[PRE ORDER] Acker [The End] #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,777 Views

  • 369 Comments

  • 1,200 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    148

    Overall
    24,777

ตอนที่ 30 : Ep.24 Me Before You [Part II]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

 

 

Ep.24 Me Before You [Part II]

 

 

 

the sun’s come out 

...เมื่อคุณเดินเข้ามา โลกของผมก็พลันสว่างไสวราวกับว่า พระอาทิตย์จะคงอยู่ตลอดเวลาไม่จางหายไปไหน

 

ผมเลิกเล่นแอปพลิเคชันหาคู่นอนโดยอัตโนมัติ รวมไปถึงหยุดการเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ทั้งหมด หรือ ถ้าเจาะจงลงไปมากกว่านั้น ผมเลิกสนใจทวิตเตอร์ไปแล้ว

ไม่มีมีคำขอร้อง ไม่มีคำบังคับ มีเพียงความสุขที่มอบให้กันในทุก ๆ ครั้งที่เราได้เจอหน้ากัน แค่เท่านั้นก็เป็นเหตุผลที่มากเพียงพอแล้วที่ผมพร้อมจะหยุดเพื่อใครสักคน

ผมยอมรับว่าอึดอัด จะว่าก็ว่า ผมไม่ชินกับการถูกผูกมัดโดยใครสักคน มันเป็นสถานการณ์ประหลาด หากคุณใช้ชีวิตคนเดียวมาสักพัก คุณจะรู้สึกเหมือนกับว่าการมีใครสักคนเข้ามาอยู่ในห้องของคุณ คือความขัดแย้งอย่างน่าแปลกประหลาดสำหรับคนที่ทำทุกอย่างตามลำพัง

หากแต่ในทุก ๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา คุณพบว่าแปรงสีฟันของคุณมียาสีฟันถูกบีบทิ้งเอาไว้ก่อนใครบางคนจะออกไปทำงาน

...สิ่งเล็ก ๆ เหล่านั้นมีมูลค่ามากมายมหาศาลต่อจิตใจใครบางคน

ผมอมยิ้ม เดินเข้าห้องน้ำ มองหน้าตัวเองในกระจก ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบที่พบว่าตัวเองยิ้มเก่งได้มากขนาดนี้ มากจนคนรอบ ๆ ตัวสัมผัสได้และเข้าถึงได้มากขึ้น เหมือนทุกอย่างจะดีขึ้นตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาในชีวิต หลายครั้งผมมักได้รับคำตอบว่าผม มีชีวิตมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

จะบอกว่าเขามอบ ชีวิตใหม่ให้กับผมก็คงใช่

แปลกประหลาด เขาไม่ได้โดดเด่น ไม่ได้ดูดี ไม่ได้มีอะไรที่จะมาการันตีเลยว่าผมจะต้องชอบคนแบบนี้ คนที่ดีกว่านี้มาจีบผม ผมยังเฉย ๆ นับว่าแปลกประหลาดมาก ๆ ที่หัวใจของผมยอมที่จะให้ใครสักคนก้าวเข้ามาไกลมาก ๆ

ไกลเข้าไป ลึกจนถึงสุสานของความทรงจำ ที่ ๆ ผมฝัง ฝันร้ายไว้ภายใต้การหลงลืม

มีความสุขจนรู้สึกอยากจะลืมหายใจ น่าจะเป็นคำพูดที่นิยามผมในตอนนี้ได้ดีที่สุด ผมถอดหน้ากากทุกใบทิ้งอย่างไม่ลังเล พร้อมและมั่นใจในตัวของเขา ลึก ๆ ในหัวใจอยากทะนุถนอมช่วงเวลาสำคัญนี้ให้ทอดยาวออกไปอีกนานแสนนาน

...น่าเสียดายที่ความสุขทุกชนิดล้วนมีอายุขัยที่สั้นเกินกว่าใครจะเข้าใจ

               

 the sun’s just gone in

....แล้ววันหนึ่งแสงแดดและสายลมก็หายไป

 

ปกติแล้วหากเป็นในนิยายสักเรื่องหนึ่ง การจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นสักอย่างได้ มันต้องมีเหตุ มีผล มีการกระทำต่าง ๆ มารองรับไว้เพื่อ ความสมจริงของเหตุการณ์นั้น ๆ เหมือนอย่างที่โชเคยบอกกับผมไว้ บางครั้งแล้วนิยาย สมเหตุสมผลมากกว่าชีวิตจริงของคนเราเสียอีก

เฉกเช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ที่ผมเจอ

ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ไม่สมเหตุสมผล ไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับเลย นอกจากแค่ว่า ...

...ผม ไม่ใช่

มันเรียบง่ายเหมือนทุก ๆ วัน ผมตื่นนอนมาหลังเราสองคนไปเที่ยวกัน น่าแปลก วันนี้เขาไม่ตอบไลน์ผมทิ้งไว้เหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา

อะไรบางอย่างในใจส่งเสียงตะโกนออกมาเบา ๆ ผมส่ายหน้าปฏิเสธความรู้สึกและลางสังหรณ์ที่ก่อตัวขึ้นในใจ เมฆหมอกบาง ๆ ปกคลุมจิตใจเอาไว้ แต่ผมพยายามมองโลกในแง่ดี คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงแค่ลืม หรือรีบไปทำงาน

ผมยิ้มให้กับตัวเองในกระจก บอกตัวเองให้เลิกคิดมาก พี่เขาคงยุ่ง และผมต้องออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง พอแต่งตัวเสร็จผมก็ดำเนินกิจวัตรประจำวันตามปกติ สูดลมหายเข้าปอดลึก ๆ คิดว่าอีกไม่นานอีกฝ่ายคงติดต่อกลับมา

ตลอดทั้งวันพี่พอร์ชไม่ตอบและไม่อ่านไลน์ผม

เบอร์โทรศัพท์ที่มักจะติดต่อได้เสมอ...ไม่สามารถติดต่อได้เป็นครั้งแรก

ผมจิตตก แต่ไม่ได้เป็นบ้า และจะไม่เป็นบ้าใส่คนอื่นแค่เพียงเพราะความคิดของตัวเอง สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมพยายามทำมาตลอดคือการ ไม่คิดไปเองตราบเท่าที่ยังไม่ได้มีอะไรมายืนยันให้ผมมั่นใจแบบเป็นทางการว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง ผมจะยังมั่นคง และจะยืนหยัดอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง

ในทุก ๆ ความสัมพันธ์ เมื่อเดินทางมาถึงระยะทางและเวลาที่เหมาะสม เราจะพบ ‘จุดตัด’ คั่นกลางในความสัมพันธ์ ทางหนึ่งคือถ้าผ่านพ้นมันไปได้ เราจะมั่นคงต่อกันและกันมากขึ้น

...ส่วนอีกทาง เมื่อไม่สามารถไปกันต่อได้ ก็มีแต่ต้องลาจากกันไป

ผมนั่งนิ่ง ไม่หิวข้าว ไม่รับโทรศัพท์ และไม่ตอบไลน์ใครที่ผมไม่ได้เมมชื่อไว้ว่าพี่พอร์ช

ผมกำลังรอให้ทุกอย่างชัดเจน

เหมือนพระเจ้ารับรู้คำอ้อนวอน...ไม่สิ ไม่ใช่พระเจ้าหรอก พระเจ้าคงไม่น่าจะใจร้ายกับใครสักคนได้มากขนาดนี้ หรือถ้าจะมีพระเจ้าจริง ๆ ก็คงจะเป็นพี่พอร์ชเองนั่นแหละที่เป็นพระเจ้าสำหรับผม

พี่พอร์ชโทรศัพท์มาหาผมในเวลาต่อมา

หลายคำพูด หลายประโยคถูกกล่าวออกมาจากปากเขา สมองของผมอื้ออึง น้ำหูน้ำตาไหลผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกว่าอันไหนความจริง อันไหนความฝัน รู้สึกตัวอีกครั้งเราก็เดินลาจากกันมาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด ไม่มีการทะเลาะ ไม่มีความขัดแย้ง

สิ่งที่เป็นตัวตัดสินมีแค่เพียง ความไม่รักแล้วก็เท่านั้น

มันไม่ใช่ที่ผ่านมาเป็นเรื่องโกหก ไม่ใช่ที่ผ่านมาไม่มีความสุขแต่มันไม่ใช่...จริง ๆ ’

...น่าจะเป็นเศษเสี้ยวคำพูดสุดท้ายที่ผมจับใจความได้จากเขา

ผมไม่แน่ใจว่าคนอื่นเคยมีประสบการณ์แบบผมไหม แต่เหมือนความทรงจำของผมหลังจากนั้นขาดหายไปห้วงหนึ่ง ผมจำได้แค่ว่ารู้สึกตัวอีกที ผมก็อยู่โรงพยาบาลในแผนกจิตเวช ชุดผู้ป่วยสีฟ้าที่เห็นตามในหนังในละครกลับมาอยู่บนตัวผม อีกครั้ง

 ผมคุ้นเคยกับมันอย่างประหลาด หรืออาจจะเพราะผมเคยใส่มันมามากกว่าหนึ่งครั้งรึเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ

ทุกคืนในโรงพยาบาลผมจะเกิดภาพหลอน ผมมองไม่เห็นว่าเขาเป็นใคร ใบหน้าที่นึกให้ตายยังไงก็นึกไม่ออก ก่อตัวพร้อม ๆ กับเงามืดที่ผมไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไร สุนัขป่า? หรืออะไรสักอย่าง เกินกว่าที่ผมจะสามารถอธิบายออกไปได้ รู้แค่ว่ามันค่อย ๆ ย้อมความรู้สึกของผมให้ดำมืดทีละนิด ๆ

ผมจมลงไปอยู่ภายใต้มหาสมุทรอีกครั้ง มันทั้งมืด ทั้งหนาว เหมือนแสงสว่างด้านบนค่อย ๆ ห่างผมออกไปเรื่อย ๆ อากาศรอบตัวน้อยลงทุกที ๆ ผมเหม่อมองตัวเองจมลงไปอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร ฟองอากาศเล็ก ๆ ค่อย ๆ ลอยออกแล้วจางหายไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ บัดนั้นผมจึงได้เข้าใจ อะไรที่สามารถสร้างความสุขให้เราได้ ก็สร้างความทุกข์ให้เราได้เช่นกัน

วันผ่าน เวลาเปลี่ยน เปลือกนอกของผมค่อย ๆ ดีขึ้น ระบบความจำเหมือนกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ผมได้รับกำลังใจจากเพื่อนสนิททุกคนที่มาเฝ้า โดยเฉพาะมาร์ที่เป็นคนเล่าเหตุการณ์ภายหลังให้ผมฟังว่า เขาเป็นคนนำผมไปส่งแผนกจิตเวชเอง ผมไม่ได้มีอาการอยากฆ่าตัวตาย

แน่ละ มันไร้สาระเกินไปที่จะฆ่าตัวตายเพราะแค่จากการลา แต่สิ่งที่ทำก็คงไม่ต่างกัน เพราะผมนอนหลับไม่สนิท และไม่ทานอะไรไม่ลง เบลอถึงขั้นเกือบจะทานยานอนหลับเพื่อบรรเทาอาการลงไปทั้งกระปุก

เป็นเวลาหลายเดือนกว่าเปลือกนอกของผมจะกลับมามั่นคงอีกครั้งในลักษณะเดิม เป็นอีกครั้งที่ผมสัมผัสได้ ห้องแห่งความลับข้างในจิตใจของผมโดนปิดตายอีกครั้งและอาจจะโดนปิดตายตลอดไป บางสิ่งบางอย่างเฝ้ามันเอาไว้ด้วยความหวงแหน หวาดระแวง และพยายามไม่ให้ใครก็ตามแต่เข้าไปแตะต้องประตูบานนั้น

หรือจริง ๆ แล้ว ‘สิ่งนั้น’ อาจจะแค่พยายามปกป้องผม

ปกป้องไม่ให้จิตใจของผมต้องมาแหลกสลายแบบนี้อีกครั้ง

ขอบคุณนะครับเขาว่า ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินลงไปส่งเขาที่หน้าหอพัก เราแยกกันตรงร้านอาหาร เขาเดินกลับไปบริเวณซอยหอพักของผมเอง ส่วนผมหันกลับไปมองไล่หลังเขาอีกครั้ง

คนเมื่อกี้ที่ผมเพิ่งมี sex ไปด้วย เขาชื่ออะไรนะ?

ผมส่ายหน้ากับตัวเอง จำไม่ได้ และก็คิดว่าไม่ได้จำเป็นต้องใส่ใจอะไรขนาดนั้น พอคิดแบบนั้นได้ผมก็ยิ้มให้กับตัวเอง พวกเขาจะชื่ออะไรก็ไม่สำคัญหรอก

...ทุก ๆ คนก็เหมือน ๆ กันหมดนั่นแหละ

ทั้งหมดนั่นคือเรื่องราวก่อนที่ผมจะพบเจอกับโช ผู้ชายที่ผมทั้งโกรธ ทั้งโมโห หวาดระแวง เอ็นดู รวมไปถึงความรู้สึกหลาย ๆ อย่างที่ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไร

เหมือนอยากจะก้าวเดินออกไป แต่ก็กลัว กลัวว่ามันจะเป็นแบบเดิม กลัวว่าลึก ๆ ลงไปแล้วผมจะโดนกดให้จมน้ำอีกครั้ง กลัวผมจะต้องกลับไปที่ ๆ เดิมที่เคยจากผม

ผมถึงพยายามอย่างยิ่งที่จะปฏิเสธความรู้สึกทั้งหมดที่ก่อขึ้นมาในจิตใจ

...และตอนนี้เจ้าของความทรมานตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาของผม ก็มายืนอยู่ตรงหน้ากันแล้ว

สบายดีไหมครับ?” เขาถาม น้ำเสียงยังเหมือนเดิม พูดจาสุภาพสดใส แต่ใบหน้าไม่ยิ้ม ไม่บึ้ง และผมว่านั่นคงเป็นใบหน้าที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถปั้นแต่งให้ผมเห็นได้

ผมพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องไห้ออกมา ริมฝีปากเริ่มสั่นนิด ๆ แต่ยังควบคุมสติไว้ได้ดีอยู่ สมองเริ่มขาวโพลนจนนึกไม่ออกว่าควรจะตอบอะไรเขากลับไปดี

ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้...เขาว่าต่อ

“....”

พี่มาลา

เรายืนมองหน้ากันด้วยความเงียบงัน ตลอดเวลา ผมไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำได้แค่เพียงมองหน้าเขาและพยายามไม่ให้ตัวเองวิ่งหนีไปจากตรงนั้นด้วยการปิดประตูใส่หน้ากัน เมื่ออีกฝ่ายเห็นผมไม่พูดอะไร เขาเลยขยายความขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เป็นสิ่งที่เขาเคยบอกผมไว้ว่าจะทำ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นตอนนี้

พี่จะย้ายไปอยู่อเมริกาแล้วนะครับ

เหมือนฟ้าผ่ากลางแจ้ง ใจของผมหล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่ม นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะไปไกลจากผมมากถึงขนาดคนละทวีปกัน แต่คิดอีกอึดใจก็ไม่ต่างอะไรจากที่เป็นอยู่ เพราะตอนนี้ทั้งผมและเขา เหมือนเราเดินอยู่คนละจักรวาลกันด้วยซ้ำ...

อ่า...

พี่มีเรื่องจะขอร้อง...

“...”

ได้โปรดช่วยโทษว่าทั้งหมดนั่นเป็นความผิดของพี่ได้ไหมครับ?”

“...”

ได้โปรด...อย่าโทษตัวเองอีกเลยนะครับเขาว่า ขยายความนัยช้า ๆ มองตาผมด้วยแววตารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราทั้งหมด

ผมส่ายหน้า สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พูดสิ่งที่ควรจะพูดมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

พี่พอร์ช ผมรักพี่นะครับ

“....”

“...ตอนนี้ผมก็ยังคงรักผมพูดต่อด้วยเสียงแผ่วเบา เสียงหัวใจเต้นระรัวจนแทบจะพูดออกมาไม่เป็นคำพูด แต่ผมรู้ดี หลังจากนี้มันคงไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้มายืนอยู่ตรงหน้ากันอีกแล้ว

มีแต่ตอนนี้เท่านั้นที่ผมจะสามารถพูดทุกสิ่งทุกอย่างออกไปได้

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา มีคนผ่านเข้าออกในชีวิตทรอยนับไม่ถ้วน แต่ไม่มีเลย ไม่มีคนไหนเลยที่ทำให้ทรอยรู้สึกว่าทั้งชีวิตของทรอยรอคอยเพื่อจะได้เจอเขา...นอกจากพี่

“...”

แต่ทรอยต้องไปต่อ

ผมพูด ปล่อยให้หยาดน้ำตาชโลมออกมาเลอะใบหน้า หัวใจปวดร้าวไปหมด

วันนั้น วันที่พี่เดินจากเราไป เราบอกพี่แล้ว เราบอกแล้วก่อนพี่จะไป พี่คิดดีแล้วใช่ไหมที่จะไป พี่คิดถี่ถ้วนแล้วใช่ไหม มันจะไม่มีการเดินย้อนกลับมาอีกครั้งแล้วนะ ระหว่างเรามันจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเก่าได้อีกแล้วทรอยรักพี่นะ

แต่ทรอยไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตกับคนที่กดหัวทรอยจมน้ำจนทุรนเจียนตายอีกเป็นครั้งที่สองแน่ ๆ พี่บอกว่าพี่คิดมาดีแล้ว ทรอยรู้ ทรอยเข้าใจ พี่ไม่ใช่คนที่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ยิ่งเห็นความมั่นคงในการตัดสินใจของพี่ ทรอยยิ่งรักพี่

รักที่พี่ไม่ทำร้ายทรอยทางอ้อม รักที่พี่เลือกจะบอกการตรง ๆ ทรอยขอบคุณพี่จากใจจริง ๆ ทรอยรับรู้ว่าทั้งหมดนั้นคือความรัก ความปรารถนาดี และความจริงใจที่มีให้กันเป็นครั้งสุดท้ายในความรู้สึกของพี่ ดังนั้นแล้วทรอยจึงไม่คิดจะโกรธพี่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าทรอยจะโกรธอะไรสักอย่าง คงโกรธตัวเองมากกว่าที่เกิดมาเป็นแบบนี้

“....

จากนี้ต่อไป ทรอยเชื่อว่าสักวัน ทรอยจะสามารถเคารพการตัดสินใจของพี่ได้จากหัวใจของทรอยจริง ๆ พี่ไม่ผิดเลย พี่ไม่ผิดเลยที่ไม่ได้รักทรอย แต่มันคงไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่วันที่หัวใจของทรอยยังร้องไห้และกรีดร้องทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องของเรา

....ไม่ใช่วันนี้จริง ๆ ที่ทรอยจะสามารถทำใจและก้าวข้ามผ่านมันไปได้

ผมว่า เม้มปาก กัดฟัน ก้าวเท้าเร็ว ๆ เข้าไปในห้อง เปิดผ้าปูที่นอนขึ้น ดึงกล่องเล็ก ๆ ใบหนึ่งที่ซ่อนเอาไว้ออกมา

เราไม่อยากให้ของพวกนั้นอยู่ในห้องเราอีกแล้ว แต่เราก็ไม่มีความกล้าหาญมากพอจะเอามันไปทิ้งผมว่า หลังยื่นข้าวของทุกอย่างที่บรรจุความทรงจำของเราสองคนเอาไว้

ครับพี่พอร์ชรับคำ ใบหน้าเต็มไปด้วยหยดน้ำตาเล็ก ๆ ไม่ต่างจากผม

จากนี้ต่อไปขอให้พี่ดูแลตัวเองด้วย และก็...ดูแลเขาให้ดีด้วย หลังจากนี้ผมขอให้เราไม่ได้มาพบ มาเจอกันอีก ขอให้เรากลายเป็นถนนเส้นหนึ่งที่ตัดผ่านและขนานกันไปตลอดชีวิต ผมไม่ได้โกรธ ผมยังรักพี่เสมออย่างที่ผมบอก บนโลกใบนี้จะไม่มีใครรับรู้ความสัมพันธ์ของเราสองคนอีก

...เรื่องราวของเราสองคนที่เกิดขึ้น จะอยู่ในใจผมเสมอ และจะมีเพียงแต่ผมเท่านั้นที่รับรู้และจดจำมันได้

พี่รู้ว่าพี่คงไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้อีก แต่ว่า ....ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับพี่พอร์ช พูดขึ้น

ผมใช้สองมือขยี้น้ำหูน้ำตา ก่อนจะกล่าวลาเป็นครั้งสุดท้ายกับเขา

โชคดีนะครับ... ‘พี่ชาย

....ก่อนผมจะปิดประตูใส่หน้าเขา และทรุดตัวลงไปแบบนั้น

ผมปล่อยตัวทิ้งอยู่หลังประตู ปล่อยเสียงร้องไห้โฮระบายหยาดน้ำตาทั้งหมดที่เก็บไว้ข้างใน ความทรงจำทั้งหมดผุดขึ้นมา หัวใจของผมเหมือนโดนกรีดด้วยมีดเล็ก ๆ

มองไม่เห็นบาดแผล แต่สัมผัสได้ถึงความเศร้าทุกอณูของความรู้สึก ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไม เพราะอะไร ทำไมถึงไม่ใช่ผม ทำไมผมถึงไม่ใช่ เสียงคำถามดังกึกก้องมากมายในใจ

...แต่ไม่มีเสียงคำตอบใดตอบกลับมา

ผมปล่อยตัวเองจมอยู่แบบนั้นเหมือนไร้สติ ภวังค์ของผมถูกปลุกด้วยเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือ ผมยันตัวกับพื้น ลุกขึ้นไปเอาโทรศัพท์กดรับสายโดยไม่ได้มองเบอร์เพราะรู้อยู่แล้วว่าใครโทรมาหา

ผมถึงบ้านแล้วนะครับ’ ปลายสายกรอกเสียงมาด้วยความร่าเริง ผมยิ้ม ขอบน้ำตารื้นนิด ๆ เหมือนน้ำตามันจะไหลอีกครั้งหนึ่ง

ครับผมพยายามกั้นเสียงสะอื้นไม่ให้หลุดลอดออกไป แต่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลกับคน ๆนี้

คุณมีอะไรอยากเล่าให้ผมฟังไหม?’ โชว่า น้ำเสียงดูจริงจังขึ้นมา

“.....”

.....

โชครับผมว่า สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ

ครับ

ผมยังรักเขาครับ

ผมว่าเสียงสั่น มือกำโทรศัพท์แน่นจนกลัวว่ามันจะหักคามือด้วยซ้ำ ผมหลับตารอฟังเสียงตัดท้อ ความผิดหวัง หรือคำพูดมากมายอะไรก็ตามแต่ที่เขาอาจจะระบายออกมาให้ผมฟัง

แต่ทั้งหมดนั่นกลับไม่เป็นแบบที่ผมคิด

ครับ..แล้ว?’ โชถามเสียงเรียบ เหมือนผมบอกเขาว่าผมเพิ่งทานข้าวเย็นเสร็จ

มันก็ไม่แล้วยังไง แต่แบบ คุณเข้าใจที่ผมพูดรึเปล่า คือผมยังรักเขา...ผมหมายถึงคนก่อนหน้าคุณผมขยายความต่อเพื่ออีกฝ่ายไม่เข้าใจความหมายที่ผมกล่าว

ครับ ผมเข้าใจ ผมถึงถามต่อไงว่าแล้วยังไงต่อ คุณยังรักเขาแล้วมันจะเป็นปัญหายังไง?’ เขาตอบกลับ

 ผมสะอึกร้องโอ๊ยออกมา คน ๆ นี้บทจะดื้อทำไมถึงได้ดื้อแบบนี้นะ

“โอ๊ย ผมหมายถึงว่า แล้วผมยังรักเขาแบบนี้ คุณโอเคเหรอ คุณทำใจได้เหรอที่ผมยังรักใครอีกคน คุณไม่กลัวเหรอว่าสุดท้ายแล้วผมจะไม่ได้เลือกคุณผมพูดตามตรง เขาเงียบไปนิดก่อนจะหัวเราะเสียงใสกลับมา

คุณรู้ไหม มีประโยคหนึ่งที่ผมเรียนรู้มาจากคุณ คือ อย่าคิดแทนอีกฝ่ายไปเองและนั่นคือสิ่งที่ผมกำลังคิดตอนนี้’ เขาว่า

คุณคิดอะไร?” ผมตอบกลับ

หน้าที่ของผมคือการทำให้คุณรักผม ส่วนหน้าที่ของคุณคือการตกหลุมรักผมก็พอ

คุณ ผมไม่ได้พูดเล่นนะผมว่าเสียงแข็ง

ผมก็ไม่ได้ล้อเล่นกับคำว่ารักที่ผมพูดออกไปครับ

คุณแม่งดื้อผมเริ่มโวยวาย ไม่ทันรู้ตัวว่าน้ำตาจางหายไปจากใบหน้าตอนไหน

คนแบบคุณกล้าว่าคนอื่นด้วยเหรอ?’ เขาสวนกลับ โอ๊ย เจ้านากเผือกนี่ !!!

คุณ!!!” ผมเรียกเขาเสียงแข็ง อีกฝ่ายหัวเราะกลับมาที่ไล่ต้อนผมให้จนมุมได้

ผมมีเรื่องจะถามคุณ’ เขาว่าเสียงจริงจัง

ครับ

คุณยังรักเขา และคุณยังรอให้เขากลับมาหาไหมครับ?’

ไม่ครับ ผมรักเขา แต่ผมต้องไปต่อ ผมยังรักเขาจริง ๆ แต่มันคนละเรื่องกับที่เขาทำให้ผมเจ็บ ผมไม่สามารถไปต่อกับเขาได้หรอกครับผมรีบตอบกลับตามสิ่งที่ตัวเองคิด

งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ’ โชว่าต่อ

คุณ ...ไม่กลัวจริง ๆ เหรอครับ?” ผมว่าต่อ

ไม่แน่ใจว่าเพราะยังเป็นช่วงเริ่มแรกที่จีบกันรึเปล่า เขาถึงได้กล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมาทั้ง ๆ ที่ผมบอกไปตามตรงว่าผมยังรักใครอีกคน เขาไม่กลัวจริง ๆ เหรอว่าสุดท้ายปลายทางแล้วมันจะต้องเป็นเขาที่เจ็บปวด ไม่กลัวเหรอว่า ผมอาจจะปิดตัว ปิดใจลงไปอีกแล้ว หรือคุยกับเขาแค่แก้เหงา

ตั้งแต่ได้เจอคุณ โลกของผมอะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปหมด นอกเหนือจากการอย่าคิดแทนอีกฝ่ายที่คุณสอนผมไปแล้ว สิ่งสำคัญที่คุณสอนผมอีกฝ่าย คือเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวตนของคนที่เรารัก

“....”

ผมไม่รู้ว่าถึงเวลาที่เหมาะสมรึยัง แต่ผมรู้สึกแบบนั้นนะ...ผมรู้สึกว่าผม รักคุณ

อ่า

คุณ มนุษย์น่ะอายุขัยไม่ได้ยืนยาวเลยนะ ผมขอทำอะไรตรงไปตรงมาอย่างที่ใจผมรู้สึกก็พอแล้วกัน สุดท้ายแล้วเราไม่รู้อนาคต แต่ผมรู้แค่ว่า

ตอนนี้ เวลานี้ ผมยังจะยืนอยู่ตรงนี้ ผมยังจะเดินต่อไป ผมจะทำให้คุณรู้สึกให้ได้ว่าผมรักคุณจริง ๆ ดังนั้นแล้ว....

ครับ...

ให้เวลาและหัวใจได้ทำหน้าที่ของมันก็พอครับ ผมจะยังยืนอยู่ตรงนี้ ข้าง ๆ คุณเสมอ’ เขาว่า น้ำเสียงมั่นคง ไม่มีการหยอกล้อในคำพูดใด ๆ

ขอบคุณนะครับ” ผมร้องไห้ออกมาอีกระลอก หยดน้ำตาเหมือนกัน แต่ความรู้สึกกลับแตกต่างกันออกไป หัวใจของผมอบอุ่นเหมือนชโลมไปด้วยแสงอาทิตย์ตอนเช้า

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่เขาพูดมันจะจริงทุกอย่างรึเปล่า

...

someday I'll love you

แต่ตราบเท่าที่เขายังยืนข้าง ๆ ผม ผมขอแค่เพียงเวลา

ผมจะรอเสมอครับ

แล้วสักวันหัวใจของผมคงจะบอกว่าผมรักคุณมากมายแค่ไหน...โช

 

 


 

TBC. ตอนนี้เปิดให้สั่งจองหนังสือแล้วนะครับ ปิดจองวันที่ 1 เมษายน 2562 ขอขอบคุณทุก ๆ การสนับสนุนครับ

รายละเอียดหนังสือและแบบฟอร์มสั่งของหนังสือ : >>> https://1th.me/ZBRt

 

ขอบคุณครับ



Time talk : ขอโทษด้วยที่มาสายนะครับ พอดีช่วงนี้ชีวิตข้างนอกหัวหมุนนิดหน่อยกับงานใหม่ที่ต้องทำ และงานเก่าที่ยังตามหลอกหลอนครับ ปีใหม่ผ่านมาแล้วเกือบ 10 กว่าวัน ชีวิตเป็นยังไงบ้างครับ แฮปปี้ดีไหม? พ่อแมวไม่สบายรับต้นปีเลยครับ อากาศแปรปรวนมาก ๆ นี่ก็เพิ่งอัดยาแก้แพ้ไปครับ

ยังไงดูแลรักษาสุขภาพ อยู่นับถอยหลังด้วยกันหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมของเรื่องก็ค่อย ๆ ใกล้เฉลยไปที่ละปม ๆ แล้วเนาะ เหลืออีกแค่ไม่กี่ปมแล้วนะ อิอิ นับถอยหลังได้เลยครับ

แล้วเจอกันใหม่ครับ :)

Ps. อ๋อ ตอนนี้หนังสือเปิดให้จองแล้วนะครับ คนจองยังไม่ครบ 20 ชุดแรกนะครับ มีสิทธิ์ลุ้นทั้งรางวัลพิเศษรรงวัลใหญ่ และของแถมรอบจองยอด 20 คนแรกนะครับ 

ลิงก์รายละเอียดการสั่งซื้อครับ ิ้ม ๆ 

ลิงก์จองครับ จิ้ม >>> https://1th.me/ZBRt

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #325 Mrs.JONG (@booky1105) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:18
    อ่านแล้วหยุดยิ้มไม่ได้เลย ชอบมากค่ะ สู้ๆนะคะ♡
    #325
    0
  2. #305 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:45
    ไม่รู้จะเม้นท์อะไร(ฮา)
    พอคลายปมแล้วเข้าใจเลยอ่ะ บางทีความสัมพันธ์ก็จบลงง่ายๆ โดยไม่มีเหตุผลอ่ะนะ คิดแล้วก็เศร้า//ปาดน้ำตา

    ขอให้พ่อแมวหายป่วยไวๆ น้าา
    #305
    0