My Flower ดอกไม้ของผม

ตอนที่ 8 : chapter 3 (3/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 มิ.ย. 63

-บ้าน-

Pach’ s part

นี่อาจจะเป็นความเคยชินของผมอย่างหนึ่งที่ต้องลุกขึ้นมาทำวัน ถ้าไม่ได้ทำแล้วรู้สึกว่าวันนั้นทั้งวันจะอยู่ไม่สุข เหมือนชีวิตมันไม่คอมพลีท!

แม้จะโดนด่าว่าชอบยุ่งไม่เข้าเรื่องอยู่บ่อยครั้ง แต่มันหกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผมไปแล้ว ไม่โดนด่าเหมือนจะนอนไม่หลับด้วยซ้ำไป

ผมอาจจะเป็นคนแปลกๆ โดนด่าแล้วเหมือนชอบใจใหญ่ อาจจะเป็นเพราะปกติเราไม่ได้คุยกัน เลยหาเรื่องให้โดนว่าบ่อยๆ อย่างน้อยไม่ได้คุยโดนด่าก็ยังดีล่ะมั้ง!

แน่นอนว่าที่ผมลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าไว้ให้ก่อนจะออกไปข้างนอก เตรียมใจโดนว่าไว้แล้วล่ะ และลึกๆ ก็หวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะรำคาญแล้วเลิกว่าผมไปเอง

เมื่อได้ที่แล้วผมก็ตอกไข่ใส่กระทะที่มีน้ำมันเหลือจากการทอดไส้กรอกเมื่อครู่ ปิดฝ่ากระทะตั้งไข่อ่อนๆ ไว้ จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นเอานมออกมาอุ่น แล้วก็น้ำผลไม้เทใส่แก้ว เตรียมเครื่องดื่มเสร็จไว้บนโต๊ะทานข้าว กลับไปดูไข่ดาวในกระทะตอนนี้สุกได้ที่พอดี ผมตักทุกอย่างใส่ในจานเดียวกันแล้วห่อด้วยพลาสติกแล็บเอาไว้บนโต๊ะกับนมอุ่นๆ และน้ำผลไม้

ทุกอย่างเรียบร้อยในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ผมขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะมีนัดกับไอ้ต๊ะ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็เดินไปเคาะประตูห้องตรงข้าม

เคาะอยู่หลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา มือที่กำลังจะยื่นไปจับลูกบิดต้องชะงักไว้ เมื่ออยู่ๆ ประตูเปิดออกเสียก่อน

แน่นอนว่าคนที่เปิดประตูออกมาทำหน้าบึ้งตึง คิ้วขมวดมุ่นไม่พอใจเหมือนทุกครั้งที่ถูกผมรบกวนเวลานอนของเธอ

บางทีผมก็สงสัยนะว่าเธอทำหน้าอื่นไม่เป็น หรือไม่อยากทำกันแน่ เจอกันทีไรมีแค่สีหน้าบึ้งตึงกับหน้าหงุดหงิดอย่างที่เธอทำอยู่ตอนนี้

“เคาะอะไรนักหนา!”

นับครั้งไม่ถ้วนที่โดนกระแทกเสียงใส่ แต่ผมก็ฝืนยิ้มให้คนตรงหน้า

“พี่มีธุระข้างนอก แต่พี่ทำอาหารเช้าไว้ให้เราแล้วนะ อย่าลืมลุกไปกินด้วยล่ะ”

“อืม”

ปัง!

เฮ้ย! เอางี้เลยเหรอ ปิดประตูใส่หน้าผมเนี่ยนะ!

เรื่องนี้ผมควรจะชินหรือเปล่า?!

ผมเคาะประตูห้องเจ้าตัวอีกครั้ง ระดับความดังคงไม่พอผมเลยเร่งเคาะรัวๆ และเพิ่มความดังขึ้นอีก ไม่ช้าประตูก็เปิดออก จากสีหน้าหงุดหงิดตอนนี้เปลี่ยนเป็นโมโห ริมฝีปากเรียวเล็กเม้มเป็นเส้นตรงบางเฉียบ แววตาขุ่นเคืองมองมาที่ผมอย่างเอาเรื่อง

“มีอะไรนักหนา เคาะอยู่ได้ คนจะนอน!”

“คำขอบคุณล่ะ” ผมเท้าแขนกับประตู

บางทีผมอาจจะตามใจเธอมากเกินไป จนอีกฝ่ายเคยตัว!

“เรื่องอะไร?”

“เรื่องอาหารเช้า”

“ขอบคุณทำไม ในเมื่อไม่ได้บอกให้ทำให้ นายอยากทำเองนี่ ก็ไปหาเอาสิ คำขอบคุณน่ะ”

คำพูดทำร้ายจิตใจถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากอย่างไม่ลังเล แม้ผมจะโดนบ่อยจนแทบจะเฉยชากับมัน แต่โดนบ่อยๆ เข้าบางทีผมก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนกัน

ผมเป็นคนนะ มีความใจ มีความรู้สึก เธอจะพูดกับผมดีๆ สักครั้งไม่ได้หรือไงกัน

“เอาเถอะพี่เป็นฝ่ายผิดเองแหละที่รบกวนเวลานอนของเธอ”

สุดท้ายผมต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ ไม่กล้าพูดอะไรแรงๆ ออกไปอยู่ดี ต่างจากความรู้สึกของผมมันพังยับเยินไม่มีชิ้นดี

“แต่อย่าลืมทานข้าวเช้าด้วยนะ พี่ตั้งใจทำไว้ให้”

“นายนี่มันมากเรื่องจริงๆ นะ ตัวเองเป็นคนทำแท้ๆ ยังจะยัดเหยียดให้คนอื่นกินอยู่ได้ ทำเองไม่กินเองละ” เธอเบือนหน้าหนีด้วยความรำคาญใจ

“ตอบมาสิคะว่าจะทาน”

“น่าเบื่อ” เธอพึมพำเสียงเบา

“อย่าทำให้คนอื่นเสียความตั้งใจสิ อุตส่าห์ลุกขึ้นมาทำแต่เช้าเพื่อหนูเลยนะ มีไส้กรอกของโปรดด้วย ส้มที่พี่ซื้อมาจากตลาดพี่คั้นไว้ให้ด้วยนะ ถ้าไม่กินพี่คงเสียใจแย่เลยนะคะ อย่าทำร้ายจิตใจกันเลยนะ…”

“โอ้ยยย พูดมากจริง กินแล้วๆๆๆ จะกินแล้ว กินให้แล้วก็ได้ พอใจหรือยัง?”

“แน่ใจ?”

“เออ! ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องมาเซ้าซี้ น่ารำคาญ ออกไปสักทีเถอะ ฉันจะนอน!”

ปัง!

โอเค ผมควรจะชินกับการที่โดนปิดประตูใส่หน้าแบบนี้ได้แล้วสินะ

หลังจากที่ส่ายหน้าให้เจ้าของบานประตูได้สักพัก ก่อนเดินลงมาข้างล่าง คว้าเอากุญแจรถขับออกไปที่ร้านอาหารที่นัดหมายกับไอ้ต๊ะไว้ พอไปถึงผมก็เห็นมันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ผมเดินเข้าไปทักทายมันตามประสาเพื่อน

“รอนานเปล่าวะ?”

“ไม่นาน กูมาก่อนเองแหละ แล้วไปพาน้องมาด้วยเหรอ?”

“น้องไหนของมึง” ผมหยิบเมนูอาหารขึ้นมาดู ยังแตะไม่ได้ข้าวเช้าเลยต้องขอให้มันเลี้ยงหน่อยแล้วล่ะ

“น้องเฟิร์นไง อย่าบอกนะสีหน้าแบบนี้เพิ่งโดนด่ามา”

“…” ผมไม่ตอบ

เกลียดคนรู้ทันจังโว้ย!

“เอาจริงดิ กูแค่เดาเล่นๆ นะ”

“มึงหุบปากไปก่อนเลยไอ้ต๊ะ มึงนัดกูมาทานข้าวหรือมาสอบสวนกู!”

“ก็แหมเว้ย คนมันอยากรู้นี่หว่า ว่าอนาคตจะมีแววมั้ย นี่เพื่อนก็แต่งงานมีลูกมีเมียเกือบหมดแล้ว ไอ้แตงก็ถามว่าเมื่อไหร่มึงจะตามเพื่อนๆ ไปสักที”

แตงเพื่อนรุ่นเดียวกันเพิ่งแต่งงานไปเมื่อห้าเดือนที่แล้วน่ะ

“มึงอย่าพูดเรื่องนี้ได้มั้ยวะ เดี๋ยวถึงเวลาเองล่ะน่า ตอนนี้ก็รอไปก่อน น้องมันยังเด็กอยู่เลยนะอย่ามาพูดลามปามกูไม่ชอบ”

“ครับคุณเพื่อน กูไม่เห็นมึงโกรธแบบนี้นานแค่ไหนแล้ววะ ฮ่าๆ ตลกฉิบหายเลยเว้ย!”

“กูจะโกรธมึงกว่านี้ ถ้ายังไม่เลิกพูด”

“เออๆ กูเลิกละ มาสั่งอาหารกันดีกว่า”

แล้วเราสองคนก็สั่งอาหารมาทานกันสองสามอย่าง หัวข้อสนทนาไม่พ้นเรื่องงาน เรื่องครอบครัว แล้วก็เรื่องเพื่อนที่ตอนนี้แยกย้ายกันไปมีชีวิตของใครของมัน พอได้มานั่งคุยกันแบบนี้แล้วผมก็รู้สึกเหมือนได้ย้อยเวลากลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง

ความสุขเมื่อตอนนั้นกับตอนนี้ช่างแตกต่างกัน เมื่ออายุมากขึ้นก็มีเรื่องให้รับผิดชอบมากมายจนหัวหมุนไปหมด ทั้งเรื่องงาน และความรู้สึกของคนอื่น จนลืมหันกลับมาถามว่าตัวเองว่าความจริงต้องการอะไรกันแน่?!

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จสรรพผมกับไอ้ต๊ะก็นั่งคุยกันต่อนิดหน่อย ก่อนจะชวนกันไปดื่มต่อ

“มึงกลับวันไหนวะ?” ผมถามขณะที่เราสองคนเดินออกมาจากร้านอาหาร

“พรุ่งนี้ว่ะ ความจริงกูมีงานต่ออีก แต่กูขอหัวหน้าเคลียร์ให้เสร็จวันนี้เลยได้กลับเร็ว”

“อะไรจะรีบขนาดนั้นวะ” ผมว่าขำๆ

“ก็คนมันมีเมียนี่หว่า เคลียร์เร็วๆ จะได้กลับไปนอนกอดเมีย นี่ก็ไม่ได้กอดมาสองวันแล้วคิดถึงใจจะขาด คนไม่มีเมียอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร!”

“ไอ้เวรนี่!”

ไม่น่าเปิดประเด็นเลยเรา โดนมันเล่นซะไปไม่เป็น

“เฮ้ยไอ้พัช นั่นใช่น้องเฟิร์นเปล่าวะ?”

ผมไล่สายตามองตามไอ้ต๊ะไปยังถนนฝั่งตรงข้าม เห็นร่างบอบบางใส่ชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่า ผมยาวสลวยรับกับกรอบหน้าหวานแต่คมดุโดดเด่นมาแต่ไกล เห็นแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นใคร

มาทำอะไรที่นี่!

“เออ จริงด้วยว่ะ สงสัยมาเที่ยวกับเพื่อนมั้ง วันนี้วันหยุดนี่” ผมว่า เห็นกลุ่มเพื่อนทั้งหญิงและชายเดินเข้าไปในร้านคาราโอเกะด้วยกัน

“มากับผู้ชายด้วย ไม่หึงหน่อยเรอะ”

“หึงบ้าหึงบออะไร เขามากับเพื่อนของเขา มึงนี่ก็หาเรื่องให้กูปวดหัวอยู่ได้!”

“ฮ่าๆ กูแค่แหย่มึงเล่นน่ะ ไปๆ ไปหาอะไรดื่มล้างคอหน่อยเถอะเพื่อน”

ผมเดินตามหลังไอ้ต๊ะไปขึ้นรถ ไม่วายหันกลับไปมองหน้าร้านที่เธอเดินเข้าไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ไม่มีอะไรหรอกมั้ง คงเที่ยวกันประสาเพื่อนนั่นแหละ ว่าแต่ทำไมต้องแต่งตัวสวยขนาดนั้นด้วยวะ อย่างกับมาเดท!

 

......................................

เดทหรือเปล่าหน่อออออออออ

อีพี่จะหึงมั้ยน้ออออออออ

ฝากเม้นให้กำลังใจพี่เค้าด้วยนะครับบบบบบบบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น