[PRE ORDER] Acker [The End] #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,786 Views

  • 369 Comments

  • 1,201 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    157

    Overall
    24,786

ตอนที่ 2 : Ep.2 Could you please …?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    16 มี.ค. 62



Ep.2 Could you please …?




เวลาเดินช้าลงเสมอเมื่อคุณใจร้อน รอไม่นานก็ถึงเวลาเลิกงาน ผมสแกนบัตรพนักงานออกก่อนจะย่ำเท้าด้วยความเร็วแสงวิ่งขึ้นไปที่ร้านกาแฟด้านบน แต่สุดท้ายก็ห้ามใจไม่ให้ตัวเองทำแบบนั้น

ยิ่งคุณร้อนรนคุณยิ่งเสียเปรียบ ยิ่งคุณนิ่งสงบคุณยิ่งมีอำนาจในการต่อรอง พอคิดได้แบบนั้นก็ฮัมบทสวดมนต์ที่ท่องได้ขึ้นใจ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปด้านในร้านกาแฟดังกล่าว

คนเริ่มบางตาเพราะเวลาใกล้ปิดร้าน ผมเดินเข้าไปพร้อมขออนุญาตนั่งฝั่งตรงข้าม เขาผงกหัวรับก่อนผมทิ้งตัวลงฝั่งตรงข้าม เราจ้องตากันแบบนั้นราวครึ่งนาที ก่อนผมจะเป็นฝ่ายยอมแพ้เปิดประเด็นคำถามขึ้นมา

“คุณต้องการอะไร” ผมถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้ออกมาโทนสูงหรือต่ำจนผิดปกติ เขายันตัวขึ้นมานั่งตัวตรงไม่พิงติดผนัง พร้อมยื่นโทรศัพท์ออกมาบนโต๊ะแก้ว

“ก่อนอื่นเลย ผมขอโทษที่ทำแบบนี้” พูดเสร็จก็ก้มหัวให้ผม

สารภาพตามตรง แม้ผมจะควบคุมอารมณ์ได้ แต่ตอนนี้ผมตกใจระคนสับสนมากกว่า คน ๆ นี้เดี๋ยวให้ทรัพย์ เดี๋ยวขู่ เดี๋ยวสุภาพ จนผมตามไม่ทัน

“ผมอยากให้คุณสบายใจได้ ผมมีเรื่องจะขอร้องคุณ และผมไม่ได้ขอร้องคุณฟรี ๆ และเพื่อเป็นการแสดงความจริงใจดังกล่าวว่า ผมมีเจตนาแค่มาขอร้องคุณจริง ๆ เชิญคุณลบภาพนั้นทิ้งได้เลย” เขาว่า พร้อมดันโทรศัพท์มาทางฝั่งผม ดวงตานั้นสองข้างสงบนิ่ง หนักแน่นเหมือนคำที่พูดมา

“ตอบคำถามผมมาก่อน คุณเป็นใคร ต้องการอะไรจากผม” ผมพูดเร็วปร๋อพร้อมเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ราคาแพงมาไว้กับตัว ตัดสินใจยังไม่ลบหลักฐานชิ้นนั้นจนกว่าจะชัดเจนอีกว่าฝ่ายต้องการอะไร เขาเอื้อมมือไปคว้าเป้ก่อนจะเปิดกระเป๋าแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาสองสามเล่ม

“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทีเร็กซ์เคยเห็นหนังสือพวกนี้ไหม แต่ทั้งหมดนี่  ผมเป็นคนเขียนเอง” เขาว่า ก่อนดันหนังสือมาตรงหน้าผม

แม้จะไม่ใช่หนอนหนังสือตัวยง แต่ใช่ว่าผมจะไม่เคยเห็นหนังสือท็อปลิสต์ติดชาร์ตขายดี 10 อันดับแรกของร้านหนังสือ และเป็นหนังสือที่ขายดีติดต่อกันยาวนานในช่วงที่นิยายเรื่องนี้ถูกนำไปทำเป็นซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังทางช่องเคเบิ้ลช่องหนึ่ง

“ไอ้เคยเห็นน่ะเคย แต่ผมจำได้ลาง ๆ ว่านักเขียนเขาไม่ออกมาเปิดเผยตัวไม่ใช่เหรอครับว่าเขาเป็นใคร ผมจำได้ว่าไม่เคยเห็นภาพเขาออกงานเลยสักครั้ง แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับการที่คุณมีภาพแบล็คเมล์ของผม?”

เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหยิบไอแพดออกมาสไลด์ ไม่นานก็วางให้เห็นภาพหนังสือสัญญาระหว่างนักเขียนและสำนักพิมพ์ รวมไปถึงค่ายทำซีรีส์ชื่อดังดังกล่าว

“นั่นคือหลักฐานยืนยันว่าผมคือคน ๆ นั้นจริง ๆ ก่อนอื่นเลยผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อ อิชสึกิ โช เรียกผมสั้น ๆ ว่า โชก็ได้ครับ ผมก็เป็นนักเขียนคนหนึ่งที่รักอิสระและรักศิลปะที่ตัวเองสร้างมากเกินกว่าจะอยากให้ใครตัดสิน  มันจากอคติทั้งบวกและลบ ไอ้ที่ไม่เปิดเผยตัวน่ะมันทั้งเหตุผลทางการค้าและเหตุผลส่วนตัวครับ

เหตุผลทางการค้าคือ มันเป็นกิมมิคให้คนได้ตามงาน ยิ่งผมที่เป็นนักเขียนเป็นความลับมากเท่าไหร่ คนยิ่งสงสัย ผลงานของผมยิ่งน่าสนใจ ส่วนเหตุผลส่วนตัวก็อย่างที่บอกไป ผมรักผลงานของผม ผมรักศิลปะพวกนั้น ผมไม่ได้ต้องการชื่อเสียง ผมต้องการแค่ถ่ายทอดศิลปะของผมออกไป

มนุษย์เรามีอคติทั้งบวกคือการเข้าข้างในตัวบุคคล และลบคือความไม่ชอบใจในตัวบุคคล ผมอยากให้ผลงานของผมได้รับเสียงตอบรับไม่ว่าจะบวกหรือลบจากตัวผลงาน ...ไม่ใช่เพราะมีส่วนผสมที่เรียกว่าตัวผมเจือจางลงไปในผลงาน"

อาจจะเพราะโชเป็นนักเขียนเลยทำให้คำอธิบายของเขาค่อนข้างชัดเจนและรัดกุม เขาเว้นวรรคเหมือนรอให้ผมได้ย่อยข้อมูลและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาพูด ก่อนจะมองหน้าผมและเปิดสไลด์หน้าถัดไป

“ผมเชื่อว่าคุณคงเคยเห็นหรือได้ยินข่าวนี้”

“อ่า” ผมอุทานออกมาเบา ๆ ไอ้ข่าวที่เขาว่ามาน่ะ ผมยิ่งกว่าเคยได้ยิน หรือเห็นเสียอีก

“เมื่อประมาณช่วงเดือนก่อนมีข่าวอัตราจ้างข้าราชการคนหนึ่งแบล็คเมล์เยาวชนด้วยการถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่ออัดไว้ เพื่อบังคับเหยื่อให้กระทำซ้ำ ....หลาย ๆ แหล่งข่าวยังบอกต่อด้วยว่าบุคคลต้องสงสัยดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อ HIV และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมสนใจประเด็นนี้และมาหาทีเร็กซ์ครับ”

ตอนนั้นในโลกสว่างเล่นข่าวกันอึกทึกครึกโครมไปหลายวันอยู่เหมือนกัน และก็นับว่าเป็นวาระแห่งชาติของโลกมืดก็ว่าได้เมื่อแอคเค่อแทบทุกคน ทุกฝ่ายที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จักหรืออาจจะเป็นคู่กรณีเก่ากันมาก่อนพร้อมใจกันเล่นประเด็นนี้ ตลอดไปจนถึงการขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัว การประสานงานกันอย่างรวดเร็วจนสามารถหาหลักฐานเพิ่มเติมในการมัดตัวและจบเคสนี้ลงได้อย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นสันติสุขช่วงสั้น ๆ ของโลกทวิตด้านมืดก็ว่าได้

คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่เขากระทำไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากผม หรือแอคเค่อคนอื่น ๆ แต่ขอบอกด้วยความสัตย์จริง พวกเราแม้จะอยู่กันในโลกมืด แต่ก็ไม่เคยตีอกชกหัวหรือบังคับขู่เข็ญให้ใครมานอนทอดกายให้กับเรา ทั้งหมดนั้นคือความสมัครใจของคนทั้งสองคน(หรือมากกว่านั้น) ตั้งแต่การร่วมเพศ ยันการสร้างสรรค์ผลงาน

ต่อให้จะเป็นโลกมืดแต่โลกทุกใบก็มีกฎของมัน แม้ไม่มีการบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรแต่ข้อบังคับด้านความปลอดภัย เช่น การสังเกตเรื่องการใส่ถุงยางอนามัย หรือการป้องกันต่าง ๆ ก็ยังมีอยู่ให้เห็นเนื่อง ๆ ถึงจะมีกลุ่มคนที่นิยมการไม่ป้องกัน แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดที่คิดแบบนั้น ผมอยากบอกไว้ตรงนี้

พวกเราอาจจะไม่ใช่คนดี แต่พวกเราไม่คิดว่าการทำร้ายกันไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนามันจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างแน่นอน

ทั้งผมและโชต่างจมกับความคิดไปชั่วขณะ ก่อนเขาจะกล่าวจุดประสงค์ในการมาหาผมครั้งนี้

“ผมต้องการข้อมูลเกี่ยวกับแอคเค่อและการใช้ทวิตเตอร์ของเพศที่สามในลักษณะการหาคู่นอน ทั้งจุดประสงค์ ทั้งวิธีการ ทั้งการดำเนินชีวิต และอื่น ๆ เพื่อนำไปประกอบในการเขียนนิยายและบทซีรีส์ของเพศที่สามที่ทางค่ายสนใจ จะจัดทำขึ้นมา

สารภาพตามตรง เราต้องการขายประเด็นของเพศที่สามที่แตกต่างออกไปจากความสดใสในการเป็นเพศทางเลือกของค่ายอื่น ๆ คือมากกว่าการบอกว่าอะไรผิดหรือถูกในเรื่องของรสนิยม เราต้องการนำเสนอภาพอีกด้านของสังคมที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง

คือมันไม่ใช่แค่การที่คนที่ “คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย” สองคนตกหลุมรักกัน แต่มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อีกด้านของคนกลุ่มหนึ่งในสังคม ตลอดไปจนถึงการจำลองสถานการณ์รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาที่อย่างน้อยที่สุด ตัวผมเองก็คาดหวังว่าคนดูจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงได้ หากตัวเขาเองต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น มันอาจจะเป็นทางเลือกให้เขาได้สามารถตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้...” 


“เพราะสื่อมีผลต่อผู้ชม/ก็สื่อมีผลต่อความคิดของผู้บริโภค”


ผมหยุดชะงักเมื่อเราทั้งคู่ต่อประโยคนั้นด้วยลักษณะความหมายที่ใกล้เคียงกัน

โชยิ้มเห็นฟันอีกครั้งก่อนจะกล่าวต่อ

“เพราะแบบนี้ไงผมถึงเลือกคุณ”

แววตาของโชไม่ได้สื่ออารมณ์ไปถึงความรู้สึกลึกซึ้งแบบที่คนอื่นมอบให้ผมเวลากระทำกิจแต่มันเป็นแววตาของคนที่เชื่อมั่นในบางสิ่งบางอย่าง และหนักแน่นในการตัดสินใจของตนเอง

“ผมจะไม่เขียนในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมันเป็นยังไง คุณลองนึกภาพดูนะ สมมติผมนั่งเทียนเขียนนิยายไปแบบมั่ว ๆ แล้วคนที่เขาอยู่ในสถานการณ์จริง ๆ เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง หรือเขียนเรื่องที่มันไม่เมคเซนส์ออกไป มันคงน่าตลกขบขันหรืออาจจะถูกตำหนิได้ว่าผมหาข้อมูลมาไม่มากพอ” เขาว่า

“แบบที่นิยายวายบางเรื่องชอบอธิบายว่าการหลั่งใน ฝ่ายรับต้องรู้สึกถึงความอบอุ่นของสัมผัสทั้ง ๆ ที่ลำไส้คนเรามันไม่สามารถสัมผัสอุณหภูมิได้น่ะเหรอครับ?” ผมหยอก ใช่ว่าผมไม่เคยอ่านนิยายพวกนั้นแล้วรู้สึกขัดใจเสียเมื่อไหร่

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง เห็นไหมครับ เวลาคนที่เขารู้จริงมาอ่านอะไรที่มันไม่เมคเซนส์ มันจะเกิดอาการหยิกแกมหยอกแรง ๆ แบบที่ทีเร็กซ์ว่ามาน่ะครับ”

เราเว้นช่วงกันอีกครั้ง ตอนนี้ผมเข้าใจความต้องการของอีกฝ่าย และจุดประสงค์แล้ว แต่นั่นก็ยังไม่เคลียร์อยู่ดีว่าทำไมต้องเป็นผม ในเมื่อมีแอคเค่ออีกเป็นร้อยเป็นพันไม่ใช่มีแต่ผมเสียเมื่อไหร่

“ผมเข้าใจที่คุณพูดมาทั้งหมด แต่นั่นยังถือว่าตอบคำถามของผมไม่หมด แล้วทำไมต้องเป็นผม แอคเค่อคน อื่น ๆ ก็มีอีกตั้งเยอะแยะ” คุณอาจไม่ระแวงคนได้ แต่คุณต้องระวัง นั่นคือสิ่งที่ผมยึดถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

โชยกมือสางผมลวก ๆ ก่อนเขาจะแสดงสีหน้าท้อแท้ออกมานิดหน่อย

“ผมขอสารภาพอะไรอย่างหนึ่ง ช่วงแรกที่ได้ผมตั้งโจทย์กับตัวเอง และต้องหาข้อมูล ผมก็แอบไปไม่เป็นเหมือนกันนะกับทวิตเตอร์ คือมันเปิดโลกของผมมากเลย แบบ ผมไม่คิดว่าคนเราจะกล้าถ่ายอวัยวะเพศตัวเองโชว์ลงบนอินเตอร์เน็ต” โชว่า สีหน้าเริ่มขึ้นเลือดฝาดหน่อย ๆ

“ผมพยายามศึกษาทั้งวิธีการโพสต์ ทั้งการแท็ก การตั้งชื่อทวิตประหลาด ๆ การโต้ตอบสนทนาผู้คนในแวดวงนั้น แต่ก็มีหลายคำถามที่สงสัย เช่นช่วง  แรก ๆ ผมไม่ทราบว่า บิน คืออะไร ทำไมต้องบิน? ตลอดไปจนถึงศัพท์แปลก ๆ อีกมากมายที่เอาจริง ๆ ผมไม่รู้ผมจะไปถามใคร ในชีวิตจริงสังคมของผมก็ไม่ได้แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่มีลักษณะอันเปิดเผยแบบนี้” เขาว่าต่อ

“ขอแทรกหน่อยนะคุณ คือเออ....คุณเป็นผู้ชายแท้ ๆ ถูกไหม?” ผมถามต่อเพื่อความแน่ใจ

“ตอนนี้คิดว่าใช่” เขาว่า ยักไหล่ก่อนจะอธิบายต่อ

“รสนิยมของคนมันเปลี่ยนแปลงได้ทุกวันนี่คุณ เราอาจจะเคลมก็ได้ว่าวันนี้เราเป็นผู้ชาย แต่ถ้าสักวันผมเกิดชอบผู้ชายขึ้นมาผมจะอธิบายกับตัวเองยังไงล่ะครับ มนุษย์น่ะลื่นไหลทางเพศและรสนิยมได้นะคุณ งานวิจัยเขาบอกมาแบบนั้นนะไม่ใช่ว่าผมมโนเอง”

โชอธิบายต่อ ผมพยักหน้าเห็นด้วย ใช่ว่าจะไม่เคยมีผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายแท้ ๆ อยากทดลองเสียเมื่อไหร่กัน

“หลังจากพยายามส่องทวิตเตอร์ที่มี followers หลักหมื่นอัพหลายยูสเซอร์ ในที่สุดผมก็พยายามคัดกรองให้ เหลือยูสฯที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันในหลาย ๆ ประการ เช่น ยูสฯที่ป้องกันทุกครั้งเวลามีเพศสัมพันธ์ ยูสฯที่มีการรณรงค์เรื่องการป้องกันทั้งทางตรงและทางอ้อม และคุณลักษณะอีกสองสามประการ จนมาเจอทวิตเตอร์ของคุณและคิดว่าคุณน่าสนใจดี”

ถ้าแบบนั้นผมก็เข้าใจได้ ด้วยคุณลักษณะที่ว่ามา แอคเค่อส่วนใหญ่ที่เข้าข่ายตามนี้ตีความได้เลยว่ารู้จักกับผมแน่ ๆ 70 % ส่วนอีก 30 % ที่เหลือเป็นพวกป้องกันตัวเองรัดกุมมาก ๆ และอาจจะไม่ติดต่อกับใครเลยแม้กระทั่ง แอคเค่อด้วยกัน

“คุณเป็นคนที่แบบ... จะอธิบายยังไงดี?” ผมรู้สึกว่าคาแรคเตอร์ของคุณมันจัดจ้าน และเป็นคาแรคเตอร์ที่สามารถดึงดูดผู้คนเข้าหาตัวคุณได้โดยไม่แบ่งฝักฝ่าย ผมรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่หลาย ๆ คนสามารถไว้วางใจได้ ดูจากบทสนทนาโต้ตอบบทอินเทอร์เน็ตที่รัดกุมและไม่ล่วงเกินใครเลย ไม่เคยมีประวัติเสียหายใด ๆ ผมเลยคิดว่าถ้าผมคุยกับคุณได้ก็คงจะดีแต่...”

โชเว้นวรรค ผมขมวดคิ้วก่อนจะร้องอ้อเมื่ออีกฝ่ายเปิดหน้าจอสไลด์ให้ผมดู

“ผมไม่ตอบ dm คุณ”

“ใช่ คุณหยิ่ง”

“ผมเปล่าหยิ่ง ผมแค่ทำตามกติกา” ผมยักไหล่พร้อมชี้ให้เขาดูไบโอฯของผมเป็นการยืนยัน

“ก็คุณเล่นบอกว่าจะตอบ dm only bottom นี่หว่า ใครมันจะไปสามารถทำตามกติกานั้นได้ ในเมื่อผมไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายเลยสักครั้งจะรู้ได้ไงว่าตัวเองเป็นอะไร”

เขาเบ้ปาก ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะสไลด์ขึ้นลงให้ผมรับรู้ว่าเขาพยายามทัก dm ผมมาหลายรอบขนาดไหน

“เลยหาทางแบล็คเมล์ผมเพื่อลากตัวมาคุยเลยว่างั้น?” ผมเลิกคิ้ว เอาเรื่อง เขาหัวเราะแห้ง ๆ เชิงขอโทษอีกครั้งก่อนจะทำสีหน้าจริงจังและพูดต่อ

“ผมสาบานได้ นอกจากผมแล้วไม่มีใครมีรูปนั้นอีกแล้ว ผมขอโทษที่ผมอาจจะบอกไม่ได้ว่าผมไปได้มันมาได้ยังไง แต่หลังจากคุณลบไปมันจะไม่มีวันโผล่มาอยู่กับใครอีกเด็ดขาดแน่นอน ผมรับประกันด้วยชีวิตของผมได้”

หากคุณเป็นคน ๆ หนึ่งที่มีความลับที่ใหญ่มากเช่นการเป็นแอคเค่อ การไว้วางใจคนผิดนับว่าเป็นเรื่องที่อาจจะนำอันตรายมาสู่ตัวได้

แต่น่าประหลาด โชเป็นคนที่ดูเปิดเผยประการหนึ่ง ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และการแสดงออกของเขา บ่งบอกว่าเขาคิด พูด และทำตามที่ว่ามาจริง ๆ โดยไม่มีการปิดบัง สัตว์ร้ายในตัวของผมตะกุยพื้นด้วยลักษณะที่คิดตรงกันกับผมว่าเราสามารถเชื่อใจเขาได้

อย่างน้อย ๆ การที่เขายอมมาเสียเวลานั่งอธิบายอะไรพวกนี้โดยไม่มีลักษณะของการข่มขู่ใด ๆ ก็พอจะเป็นความอุ่นใจประการหนึ่งให้กับผมได้ว่าเขาจะไม่ทำร้ายผม ในลักษณะที่คนอื่น ๆ เคยเจอมาจากการไว้วางใจคนที่ผิดพลาด

เราทั้งคู่นิ่งเงียบกันไปหลายนาที พนักงานเริ่มทยอยเก็บกวาดและเช็ดถูบริเวณภายในร้าน ผมถอนหายใจปลดปลงครั้งหนึ่งพร้อมตัดสินใจอีกครั้ง แม้อาจจะไม่รู้ว่าอนาคตเรื่องราวจะเดินไปในทิศทางไหน แต่หากการกระทำในครั้งนี้จะไม่ขัดต่อความถูกต้องในใจของผม ผมก็คิดว่าไม่ผิดอะไร ถ้าจะตัดสินใจเชื่อใจและช่วยเหลือคนแปลกหน้าคนนี้สักครั้ง

“ผมต้องทำอะไรบ้าง?” นั่นเป็นคำตอบที่ทำให้เขายิ้มกว้างออกมา


ก็หวังว่าการตัดสินใจของผมจะไม่ผิดพลาดเป็น ครั้งที่สองล่ะนะ


 

“เป็นไงมั่ง โอเครึเปล่า?” ผมถาม เจ้าเด็กน้อยยกนิ้วโป้งขึ้นมาแทนคำตอบก่อนจะนอนหอบสูดอากาศเข้าปอด เหมือนคนเพิ่งผ่านการวิ่งมินิมาราธอนมาหมาด ๆ

“สุดยอด เข้าใจแล้วว่าทำไมเด็ก ๆ มาหาพี่เยอะ” เขาชม

ผมหัวเราะรับคำก่อนจะปล่อยให้เขาพักเหนื่อยสักแป๊บ พอเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้วก็พาเขาไปอาบน้ำ พยายามอย่างมากที่จะไม่ทำให้เจ้าเด็กแสบเกิดความรู้สึกต้องการขึ้นมาอีกรอบ

ผมสระผมให้เจ้าแสบ ก่อนจะลูบสบู่เหลวไปตามทุกซอกของร่างกาย ก้มลงไปขัดเท้าทั้งสองข้างให้กับน้องมัน เจ้าตัวชักเท้าหนีนิดหน่อย แต่ก็ยอมปล่อยให้ผมขัดด้วยดี

“พี่ทำผมเขิน”

“จริงเหรอ คนอะไรเขินยังน่ารักเลย” ผมว่า สวมกอดแล้วจุ๊บต้นคอของเขาเบา ๆ หลังจากยืนขึ้น สีหน้าลูกครึ่งฝรั่งฝาดจนออกจะอมชมพูขึ้นมาหลัง คำชมนั้น หลังจากเอาผ้าเช็ดตัวขยี้ ๆ หัวให้เขาจนศีรษะแห้งเสร็จ เราทั้งคู่ก็ออกมาจากห้องน้ำ ผมสวมบ็อกเซอร์ง่าย ๆ ก่อนจะส่งมือถือให้เขาดู

“ลองเช็กดูนะครับว่ามีตรงไหนที่ไม่โอเคหรืออยากให้พี่ลบไหม?”

ทุกครั้งหลังการถ่ายทำ “ผลงาน” ผมจะให้ตัวเอกในคลิปเป็นคนเช็กว่ามีอันไหนบ้างที่เขาสบายใจจะให้เผยแพร่ มีอันไหนบ้างที่เขาอยากให้มันปราศจากโลกใบนี้ไป

ผมยึดเอาความสบายใจของคู่นอนเป็นหลัก การไม่ล่วงเกินขอบเขตของกันและกันคือวิธีการรับมือที่ดีที่สุดในความสัมพันธ์บนเตียงของคนสองคน

น้องแม็กซ์รับมือถือไปอย่างว่าง่าย เขาสไลด์และกดเล่นคลิป ปิดปากหัวเราะอย่างน่ารักก่อนจะบอก

“ตอนเวลาไม่เห็นหน้าผมเต็ม ๆ นี่ผมก็น่ารักไปอีกแบบนะ”

“จะเห็นเต็ม ๆ หรือไม่เห็น พี่ว่าก็น่ารักทั้งหมด” ผมหยอด แต่สาบานได้  เขาน่ารักแบบเด็กวัยรุ่นโตเต็มวัยจริง ๆ

“โหอย่ามา ผมน่ารักสู้เด็กพี่ไม่ได้หรอก” เขาหยอกแกมหยิกกลับ

“อ้าวแล้วเราไม่ใช่เด็กพี่เหรอ” แน่นอนว่าผมไม่ยอมให้หยอกกลับง่าย ๆ แน่

“โถ่ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ก็ลืมผม” เขาว่าเหมือนตัดพ้อเบา ๆ แต่จากดวงตาที่ผมสัมผัสได้ เขาแค่พูดหยอก ไม่ได้มีความหมายนัยยะใด ๆ อย่างสิ้นเชิง

“ไม่ลืมหรอก ถ้าเราไม่เบื่อพี่ไปซะก่อนเราก็คุยกันไปแบบนี้แหละ” น้องแม็กซ์พยักหน้ารับคำ ผมดึงเขามานอนทับแขนเบา ๆ ด้วยส่วนสูงที่มากกว่าผม ทำให้ขาเจ้าเด็กนี้ยาวจนพาดเลยตัวผมไปด้วยซ้ำ คล้ายกับพ่อโคอาล่าตัวเตี้ย ๆ กำลังโดนลูกน้อย ๆ กอด

“ขอบคุณนะครับ พี่ทำให้เฟิร์สเซ็กซ์ของผมมันวิเศษมาก” เขาว่า ผมขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะถาม

“จริงเหรอ? พี่ก็นึกว่าเราเคยมาบ้าง” ก็ถึงจะดูไม่ชำนาญเท่าพวกชั่วโมงบินเยอะ ๆ แต่เมื่อกี้ก็มีไม่มีช่วงนะครับที่เจ้าเด็กนี่เอาฟันครูดกับทีเร็กซ์(ไม่)น้อยของผม

“ผมเคยมีแฟนนะ แต่ผมกลัวมาตลอดเลย ผมกลัวว่าถ้าผมมีอะไรกับเขาแล้วมันจะเป็นยังไง ผมจะเจ็บไหม หรือผมจะมีความสุขรึเปล่า? แล้วมันจะปลอดภัยไหม เกิดถุงยางหลุดกลางคันต้องทำยังไง เกิดผมห้ามเขาไม่ได้ ทั้งเรื่องโรคเรื่องอะไร คือมันไม่มีใครมาคอยบอกผมเลยว่าครั้งแรกต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง” แม็กซ์ว่า

“คือที่โรงเรียนสอนสุขศึกษานะ แต่เขาสอนแค่วิธีช่วยตัวเอง แต่ไม่เห็นมีใครแนะนำวิธีการมีเซ็กซ์ที่ถูกต้องหรือปลอดภัยเลย ไอ้ที่บอกว่าให้ใส่ถุงก็เข้าใจ แต่ผมหมายถึงในกรณีที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น เช่นเด็กที่เป็นรับ เป็นเกย์ เป็นตุ๊ด เป็นเพศที่สามแบบผม ไม่เห็นมีใครมาบอกเลยว่าต้องป้องกันยังไง”

“อ่า” ผมครางรับคำ ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจที่เขาพูดมา แต่ก็เข้าใจในบริบทของโรงเรียนเช่นกันว่าเรื่องแบบนี้มันก็คงสอนลำบากพอสมควรกับประเทศที่ยังไม่ได้เปิดกว้างเหมือนกับภาพลักษณ์ที่สร้างเอาไว้

“ผมถึงได้บอกไง ว่าผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเด็ก ๆ ถึงมาหาพี่บ่อย” เขายันตัวขึ้นก่อนจะพูดต่อ

“พี่ไม่ได้น่ารัก ไม่ได้หล่อแบบเวอร์ ๆ แค่ออกไปเดินห้างก็เจอคนหน้าตาดีกว่านี้แล้ว แต่สิ่งที่พี่มีคือความสบายใจ แบบ ผมมั่นใจว่าไอ้คลิปพวกนั้น มันจะไม่กลับมาทำร้ายผมแน่ ๆ คือมันก็น่าแปลกใจนะว่าทำไมผมถึงไว้ใจพี่ได้ขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่เราเจอกัน แต่ทุกอย่างที่พี่ทำมันแทนคำตอบจริง ๆ พี่โคตรเซฟผมอ่ะ มีทั้งหน้ากาก มีทั้งผ้าคลุม ทั้งตัดเสียงออก คือมั่นใจได้จริง ๆ ว่ามันจะไม่มีอะไรที่ไม่น่าสบายใจหลุดออกไป แถมพี่ยังแคร์อีกต่างหากว่าผมแฮปปี้ไหม” เจ้าตัวว่าเสียงหวาน

“พี่จะสอนเราอย่าง อย่าเพิ่งไว้ใจคนง่าย ๆ แม้แต่กับพี่ก็อย่าเพิ่งไว้ใจ คนเราไม่มีใครโชว์ด้านที่ไม่ดีของตัวเอง ให้คนอื่นเห็นง่าย ๆ หรอก เราเองก็ต้องระมัดระวังด้วยนะ ถ้าจะไปนัดกับคนอื่น อย่าลืมที่พี่สอนนะ ถ้าจะปิดไฟ ก็สัมผัสถุงยางอนามัยบ้างว่ามีรอยรั่ว รอยขาด หรือมีปัญหาอื่น ๆ ไหม ถุงร่นไปถึงปลายลำรึเปล่า มีโอกาสหลุดจากด้านในไหม อีกฝ่ายดูไว้วางใจได้แค่ไหน” ผมสอนเขาต่อ อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะชอบบอกให้ทุกคนระแวดระวังตัว โลกใบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากโลกสว่าง เรามีทั้งคนที่ไว้วางใจได้และไม่ได้ให้เข้ามาวนเวียนพบเจอเสมอ ๆ

“ขอบคุณนะครับพี่ชาย สัญญากับผมนะ ว่าถ้ามีแฟนแล้วต้องบอกให้ผมรู้ ผมจะได้ไม่เข้าไปรบกวนพี่อีก” เขาว่า พลางส่งนิ้วก้อยมาให้กับผม

“สัญญาครับ พี่ไม่เคยหายไปจากชีวิตใครโดยไม่มีเหตุผลหรือไม่มีการบอกกล่าวกันแน่นอน”

เพราะพี่รู้ดีว่าการหายไปจากชีวิตใครคนหนึ่งโดยไม่มีวี่แววมันเจ็บปวดขนาดไหน

ผมกับแม็กซ์นอนคุยกันถึงเรื่องทั่ว ๆ ไป ความเป็นเด็กม.หกที่ต้องเตรียมตัวสอบพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงระบบการเข้ามหาวิทยาลัยเป็นว่าเล่นสร้างความหนักใจให้เด็กนี่ไม่น้อย สิ่งที่ผมทำได้คือการแนะนำแนวทางที่จำเป็น เชียร์อัพให้เขาพยายามอ่านหนังสือเตรียมตัวไว้ก่อน ขอแค่เราพร้อมมากพอ  ไม่ว่าจะเป็นระบบแบบไหนเราก็จะสามารถชนะมันได้อย่างแน่นอน ไม่นานนักเราทั้งคู่ก็หลับไป ปล่อยให้เสียงเพลงบรรเลงตามท่วงทำนองของมันแบบนั้นไปเรื่อย ๆ


 


 

TBC. ตอนนี้เปิดให้สั่งจองหนังสือแล้วนะครับ ปิดจองวันที่ 1 เมษายน 2562 ขอขอบคุณทุก ๆ การสนับสนุนครับ

รายละเอียดหนังสือและแบบฟอร์มสั่งของหนังสือ : >>> https://1th.me/ZBRt

ขอบคุณครับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #214 aiikiko (@eye88) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:22
    แง่ เขินๆทำไมพี่เค้าอบอุ่นงี้ตอนสอนน้องเราคิดว่าแทนเป็นสาว ต้องค่อยๆอ่านไปก่อน
    #214
    0
  2. #187 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:37
    โหหหหหห
    #187
    0
  3. #186 TawPP (@tawpornchanok) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 22:36
    เรียลมากกกก
    #186
    0
  4. #164 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 18:35
    น่าอ่านอ่ะ เปิดมุมมองใหม่เลยนะเนี่ย
    #164
    0
  5. #85 เกรี้ยวกราด (@swinerei) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 05:45
    ชอบความเรียลนี้
    #85
    0
  6. #77 RatimaSleeping (@RatimaSleeping) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 16:45
    ทำไมอ่านแล้วนึกถึงพี่ก๊อดอ่ะ
    #77
    0
  7. #48 pettes (@pettes) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 18:14
    นึกถึงเปเปอร์เรื่องแอคเค่อ ที่มีนิสิตรัฐศาสตร์เคยทำไว้เลย น่าสนใจมากๆ เปิดโลกทัศน์สุดๆ
    #48
    0
  8. #45 hdjallsnnsma (@hdjallsnnsma) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 13:15
    นี่ตามมาจากทวิตที่มีคนเรื่องนิยายวายแล้วมีคนมาแปะเรื่องนี้ไว้ เราเจอชื่อเรื่องแล้วรู้สึกว่ามันน่าอ่านมาก5555555 แต่งสนุกมากเลยนะคะ 😁
    #45
    0
  9. #33 [o.o]// (@l_lfarin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:44

    ให้กำลังใจนะคะ เป็นเรื่องที่แตกต่างจากที่เคยอ่านมาทั้งชีวิตเลยค่ะ แต่ก็สนุกไปอีกแบบ
    #33
    0
  10. #11 prx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:39

    เรื่องนี้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆเยอะเลยค่ะ มันเหมือนเราอ่านเรื่องของพวกเขาอยู่เลย55555 เคยสงสัยหลายอย่างเลยว่าพวกแอคเค่อในทวิตเขารู้สึกยังไงแบบไหนที่มาเปิดหรือถ่ายรูปพวกนั้นลงสาธารณะ แต่ก็เข้าใจแล้วว่ามันคืออีกโลกนึงด้านนึงในชีวิตของเขา

    #11
    0
  11. #8 Ozeannoize (@Ozeannoize) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 02:17
    เราชอบนิยายคุณนะ มันแตกต่างจากเรื่องอื่นๆที่เคยอ่านอ่ะ
    สู้ๆๆนะคะ เป็นกำลำลังใจให้ในการเขียนนิยายดีๆของคุณ
    #8
    0