[PRE ORDER] แ อ ค เ ค่ อ #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,430 Views

  • 319 Comments

  • 1,173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    850

    Overall
    21,430

ตอนที่ 6 : Ep.6 เตลิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    27 ธ.ค. 61

Ep.6 เตลิด


คุณเคยแหวกว่ายสายน้ำราวกับว่าตัวเองเป็นปลาตัวหนึ่งไหม?
....มากกว่าการดำดิ่งลงไปในน้ำ ลึกลงไปในระดับที่คุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นสิ่งที่ผิดแผกและแปลกประหลาดไปจากสภาพแวดล้อมปัจจุบัน แค่จะขยับตัวไปทางไหนก็เห็นระลอกละลิ่วของน้ำพลิ้วไหวเป็นคลื่นเบา ๆ ทุกครั้งที่ขยับร่างกาย
เย็นเฉียบไปทั้งตัว ไม่สามารถใช้คำว่าเปียก เพราะทั่วทุกอณูของร่างกายสัมผัสกับน้ำตลอดเวลา คุณไม่รู้สึกว่าในร่างกายของตัวเองมีอะไรอบอุ่นอีกเลย
กระทั่งหัวใจของคุณก็ยังเย็นเฉียบไปตามกระแสน้ำที่ไหลวนอยู่รอบ ๆ ร่างกาย
มืดสนิทจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น กระทั่งฝ่ามือของคุณยังมองเห็นเส้นลายมือได้อย่างเลือนราง แค่จะลืมตายังทำได้อย่างยากลำบาก ขยับตัวได้ไม่เท่าไหร่คุณก็เจอกับกรงยักษ์ขนาดมหึมาที่กักขังตัวคุณเอง ทั้งกรีดร้อง ทั้งตะโกนออกไปจนสุดเสียง แต่สัมผัสรับที่ตอบกลับมาคือความเงียบงัน ฟองอากาศที่ผลิตออกมาจากปอดฟองแล้วฟองเล่า ลอยขึ้นไปด้านบนเหนือศีรษะและไม่กลับออกมาอีก
ผมทรุดตัวลงตรงนั้น
ผมมองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว
...ราวกับเป็นแค่เศษซากของอะไรสักอย่าง ผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าหัวใจของผมยังเต้นอยู่รึเปล่า
“.....ท..”
เสียงเบาราวกับกระซิบ แต่ดังก้องกึกก้องขึ้นมาในหัวราวกับออกมาจากลำโพงยักษ์ ผมสะดุ้งตัวมองไปรอบ ๆ พยายามค้นหาต้นตอของเสียงดังกล่าว
ไม่เห็น ไม่มีแม้ร่องรอยหรือคำอธิบายด้วยซ้ำว่ามันมาจากไหน
“.....ทร....”
ผมหันซ้ายหันขวาหาต้นเสียงที่ดังขึ้นอีกครั้ง แม้กระทั่งอยู่ใต้ท้องมหาสมุทร ผมยังสัมผัสได้ถึงเหงื่อของตัวเองที่ไหลออกมาจากขมับ
แสงสว่างเล็ก ๆ ถูกจุดขึ้นอยู่บริเวณมุมหนึ่งของ “ข้างนอก” กรงยักษ์ที่ขังผมเอาไว้ สองขาเดินตามราวหิงห้อยต้องแสงจันทร์ แม้จะเป็นแสงสว่างที่เล็กขนาดไหน แต่กับท้องทะเลที่ไร้แสงสว่าง มันมีค่าไม่ต่างอะไรจากพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาโปรดโลก ผมพยายามส่งเสียงตอบกลับ แต่ไม่มีการสั่นไหวใด ๆ สามารถนำพาเสียงของผมไปถึงเป้าหมายได้
“ทรอ......”
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมแสงสว่างที่เจิดจ้ามากจนบดบังสายตาของผมไว้ ผมยกมือขึ้นมาบังตาจากแสงสว่างดังกล่าว รู้ตัวอีกทีก็มายืนชิดอยู่ริมลูกกรง ความอบอุ่นบางอย่างแล่นเข้ามาสัมผัสที่ไหล่ทั้งสองข้าง แสงสว่างเบาบางลงจนผมมองเห็นคนที่ยืนอยู่อีกด้านของกรงขัง ‘เขา’ ยืมยิ้มให้ผมก่อนจะส่งเสียทักทายเหมือนที่ผ่าน ๆ มา
“ทรอย”
“เชี้ย!!!”
ผมหวีดร้อง สะดุ้งตื่นขึ้นมาเต็มเสียงลุกขึ้นยันตัว ก่อนสติจะกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว พอมองไปรอบ ๆ แล้วเจอเจ้าแฮมนอนหลับอยู่ข้าง ๆ ถึงพึ่งระลึกได้ว่าตัวเองเพิ่งตื่นจากฝันร้ายเมื่อชั่วครู่
ผมสูดลมหายใจเข้าปอดและหายใจออกอย่างช้า ๆ เป็นจังหวะคงที่เพื่อปรับระดับความตื่นเต้น บอกตัวเองเอาไว้ว่าเมื่อกี้มันเป็นแค่ฝัน ผมแค่ฝันร้าย ตอนนี้ผมตื่นนอนแล้ว และก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องปลุกเจ้าเด็กน้อยที่นอนข้าง ๆ ให้ตื่นนอนขึ้นมาด้วย
หลังจากเมื่อวานที่ผมไปส่งโชขึ้นรถเสร็จ พอกลับขึ้นมาก็พบว่าเจ้าแฮมยังนั่งคุยต่อไปเรื่อย ๆ กับน้าเอก ความไม่อยากรบกวน ผมจึงออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงจนกระทั่งเจ้าแฮมมาคืนโทรศัพท์ให้กับผมนั่นแหละ เรานั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างที่ไม่ได้เจอกันเลยเพราะต่างคนต่างยุ่งมาก ๆ เจ้าแฮมเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของสองแฝดและการผจญภัยโชคหล่นทับของหนึ่งโต บางเรื่องผมก็ขำ บางเรื่องผมก็เศร้าตาม ก็ทำได้แค่แนะนำไปตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นมา
“น้องแฮมครับ ตื่นเร็ว” ผมว่า หลังนาฬิกาปลุกดังขึ้นบอกเวลา เพราะต้องส่งเจ้าเด็กนี้นั่งรถตู้กลับไปยังเส้นบีทีเอสให้ทันเวลาเข้าเรียน ทำให้ต้องตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพการจราจรที่ติดขัดตั้งแต่เช้า เจ้าแฮมงัวเงียยันตัวขึ้นมานั่ง ก่อนจะหงายตัวล้มลงไปนอนอีกครั้ง เล่นเอาผมต้องเปลืองพลังงานไปหลายก๊อกกว่าจะไล่เจ้าตัวแสบไปอาบน้ำได้
แม้จะมี sex ได้กับคนแปลกหน้า แต่ free sex ของผมก็ยังคงมี zone ที่ไม่ใช่ว่าใครจะข้ามเส้นมาก็ข้ามได้ เช่น ถ้าเรารู้จักกันในโลกของความเป็นจริง ในฐานะพี่น้องพ้องเพื่อนแบบเจ้าแฮม ผมจะไม่ล่วงเกินอีกฝ่ายแม้แต่ก้าวเดียวเพื่อรักษาสัมพันธภาพอันเดิมให้คงอยู่ต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยได้เพื่อน..หรือความสัมพันธ์บางอย่างที่มากกว่าเพื่อนจากจุดเริ่มต้นแบบนี้หรอกนะครับ ผมไม่มีปัญหากับจุดเริ่มต้นอะไรทั้งนั้น ต่อให้เริ่มต้นจาก sex ....ถ้าคนมันจะใช่ มันก็ใช่ ในทางกลับกัน ต่อให้เราเริ่มต้นกันด้วยรูปแบบอื่น ๆ ถ้ามันไม่ใช่ ให้รั้งเขาไว้ยังไงก็ทำไม่ได้
โลกใบนี้ ทุกอย่างไม่ได้สมหวังไปเสียหมดอย่างที่เราคิด ดังนั้นแล้วเราก็ทำได้แค่ประคับประคองบางสิ่งบางอย่างที่เราพอจะทำได้ การไม่เปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์มันเริ่มต้นขึ้น ผมว่าบางครั้งมันก็ดีต่อหัวใจของคนเราในอีกรูปแบบหนึ่ง
ต้องเริ่มจากการรักตัวเองให้เป็น เราจึงจะมีหัวใจที่ส่งมอบให้กับผู้อื่นได้
ผมส่ายหน้าไปมา ไล่ความคิดทั้งหมดออกไปด้วยการเดินออกไปสูดอากาศยามเช้าที่ระเบียง เสียงนกเสียงกาแว่วดังมาแต่ไกล เสียงหยดน้ำกระทบพื้นกระเบื้องห้องน้ำดังออกมาแว่ว ๆ ก่อนจะเงียบลงเมื่อเจ้าตัวเล็กเดินออกมาแต่งตัวพร้อมฮัมเพลงไปมา
“จะไม่ให้พี่ไปด้วยจริง ๆ เหรอ?” ผมว่า เมื่อคืนหลังจากคุยกันไป ๆ มา ๆ เจ้าแฮมเลือกที่จะไปตรวจเลือดซ้ำอีกครั้งพร้อมครอบครัว
“ครับพี่ ผมตั้งใจแล้วว่าจะบอกครอบครัวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นแล้ว เราทำได้แค่ยอมรับสภาพผลจากการกระทำของเรา ส่วนเรื่องที่พี่ขอผม...ผมขอเวลาอีกนิด ผมสัญญา ผมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังแน่นอน”
เจ้าแฮมตอบกลับเสียงหนักแน่น แววตาของน้องแฮม เดือนค่ายของคณะผมกลับมาสดใสอีกครั้ง ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้จะมีความไม่มั่นใจเจือปนในแววตา แต่อย่างน้อยผมสัมผัสได้ว่าน้องเองก็โตขึ้นไปโดยที่เขาอาจจะไม่รู้สึกตัวในอีกก้าวใหญ่ ๆ ของชีวิต
ไม่มีอุปสรรค ชีวิตก็ไร้ความหมาย ต่อให้เราไม่อยากจะยอมรับ แต่รสชาติของหยาดน้ำตา จดจำได้ยาวนานมากกว่าความสุขจริง ๆ หากให้เขียนระหว่างความสุขและความทุกข์ น่าแปลกประหลาดที่คนส่วนใหญ่หรือแม้แต่ผม จับปลายปากกาเล่าเรื่องของเสียงร้องไห้ได้ง่ายกว่าเสียงหัวเราะ
หลังแต่งตัวเสร็จ ผมพาเจ้าแฮมไปส่งที่ท่ารถตู้ พร้อมทั้งโอบกอดเขาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง
“กลับบ้านดี ๆ นะครับแฮม” ผมลูบหัวเขาอีกครั้ง ก่อนเจ้าตัวจะยกมือไหว้ผมแล้วก้าวขึ้นรถไป
ผมหวังว่าทั้งเขาและผม เราจะได้ฟังข่าวดีอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้.....
“สัส เนี้ย พอมาถึงหน้างานแม่งก็บอกกูเว้ย ‘โหพี่ ผมไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ ขอภายนอกแล้วกันนะครับ’ กูแบบ อีเวร ไหนที่มึงเคลมนักเคลมหนาว่าตัวเองเป็นรับตัวท็อป แค่ใส่ถุงยางไซซ์ 56 ยังกลัวแหกเลย โคตรป๊อดสัส ๆ” เจ้ามาร์ว่า พร้อมส่ายหน้าไปมาด้วยความหัวเสีย แล้วกระดกกาแฟขึ้นจิบ
....ขอบคุณมึงมาก ๆ นะครับเพื่อนรัก ที่เริ่มต้นเช้าวันใหม่ในมหา’ ลัยของกูด้วยการเล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้
“แหมมึง เด็ก ๆ ก็แบบนี้ป่ะวะ ปากกล้าใจป๊อด กูนึกว่ามึงชินแล้วนะเรื่องคนรีเจกภายในเพราะขนาดน้องมึงเนี้ย” ไอ้ส้มเพื่อนกะเทยในกลุ่มกล่าว เจ้ามาร์ย่นจมูก พร้อมนั่งไขว่ห้างโดยไม่ได้แคร์สักนิดว่าตัวเองครอง Top position
“ก็กูไม่ชอบอ่ะส้ม คือกูอ่ะจริงจังไง เตือนก็เตือนแล้ว ตอนเตือนก็มาหัวเราะกู คงคิดว่ากูโม้ไง เป็นไง เจอพญามังกรสะบัดธงชัยที วิ่งหนีกระเจิง” เจ้ามาร์พูดไปพร้อมไขว่ห้างไป ผมกับเพื่อนในกลุ่มหัวเราะ แม้จะบ่นด้วยอารมณ์ร้าย แต่เราทุกคนต่างรู้ว่าเจ้าของมังกรเก้านิ้วค่อนข้างชินชาไปเสียแล้วกับการโดนบอกปัดเพราะอาวุธที่ใหญ่เกินไป
ก็ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจหัวอกเจ้ามาร์นะ ผมเองก็มีบ้างเหมือนกันในบางครั้งที่โดนปฏิเสธเพราะขนาดที่ใหญ่กว่าไซซ์ค่าเฉลี่ยของเพื่อนร่วมชาติ แต่ทำไงได้ครับ ไม่เป็นคนที่มายืนตรงจุดนี้ก็คงไม่เข้าใจ มันไม่ใช่การโอ้อวดอะไรเลย แต่มันเป็นเรื่องของความพอดีในความพอใจของตัวแต่ละบุคคลล้วน ๆ
คนเล็ก ๆ อยากใหญ่ คนใหญ่ ๆ ก็อยากกลับไปไซซ์กลาง ๆ ครับ บางครั้งมนุษย์ก็แบบนั้นแหละ หาความพอดีไม่ค่อยเจอ
“ว่าแต่ส้ม เจ้าน้องหนูใส่แว่นในสตอรี่ไอจีที่แกควงไปดูหนังด้วยคือใครจ๊ะ?” ทิพย์พูดขึ้นมา อ้าว new topic ก็มาว่ะ ตอนนี้เพื่อนทั้งกลุ่มหันไปมองเจ้าส้มคนสวยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และแน่นอน นางเล่นตัวจนถึงที่สุดด้วยการนั่งไขว่ห้างเลียนแบบไอ้มาร์ พร้อมจิ๊บกาแฟแล้วดัดเสียงสองตอบ
“ก็ดู ๆ กันอยู่อ่ะค่ะซิส” นางว่าพร้อมเอียงคอยิ้มมุมปาก เพื่อนทั้งกลุ่มรุมปาทิชชู่ที่พันมากับแก้วเครื่องดื่มใส่มันเป็นการแก้เลี่ยน
“อีเวร เปลี่ยนแฟนมากี่คนแล้ววะ ว่าแต่..ได้ยัง?” ไอ้มาร์เบะปากตอนต้น ก่อนจะทำหน้าตาหื่นกามในท้ายประโยค ส่วนเจ้าส้มไม่ตอบอะไร แค่ยิ้มมุมปากและส่ายหน้าเล็กน้อย เป็นอันว่ากูไม่บอกค่ะซิส โอเคร๊? จนโดนเจ้ามาร์ปาทิชชู่ใช้แล้วใส่ไปอีกครั้งข้อหาได้กินเด็กกางเกงน้ำเงิน (อีกแล้ว)
“ว่าแต่มึงเหอะที เป็นไงบ้าง?” พลอย เพื่อนผู้หญิงในกลุ่มถามขึ้น ก่อนสายตาทุกคอจะหันมาโฟกัสผม
“โอเคเรื่องไหนวะ? ก็ไม่มีอะไรไม่โอเคนิ ฮ่า ๆ ” ผมหัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมขยับแว่นตาและยักคิ้วให้พวกมันทั้งโต๊ะกลม
“ก็ถ้ามึงโอเค พวกกูก็โอเค แต่ถ้ามีอะไรไม่โอเค..บอกพวกกูนะ โอเคร๊” ทิพย์ว่า ผมพยักหน้าอย่างหนักแน่น ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ผมคอลหาพวกมันไม่มีเกรงใจอยู่แล้วครับ
บรรดาเพื่อน ๆ พากันส่ายหน้าเอือมกับความดื้อของผม ก่อนทิพย์จะช่วยเปลี่ยนท็อปปิคอีกรอบเมื่อเห็นว่าผมไม่พูดอะไรต่อ
“ว่าแต่วันเกิดพี่โต้ง วันอาทิตย์ที่จะถึงพวกมึงจะไปกันป่ะเนี้ย?” ทิพย์ถามขึ้น ทุกคนพยักหน้าขึ้นลงยกเว้นผม
พี่โต้งเป็นรุ่นพี่ในเอกของเราท่านหนึ่งที่นับว่ามีบุญคุณกับพวกเราหลากหลายประการ อีกทั้งเป็นคนแรก ๆ ด้วยซ้ำมั้งที่เสนอให้ผมเรียนแบบโครงการเด็กทุนพิเศษเพื่อจบภายในสามปีครึ่งก่อนเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ด้วยเงื่อนไขในชีวิตบางอย่างที่พ่วงเข้ามาของผม
“กูติดทำงานว่ะ” แม้จะน่าเสียดาย แต่หน้าที่ความรับผิดชอบต้องมาก่อน
เสียงโห่ดังขึ้นมาเป็นทิวแถว ผมส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับอาการแสนงอนของพวกมัน
“มึงจะอินโทรเวิร์ดเกินไปแล้วสัสที ไม่รู้ละ กูงอนจริงจัง มึงเลิกงานกี่โมง เอาชุดไปเปลี่ยนก็ได้ เดี๋ยวกูขับรถไปรับที่ห้าง” ดาวตก เพื่อนในกลุ่มอีกคนใช้ไม้ตายที่ทำให้ผมคิดหนัก สุดท้ายหลังโดนทุกคนจ้องหน้าผมก็พยักหน้าขึ้นลงอย่างขัดเสียไม่ได้
“เย้ ลากเจ้าไดโนเสาร์ออกถ้ำได้แล้วโว้ย ฉลอง” มาร์ว่า ยกแก้วกาแฟขึ้นมาชน พร้อมปรบมือด้วยจริตจะกร้านที่ทำให้ผมอยากประเคนเท้าใส่บันท้ายมัน ....มึงช่วยรักษาภาพพจน์ของคนเป็นรุกสักนิดก็ยังดีเถอะ กูไหว้ละพ่อคุณเอ๊ย!! เนี้ย ผมถึงได้บอกไงว่าลักษณะภายมันบอกอะไรไม่ได้เลยเกี่ยวกับสถานะบนเตียงนอน
“โอเค งั้นตามนั้นนะ ดาวตกไปรับไอ้ทีที่ห้างหลังมันเลิกงาน ส่วนพวกกูจะล่วงหน้าไปก่อน เคไหม?” ส้มสรุปอีกครั้ง ทุกคนพยักหน้าขึ้นลง ก่อนเจ้ามาร์จะปรบมือเบา ๆ ชวนขึ้นตึก
“ป่ะมึง ขึ้นห้องกัน กูอยากไปเจอพ่อนิติยอดรักของกูแล้ว รักจังเลยเวลาเรียนเซคใหญ่กับพวกนิติเนี้ย...”
“มีคนไหนบ้างที่มึงไม่รักวะ?” อดไม่ได้ที่จะแซวมัน เจ้าตัวหันขวับมาทำตาขวางใส่ผม ก่อนจะเบ้ปากแล้วบ่นพึมพำ
“เห็นว่ารอบนี้หนักหรอกนะ จะไม่เอาคืนก็ได้” มันว่า ก่อนจะแลบลิ้นให้กับผม
แม้มาร์จะเป็นคนนิสัยดูเหมือนเด็ก แต่ช่วงหนึ่งในชีวิตของผมก็ดีขึ้นมาได้เพราะได้มันช่วยเหลือเหมือนกัน มาร์เป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก มากจนมันต้องพยายามลดทอนความสามารถนั้นลงด้วยการทำตัวปัญญาอ่อน และเรื่องนั้นมีแต่พวกเราที่เป็นเพื่อนมันจริง ๆ เท่านั้นที่รับรู้ทุก ๆ สาเหตุที่เกิดขึ้น นั้นเป็นสิ่งที่ผมเคารพในตัวเพื่อนคนนี้และรักมันมาตลอดในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง
เราเดินกันเป็นกลุ่มเดินขึ้นบันไดวน ก่อนที่ไลน์ของผมจะเด้งข้อความเข้ามาสองข้อความในเวลาไล่เลี่ยกัน
‘ทาโร่ครับ วันนี้เลิกคลาสกี่โมง? ให้พี่ไปรับไหม พอดีวันนี้พี่หยุดนะครับ’
‘ผมไปเสิร์ชข้อมูลมาเมื่อคืน เรื่องยาเพร็บน่าสนใจมาก ๆ เลยนะ อยากให้ถึงพฤไว ๆ จังเลย’
ข้อความแรกมาจากรุ่นพี่สจ๊วตคนหนึ่งที่รู้จักกับผม ส่วนอีกคน ก็ผู้ชายที่เพิ่งจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตผมได้ไม่นาน และก็อาจจะมีบทบาทในชีวิตผมไปอีกนาน ดูจากปริมาณข้อมูลทั้งเปเปอร์และเรฟเฟอร์เร้นท์อีกเป็นกะตั๊กที่เขาส่งมาให้ผมดูเพื่อถามตอบเรื่องเพร็บก็น่าจะพออนุมานได้ว่าผมควรจะไว้วางใจให้เขารับรู้ทุกเรื่องของเพร็บเพื่อเอาไปขยายต่อจริง ๆ นั่นแหละ
ผมตอบกลับเวลาเลิกเรียนให้กับพี่สา ก่อนจะไลน์ไปกดอ่านข้อความของโช พร้อมกับนึกไปด้วยว่าควรจะตอบอะไรกลับไปดี
‘สู้ ๆ นะครับ ข้อมูลเยอะหน่อย แต่ผลงานที่ดีก็มาจากการคัดกรองหลายสิ่งกลั่นออกมานะครับ’
น่าจะเป็นการให้กำลังใจที่สุภาพและไม่รุกล้ำอีกฝ่ายมากเกินไป ผมคิดแบบนั้นนะ
ข้อความของผมขึ้น read ในไม่กี่วินาทีต่อมา ก่อนอีกฝ่ายจะพิมพ์กลับมาเช่นกัน
‘คุณก็ตั้งใจเรียนละ วันพฤ หลังเสร็จเรื่องเพร็บ ผมจะพาคุณไปทานข้าวนะ’
ผมตาโตนิดหน่อย เพราะไม่ได้อยู่ในกำหนดการที่คุยกันไว้ ในขณะที่กำลังคิดว่าจะพิมพ์อะไรตอบกลับไปดี สุดท้ายก็ทำได้แค่ส่งสติกเกอร์ยกนิ้วโป้งเป็นเชิงตกลงไปให้กับเขา
ก็คงอยากคุยเรื่องงานต่อละมั้ง?
“สวัสดีครับเฮีย” ผมยกมือไหว้หลังก้าวขึ้นรถเบนซ์และปิดประตูเสร็จ
“สวัสดีปลาเส้น เป็นไงบ้าง สบายดีไหมครับ?” สารถีจำเป็นสำหรับวันนี้ถาม ก่อนจะสตาร์ทรถและขับวนออกไปตามทางที่มหาวิทยาลัยทำเส้นทางเอาไว้ ผมพยักหน้าขึ้นลงก่อนอีกฝ่ายจะเอามือมาวางไว้ที่ตักของผมเป็นเชิงขออนุญาต
“คิดถึงจัง” เขาว่า มือลูบไล้ไปตามซิปกางเกงสแลคของผมทีละนิ้ว ๆ จนทีเร็กซ์เริ่มไม่เล็กและขยายตัวด้วยความแออัด ปกติผมเองก็เป็นคนตื่นง่ายอยู่แล้ว ยิ่งบนรถแบบนี้ยิ่งเป็นไปได้ยากที่ผมจะทำสมาธิให้สงบนิ่งได้
“ไปหิวมาจากไหนเนี้ยพี่?” ผมแซว พี่สาไม่พูดอะไรแต่ยังเอามือบังคับทั้งคันรถและคันโยกส่วนตัวของผม ก่อนจะเอามือรูดซิปเปิดอ้าแล้วควักดาบซามูไรคู่กายของผมออกมาเล่น
“วันนี้อยากลองขับรถเองไหม?” เขาถาม
ไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร
ผมไม่ปฏิเสธรีเควสที่พี่สาว่ามา เห็นแบบนั้นเจ้าตัวจึงขับรถไปจอดข้างทาง ก่อนที่เราจะสลับที่นั่งกันโดยไม่เสียจังหวะ แค่ทุลักทุเลนิดหน่อยตอนผู้ชายตัวโต ๆ สองคนปีนป่ายข้ามตัวกันไปมา ผมมานั่งประจำที่คนขับก่อนกางเกงของผมจะโดนรูดลงไปกองกับพื้นรถ เหลือเพียงแค่กางเกงชั้นในที่คาเอาไว้ตรงหัวเข่า
“ไปไหนดีครับ?” ผมถาม พี่สายักคิ้วก่อนจะตอบกลับมา
“ไปบ้านร้างดีมะ?” เขาว่า ผมร้องอ่าออกมา
ก็ไม่ใช่ไม่เคยไปหรอกนะ แต่จริง ๆ ผมไม่ใช่สายเอ้าดอร์ซะเท่าไหร่นะสิ ไอ้ให้ไปก็ไปได้ แต่คงต้องถอดเนกไทที่มีตรานศ.ออกก่อนพร้อมใส่เสื้อลำลองลงไป โชคดีที่ผมสวมทับมาด้วยเพราะต้องไปเรียนที่อาคารเรียนรวม (ที่หนาวราวกับเลี้ยงฝูงเพนกวินไว้ในห้อง) ผมพยักหน้าตกลง ก่อนจะขับรถยูเทิร์นไปตามเส้นทางที่จำได้ในหัว
(เนื้อหาบางส่วนถูกตัดทอนลงตามกฎของเว็บไซต์เด็กดี ขออภัยในความไม่สะดวกครับ ฉาก NC อันไหนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลัก ผมขออนุญาตนำไปปรากฏในฉบับ Ver.รวมเล่มแทนนะครับ ขอบคุณครับ)
นี้อาจจะเป็นความรู้สึกของพวกชอบไปเอ้าดอร์ก็เป็นได้ ความรู้สึกหวาดกลัวปนระลึกใจท่ามกลางตัณหาที่ไหลท่วมทุ่งในกายาของคุณ เหมือนเป็นการต่อสู้ทางอารมณ์ระหว่างความผิดชอบชั่วดียังไงยังงั้นเลยแฮะ .....
ผมขับขึ้นทางยกระดับ ก่อนรถจะเคลื่อนตัว และขึ้นทางยกระดับอีกครั้งพร้อมชิดริมถนน เลี้ยวเข้าไปในซอยที่เป็นสถานที่ตั้งดินแดนลึกลับแห่งโลกทวิตเตอร์ เลี้ยวซ้าย ตรง เลี้ยวขวา ตรง และเลี้ยวซ้ายอีกครั้งบริเวณเกือบซอยสุดท้าย พร้อมฝ่าดงพุ่มกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา
แม้จะถูกขนานนามว่า “บ้านร้าง” แต่ในความเป็นจริงรถยนต์ที่จอดไล่จากบริเวณต้นซอยนับลงไปจนถึงท้ายซอยราว 6-7 คัน บ่งบอกเลยว่ามันไม่ได้ร้างอย่างที่ใครเขาเรียกกันเลยสักนิด
..นี้เพิ่งจะบ่ายสองเองนะ คนพวกนี้ไม่ทำงานทำการกันรึยังไง?
ผมสงสัยแต่ไม่ได้ถามและไม่คิดจะว่าใคร เพราะตัวเองก็มาด้วยจุดประสงค์เดียวกับพวกเขา
คำแนะนำสั้น ๆ ถ้าคุณคิดอยากจะมา “เล่น” ทีนี้ หาบัดดี้เป็นของตัวเองมาครับ อย่าไปหวังน้ำบ่อหน้า เพราะต่อให้มีน้ำก็ไม่ได้แปลว่าน้ำนั้นจะน่าดื่ม สู้หาบัดดี้ที่เราคิดว่าเราโอเคกับเขา เขาโอเคกับเรา จะโอเคกว่าเที่ยวรถมาถึงที่นี้แล้วมาหวังว่าจะเจอคนที่ตรงไทป์กับคุณ ของแบบนี้อย่าคาดหวังนักเลยครับ ของแรร์ไม่ได้ออกบ่อย ๆ แบบในนิยายหรอก
ผมขับรถย้อนตรงบริเวณเนินดินสุดซอย ก่อนจะจอดไว้โดนหันหน้าออกไปทางปากซอยทางเข้า พี่สาเลิกดูดของแข็งของผม เพื่อปล่อยให้ผมสามารถเปลี่ยนชุดออกเป็นเสื้อลำลองได้โดยสะดวก พอจัดการแต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จ ผมก็เดินลงจากรถพร้อมเอาลงติดตัวมาแค่กระเป๋ากับมือถือ เจล บวกถุงยางอีกสองชิ้นในกระเป๋า
ทางเข้าเป็นแนวหญ้าที่โดนเหยียบจนกลายเป็นทางเดิม เพราะสังเกตเห็นคนที่จองพื้นที่เล่นในบ้านแล้ว ผมจึงชวนพี่สาเข้าไปเล่นในป่าไผ่ติดลำคลองบริเวณด้านหลังแทน เดินลัดเลี้ยวกอไผ่ไม่นานก็มาถึงจุดบริเวณติดกับลำคลอง อีกฝั่งไม่มีบ้านคน ส่วนด้านนอกถ้ามองเข้ามาก็ยากจะมองเห็นเพราะกอไผ่บังไว้ทั้งหมด
ถ้าจะเห็นได้คงต้องโรยตัวลงมาจากฟากฟ้าเท่านั้นแหละครับ นั้นคือสาเหตุที่ใครต่อใครกล้าหรือหน้าด้านมากพอจะถอดเสื้อผ้าบริเวณแถวนี้ แต่ก็ต้องระมัดระวังมือกล้องที่ไม่ได้รับเชิญด้วยเช่นเดียวกัน นับว่าเป็นความเสี่ยงในหลาย ๆ ด้าน ที่เอาจริง ๆ ก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันคุ้มค่ากับประสบการณ์ความเสียวที่ได้รับครั้งนี้ไหม?
(เนื้อหาบางส่วนถูกตัดทอนลงตามกฎของเว็บไซต์เด็กดี ขออภัยในความไม่สะดวกครับ)
‘หวี่ หว๊อ’
เชรี้ยยย พ่อมึงมา!!!
ผมสะดุ้งตัวดึงออกมาจากปากของพี่สา ก่อนเราทั้งคู่จะตกใจจนกระเจิงไปคนละทาง แม้จะเป็นคนที่ใจเย็น แต่ไม่ได้แปลว่าผมกลัวหรือสติแตกไม่เป็น ในหัวผมมีประเดประดาไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง แต่อย่างแรกสุดที่ขึ้นมาในหัวเลยคือผมต้องรอดออกไปจากที่นี่ก่อน ผมหันไปมองรอบ ๆ พี่สาวิ่งหนีหายไปอีกทางแล้ว
หลังจากพิจารณาจากเวลาสามวินาทีและเสียงตำรวจที่ดังขึ้นมาใกล้ ๆ สุดท้ายแล้วผมเลือกจะวิ่งกลับเข้าไปด้านในให้ลึกไปมากกว่าเดิม มากกว่าที่ผมเคยเข้าไปเดินเล่น
และในตอนจังหวะที่ผมกำลังจะเลี้ยวตัวไปนั้นเอง จู่ ๆ ผมก็ถูกแรงดึงมหาศาลของใครบางคนดึงเข้าไปข้างกอไผ่อีกฟาก ผมตาโต เตรียมจะร้องด้วยความตกใจสุดเสียง แต่มือลึกลับคู่หนึ่งก็ปิดปากผมอย่างสนิทจากด้านหลัง กระทั่งเสียงในลำคอผมยังไม่รอดออกไปแม้แต่พยางค์เดียว....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #219 au-rungsima (@au-rungsima) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 11:23
    นอกเหนือจากความสนุก เราได้รับรู้ความจริงด้วยคะ มันเรียลมาก ยิ่งอ่าน ยิ่งชอบคะ. รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #219
    0
  2. #168 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 20:45
    ซวยแล้วว ตัวละครไหนจะโผล่มาอีกนะ
    #168
    0
  3. #87 ซาซิมิจัง (@ploy_bnoir) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 07:01
    สู้ๆนะคะคุณพ่อแมวพุงโต
    #87
    0
  4. #75 พรรณราย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 07:04

    ตามอ่านจนถึงตอนนี้ เม้นท์กันมา 2-3 ตอน นับเป็นเพื่อนกันดีไหมคะ ไงคะเพื่อนนักเขียน มีปัญหาชีวิตหนักหนาอยู่เลยใช่ไหมคะ ขอส่งแรงใจให้ผ่านปัญหาต่างๆไปได้ ถึงมันจะหนักหนาสาหัส ซัดเราจนตัวงอ เจ็บจนชาไปทั้งตัว ก็ขอให้เข้มแข็งเข้าไว้ อย่างที่เค้าพูดๆกันไว้ละค่ะ ปัญหาคือบททดสอบของชีวิต มันเกิดขึ้นได้ตลอด เราก็สู้กับมันไป เหนื่อยก็พัก มีแรงก็สู้ต่อ fighting!

    #75
    0
  5. #69 hiziji (@hiziji) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 23:23
    สนุกมากค่ะ ได้ความรู้มากๆด้วย ชอบมากเป็นการเขียนที่แปลกใหม่ดูมีเอกลักษณ์ของตัวเองดี
    #69
    0
  6. #64 I_was_as_I (@I_was_as_I) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 17:15
    สู้ๆนะคะ
    #64
    0
  7. #57 สุกี้ยากี้ (@savada-agito) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 00:29
    เป็นกำลังใจให้นะคะ. หนักหน่วงมากไปก็วางก่อนนะคะ. พอโอเคค่อยยกมาแบกต่อ. ชีวิตอย่าถือความทุกข์ไว้เยอะ แต่อย่าปล่อยวางทุกอย่าง. เขียนนิยายได้เนื้อหาดีและแน่นขนาดนี้ มุมมองความคิดของคนเขียนต้องกว้างมากๆแน่ สู้ๆนะคะ. ส่วนเราจะไปตามตอนที่ตัดไปค่าาา. >\\\<
    #57
    0
  8. #56 FREE__SNOW (@FREE__SNOW) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:49

    รักนะคะกอดๆ เครียดได้แต่อย่าเครียดนานนะคะมันจะผ่านไปกอดกันๆ

    #56
    0
  9. #42 leenxolotl (@petertinker) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 00:13
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ปล.เนื้อหาที่หายไปบางส่วนคุณนักเขียนเอาไปลงในบล็อกหรืออื่นๆได้ไหมคะ แบบว่าอยากอ่านน่ะค่ะ
    #42
    1
    • #42-1 chunkydadcat (@chunkydadcat) (จากตอนที่ 6)
      18 สิงหาคม 2561 / 05:21
      สวัสดีครับ จริงๆพ่อแมวลงหลายเว็บอยู่นะครับ 55555555555555555555555 จะบอกว่านอกจากเด็กดีก็ไม่มีที่ไหนแบนเลยครับ สามารถตามต่อได้ที่แอคเค้าท์ของพ่อแมวตามที่เขียนไว้ด้านบนได้เลยนะครับ

      ขอบคุณครับ
      #42-1
  10. #40 remembercat (@remembercat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 22:06
    เดี๋ยวตามอ่านให้ทันนะคะ
    #40
    0
  11. #38 momoone (@momoone) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 21:50
    แปลกใหม่ดีค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #38
    0
  12. #37 qazdr (@tonne6495) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 21:05
    เป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ ๆ แต่อยากอ่านอันคัต55555
    #37
    0
  13. #34 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:58
    เอาใจช่วยจ้า ติดตามนะจ้ะ
    #34
    0
  14. #31 nungningnaja44 (@nungningnaja44) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:27
    เป็นกำลังใจนะ เรื่องน่าสนใจมาก
    #31
    0
  15. #29 ufp_16 (@ufp_16) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 16:34

    เป็นกำลังใจให้นะคะ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ แก้ไข ส่วนทางเรายังรออ่านนิยายของคุณพ่อแมวพุงโตเสมอค่ะ
    #29
    0
  16. #27 CCC:) (@cheer32) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 06:13
    บังเอิญมาเจอเห็นว่าคำโปรยน่าสนใจ เลยอ่านรวดเดียวจนถึงตอนนี้ ชอบมากๆเลยค่ะ เราได้ความรู้ใหม่เยอะเลย ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้คุณคนเขียนนะคะ&#10084;
    #27
    0
  17. #21 Ozeannoize (@Ozeannoize) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 14:08
    เป็นกำลังใจนะคะ สู้ๆๆต่อไปค่ะ เราชอบนิยายของคุณมันเป็นเหมือนความรู้สึกใหม่ที่เราได้อ่านเรื่อง ที่แตกต่างจากเรื่องที่อ่านๆมาค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่นิยายของคุณยังเป็นความรู้ให้เราได้สาระมากค่ะ
    #21
    0
  18. #20 The Airport (@The-Airport) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 12:07
    เป็นกำลังใจให้นะครับ มันเรียลสำหรับโลกนี้มาก เพิ่มเติมคืออยากอ่านฉากตัด 5555
    #20
    0
  19. #19 1912 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 10:05

    บังเอิญเจอเรื่องนี้แล้วอ่านรวดเดียวมาถึงตอนนี้เลย นับถือใจไรท์ที่ตั้งใจรีเสิร์ชข้อมูลมาให้พวกเราได้อ่านแบบละเอียดขนาดนี้ ขอบคุณมากจริงๆนะคะที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมา ถึงแม้จะช่วยอะไรมากไม่ได้แต่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ให้กำลังใจไรท์นะคะ จะติดตามผลงานที่มีคุณภาพแบบนี้ต่อไป สู้ๆค่ะ??’?✌

    #19
    0
  20. #18 prx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 21:41

    ขอบคุณสำหรับนิยายจริงๆค่ะ และเป็นกำลังใจให้นะคะ ชีวิตคนเรามันก็แบบนี้เนอะมีทั้งขาขึ้นและขาลง มีทั้งดีและร้ายที่ประดังประเดเข้ามาแต่ไม่ว่าเราจะเจอแบบไหนก็อย่าได้ย่อท้อนะคะ หวังว่าเราจะเป็นหนึ่งในกำลังใจของคุณพ่อแมวพุงโต กอดนะคะ:)


    #18
    0
  21. #6 Gray13 (@1420501184192) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 23:56
    เป็นกำลังใจให้นะคะ เชื่อค่ะว่าถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเข้ามาเท่าไหร่เราก็จะแก้มันได้ เราอาจจะท้อ อาจจะร้องไห้ในวันนี้ แต่ใครจะรู้ว่าวันข้างหน้าถ้าเราผ่านมันมาได้แล้ว เราอาจจะนั่งหัวเราะทั้งน้ำตากับตัวเองก็ได้ เชื่อเถอะค่ะ เราก็เคยเป็นมาก่อน สู้ๆนะคะ นิยายเรื่องนี้เป็นอะไรที่เราไม่คิดที่จะชอบเหมือนกัน แต่อ่านๆไป ก็ยิ่งรู้สึกดีที่ได้อ่าน เหมือนได้เห็นชีวิตของคนคนหนึ่งผ่านตัวหนังสือมากกว่า และยังสอดแทรกความรู้ และทัศนคติให้ด้วย อาจจะมีค่อนข้างเยอะนะคะ ที่ไม่ชินกับอะไรแบบนี้ เพราะมันเป็นไปแล้วที่อะไรก็ต้องรุกดูดี รับร่างบาง แต่เรายกให้นิยายเรื่องนี้เป็นอะไรที่สามารถเปลี่ยนความคิดคนได้เลย เป็นธรรมดาที่รีดเดอร์จะเร่งรัดให้ไรท์มาต่อเร็วๆ แต่ก็ไม่มีใครอยากที่จะไปเร่งรัดจนเกินพอดี มาต่อแน่นอน รีดจะวางใจและปล่อยวาง มาต่อเมื่อไรก็ได้ค่ะ รอดูสภาพแวดล้อมที่พร้อมกว่านี้ก็ได้ เราทุกคนคงอยากให้กำลังใจให้คนคนนึงผ่านมรสุมในช่วงนี้ไปได้ ถึงจะมาต่อในตอนที่รีดบ่นว่าลืมไปแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงรีดก็วนไปอ่านใหม่อยู่ดี555
    ปล.อาจจะเขียนวกวนไปนิดๆขอโทษด้วยค่ะ
    ปลล.มาระบายให้รีดฟังบ้างก็ได้ค่ะ อย่างน้อยก็ให้รีดได้ช่วยบ้างถึงแม้จะแค่พิมพ์ให้กำลังใจผ่านตัวหนังสือ
    ปลลล.สู้ๆเด้อ
    ปลลลล. ปล จะเยอะไปไหน
    #6
    0