[PRE ORDER] Acker [The End] #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,787 Views

  • 369 Comments

  • 1,201 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    158

    Overall
    24,787

ตอนที่ 1 : EP.1 Acker

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    15 มี.ค. 62




EP.1 Acker




เสียงกระสันดังขึ้นจากร่างบางภายใต้อ้อมกอดของร่างหนาทั้งสองจ้องมองไปในดวงตาของกันและกัน แก่นกลางของร่างกายร้อนเสมือนตกอยู่ใจกลางของภูเขาลาวา....

โอเค พักก่อน ผมว่านั่นมันเป็นบทนำสองบรรทัดแรกที่ค่อนข้างจะ....

อืม เห่ยสิ้นดี

...ขอร้องเถอะ ปีนี้ 2018 แล้วยังมีใครใช้คำไวพจน์แทนอวัยวะเพศชายด้วยคำว่า แก่นกลางของร่างกายอีกเหรอ?

เอาล่ะ ถ้าไม่รู้ผมจะเล่าให้ฟัง ปกติแล้วเวลานัดกันมามี sex น่ะ มันไม่ได้เอ่อล้นไปด้วยความสุขหรืออะไรเทือก ๆ แบบที่เขาว่ากันว่า sex คือการมอบความรักให้กันและกันหรอกนะ just sex อ่ะคุณ มันก็แค่การแลกเปลี่ยน ดีลที่คนสองคน (หรือมากกว่านั้น) เต็มใจจะยอมรับมัน

กระนั้นแล้ว ผมจะไม่เหมารวมหรอกนะ ว่าคนที่ นัดทุกคนจะไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่ากระทำการแลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกาย คนที่รู้สึกก็คงจะมีอยู่จริง และก็คงจะน่าสงสารหน่อย ๆ ที่หมอนั่นจะตกอยู่ในภวังค์ของความฝันที่แสนจะมีความสุขและเช้าวันต่อมาตื่นขึ้นมาก็โดนโลกของความเป็นจริงตบหน้า ถ้าคู่นอนชั่วคราวเมื่อคืนบล็อกไลน์ ทวิต หรือสักช่องทางที่พวกเขาไว้ใช้ติดต่อกัน

มันเป็นเรื่องปกติ เหมือนคุณจุดไฟแช็กขึ้นมา ขอเพียงประกายไฟเล็ก ๆ และแก๊สที่มากพอ ไฟก็จะลุกพรึบให้คุณอย่างง่ายดาย และดับลงไปในเวลาที่เร็วกว่าการก่อเกิดเป็นเท่าตัว

...นั่นแหละครับคือการนัดกันมามี sex หรือถ้าภาษาไทยก็จะมีการกร่อนคำสวย ๆ เป็นคำว่า “นัดเย” ตามที่คุณ ๆ เคยได้ยินกันมา

“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” คนข้างบนบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนักหลังจากควบมาราวสิบนาทีกว่า ๆ ผมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วเป็นความหมายว่า ขออีกสามนาที เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงปฏิเสธ มุมปากตกลงจนแทบจะเบะออกมา และนั่นเป็นสาเหตุให้ผมวางมือถือลงในขณะที่กำลังอ่านสปอยล์โตเกียวกูลภาค re ตอนล่าสุดอยู่ ก่อนจะขยับเอวเป็นการวอร์มออกกำลังกายไปในตัว

สีหน้าพอใจมากขึ้น รอยยิ้มมุมปากของเขาตอบผมแทบจะคำต่อคำ

ผมดันอกเขาเบา ๆ ให้พลิกตัวนอนหงายลงไปโดยไม่เสียจังหวะในการนำเข้าใหม่ จับเอวด้วยมือทั้งสองข้างอย่างเบามือ ก่อนจะเคลื่อนไหวร่างกายด้วยความเร็วที่มากพอจะทำให้อีกฝ่ายเลิกคิ้วขอบคุณ

ทุกอย่างเสร็จสิ้นในเวลาห้านาที ผมถอดคอนดอมออกก่อนมันจะหดตัว มัดปากมันไว้ ก่อนจะเดินเอาไปทิ้งในถังขยะเล็ก ๆ ที่มุมห้อง ส่วนเขาเดินลิ่ว ๆ เข้าห้องน้ำไปแล้ว พอเช็ดคราบอะไรต่อมิอะไรเสร็จผมก็ใส่บ็อกเซอร์ แล้วทิ้งตัวลงไปนอนหงายเล่นรอเจ้าตัวออกมาจากห้องน้ำ

ไม่มีเสียงคราง? นอนอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นระหว่างการมี sex ?

คิดจริง ๆ เหรอว่าคนที่ทำหน้าที่รับทุกคนจะเสียวกระสันจนครางออกมาเหมือนในหนัง AV หรือนิยายต่าง ๆ (ที่คนแต่งอาจจะไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วยซ้ำ) ไอ้เสียงครางอู้ว ๆ อ่า ๆ ซี๊ด ๆ อะไรนั่นอาจจะปลุกเร้าอารมณ์คนบางคน แต่ในทางกลับกัน เสียงก็อาจจะดับอารมณ์  คนบางคนด้วยเช่นกัน

จะว่าไปแล้วผมก็ไม่ค่อยชอบการครางแบบเสแสร้งเท่าไหร่จริง ๆ นั่นแหละ มันก็มีบางคนที่เสียวจนครางออกมา แต่การแสดงน่ะ ถ้าเล่นไม่เก่งจริงมันดูออก

ส่วนเรื่องการ์ตูน ...ก็นะ ผมหาอะไรทำระหว่างทำอีกกิจกรรมไปด้วยมันก็เท่านั้น ผมอ่านการ์ตูน ไม่ได้ทำให้ส่วนที่กำลังใช้งานเสื่อมสมรรถภาพลงนี่ครับ ถ้าคุณเก็บแต้มมากพอ อาจจะเจอกิจกรรมแปลก ๆ ที่ทำพร้อม ๆ ระหว่างการทำเรื่องบนเตียงก็เป็นได้ แค่อ่านสปอยล์การ์ตูนไปด้วยน่ะจิ๊บ ๆ

คุณต้องเข้าใจ เซ็กซ์ไม่ได้เท่ากับความรักเสมอไป บางครั้ง just sex is just sex

“ไปอาบน้ำไป๊ เดี๋ยวพี่แวะไปส่งก่อนไปทำงาน” เขาออกมาแล้ว ท่าทางจะอิ่มกับการป้อนอาหารให้ความรู้สึกกับกิจกรรมเมื่อกี้ ผมเสียบสายชาร์ตมือถือทิ้งก่อนจะตบบั้นท้ายพี่เขาดังป๊าบแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ได้ยินเสียงโวยวายตามหลังมานิดหน่อยและเงียบลงหลังผมปิดเกล็ดบานเลื่อนในห้องน้ำ

ผมฮัมเพลง Talia ขึ้นเบา ๆ ได้ยินเสียงคนข้างนอกช่วยเปิดเพลงให้ราวกับรู้ใจผม ผมยิ้ม สระผมลวก ๆ ก่อนจะหยิบแปรงสีฟันขึ้นมาบีบยาสีฟันลงไปแล้วละเลงช่องปาก ปกติแล้วผมมักจะชอบอะไรที่เกิดขึ้นและจบลงไปในคืนเดียว แต่อาหารบางจานควรค่าแก่การทานมากกว่าหนึ่งครั้ง

และนั่นคือข้อแตกต่างระหว่างคู่นอนชั่วคราวหรือคำจำกัดความว่า one night stand กับ friend with benefit อ๋อ...บางคนอาจจะเรียกว่าฟูบู (FUBU = F*ck buddy) ก็ได้นะ

จริง ๆ จะเรียกแบบไหนก็ตามสบาย เพราะจุดประสงค์การใช้งานก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก มันก็แค่คำที่บ่งบอกระยะห่างระหว่างคนสองคนในสถานการณ์บนเตียงเท่านั้นเอง

พี่กรเป็นฟูบูของผมอีกคน ...ใช่ครับ ใช้คำว่าอีกคนนั้น แปลว่าผมไม่ได้มีแค่พี่เขาคนเดียว ในมาตรฐานของเส้นศีลธรรมประเทศนี้แล้วสิ่งที่ผมทำอาจจะเป็นเรื่องที่น่าละอาย น่าเหยียดหยาม หรืออะไรต่าง ๆ นานา แต่ตราบเท่าที่ผมยังไม่ได้มีพันธะจริงจังเช่นแฟน และพี่กรก็ยังโสด การที่เราจะคงสถานะความสัมพันธ์ไว้แบบนี้ก็ไม่ได้แย่อะไรนัก

และผมไม่แคร์ด้วยเพราะสุดท้ายแล้วมันก็แค่ sex


ผมเช็ดหัวให้แห้งอีกครั้งก่อนจะแขวนผ้าขนหนูไว้กับตะขอเกี่ยวของห้องน้ำแล้วเดินออกไปข้างนอกลิสต์เพลงไล่ไปที่ Back To Black ของ Amy Winehouse ผมฮัมเพลงหัวเราะชอบใจ สิ่งหนึ่งที่ประทับใจในตัวพี่กรก็ตรงความใส่ใจในความชอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผมเนี่ยแหละ

ผมส่ายหัวโยกตัวเบา ๆ ตามจังหวะ พี่กรละสายตาจากหน้าจอ macbook มามอง

I loved you much

It’s not enough

“เต้นไหม?” พี่กรถาม พร้อมสวมกอดก่อนจะเอื้อมมือมาจับเอวผมเต้นไปตามจังหวะเสียงดนตรี ...จริง ๆ ถ้าจะพูดให้เจาะจงมากไปกว่านั้น คือพี่มันกำลังจับชั้นไขมันส่วนเกินตรงหน้าท้องของผมต่างหาก ชิ ไม่ต้องย้ำ รู้นะว่าช่วงนี้กินจุไปนิดหน่อยเอง ไม่หันกลับไปมองหน้ายังรู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งผม

We only said goodbye with words

I died a hundred times

You go back to her and I go back to

เราหมุนตัว ผมไม่รู้หรอกนะว่าเราเต้นจังหวะอะไร แค่อยากเต้นก็เต้น ก็เท่านั้น เสียงเพลงจบลงพร้อมผมเอี้ยวตัวไปงับติ่งหูพี่กรเบา ๆ ได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่จริงจังนักเป็นการตอบสนองว่าพึงพอใจแต่ไม่พูดออกมา แต่เพราะนาฬิกาที่ชี้ไปราวหกโมงเช้าแล้ว ถนนเส้นนี้ ถ้าออกไปช้ากว่าเจ็ดโมงจะติดมาก ๆ ผมเลยไม่ได้ทำอะไรต่อนอกจากทิ้งไออุ่นเล็ก ๆ ไว้ที่ซอกคอ แต่ไม่ทำร่องรอยอะไรเอาไว้

พวกทำรอยน่ะ มันพวกเด็กเห่อหมอน เห่อที่นอน เห่อทุกอย่าง และคิดว่าการทำร่องรอยเท่ากับชัยชนะ ...ซึ่งนั่นมันไม่จริง

“เรานี่ชอบ Amy มากเลยนะ” เขาว่า ผมพยักหน้ารับ

“มากเกินกว่าใครจะเข้าใจ”

“เจอกันครั้งแรกเราก็พูดกับพี่แบบเนี่ยแหละ”

เขาหมายถึงครั้งแรกหลังจากที่เราทั้งคู่ต่างทดลองชิมรสชาติของกันและกันจนพอจะบอกได้ว่าอาหารจานนี้อร่อยแค่ไหนและเรากินไปกี่จาน ระหว่างนอนพักเพื่อรอบทานรอบต่อไปจึงเกิดเสียงเพลงและบทสนทนาดังกล่าวที่วนลูปออกมาในตอนนี้

“ป่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ผมพยักหน้า เดินไปเก็บทุกอย่างใส่เป้ใบเล็ก ๆ ที่ใส่ของมา พี่กรใส่รองเท้าคัทชูของตัวเอง ก่อนจะหันมาเช็กว่าไม่ลืมปิดสวิตช์ไฟฟ้า หรือลืมถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าใด ๆ เราออกจากห้องก่อนจะล็อกประตูห้องหรูด้วยคีย์การ์ด

ต้องบอกว่าผมชอบระบบการรักษาความปลอดภัยของที่นี่นะ จะเข้า จะออก ก็ต้องใช้คีย์การ์ดทั้งหมด ข้อเสียคือถ้าระบบไฟฟ้าดับขึ้นมาคงยุ่งยากไม่ใช่น้อย แต่นั่นคงเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ๆ กับคอนโดระดับห้าดาวแบบนี้

“ขออนุญาตนะครับ” ผมพูด เขาพยักหน้าหลังเราเดินมาถึงลานจอดรถ จริง ๆ แล้วจะเดินขึ้นรถเลยก็ได้ แต่ผมติดมารยาทในการขออนุญาต และเชื่อผมเถอะ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน การมีมารยาทจะเพิ่มความน่าเอ็นดูให้คุณได้เยอะ

“เกรดออกครบรึยังเทอมนี้” พี่กรถามหลังเลี้ยวรถออกมา

“ยังครับ เพิ่งออกมาสามตัว”

“ช้าเสมอต้นเสมอปลายนะ ยูฯ นี้”

“ช้าทุกอย่างยกเว้นเก็บตังค์ค่าเทอมครับ” ผมว่าก่อนเราหัวเราะประสานเสียงกัน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมเงียบลงอย่างรู้หน้าที่ก่อนจะเหม่อมองออกไปนอกตัวรถอย่างคนมีมารยาท

วันทำงานปกติแบบนี้ก็ไม่แปลกถ้ารถจะติดอะไรแต่เช้า พี่กรรับสาย และคุยด้วยน้ำเสียงคนละโทนกับที่เราคุยกัน สีหน้าเดี๋ยวอมยิ้ม เดี๋ยวเขินอาย ก่อนจะวางสายไปภายในเวลาไม่นาน

“ฮั่นแน่” ผมยิ้มแซว พี่กรละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยมาตีแขนผมเบา ๆ แก้เขิน

“คนนี้เป็นไง มีแววจะผ่านโปรไหมพี่?” ผมถามต่อ พี่กรพยักหน้าก่อนจะพูด

“ก็ดีนะ โปรไฟล์พอ ๆ กับพี่แต่จบ ยูฯ นอก ทำงานสายใกล้เคียงกัน”

“เจ๋งดิแบบนั้น แล้วผ่านโปรเมื่อไหร่ แต่งกันตอนไหนพี่” ผมไม่วายหยอก

“ก็ดูไปเรื่อย ๆ แหละครับ ถ้าคนมันจะใช่มันก็ใช่เอง” พี่กรว่า เป็นอันว่าเราจบบทสนทนาหัวข้อ ว่าที่ตัวจริงในอนาคตของพี่กรลงด้วยประโยคนั้น ก่อนจะหันไปคุยเรื่องสัพเพเหระอื่น ๆ และข่าวเศรษฐกิจในรอบวันที่ดังออกมาจากวิทยุ

ไม่นานนักก็มาถึงหน้ามหาวิทยาลัยของผม ผมหันไปสวัสดีพี่กรอีกครั้ง โบกมือลา ก้าวเท้าลงจากรถ ยืนรอจนรถเคลื่อนตัวออกไปไกลลิบตา ก่อนจะเดินเข้าไปในซอยหอพักนักศึกษา

ไม่จำเป็นต้องพูดถึง นัดครั้งต่อไป ถ้าพี่กรพร้อมเมื่อไหร่เขาจะเป็นฝ่ายไลน์มาชวนผมไปนอนค้างห้องเอง

ว่างก็นัด พร้อมก็จัด เสร็จสรรพก็โบกมือลา มันก็แค่ดีล ๆ หนึ่งที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลาหนึ่ง

ความสัมพันธ์ของเราก็ง่าย ๆ แบบนี้ละครับ



หลังกลับมาจากพี่กร ผมนอนหลับเอาแรงไปชั่วโมงสองชั่วโมงทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป ก่อนจะตื่นมาเปิดคอมฯแล้วล็อกอินเข้าไปในโลกอีกใบ

โลกสมมติอีกใบที่ก็นับว่ามีผลกระทบต่อชีวิตของผมไม่มากไม่น้อย ใน โลกมืดของทวิตเตอร์ที่ใครต่อใครเขาเรียกกันว่า อีกด้านของชีวิตก็เช่นกัน สถานะของผมอีกด้านที่น้อยคนจะรู้ ก็เป็นที่รู้จักกันในฐานะ “แอคเค่อ”  นะครับ

แอคเค่อคืออะไร? เอาเข้าจริง ๆ ผมว่าไม่มีใครทราบที่มาที่ไปชัดเจนหรอกครับ แต่ผมเดาว่ามันมาจากการกร่อนเอาคำว่า แอคจากภาษาอังกฤษ คือ account และผสมกับคำว่า เค่อที่กร่อนมาจากภาษาไทย คอ.วอ.ยอ กลายเป็น แอคเค่อบุคคลที่เล่นทวิตเตอร์ในลักษณะการหาคู่นอน เพื่อมาทำกิจกรรมทางเพศกันโดยละม่อม

สำหรับผมแล้ว การที่คุณเป็นคนดังหรือเป็นที่รู้จักประมาณหนึ่งในโลกออนไลน์นับว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง ความโด่งดังนำพามาทั้ง (พวกที่อยากเป็น) มิตรมากมายและกลุ่มบุคคลไม่เป็นมิตร ก็น่าตลกดีที่แม้กระทั่งโลกแห่งการนัดเย ก็ยังมีการทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งพรรค เล่นพวก ประกาศศักดาว่ากลุ่มข้าน่ะเจ๋ง กลุ่มเธอน่ะฟัค ทั้ง ๆ ที่ทุกคนเล่นทวิตก็เพราะแค่มันไม่แบน (ในตอนนั้น เดี๋ยวนั้นเลย แต่นาน ๆ รีพอร์ตไปมันก็แบน) เวลาลงคลิป ผลงานแค่นั้นเองไม่ใช่เหรอ ?

ผมคลิกเม้าส์ไปที่ direct message ของตัวเองพร้อมเลื่อนดูบรรดา DM ที่ส่งเข้ามา

ไม่อวยตัวเองหรอกนะ แต่ผมก็เป็นผู้ใช้งานอีกคนในทวิตเตอร์ที่ก็มี followers ไม่น้อยเท่าไหร่นัก สถานะในโลกนั้นของผมค่อนข้างจะไม่ค่อยไปยุ่งวุ่นวายกับใครเสียเท่าไหร่ สังเกตได้จาก following ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับ followers ของผม

สาเหตุคือผมต้องการใช้ชีวิตให้เรียบง่ายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ทั้งในโลกของความเป็นจริงและในโลกอิเล็กทรอนิกส์ การเป็นคนกลม ๆ ที่สามารถกลมกลืนลงไปกับสังคมจะทำให้คุณเป็นตัวเลือกท้าย ๆ เวลาโดนเพ่งเล็งจากผู้ล่า

กระนั้นเอง ยอด followers ก็ทำประโยชน์ให้กับคุณได้มากมายเช่นกัน (ถ้าคุณรู้จักวิธีการใช้งานมันจริง ๆ จัง ๆ ล่ะนะ)

ในกรณีนี้ เมื่อ followers คุณเยอะ ผลงานก็จะกระจายออกไปในวงกว้าง สิ่งที่ตามมาคือ กลุ่มคนที่มีความสนใจในตัวคุณจะตามมาหาคุณถึงที่ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้อง DM ไปหาใครก่อน รวมทั้ง followers ยังเป็นเครื่องหมายแสดงอำนาจบางอย่างในหลาย ๆ และบอกไปถึงความโด่งดังของคุณในโลกสมมติแห่งนี้อีกด้วย

จริง ๆ แล้วคุณสมบัติที่จะทำให้คุณโด่งดังในโลกมืดของทวิตเตอร์ได้มีไม่มากมายนัก ถ้าจะแบ่งเป็นช้อยท์ให้เลือก ก็คงจะแบ่งออกได้เป็นสามข้อใหญ่ ๆ

หนึ่ง คุณมีรูปเป็นทรัพย์ ถ้าคุณไม่ได้มีความกล้าหาญที่มากพอจะโชว์ทั้งใบหน้าและของสงวน ก็อาจจะต้องมีหุ่นที่ผอมเพรียว กล้ามหน้าท้องที่พร้อมจะขึ้นเป็นลูก ๆ ชวนให้ผู้คนได้สัมผัส

รวมทั้งส่วนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือขนาดเครื่องเพศที่ใหญ่มากพอจะทำให้ใครก็ตามแต่เห็นแล้วต้องอยากลิ้มลอง (แค่ ทำให้อยากนะ แต่ไอ้จะอยากได้จนนัดจริง ๆ จัง ๆ หรือไม่ ...นั่นก็อีกเรื่อง) ต้องมีสักอย่างในสองสามข้อย่อยที่ว่ามานี้

สอง คุณเป็นประชากรชั้นนำในโลกของเกย์เวิร์ลซึ่งในที่นี้ผมกำลังพูดถึงสถานะบนเตียง ไอ้ที่เขาแซว ๆ กันในเพจศาสนาเพศที่สามชื่อดังว่าเป็นรุกเท่ากับชนะนั้น เอาจริงมันก็ไม่ได้เวอร์ถึงขนาดนั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเป็นรุก มันเป็นแต้มต่อให้เลือกได้มากกว่าจริง ๆ

ทั้งนี้ต่อให้คุณมีสถานะเป็นรับ แต่ถ้าคุณยั่วเยมากพอ รุกบางคนก็อาจจะยอมพลีกายให้คุณก็เป็นได้

สาม ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ ผลงานในที่นี้ก็หมายถึงคลิปวิดีโอ ความบันเทิงที่นำมาลงในทวิตเตอร์นั่นแหละครับ ยิ่งผลงานคุณมียอดรีทวิต และติดดาวมากเท่าไหร่ ยิ่งแสดงถึงความพอปพิวลาร์และเป็นตัวตัดสินใจให้กับ ใคร ๆ หลาย ๆ คนว่าคุณมีดีมากพอแค่ไหนที่เขาจะเป็นฝ่ายทัก DM มาเพื่อเสนอตัวให้กับคุณ

เมื่อสามสิ่งเวียนมาบรรจบ ก็ตู้มมม เกิดเป็น followers หลักหมื่นอัพ และนั่นจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในการคัดสรรทางธรรมชาติของคุณยิ่งใหญ่มากขึ้น เรียกได้ว่า ผลงานในอดีตสามารถต่อยอดผลงานในอนาคตได้ คำพูดนี้ ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย แต่ก็แลกมากับความน่ารำคาญใจในหลาย ๆ ประการที่เอาไว้ผมจะบ่นให้ฟังเป็นครั้ง ๆ ไป

ผมกดอ่าน DM พร้อมทั้งตอบข้อความที่คุยค้างไว้บ้าง สิ่งที่ต้องระวัง ถ้าไม่อยากให้มีอะไรมากวนใจในโลกความเป็นจริงของคุณ คือการพยายามเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ละคน แต่ละท่าน ก็มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเองแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

สำหรับผมจะไม่มีการส่งภาพที่ระบุตัวตนของผมให้สำหรับคนในนั้นอย่างเด็ดขาด ตลอดไปจนถึงช่องทางการติดต่อแบบ one way นั่นคือ ถ้าไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ในโลกของผม คุณก็แค่ต้องหาตัวเลือกอื่นที่คุณรับกฎเกณฑ์ของเขาได้ก็เท่านั้น

หลังจากเช็กตารางนัดพร้อมตารางกิจวัตรประจำวันในชีวิตอื่น ๆ แล้ว ผมก็นัดน้องคนหนึ่งให้มาหาที่ห้องในค่ำคืนนี้ เจ้าตัวทั้งตกใจและดีใจอย่างน่าขบขันในเวลาเดียวกันที่ผมเลือกเขา สัมผัสได้จากตัวอักษรและความประหม่าเมื่อถามถึงขนาดและความเจ็บปวดในการสอดใส่แล้ว ผมพนันนิด ๆ ว่าเจ้าเด็กนี่เพิ่งจะลองเชิงเล่นทวิตเตอร์ได้ไม่นานนัก

ครั้งแรกก็เลือกของใหญ่เลยเหรอเรา ? ผมคิดในใจแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธไป ความไม่ประสีประสาก็มีเสน่ห์ในตัวมันเองไม่น้อย พอบอกสถานที่นัดเจอพร้อมขอเบอร์และช่องทางการติดต่อเอาไว้แล้ว ผมก็ล็อกเอ้าท์ออกจากทวิตเตอร์พร้อมกดลบประวัติการเข้าใช้งานทวิตเตอร์บนหน้าเว็บไซต์ ล็อกคอมพิวเตอร์ กดปิดเครื่อง ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเข้าห้องน้ำ


หมดเวลาของ น้องไทเกอร์แล้ว...




“โต๊ะสิบขอน้ำเปล่าเพิ่ม 1 ขวดนะ พอเอาอันนี้ไปเสิร์ฟแล้วกลับมาเอาน้ำไปให้เขาด้วย”

“ครับ” ผมรับคำให้กับพี่ผู้จัดการร้าน พยักหน้าพร้อมดันแว่นสายตาอันหนาเตอะเข้าประกบกับใบหน้า ก่อนจะยกถาดอาหารออกไปเสิร์ฟตามหมายเลขโต๊ะที่ได้รับสั่งมา

ผมเดินก้าวออกไป ยิ้มแย้มพอเป็นพิธีไม่ให้ดูปลอมหรือเป็นรอยยิ้มการค้ามากเกินไป (ตามกฎของบริษัทว่ายิ้มได้ แต่ห้ามทำให้ลูกค้ารู้สึกว่านั่นคือรอยยิ้มเตรียมเชิดเงินเหยื่อ) ก่อนจะค่อย ๆ ยกอาหารเสิร์ฟตามที่ลูกค้ารับสั่งถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว

วันปกติในช่วงวันใกล้สิ้นเดือนลูกค้าจะบางตาบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าพูดกันแบบตรงไปตรงมาแล้ว ลูกค้าน้อยเท่ากับงานสบายและได้เงินเท่าเดิม แต่ถ้าพูดกันแบบอ้อม ๆ หน่อย ก็แอบกังวลเหมือนกันว่าเขาจะปลดเด็กเสิร์ฟพาร์ทไทม์เช่นไอ้แว่นแบบผมออกไหม หากผลประกอบการณ์ออกมาขาดทุนในไตรมาสนี้

แม้ผมจะเป็นแอคเค่อคนหนึ่งที่มียอดฟอลฯหลักหมื่น แต่ในโลกของความเป็นจริง สถานะของผมก็ยังเป็นเจ้าเด็กแว่นหน้าโง่ที่ยังคอยทำหน้าที่บริการเสิร์ฟอาหารและบริการให้กับทุกคนที่พร้อมจะจ่ายเงิน (บวกภาษีอีก 7 %) ให้กับทางร้าน

ผมเองก็เป็นเหมือนคนอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป เราอาจจะมีด้านที่คุณไม่ประทับใจนัก แต่วิถีชีวิตของเราก็ยังต้องดิ้นรนต่อสู้ไปเพื่อปากเพื่อท้องเหมือนกัน

ชีวิตจริง ๆ ก็แบบนั้นแหละครับ ไม่แน่ว่าดาราที่คุณชื่นชอบ เจ้าของแฟนเพจบิ้วตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ครูสอนภาษาทันสมัย รุ่นพี่นักกิจกรรมตัวยงในคณะ นักการเมืองรุ่นใหม่บางคนที่ออกทีวี หรือแม้กระทั่งพนักงานในบริษัทธรรมดาในบริษัทหนึ่ง อีกบทบาทในโลกสมมติของพวกเขาอาจจะเป็นโลกอีกใบที่คุณคาดไม่ถึงก็ได้

และมันไม่เหมือนในนิยายหรอกนะครับที่ชีวิตทุกคนจะเพอร์เฟคหรือโฟลว์แบบไม่มีกระตุกทั้งเรื่อง

ประชากรที่จะสูงหล่อขาวตี๋พ่อแม่รวยลูกเจ้าของบริษัทอะไรเทือก ๆ นั้น ในชีวิตจริงถามว่ามีไหมที่จะมีบทบาทอีกหัวโขนเป็นแอคเค่อ? ก็มีครับ แต่มันน้อยอ่ะ น้อยแบบผมกล้าพูดได้ว่าเปอร์เซ็นที่คุณจะเจออะไรแบบนั้นมันมีไม่มากถ้านับจากทั้งหมด (ไม่นับพวกพยายามคีพลุคต่าง ๆ เพื่อการดึงดูด พวกนั้น มันของปลอม ไม่นับแล้วกัน)

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าในความคิดของคุณ คุณคิดว่าคนเป็นรุกในอุดมคติจะต้องสูงหล่อขาวหน้าตาคมเข้ม เป็นเดือนมหาวิทยาลัย เรียนคณะแพทยศาสตร์หรือวิศวะ ชีวิตของผมและเดอะแก๊ง อาจจะไม่เหมาะกับคุณสักเท่าไหร่นัก ผมคิดว่างั้นนะ

ผมยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม และยิ้ม รอยยิ้มอาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทุกอย่าง แต่การยิ้มช่วยสร้างสถานการณ์ที่ไม่น่าอึดอัดได้เป็นอย่างดี เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิตของผม คือพยายามกลมกลืนเป็นคนธรรมดาทั่วไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ต้องพยายามกระโดดหาสปอร์ตไลท์หากคุณยังไม่พร้อมจะยอมรับความร้อนจากแสงสว่างที่สาดส่องลงมา

ชีวิตอีกหนึ่งวันของเด็กเสิร์ฟแบบ ธนารักษ์กำลังจะจบลง ผมยิ้ม เมื่อเห็นว่าใกล้จะได้เวลาเลิกงานแล้ว ลูกค้าในร้านเหลือแค่สามโต๊ะ และสองโต๊ะได้ทำการรับประทานอาหารเสร็จสิ้นไปหมดแล้ว ลูกค้าผู้ชายอีกคนกวักมือเรียกบริกรคนหนึ่งไปหา พูดคุยกันไม่นาน เจ้าบริกรนกน้อย (จริง ๆ เขาชื่อเบิร์ด แต่ผมว่า นกน้อยมันน่ารักกว่า) เพื่อนของผมก็เดินออกมาพร้อมกับกวักมือเรียกผมไปหาลูกค้าแทน

“ออกไปคุยกับลูกค้านอกร้านหน่อย” นกน้อยบอกกับผมแบบนั้น

เป็นอันรู้กันว่าปกติแล้วเด็กเสิร์ฟถ้าได้ทิปกับมือ หากยังอยู่บริเวณภายในร้าน ทิปนั้นจะถือเป็นทิปส่วนกลางที่ต้องหารพนักงานในร้านทุกคน ตามจำนวนชั่วโมงการทำงาน แต่หากลูกค้าอยากให้แบบเฉพาะเจาะจงจริง ๆ ว่าฉันจะยัดเงินส่วนตัวให้ไอ้เด็กนี่คนเดียว ต้องเรียกออกไปให้บริเวณนอกร้านเท่านั้น จึงจะถือว่าทิปนั้นไม่ต้องใส่กองกลาง

แต่โดยสปิริตแล้วส่วนใหญ่เราก็จะเอามานำเข้ากองกลางกันทั้งนั้น เพราะคาริสม่า โชคชะตาและดาวเหนือของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนเช่นผม หรือไอซ์เด็กเสิร์ฟอีกคน แค่ยิ้มเฉย ๆ ก็ได้แล้วคนละห้าสิบหกสิบ เพราะฉะนั้นแล้วทางร้านไม่บังคับ แต่เพื่อความเป็นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เพื่อนร่วมงานรัก การเอาทิปเข้ากองกลางจะช่วยลดความบาดหมางในอนาคตลงได้ 50 %

ผมเดินตามคุณลูกค้าไปถึงนอกร้าน ก่อนจะยิ้มแล้วยกมือสวัสดีตามมารยาท เขาหันมามองหน้าผมพลางยิ้มและคลี่ฟันคู่สวยออกมาให้เห็น จากรูปร่างภายนอกผมคะเนว่า เขาน่าจะเป็นคนญี่ปุ่นเต็มตัวหรืออย่างน้อยที่สุด ก็ต้องมีสายเลือดตะวันออกไหลเวียนอยู่ในร่างกายเขาแน่ ๆ

“ธนารักษ์ ... ชื่อจริงเพราะนะครับ” เขาว่าหลังจากมองป้ายชื่อพนักงานของผม พลางทำท่าหยิบแบงก์สีเทาออกมาจากกระเป๋า จะด้วยอะไรสักอย่าง แต่ในหัวของผมพยายามฉายภาพย้อนหลังระหว่างคน ๆ นี้กำลังเข้ามาในร้าน จำได้ว่าบริกรที่บริการไม่ใช่ผมแต่เป็นเจ้าไอซ์ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เขาจะเรียกผมมาคุยพร้อมให้ทิปหนักขนาดนี้โดยที่ผมไม่ได้บริการเขา

“แล้วบอกจะบอกชื่อเล่นได้ไหมครับว่าเราชื่ออะไร?” เขาถาม นิ้วทั้งสองนิ้วหนีบแบงก์พันเอาไว้

“ผมชื่อ แทนครับ” ก็ไม่ได้โกหกนะ ชื่อเล่นตัวอักษรแรกของผมเป็นตัวทีจริง ๆ รอยยิ้มประหลาดส่งผ่านกลับมาให้ผม เขายักคิ้วก่อนจะพูดต่อ

แทนสินะ โอเค ... แทนเลิกงานกี่โมง พอจะมีเวลามานั่งคุยกันหน่อยไหมครับ?” เขาพูดเสียงเรียบมุมปากมีรอยยิ้มแต่ดวงตาไม่ยิ้มตาม

“น่าจะไม่สะดวกนะครับ” ผมว่า การเป็นแอคเค่อไม่ได้แปลว่าจะทำให้คุณคุยหรือนัดกับใครที่ไม่มีที่มาที่ไปได้ทุกคนนะครับ

อะไรบางอย่างภายในตัวผมกำลังตะกุยตะกายพื้นพร้อมส่งเสียงเตือนให้ระวัง แม้จะรู้สึกแปลก ๆ พร้อมเตรียมจะชิ่งแต่ผมก็ช้าเกินไปเมื่อเขาพูดประโยคถัดมาให้ฟัง


“ถ้า แทนไม่ว่าง แล้ว ‘T-rex’ ละครับว่างไหม?


ผมตกใจแต่ไม่แสดงออกทางสีหน้าพยายามอย่างมากในการบังคับใบหน้าให้ดูออกเป็นอาการงุนงงค่อนละคนสงสัยมากไปกว่าจะแสดงออกว่าตกใจพร้อมตีหน้าซื่อและถามกลับไป

“ผมว่าคุณลูกค้าน่าจะจำคนผิดนะครับ ผมชื่อแทนจริง ๆ”

.....จริง ๆ ของผมคือผมใช้ชื่อปลอมในที่ทำงานจริง ๆ จะถามเด็กเสิร์ฟในร้านอีกเป็นร้อยยันผู้จัดการร้านก็ได้คำตอบเดียวกันทั้งร้อยครับ

เขาถอนหายใจทำหน้าปลดปลง พร้อมยกมือถือขึ้นมาจ่อตรงหน้าผม

“ผมขอโทษ แต่ผมแค่มีเรื่องอยาก ขอความช่วยเหลือจากคุณจริง ๆ” เขาพูดออกมา แต่ความสนใจของผมตอนนี้หล่นไปอยู่กับหน้าจอหมดแล้ว

ผมแอบขมวดคิ้ว รู้สึกโกรธแต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า การควบคุมอารมณ์เป็นเรื่องปกติของคนทำงานโดยเฉพาะคนทำงานบริการแบบผมที่ต้องบริหารอารมณ์คน

กระนั้นเองผมก็สัมผัสได้ว่าตัวเองแอบคุกรุ่นไม่น้อยกับหลักฐานที่มัดตัวผมไว้อย่างแน่นหนา ผมถอนหายใจ ดันแว่นเข้ากับใบหน้าอีกครั้ง (ไม่ลืมดึงแบงก์พันใบนั้นเข้าในกระเป๋าอย่างแนบเนียน เพื่อเป็นการไม่หวังน้ำบ่อหน้าพร้อมแยกอีกใบไว้สำหรับเข้ากองกลาง) และให้คำตอบเขาไปอีกรอบ

“ผมเลิกงานหลังสามทุ่ม ไปรอผมข้างบนที่ร้าน...ผมจะไปหาคุณหลังเลิกงาน”

เขาพยักหน้าตกลงก่อนเดินเข้าไปจ่ายค่าอาหาร ผมเดินผ่านไป โดยทำเหมือนไม่ได้สนใจอะไร แต่ภายในใจคุกรุ่นไปด้วยความโกรธไม่ใช่น้อย ตาสองข้างก็มองตามหลังเขาไปจนลิบตา ไม่รู้เหมือนกันว่าผมผิดพลาดตรงไหนแต่สุดท้ายแล้วผมได้แต่ยอมรับการกระทำของตัวผมเอง

ยิ่งนึกถึงภาพนั้นยิ่งหนักใจ หากจะมีอะไรมัดตัวผมไว้ได้อย่างแน่นหนาก็คงไม่แคล้วรูปภาพของผมกับเจ้า “หน้ากากเสือน้อย” ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวแอคเค่อของผมนั่นแหละ....


 

 

 


TBC. ตอนนี้เปิดให้สั่งจองหนังสือแล้วนะครับ ปิดจองวันที่ 1 เมษายน 2562 ขอขอบคุณทุก ๆ การสนับสนุนครับ

รายละเอียดหนังสือและแบบฟอร์มสั่งของหนังสือ : >>> https://1th.me/ZBRt

ขอบคุณครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #310 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:30
    แปลกแต่น่าสนใจเป็นโลกที่ไม่คุ้นเคยเรียกว่าห่างไกลจากโลกนี้สักร้อยปีแสงได้ 555
    #310
    0
  2. #303 หนึ่ง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:38

    ปกติเราแทบไม่อ่านนิยายวายเลยแต่เจอในทวิตเลยลองกดเข้ามาอ่าน น่าสนใจดีเลยค่ะ นึกภาพตามตอนแทนกับพี่กรเปิดเพลง back to black เต้นกันแล้วน่ารักดี เราชอบเพลงนี้อยู่แล้วด้วย :) แอบทำให้นึกถึงซีรี่ส์ gay ok bangkok เล็กๆเลยค่ะ แบบว่าดูเรียลๆ มีรสนิยม ชอบค่ะ

    #303
    0
  3. #282 Fueled me (@JINWOOBIN) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:47
    เป็นนายเอกที่ดูอยู่กับความเป็นจริงมากเลยนะเนี่ย5555555555555
    #282
    0
  4. #263 พีพีวาย (@ploykanya66) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 01:31
    รู้เลยนะคะว่าม.ไหน5555555 จุกๆไปเล้ยเรื่องเก็บเงินไวไว้ใจ...
    #263
    0
  5. #240 DestinyYam (@DestinyYam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:11
    รู้สึกแตกต่างจากนิยายที่อ่านมาทั้งชีวิตเลยค่ะ5555
    #240
    0
  6. #238 Kaoz_Hunter_Sky (@hunter-sky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 02:30
    สโลแกนมหา’ลัยมาแนวเดียวกันเลย
    แต่หูยยยย อ่านไปหัวใจนี่เต้นตุ้บๆ
    #238
    0
  7. #183 pchn19 (@pchn19) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 18:22
    อ่านเพลินนน เนื้อเรื่องแปลกดี หรือเราไม่เคยอ่านแนวนี้ก็ไม่รู้ 5555
    #183
    0
  8. #182 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 17:48
    ภาษาน่าอ่านค่ะ55555
    #182
    0
  9. #177 Na mw_svt. (@Nanae123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 23:20
    เหมือนเปิดโลกเรียลให้ชะนีอย่างเรา 5555 ความเพ้อฝัน มันไม่มีจริง
    #177
    0
  10. #162 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 18:25
    เห้อมม งี้ได้เหรอ
    #162
    0
  11. #89 shin ai2 (@konekoshinai2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 10:30
    เก็บค่าเทอมเร็วกว่าเกรดนี่เหมือนเป็นสโลแกนมหาลัยเราเลยอะ เพจมหาลัยพุดบ่อยๆ555555
    #89
    0
  12. #88 มนุษย์สาววาย (@06457) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 09:02
    ชอบๆ อยากอ่านแนวนี้มานานแล้ว
    #88
    0
  13. #84 เกรี้ยวกราด (@swinerei) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 05:34
    ภาษาดีมากกกกเลยค่ะ
    #84
    0
  14. #78 gcandyb (@gcandyb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 19:22
    ชอบการบรรยายมากเลยค่ะ อ่านเพลินแบบวางไม่ลง5555 สู้ๆนะคะไรท์
    #78
    0
  15. #62 -mumo- (@mumoth) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 19:28
    เป็นเรื่องที่แปลกๆ แต่สนุกดี น่าสนใจมากค่ะ
    #62
    0
  16. #50 Hakuja. (@imfckwn_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 21:31
    5555555555 โดนด่าแอคเค่อในทวิตมายาวนาน 555555
    #50
    0
  17. #39 remembercat (@remembercat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 22:03
    เรียลดีไรท์สู้ๆ
    #39
    0
  18. #32 nungningnaja44 (@nungningnaja44) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:28
    เพิ่งเคยรู้จักคำว่าแอคเค่อเลย
    #32
    0
  19. #22 KanomP (@pphingkiki) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 20:26
    เรียลมากเลยชอบนะคะ
    #22
    0
  20. #14 sugasuga (@arachipoogun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 20:35

    เรื่องนี้น่าติดตามมาก. คือดีย์

    #14
    0
  21. #13 BeXM (@bebeamexo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 20:18
    บรรยายได้เรียลมากๆเลยค่ะ ไม่ค่อยได้อ่านนิยายแบบนี้เลย ติดตามค่าาาา
    #13
    0
  22. #10 prx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:26

    มันค่อนข้างจะเรียลมากๆเลยค่ะ 5555555555

    #10
    0
  23. #7 bbt6543 (@bbt6543) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 19:31
    เอาเรื่อง+1อะเรื่องนี้
    #7
    0