[PRE ORDER] แ อ ค เ ค่ อ #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,614 Views

  • 323 Comments

  • 1,172 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,034

    Overall
    21,614

ตอนที่ 3 : Ep.3 ให้ข้อมูล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

Ep.3 ให้ข้อมูล

 


หลังจากตื่นนอนกันตอนสาย ๆ ของอีกวัน ผมพาแม็กซ์ไปอาบน้ำ พร้อมพาเจ้าตัวดีไปทานข้าวที่ร้านอาหารใต้หอ พอเสร็จสรรพก็ส่งน้องขึ้นรถประจำทางกลับบ้านไป

เจ้าแม็กซ์ไลน์มาขอบคุณผม สัญญาว่าจะหาเวลามาเจอกันให้ได้ในอีกหลาย ๆ ครั้ง ผมหัวเราะและตอบเขากลับไปว่าเอาที่เขาสะดวกได้เลย

เป็นอันจบการรักษาความสัมพันธ์ระยะสั้นที่อาจจะสามารถกลายเป็นพี่น้องกันจริง ๆ ในระยะยาวได้ หากเราเว้นวรรคให้คนแต่ละคนมีที่ว่างในการหายใจมากพอ

กิจกรรมของผมในวันหยุดวันนี้ยังไม่เสร็จสิ้น เรียกได้ว่ามันกำลังจะเริ่มต้นมากกว่ากับการ “ให้ความช่วยเหลือ” ใครบางคน

โชบอกกับผมว่า ปกติแล้วการสัมภาษณ์ของเขาจะไม่สามารถทำครั้งเดียวแล้วจบได้ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการเขียนนิยายสไตล์เขา เขาบอกว่าเราอาจจะต้องเจอกันจนกว่าพล็อตเรื่องนิยายของเขาจะสามารถนำไปขึ้นรูปและเขียนได้จนจบเล่ม จริง ๆ ผมก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยสัมผัสมา

ดังนั้นถ้าสรุปง่าย ๆ ก็คือเราจะเจอกันอีกหลาย ๆ ครั้งจนกว่าเขาจะหมดข้อสงสัยในความเป็นแอคเค่อนั่นแหละนะ

เรานัดกันที่ร้านกาแฟแถวห้างสรรพสินค้าใกล้มหาวิทยาลัยของผม ที่นี่ค่อนข้างเงียบ ออกจะร้างด้วยซ้ำในบางเวลา แต่ก็เหมาะดีที่จะเป็นสถานที่สำหรับคุยเรื่องอย่างว่า แหมคุณ ก็ไม่ใช่ว่าผมจะต้องการให้ทุกคนได้รับรู้ทุก ๆ เรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวนะ

ผมแต่งตัวด้วยชุดลำลองเรียบง่าย สวมแว่นตาอันหนา สางผมยาว ๆ แล้วทับลงด้วยหมวกสีน้ำเงินตุ่น ๆ อีกใบ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการการแต่งตัวแบบสามารถค้นหาได้ทั่วไป ผมชอบความธรรมดาของตัวเอง ยิ่งมีคนสามารถมองผ่านผมไปจากคนอื่น ๆ ได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี

โดยสารรถประจำทางไม่นานก็มาถึงห้าง ผมมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย พอไปถึงร้านกาแฟที่เรานัดกันก็พบว่าเขายังไม่มา ผมเลยเลือกจะเดินเข้าไปนั่งในมุมร้านกาแฟ จนเวลาล่วงเลยเวลานัดผ่านไปราวห้านาทีเศษ คนอีกคนที่นัดกันไว้ก็เดินลงมานั่งข้าง ๆ

โชสวมเสื้อสีน้ำอ่อนแขนยาวแต่พับขึ้นมาถึงข้อศอก พร้อมห้อยสร้อยไม้กางเขนอันเล็ก ๆ ไว้ที่คอ พอดูรวม ๆ กับกางเกงยีนและรองเท้าสีน้ำตาลนั้นก็พบว่าหมอนี่แต่งตัวได้ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่นัก เขาผงกหัวให้เล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษที่มาสายกว่าเวลาไปนิดหน่อย หลังจากสั่งเครื่องดื่มจากบริกร (แน่นอนว่าอีกฝ่ายเป็นคนเลี้ยงผม) เสร็จสรรพโชก็เข้าอยู่กระบวนการทำงานทันที

“โอเค ก่อนอื่นเลย ผมขออนุญาตสอบถามก่อนนะครับ ผมขอบันทึกเสียงไว้ได้ไหม? แน่นอนว่าเสียงที่บันทึกนี่จะไม่สามารถมีใครมีได้นอกจากผม” เขาว่า

“จะว่าอะไรกันไหมถ้าผมจะบอกว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับการบันทึกเสียง คุณเขียนหรือพิมพ์บันทึกเป็นโน้ตไว้ได้ไหมครับ ส่วนอันไหนไม่แน่ใจหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมหรือถ้ากลัวว่าจะตกหล่นประเด็นอะไรก็สอบถามผมได้นะ”

ผมเชื่อใจเขา แต่นั่นมันคนละเรื่องกับการสร้างหลักฐานมัดคอตัวเอง

เขาอาจจะไม่ใช่คนที่ทำร้ายผม แต่หลักฐานชิ้นนั้นอาจจะตกไปอยู่ในมือใครสักคนที่ไม่หวังดีก็ได้ มันไม่มีใครรู้อนาคตจริง ๆ ว่าชีวิตเรากำลังเดินไปทางไหน เพราะฉะนั้นแล้วอะไรระมัดระวังได้ผมก็ขอระมัดระวังหรือถึงขั้นระแวง ดีกว่าไว้วางใจแล้วมาโดนฮุบทั้งตัวในภายหลัง

“ผมเข้าใจครับ” โชพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเก็บเครื่องบันทึกเสียงลงไปในกระเป๋าเป๋ของเขา พอดีกับที่บริกรเดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับเราทั้งคู่ เราดูดคนละเล็กน้อยก่อนโชจะเริ่มเปิดปาก

“ก่อนอื่น คุณเล่นทวิตเตอร์มานานรึยังครับ?”

“ถ้านับแล้ว จริง ๆ ครั้งนี้ผมเล่นเป็นครั้งที่สองนะ เคยเล่นครั้งแรกตอนช่วงสมัยม.ปลายเหมือนกัน แล้วก็ปิดตัวลงไปครับ เพิ่งมาเปิดอีกทีเมื่อประมาณช่วงกันยายนปีที่แล้ว แล้วก็เล่นบ้างหยุดบ้าง มาจนถึงปัจจุบันนี้” ผมตอบกลับ เห็นเขากำลังพิมพ์ขมักเขม่นลงในแลปท็อปส่วนตัวที่นำมาด้วย และบอกตามตรง หมอนี้พิมพ์แป้นพิมพ์ได้ไวมาก ๆ สมแล้วที่เป็นนักเขียน

“ช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่างสถานะบนเตียงเท่าที่คุณพอจะอธิบายได้ให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?”

“ก็เหมือนที่เคยได้ยินมากันนั่นแหละครับ แต่ถ้าแบ่งตามความเข้าใจผมนะ ในโลกทวิตเตอร์นะ จะมีรุกก็ตรงตัวเลย ทำหน้าที่เป็นคนสอดใส่ รับก็ตรงข้ามกับที่กล่าวถึงรุก ไบก็ผู้ชายที่สามารถมีอะไรได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่จะมีสถานะเป็นรุกทั้งคู่เท่านั้น ส่วนโบทก็คล้ายกับไบ เพิ่มเติมแค่สามารถรับได้กรณีมีอะไรกับผู้ชายด้วยกัน จริง ๆ มันก็มีแค่นี้แหละ แต่ก็อาจจะมีบางคนเติมคำขยายลงไป โบทรับ โบทรุก ไบรับ ไบรุก แต่สุดท้ายมันก็แค่การแบ่งคำตามความพึงพอใจของคนเราอ่ะครับ” ผมร่ายยาว

“ผมเคยอ่านผ่าน ๆ มาบ้าง ไบจะค่อนข้างเป็นที่นิยมหรือน่าดึงดูดกว่ารุกอย่างเดียวรึเปล่า?” โชพูดไปพิมพ์ไป ผมสร้างประโยคคำตอบในหัวก่อนจะตอบกลับไป

“มันเป็นเรื่องแปลก ๆ เหมือนกัน แต่ส่วนผสมอะไรที่มีความ ‘ชายแท้’ อยู่ด้วยมันจะน่าดึงดูดมากกว่า คือถ้าบอกว่าเป็นรุกก็เข้าใจตรงกันใช่ไหมว่าคุณเป็นเกย์แน่ ๆ 100 % แต่พอบอกเป็นไบปุ๊บ เอาแล้ว คุณมีความแมนบวกเพิ่มขึ้นมาอีก 50 % ทั้ง ๆ ที่ไบบางคนก็จิกส้นสูง ปัดบลัชออนต่าง ๆ เยอะแยะไปคุณ” ผมอธิบายพร้อมหัวเราะสำทับ

“ผมมองว่า คนเรามันมีแรงยุ แรงกระตุ้นในตัวเกี่ยวกับข้อห้ามต่าง ๆ เยอะ ... มันจะอธิบายยังไงดี? แบบ ถ้าคุณเคลมว่าตัวเองเป็นชายแท้ แปลว่าคุณจะไม่ข้ามเส้นมามีอะไรกับผู้ชายด้วยกันถูกไหม เพราะมัน ‘ดูเหมือนว่า’ จะไม่สามารถเป็นไปได้ พอก้าวข้ามเส้นแบ่งที่ห้ามข้ามตรงนั้นมาได้ปุ๊บ มันเหมือนคุณได้ปลดปล่อยอารมณ์อะไรบางอย่างในตัวคุณเอง”

ผมพยายามอธิบายตามความรู้สึกตัวเอง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาเข้าใจที่ผมพูดมากน้อยขนาดไหนเพราะเห็นโชเอาแต่พิมพ์พลางสลับถามคำถาม

“คุณมีสถานะบนเตียงเป็นรุกมาตลอดเลยใช่ไหมครับ? พอจะบอกได้ไหมว่าทำไม และเคยคิดอยากจะลองเป็นรับบ้างไหม?” เขารัวคำถามต่อ แทบไม่ได้เงยหน้าจากหน้าจอ

“ใช่ครับ ผมเป็นรุกมาตลอด ถ้าถามว่าทำไม ส่วนตัวผมไม่คิดว่าตัวเองอยากจะยกขาให้กับใคร หรือจริง ๆ อาจจะยังไม่เจอคนที่ทำให้ผมสามารถยกขาได้ เหตุผลอีกส่วนก็...กลัวเจ็บ” ผมว่า โชเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกะพริบตาปริบ ๆ

“เอ้า ก็แปลกอะไรละคุณ ผมชอบมอบความสุขให้กับคนอื่นแต่ไม่ได้อยากโดนเองนิ”

“โอเค ๆ “เขารับคำอย่างยอมแพ้ เว้นวรรครัวแป้นก่อนจะถามต่อ

“ปกติแล้วคุณหาคู่นอนผ่านช่องทางไหนบ้างครับ?”

“จริง ๆ ก็หลากหลายนะ ก็แอปพลิเคชันเกย์ทั่ว ๆ ไป ฮอร์เน็ต บลูดี แจ็คดี ทวิตเตอร์ ประปรายบ้าง แล้วแต่ว่าจะดีลกันมากกว่า .... ในเฟสฯ ก็เคยมี” เขาหยุดพิมพ์แล้วเงยหน้ามองผมอีกครั้งคล้ายเชิงให้อธิบายให้ลึกกว่านี้หน่อย

“ก็แบบ คุยเชิงที่เล่นที่จริงกับบางคนอะไรเงี้ยนะคุณ ถ้าเขาเล่นด้วยก็ดีล ถ้าเขาไม่เล่นด้วยก็ปล่อยไป บางทีเขาก็ทักมาหาเราก่อนบ้าง บางทีเราก็ทักไปหาเขาก่อนบ้าง แล้วแต่อารมณ์และความต้องการ ณ ตอนนั้น” ผมรอให้เขาพิมพ์จนใกล้จะจบ นึกอะไรออกมาขึ้นมาอีกนิดหน่อยเลยพูดต่อ

"อ๋อ ขอเสริมอีกนิด จริง ๆ แล้วจากที่ผมเคยสังเกตและจากคนรอบ ๆ ตัวทั้งแวดวงทวิตเตอร์และสังคมภายนอก ส่วนใหญ่แล้วชีวิตจริงคู่รักเกย์บางคู่เขาผลัดกันได้ และไม่ได้ยึดติด position ว่าใครต้องเป็นพ่อใครต้องเป็นแม่ขนาดนั้น

"เออคุณ จะว่าไปแล้วผมถามหน่อยดิ นิยายที่คุณจะเอาไปเขียนเนี้ย บุคลิกตัวละครมันจะแบบ รุกต้องตัวสูง หล่อ เข้ม แมนสมชายชาตรี เรียนวิศวะ รับต้องเป็นผู้ชายตัวเล็ก ๆ ผิวขาว มีเชื้อสายจีน เรียนพวกคณะสายศิลป์อะไรแบบนี้ปะ?”

ผมถามสิ่งที่ตัวเองสงสัย ก็เคยตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกันว่าเด็กประมง เด็กเกษตรมันไม่น่าจิ้นเหรอ?

เขาจิ๊ปากทำหน้ายุ่งยากใจนิดหน่อยก่อนจะตอบกลับ

“เอาตามความเป็นจริง ผมยังไม่ปั้นคาแรคเตอร์ตัวละครเลยครับ แต่เรื่องนี้พูดยากจริง ๆ ผมคิดว่าทีเร็กซ์น่าจะไม่ค่อยชอบใจรึเปล่าถ้าคาแรคเตอร์ตัวละครมันจะต้องเป็นแบบอุดมคตินิยม?” โชอธิบายพร้อมโยนคำถามกลับมา

“ไม่ใช่ไม่ชอบใจ ใช้คำว่า ‘ไม่ค่อยเข้าใจ’ จะเห็นภาพมากกว่า คือมองในมุมของเกย์รุกที่ไม่ใช่ไทป์ในอุดมคติของสังคมอะคุณ ผมก็แค่รู้สึกว่าทำไมเหรอ ถ้ารุกจะตัวเล็กกว่ารับ จะอ้วน จะหุ่นไม่ดี หน้าตาไม่เพอร์เฟค ผิวไม่ขาว ถ้าไม่ตรงตามนี้ พวกเราจะไม่มีสิทธิ์เป็นคนที่สมควรได้รับความรักที่ดี ความสัมพันธ์ที่ดี เหมือน ๆ กับตัวเอกในนิยายเหรอ? หรือเราถูกจำกัดเป็นได้แค่ตัวประกอบเพราะขาดความน่าดึงดูด?”

โชอ้าปากเหวอนิดหน่อย เขาเงียบไปเหมือนพยายามเรียบเรียงคำพูดก่อนจะตอบกลับมาด้วยท่าทีระมัดระวัง

“มันยังเป็นกรอบนะ เป็นกรอบที่ยังติดอยู่กับงานศิลปะของไทย คือสื่อทุกชนิดนะไม่ว่าจะนิยาย ซีรีส์ ภาพยนตร์ ละครสุดท้ายแล้วต่อให้เป็นเรื่องของเพศทางเลือก แต่ก็ยังมีกรอบขนบธรรมเนียมของชายหญิงเข้ามาครอบหัวโขนไว้อีกที

เช่น ต่อให้ตัวละครเป็นชายชาย แต่จะต้องมีคนใดคนหนึ่งรับบทบาทสมมติเป็นผู้ชาย ส่วนอีกตัวละครก็ต้องรับบทบาทเป็นสมมติผู้หญิง ภายใต้กรอบของสรีระทางเพศที่เหมือนกัน

ผมพูดอีกครั้งนะ ผมเข้าใจสิ่งที่ทีเร็กซ์ไม่เข้าใจหรืออาจจะไม่ชอบใจนะ แต่อีกแง่มุมหนึ่ง ผมว่ามันก็เป็นสิทธิทางเลือกของเขาที่จะเสพงานศิลปะที่เขาชื่นชอบ และถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา นักเขียนนะ อยากเขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเขียนทั้งนั้น แต่มันจะมีคุณค่าอะไรตราบเท่าที่งานเขียนนั้นไม่สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนักเขียนได้” โชเว้นวรรค ทำหน้าหนักใจก่อนจะพูดต่อ

“ผมรู้สึกว่ามันโหดร้ายนะ แต่มันก็คือโลกแห่งความเป็นจริงที่พวกเราต้องเผชิญ คนที่เขาชอบความเป็นอุดมคตินิยมเขาก็ไม่ผิดอะไรที่จะชอบความสมบูรณ์แบบ และการที่ทีเร็กซ์ไม่ชอบก็ไม่ผิดอะไรด้วยเช่นกัน ผมว่ามันเป็นเรื่องของมุมมองและวิวัฒนาการทางพหุวัฒนธรรมที่อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลานะครับ”

“ผมเข้าใจ ๆ ผมเลยไม่คิดจะว่าอะไรหรอก ถ้าตัวละครของคุณมันจะต้องตรงตามไทป์แบบนั้น เพราะสุดท้ายแล้วก็อย่างที่คุณว่ามา มันเป็นสิทธิในการเลือกอ่านของนักอ่านจริง ๆ แล้วบุคคลที่ประกอบอาชีพนักเขียนเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอย่างคุณ ถ้าขายงานเขียนไม่ได้มันจะไปมีประโยชน์อะไร คุณไม่ได้สังเคราะห์แสงอาทิตย์แล้วท้องอิ่มนิครับ”

ก็อย่างที่ว่าไป ผมแค่ไม่เข้าใจมากกว่าจะไม่ชอบใจ อาชีพที่คนเราใช้ดำรงชีพ ถ้ามันหาเลี้ยงชีพหรือสร้างผลประโยชน์ไม่ได้มันก็คงเป็นได้แค่งานอดิเรก

เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่โกรธหรือไม่ได้รู้สึกไม่ดีหรอกครับถ้าตัวละครในเรื่องที่เอาข้อมูลจากผมไปเขียน จะต้องสูง ยาว เข่าดี มีชีวิตที่น่าอิจฉา เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้จุดประสงค์ดีแค่ไหน เราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องของผลประโยชน์จากการลงทุนลงแรงเช่นกัน

โชเป็นนักเขียนนิยายมืออาชีพ อาชีพของเขาคือการขายผลงานศิลปะที่ตัวเองรัก ทั้งยังมีการหาข้อมูลและใส่ใจในรายละเอียดของงานที่ตัวเองทำ งานแต่ละชิ้นก็ไม่ได้ใช้เวลาแค่วันสองวันแล้วจบลงไปซะหน่อย ไหนจะลงทุนลงแรงในการสัมภาษณ์ไหนจะค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อมในการทำงาน แล้วมันจะผิดอะไรถ้าเขาจะพยายามรังสรรค์ผลงานให้ออกมาเป็นที่ยอมรับของผู้คนที่พร้อมจะสนับสนุนให้เขามีกำลังใจและทุนทรัพย์ในการทำงานต่อไปละครับ?

เราเอาเงินซื้อความฝันไม่ได้ แต่เราเอาเงินไปต่อยอดเส้นทางในการเดินทางไปตามหาความฝันได้ ผมเข้าใจเรื่องนี้ดี

โชยิ้มให้ผมแทนคำขอบคุณในความเข้าใจสภาพและข้อจำกัดด้านงานเขียนของเขา หลังจากรัวนิ้วสักพักเขาก็เงยหน้าขึ้นมาถามคำถามถัดไป

“อันนี้ถามลงลึกหน่อย คุณเคยมีอะไรกับผู้หญิงไหม หรือที่ผ่านมาเคยมีอะไรแต่กับผู้ชาย แล้วมันแตกต่างกันมากน้อยเพียงใดสำหรับคุณ?”

“กับผู้หญิงผมก็เคย และกล้าพูดด้วยว่ามันเป็นเฟิร์สเซ็กซ์ครั้งแรกของผม กับรุ่นพี่ในโรงเรียนตอนม.สาม แน่ละ ผมไม่ได้ป้องกัน แต่หลั่งนอก ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าต่อให้หลั่งนอกก็มีสิทธิ์ท้องได้เหมือนกัน ...

ส่วนแตกต่างกันเนี้ย พูดยากอยู่นะคุณ มันก็แตกต่างกันหลายแง่มุม ตั้งแต่ว่าการมีอะไรกับผู้ชายมันยากกว่าการมีอะไรกับผู้หญิงอะครับ”

“ยากกว่าเหรอครับ ยังไง?” โชถามพร้อมคีย์แป้นพิมพ์ตามคำพูด

“ก็ผู้ชายมันไม่มีน้ำหล่อลื่นไงคุณ บอกไว้ตรงนี้เลยนะ ถ้าคุณเคยไปอ่านนิยายวายเรื่องไหนและมีฉากการมีเพศสัมพันธ์กันแล้วมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมา นั้นแปลว่านักเขียนคนนั้นทำการบ้านไม่ดีมากพอ ลำไส้ใหญ่คนเรามันผลิตน้ำหล่อลื่นได้ที่ไหนกันละคุณ” ผมว่า หัวเราะปอย ๆ กับความไร้เดียงสาของนักเขียนท่านนั้น

“อีกเรื่องคือ เราต้องเข้าใจว่ามันไม่ใช่ช่องทางธรรมชาติหลัก ๆ มันคือส่วนท่อต่อที่เป็นระบบการขับถ่ายของเสียของร่างกาย มันยากตั้งแต่กระบวนการทำความสะอาดหรือในภาษาพูดก็คือ ‘ทำแท้ง’ ไปจนถึงการเชื่อมส่วนประกอบของคนสองคนเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ ตรงนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องสอนกันหน้างานถ้าน้องทำไม่เป็น”

ผมหยุดเว้นวรรค แอบเห็นหน้าน้องแม็กซ์ลอยมาแต่ไกลเล็กน้อย

“ผมถึงได้บอกไงว่าผู้ชายสองคนจะได้กันนะ มันไม่ใช่ง่าย ๆ มากกว่าเข้าได้ เข้าไม่ได้มันเป็นเรื่องของสุขลักษณะอนามัยนะ เพราะงั้นเวลาเจอนิยายที่ตัวเอกเมาแล้วมีอะไรกัน ผมก็อดจะคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัยแล้วไม่ได้เคลียร์ช่องทางแล้ว.....”

ผมตั้งคำถามพลางเว้นวรรคให้โชได้คิดตาม โชอ้าปาก เหวอไปนิดหน่อย ก่อนเขาจะดึงสติกลับมาได้แล้วถามต่อ

“ประเด็นนี้น่าสนใจนะครับ จะว่าไปแล้วเวลาอ่านนิยายวายก็ไม่ค่อยจะเจอฉากสุขอนามัยต่าง ๆ จริง ๆ นั่นแหละ” เขาว่า

“มันคงเสียอรรถรสมั้ง? แบบ พระนายกำลังเข้าได้เข้าเข็ม อยู่ดี ๆ ตัวนายบอก ‘เธอ ๆ เรายังไม่ได้ทำความสะอาดมา ขอไปจัดการตัวเองก่อนนะ’ อะไรแบบนี้ก็อาจจะเสียอารมณ์รึเปล่า แบบ ... จังหวะมันได้?” ผมสันนิษฐาน

เรามองหน้ากัน ทำหน้าปั้นยากทั้งคู่ ก็ถูกที่ทั้งเขาทั้งผมว่ามานั่นแหละ ถ้าจะต้องมานั่งอธิบายในนิยายว่าคนกำลังจะได้กัน แต่ต้องวิ่งไปทำความสะอาดช่องทางก่อน มันก็ออกจะ...แปลก ๆ มั้ง?

“เอาเป็นว่า ผมจะเก็บประเด็นนี้ไว้ แล้วจะพยายามหาทางเขียนออกมาให้มันดูสมูทมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ”

ผมพยักหน้ารับคำ จริง ๆ ต่อให้เขาไม่เขียนถึงกระบวนการเตรียมตัวผมก็คงไม่คิดจะโทษอะไรเขาหรอก ก็อาจจะแค่แบบ รู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อยที่ผู้ชายสองคนมีอะไรกันได้แค่จังหวะมันได้โดยไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน

“โช เรื่องบุคลิกภาพหรือแบ็กกราวน์ของตัวละคร ผมไม่มีอะไรจะขอร้องคุณเลย แต่ผมมีเรื่องหนึ่งอยากขอร้องคุณได้ไหมครับ?”

“ครับ?” เขาเงยหน้ามาฟังผมพูด หยุดการพิมพ์ไปชั่วครู่

“ผมจะขอว่า ถ้าคุณจะเขียนฉากการมีเพศสัมพันธ์หรือฉากร่วมรัก ผมขอนะ ไม่บรรยายถึงส่วนการเตรียมตัวต่างๆ ได้ แต่ตัวละครทุกตัวต้องมีการกล่าวถึงการป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ... คุณรับปากผมได้ไหม?”

ผมพูด โชทำหน้าหนักแน่นก่อนจะพยักหน้าตกลงกับสิ่งที่ผมขอ

“ผมตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้ว อาจจะดูเก้ ๆ กัง ๆ หรือผิดแปลกไปจากขนบธรรมเนียมของนิยายวายเรื่องอื่น ๆ แต่ตัวละครในนิยายของผม ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ ผมจะต้องให้พวกเขาป้องกันเสมออย่างแน่นอน ผมจะพยายามหาวิธีการในรอยต่อให้เหมาะสมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในแต่ละสถานการณ์ ....ผมรับปากครับ”

อย่างที่เราทั้งคู่เคยพูดต่อกันโดยไม่ได้ตั้งใจ สื่อทุกชนิดมีผลต่อผู้บริโภคเสมอ เราอาจจะมองว่าเราเป็นสื่อ เราเป็นแค่เรื่องในจินตนาการ เรามีหน้าที่แค่การให้ความบันเทิง

แต่อีกด้านหนึ่ง เราก็ต้องยอมรับว่าเรามีผลต่อผู้บริโภค เรามีผลต่อคนในสังคมไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม มันคือความรับผิดชอบของคนทำงานตรงนี้

เพราะผมเป็นคนให้ข้อมูลเรื่องราวทั้งหมด ณ ตรงนี้ ผมไม่อยากเป็นแม้แต่เศษเสี้ยวเล็ก ๆ ที่ส่งผลให้ใครสักคนหนึ่ง ตัดสินใจทำอะไรผิดพลาดจนส่งผลต่อชีวิตทั้งชีวิตของเขาไป เพราะงั้นแล้วผมไม่แคร์เรื่องตัวละครจะสูงต่ำ ดำขาว อ้วนผอม รวยจน หรืออะไร ผมแคร์แค่ว่าพฤติกรรมของตัวละครนั้น ๆ จะต้องไม่ไปทำให้คนอ่านคนใดคนหนึ่งเกิดการทำตามในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเกิดเรื่องแย่ ๆ ขึ้นได้

ผมนั่งรอสักครู่ ไม่ถึงห้านาทีต่อมาโชก็ถามคำถามต่อไป

“คุณเคยรู้สึกอะไรกับคนที่มามี sex ด้วยไหม? ...หมายถึง คนเราสามารถมี sex กับคนแปลกหน้าได้โดยที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกันจริง ๆ นะเหรอ?”

วูบหนึ่งหลังจบคำถาม ภาพอะไรบางอย่างที่ฝั่งอยู่ข้างในหัวผมสะท้อนออกมาอีกครั้ง ระเบียงสีขาว กระถางต้นไม้สีเขียว ที่เขี่ยบุหรี่มุมบิ่น ๆ และกรอบแว่นตาสีดำสนิท .....ผมยิ้มเบาบางสายหนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่แม้แต่ตัวเองยังไม่เชื่อถือในคำพูดของตัวเอง

“ผมไม่รู้สึกอะไรหรอก Just sex มันเป็นแค่ดีลหรือข้อตกลงของคนสองคนหรือมากกว่านั้นโดยสมัครใจ มันเป็นแค่อารมณ์วูบวาบในท้องน้อยที่ก่อตัวขึ้นและหาทางระบายออก พอปลดปล่อยเสร็จสิ้นทุกอย่างก็จบลงไปพร้อม ๆ กับถุงยางอนามัยที่ถอดออกมาจากปลายอวัยวะเพศของคนเรานั่นแหละ”

โชพิมพ์แป้นรัวแต่ก้มหน้าเงียบลงเหมือนต้องการปล่อยให้ผมจมภวังค์ความคิดของตัวเอง ขอบคุณเขาเป็นอย่างมากที่ไม่ถามหรือสงสัยต่อในท่าทีที่แสดงออกว่ามีอะไรบางอย่างข้างในที่เผลอหลุดออกไป

ผมยกน้ำปั่นขึ้นมาดื่มอีกสองสามอึก พยายามรีเซตความรู้สึกแปลก ๆ ที่โผล่ขึ้นมากลางวงสนทนาเมื่อชั่วครู่ ก่อนจะสำทับต่อ

“แต่ก็ต้องพยายามรักษาระยะห่างระหว่างคนสองคนดี ๆ นะครับ จริงอยู่ว่าเราอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่การแลกเปลี่ยนความต้องการของคนสองคน แต่เรื่องหัวใจของคนเรานะ มันซับซ้อนนะ ... ถ้าไม่อยากมีปัญหาตั้งแต่แรก ก็ขีดเส้นไปเลยว่าระยะห่างไหนคือระยะปลอดภัยในความสัมพันธ์ที่เปราะบางมากกว่าปีกแมลงปอแบบการดีลเซ็กซ์

ยกตัวอย่างเช่นผม เอาเข้าจริง ๆ แล้วไม่เชิงไม่รู้สึก แต่ผมจัดการกับสภาวะอารมณ์ของตัวเองได้ คือผมพยายามทำให้ชีวิตมันง่าย ๆ ผมจะคุยกับคนที่มานอนกับผมทุกคนเลยว่า ผมจะไม่ก้าวล้ำเส้นของใครนะ ผมจะอยู่แค่ในฟากของผม คุณอยากจะไปไหนก็ไปได้ เราต่างไม่มีพันธะใด ๆ ต่อกันและกันมากไปกว่าอดีตคนที่เคยนอนด้วยกัน

ผมจะไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองหรืออีกฝ่ายได้ ‘มีโอกาส’ เพิ่มพูนความรู้สึก ผมจะไม่ก้าวข้ามเส้นของคำว่าเป็นไปไม่ได้ ผมจะคิดอยู่เสมอว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์อะไรหรืออารมณ์แบบไหน หลังจากตื่นขึ้นทุกเช้า ผมจะยังคงเป็นผมคงเดิมที่ไม่มีพันธะอะไรกับใคร มีแค่ผม ...แค่ผมตัวคนเดียวเพียงเท่านั้น”

เราสองคนเงียบลงไป อาจจะเพราะวันปกติทำให้คนในร้านค่อนข้างบางตาจนออกจะเงียบในบางเวลา ผมเหม่อมองออกไปนอกกระจก เมฆฝนตั้งเค้าก่อตัวขึ้นมาแต่ไกล เป็นสัญญาบ่งบอกว่าความหนาวเย็นจะแผ่ลงมาปกคลุมผืนแผ่นดินอีกครั้ง แสงอาทิตย์และความอบอุ่นจางหายไปแทนที่ขึ้นด้วยความเย็นฉ่ำของละอองฝนอย่างช้า ๆ ผมนั่งเท้าคางมองก้อนเมฆค่อย ๆ เคลื่อนตัวก่อนเสียงพิมพ์จะหยุดลงและตามด้วยเสียงของเขา

“ผมชอบคุณชะมัด”

“ครับ?” ผมหันมามองหน้าเขา เมื่อตะกี้ฟังไม่ถนัด

“ผมบอกว่า...ผมโคตรชอบคุณชะมัดเลย”

“........”

“บอกตามตรง ตอนแรกผมแอบผิดหวัง ผมคิดว่าคนที่มี followers เกือบครึ่งแสนน่าจะมีอะไรที่โดดเด่นมากกว่านี้

แต่ไม่เลย คุณกลับธรรมดามากจนน่าตกใจ มันตรงข้ามจนผมคิดว่าหรือผมจะมาหาผิดคนรึเปล่า? ยิ่งตอนคุณแสดงสีหน้าสงสัยแทนสีหน้าแปลกประหลาดใจ ตอนนั้นมือผมเหงื่อออก ตัวเย็นเฉียบมาก คิดแล้วคิดอีกว่าหรือผมจะทักคนผิดจริง ๆ ยิ่งคิดต่อว่าสองพันที่ล่อคุณออกมาจากร้านมันจะสูญเปล่ารึเปล่าวะ?”


ผมเกือบหลุดหัวเราะออกมากลางร้าน โชหยิบแว่นสายตาสำหรับมองคอมพิวเตอร์ออกมาเช็ดก่อนจะสวมใส่อีกครั้งแล้วพูดต่อ

“แต่คุณ...ภายใต้ตัวคุณ ภายใต้ชั้นผิวหนังหนา ๆ ภายใต้ความธรรมดาทั่วไป ภายใต้ความจืดชืดที่คุณแสดงออก ข้างในตัวคุณมันงดงามมาก ๆ คุณสวยงามมากใน ‘ความเป็นมนุษย์’ ของคุณ

คุณมีความรักที่มอบให้กับผู้อื่นโดยมาจากหัวใจเนื้อแท้ คุณมีความโลภในการถวิลหาความหมายของการใช้ชีวิตในแบบของคุณ คุณมีความโกรธความไม่พอใจกับบางสิ่งที่ยังดีไม่มากพอสำหรับตัวคุณเอง และคุณก็ยังมีราคะจริตในการใช้ชีวิตในรูปแบบของคุณ”

“คุณไม่ใช่ตัวละครในนิยาย คุณไม่ได้เป็นเพอร์เฟคแมน คุณเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่มีชีวิตเป็นของตัวเอง มีความเป็นมนุษย์ในตัวและยังเติบโตไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะหมดลมหายใจ สำหรับผม นั้นคือความงดงามของการมีชีวิตอยู่สำหรับคน ๆ หนึ่ง คนเราจะมีลมหายใจต่อไปทำไมถ้าเราปราศจากความสุขในการมีชีวิต”

ผมนิ่งเงียบ ประมวลทุกคำพูดที่เขาพูดออกมา แม้จะโดนใครต่อใครชมมามากมาย แต่มาโดนชมแบบนี้ก็มีความรู้สึกเขินอายบ้างอยู่เหมือนกันนะครับ

“ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเกือบห้าหมื่นคนถึงได้ติดตามคุณ มากกว่าคลิปชวนเสียวที่คุณลง ความเป็นมนุษย์ในตัวคุณมันหอมหวานมากจนเชื้อเชิญคนเข้ามาลิ้มลองซะขนาดนี้ คุณนะ ทำให้ผมมองข้ามไปหมดเลย มองข้ามความธรรมดาของใบหน้าของคุณ มองข้ามรูปร่างภายนอกที่เป็นอยู่ กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เหลืออยู่กับตัวคุณคือความสบายใจเท่านั้นเองจริง ๆ ”

“ผมจะลอยแล้วคุณ” ผมพูดแก้เขิน โชเลิกคิ้วพร้อมส่ายหน้า

“ไม่หรอก ผมจะยอคุณกว่านี้อีกหลายพันประโยคก็ไม่น่าจะลอยถ้าประมวลจากค่า BMI ของคุณแล้วนะน่ะ” และประโยคนั้นเองที่ทำให้ผมยิ้มหวานและชูนิ้วกลางให้กับเขา ก่อนเราสองคนจะหัวเราะออกมาพร้อม ๆ กัน

นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้คุยกับใครอย่างตรงไปตรงมาโดยปราศจากกิจกรรมบนเตียงเข้ามามีส่วนร่วม

...จริง ๆ ก็มีส่วนร่วม แต่เป็นแบบทางอ้อมเท่านั้นเอง

ตอนนั้นเองที่ฝนเลยโปรยเม็ดลงมา ท้องฟ้าอึมครึมตามแบบที่มันควรจะเป็น ระหว่างที่โชกำลังจะอ้าปากถามคำถามถัดไป เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่ามีคนกำลังโทรศัพท์มาหา เขาพยักหน้าเป็นเชิงให้ผมรับโทรศัพท์ก่อน พร้อมมองออกไปข้างนอกอย่างคนมีมารยาท

‘N.ham’

ผมรับสายพร้อมกรอกเสียงลงไป “ว่าไงเจ้าแฮม วันนี้ได้ไปเรียนรึเปล่า?”

‘.....ฮึก...’

ผมขมวดคิ้ว ปกติแฮมจะไม่โทรศัพท์หาผมเล่นโดยไม่มีเหตุผล เพราะเขารู้จักนิสัยของผมดี และเมื่อตะกี้นี้ผมเหมือนได้ยินเสียงสะอื้นตามสายมาเบา ๆ

“แฮมครับ ได้ยินพี่ทีไหม? แฮมอยู่ไหน เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” ผมว่า น้ำเสียงร้อนรนนิด ๆ ด้วยความเป็นห่วงคนปลายสาย

‘อึก.....ฮื้อออออออออออออออออออออออออออออ’

จบประโยคของผม เสียงร้องไห้จากปลายสายก็ดังขึ้นมา ผมแอบเกลียดตัวเองที่จินตนาการดีมากเกินไปจนนึกภาพออกว่าเด็กที่ยังมีความบริสุทธิ์มาก ๆ แบบแฮมจะกรีดร้องด้วยความทรมานใจมากขนาดไหน

“แฮม เกิดอะไรขึ้น!! หนูอยู่ไหน” และประโยคต่อมานี่เองที่เรียกความสนใจให้โชกลับมามองหน้าผม ผมแอบกัดริมฝีปากเบา ๆ ใจเต้นรัวเพราะไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย

‘พี่ที...แฮม....ฮึก...แฮมติดเชื้อ HIV’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #213 l88765100593 (@l88765100593) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 12:15
    เป็นเรื่องที่ให้ติดtop5ในนิยายที่อ่านเลย คืออ่านทุกตัวอักษรได้เพลินมากๆ สู้ๆค่ะ
    #213
    0
  2. #199 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 23:48
    อืม .... พิมพ์ไม่ออกน้องงง
    #199
    0
  3. #188 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:52
    เชี้ยยยย
    #188
    0
  4. #178 Na mw_svt. (@Nanae123) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 01:01
    เข้าใจโมเม้นนี้เลยยย ถึงเราจะไม่ได้เป็น แต่มันก็คือโรคที่รักษาไม่หาย สงสารน้องงงง
    #178
    0
  5. #165 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 20:08
    โอ้วว น้องจริงๆหรือน้องที่เคยนอนด้วยล่ะนั่น
    #165
    0
  6. #67 K_57 (@K_57) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 01:19
    สงสารจังเลยค่ะ ชอบความเรียล
    #67
    0
  7. #16 sugasuga (@arachipoogun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 21:30

    เเรื่องนี้อย่างเรียล. เปิดโลกให้กว้างขึ้นไปอีก ข้อมูล สุดยอดมาก

    #16
    0
  8. #12 prx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 20:00

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ เราในฐานะที่แต่งนิยายวายก็บางเรื่องที่ไม่รู้หรือไม่ได้ใส่ใจจะหาข้อมูลมาเขียนเพราะบางทีก็อยากแต่งตามใจตัวเองหรือเซอร์วิสคนอ่าน อย่างเรื่องชชที่เมาแล้วมีอะไรกัน อย่างที่คุณเขียนเลยค่ะว่าถ้าจู่ๆจะบอกและลุกไปทำความสะอาดเนื้อเรื่องมันจะไม่สมู้ท อันนี้พอจะรู้ค่ะว่าทวารหนักของคนเรามันไม่สะอาดที่จะแบบมีอะไรได้ปุบปับ ไม่เหมือนของผผู้หญิงอ่ะ55555 และอะไรอีกหลายอย่าง

    มันจะมีเส้นกั้นที่ว่าโลกความเป็นจริงกับโลกของความฝัน การจะเขียนอะไรสักเรื่องถ้าคุรแต่งอะไรที่มันออกแนวชีวิตหรืออ้างอิงความเป็นจริงมากไปหน่อยฟีดแบคที่ได้รีบกลับมามันค่อนข้างจะต่ำ นึกแล้วก็อยากจะร้องไห้55555 แต่พอเรื่องไหนที่คุณทำตามใจไม่สนข้อเท็จจริงอย่างเขรยนให้รับจ๋าเว่อ ออกสาวเกินเหตุ กลับได้รับฟีดแบคตอบกลับมาอย่างล้นหลาม อืม 5555 เพราะแบบนั้นด้วยรึเปล่าที่นักเขียนวายหลายคนเลือกจะเขียนเซอร์วิสนักอ่านมากกว่าเพราะได้กระแสตอบรับที่ดีกว่า อย่างว่าค่ะอุดมคตินิยมอ่ะเนอะ บางทีคนจิ้นชายชายเขาไม่ได้ชอบเกย์ เขาอาจจะแค่ชอบผู้ชายหน้าตาดีรักกัน

    p.s. แต่แอบสงสัยค่ะว่าชชเวลามีอะไรกันแล้วไม่ใส่ถุงยาง พวกเขาไม่กลัวเชื้อโรคเหรอคะเพราะตรงส่วนนั้นมันไม่ค่อยจะสะอาดเท่าไหร่ ที่ถามนี่ไปเจอแอคเค่อหลายๆท่านมาค่ะ ;;

    #12
    0
  9. #4 Gray13 (@1420501184192) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 19:20
    Oh No ไม่นะ คิดออกเลยว่านางจะทำไงต่อไป
    #4
    0