[PRE ORDER] แ อ ค เ ค่ อ #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,690 Views

  • 325 Comments

  • 1,174 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,110

    Overall
    21,690

ตอนที่ 17 : Ep.15 รุ่นพี่ รุ่นน้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

Ep.15 รุ่นพี่ รุ่นน้อง


คืนวันศุกร์ของผมจบลงไปพร้อมกับการปลอบประโลมคนแปลกหน้า แม้ความเศร้าไม่จางหาย แต่กาลเวลาก็ไม่หยุดเคลื่อนไหว ผมทำได้เพียงปลอบคนที่ตัวโตกว่าผมมาก ๆ ไว้ในอ้อมกอด และปล่อยให้เขาร้องไห้จนหมดแรงจะร้อง นานเท่าไหร่ไม่รู้จนผมเผลอหลับไป กลับมามีสติอีกรอบก็เหลือเพียงผมที่นอนอยู่บนเสื่อ พร้อม ๆ กับเสื้อฮู้ดของใครบางคนที่ตั้งใจสวมไว้ให้ผมกันหนาว รู้สึกตัวอีกทีก็เจ้าดาวตกนั่นแหละครับที่ขึ้นมาเรียกผมจากบนดาดฟ้า
หมอกหรือควันล้วนไม่แน่ใจ แม้จะเป็นเพียงคนแปลกหน้า แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกันกับผม เราล้วนแตกสลายในทุก ๆ ค่ำคืน ก่อนจะประกอบตัวใหม่อีกครั้งก่อนฟ้าสาง ผมรับรู้ ผมเข้าใจ แต่มนุษย์เราล้วนมีข้อจำกัด เราทำได้แค่ในสิ่งที่เราพอจะทำได้ก็เท่านั้น สุดท้ายแล้วบาดแผลในใจของแต่ละคน
...มีเพียงแต่เจ้าตัวเองเท่านั้นที่จะรักษามันได้
อย่างที่ผมบอกไป ไม่ว่าใครก็แบ่งปันความเศร้าจากใครอีกคนไม่ได้ เราทำได้แค่เพียงประคับประคองและนั่งมองอีกฝ่ายแตกสลายลงไปช้า ๆ จนกว่าหัวใจของเขาจะฟื้นคืนกลับมา
ผมหวังว่าพรุ่งนี้เช้าจะยังมาถึงสำหรับเขาเสมอ ๆ ....
หลังจากเป็นคนขับรถตะเวนพาทุกคนวนไปส่งกันจนครบ ในที่สุดก็ได้มติเป็นเอกฉันท์จากคนที่ยังพอมีสติอยู่คือผมและดาวตก เราหิ้วพวกมันทุกคนไปยัดรวมกันที่คอนโดของไอ้ส้ม (ซึ่งผมพนัน 10 เหรียญเลย พรุ่งนี้มันต้องตื่นมากรีดร้องกับความชั่วร้ายในสตอรี่ไอจีของเพื่อน ๆ แน่นอน ลาก่อนไอ้ตุ๊ด)
เสร็จสิ้นทุกอย่างผมก็ขับรถไปส่งดาวตกเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะบอกลามันแล้วโบกรถมอเตอร์ไซต์วินกลับหอตัวเอง เป็นอันจบสิ้นแล้วคืนวันศุกร์อันแสนยาวนาน....

                                                                      ...................

เช้าวันถัดมา ผมตื่นขึ้นด้วยอาการเวียนหัวเล็กน้อย เพราะรู้ขีดจำกัดของตัวเองและดื่มไปน้อยมาก ๆ นอกจากอาการคัดจมูกเพราะตากอากาศหนาวบนดาดฟ้าแล้วทุกอย่างเป็นปกติ ผมเตรียมตัวไปทำงานอีกครั้งพร้อมเข้าทวิตเตอร์ที่อาทิตย์นี้ไม่ได้เข้าเลยสักครั้ง กดอ่านอินบ็อกซ์ ตอบข้อความที่ควรจะตอบ และบล็อกบางข้อความที่ไม่น่าสนทนา เสร็จสรรพหลังจากนั้นก็ล็อกเอ้าท์ก็เตรียมตัวอาบน้ำเพื่อไปทำงานพิเศษในช่วงบ่ายต่อ
น่าแปลก เจ้านากเผือกเงียบหายไปเลยตั้งแต่ช่วง แมสเซจสุดท้ายที่ผมได้รับจากเขาคือการส่งมาบอกว่าตัวเขาเองขับกลับถึงบ้านแล้วหลังขับรถมาส่งผมตอนที่เราดูหนังด้วยกันเสร็จ
น่าจะติดงานละมั้ง? ผมคิดแบบนั้น ...จริง ๆ แล้วผมค่อนข้างชินกับการหายไปของคนที่เคยอยู่ในชีวิตของผมบ่อย ๆ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกอะไร ความสัมพันธ์พวกนี้ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระยะยาวอยู่แล้ว มันเหมือนแค่เชื้อเพลิงที่ติดขึ้นมา ลุกโชน และดับลงไปง่าย ๆ นั่นแหละครับ จะบอกว่าผมค่อนข้างชินแล้วก็ไม่แปลกอะไรนัก
ไลน์
ผมหันขวับตามเสียงแจ้งเตือนที่ตั้งค่าไว้ในมือถือ ไลน์ของผมมีเสียงเด้งแจ้งเตือนว่ามีคนส่งข้อความมา ก่อนจะกดอ่านแล้วพบว่าเป็นคนที่ผมกำลังนินทาเมื่อกี้นี้เอง
‘อยู่ซับโปโร อยากได้อะไรไหม?’
เขาพิมพ์มาสั้น ๆ พร้อมส่งรูปตัวเองยักคิ้วข้างหนึ่งและชูสองนิ้วตรงถนนอะไรสักอย่างที่มีผู้คนพลุกพล่าน ผมหัวเราะในกับอารมณ์ขันของเขาก่อนจะรีบพิมพ์ตอบกลับไป
‘ไปญี่ปุ่นไม่เห็นบอก’
‘ขอโทษที พอดีผมมีงานด่วนนิดหน่อยนะ’
‘จ้า พ่อนักธุรกิจพันล้าน’ ผมกัด
‘คุณรู้?’ เขาตอบกลับมา ผมเอียงคอมองข้อความก่อนจะตอบกลับ
‘รู้อะไรคุณ ผมงง?’ ผมถามเขากลับ ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นมุกอะไรรึเปล่า
‘เปล่า ๆ ไม่มีอะไร แล้วคุณทำไรอยู่’
‘ผมกำลังเตรียมตัวจะอาบน้ำไปทำงานพิเศษนะ’ ผมว่า
‘เหรอ? ผมโทรไลน์หาแป๊บหนึ่งได้ไหม’ เขาตอบกลับ
หลังจากผมกดส่งสติกเกอร์เป็นรูปหมีโอเคไป รอไม่ถึงนาทีเขาก็โทรไลน์มาหา ผมกดรับสายก่อนจะกรอกเสียงลงไปหาคู่สนทนา
“สวัสดีครับ”
‘สวัสดีครับ เป็นไงบ้าง’
“ผมสบายดี คุณละ เดินทางฉุกละหุกเตรียมตัวทันไหม”
‘ทันครับ ดีว่ามีคนช่วย ใช่ไหมไอ้แจ้’ เขาว่า ท้ายเสียงเหมือนหันไปคุยกับใครอีกคน
“ไปทำงานหรือไปเที่ยววะนั้น” ผมหยอกขำ ๆ เขาหัวเราะตอบกลับก่อนจะพูดต่อ
‘อยากได้ไรไหม เดี๋ยวผมซื้อไปฝาก’
“โอก้าโมโต้ 001” ผมหยอกเขาเล่น ปลายเสียงยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม
‘ไซซ์ไร’
“56 ผมใส่ได้แค่ไซซ์เดียว” ผมว่า
‘ขิงเก่ง’ เขาตอบกลับ ผมได้ยินเสียงเหมือนคนข้าง ๆ เขาหัวเราะร่วนจนเจ้าตัวหันไปชู่วใส่
“ผมล้อเล่นนะคุณ ไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากก็ได้ คุณไปทำงานไม่ใช่เหรอ” ผมบอกอีกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นพูดจริงเรื่องของฝาก ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตามแต่ ผมไม่คิดว่าตัวเองสนิทกับเขาถึงขนาดจะฝากให้เขาซื้ออะไรมาฝากได้
‘ครับ แต่ยังไงก็เดี๋ยวจะหาอะไรไปฝากแล้วกันนะ’ เขาตอบกลับ
“อ่า ๆ แล้วนี้กลับวันไหนครับ?” ผมถาม
‘น่าจะประมาณไม่พรุ่งนี้ก็อีกวันสองวันมั่งครับ..กลับวันไหนวะแจ้?’ ท้ายประโยคเหมือนหันไปถามคนข้าง ๆ เขาเงียบไปแป๊บก่อนอีกเสียงจะตอบกลับว่า
‘ไม่น่าจะเกินมะรืนนี้ครับ’
“อาห๊ะ ยังไงก็เซฟทริปนะครับ” ผมอวยพร
‘ครับ ไว้กลับไปแล้วผมจะขอนัดหน่อยนะครับ’
“นัด?” ผมทวนคำพูดของเขา เจ้าตัวลากเสียงอ่ายาว ๆ ก่อนจะตอบ
‘ก็นัดสัมภาษณ์งานต่อนั่นแหละครับ ตอนนี้ข้อมูลเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ผมว่าจะเอาไปอวดให้คุณดูว่าเนื้อหาประมาณนี้คุณโอเคไหมกับโครงเรื่องของผม’ เขาร่ายยาว
“จริง ๆ ผมยังไงก็ได้นะครับ เพราะยังไงมันก็เป็นนิยายของคุณนิ” ผมว่า เพราะคิดว่ามันเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของเขาที่จะขึ้นโครงเรื่องแบบไหนก็ได้ ขอแค่ข้อมูลมันถูกต้องก็พอแล้ว
‘มันไม่ใช่นิยายของผมคนเดียวซะหน่อย งานนี้ต้องบอกว่าเป็นนิยาย “ของเรา” ต่างหาก ถ้าไม่ได้ข้อมูลจากคุณ ผมเขียนไปก็คงคล้ายนั่งเทียนเขียน ไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเห็นภาพเหมือนที่ผมเขียนเพราะได้ข้อมูลมาจากคุณหรอก’
“คุณพูดแบบนี้กับคนทุกคนที่คุณไปขอข้อมูลจากเขามาเขียนรึเปล่า?” ผมตั้งคำถาม ปลายสายเงียบไปก่อนจะตอบกลับมา
‘ถ้าบอกว่าใช่ก็แปลว่าผมโกหก’
“โอเค งั้นช่วยโกหกให้ผมฟังหน่อยละกัน” ผมพูดติดตลกแต่ปลายสายเงียบไป
“โช เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” ผมถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ อีกฝ่ายพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
‘คุณ....’
“ครับ ...ผมทำไม?” ผมถาม
‘คุณมันเด็กบ้า’
“เอ้า .... เดี๋ยว ๆ เกิดอะไรขึ้นคุณ ทำไมอยู่ดี ๆ ว่าผมแบบนั้น” ผมถามเพราะไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายว่าแบบว่าเล่น ๆ หยอกล้อหรือโกรธอะไรผมจริงจังรึเปล่า
‘เจ้าเด็กบ้าเอ๊ย ...บ้าที่สุด’ เขาไม่ตอบคำถาม แต่ว่าผมเพิ่ม จนผมได้แต่นั่งงงกับตัวเองเป็นไก่ตาแตกว่าตัวเองทำผิดอะไรลงไปรึเปล่า
“นี่ผมทำคุณโกรธรึเปล่า ซีเรียสนะ?” ผมถามเชิงซีเรียส อีกฝ่ายถอนหายใจเบาบางก่อนจะบอก
‘เปล่า คุณไม่ได้ทำผมโกรธ ผมเชื่อว่าคุณคงไม่รู้จริง ๆ ’ เขาตอบ
“รู้ว่า?” ผมถาม
‘......’
“คุณ ถามจริง ๆ คุณโกรธผมรึเปล่า หรือผมทำอะไรผิดไหม? คุณบอกผมได้นะ แต่อย่าเงียบใส่ผม เพราะบางทีผมก็ไม่ได้มองออกไปหมดทุกอย่าง หรือเข้าใจทุกเรื่องราวได้ขนาดนั้น ถ้าคุณไม่พูด ผมอาจจะไม่มีวันรู้ไปตลอดเลยก็ได้นะ ว่าสิ่งที่คุณต้องการจากผมคืออะไร”
ผมบอกออกไป ไม่ใช่เฉพาะกับโช แต่กับมนุษย์ทุกคนที่เดินทางเข้ามาในชีวิตของผม ผมก็จะพูดประโยคเดียวกันทั้งหมด
“ต้องเข้าใจในความเป็นผมก่อน ผมเป็นคนไม่ชอบเดา และเกลียดการไม่พูดอะไรอย่างตรงไปตรงมาเป็นอย่างยิ่ง ผมทราบดีว่าเรื่องบางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถบอกเล่ากันได้โดยสะดวกใจนัก แต่อย่างน้อยที่สุดแล้ว อะไรที่ควรพูดตรง ๆ คุณก็ควรพูดกับผมตรง ๆ เพราะไม่งั้นแล้ว ผมจะไม่มีวันเข้าใจความคิดของคุณ ผมอ่านใจใครไม่ได้ และการคาดเดาว่าอีกฝ่ายคิดยังไงเป็นเรื่องที่กินพลังงานและไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องที่สุด “
ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมามันยากกว่ากันตรงไหน
‘ผมไม่ได้โกรธคุณ และผมรู้แล้วว่าตัวผมควรทำยังไงต่อไป’ อีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น
“คุณจะทำอะไร?” ผมถาม
‘หลังกลับไทย ผมจะไปหาคุณ แล้วเราจะคุยเรื่องนี้กัน’
“เรื่องอะไร” ผมถาม ผมได้ยินเสียงโชสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะตอบออกมา
‘เรื่องของผม..กับคุณไง’
จบประโยคนั้น ผมเหมือนโดนชกจนติดสตั้น ผมเงียบไปราว ๆ ห้าวินาทีก่อนอีกฝ่ายจะทักกลับมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
‘...ฮัลโหล’
“ครับ...”
‘เมื่อกี้คุณได้ยินที่ผมพูดอย่างชัดเจนใช่ไหม?’ เขาว่า
“อาห๊ะ”
‘ครับ ก็ตามนั่นแหละ ไว้กลับไทยแล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กัน...แป๊บ ขออีกสามนาที’ เขาพูดเร็วปร๋อเหมือนกลัวผมแย่งพูด ปลายประโยคพูดเสียงเบาบาง ผมคิดว่าเขาน่าจะหันไปพูดกับคนข้าง ๆ ในประโยคหลังนั้น
“โอเคครับ”
‘โอเค เดี๋ยวผมต้องไปทำธุระต่อแล้ว ยังไงไว้จะทักไลน์หานะครับ’
“ครับ” ผมตอบกลับทั้ง ๆ ที่สมองยังมึน ๆ
‘คุณ’
“....”
‘ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ...ผมเป็นห่วง’
พอจบประโยคนั้น อีกฝ่ายก็ตัดสายทิ้งไปเลย ปล่อยให้ผมอ้าปากค้างกลางอากาศอยู่คนเดียว ไม่ทันแม้แต่จะตอบกลับหรือพูดอะไรด้วยซ้ำ ผมนิ่งอยู่แบบนั้นเกือบนาทีก่อนอีกฝ่ายจะส่งข้อความมาย้ำ
‘ไปทำงานแหละนะ ไอ้อ้วน’
...เอาละ ผมว่ามีคนอยากตายหลังกลับจากญี่ปุ่นแล้ว ผมส่ายหัวกับคนในโทรศัพท์ที่ทำเอาผมเปลี่ยนมู้ดไปมาไม่หยุด ไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองควรรู้สึกแบบไหนกับเขา ไม่ทันจะได้เขินก็กวนผมซะบ้าบอแบบนี้ สงสัยกลับจากญี่ปุ่นคงต้องมีคนโดนผมเอาคืนสักดอกอย่างแน่นอน
ผมกระโดดทิ้งตัวเอาคางเกยหมอนเน่า ก่อนจะพิมพ์ตอบเขาว่า ‘ครับ พ่อคนตาโต’ พร้อมสติกเกอร์รูปอาตี๋ตาเหลือขีดเดียวเป็นการล้อเลียนอีกฝ่ายกลับไป ไม่นานข้อความก็ขึ้น read ก่อนเขาจะบอกว่าต้องไปทำงานแล้วจริง ๆ เป็นอันจบบทสนทนาของคนที่อยู่ดี ๆ ก็เข้ามาอยู่ในความคิด...
...อยู่ดี ๆ ก็เข้ามาอยู่ในความคิด งั้นเหรอ?
นั้นสินะ จะว่าไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนคุย คู่นอน หรือใครก็ตามแต่ ผมไม่เคยสงสัยหรือตั้งคำถาม แม้กระทั่งจะใส่ใจด้วยซ้ำว่าใครจะยังอยู่หรือจะไปจากชีวิตของผม แล้วทำไมผมถึงรู้สึกได้ว่าโชหายไปทั้ง ๆ ที่มันก็แค่วันสองวันเองที่เขาไม่ได้ตอบไลน์ผมอย่างที่เคย
ผมถอนหายใจออกมากับตัวเอง ทิ้งความรู้สึกทั้งหมดไว้เบื้องหลัง หลับตาพริ้มปล่อยให้หัวสมองโล่งจากความขัดแย้งในจิตใจที่กำลังประเดประดาเข้ามา วูบหนึ่งในหัวใจของผมพองโตอย่างบอกไม่ถูกกับอะไรบางอย่างที่อีกฝ่ายบอกใบ้ แต่วูบหนึ่งผมก็จิตใจของผมก็เงียบลงไปเมื่อ ‘กรง’ ขนาดมหึมา ผุดขึ้นมาในหัวผมอีกครั้งหนึ่ง เสียงสัตว์ร้ายในหัวย่อตัวหมอบและครางหงิง ๆ ไปมา
...ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ผมควรจะทำยังไงดีกับความรู้สึกประหลาด ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
ผมจะมีได้จริง ๆ นะเหรอ?
...ไอ้ความสัมพันธ์ที่ใครเขาเรียกกันว่า “ความรัก” นะ


........................................


หลังจากปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่านสักพักใหญ่ ๆ ผมถีบตัวเองไปอาบน้ำก่อนจะแต่งตัวแล้วมาทำงาน เช่นเคยกับทุก ๆ วัน เจ้าไอซ์ นกน้อย และคนอื่น ๆ ก็มาทำงานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ผมทักทายเพื่อนใหม่ที่เริ่มจะคุ้นเคยกัน ก่อนพวกเราทั้งหมดจะช่วยกันทำงานต่อไป วันนี้ลูกค้าไม่เยอะมากเพราะเป็นช่วงเกือบจะปลายเดือนแล้ว ร้านจะแน่นอีกครั้งก็นั่นแหละครับ ช่วงเงินเดือนออก ชีวิตคนเราก็หมุนวนกับสามสิบวันที่ตังค์ออกเนี้ยแหละครับ
ทำงานจนเกือบสามทุ่มก็ได้เวลาเลิกงาน ผมแตะบัตรกดออกจากที่ทำงาน ฮัมเพลงบลา ๆ เพราะตัวเองมีแพลนจะขึ้นไปดูหนังหลังเลิกงาน ผมเดินไปซื้อตั๋วก่อนจะนั่งรอเวลาเข้าโรงภาพยนตร์ ตอนนั้นเองที่ไลน์ของผมเด้งขึ้นมา
‘สวัสดีครับพี่เสือ’
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำทักทายดังกล่าว ก่อนจะกดเข้าไปอ่านแล้วร้องอ๋อในใจเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ของเจ้าแม็กซ์
‘สวัสดีเด็กน้อย สบายดีไหม?’ ผมทักทายกลับ อีกฝ่ายอ่านแล้วนิ่งไปเฉย ๆ แบบนั้น สักพักข้อความใหม่ก็ส่งกลับคืนมาให้กับผม
‘สบายดีครับ พี่เสือว่างไหม ผมขอคุยกับพี่แป๊บหนึ่งได้ไหม’
‘ได้สิครับ’ ผมว่า หลังมองเวลาแล้วตัวเองเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะได้เข้าโรงภาพยนตร์ รอไม่นานน้องแม็กซ์ก็โทรไลน์เข้ามาหาผม พอกดรับสายก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดตอบกลับมาก่อน
‘สวัสดีครับพี่ ขอโทษที่โทรศัพท์มารบกวนดึก ๆ นะครับ’ น้องแม็กซ์เปิดบทสนทนาด้วยการขอโทษขอโพย ผมหัวเราะในความใสซื่อก่อนจะตอบกลับกับเขา
“ไม่เป็นไรครับ ไม่ดึกหรอกสามทุ่มเอง”
‘ครับพี่ แม็กซ์จะถามว่า วันจันทร์นี้พี่ว่างไหมครับ?’ ผมขมวดคิ้ว แต่ก็เปิดดูตารางนัดหมายของตัวเองแต่โดยดี
“ก็ว่างนะครับ ทำไมเหรอ?” ผมถาม เจ้าตัวเงียบไปนิดก่อนจะบอกกับผม
‘ถ้าสะดวก...พี่อยากมาหาแม็กซ์ไหม?’
ไม่ต้องคิดให้มากความผมก็เข้าใจนัยของคำว่า “มาหา” ของเจ้าแม็กซ์ คงไม่ใช่การไปหาเพื่อนอนกอดกันใส ๆ อย่างแน่นอน
“ถ้าหลังพี่เลิกเรียนก็ได้นะครับ พี่ไปหาได้ และเราสะดวกให้พี่ค้างไหมล่ะ หรือต้องกลับ?” ผมถาม
‘ค้างได้ครับพี่ บ้านแม็กซ์ว่าง พ่อแม่แม็กซ์ไม่ค่อยกลับ...ไม่สิ ไม่กลับมาบ้านมาเป็นเดือนแล้วครับ’ เขาว่าเสียงอ่อย ๆ ผมสะดุ้งตัวนิดหน่อยกับคำบอกเล่าลงท้ายของเจ้าแม็กซ์
“โอเคครับพี่ไปหาได้”
‘ได้ครับ เดี๋ยวแม็กซ์ส่งโลเคชั่นไปให้นะครับ’ เจ้าตัวว่าเสียงใส แต่ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกถึงความไม่สดชื่นของปลายเสียงนั้น
‘พี่เสือครับ’
“ครับว่า?”
‘พี่ไว้ใจแม็กซ์ไหม?’ เขาถาม ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ก็ไว้ใจนะครับ ไม่งั้นคงไม่ไปหาหรอก” ผมตอบตามความรู้สึก ปกติแล้วผมไม่เคยนึกอยากจะออกจากห้องด้วยซ้ำไป แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างทำให้ผมคิดว่า ผมอาจจะต้องไปหาเจ้าเด็กน้อยที่นับว่าเป็นรุ่นน้องของผมคนหนึ่งคนนี้ก่อนซะแล้ว
‘งั้น แม็กซ์ขออะไรพี่สักอย่างได้ไหมครับ?’
“ครับ?” ผมตอบกลับด้วยความสงสัย น้องแม็กซ์เงียบเหมือนเว้นวรรคไปสักพักเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง ผมเลยนิ่งรอให้อีกฝ่ายตอบกลับ ก่อนอีกฝ่ายจะพูดประโยคที่ทำให้ผมยืนค้างอยู่แบบนั้นไปพักใหญ่ ๆ
‘พี่เสือครับ ถ้าแม็กซ์จะบอกว่า แม็กซ์อยากมีอะไรกับพี่แบบไม่ป้องกัน พี่จะโอเคไหมครับ?’
ให้ตายเถอะ เด็กม.ปลายลูกครึ่งวัยขบเผาะกำลังชวนผมทำเรื่องอย่างว่าแบบไม่ป้องกันเนี่ยนะ ผมเผลอกลืนน้ำลายเมื่อนึกถึงคืนนั้นกับเจ้าเด็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไป
“พี่ว่า....”




Time talk : อู้วววววววววววววววว ยังไงดีละที่นี้ ว่าแต่เพื่อน ๆ สบายดีนะครับ ตอนนี้พ่อแมวใกล้จะได้เอาหน้าปกมาให้ทุกคนได้ยลโฉมแล้วนะ นิยายเรื่องนี้ทำเป็น สองเล่ม ความยาวทั้งหมดประมาณ 750 หน้านะครับ ตอนพิเศษตอนนี้เหลืออีกสามตอนก็จะปิดเล่มแล้ว (ตอนพิเศษทั้งหมด 10 ตอน แฮะ ๆ)
อย่าลืมหยอดกระปุกนะพวกเธอว์ น่าจะเปิดจองประมาณกลางเดือนธันวาคมครับ
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ^^
ปล. เจอคำผิด สะกิดได้เลยนะครับ กำลังทยอยแก้ไขสิ่งที่พิมพ์ผิดพลาดไปครับ และก็ ในต้นฉบับที่นำไปพิมพ์จะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดและจะมีเนื้อหาที่ครบถ้วนไม่ตกหล่นอย่างแน่นอนครับ เพราะมีการเพิ่มและลดทอนบางฉากไปเพื่อความสมบูรณ์ที่สุดในอรรถรสของการอ่านสำหรับนักอ่านทุกท่าน ยังไงฝากตัวอีกครั้งด้วยนะครับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #265 Astatined (@Astatined) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 14:48

    โชรุกทีเเร็กซ์หนักมากขึ้นแล้วงื้อออออ

    #265
    0
  2. #212 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 02:08
    ทีระวังตัวแจจะตาย ไม่ยอมหรอกน่า
    #212
    0
  3. #211 Thunpitcha Meksuk (@khaowfangjuno) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 18:31

    ออย่านะทีเร็กซ์ อย่าอ่อนไหวต่อหนุ่มลูกครึ่งวัยขบเผาะเอาง่าย ๆ นะ นายจะละทิ้งเจตนารมณ์ของนายไม่ได้นะ เพื่อตัวนาย เพื่อแมกซ์ เพื่อสังคม

    #211
    0
  4. #208 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 10:22
    อะไรยังไงเนี่ย ไม่อยากให้เขาป้องกันนี่กะจะพัฒนาความสัมพันธ์ หรือจิตใจกำลังอ่อนไหวเลยอยากหาใครซักเฉยๆ ตอนนี้คือเดาทางเรื่องไม่ออกเลยค่ะ ไหนจะความสัมพันธ์ของเจ้านากกับคุณทีอีก 5555555
    ปล. สรุปหนูชื่ออะไรกันเเน่ อยากรู้ชื่อจริงๆของเจ้าทีจังเลยค่ะ
    #208
    0
  5. #206 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 02:02
    ป้องกันเถอะฮื่อออ อย่าเสี่ยงอะไรเลย

    ลืมพูดไป เห็นมานานแล้ว อีกจุดนึงที่หนูชอบงานของคุณแมวอ้วนมากๆ คือกรงและสัตว์ร้ายในหัวของทีค่ะ หนูชอบการที่มีตัวตนต่างๆแสดงออกมาเป็นเหมือนinner selfของคนๆหนึ่ง สามารถสื่อได้หลายๆอย่างเลย โดยเฉพาะconflictที่อยู่ในใจเวลาตัดสินใจทำอะไรหรือสับสนหรือโดนเจ้าตัวในหัวนี่แหละชักจูง ชอบงานประมาณนี้มากๆค่ะ
    #206
    1
    • #206-1 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 17)
      24 ตุลาคม 2561 / 02:03
      ลืมพูดอีกเรื่อง คำว่าเจ้านากน่ารักมากๆเลยค่ะ ชอบบบบบ
      #206-1
  6. #198 ศฐาพรonTheWar (@0850304849) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 22:29
    แอบคิดว่าคนที่รู้ตัวเองว่าควรป้องกันอยู่แล้วอย่างพี่เสือน่าจะฟาดแฟคที่ทำให้เด็กแม็กซ์หงายได้แล้วสำนึกไปอีกนาน555555 แต่ถ้าคดีพลิกก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่

    ปล. มีคำผิดตรงที่เฮียทีนินทาคุณโชนะคะพ่อแมว เจ้านาค-->เจ้านาก
    #198
    0
  7. #196 babybam4 (@babybam4) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 22:03
    พี่เสืออย่านะ ต้องป้องกันไว้นะ ป้องกันไว้~~!?
    #196
    0
  8. #195 realtoey (@bbaiteiy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 22:02
    โดนฮุกไปหนึ่งหมัดจากคุณโช หวั่นไหวไปอีกกกกก

    และโดนหมัดสตั๊นจากน้องแม็กซ์อีกหนึ่งหมัด
    #195
    0
  9. #194 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:58
    ตัดอย่านี้เลยเหรอไรท์😂

    อ่า...พี่เสือจะตอบยังไงนะ
    #194
    0