะมาทำเป็นพูดดี ผมคิดในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งทานเงียบ ๆ จนน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋หมดลงไป
“คุณกินข้าวมารึยัง?” ผมเปิดบทสนทนา
“จริง ๆ แล้วตอนเช้าปกติผมจะทานแค่กาแฟและขนมปังนะ” เขาว่า ผมพยักหน้างึก ๆ รับคำ ก่อนเขาจะมานั่งข้าง ๆ ที่ปลายเตียง
“คุณ”
“ว่า?”
“ง่วงเหรอ?”
ผมไม่แน่ใจว่าเพราะง่วงหรือเพราะกินของอุ่น ๆ อิ่มแล้วถึงอยากนอนต่ออีกรอบ จำได้ว่าหัวเอนไปซบกับไหล่ของโช แต่พอเห็นเขาไม่ขยับตัวหนีผมก็เลยขี้เกียจขยับตัวตาม
“คุณเหมือนโคอาล่ามาร์ชตัวโต ๆ ที่กินใบไผ่เสร็จแล้วก็ง่วงนอน” โชว่า ปลายเสียงติดหัวเราะนิด ๆ
“8 โมงเช้าถ้าเป็นคนอื่นผมด่ากระเจิงไปแล้วนะ” ผมงัวเงียตอบ เปลือกตาหนักขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ เมื่อคืนผมก็ไม่ได้นอนดึกอะไรขนาดนั้นนะ แต่ร่างกายเหมือนจะเสพติดการนอนหลับไปซะแล้ว
“ขอบคุณที่ไม่ว่าผมครับ ขอโทษที จริง ๆ ผมต้องรีบออกจากบ้านนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนบังคับ”
“บังคับ?” ผมถามทิ้งแต่สติเริ่มจางหาย ได้ยินเขาตอบกลับมาอีกสองสามประโยค แต่ผมหมดสติในการรับฟังไปหมดแล้ว
“ฝาก...ล็อกประตูห้องด้วย ผมจะรีบตื่น”
ผมเค้นเสียงตอบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหลับลงไปทั้ง ๆ ที่ซบไหล่เขาแบบนั้น
...ตัวนิ่มดีเหมือนกันนะ พ่อตัวนากเผือก


...................................................


“กูไม่ได้เข้าบริษัทวันนี้ มีเอกสารอะไรสำคัญกูส่งเข้าเมล์ให้ด้วย แล้วอันไหนเห็นสมควรตัดสินใจได้ก็ฝากเซ็นปั๊มอนุมัติไปก่อนเลย กูมั่นใจว่ามึงไม่ทำบริษัทเจ๊งแน่นอน”
“ถ้าพ่อถามหาเหรอ ...ไม่ถามหรอกมั่ง กู 26 แล้วนะคุณโต้ง”
“เออ ๆ แค่นี้ก่อนนะ ฝากบอกพ่อด้วยว่าจ้างเลขาถูกคนแล้ว ตามจิกงานยังกะพ่อไก่ตัวโต ๆ”
“ใช่ไง ถ้าไม่ใช่เพื่อนมึงมึงจะกล้าจิกกูเหรอ ไอ้ไก่โต้งเอ๊ย”
ผมสะลึมสะลือ ลืมตาตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงเหมือนโชกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน แต่จับใจความไม่ได้เพราะสติยังกลับมาไม่ครบถ้วน รู้สึกตัวอีกทีพอลืมตากว้าง ๆ อีกฝ่ายก็ส่งแก้วน้ำมาให้ดื่มเป็นการปลุกให้ตื่นไปในตัว
“ขอโทษที ผมคุยโทรศัพท์เสียงดังไปหน่อย” เขาว่า ยิ้มเห็นฟัน
“ไม่หรอก ผมตื่นเวลานี้ประจำอยู่แล้วนะ ผมนะ ไม่ว่ายังไงก็ต้องนอนเกิน 7 ชม.เสมอ ๆ ร่างกายมันฮีลตัวเองนะ” ผมว่า บอกไปตามตรงเลยว่าตัวเองใช้งานร่างกายหนักในหลาย ๆ ความหมายยังไงบ้าง โชพยักหน้าทำความเข้าใจก่อนเขาจะเปิดสมุดโน้ตแล้วมานั่งข้าง ๆ ผมอีกครั้ง
“งั้นผมขอสัมภาษณ์คุณต่อเลยได้ไหมครับ?” เขาว่า ทำตาปริบ ๆ
ผมอยากกุมขมับตัวเองแล้วร้องโว้ยยยยออกมาดัง ๆ ในสายตาของผม โชเหมือนเด็กกำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่จนบางครั้งมองข้ามอะไรหลาย ๆ อย่างไป เข้าใจว่าเรื่องพวกนี้มันอาจจะยังใหม่สำหรับเขา แต่ผมว่าเราอาจจะต้องมานั่งลิมิตกันใหม่แล้วละ ว่าเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมกับคนสองคนในหลาย ๆ บริบทดี
“1 คำถาม ต่อ 1 คำถาม” ผมว่า จ้องตาอีกฝ่าย
“คุณว่ายังไงนะ?” เขาทำหน้างง
“คุณถามผม 1 คำถาม ผมตอบ และผมจะถามคุณกลับไป 1 คำถาม และคุณต้องตอบคำถามของผม ตกลงไหม? ผมไม่คิดเงิน แต่ผมเองก็ไม่ชอบที่โดนถามฝ่ายเดียวเหมือนกัน”
ผมว่า ส่วนหนึ่งเพราะผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นนักเขียนนิยายสักเรื่องมันต้องทำอะไรบ้าง ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ชอบที่โดนถามคนเดียวเหมือนกันนั่นแหละ
“ดีล”
“ดีล”
“แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันก่อน โอเคร๊ คุณนั่งเตรียมคำถามที่คุณอยากจะถามผมไว้ แล้วเดี๋ยวผมจะหาคำถามมาถามคุณบ้าง” ผมว่า เขาพยักหน้ารับก่อนผมจะลุกไปเปิดเพลง Chivalry Is Dead พร้อมคว้าผ้าเช็ดตัวแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป
ใช้เวลาไม่นานก็อาบน้ำเสร็จ ผมเดินมาเช็ดตัวที่หน้าจก เห็นโชกำลังพิมพ์อะไรก๊อกแก็ก ๆ อยู่ตามประสาเขาไป ผมเลือกสวมเสื้อแขนสั้นสำหรับง่ายต่อการที่พี่เจ้าหน้าที่จะสามารถเจาะเลือดได้โดยง่าย พร้อมกางเกงยีนหัวเข่าขาด ๆ สีตุ่น ๆ อีกตัว รองเท้าผ้าใบสีเทา เสร็จสรรพผมก็พร้อมแล้วสำหรับการไปรับ PrEP ประจำรอบนี้
“ไปกันคุณ” ผมว่า โชทำหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่สักพักก่อนจะถามผมง่าย ๆ ว่า
“คุณขับรถเป็นใช่ไหม?”
“ก็เป็นนะ”
“งั้นมาเล่นพนันกับผมไหม?”
“...”
“ทายหัวก้อยกัน ถ้าใครทายผิดคนนั้นต้องเป็นคนขับรถสำหรับขาไป โอเคไหม?”
...และแน่นอน คนที่ไม่เคยมีโชคแบบผมนะ ยังไงก็แพ้ทางเขาเห็น ๆ
เจ้านากเผือกนี้นับวันชักจะร้ายกาจกับผมขึ้นทุกที ๆ
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน ผมพยักหน้ายอมรับคำถามของเขา อีกฝ่ายยิ้มแฉ่งเป็นตัวนากเผือกได้ขนมก่อนจะถามต่ออย่างร่าเริง
“แล้วมีปัจจัยอะไรบ้างที่คุณถึงรู้สึกว่าตัวเองถึงยังต้องกิน PrEP ทั้ง ๆ ที่ก็ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง รวมไปถึงไม่เบื่อเหรอที่ต้องกินยาทุกวันเลย” เขาถามตาใส ผมเรียบเรียงคำตอบในหัวก่อนจะตอบกลับไป
“โอเค เราต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน ก่อนอื่นคือผมไม่ใช่คนทำอะไรวู่วาม ก่อนที่จะตัดสินใจเป็นแอคเค่อผมต้องศึกษาความปลอดภัยทั้งหมดอยู่แล้ว และผมนับว่าตัวเองเป็น ‘ผู้ที่มีความเสี่ยง’ คนหนึ่งเพราะมีเพศสัมพันธ์บ่อยกว่าคนปกติทั่วไป แต่ผมเองก็ต้องการรักษาสถานภาพทางอนาคตของตัวเอง คือรักสนุกได้แต่ไม่ต้องการของแถม
การกินยาสำหรับผมแล้วนับว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง ทั้งต่อตัวเอง ทั้งต่อคนรอบข้าง ทั้งกับคู่นอนของตนเอง ทั้งต่อสังคม ผมคิดแบบนั้นเลยไม่เบื่อทุกครั้งที่จะต้องทานยาทุกวัน เพราะมันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ หากเราเลือกที่จะอยู่ในความเสี่ยงดังกล่าว PrEP จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการป้องกันความปลอดภัย คือนอกจากถุงยางแล้วเรายังมั่นใจได้ว่าต่อให้เกิดแอกซิเด้นท์อะไรเราจะยังมีเกราะป้องกันอีกชิ้นหนึ่ง”
ผมว่ายาว เว้นวรรคให้เขาจดเนื้อหา ก่อนจะแถมให้ด้วยความใจดี
“อย่างถุงยางนะ มันมีดีเทลเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้ามไป เช่นเป็นต้นว่า ถุงยางอนามัยที่แจกฟรีนะ จุดประสงค์หลักคือแจกเพื่อ ‘กันท้อง’ ไม่ใช่ ‘กันโรค’ ดังนั้นแล้วเนื้อยางมันจะหนากว่าปกติ ที่นี้พอเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋ากางเกงก็มีโอกาสจะโดนทับจนรั่ว ขาด ซึมได้ ดังนั้นถ้าจะให้ผมแนะนำก็ควรจะซื้อตอนจะใช้งานจะดีกว่า”
“อ่า แต่ว่ามันก็ออกจะ....” เขาว่า เว้นวรรคให้ผมพูดต่อ
“ใช่ มันจะไม่ทันการณ์นะสิ บางทีแข็งโด่แล้วจะให้วิ่งลงไปซื้อก็ไม่ใช่เรื่อง ดังนั้นแล้วผมว่าควรซื้อแบบเป็น กล่องเก็บไว้มากกว่ายัดใส่กระเป๋าสตางค์ น่าจะเพิ่มโอกาสให้ถุงยางยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในสถานการณ์นั้น ๆ ” ผมว่าจนจบ เขาพยักหน้าเห็นด้วย และรอให้ผมถามกลับไป
“คุณ...คิดจะเล่ายังไงเกี่ยวกับเรื่องยา PrEP ก็แบบ เอาจริง ๆ ผมยังไม่เห็นนิยายที่พูดเรื่องทำนองนี้เท่าไหร่ ผมกำลังพยายามหาคำตอบอยู่ว่าจะเล่ายังไงให้คนอ่านไม่รู้สึกว่าโดนยัดเยียดสาระมากเกินไป” ผมว่า นิ้วเคาะพวงมาลัยไปด้วย
“จริง ๆ ผมก็คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกันนะ คือคนอ่านนิยายวายนะ ต้องบอกว่ากลุ่มลูกค้าฐานหลักของเราคือผู้หญิง ถูกต้องไหม เราจะอธิบายยังไงให้พวกเขาเห็นความสำคัญของการใช้ยา PrEP สำหรับคนที่เป็นผู้ชาย ได้โดยไม่น่าเบื่อ ไม่รู้สึกเหมือนกำลังโดนยัดเยียดนะเหรอ....อื้ม ก็แบบนี้ไง” เขาเว้นวรรคพร้อมดีดนิ้ว
“แบบไหน?”
“แบบคุณกับผมไง” โชพูดต่อ พร้อมชี้ไปที่ตัวเองชี้มาทางผม
“ก็เนี้ย ที่เรานั่งคุยกัน ผมว่ามันเป็นบรรยากาศที่สบาย ๆ มากเลยนะ เราก็อาจจะเซตฉากประมาณตัวละครในเรื่องไปหาหมอพร้อมกัน หรือไปดูเรื่องการรับ PrEP ไปเลยจริง ๆ จัง ๆ ไง ในเมื่อมันเป็นสถานที่ ๆ มีอยู่จริงเราก็เล่าไปเลยสิ ว่าเรากำลังไปที่ไหน อะไรยังไง และระหว่างขับรถมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแบบไหนยังไงบ้าง เอาแบบไม่ต้องยัดลงไปตู้มเดียว ค่อย ๆ เล่าไปทีละฉาก ๆ ให้เขาเข้าใจว่า PrEP มันเป็นยาแบบไหน มันดีไม่ดียังไง คุณว่าแบบนี้คนอ่านจะเบื่อไหม?” โชกล่าวสรุปพร้อมหันมาขอคำแนะนำจากผม
“ถ้ามีฉากตัดสลับกับเรื่องยาไปด้วย ผมว่าเขาก็น่าจะไม่เบื่อหรอกมั่ง ...แต่แบบนั้นมันเหมือนผมกลายเป็นตัวเอกของเรื่องเลยสิ?”
“ก็ใช่ไง” เขาตอบกลับ ผมขมวดคิ้วก่อนจะพูดต่อ
“งั้นก็อาจจะเป็นผมในโลกคู่ขนาน ที่เกิดมาเบ้าหน้าดี เป็นเดือนมหา’ ลัย สูง หุ่นดี มีซิกแพค รวย มีรถขับ มีเมียเป็นผู้ชายแมน ๆ ที่ประกาศศักดาว่าตัวเองเป็นผู้ชายแท้ ๆ แต่พอโดนผมเสียบครั้งเดียวก็กลายเป็นคนขี้แย ติดแฟนตลอดเวลา ประมาณนั้นใช่ป่ะ?”
ผมหยอก โชนั่งหัวเราะคิกคักในความร้ายของผมก่อนจะตอบกลับมา
“คุณนี้กัดเก่งจริง ๆ เลยนะ แบบนี้ต่อไปจะมีนิยายทำนองแบบที่คุณว่าออกมาสู่ท้องตลาดไหมเนี้ย”
“ผมไม่ได้กัดนะ” ผมย้ำ ตามองถนนไปด้วย “คือผมหมายความว่าตามนั้นจริง ๆ เพราะถ้าคุณจะเขียนว่าใครสักคนเป็นแอคเค่อ นอกจากเรื่องมีเมียเป็นผู้ชายแท้ ๆ แล้วอย่างอื่นถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของบุคคลที่สามารถเป็นแอคเค่อได้ไง” ผมว่า พอเห็นเขาทำหน้างงเลยขยายความ
“เอาละ ก่อนอื่นคือคุณจะเป็นแอคเค่อได้ คุณต้องมีห้องที่ใช้สำหรับการประกอบภารกิจนึกออกไหม? แล้วคุณคิดว่าคนที่ใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้มีรูมเมทหรือแชร์ห้องกับใคร ในขณะที่ค่าหอพักแถวย่านมหาวิทยาลัยแพงขนาดนี้ต้องเป็นคนฐานะยังไง อันนี้ข้อหนึ่ง ต่อมาเรื่องเบ้าหน้า หุ่น ฐานันดร อันนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในการเลือกว่าจะนอนหรือไม่นอนกับใคร พวกนี้มันมีผลต่อการตัดสินใจ ถูกไหม อันนี้ข้อสอง
ส่วนเรื่องรถ เป็นออฟชั่นที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้าจะเป็นแอคเค่อที่ฮอตมาก ๆ ก็สมควรมีรถขับ เพราะเวลานัดกันส่วนใหญ่จะเป็นยามค่ำคืน ถ้าให้ระบุช่วงเวลาคือหลังตีหนึ่งตีสอง ออกจากผับเสร็จคนจะเริ่มมีอารมณ์อยากทั้งเป็นคนกระทำและโดนกระทำ ไอ้ครั้นจะนั่งแท็กซี่เพื่อไปซั่มอีกฝ่ายก็ดูจะเป็นการลงทุนมากเกินไป อันนี้ข้อสาม และที่สำคัญสุด แอคเค่อนะ ต้องมีเวลาในการมี SEX แล้วคนที่จะมีเวลาได้มันจะวน ๆ กับพวกที่มีคุณสมบัติข้อบน ๆ คือสำคัญสุดต้องรวย รวยมากพอจะมีเวลาว่างไปทำเรื่องแบบนี้
สรุปแล้ว แอคเค่อที่ หล่อ รวย เบ้าหน้าดี มีรถขับ เป็นคนมีฐานะ เป็นหนึ่งในไทป์ที่มีอยู่จริงและสามารถเป็นได้จริง ....คอนเฟิร์ม นี้ผมยังไม่นับนะว่าการเป็นแอคเค่อแปลว่าคุณต้องใช้ถุงยางอนามัยเยอะมากกว่าชาวบ้าน และไหนจะเจลหล่อลื่นที่ราคาแพงมาก ๆ อีก และถ้าเป็นแอคเค่อที่ขนาดน้องชายใหญ่แบบผมก็จะเสียเงินเพิ่มมากขึ้นเพราะขนาดไซซ์ถุงยาง 56 ขายแพงกว่าชาวบ้าน!!! เนี้ย เห็นไหม เป็นแอคเค่อไม่ใช่แค่โชว์ของลับของสงวนแล้วจะเป็นได้เลยนะ มันมีองค์ประกอบอีกเยอะ”
ผมกล่าวร่ายยาวพร้อมสรุป โชกะพริบตาปริบ ๆ หันมามองหน้าผม
“นี้แม้กระทั่งการนัดเยยังมีต้องมีเรื่องความสัมพันธ์ในมิติทางชนชั้นของคนในสังคมมาเป็นตัวกำหนดด้วยเหรอเนี้ย?” เขาว่าเสียงอ่อย ๆ ข้อดีอย่างหนึ่งที่ผมชอบในตัวโชคือเขาไม่โง่ และเขาเข้าใจว่าเรื่องที่ผมพูดมันสัมพันธ์กันในรูปแบบใด ผมเดาว่าพื้นเพเขาน่าจะคลุกคลีกับการเรียนรู้มิติสัมพันธ์ทางสังคมมาบ้าง ไม่สิ เขาเป็นนักเขียน เรื่องพวกนี้ก็สมควรจะรู้บ้างแหละถูกต้องแล้ว
“ถูกต้อง การจะเป็นคนที่ดูดีจนเป็นที่น่าหมายปองได้นะ มันไม่ใช่แค่เกิดมาแล้วจะเป๊ะเลยนะเว้ย มันต้องผ่านกรรมวิธีการและกระบวนการในการปรุงแต่งมากมาย เอาตั้งแต่เริ่มต้นก็มีพ่อแม่ที่ดีเป็นต้นทุนความสวยความหล่อก่อน ต่อมาก็มีการบำรุงที่ดีคือพวกสารอาหารที่ได้รับในช่วงที่ร่างกายกำลังพัฒนาการมากที่สุด ต่อมาอีกก็การดูแลตัวเอง เช่น การทาครีมกันแดด การดัดฟัน การไม่ออกแดดบ่อย ๆ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขศัลยกรรมต่าง ๆ
ต่อมาอีกก็ต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน ตั้งแต่การกินของที่มีประโยชน์แต่ราคาแพงมว๊ากกกกก ไปจนถึงของที่กินแล้วบำรุงสุขภาพ ตลอดไปจนถึงการมีเวลาในการไปออกกำลังกาย ไปเข้ายิม ไปฟิตหุ่น ทุกอย่างมีต้นทุนและราคาที่ต้องจ่ายมาตั้งแต่ต้น ถามว่าคนชนชั้นล่างมีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้เหรอครับ เอาแค่อาหารเราก็เลือกทานไม่ได้แล้วว่าจะทานอะไรไม่ทานอะไรด้วยปัจจัยจากเรื่องราคา ถูกต้องไหม? เพราะงั้นแล้ว หล่อ รวย หุ่นดี มีรถขับ เป็นคุณสมบัติพื้นฐานเลยด้วยซ้ำของการเป็นแอคเค่อที่ฮอต
และที่สำคัญ ความสัมพันธ์ของคนสองคนจะดำเนินไปได้นะ มันต้องอาศัยระยะเวลาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้ทำ ได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกันถูกไหม แล้วผมถามว่าคนที่ต้องทำงานตลอดเวลา วัน ๆ เอาแต่เรียนแล้วก็วิ่งไปทำงานแล้วก็กลับมาเรียนอีกเนี้ย จะมีโอกาสได้เป็นตัวเอกในนิยายสักเรื่องยังไงอ่ะ?”
ผมอธิบายยาวอีกรอบ ก่อนเราทั้งคู่จะพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกัน
“คนหน้าตาดีนี้...ไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ เลยเนาะ” เขาว่า ผมพยักหน้าเห็นด้วย
“คนที่มีต้นทุนที่ดีมากกว่าคนอื่นมาตั้งแต่ต้น ก้าวหน้ามากกว่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางทุนทรัพย์หรือต้นทุนทางด้านกายทรัพย์ คือผมหมายถึงมีรูปเป็นทรัพย์นะ ก็ใคร ๆ ก็ชอบแต่คนหน้าตาดี ๆ นิเนาะ แล้วพวกเขาก็ไม่ผิดอะไรด้วยที่ชอบแต่คนหน้าตาดี ๆ คนทุกคนมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่จะทำให้ตัวเองสบายใจ” ผมว่า
“แต่มากกว่าความหน้าตาดีมันก็มีอย่างอื่นนะ” โชตอบกลับ เขาพิมพ์แก็กแก็กก่อนจะหยุดพิมพ์แล้วพูดต่อ
“คุณอาจจะคิดว่าคนหน้าตาดีมีต้นทุนที่ดีกว่า ซึ่งเอาตามตรง นั่นก็เป็นเรื่องจริง ไม่ว่าสุดท้ายแล้วมันจะเกิดมาจากการฝังรากของวัฒนธรรมในการเชิดชูสิ่งสวย ๆ งาม ๆ อะไรก็ตามแต่ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่เจ๋งไม่แพ้คนหน้าตาดีกลุ่มแรก อาจจะยาก...ไม่สิ ก็ยากเลยแหละในการที่จะขึ้นมาเสมอคนหน้าตาดีได้โดยที่ตัวคุณอาจจะไม่ได้มีหน้าตาที่เทียบเท่า แต่สุดท้ายแล้วถ้าคุณทำได้มันก็ตีแต้มโต้คืนได้นะ และไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่ คุณเป็นคนที่มีคุณสมบัติแบบนั้นนะครับทีเร็กซ์” โชพูดก่อนเขาจะหันมามองหน้าผม
“ผมอ่ะนะมีคุณสมบัติอะไรแบบนั้น?” ผมว่า หัวเราะแห้ง ๆ ติดตลกเพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนประเภทแบบที่โชว่า
“คุณ ผมจะบอกอะไรให้อย่างนะ คุณถ่อมตัวได้ แต่อย่ามองข้ามตัวเอง สปอตไลต์นะมันเลือกคนส่อง ในขณะที่บางคนพยายามแทบตายเพื่อให้ตัวเองได้ไปอยู่ท่ามกลางของแสงสว่าง แต่มันจะมีคนบางแบบที่มีสปอตไลต์ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด และคุณเป็นคนจำพวกที่ผมว่า ...คุณเป็นที่รักของแสงสว่างนะ รู้ตัวไหม”
เขาว่า แต่ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด
“คุณเป็นคนพิเศษ พิเศษในตัวคุณเองโดยไม่ต้องปรุงแต่ง คุณดึงดูดคนอื่นได้ด้วยทั้งหมดภายในตัวคุณ เวลามองคุณนะ ผมจะไม่เกิดคำถามอะไรเลยกับสิ่งที่เป็นรูปลักษณ์ภายนอกของคุณ คุณทำให้ผมมองข้ามไปเลยว่าคุณเป็นคนหน้าตาแบบไหน แต่ผมจะเกิดคำถามกับตัวเองตลอดเวลามากกว่า คุณโตมาแบบไหน ผ่านประสบการณ์ชีวิตแบบใดมา ทำไมคุณถึงได้หลุดออกมาจากกรอบเดิม ๆ ได้ทั้ง ๆ ที่ตัวคุณเองก็พูดเสมอว่ามันยากที่จะหลุดพ้นจากกรอบตรงนั้นออกมา
คุณไม่ได้มีแนวความคิดแบบคนชนชั้นล่างหรือชนชั้นกลาง คุณไปไกลมากถึงขนาดมองเห็นว่าสิ่งที่ตัวเองทำนะมันส่งผลกระทบยังไงต่อคนรอบข้างและสังคม มันเป็นแนวคิดของกลุ่มคนที่ ‘มีมากพอแล้วจึงสามารถแบ่งปันไปให้คนอื่นได้’ ต่างหาก รู้ไหมว่าเวลาคุยกับคุณ ผมต้องมานั่งลุ้นตลอดเลยว่าคุณกำลังจะพูดอะไรออกมาอีก ทัศนคติที่เป็นบวกแบบเป็นกลางโดยละทิ้งอคติทั้งด้านบวกและด้านลบเป็นสิ่งที่ผมโคตรชอบในตัวคุณเอง”
“....”
ผมเงียบกริบ ขับรถไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก เขาพิมพ์ก๊อกแกรกอีกนิดหน่อยถึงค่อยหันมายิ้มหวานให้กับผมแล้วพูดต่อ
“ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่ ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน คุณรู้ไหมว่าผมละสายตาไปจากคุณไม่ได้เลย....”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #242 BamTTP (@thitaporn-bam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 18:07
    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมานะคะ ได้เห็นมุมมองใหม่ๆและมุมมองที่เราก็คิดเหมือนกันแต่ไม่ค่อยมีคนสนใจเลย55555
    #242
    0
  2. #192 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:56
    คุณพ่อแมวพุงโตเป็นคนที่มุมมองชีวิตดีมากๆเลยค่ะ อ่านนิยายของคุณแล้วเหมือนได้มุมมองใหม่เลยค่ะ มุมมองของคุณที่สื่อมาผ่านตัวละคร คำพูดและการกระทำมันดีมากๆเลยฮืออ จะสนับสนุนนะคะะ
    #192
    0
  3. #170 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 21:12
    ชอบจังที่บอกลงครบ100% ลงอย่างละ30%50%เนี่ย บางทีมันก็ทำให้อารมณ์ไม่ต่อกันจริงๆนั่นแหละ ขอบคุณนะคะะ
    #170
    0
  4. วันที่ 2 กันยายน 2561 / 14:44
    ถ้าพ่อแมวจะเปิดพรี ไม่อยากให้เปิดพรีช่วงเดือน ตุลา,พฤศจิกา,มิถุนา,เมษา นะคะ ไม่ใช่อะไรหรอก ปิดเทอม T-T เค้าเก็บค่าขนมไม่ได้
    #108
    1
    • #108-1 chunkydadcat (@chunkydadcat) (จากตอนที่ 9)
      2 กันยายน 2561 / 19:49
      ฮ่าาา ต้องเริ่มหยอดค่าขนมตั้งแต่ตอนนี้ถึงวันนั้นแล้วละครับ 5555555 เก็บไว้นิ่ม ๆ วันละ 20 บาท สะสมให้ได้สัก 750 บาท น่าจะไม่ขาดไม่เกินแล้วครับ ฮ่าาาา
      #108-1
  5. #101 pinnsama -w- (@ijiyopinn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 08:48
    พ่อแมวพุงโต เราตามเรื่องนี้มาจากทวิตเตอร์ มันเป็นเรื่องที่เปิดมิตินิยายเรามากนะ ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาให้เราๆอ่านกัน เรื่องแบบนี้น่าจะเขียนยากจริงๆอย่างที่พ่อนากเผือกว่า พ่อแมวสู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้ ❤
    #101
    0
  6. #100 The Airport (@The-Airport) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 19:25
    รอค้าบบบ
    #100
    0
  7. #99 _WhiteWinter_ (@panitporn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 00:37

    นี่ถ้าโชไม่ได้บอกว่ามาสัมภาษณ์งาน จะนึกว่ามาเนียนจีบ555

    #99
    0
  8. #98 ptmpss (@patamapornsrisen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 00:23
    เราชอบความเรียลลลลล และมุมมองของตัวเอกมากเลยยยย
    #98
    0
  9. #97 pleple779205 (@pleple779205) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 23:41
    แงงง รอนะคะะะ
    #97
    0
  10. #96 aliankuma (@pandarapimsky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 22:55
    โชนี่แกไม่ได้มาเก็บข้อมูลละ แกมาจีบบบบบบ ว้อยยยย
    #96
    0
  11. #95 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 22:41
    เราว่าทำเป็น 2 เล่มเลยก็ได้นะคะ หรือจะใช้เล่มเดียวหนาๆเลยก็ได้ ให้ฟีลตำราเรียน 555555 ชอบมากเลยค่ะ หายากมากที่จะเจอคนเขียนนิยายเเล้วสอดเเทรกเรื่องเเบบนี้ได้ไหลลื่นมาก รู้สึกดีที้ได้มาเจอ เเละไม่รู้สึกผิดที่เลือกอ่านเรื่องนี้ตอนเเจ้งเตือนว่าอัพก่อนที่จะอ่านหนังสือเรียนเลย ค่ะ 55555 ที่โชอธิบายว่านิยายมันยากยังไง ตอนนี้เราสัมผัสได้เเล้วค่ะ อ่านไปก็รู้เลยว่าพ่อเเมวตั้งใจมาก สู้ๆนะคะ
    #95
    0
  12. #94 Osanana Blue (@shineekey-ff) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 22:25
    แทรกสาระได้ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ อ่านเพลินๆ เดาพระเอกหรือนายเอกอีกคน ไม่ออกงะ
    #94
    0
  13. #93 FREE__SNOW (@FREE__SNOW) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 22:00
    รักเหมือนกันค่ะสู้ๆนะคะ เราเก็บตังรอรวมเล่มแล้วเนี้ยตื่นเต้นอยากเห็นปกมากๆเลยค่ะ=////=
    #93
    0