[PRE ORDER] แ อ ค เ ค่ อ #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,604 Views

  • 323 Comments

  • 1,172 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,024

    Overall
    21,604

ตอนที่ 27 : Ep.23 Me Before You [Part I]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61

               


Ep.23 Me Before You [Part I]



NO RAIN NO FLOWER.

เมื่อสายฝนพัดผ่านและจางหาย

...สิ่งที่หลงเหลือไว้นั้นคือปาฏิหาริย์ของความเจ็บปวด


 

1 ปีก่อนหน้านั้น

 

“บ้าเอ๊ย” ผมสบถเบา ๆ เดินหัวเสียออกมาจากบริเวณวงเวียนกลับรถหน้าทางเข้าพยาบาล ส่ายหน้าแล้วเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากับตัวเอง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนเทกะทันหันจากคนที่นัดกันผ่านแอพลิเคชัน แต่ถ้าจะเทกันช่วยเทกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้ไหม จะได้ไม่เป็นภาระผมต้องแต่งตัวออกมาจากหอพัก แม้มันจะใกล้โรงพยาบาลแห่งนี้ก็เถอะ

ครืนน

เหมือนผมจะไม่ได้โชคร้ายเท่าไหร่ เพราะไม่นานโทรศัพท์ก็ส่งแจ้งเตือนว่ามีคนใหม่ ๆ ทักมา เขาไม่แสดงรูปใบหน้า มีแค่รูปหุ่นกับเสื้อกราวน์ ผมเบ้ปาก หวังว่าจะไม่ใช่เด็กในคณะใกล้ ๆ กัน แต่ก็ตอบแชทเขากลับไปอยู่ดี อีกฝ่ายพิมพ์บอกว่าเขากำลังลงจากเวรพอดี ผมเดาว่าเขาอาจจะเป็นพวกอินเทิร์น ในกรณีที่ไม่ได้ปลอมโปรไฟล์ละนะ เพราะหมอปกติคงไม่ว่างมานั่งตอบแชทผมแบบนี้หรอก

เรานัดกันที่โรงอาหารด้านข้างโรงพยาบาล ให้ตายเถอะ ถ้าไม่ติดว่าผมโดนเทจากที่คนอื่นนัดมาคงไม่เดินเข้ามาถึงด้านในนี้ ผมสั่งเครื่องดื่มเป็นนมสดร้อนนั่งรอเขา ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ตัวมองเด็กคณะวิทย์เคลื่อนตัวผ่านไปมาหลากหลายสาขา ปกติแล้วพวกเด็กสายสังคมแบบผมไม่ได้เดินมาแถวนี้นักหรอกนะ

“สวัสดีครับ”

10 นาที ไม่ช้าไม่เร็วกว่าที่เขาพิมพ์บอกไว้ในแชท ผู้ชายตัวโต ๆ สวมแว่นตาสีดำสนิทคนหนึ่งก็มานั่งตรงข้ามกับผม ผมมองหน้าเขาแล้วเงียบไปก่อนจะพูดขึ้นมาเบา ๆ

“ทักผิดคนรึเปล่าครับ?” ผมแกล้งแหย่ อีกฝ่ายอมยิ้มแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความเข้ามาในแชท และนั่นทำให้โทรศัพท์ของผมสั่นแจ้งเตือน เขามองแล้วอมยิ้มคล้ายกับว่าตัวเองกำลังได้รับชัยชนะ

“หรือให้ผมเปิดทวิตเตอร์คุณประกอบด้วยไหมครับ?” เขาว่า ผมขมวดคิ้วเหล่ตามองอีกฝ่ายหลังจบประโยคนั้น

“แชทถูกคน แต่ทวิตเตอร์ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน?” ผมถามกลับ เพราะรูปโปรไฟล์ที่ผมใช้ในแอพฯ ผมไม่เคยอัปโหลดลงในทวิตเตอร์ เขายักไหล่ไม่ตอบคำถามของผมแต่หันไปสนใจเรื่องอื่นแทน

“คุณทานอะไรมารึยัง?”

“ผมจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว” ผมตอบกลับพลางเหล่มองเสื้อกราวน์ของเขาแล้วตั้งคำถามต่อ “ช่วงนี้คุณไม่รู้เหรอว่าเขากำลังตั้งคำถามนะ ว่าหมอใส่เสื้อกราวน์ลงมาเดินแบบนี้ มันจะติดเอาเชื้อโรคไปให้ผู้ป่วยในตึกรึเปล่า”

“ผมแต่งคอสเพลย์เฉย ๆ คุณไม่รู้เหรอ” เขาโกหกหน้าตาย ผมยักไหล่ไม่สนใจ ยังไงมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่ว่าเขาจะยอมรับรึไม่ก็ตามแต่ใจ ผมไม่ใคร่อยากทราบเรื่องส่วนตัวของใครอยู่แล้ว

“ข้างบนมันไม่มีที่แขวนเสื้อกราวน์”

“ครับ?” ผมไม่เข้าใจ เขาอมยิ้มแล้วอธิบายต่อ

“ข้างบนตึก ในห้องพัก มันไม่มีที่แขวนเสื้อกราวน์ ปกติแล้วถ้ามีธุระอะไรต้องทำต่อแล้วต้องลงมาข้างล่าง ถ้าถอดออกจะวางไว้ตรงไหน วางไว้แล้วจะยับไหม ถ้ายับจะเป็นยังไงต่อ นั่นแหละสาเหตุที่บุคลากรในวิชาชีพบางส่วนถึงต้องสวมเสื้อกราวน์ลงมาด้วย แต่สบายใจเถอะ เดี๋ยวก็เอียนกันไปเองตอนทำงานจริง ๆ ไม่ค่อยมีใครอยากใส่หรอก ถ้าไม่ได้ใส่เพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับอีกฝ่ายที่มาใช้บริการนะคุณ

ส่วนเรื่องโรค ถ้าเอาตามที่ผมคิด มันไม่ได้มีผลมากขนาดนั้น  บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลและเข้าออกใกล้ชิดกับคนไข้ไม่ได้มีแค่พวกผม อีกอย่าง คุณคิดว่าเชื้อโรคข้างในข้างนอกแตกต่างกันมากขนาดไหนเชี่ยว? แต่อย่าเอาไปบอกใครนะว่าผมพูดแบบนี้ เดี๋ยวเขาจะหาว่าผมไม่สนใจเสียงของประชาชนไปซะหมด”

เขาอธิบายยืดยาวแล้วตบท้ายด้วยการหัวเราะเสียงใส ผมพยักหน้าขึ้นลงรับทราบแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดแค่ว่ามันแปลกดีเหมือนกันที่ถ้ามันจะมีปัญหากับแค่เรื่องตรงนั้น ทำไมไม่จัดการมันให้มันปัญหาจบ  ๆ ไป เหมือนอ่านใจได้ เจ้าตี๋ตัวโตตรงหน้าผมพูดต่อ

“ผมแก้ปัญหาในส่วนที่ผมสามารถแก้ไขไปได้แล้ว อย่าสงสัยเลย” เขาว่าพลางยิ้มพราย ผมยักไหล่โกหกหน้าตายกลับ

“ใครบอกว่าผมสงสัย”

“แววตาคุณมันฟ้องว่าอยากได้คำตอบจากผม” เขาว่า

“คุณคิดไปเอง” ผมตอบกลับ

“ไม่เป็นไร ผมชอบคิดไปเอง สบายใจดี” เขาไม่ยอมแพ้ เรานั่งจ้องตากันสักพักก่อนเขาจะยื่นมือมาหาผม

“พอร์ช ...ผมชื่อพอร์ช ที่แปลความหมายได้ถึงความร่ำรวย มั่งคั่ง ไปจนถึงชื่อเล่นของรถยนต์ชั้นยอดที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย”

“ไททานิก” ผมโกหกอีกครั้งพร้อมยื่นมือขึ้นไปข้างหน้า

“โอเค ไท ผมจะเรียกคุณตามนั้น ไม่ว่าชื่อจริง ๆ ของคุณจะชื่ออะไรก็ตามแต่” เขายิ้มพรายใส่ ดวงตาคู่ตี๋เหมือนกำลังฟ้องว่ารู้ทันทุกเรื่องที่ผมทำ เรากระชับมือก่อนจะยิ้มให้กัน

...นั่นคือครั้งแรกของผมที่ได้เจอกับผู้ชายคนนี้




(เนื้อหาส่วน NC ถูกตัดออกตามกฎของทางเว็บเด็กดี พ่อแมวต้องขอรบกวนอ่านจากหน้าเว็บอื่นที่ลงได้ เพราะเป็น NC ที่มีส่วนสำคัญมาก ๆ เช่นกันต่อเนื้อเรื่อง ต้องรบกวนให้ช่วยตามไปอ่านกันด้วยนะครับ)



“ไม่ต้องกลัวนะ อยู่กับพี่อยากทำอะไรก็ทำได้” เขาว่าเสียงหวาน ผมพยักหน้าขึ้นลงเข้าใจตามนั้น ก่อนจะเริ่มต้นทำต่อจากสิ่งที่เราค้างคาไว้เมื่อกี้

...และผมก็ลืมคิดไปเลย ว่าตั้งแต่ตอนไหนกันที่ผมเรียกเขาโดยมีคำนำหน้าว่า พี่ ติดมาด้วย

หรือจริง ๆ แล้วผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าผมเคยตั้งกฎกับตัวเองไว้

ว่าผมจะไม่รู้สึกอะไรกับคนที่เจอผ่านแอปพลิเคชัน

 

it’s supposed to clear up late.

เมื่อเมฆหมอกเคลื่อนย้ายคล้ายท้องฟ้ากลับมาแจ่มใส

 

พี่พอร์ชเป็นคนประเภทที่ผมไม่คุ้นเคยที่จะรับมือ เขาฉลาด ก็แน่ละ ถ้าไม่ฉลาดคงมาเป็นหมอไม่ได้ แต่เขามีวิธีการพรีเซนท์ความฉลาดของตัวเองได้ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ และเขาทำให้ผมรับรู้ได้ว่าตัวเขาเองฉลาดโดยไม่จำเป็นต้องพูดออกมาตรง ๆ ด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น เขาไม่ถามเรื่องส่วนตัว ไม่ยุ่งเวลาผมตอบแชทใครตอนเวลาเราอยู่ด้วยกันในห้อง และไม่สงสัยเวลาผมออกไปหาใคร ถามว่าเป็นความฉลาดยังไง ก็ต้องตอบว่าเป็นความฉลาดที่รู้ว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด

...และเขาก็ทำให้ผมรู้สึกยินดีกับการมีเขาอยู่ในชีวิตโดยไม่อึดอัด

เราคุยกันบ่อยมากขึ้น เจอกันถี่มากขึ้น และมีอะไรกันมากขึ้น หลากหลายสถานที่จนผมรู้สึกว่าตัวเองกลับไปเป็นเด็กสิบหกที่กำลังใจแตกอีกครั้ง หลายครั้งเองผมก็คิดว่าเขาน่าจะรู้สึกเหมือนผมเหมือนกัน ยอมรับเลยว่าการมีเซ็กซ์กับเขาช่วยเติมเต็มความรู้สึกอะไรหลาย ๆ อย่างในร่างกายให้กับผมได้เป็นอย่างดี

แววตาที่เขามองตอบกลับผมมา มันเหมือนช่วยเติมเต็มความโหวงในจิตใจของผมไม่ให้กลับไปเป็นตัวผมในวันวานที่อะไรบางอย่าง “ขาด” หายไปจากภายในจิตใจ

ผมไม่ทันรู้ตัว เขาก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผมแล้ว ชีวิตที่ล่องลอยคล้ายกับควันบุหรี่ ถูกโอบกอดและพัดเปาด้วยสายลมที่อบอุ่นของเขา วันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังสูบบุหรี่ จู่ ๆ เขาก็ถามผมเบา ๆ ว่า “ไม่อยากอยู่กับเขาไปนาน ๆ เหรอ?” ผมนิ่ง บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง รู้แต่ว่ามันเป็นประโยคที่เปลี่ยนคนสูบบุหรี่แบบผมไปตลอดกาล

หลังจากวันนั้นผมก็ไม่สามารถสูบบุหรี่ได้อีกเลย

คงจะดีถ้าเรื่องทั้งหมดมันจบลงที่ตรงผมแค่เลิกสูบบุหรี่ ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจากตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีในห้องของผมก็มีรองเท้าวิ่งคู่เก่งมาอีกคู่ ผมถูกลากไปออกกำลังกายโดยความไม่สมัครใจ อึดอัด แต่เขามีวิธีการปรนเปรอจนผมไม่สามารถปฏิเสธได้ จากวันผ่านเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์แปรเปลี่ยนเป็นเดือน

และชีวิตผมก็กลับกลายเป็นคนสุขภาพแข็งแรงมากกว่าก่อนจะเจอเขา

พี่พอร์ชบอกกับผมว่า ห้องของผม “ขาด” สิ่งความมีชีวิต ผมนั่งเงียบ มองหน้า นึกไม่ออกว่าควรตอบกลับเขาว่าอะไรดี ในที่สุดแล้วผมก็โดนลากไปหาสิ่งมีชีวิตบางอย่างเข้ามาไว้ที่ห้อง เราเลือกกันอยู่นาน เพราะผมกลัว ผมกลัวสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ผมไม่ได้กลัวพวกมัน แต่ผมกลัวตัวเอง

ผมกลัวว่าผมจะมีความรับผิดชอบไม่มากพอต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้

เป็นอีกครั้งที่พี่พอร์ชชนะผม

ต้นพืชอวบน้ำต้นหนึ่งประดับอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงของผม มันเป็นพืชที่หน้าตาดูเด๋อด๋ามากที่สุดเท่าที่ผมจะเคยเห็นมา พี่พอร์ชค่อย ๆ สอนให้ผมรู้จักการดูแล “สิ่งมีชีวิต” อย่างอื่น นอกจากความสัมพันธ์บางอย่างที่ผุผังลงไป ผมเริ่มนัดน้อยลง เริ่มคุยกับคนอื่นด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากก่อนหน้านี้

ผมเริ่มกลับไปเป็นผมคนเดิมก่อน “แตกสลาย”

...และในที่สุดวันนั้นก็มาถึง

วันที่ใครบางคน ดึงผมขึ้นมาจากกรงขังที่ใหญ่ที่สุดภายใต้ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลของผม จริง ๆ แล้วผมจำรายละเอียดอะไรแทบจะไม่ได้เลย ผมไปโรงพยาบาลที่ ๆ ผมเจอพี่พอร์ชครั้งแรก หลังทำธุระอะไรบางอย่างเสร็จ เดินออกมาและเจอกับพี่พอร์ชโดยบังเอิญ ก่อนวันนั้นเขาจะมาหาผม พร้อมอ้อมกอดที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ผมคิดว่าเขาคงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม

ไม่บังคับ ไม่แสดงความสงสาร ไม่บ่งบอกว่าต้องการทำกับผมเหมือนก่อนหน้าที่จะ “รู้เรื่องนั้น” พี่พอร์ชแค่กอดผม เรามีเซ็กซ์กันเหมือนปกติ แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือความอ่อนโยนในทุก ๆ สัมผัสที่ผมได้รับรู้ ความอ่อนหวานจากการปลอบประโลมที่กระทำกับทั้งร่างกายและหัวใจของผม เหมือนกับว่าเขากำลังเติมหลาย ๆ สิ่งลงลึกเข้าไปในจิตใจ

ขั้นตอนแรกของการรักษาบาดแผล คือการดึงหนามหยอกอกที่ตำอยู่ในใจ

ผมค่อย ๆ เล่าเรื่องทั้งหมดออกมาผ่านความรู้สึกมากมายที่จมอยู่ภายใน เล่าตั้งแต่สิ่งแรกที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เล่าไปถึงความจริงที่เกิดขึ้นในขณะที่เรื่องทั้งหมดกำลังดำเนิน เล่าไปถึงการตัดสินใจของผมและคนอื่น ๆ ในเหตุการณ์นั้น เล่าไปถึงแม้กระทั้งว่าตอนนี้ผมกำลังเป็นอะไรและทำอะไร

 พี่พอร์ชแค่โอบกอดผมไว้ พร้อมบอกกับผมว่าเขาจะร้องไห้แทนผมเอง 

อะไรบางอย่างในใจของผมกำลังปะทุและเดือดพล่าน...

...เหมือนผมกลับไปมี “ความหวัง” ในเรื่องที่ผมเคย “สิ้นหวัง” ไปแล้ว

ความสัมพันธ์ ความรัก ผู้คน

ทั้งหมดนั้น ผมเคยมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไร้สาระที่จะกล่าวถึง ไร้สาระที่จะแคร์ ไร้สาระที่จะให้คุณค่า และไร้สาระที่จะสนใจ ผมปิดตัวเอง กักเก็บทุกอย่างไว้ ไม่มีใครที่เข้ามาหาเราโดยไม่หวังผลประโยชน์ แม้กระทั้งการคาดหวังว่าเราจะดีกับเขาก็เป็นผลประโยชน์ในรูปแบบหนึ่ง ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่เกินกว่าผมจะควบคุมได้ แต่ในทางกลับกัน ผมชอบอะไรที่ควบคุมได้ ผมชอบอะไรที่ผมรู้ว่าต้องรับมือยังไง

ในที่สุดผมก็รู้ว่าผมต้องจัดการกับความชอบนั้นยังไง

ผมชอบที่จะไม่ “เริ่มต้น” เพราะมันจะไม่มี “จุดจบ” ให้ผมต้องเจ็บปวด

ไม่คาดหวัง ไม่เพ้อฝัน ไม่ยึดติดว่าสิ่งเหล่านั้นคือความเป็นจริง

....เป็นเรื่องยากที่จะเริ่มต้นกับการมีความสัมพันธ์ทางกายในชั่วข้ามคืนกับใครสักคน แต่เมื่อมีคนแรก มันจะมีคนที่สอง สาม สี่ และห้าตามมาเรื่อย ๆ คุณจะเริ่มรู้สึกเฉย ๆ กับคนที่คุณอาจจะเคยคลั่งไคล้อยากได้เขามาก่อน คุณจะเริ่มมองมนุษย์ทุกคนเท่า ๆ กัน ไม่ได้มองแค่หน้าตา แต่มองว่าจะเป็นใครก็เหมือน  ๆ กันไปหมด

เป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีดีชั่วเหมือนกันกับคุณ

และเมื่อคุณเริ่มชินชากับการมีเซ็กซ์กับคนแปลกหน้า คุณจะเฉย ๆ กับการทักคุยกันไม่ถึงห้านาทีและชวนกันไปทำกิจกรรมที่ห้องน้ำหรือบนรถยนต์ในลานจอดรถ คุณจะไม่ได้แข็งตัวเพราะคุณต้องการมอบความรู้สึกบางอย่างให้แก่อีกฝ่าย แต่คุณจะแข็งตัว เพราะต้องการแค่ปลดปล่อยห้วงอารมณ์บางอย่างออกไปจากภายในหัวใจ

คุณจะแค่รู้สึกเหมือนมันเป็นหน้าที่ ๆ คุณต้องทำ คุณจะยิ้ม หัวเราะ พูดน้อย ไม่ใส่ใจกับอีกฝ่ายไปมากกว่าแค่เขาทำความสะอาดมาและพร้อมให้คุณใช้เป็นเครื่องมือระบายความใคร่ไหม คุณจะไม่อยากรู้ ไม่อยากรับทราบ และไม่สงสัยว่าเขาไม่มีใครตามที่เขาบอกจริง ๆ หรือเขาแค่กำลังนอกกายใครสักคนด้วยการเอาตัวมาถวายคุณ

ตลกดีที่บางทีคนเราก็ไม่สามารถมอบ “คุณค่า” และ “มูลค่า” ให้กับตัวเราเองได้ด้วยตัวเอง เหมือนเราสูญเสีย เราเคว้งคว้าง มองเข้าไปในกระจกก็สงสัยทุกครั้งว่าเรายังมีตัวตนอยู่จริงใช่ไหม เรายังเหลือความรู้สึกไว้นึกถึงใครสักคนรึเปล่า เหมือนเราต้องการ ต้องการอะไรบางอย่างเข้ามาเติมเต็มในตัวเรา

ถึงขนาดว่าต้องการแค่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน

เพราะแค่ต้องการใครสักคน

ใครสักคนที่มองมาที่เรา ใครสักคนที่ “ทำเหมือนว่า” เขาต้องการเรา ใครสักคนที่โอบกอดเราไว้

ใครสักคนที่เป็นเครื่อง “ยืนยัน” ว่ามีคนที่ “ต้องการ” เราจริง ๆ

...แม้เพียงชั่วคราวก็ยอม





Time talk : สวัสดีครับ วันนี้มีหลายเรื่องอยากจะมาคุยกับทุกคน แต่ก่อนอื่น สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า 2562 นะครับ สำหรับใครที่อ่านถึงตรงนี้ ขอบคุณมาก ๆ ที่ยังอยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้นะครับ ในปี 2019 ที่จะมาถึงนี้ พ่อแมวก็ขอให้ทุกๆคนได้มีความสุขกับทุกสิ่งที่ปรารถนา มีสุขภาพที่แข็งแรง มีโชคชะตาที่เหมาะสมในเส้นทางของคนแต่ละคน ปีนี้เราฝ่าฟันกันมาหนักหนามากจริงๆ ปีหน้าต้องดีมากกว่านี้แน่ๆเลยครับ อดทนไปด้วยกันนะครับ พ่อแมวก็จะอดทน และทำในสิ่งที่ต้องทำให้ได้ดีที่สุดครับ

และในวันนี้เอง พ่อแมวขอประกาศข่าวดี (เหรอ?) ให้ทุกคนได้รับทราบครับ

พรุ่งนี้เวลา 21.00 นาฬิกาโดยประมาณ พ่อแมวจะแจ้งรายละเอียดการรวมเล่ม ชื่อตอนทั้งหมดที่จะลงในหนังสือ ตัวอย่างตอนพิเศษ ตลอดไปจนถึงหน้าปกและของแถมรอบพรีออเดอร์นะครับ !!!

จุดพลุเด้ออออ ฮิ้ววววววววววววววววววววว !!!!

รอติดตามกันให้ดี ๆ นะครับ และพรุ่งนี้เรามาเจอกันนะครับ :) 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #304 001121356 (@001121356) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 17:30
    มีความอยากรุ้มากกกก
    #304
    0
  2. #299 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 23:50
    อื้อหือ ปมในปมไปอีก ดูๆเเล้วอาการของทีนี่หนักเอาเรื่องอยู่นะ รอพาร์ทต่อฮะเหมือนจะเดาทางออกนิดนึง5555 สวัสดีปีใหม่เช่นกันฮะ มาพร้อมกับความค้างอีกระดับเลยนะคะไรท์
    #299
    0
  3. #298 -mumo- (@mumoth) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 23:35

    ว่าแล้วในปมพี่พอร์ช ก็ยังมีอีกปม ซึ่งเริ่มค่อยๆคลายแล้ว แต่คงต้องรอพาร์ทหน้าว่าทำไมถึงจบกันไม่ดีกัน... สุขสันต์ปีใหม่พ่อแมวล่วงหน้า ขอให้เป็นอีกปีที่ดีนะคะ
    #298
    1
    • #298-1 aiairline (@airphunthila) (จากตอนที่ 27)
      1 มกราคม 2562 / 01:50
      สวัสดีปีใหม่ค่ะ
      มาถึงตอนนี้เริ่มเห็นปมในใจของทีแล้วสินะ ยังมีอีกแน่ๆเลย รอติดตามต่อนะคะ
      #298-1
  4. #297 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 22:18
    ขอให้พ่อแมวมีสุขภาพที่ดี มีความสุขในวันปีใหม่ด้วยนะคะ
    #297
    0