[PRE ORDER] Acker [The End] #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,772 Views

  • 369 Comments

  • 1,201 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    143

    Overall
    24,772

ตอนที่ 13 : Ep.11 Who ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    16 มี.ค. 62



Ep.11 Who ?  

 

 

 

ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเศษผมกับโชก็ย้ายร่างของเราทั้งสองจากแถวสีลมมาจนถึงห้างสยามพารากอน เพราะความห่างไกลของสถานศึกษาของผมทำให้ปกติผมไม่ค่อยได้เข้ามาในตัวเมืองเท่าไหร่ถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นจะต้องเข้ามา เราสองคนเดินวนหาร้านที่น่าทานและลูกค้าไม่มากนัก ไป ๆ มา ๆ ก็ตัดสินใจเลือกทานบุฟเฟ่ต์อาหารแบรนด์หนึ่งที่โด่งดังในห้าง

จริง ๆ ผมว่าจะถามนานแล้ว แต่ลืมตลอดทุกทีเลย ผมถามได้ไหมครับ ผมอยากรู้อ่ะคุณ ว่าปกติแล้วพวกแอคเค่อในทวิตเตอร์เขามีวิธีการตั้งชื่อทวิตเตอร์กันยังไง อย่างคุณเนี่ย ทำไมถึงตั้งชื่อแอคเค่อว่า ‘เสือน้อย’ (little tiger) เขาถาม หลังคีบเนื้อแซลมอนมาใส่ลงบนจานผม ผมมองลอดกรอบแว่นก่อนจะผงกหัวขอบคุณแล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ  ๆ เรียง ๆ

 “อันนี้บอกก่อนนะ ว่ามันไม่ได้มีสูตรตายตัวอะไรขนาดนั้นหรอก ตอนแรกเริ่มทวิตเตอร์แรก ๆ ผมก็ไม่ได้ใช้ชื่อนี้ แต่พอเล่นไปสักพักก็จับทริคบางอย่างได้

 “นั่นคือ?” เขาถาม ผมเว้นวรรคการพูดด้วยการคีบผักเครื่องเคียงลงบนจานอีกฝ่าย แล้วตอบคำถามนั้นต่อว่า

 การสร้างภาพจำ เอกลักษณ์ และคาแรคเตอร์ให้กับแอคเค้าท์ของคุณ

พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่อาจจะต้องใช้ทีไร โชก็แทบจะปล่อยวางทุกสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าไปจดจ่อกับเรื่องตรงนั้นแทน เอาล่ะ ผมว่านี่อาจจะนับเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากในอนาคต เพราะงั้นผมจะต้องแก้ไขมัน ณ ตอนนี้

โช ขอนอกเรื่องแป๊บ ผมเข้าใจว่าคุณจริงจังกับการทำงาน แต่ผมอยากให้คุณจัดลำดับความสำคัญในการใช้ชีวิตดี ๆ โอเค ผมรู้ว่าคุณไม่อยากพลาดประเด็นอะไรก็ตามที่สามารถนำไปเขียนบอกเล่าได้ แต่ผมไม่เบื่อหรอกนะ ถ้าจะต้องพูดเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ให้คุณฟัง ผมยังอยู่ตรงนี้ ยังนั่งอยู่ตรงหน้าคุณ คุณต้องไว้ใจผมบ้างในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่คุณควรจะรับประทานอาหารกับผมไปพร้อมกัน คุยกันเรื่อย ๆ มากกว่าแค่จะจดจ่อกับการเขียนข้อมูลไม่กี่ประโยค หรือไม่งั้นก็อย่าเพิ่งคุยเรื่องงานบนโต๊ะอาหารผมดุ เจ้านากเผือกหน้าจ๋อยลงไปนิดหน่อยก่อนจะพูดต่อ

ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะว่างมาสัมภาษณ์คุณแบบนี้ทุกวันไหมเขาว่า ผมพยักหน้าเข้าใจได้ คิดว่าเขาคงทำงานอะไรสักอย่างประกอบการเขียนนิยายหาเลี้ยงชีพไปด้วย และเพราะผมเคยทำงานประจำช่วงปิดเทอมทำให้เข้าใจในความหมายของการอาจจะไม่ว่างมาตามข้อมูลอะไรก็ตามแต่ที่เขาจะเอาไปเป็นองค์ประกอบในการเขียนได้ พอได้ฟังแบบนั้นผมก็ใจอ่อน

เห็นว่ามีเหตุผลนะครับ จะยอมเล่าให้ฟังก็ได้พอผมพูดแบบนั้น เจ้านากเผือกจากทำหน้างอก็ทำหน้ากระดี๊กระด๊าเป็นตัวนากได้อาหาร ผมเบ้ปากหมั่นไส้เลยแย็บต่ออีกหมัด

แต่กฎเดิม 1 คำถามต่อ 1 จานที่ผมลวกให้ผมหมายถึงหลังถามผม เขาต้องทานอาหารที่ผมลวกให้ไปด้วย ในระหว่างที่ผมอธิบายให้ฟัง ไม่ใช่เอาแต่จดข้อมูลอย่างเดียวไม่ใส่ใจอะไรเลย พออีกฝ่ายพยักหน้าตกลง ผมเลยเปิดปากพูดต่อ

จะโลกสว่างหรือโลกมืด สังคมก็คือสังคมนั่นแหละคุณ การสร้างเอกลักษณ์ให้คนจดจำ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างหนึ่งในการกระจายผลงานออกไปในวงกว้าง เอางี้ ผมสมมติแบบนี้ละกัน สมมติว่าแอคเค่อทุกคนคือ แบรนด์สินค้าตัวหนึ่ง สินค้าทุกตัวที่มีประเภทใกล้เคียงกัน ซึ่งในที่นี้ผมหมายถึง ไทป์ของเขาอ่ะนะ สินค้าที่คนจดจำได้มากกว่า คนก็จะเลือกซื้อมากกว่า

แล้วทำยังไงให้คนจำได้? นึกง่าย ๆ สิ่งแรกที่คนจะเห็นผ่านหน้าไทม์ไลน์ของพวกเขาคือชื่อทวิตเตอร์ โปรไฟล์ และหน้า cover ของพวกคุณ อ๋อ ทริคเล็ก ๆ ที่พวกมือเก๋าจะรู้กัน ถ้าอยากให้ทวิตเตอร์ติดตาคนนะ อย่าพยายามเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ รูป cover มากนัก แล้วก็ รูปที่ตั้งปกและโปรฯ ไม่ควรเป็นรูปอนาจาร แม้ทวิตเตอร์จะไม่แบน แต่ทันทีที่คุณตั้งมันจะเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงที่อัลกอรึทึมจะจับได้แล้วทำการตรวจสอบขึ้นมา ถ้าไม่อยากโดนล็อกบัญชี ก็ควรจะตั้งเป็นรูปธรรมดา ๆ หรือเป็นรูปสัญลักษณ์แอคเค่อของตัวเอง เช่นผมก็จะเป็นหน้ากากเสือน้อย

ส่วนเรื่องชื่อ ก็ต้องมานั่งคิดต่อแล้วว่าจะตั้งชื่อแบบไหนให้สะดุดตาคน ซึ่งแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์และวิธีการในการตั้งชื่อแตกต่างกันออกไป บางคนก็ตั้งด้วยไทป์ก่อน ว่าตัวเองเป็นรุก ตามด้วยช่วงอายุ แล้วตามด้วยพิกัดต่าง ๆ ไปเลยก็มี อารมณ์แบบ ‘รุก มหาลัย สามย่าน’ เป็นการผสมกันระหว่างไทป์ วัย และพิกัดคร่าว ๆ

ไม่งั้นก็จะเป็นพวกที่สร้างคาแรคเตอร์ตัวเองเสร็จแล้วคีพลุคแบบนั้นตลอดการทวิต คลิป รีทวิตต่าง ๆ เช่น คำที่ใช้ในการเรียกขานตัวเอง นักดาบพาลาดิน ,ชีสชีส,เสือน้อยอะไรทำนองนี้ ไม่หวาดไม่ไหว เวลาพวกนี้เล่นทวิตก็จะอารมณ์แบบเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อทวิตไปเลย เช่นน้องชีสก็จะอารมณ์แบบ ‘ชีสว่าแบบนั้น ชีสว่าแบบนี้ วันนี้ชีสไป...กับคนนี้มา’ เป็นต้น

โชจดข้อมูลทั้งหมดเสร็จก็หน้าบูดเล็กน้อยเมื่อผมลวกเนื้อจำนวนหนึ่งไปวางใส่ในจานของเขา  เจ้าตัวย่นจมูกก่อนจะคีบเนื้อจุ่มน้ำจิ้มแล้วนำเข้าปากเคี้ยวหงับ ๆ เป็นตัวนากเคี้ยวผลไม้ พอเคี้ยวเสร็จ กลืนลงคอ กระดกน้ำ ก็ถามต่อ

แล้วคุณคิดยังไงอ่ะกับการตั้งชื่อแบบนี้ แบบ มองว่ามันได้ผลไหม? หรือวิธีการไหนที่จะดึงดูดคนเข้ามาสนใจผลงานคลิปวิดีโอของเรามากที่สุดโชถาม

ได้ผลไหม ผมว่าแล้วแต่ดวงด้วยส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็อยู่ที่ตัวผลงานของคุณด้วย แต่ถ้าถามว่าคนสนใจอะไรมากที่สุด ผมว่าคนในทวิตเตอร์สนใจสถานภาพของคนเรามากที่สุด ทั้งช่วงอายุ ประเภท แล้วก็สถาบันหรืออาชีพที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน เอาง่าย ๆ ในทวิตเตอร์คุณจะเห็นเลยว่ามีคนอ้างอิงว่าเป็นเด็กมหาวิทยาลัยผมเยอะมากแต่นั่นจะจริงไม่จริงก็อีกเรื่อง

ส่วนช่วงอายุที่คนสนใจมากที่สุด จริง ๆ มันก็หลากหลายนะ เพราะคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงความต้องการของตลาดส่วนใหญ่ ผมมองว่าพวกเด็กมัธยมขายดีที่สุด โดยเฉพาะเด็กมัธยมปลาย ไทป์รุกที่มีขนาดอวัยวะเพศที่ใหญ่กว่าเด็กในวัยเดียวกันจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า ยิ่งถ้ามีซิกแพคด้วย คอนเฟิร์มว่าเจ้านั่นจะต้องตอบ DM ไม่ต่ำกว่าวันละร้อยฉบับเป็นอย่างน้อย

แต่คุณอย่าไปเชื่อในสิ่งที่เห็นมาก เดี๋ยวอยู่กับผมไปสักพักคุณก็จะเข้าใจว่า ‘โลกคือละคร’ น่ะมันคืออะไร เพราะเด็กมัธยมปลายเป็นไทป์ที่แมสที่สุดก็จริง เลยทำให้มีเด็กมัธยมปลอม ๆ เด็กมหาวิทยาลัยปลอม ๆ เต็มไปหมด บางแอคเค่อนะ ผมเห็นเขียนว่าตัวเองมัธยมปลายบ้าง ปี 1 บ้าง ตั้งแต่ผมเพิ่งเข้าเรียนใหม่ ๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าซิ่วทุกปีหรือยังอยากแอ๊บเด็กต่อไปเรื่อย ๆ

สรุป ชื่อก็สำคัญ แต่ตัวโปรดักสำคัญกว่า สมมติว่าชื่อดี แต่คนเข้าไปส่องแล้วไม่ชอบก็ไม่เอา ในขณะที่ชื่อพื้น ๆ ทั่ว ๆ ไป เช่น มัธยมปลายน้อย มัธยมปลายใหญ่ ม.ปลายหัดเล่นต่าง ๆ แต่ถ้างานดีก็มีคนซื้อ เฟิร์สอิมเพรชชั่นสำคัญเท่าไหร่ ตัวสินค้าสำคัญมากกว่าเท่านั้น ขอแค่ ขาว สูง ผอม ใหญ่ แค่มีสี่ข้อนี้ ต่อให้คุณตั้งชื่อทวิตเตอร์ว่าหมาก็มีคนสนใจ

ผมกล่าวสรุปยิ้ม ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองสรุปหลักการตั้งชื่อแอคเค่อ ศูนย์ศูนย์หนึ่งได้ตรงตามความต้องการหรือไม่ แต่ยังไงก็ถือว่าเป็นแค่ข้อคิดเห็นจากคนที่เคยเล่นทวิตเตอร์คนหนึ่งก็แล้วกันนะครับ

รอบนี้ผมจงใจลวกผักและเนื้อเยอะเป็นพิเศษ เจ้าคนตรงข้ามเบะปาก  ก่อนจะเอาตะเกียบคีบเข้าปากทีละชิ้น ๆ จนหมดจานที่ผมลวกไว้ให้แล้วค่อย ถามต่อ แต่ก่อนจะถามเหมือนเจ้าตัวจะเอาคืนผมนิด ๆ ด้วยการลวกผักและเนื้อจำนวนหนึ่ง ก่อนจะตักใส่จานจนผมต้องหันไปมองตาขวางนั่นแหละถึงจะผิวปากและหันหน้าหนีไปทางอื่น

ขอเจาะประเด็นนิดหนึ่ง ผมสงสัยว่าการบอกชื่อมหาวิทยาลัยต่อท้ายในชื่อทวิตเตอร์ มีผลมากน้อยแค่ไหนในการดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้งานคนอื่น ๆเขารอจนผมเคี้ยวเนื้อในปากเสร็จอย่างมีมารยาท จึงถามต่อ

มีนะ มีมากด้วย

ยังไง

คืองี้ ต้องอธิบายให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า ชื่อมหาวิทยาลัยมันก็เป็นแบรนด์ชนิดหนึ่งอ่ะคุณ เราก็รู้กันดีใช่ไหมว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศนี้ มีที่ไหนบ้าง ตรงนี้นะถ้าจะเอาไปเขียนหรือกล่าวถึงหลาย ๆ คนก็จะหลีกเลี่ยงการพูดชื่อมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่จะพูดถึงเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยตัวเองแทน เช่น การบอกพิกัดที่ตั้งของมหาวิทยาลัย

อาทิ เด็กสามย่าน ก็หมายถึงมหาวิทยาลัยที่คะแนนสูงมากเกือบทุกปีที่อยู่ใจกลางเมืองนั่นแหละ หรือถ้าเป็นของมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ก็อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการขึ้นดอย มหาวิทยาลัยแห่งท้องทะเล มหาวิทยาลัยลูกพ่อคนนั้นคนนี้ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง มหาวิทยาลัยที่มีตึกเรียนไม่กี่ตึก เป็นต้น

ยิ่งคุณเป็นบุคลากรในมหาวิทยาลัยชั้นนำ คนก็ยิ่งให้ความสนใจ และให้มูลค่าคุณเพิ่มเป็นพิเศษ ถ้ามีคลิปผลงานที่มีหลักฐานของแบรนด์ติดมาด้วย เช่น หัวเข็มขัดของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ คนยิ่งชื่นชอบ และยิ่งประโคมขายของให้กับคุณ ถามว่าทำไม ก็อาจจะเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ในสังคมติดภาพจำว่าเด็กที่ติดมหาวิทยาลัยชั้นนำเท่ากับเด็กฉลาด และก็คิดต่อไปว่า เด็กฉลาดน่ะจะต้องเท่ากับ เด็กที่เรียบร้อย และเด็กที่เรียบร้อยในความคิดของคนส่วนใหญ่คงไม่มีใครคิดหรอกใช่ไหมว่าจะมีมุมที่ควักของลับเข้าออกกันเป็นว่าเล่น

ผมคิดในใจและแอบขำกับตัวเองนิดหน่อยเมื่อทบทวนดูแล้ว คนที่ผมรู้จักหลาย ๆ คน ยิ่งฉลาด ยิ่งเรียนเก่ง ยิ่งมีอารมณ์ทางเพศสูงกว่าชาวบ้านชาวช่อง แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าเพราะต้องรับผิดชอบอะไรหลาย ๆ อย่างรึเปล่า เลยหาทางระบายออกผ่านอารมณ์ทางเพศและกิจกรรมที่ทำให้สารเอนโดฟีนในสมองหลั่งออกมา

อย่างที่ผมเคยบอกคุณไปแล้ว สังคมไทยน่ะปากว่าตาขยิบและมีความย้อนแย้งในตัวเองค่อนข้างสูงเลย อาจจะเพราะสังคมเราไม่เคยพูดเรื่องนี้กันอย่างเปิดอกเปิดใจจริง ๆ จัง ๆ แถมยังพยายามทั้งทางตรงและทางอ้อมในการปิดกั้นความอยากรู้อยากเห็นของคน ผลลัพธ์เลยสะท้อนกลับมาเป็นสังคมที่ตกใจกับการที่ดารารูปหลุดของลับต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่มันก็แค่อวัยวะเพศส่วนหนึ่งของร่างกาย

คนเรานะ ตอบสนองต่อความรู้สึกว่า ‘มันไม่ถูกต้อง’ แตกต่างกัน ข้อห้ามและขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ก็คล้าย ๆ กับแอปเปิ้ลในสวนเอเดนนั่นแหละ ยิ่งพระเจ้าสั่งห้าม ยิ่งน่าหวาดหวั่นระคนปนสุขใจ แค่เพียงได้คิดว่าตัวเองจะได้ลิ้มลอง สังคมทวิตเตอร์ก็จำลองมาจากสังคมอีกด้านที่สะท้อนกลับจากมาตุภูมิของกลุ่มคนในด้านแสงสว่างนั่นแหละ อะไรที่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ยิ่งเป็นไปได้ ยิ่งชอบ

ผมเว้นวรรคอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อ

แต่จริง ๆ มันก็มีเหตุผลรองเหมือนกันนะที่ผมเคยวิเคราะห์เล่น ๆ กับเพื่อนว่าทำไมเด็กในมหาลัยชั้นนำถึงเป็นที่ต้องการมากจนมีคนอยากเป็นนิสิตนักศึกษาของที่นี่เต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่ามันจะนับเป็นเหตุผลที่อ้อมค้อมและน่าเบื่อเกินไปรึเปล่า คุณจะฟังไหม?” เจ้านากเผือกพยักหน้าขึ้นลง ผมยิ้มแล้วตักของในหม้อให้กับเขาอีกรอบ

แต่เอ๊ะ เหมือนผมจะมองข้ามอะไรบางอย่างไปตั้งแต่ต้นรึเปล่า?

จะว่าไปนั่งคุยไปคุยมาตั้งนาน ผมก็ลืมนึกไปเลยว่าทำไมผมต้องต้มเนื้อ ต้มผักให้อีกฝ่ายด้วย(วะ) ? จริงอยู่ว่าผมอยากให้เขารับประทานอะไรบ้างไม่ใช่ทำแต่งาน แต่จริง ๆ แล้วผมก็บอกให้เขาทำเองก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องบริการอีกฝ่ายขนาดนั้น

ในทางกลับกัน แล้วทำไมโชจะต้องมาคอยผลัดกันลวกเนื้อลวกผักให้กับผมด้วย...

ผมส่ายหน้ากับความบ้าบอของตัวเอง จะพูดออกไปตอนนี้ก็ดูจะแปลก  ๆ แต่เหมือนอาการปากขมุบขมิบของผมจะไม่รอดจากสายตายอดนักสังเกตของคนตรงหน้าไปได้

เป็นอะไรรึเปล่าคุณ?” เขาว่า ผมส่ายหน้า ไม่อยากให้เขารู้ว่าตัวเองคิดอะไรบ้า ๆ บอ ๆ อยู่ในใจ

มีอะไรก็บอกผมได้นะครับโชย้ำอีกครั้ง ก่อนจะตักช้อนเนื้อผักในหม้อลงมาบนจานผม

....อยากจะพูดเหลือเกินว่าไอ้การกระทำที่คุณกำลังทำให้ผมเนี่ยแหละครับ ที่มันบ้าบอและขัดแย้งในใจผมอย่างแปลกประหลาด  ไม่ใช่ว่าไม่ชิน ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเคยทำให้ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบใจ และก็ไม่ใช่ว่าชอบใจอีกนั่นแหละ เพราะตอบตัวเองไม่ได้ว่ากำลังรู้สึกอะไรกันแน่ ผมจึงนิยามว่าผมแค่รู้สึกแปลก ๆแบบบอกไม่ถูกเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เราทำทั้งหมดมันเป็นไปเองโดยธรรมชาติ

ไม่อยากจะยอมรับเลยจริง ๆ ว่าตอนอยู่กับโช ผมไม่ได้ปรุงแต่งความเป็นตัวเองเลยสักนิด ทั้งคำพูด การกระทำ และความคิด ผมไม่จำเป็นต้องพยายามจะใส่ ความธรรมดาลงไปในตัวเองเลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่แสดงออก ล้วนบ่งบอกว่าผมเป็นผมเท่านั้นเอง

...เหมือนตอนที่ผมอยู่กับ 'คุณ' ช่วงแรก ๆ  เลยแฮะ

คุณ” 

ครับ?” ผมสะดุ้งตัวหันกลับมามองหน้าเขา เจ้านากเผือกยิ้มให้ผม ก่อนจะหยิบทิชชู่ยื่นมาให้ ถ้าผมมองไม่ผิด ตอนแรกเขาจะเช็ดปากให้ผมด้วยซ้ำ แต่เพราะด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง โชเลือกที่จะยื่นมาให้ผมเฉย ๆ แทน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องมาก ๆ ถ้าเขาคิดอะไรสักอย่างในหัวเหมือนที่ผมกำลังคิด

ขอบคุณครับผมว่า ขอบคุณสำหรับทิชชู่

ผมรู้นะว่าเราเพิ่งเจอกันไม่นาน แถมยังเจอกันในสถานการณ์ที่ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ เปิดมาผมก็แบล็คเมล์คุณ แม้จะเป็นไปด้วยความไม่ได้ประสงค์ร้ายก็เถอะ...โชเกริ่น มองหน้าผม แล้วเว้นวรรคให้ผมได้ฟังทัน

แต่ว่านะ...

ครับ?”

ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้คุณจมลงไปอยู่กับตัวเองได้แม้กระทั่งในเวลาที่อยู่กับคนอื่น...ผมหมายถึงตอนอยู่กับผม ผมจะไม่ขอให้คุณลืมเรื่องราวเหล่านั้น เพราะผมรู้ว่ามันสำคัญ ถ้ามันไม่สำคัญคุณคงเลือกจะทิ้งมันออกไปจากใจคุณนานแล้ว

สายตาของเขาจริงจัง มองมาที่ผมอย่างไม่ปิดบัง และเป็นผมเองที่ยอมแพ้เขาด้วยการหันหน้าหนีไปทางอื่น เสียงลมหายใจของเราทั้งคู่ดังขึ้น บริเวณรอบ ๆ ก่อนโชจะพูดต่อถึงสิ่งที่เขาคิด

แต่ว่า...ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ คุณช่วยเล่าถึง ‘เขา’ ให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?”

“..........”

ผมอยากรู้จักเขาจริง ๆ ผมอยากรู้มาก ๆ ว่าต้องเป็นคนพิเศษขนาดไหน ต้องเป็นคนแบบใดถึงทำให้คนที่บอกว่าตัวเองนอนกับใครก็ได้โดยไม่ได้สนใจอะไร คนที่บอกกับผมว่าทุกอย่างมันก็แค่ just sex ทำไมเขาถึงสามารถสลักอะไรบางอย่างลงไปใส่ตัวคุณได้ลึกขนาดนั้น

ผมสะอึก ทำได้แค่นั่งนิ่ง ๆ กลืนก้อนเหนียว ๆ อะไรสักอย่างลงคอไป เสียงเดือดของน้ำซุปในหม้อแทบจะไม่ได้รับการสนใจจากทั้งผมและเขา เราต่างคนต่างเงียบไปหลายนาที ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังแสดงสีหน้าท่าทางแบบไหน และต้องจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไง

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพอเป็นโชแล้ว ทำไมผมถึงไม่รู้สึกว่าเขายุ่งย่ามกับผมมากเกินไป เหมือน ๆ เวลาที่ใครสักคนพยายามจะเดินเข้าไปในเขตหวงห้ามของผม แต่กับเขา...กับโช เขาก้าวล้ำเข้าไปยืนอยู่ตรงข้างหน้าประตูนั้น แต่ไม่รุกไล่ต่อ แม้กระทั่งในเวลาที่เขาสามารถขอให้ผมกล่าวถึง ‘เขา’ คนนั้นได้ แต่โชก็ยังเลือกที่จะเป็นฝ่ายรอให้ผมออกปากเล่าถึงคน ๆ นั้นเอง

ขอบคุณนะครับผมขอบคุณเขาในหลาย ๆ ความหมาย ขอบคุณที่ไม่ลุกล้ำผม หรือไล่จนผมไม่เหลือทางถอยกับสถานการณ์ตรงหน้า ผมขมวดคิ้วเล็ก ๆ  เมื่อเขาคีบเนื้อหมึกมาจ่อตรงหน้า

ของโปรดคุณ ทานสิ

หื้ม คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบทานเนื้อหมึกผมว่าอย่างแปลกใจ อ้าปากรับเนื้อหมึกเข้าปากก่อนจะเคี้ยวตุ้ย ๆ แต่โดยดี

ไม่บอกเขาอมยิ้มและตีหน้ามึนหลังคำถามของผม

อ้าว

ไม่อ้าวละ ทานก่อนเร็ว ๆ คุณ นี่นั่งนิ่งเสียกำไรกันไปหลายนาทีแล้วนะเขาล้อเลียนผมขำ ๆ 

ผมส่ายหน้า ถอนหายใจกับคนตรงหน้าที่รู้จักการเปลี่ยนอารมณ์ของสถานการณ์ดีซะจนผมแทบตามไม่ทัน แต่ก็ยังแอบติดใจนิด ๆ ว่าเขารู้ได้ยังไงว่าผมชอบทานเนื้อหมึก และเพราะเหตุการณ์เมื่อกี้ทำให้เราทั้งคู่เลือกจะทานแล้วผลัดกันคุยประเด็นเบา ๆ กันไปช่วงใหญ่ ก่อนจะอิ่มท้องกันพอสมควรแล้ว เราถึงได้วนกลับมาประเด็นเดิมก่อนเกิดเหตุการณ์เดดแอร์เมื่อสักครู่นี้

โอเค มาพูดถึงประเด็นรองกันว่าทำไมนิสิตหรือนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำถึงได้เป็นที่ต้องการของตลาดผมเกริ่นนำ คนฟังก็จดข้อมูลยิก ๆ ตามไปด้วย ก่อนผมจะพูดต่อ

คุณคิดว่าเด็กที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ต้องเป็นเด็กแบบไหน?” ผมถาม โชทำหน้าคิดก่อนจะพูดตอบ

ต้องเป็นเด็กฉลาดในระดับหนึ่งเขาตอบคำถามด้วยความไม่มั่นใจนัก ผมส่ายหน้าแล้วบอกต่อ

นั่นก็ถูก แต่ไม่ถูกทั้งหมด สำหรับระบบการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในประเทศไทย เด็กที่เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ ส่วนมากคือเด็กที่มี ‘ต้นทุน’ หรือ ‘ความพร้อม’ ที่ดีมาตั้งแต่ต้น ถ้าสมมติยังมองไม่เห็นภาพ ผมจะยกตัวอย่างง่าย ๆ ตามที่ผมเคยเจอมาให้ฟัง

ต้นทุนที่เราว่ากันในที่นี้ คือความพร้อมของครอบครัวในการสนับสนุนเด็กคนหนึ่งตั้งแต่แรกเกิด เมล็ดพันธุ์ทุกต้นอาจจะโตมามีโอกาสเติบโตเท่า ๆ กัน แต่น้ำที่รดลงพร้อมปุ๋ยที่ดีในการบำรุงต้นไม้ไม่ใช่ว่าต้นกล้าทุกต้นจะโชคดีได้รับโอกาสดี ๆ แบบนั้น พอเริ่มต้นมาก็ไม่เท่ากันแล้ว การแข่งขันในระดับประถมหรือมัธยมต้นอาจจะยังไม่รุนแรงจนคุณมองเห็นภาพไม่ชัดเจน แต่พอเข้าสู่สังคมในระดับมัธยมศึกษาก็จะเป็นตัวแบ่งชนชั้นอีกครั้ง

มนุษย์น่ะเป็นสัตว์สังคมโดยกำเนิด สภาพแวดล้อมถือเป็นปัจจัยหลักใหญ่ ๆ ส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้คน ๆ หนึ่งมีความคิด ความอ่าน ความสามารถแตกต่างกันออกไปตามสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน คุณว่าโรงเรียนของรัฐบาลที่มีนักเรียนต่อห้องเกือบห้าสิบคน กับครูหนึ่งคนจะสามารถสอนนักเรียนได้สักเท่าไหร่กัน?

ผมยังไม่พูดถึงความไม่แฟร์ของระบบข้อสอบและระบบการแข่งขันนะ ว่ามันควรฟรีได้แล้วสำหรับการคัดเลือกในการเรียนเข้าต่อ ยิ่งคุณมีต้นทุน คุณยิ่งเป็นต่อ คุณสามารถไปเรียนพิเศษก็ได้ คุณสามารถไปสอบแข่งขัน เพิ่มโอกาส เพิ่มความพร้อมในการทำโจทย์ได้ คนมีเงินน่ะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

เพราะงั้นแล้ว เด็กที่หลุดรอดจากระบบชนชั้นที่แบ่งเด็กปกติกับเด็กมีอันจะกินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ก็แทบจะเรียกได้ว่าขาข้างหนึ่งก้าวข้ามจากกรอบทางชนชั้นของตัวเองก้าวไปสู่ชนชั้นข้างบนอีกระดับ เรื่องคอนแท็กหรือคอนเนคชั่นนะ มันอธิบายกันได้ตรงนี้แหละครับ และอีกนัยยะเดียวกันที่ผมกล่าว เด็กที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้ ถ้าเขามีความพร้อมทางด้านการศึกษา การที่จะมีความพร้อมในการดูแลตัวเองก็ไม่ได้แปลกอะไรถูกไหม?

พอมีโอกาสในการดูแลตัวเอง การจะมีรูปร่างที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ  อีกประการในการเลือกคู่นอนก็ไม่ยากแล้วถูกไหม ในขณะที่ผมหรือเด็ก ๆ คนอื่น ๆ ที่ครอบครัวไม่มีความพร้อมในการดูแล ต้องเอาเวลาตรงนี้ไปประกอบอาชีพต่าง ๆ เพื่อหาเงินมาสนับสนุนค่าใช้จ่าย เด็กกลุ่มแรกที่โชคดีมากกว่าก็เอาเวลาตรงนั้นในการไปสร้างความเพอร์เฟคให้กับตัวเองได้

สรุป การเลือกที่จะนัดกับแอคเค่อที่เคลมว่าตัวเองเรียนอยู่ในสถานศึกษาชั้นนำ มีโอกาสมากกว่าตามค่าเฉลี่ยว่าคุณจะเจอคนที่งานดีและไม่น่าผิดหวังในการมีเพศสัมพันธ์กันในแต่ละครั้ง หรืออีกแง่ การตั้งชื่อมหาวิทยาลัยต่อท้าย ก็เพื่อง่ายต่อการระบุพิกัดนัดเจอคนในระแวกเดียวกันหรือมหาวิทยาลัยเดียวกันนั่นแหละ คำศัพท์ที่พวกผมใช้กันคือ บ่อเลี้ยงปลากัดในระบบปิด เพราะสุดท้ายมันก็กินกันเองวน ๆ แถว ๆ นี้แหละครับ

ผมสรุปติดตลกในตอนท้าย โชหลุดขันออกมาจากคำศัพท์ในแก๊งที่พวกผมใช้กันก่อนเขาจะถามต่อ

แล้วคุณเคยเจอเหตุการณ์ตลก ๆ เกี่ยวกับการกินวนกันไปมาไหม?” เขาว่า

เหตุการณ์ตลก ๆ  เหรอ? อืมมม ก็มีครั้งหนึ่งนะ ผมเคย....และก่อนที่ผมจะตอบคำถามของเขาเสร็จ ผมก็เงยหน้าออกไปสบตากับใครบางคนที่กำลังจ้องหน้าผมอยู่เหมือนกันก่อนเราทั้งคู่จะตะโกนเรียกชื่อกันออกมาพร้อม ๆ กัน

เจ้าที !!!

พี่มันนี่ !!!

 

 

 

TBC. ตอนนี้เปิดให้สั่งจองหนังสือแล้วนะครับ ปิดจองวันที่ 1 เมษายน 2562 ขอขอบคุณทุก ๆ การสนับสนุนครับ

รายละเอียดหนังสือและแบบฟอร์มสั่งของหนังสือ : >>> https://1th.me/ZBRt

 

ขอบคุณครับ


time talk : ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะครับ ทั้งในคอมเม้นท์หน้านิยายและ ใน #แอคเค่อของน้องแมว ที่มีคนไปกล่าวถึงเราก็เช่นกัน แง อ่านทุกอันเลยนะ อยากบอกให้รู้ไว้ว่าอิ่มเอมใจมากกับทุก ๆ คอมเม้นท์ครับ 

บอกใบ้เป็นโบนัสนิดหนึ่งว่าพ่อแมวเป็นคนที่ใส่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่เป็นคียเวิร์ดสำคัญ  ๆ ไว้หลายตอนแล้วนะครับ แต่ยังไม่มีใครพูดถึงเลย คิคิ ติ๊กต๊อก ๆ เอาเป็นว่า เดินไปด้วยกันต่อนะครับ บึดจำบึดฮึ้บ ๆ ฮุ่ย ๆ 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #202 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 01:13
    ชอบความที่มีกฏให้กันมากเลยค่ะ ตั้งแต่ตอนนั่งรถรอบที่แล้วแล้ว ที่มีกฏ1คำถามต่อ1คำถาม รอบนี้ก็กฏถามไปกินไป555555 พอมีกฏหลายๆอย่างมันทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้นทั้ง2ฝ่าย และแสดงถึงความใส่ใจด้วย ชอบมากๆเลยค่ะ
    #202
    0
  2. #173 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 08:10
    แน่ะ ตัวละครใหม่มาแล้ว 5555
    #173
    0
  3. #145 _WhiteWinter_ (@panitporn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 18:59

    คุณทีนี่รู้จักคนไปทั่วเลยนะคะเนี่ย555

    #145
    0
  4. #137 Croearus (@melatiene) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 18:52

    ใครกันน้าาาา หยักรู้จัง555

    #137
    0
  5. #136 Sembe Meij (@21Yonradee2545) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 15:44
    น้องทีน่ารักจังโว้ยยยยยยย
    #136
    0
  6. #135 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:27
    เนี่ย ยิ่งอ่านยิ่งคิดว่านายไม่ธรรมดาอ่ะที (ต่อเเต่นี้จะเรียกทีเฉยๆเพราะไม่รู้ชื่อไหนคือชื่อจริงกันเเน่)
    #135
    0
  7. #134 ShoukoSensei (@ShoukoSensei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:14
    รอลุ้นอยู่ว่าคนที่มาใหม่จะเกี่ยวข้องกับเสือน้อยของเรายังไง
    #134
    0
  8. #133 -mumo- (@mumoth) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:35
    ตัวละครอีกตัวได้โผล่มา รอดูค่ะ ว่าจะอยู่ยาวหรือจะมาไวไปไว อิอิ แต่มีคำใบ้ด้วยเหรอคะเนี่ย ไม่ทันสังเกตจริงๆ ขนาดว่าอ่านละเอียดแล้ว ต้องขออภัย ความรู้สึกช้าจริงๆ 55
    #133
    0
  9. #132 The Airport (@The-Airport) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:33
    ใครกันนะตอนสุดท้าย
    #132
    0