[PRE ORDER] แ อ ค เ ค่ อ #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,439 Views

  • 319 Comments

  • 1,174 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    859

    Overall
    21,439

ตอนที่ 20 : Ep.18 Home Alone [Part 1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

Ep.18 Home Alone [Part 1]



“….ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน คุณรู้ไหมว่าผมละสายตาไปจากคุณไม่ได้เลย”
ผมสะดุ้งตัวก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน สติสัมปชัญญะวิ่งกลับเข้าร่างได้ทันเวลา ผมเฉหน้าไปอีกทาง กลายเป็นวางคางไว้บนไหล่ของเขาแทน ผ่านไปสักครู่เขาจึงพูดออกมา
“...ไม่ได้เหรอ?”
ผมไม่ได้มองหน้าเขา แต่น้ำเสียงนั้นไม่ได้ออกมาด้วยความยินดีแน่ ๆ ผมสับสน บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเสียงของโชที่พุ่งเข้ามาในจิตใต้มโนสำนึกของผมเมื่อสักครู่คืออะไร ผมทำได้แค่เพียงยกแขนของตัวเองขึ้นกอดคนตรงหน้าแทน
“ขอบคุณนะ” ผมว่า แล้วกอดอีกฝ่ายอยู่แบบนั้น หลีกเลี่ยงที่จะมองหน้าหรือตอบคำถามดังกล่าวที่เขาถามมา รอจนสักพักเห็นจะได้ เขาถึงได้ยกมือขึ้นมาโอบกอดผมไว้เช่นกัน
“อื้อ ขอบคุณเหมือนกันนะ” เขาว่า เรากอดกันแบบนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่ง ไออุ่นจากสัมผัสในตัวของเขาปลุกผมขึ้นมาจากฝันร้ายชั่วคราว มือสาก ๆ ลูบหัวของผมไปมาเหมือนเขากำลังปลอบเด็ก ๆ ชั่วระยะเวลาประมาณหนึ่งก่อนเราทั้งคู่จะถอนตัวออกมาจากอ้อมกอดของกันและกัน
“แล้วกลับยังไงเนี่ย?” ผมถาม ไม่มีกระจิตกระใจไปดูหนังแล้ว
“ขับรถนะ” เขาว่าง่าย ๆ พร้อมชี้ไปที่ซีดานคันเก่าที่ผมเคยนั่ง ผมพยักหน้าทำความเข้าใจ ดูนาฬิกา ก่อนจะบอกเขาไป
“ผมคงต้องกลับแล้ว”
“อื้ม”
“นี่คุณ....”
“....”
“กินข้าวเยอะ ๆ นะ หวังว่าถ้า ‘บังเอิญ’ เจอกันคราวหน้า คุณจะอ้วนมากกว่านี้” ผมว่าติดตลก ก่อนจะยกมือขึ้นมาโบกลา
เหมือนกับทุก ๆ ครั้ง ผมไม่คิดว่าการให้คอนแท็กกับเขาจะเป็นตัวเลือกที่ดีในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะแปลกประหลาดและระบุอะไรไม่ได้เลยระหว่างเราสองคน
เขาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะโบกมือลาก่อนจะส่งยิ้มให้ผมอีกครั้ง
....แม้มันจะเป็นรอยยิ้มที่ใครก็ดูออกว่ามันเป็นยิ้มที่เศร้ามาก ๆ ก็ตาม
ผมพาตัวเองกลับที่พัก อาบน้ำชำระทั้งสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนร่างกายและในหัวสมอง ถอนหายใจออกมาหลายครั้ง ปล่อยให้สายน้ำเย็น ๆ ไหลผ่านจนหัวสมองรู้สึกโล่งแล้วจึงออกมาจากห้องน้ำ เช็กตัว จากนั้นก็เข้าไปเช็กทวิตเตอร์ DM ยังคงหนาแน่นเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกของผม
ผม...รู้สึกไม่อยากตอบ DM เหล่านั้นแบบแปลก ๆ ทั้ง ๆ ที่บางคนเราก็เคยมีอะไรกันมาแล้วครั้งสองครั้งด้วยซ้ำไป
ผมถอนหายใจอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้ ช่วงนี้เหมือนสมองผมทื่อลง โง่งมงายจนตามไม่ทันว่าตัวเองรู้สึกหรือคิดอะไรกันอยู่กันแน่ ผมแก้ปัญหาด้วยการปล่อยทุกอย่างไว้แบบนั้นชั่วคราว คิดไม่ออกก็ไม่คิด ไม่สนใจจะเข้าไปโพสต์อะไรทั้งหรือรีทวิตให้ใครทั้งนั้น ผมปิดหน้าจอลงเงียบ ๆ แล้วกระโดดนอนลงบนเตียง
นี่ผม...กำลังเป็นอะไรกันแน่นะ
เช้าวันถัดมา ผมดำเนินกิจวัติประจำวันทุกอย่างตามปกติ เช้าไปเรียน สายนั่งเม้าทมอยท์กับเดอะแก๊ง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ปกติคือวันนี้ผมจะได้เปลี่ยนที่นอนเป็นการชั่วคราวหนึ่งวัน
หลังจากเมื่อคืนผมกลับถึงห้อง น้องแม็กซ์ก็ไลน์ส่งโลเคชั่นมาให้ ผมดูแล้วขมวดคิ้วหน่อย ๆ เพราะระยะทางจัดว่าค่อนข้างไกลจากที่พักของผมซะทีเดียว แต่ในเมื่อรับปากว่าจะไปหาแล้วก็ต้องไปหา ผมเก็บข้าวของที่จำเป็นต้องใช้ (ในหลาย ๆ ความหมาย) ลงกระเป๋า ไม่ลืมแวะซื้อแปรงสีฟันหนึ่งอัน หลังจากนั้นก็พร้อมเดินทาง
ผมโดยสารรถตู้สองต่อ ต่อแรกจากในมอออกไปห้างสรรพสินค้า แล้วต่อไปอีกรอบเพื่อไปถึงมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกแห่งฝั่งศาลายา พอรถไปถึงก็ต่อสองแถวไปลงแถวหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มองซ้าย แลขวา เดินตามพิกัดโลเคชั่นไลน์ไปเรื่อย ๆ ก่อนจะถึงบ้านหลังหนึ่งตามที่อีกฝ่ายไลน์มาบอกทิ้งไว้
ผมกดโทรศัพท์โทรผ่านไลน์ไปหาเจ้าแม็กซ์ ไม่ถึงครึ่งนาทีอีกฝ่ายก็รับสาย
‘สวัสดีครับพี่เสือ’
“ครับ พี่อยู่หน้าบ้านแม็กซ์แล้วนะ”
‘จริงเหรอครับ?’ เสียงเจ้าตัวว่าอย่างตื่นเต้น ผมได้ยินเสียงวิ่งกุกกัก ๆ ก่อนเจ้าตัวเล็กจะเปิดประตูด้านในโผล่หน้าออกมา
“พี่มาจริง ๆ ด้วย” น้องแม็กซ์ว่า ผมกดวางสายแล้วยิ้มให้เขา
“มาสิ รับปากไว้แล้วว่าจะมาก็ต้องมา”
“มาเพราะรับปากเหรอ นึกว่ามาเพราะอยากมาหาผมซะอีก” เขาว่าเสียงอ้อน เดี๋ยวเถอะ วันนี้จะไม่ได้นอนนะเรานะ อ้อนกันตั้งแต่หน้าประตูบ้านแบบนี้ ผมก็แพ้ทางหมดสิครับ
น้องแม็กซ์ยังอยู่ในชุดนักเรียนแต่ปล่อยชายเสื้อออกมานอกกางเกง เขาเดินออกมาเปิดประตูนอกให้ผมเข้าไป ล็อกกลอน ก่อนจะเดินนำเข้าไปในตัวบ้านทาวน์เฮ้าท์ขนาดกลางหลังหนึ่งที่มีรถมอไซต์คันเล็ก ๆ จอดด้านข้าง ผมถอดรองเท้าผ้าใบวางไว้หน้าบ้านแล้วเดินตามหลังเขาเข้าไป ก่อนเจ้าตัวเล็กจะปิดประตูหลังผมเดินเข้ามาเสร็จ
“คิดถึงพี่จัง” เจ้าตัวเล็กไม่ว่าเปล่า กอดผมเต็มรักพร้อมพูดไปด้วย
“พี่ก็คิดถึงเราครับ” ผมว่าพร้อมกอดเขาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้วางกระเป๋า เรายืนกอดกันแบบนั้นก่อนผมจะทำจมูกฟุดฟิดไปตามเสื้อผ้าของเขา
“ไปอาบน้ำกันก่อนไหม?” ผมชวน น้องแม็กซ์ย่นจมูกก่อนจะพูดตอบ
“แม็กซ์ชอบอาบน้ำก่อนจะนอนครับ ยังไม่อยากอาบตอนนี้เลย นี่ก็ยังไม่ได้ทำการบ้านเลยครับ” เจ้าตัวว่า ผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะปลดกระเป๋าวางไว้บนโต๊ะโล่ง ๆ ตัวหนึ่ง
“ขึ้นไปห้องนอนกัน” เจ้าตัวว่าพร้อมก้าวนำ ผมเดินตามพร้อมมองข้างทางไปด้วย แม้จะมีขนาดกลางแต่พื้นที่ด้านในตัวบ้านกลับมีเนื้อที่ค่อนข้างเยอะ ข้าวของวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย ริมผนังบ้านมีกรอบรูปครอบครัวหลายกรอบรูปแขวนไว้ด้านบน รวมไปถึงกรอบรูปพระหลาย ๆ รูปพร้อมหิ้งพระด้านบน ทุกอย่างดูเรียบร้อยไปหมดจนเหมือนไม่มีคนอยู่ด้วยซ้ำ
น้องแม็กซ์พาผมเดินผ่านมาถึงสองห้อง ก่อนจะพบว่าห้องเขาอยู่ชั้นสองห้องในสุด พอเปิดประตูเข้าไปผมก็พบเจอกับโปสเตอร์นักร้องชาวเกาหลีหลายคน
“เป็นติ่งเหรอเรา” ผมทักแซว น้องแม็กซ์ยิ้มเขิน เกาหัวแล้วตอบกลับ
“ไม่ใช่เกาหลีนะ จีนต่างหาก”
“แปลกดี ลูกครึ่งแต่ชอบอะไรจีน ๆ ” ผมว่าตอบ
“ผมขอบอะไรตี๋ ๆ นะครับ แบบคนนี้” เขาว่าพร้อมชี้นิ้วไปที่โปสเตอร์ใบหนึ่งที่ติดไว้ “ว่าที่แฟนในอนาคตของผมเอง แฮ่” เจ้าตัวหยอกล้ออยากขบขัน ผมหัวเราะไปกับมุกตลกนั้นก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียง พอเห็นแบบนั้นเจ้าแม็กซ์เลยทิ้งตัวลงมานอนบ้างก่อนจะเอาหัวหนุนพุงของผมไว้
“ดีจังเลยที่พี่มาหาผม....”
“...”
“...ไม่งั้นผมคงต้องอยู่คนเดียวไปอีกนาน” เขาว่าเสียงเรียบ
ผมลูบหัวปลอบเจ้าแม็กซ์ สารภาพตามตรงว่าแม็กซ์ไม่ใช่เด็กคนแรกที่ผมรู้จัก ไปหา และปลอบใจเขาเงียบ ๆ แบบนี้ จริง ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีน้องคนหนึ่งเหมือนกันที่ผมเคยคุย ๆ อยู่บ้าง แต่เราก็ห่างกันไปด้วยสาเหตุบางประการ แต่จุดเริ่มต้นก็คล้าย ๆ กับแม็กซ์ เด็กมัธยมปลายในครอบครัวคนชนชั้นกลางที่พ่อแม่มีปัญหากันเลยปล่อยลูกไว้ตามลำพัง
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม
ไม่ว่าสังคมนั้นจะเป็นสังคมขนาดเล็กแค่ไหนก็ตามแต่ ขอแค่คนใน ‘สังคม’ พร้อมจะตอบรับเขาเข้าเป็น “สมาชิก” ในครอบครัว บางครั้งแล้วต่อให้รู้ว่าเป็นครอบครัวที่ไม่ได้ดี แต่ขอแค่มีโอกาสได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ขอแค่มีโอกาสได้มีความสำคัญจากใครสักคน
....หรือแม้แต่มีมูลค่ากับใครสักคนในฐานะเซ็กซ์ทอยมีชีวิตก็ตามแต่
บางครั้งแล้วเด็กพวกนี้ก็เป็นแค่เด็ก ๆ ที่หลงกลอยู่ในวังวนของสังคมที่แหลกเหลว
พวกเขาเป็นแค่ “เหยื่อ” จากความไม่พร้อมของครอบครัว ๆ หนึ่ง เป็นเหยื่อจากสังคมแพ้แล้วคัดออกที่พยายามเขี่ยและจำกัดพวกที่แปลกแยกจากระบบก้มหน้าให้ออกไปเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าเพียงลำพัง
ผมถึงพูดเสมอตลอดระยะเวลาที่เรียนที่คณะของผม การเลี้ยงดูเด็กสักคนในเติบโตขึ้นมาในสังคมไม่ใช่แค่มีเงินแล้วทุกสิ่งจะสมบูรณ์แบบ มากกว่าเงินทองที่ก็มีความสำคัญมาก ๆ ในการดูแลคน ๆ หนึ่ง อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความรักของคนในครอบครัว
ผมดึงเจ้าแม็กซ์พลิกตัวหันมานอนซบอกผมแทน เจ้าตัวเล็กไม่ขัดขืน เขาขยับตัวขึ้นมากอดผมไว้แน่น เอาหน้าซบลงกับอกก่อนจะพูดเสียงอู้อี้
“ขอบคุณอีกครั้งที่มาหานะครับ”
ผมไม่ตอบอะไรกลับ นอกจากลูบหัวเขาเบา ๆ เข้าใจทุกความรู้สึกของคนวัยเยาว์กว่าที่กำลังนอนคว่ำหน้าซบอกผมอยู่ ผมรู้ด้วยซ้ำแม้กระทั่งว่าทำไมเขาถึงอยากให้ผมมาหา เพราะแบบนั้นแล้วจึงทำได้แค่อยู่ข้าง ๆ คอยโอบกอดและให้กำลังใจเขาในวันที่เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังไม่ไหวแล้วกับความเดียวดาย
หลังจากนอนกอดกันสักพักน้องแม็กซ์ก็ถอนแขนออกไป ขอบตาแดงนิดหน่อยก่อนเจ้าตัวจะเช็กลวก ๆ แล้วเดินขึ้นไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ ผมอมยิ้ม แล้วเดินไปนั่งข้าง ๆ เขา
“พี่นอนเล่นก่อนก็ได้นะ หรือหิวไหม ในตู้เย็นผมมีของกินเยอะเลย ไปเอามาทานได้นะครับ” เขาว่าแบบนั้น เพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังแกล้งทำเป็นจดจ่อกับหนังสือตรงหน้าเพราะไม่อยากให้ผมมองตา ผมเลยก็ถอยให้เขาก้าวหนึ่งด้วยการตกลงว่าจะลงไปหาของกินข้างล่าง แล้วเอาน้ำแดงที่อยู่ในตู้มาฝากเขา
ผมก้าวเดินลงอย่างระมัดระวังกับบันไดไม้ในบ้าน เดินลงไปแล้วเลี้ยวซ้ายตามทางที่น้องบอก พอผลักประตูไม้ที่เป็นตัวกั้นระหว่างห้องเข้าไปก็เห็นตู้เย็นตั้งอยู่ ผมเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นออกก่อนจะผงะกับข้าวของที่อยู่ในตู้เย็น
เยอะ ...เยอะมาก ผมคะเนแล้วถ้าทานคนเดียวยังไงก็ไม่หมดแน่นอนภายในหนึ่งเดือนแน่นอน
ที่น่ากลุ้มใจคือทั้งหมดนั้นล้วนเป็นอาหารกล่องแช่แข็งที่ถามว่ามีคุณค่าทางอาหารไหม ใช่ มันมี แต่มันไม่เหมาะสมกับเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโตแบบเจ้าแม็กซ์เลยแม้แต่น้อย ผมสำรวจตั้งแต่ช่องฟิซ เห็นถุงถัวลันเตาแห้งสนิทค้างข้างใน พอไล่ชั้นมาก็เจอแต่ของแช่แข็งกับพวกของที่หมดอายุยาก ๆ เช่นพวกแยม พวกนมข้นต่าง ๆ
พอละจากตู้เย็น ผมก็เดินสำรวจรอบ ๆ ครัว นอกจากถุงขยะสีดำสนิทใบโตสองใบที่ใส่กล่องข้าวแช่แข็งทานหมดแล้วผมไม่เห็นอะไรอื่นอีกเลย แต่ก็ยังมีอุปกรณ์เครื่องครัวข้าวของต่าง ๆ ให้สามารถใช้ได้ ผมเทสต์เตาแก๊สสองสามรอบ พบว่ายังมีแก๊สเหลือมากพอหากคิดจะทำอะไรสักอย่างขึ้นมาทานง่าย ๆ
เพราะแบบนั้นผมจึงหยิบไปแค่ของวางทานง่าย ๆ ไม่เปื้อนมือสองสามอย่าง กับน้ำแดงขึ้นไปให้กับเจ้าของบ้าน ผมเดินเข้าไปในห้องแล้ววางของทั้งหมดไว้ข้าง ๆ เจ้าตัวที่กำลังขะมักเขม้นกับการอ่านหนังสือและทำโจทย์ตรงหน้า พอเขาเห็นผมก็ยิ้มออกมา ก่อนจะรับน้ำแดงยกขึ้นกระดกดื่มแล้วกล่าวว่า
“ชื่นใจจังครับ”
ผมพยักหน้ารับคำ ก่อนจะนั่งข้างเขา
“แม็กซ์ครับ ปกติทานแต่ของแช่แข็งเหรอ?” ผมถาม เจ้าตัวหันมามองก่อนจะร้องอ๋อเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าผมถามเพราะไปเห็นของในตู้เย็นมา
“ใช่ครับ กินง่าย สะดวกดี อร่อยด้วยย” เจ้าตัวว่าน้ำเสียงทะเล้นลากยาว ผมบิดจมูกน้อย ๆ นั้นด้วยข้อหาหมั่นไส้ก่อนจะบอกความตั้งใจของตัวเองออกไป
“ทำกับข้าวกินกันไหม?” ผมว่า เจ้าแม็กซ์มันมองหน้าผมแล้วถาม
“พี่ทำกับข้าวเป็นเหรอครับ?”
“อื้อ” ผมพยักหน้ารับ อีกฝ่ายก็ส่งเสียงว้าวเหมือนไม่คาดคิด แหม เห็นแบบนี้ผมก็มีเสน่ห์ปลายจวักเป็นของตัวเองนะเว้ย
“มันจะไม่รบกวนเหรอครับ พี่เป็นแขกนะ” เขาว่า
“ใครบอกพี่เป็นแขก พี่เป็นคนไทยต่างหาก “ผมหยอก เจ้าแม็กซ์เหล่ตามองผมแล้วพูดตอบ
“แม็กซ์จะบอกว่าถ้าแม็กซ์มีเงินแม็กซ์จะขอซื้อมุกนี้ไว้ แล้วพี่อย่าไปเล่นมุกแบบนี้กับใครอีกนะ”
“ร้ายนะเรา” ผมว่าผมขยี้หัวเขาด้วยความหมั่นไส้ เจ้าตัวร้องโอ๊ยแล้วหัวเราะอย่างมีความสุข ก่อนจะไหลตัวลงมากึ่งนั่งกึ่งนอนบนตักผม
“นี้ผมไมได้สนทนากับมนุษย์ในบ้านตัวเองนานเท่าไหร่แล้วเนี้ย” เขาว่าพร้อมเอาจมูกดัน ๆ ขาผม
“ว่าแต่ใกล้เสร็จรึยังครับ พี่ว่าจะชวนเราออกไปซูเปอร์มาเกตในห้างใกล้ ๆ แถวนี้” เพราะผมพูดแบบนั้น เจ้าตัวเลยหูตั้งขึ้นมา ก่อนจะยกมือว่าขอเวลาสักครู่ แล้วเร่งจรดปลายปากกาเขียนอะไรลงไปในหน้าสมุดการบ้านของเขาอีกสักพัก ก่อนจะส่งเสียงไชโยออกมาหลังจากวางปากกาลง
“ไปซื้อของมาทำกับข้าวกัน” เจ้าตัวว่าเสียงใส วิ่งลิ่ว ๆ ไปเปิดตู้ซื้อผ้า ถ้าผมเปรียบโชว่าเหมือนเจ้าตัวนากเผือก น้องแม็กซ์สำหรับผมก็ไม่ต่างอะไรจากชิบะตัวเล็ก ๆ ซึ่งเจ้าชิบะตัวนี้กำลังดีใจเหมือนเจ้าของจะพาออกไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะอย่างไรอย่างนั้น
น้องแม็กซ์ถอดเสื้อนักเรียนพร้อมกางเกงออกเหลือแต่บ็อกเซอร์ข้าวหลามตัดสีเทา ผมผิวปากแซวความขาวเนียนของแผ่นหลังเจ้าตัวดีแล้วเดินไปลูบไหล่เขาเล่น
“พี่” เจ้าแม็กซ์เรียกผมเสียงเข้มทั้ง ๆ ที่ยังหันหลัง
“ครับ”
“อย่าลูบ...เดี๋ยวผม ‘ตื่น’ ”
ผมหลุดขำความไม่ประสีประสาของเจ้าตัวเล็ก ก่อนจะถอยหลังออกมาตามคำแนะนำนั้น เพราะถ้าน้องแม็กซ์น้อย ‘ตื่น’ เดี๋ยวเราสองคนจะได้ทานข้าวเย็นกันช้าเปล่า ๆ พอผมไม่แกล้งเขาก็จัดการตัวเองเรียบร้อยภายในห้านาที น้องแม็กซ์ใส่เสื้อคอปกสีดำแขนสั้นรูปมิกกี้เมาส์พร้อมกางเกงยีนขนาดพอดีตัว ก่อนจะเซ็ทผมนิดหน่อยเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการแต่งตัวของเขา
พอแน่ใจว่าไม่ลืมอะไรแล้วทั้งกุญแจบ้าน กุญแจรถมอไซต์ และกระเป๋าเงิน น้องแม็กซ์ก็ปิดประตูเล็กก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูใหญ่ ในฐานะคนที่อาวุโสกว่า ผมจึงเป็นฝ่ายรับหน้าที่ในการเป็นสารถีครั้งนี้ พอเข็นออกมาได้น้องแม็กซ์ก็ยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับผม แต่เพราะมีอยู่ใบเดียวผมจึงปฏิเสธเพื่อให้เขาเป็นคนใส่แทน
“พี่ใส่เถอะ ถ้าพี่เป็นอะไรผมช่วยพี่ไม่ได้ แต่ถ้าผมเป็นอะไร พี่ช่วยหรือยกผมไหวแน่ ๆ ...โอ๊ย” เจ้าตัวร้องโอ๊ย หลังเล่นมุกไม่รู้จักเวล่ำเวลาแบบตอนนี้ ผมยิ้มหัวเราะกับท่าทีทำเป็นเหมือนเจ็บมากของเจ้าเด็กน้อง ก่อนจะรับหมวกมาแล้วเอาไปใส่ไว้ที่หัวของเขา เพราะแบบนั้นอีกฝ่ายจึงยื่นดูผมสวมหมวกให้เขาเฉย ๆ
“ขอบคุณนะครับ” น้องแม็กซ์ว่าเสียงใส ผมยิ้มให้ ก่อนจะสตาร์ทแล้วให้เจ้าตัวเล็กขึ้นซ้อนมาด้านหลัง พอขับมาได้ มือของน้องแม็กซ์จากจับเบาะก็เปลี่ยนมาเป็นกอดเอวของผมไว้หลวม ๆ แทน
“ไม่ว่าใช่ไหมครับ?” เจ้าตัวว่า ผมตะโกนโต้ลมกลับไป
“ไม่ว่า ๆ กอดแน่น ๆ ได้เลย”
ไม่แน่ใจว่าเพราะต้องการประชดผมรึเปล่า เจ้าแม็กซ์เลยกอดเอวผมซะแน่นจนไขมันรอบเอวผมรัดไปหมด เราสองคนสนทนาโต้กลับสายลมที่พัดผ่านระหว่างการเดินทาง น้องแม็กซ์บอกทางผมไปเรื่อย ๆ ก่อนเราจะมาถึงห้างสรรพสินค้าในย่านแถวนี้ในเวลาไม่นาน
ผมขับรถเข้าไปจอดในชั้น B ก่อนเราจะเดินทะลุประตูเข้ามาในห้าง เพราะตั้งใจว่าจะเดินไปเลือกซื้อพวกของสดกันก่อน เป้าหมายของเราจึงเป็นการเดินลงไปที่แผนกสินค้าสด จำพวกเนื้อสัตว์ต่าง ๆ และผักไม้ใบหญ้า พร้อมพวกเครื่องปรุกหรือของแห้งบางชนิดที่เกี่ยวกับการทำอาหาร
พอมาเดินข้าง ๆ กันแบบนี้แล้วต้องบอกว่าเจ้าแม็กซ์เองก็ดูฮอตไม่หยอกครับ จากสายตาที่ทั้งมองมาโต้ง ๆ และแอบ ๆ มองมา ก็แน่ละ เด็กลูกครึ่งที่ทั้งสูงทั้งขาวเบอร์นี้ จะเป็นเป้าสายตาก็คงไม่แปลกอะไร และดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องปกติ เพราะน้องแม็กซ์ดูไม่ได้ซีเรียสอะไรจากสายตาที่มองเข้ามาเท่าไหร่
“โอ๊ย!!” และก็เป็นผมเองที่ร้องขึ้นครั้งแรกหลังฝ่ามือของเราบังเอิญขนกันและเกิดประจุไฟฟ้าสถิตเข้ามาทำงาน
“แม็กซ์แกล้งพี่” ผมแกล้งบ่น เจ้าแม็กซ์อ้าปากหัวเราะก่อนจะพูดหยอกกลับ
“ถ้าผมช็อตพี่ได้จริงนะ ผมไม่ช็อตแค่นั้นหรอก” เขาว่า
“โห้ย เจ้าเด็กใจร้าย...โอ๊ย!!” ผมร้องขึ้นมาอีกรอบหลังหลังมือของผมเผลอไปโดนแล้วช็อตอีกรอบ แต่รอบนี้เหมือนอีกฝ่ายจะโดนไฟช็อตเหมือนกัน เพราะแอบสะดุ้งกันไปคนละทิศคนละทาง เราร้องอู้ยคนละนิดละหน่อยแล้วเว้นระยะห่างขึ้นมาอีกนิดเพื่อป้องกันไฟช็อตแบบเมื่อสักครู่อีก เจ้าแม็กซ์หยิบมือถือขึ้นมา กดคลิก ๆ ไม่กี่ครั้งแล้วหันมามองหน้าผม
“พี่เสือ”
“ครับ ว่า?”
“เขาบอกว่าถ้าไม่อยากโดนไฟดูดให้จับมือกันเดินอะครับ”
ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวยื่นมือถือมาให้ผมดูว่าเขาไม่ได้โมเมขึ้นมาเอง ผมรับมาอ่าน ก่อนจะขมวดคิ้วและเข้าใจแล้วว่าประจุในร่างกายคนเราไม่เท่ากันนี่เอง จึงทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตขึ้นมาช็อตได้และถ้าจับมือกันเดินแบบที่เขาว่า มันจะทำให้ประจุในร่างกายของคนสองคนแลกเปลี่ยนกันไปมาและเท่ากันในที่สุด
“เอาสิ” ผมว่าพร้อมยื่นมือออกไปหาคนข้าง ๆ ไม่ใช่คนแรกของผมซะหน่อยที่จับมือกันเดินทั่วห้างนะ
แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นครั้งแรกของเจ้าเด็กข้าง ๆ ผม น้องแม็กซ์หน้าแดงแปร๊ดเหมือนใครเอามะเขือเทศทั้งสวนมาทาหน้าของน้องมัน ยิ่งเห็นแบบนั้นผมยิ่งอยากแกล้ง ผมจับมือแล้วดึงเขาเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ
“เขินเหรอ?” ผมว่า เขาพยักหน้ารับคำ
“ผม...ไม่เคย” น้องแม็กซ์ว่าเสียงอ่อน หน้ายังแดงเหมือนเดิม
“ใครบอกไม่เคย วันนั้นกับพี่คืออะไร..อุ๊ก” ผมร้องจุกในตอนท้าย หลังอีกฝ่ายเขินจนทุบแขนผมแรง ๆ
“พี่บ้า พูดอะไรเนี้ย!!” เขาโพล่งเสียงสูงแล้วพยายามกดเสียงให้ต่ำลงเมื่อรู้ตัวว่าพูดเสียงดังไปหน่อย
ผมหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาที่เขาแสดงออกมา ก่อนจะผิวปากเป็นทำนองเพลงแล้วพาเขาเดินลงไปสู่ชั้นล่างต่อไป แม้เขาจะบอกว่าเขินอายมากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้คือแม็กซ์ดูเหมือนไม่อยากปล่อยมือออกไปจากผมเลย เสียงเพลงจากเสียงตามสายดังขึ้นไปทั่วขณะ เพลงข้าวแสนดีถูกเราร้องล้อเลียนอีกครั้งด้วยโน้ตสูงต่ำไม่เท่ากัน ก่อนเราจะเดินจับมือและหยอกล้อท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมาจนถึงบริเวณชั้นล่าง....



Time talk : แฮ่ วันนี้มาดึกเหมือนเคยนะครับ ไหนมีใครคิดถึงความน่ารักและสดใสของน้องแม็กซ์ไหมครับ น้องยังอยู่กับเราไปอีกพักใหญ่ ๆ เลยนะ เด็กอะไรก็ไม่รู้ เขินทีก็ลงไม้ลงมือที 55555555 ช่วงนี้ผมเหนื่อย ๆ ขออ้อนหน่อยนะครับ แง้ว ๆ /กลิ้งตัวไปมา
ฝากเอ็นดูน้อง ๆ หน่อยนะครับ
Ps. ///"แล้วผมล่ะ? " มนุษย์นากเอยด้วยเสียงแผ่วเบาจากด้านหลังของพ่อแมว
โอเค พ่อแมวต้องรีบหนีไปก่อนแล้วกันนะครับ ไปล่ะนะ เหมี๊ยว!!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #253 pinnsama -w- (@ijiyopinn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 03:25
    พ่อนากเผือกน่ารักกก มาทวงบทด้วย 5555 แต่ไม่มีบทค่ะ รีบบินกลับมาจากเจแปนได้แล้ว อ้อ แล้วก็หยอดทีบ่อยๆก็ดีนะคะ ตัวยังไม่มาแต่มีเสียงในหัวของทีแล้วเนี่ย ไม่ธรรมดาแล้วววว
    #253
    0
  2. #252 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 21:21
    โอ้ยยน้องเเม็กน่ารัก อีกนิดนิยายเรื่องนี้จะกลายเป็น Zootopia เเล้วนะคะ555 เข้าใจเปรียบเทียบจริงๆ ละเหมือนด้วยนะ
    #252
    0
  3. #251 Beeboon_131146 (@Beeboon_131146) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 16:36

    ณ จุด ๆ นี้ต้องจิ้น'all×ที'แล้วแหละ 55555

    #251
    0
  4. #250 pppear65 (@pppear65) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 09:49
    ตอนนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ตอนที่แล้วเครียดเบยย5555
    แมกซ์น่ารักมากกก ขี้อ้อนจังน๊าาา
    #250
    0
  5. #249 Sembe Meij (@21Yonradee2545) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 07:53
    ทีน่ารักจังงง ทำไมนิสัยน่าทนุถนอมขนาดนั้นลูกกกก
    #249
    0
  6. #248 Thunpitcha Meksuk (@khaowfangjuno) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 06:28

    หหลังจากที่ผ่านมรสุมมาเมื่อตอนที่แล้วก็เหมือนว่าจะได้ความสดใสน่ารััััััััััััััััััััััััััััััััััััััััััััักของแม็กซ์มาเติมให้ชุ่มชื่นหัวใจเลยล่ะค่ อ่านไปก็ยิ้มไปจนแก้มแทบปริ น้องแม็กซ์น่ารัก ๆ

    #248
    0
  7. #247 Wsp_k (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 02:14

    อารมณ์เหมือนฮาเร็มของทีเร็กซ์ไรงี้เลยอ่ะ5555น้องแม็กซ์น่ารักกก พ่อแบดบอยนี่จริงๆก็รุกหนักนะคะแต่ยังให้เกียรติน้องทีไว้ แอบกรี้ดะพ่อแบดบอยเบาๆ

    #247
    0
  8. #246 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:18
    น้องแม๊กกกกก น่ารักจังเลยค่ะ ชอบฟิลไปบ้านงี้จัง อ่านแล้วสบายๆดี แต่ครอบครัวที่เป็นแบบน้องแมกซ์ก็มีไม่น้อยนะคะ มีเงินมีทุกอย่างแต่ความรักกลับไม่พอ อาหารสำเร็จรูปจริงๆอร่อยๆมากๆเลยนะคะ กินง่ายเวฟก็เสร็จอร่อยด้วย เราชอบมากๆเลย55555 แต่เกลือก็เยอะไปด้วยไม่ดีต่อสุขภาพ จริงๆอาหารที่อร่อยที่สุดคืออาหารทำใหม่แหละ แต่ก็เนาะถ้าอยู่บ้านคนเดียวอาหารกล่องอาจจะเป็นอะไรที่สะดวกกว่ามากๆTT
    #246
    0
  9. #244 Croearus (@melatiene) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:09
    นากน้อยเราหายไปไหนแล้วหล่ะ?5555555
    #244
    0