My Flower ดอกไม้ของผม

ตอนที่ 18 : Chapter 13 (100%) :: ผ้ากันเปื้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 มิ.ย. 63

Chapter 13

ทุกคนจำนายแว่นขี้โม้ที่นั่งโต๊ะข้างๆ ฉันได้หรือเปล่านายเป้อะตอนนี้ฉันจับได้ว่ามันแอบสูบบุหรี่ข้างโรงเรียน ทำให้ชีวิตของมันตกอยู่ในกำมือของฉัน

“ถ้าครูฝ่ายปกครองรู้จะว่าไงน้า นักเรียนหัวกะทิของห้องทำผิดกฎโรงเรียน ต้องโดนอาจารย์เรียกผู้ปกครองมาดื่มน้ำเย็นที่ห้องอาจารย์ใหญ่แน่ๆ”

“พูดอย่างกับเธอไม่เคยทำผิดกฎ” เป้ว่ามองฉันเลิ่กลั่ก หน้าซีดอย่างกับเห็นผีแบบนี้ไม่ต้องบอกว่ามันกลัวฉันมากแค่ไหน

“ไอ้ฉันไม่เป็นไรหรอก โดนจนเบื่ออยู่แล้ว แต่นายนี่สิ ครั้งแรกใช่มั้ยที่ทำแบบนี้?”

ชินแล้วกับการที่โดนเรียกเข้าห้องปกครอง บางครั้งก็โดนเม้าท์บ่อยๆ ว่าเป็นหัวหน้าห้อง ไม่เคยทำตัวให้เป็นแบบอย่างให้เพื่อนในห้องเลยสักครั้ง ดันสร้างแต่ปัญหาให้ครูฝ่ายปกครองปวดประสาทบ่อยๆ

เออนี่! บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ไอ้ตำแหน่งหัวหน้าห้องเนี่ย ฉันไม่คิดอยากจะเป็นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ฉันพลาดไม่ได้มาวันที่เขาเลือกหัวหน้าห้องเพราะปวดท้องเป็นวันนั้นของเดือนพอดี รู้ตัวอีกทีก็โดนเรียกให้ไปประชุมกับคณะกรรมการสภาฯ แล้ว

เลวมั้ยล่ะ?!

“…” คนตรงหน้าเงียบ

“ไม่ตอบก็แปลว่าใช่สินะ ฮึ!”

“เธอต้องการอะไร?”

“นายควรจะขอร้องฉันไม่ให้บอกเรื่องนี้กับครูฝ่ายปกครอง ไม่ใช่ตั้งคำถามแบบนี้”

“ห้ามบอกครูน้า~ ฉันขอร้อง นะๆๆ เฟิร์นนะ อย่าบอกครูเลยนะ”

“แล้วฉันจะได้อะไร?” ฉันกอดอกมองหน้าอีกฝ่าย รอรับข้อเสนอจากเขา

“ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอ”

“ไม่เอาอะ ฉันมีเงินซื้อกินเองได้”

“ฉันจะทำเวรห้องแทนเธอหนึ่งสัปดาห์เต็ม”

“เวรห้องหนึ่งคนทำอาทิตย์ละหนึ่งวัน อีกอย่างฉันชอบทำเวร”

“แล้วเธอต้องการอะไรล่ะ?!” เขาถามฉันเสียงดัง สีหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาด้วย เห็นแล้วน่าสงสารจริงๆ

“ไม่กี่สัปดาห์จะสอบมิดเทอม นายให้ฉันลอกข้อสอบสิ”

“ฮ?! เธอจะบ้าเหรอ ทำแบบนั้นมันผิดกฎนะ อีกอย่างถ้าเกิดครูจับได้ถึงขั้นพักการเรียนเลยนะเว้ย?!”

“ก็อย่าให้จับได้สิ!”

“ไม่นะ ฉันทำแบบนั้นไม่ได้…”

“ขี้โกงไปหน่อยมั้งงงงงงง~” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแขนใหญ่ตวัดมาโอบรัดรอบคอของฉัน กลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกทำให้ฉันรู้ว่าหมอนี่เป็นใคร “นายไปได้แล้ว ส่วนยัยนี่ฉันจัดการเอง”

“เอ่อ ขอบคุณเพื่อน” พูดจบไอ้เป้ก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

“ทำอะไรของมึงเนี่ย?!” ฉันผละไอ้โบ้ทออกไปอย่างหัวเสีย เยื่อกำลังจะติดกับอยู่แล้วเชียว ไอ้บ้านี่ทำเสียงเรื่องจนได้!

“กูมากกว่าควรจะถามคำถามนั้นกับมึง คิดจะโกงข้อสอบเดี๋ยวก็โดนพักการเรียนสมใจหรอก”

“กูแค่ล้อมันเล่น ไม่ได้คิดจะเอาจริงสักหน่อย คนอย่างมันเหรอจะกล้าให้กูลอก มีหวังมันแหกปากบอกครูกลางห้องพอดี”

“แต่ดูมันกลัวมึงจริงๆ นะ เหมือนมันจะร้องไห้ด้วย”

“เออ แล้วมึงมาทำอะไรตรงนี้ แล้วไอ้น้ำตาลล่ะ”

“ก็มันบอกให้กูมาตามมึงไปกินข้าวด้วยกันเนี่ย ไปเร็ว หิวจะตายห่าอยู่ละ!” โบ้ทว่าแล้วหมุนตัวเดินกลับไป ฉันเดินตามหลังคนตัวโตมาที่โรงอาหาร ที่มาช้าเพราะรอให้คนในโรงอาหารบางลง เพราะขี้เกียจไปต่อแถวยาวๆ ให้ทรมานขา

ฉันซื้อก๋วยเตี๋ยวมานั่งโต๊ะเดียวกับยัยน้ำตาลที่จองไว้ก่อนแล้ว ยัยส้มที่เป็นรองหัวหน้าห้องเอากระดาษอะไรสักอย่างมาให้พวกเรา

“อะไร?” น้ำตาลถาม

“แบบสอบถามเรื่องอาชีพในอนาคต พวกแกไม่อยู่คาบแนะแนวครูเลยให้เอามาให้ เขียนแล้วเอาไปส่งที่โต๊ะครูเบลล์นะ”

“รอให้กินเสร็จก่อนไม่ได้หรือไง” โบ้ท

“กินไปเขียนไปมันจะตายหรือไง ฉันไปล่ะ” ว่าจบยัยส้มก็หมุนตัวเดินออกไปด้วยความหงุดหงิด

“ยัยนี่ใช้ได้แฮะ เป็นการเป็นงานกว่าหัวหน้าห้องห้องเราซะอีก เนอะเฟิร์น!”

“ถุย! จะด่ากูก็ด่าตรงๆ ไม่ต้องแซะ!” ฉันว่า

ยัยน้ำตาลยังมีหน้ามาทำหน้าล้อเลียน ฉันละอยากเอาตะเกียบจิ้มตาทั้งสองข้างให้บอดๆ ไปเลยจริงๆ

กวนบาทาดีนัก!

“เออ ว่าแต่พวกมึงเลือกอาชีพในอนาคตได้หรือยังวะ ว่าจะเป็นอะไร จะเรียนต่อที่ไหน”

“ไม่รู้เลยว่ะ แต่แม่ฉันอยากให้กูเป็นทนาย อยากให้กูเรียนนิติศาสตร์ แต่เอาจริงนะ กูอยากเรียนนิเทศมากกว่า” น้ำตาลว่าเสียงเศร้า เล่นเอากินข้าวต่อไม่ลงเลย

“เรื่องแบบนี้พูดยากว่ะ ในเมื่อความต้องการของผู้ใหญ่มันสวนทางกับความต้องการของเราจะเอาแต่ใจก็ไม่ได้ จะเลือกตามที่พ่อแม่อยากให้เรียนก็เสียดายอีก แล้วมึงคุยกับพ่อแม่หรือยัง?” โบ้ทถาม

“ยังเลยกูไม่กล้า แต่กูคุยกับพี่กูดูแล้วว่าจะช่วยคุยให้ ถ้าไม่ได้จริงๆ กูคงต้องเรียนตามที่แม่กูอยากให้เรียน”

การเลือกอนาคตนี่ยากยิ่งกว่าการเลือกตอบข้อสอบให้ถูกเสียอีก บางครั้งเราก็ไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ น่าเสียดายเนอะ ทั้งที่มันเป็นอนาคตของเราแท้ๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย

ถ้ารวยฉันคงไม่เรียนแม่งหรอก!

“แล้วมึงล่ะ” น้ำตาลถามโบ้ท

“กูยังไม่รู้เลย แต่อยากเรียนรัฐศาสตร์ หลักสูตรมันน่าสนใจดี เผื่อได้เป็นส.ส.”

“แล้วมึงล่ะเฟิร์นจะเรียนอะไร จะเข้าที่ไหนดีกว่า แต่ให้เดานะครูพี่พัชคงไม่อยากให้มึงไปไหนไกลๆ หรอก เรียนแถวบ้านดีกว่า”

“ทำไมวะ ทำไมจะไปไกลๆ ไม่ได้ ประโยคที่บอกว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกันมันไม่ใช่นะเว้ย”

“ก็หวงขนาดนั้นพี่เขาจะให้มันไปไหนไกลๆ เหรอวะ”

“ได้สิ ถ้าเขารักมันจริง ต้องรักอนาคตมันด้วย…”

“พวกมึงก็พูดไป” ฉันส่ายหัวไปมา ที่อยู่ๆ ก็ไปเป็นหัวข้อสนทนาระหว่างมันสองคนอย่างสนุกปาก

“พูดจริงนี่แหละ นี่กูจะบอกอะไรให้นะเฟิร์น ถ้าเขารักมึงจริง เขาจะไม่ยอมเอาคำว่า ‘รัก’ มารั้งการเติบโตของมึง”

“แล้วถ้าเขารักมากๆ อยู่ห่างกันจะไม่ทรมานเหรอวะ” น้ำตาลถาม

“ทรมานดิ ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น”

“เอ้า แล้วให้อยู่ข้างๆ ไม่ดีกว่าเหรอ”

“ก็ดีกว่านั่นแหละ อยู่ข้างๆ คนที่เรารักใครจะไม่อยากอยู่ล่ะ แต่ทำแบบนั้นกูว่าเห็นแกตัวเกินไปว่ะ”

“ยังไง?!”

“เรามีความสุขก็จริง แต่การที่หันมามองเห็นคนที่เรารักมรมานกับสิ่งที่เขาพลาดโอกาสไปทั้งที่เขาควรจะได้รับ มึงมองแล้วมึงมีความสุขจริงเหรอวะ?”

“…” ฉันกับน้ำตาลพูดไม่ออก

“ปล่อยมือ ให้เขาบินสูงเท่าไหร่ก็ได้ตามที่เขาต้องการ แล้วมองคนที่เรารักอยู่ตรงนี้ ได้เห็นรอยยิ้ม ได้เห็นเขามีความสุข ได้เฝ้ามองการเติบโตของเขา กูว่ามีความสุขกว่ารั้งเขาให้เหี่ยวตายอยู่ข้างๆ”

“ตั้งแต่คบกับมึงมาเพิ่งเคยเห็นมึงพูดได้ซึ้งใจขนาดนี้ กูจะร้องไห้แล้วเนี่ย!”

“เออ เห็นแบบนี้กูก็มีอารมณ์ศิลปินนะ”

ทุกถ้อยคำของโบ้ทบาดลึกบนหัวใจของฉันจนแทบจะกลืนอะไรไม่ลง พอคิดว่าถ้าเกิดวันนั้นมาถึงจริงๆ ฉันจะทำยังไง ใครกันแน่จะเป็นคนปล่อยมือใครก่อน ฉันหรือ…เขา

Rrr~

ข้อความเข้ามาพอดี ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความที่ส่งมาจากเขานั่นแหละ

PACH :: ‘อย่าโดดเรียนนะ J’

ฉันพิมพ์ตอบกลับไปทันที

‘รู้แล้วน่า’

‘แล้วนายทานอะไรหรือยัง?’

PACH :: ยังเลยค่ะ

PACH :: ‘เคลียร์งานเพิ่งเสร็จ ‘

‘สรุปคือไม่ได้กิน’

PACH :: ‘ไม่ทัน

PACH :: ‘อีกหน่อยพี่จะไปสอนแล้ว’

PACH :: ‘ไม่กินก็ไม่เป็นไรหรอก’

‘พูดเป็นเล่น’

‘เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะกันพอดี’

PACH :: ‘เป็นครูต้องเห็นนักเรียนมาก่อนเป็นเรื่องปกติครับ’

‘แต่ครูปวดท้องตาย นักเรียนคงจะรู้สึกผิดแน่ๆ’

‘เดี๋ยวซื้อแซนวิชขึ้นไปให้’

PACH :: ‘ดีใจจัง’

PACH :: ‘J’

‘อะไร?!’

PACH :: ‘ได้รับความเป็นห่วง’

“เป็นบ้าอะไรมองโทรศัพท์แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” น้ำตาลว่า

“เรื่องของกู กินๆ ไปเถอะมึงอะ” ฉันแยกเขี้ยวใส่ยัยน้ำตาลที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อหวังดูแชทในโทรศัพท์ในมือฉัน ฉันกดปิดทันทีแล้วเอาวางไว้ข้างๆ กลับมากินก๋วยเตี๋ยวต่อให้หมด

“จะเป็นใครไปได้ นอกจากพี่พัช” ดีหน่อยที่คนในโรงอาหารไม่เยอะ ไม่งั้นฉันยกชามก๋วยเตี๋ยวราดหัวมันแล้วล่ะ

“ยุ่งน่า กินไปเลยพวกมึงอะ อีกหน่อยก็เข้าเรียนแล้ว คาบนี้กูไม่โดดนะ”

“หืมมาแปลกเว้ย ตั้งแต่มีความรักนี่ เพื่อนกูทำตัวดีขึ้นเยอะเลย”

“ไม่ดีได้ยังไง อีกไม่กี่อาทิตย์ก็สอบมิดเทอมแล้ว อีกอย่างโคตาโดดเรียนมันก็หมดแล้วด้วย เกินห้าครั้งคือหมดสิทธิ์สอบ เห็นครูเบลล์บอกว่าไม่ยอมให้แก้ด้วย ซ่ามากกก!”

“เออ ซ่าจริง!” โดนขู่มาขนาดนั้นฉันจะทำอะไรได้นอกจากเข้าเรียนตามปกติ

 

-บ้าน-

เลิกเรียนฉันแวะไปกินเค้กกับยัยน้ำตาล เพิ่งกลับมาที่บ้าน เดินเข้าไปในครัวก็เห็นคนตัวสูงกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็นพอดี ฉันมองแผ่นหลังกว้างอยู่นานสองนานก่อนจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงมาข้างล่างอีกครั้ง ฉันแวะไปเทอาหารให้กับเจ้าลูกหมาแล้วเดินกลับเข้าไปในครัว

ฉันไม่ทานอาหารเย็นก็จริง แต่ถ้าเป็นซุปอ่อนๆ หรือพวกแกงจืดก็พอกินได้

ทำให้เดี๋ยวนี้พอกลับมาที่บ้านมักจะเห็นภาพที่เขาเคี่ยวซุปให้ฉันเป็นประจำ

ไม่คิดเลยว่าภาพเหล่านี้จะทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจจนอยากจะร้องไห้ เมื่อก่อนฉันเขาแต่บ่นด่าว่าเขาน่ารำคาญ มองข้ามสิ่งที่เขาทำให้มาตลอด กว่าจะรับรู้สิ่งสำคัญก็เกือบจะสายไป เกือบหันกลับมาแล้วไม่เจอเขาอีก…

“ฉันพลาดสิ่งสำคัญไปได้ยังไงนะ” ฉันพึมพำเบาๆ ให้กับแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้า

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ?” เขาหันกลับมายิ้มให้

“อืม มีอะไรช่วยให้มั้ย” ฉันเดินไป

“หืม” คนตัวโตชะงัก เลิกคิ้วขึ้นสูงมองฉันด้วยแววตาสงสัย

“อะไร?! มองอย่างกับจะจับผิดกันอย่างนั้นแหละ”

“เปล่า พี่แค่แปลกใจ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยชิน” พูดแล้วหันไปเคี่ยวซุปในหม้อต่อ

“เรื่องอะไร?”

“เรื่องที่เราไม่ด่า ไม่ว่าพี่นี่แหละ แถมยังจะมาช่วยพี่ทำกับข้าวอีก… แต่พี่ว่าเราไปนั่งรอที่โต๊ะเถอะ พี่ทำคนเดียวถนัดกว่า” คนพูดไม่ยอมหันมามองหน้า

“จะบอกว่าเกะกะก็บอกว่าตรงๆ เถอะน่า เฮอะ! คนอุตส่าห์อยากจะช่วยแท้ๆ รู้งี้ไม่ถามให้เสียน้ำใจดีกว่า”

“โธ่ อย่างอนสิ” คนตัวสูงเลื่อนฝ่ามือหนามาวางบนศีรษะก่อนจะยีผมเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “พี่กลัวมือเราจะโดนมีดบาด หรือไม่ก็น้ำร้อนลวกต่างหาก ไปนั่งรอที่โต๊ะนะคะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

“ไม่ต้องตบหัวแล้วลูบหลังเลย เอาผ้ากันเปื้อนมา” ฉันแบมือไปตรงหน้าเขา

“แน่ใจนะว่าจะทำ”

“เอามาเถอะน่า” ฉันเร่ง อีกฝ่ายยิ้มๆ น้อยๆ แล้วหันซ้ายหันขวามองหาผ้ากันเปื้อนผืนใหม่

“รู้สึกว่าพี่จะซื้อผ้ากันเปื้อนมาให้หนูด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน… เอ้า นี่ไง เก็บไว้ซะลึกเชียว”

เขาก้มลงไปหยิบผ้ากันเปื้อนในลิ้นชักด้านล่างสุดขึ้นมาคลี่ออก และแทนที่จะให้ฉันใส่มันเองเขาก็ส่ายหน้าบอกจะสวมมันให้

อย่างกับฉากในนิยายที่พระเอกโน้มตัวมามัดเชือกผ้ากันเปื้อนที่ด้านหลัง ทำให้ใบหน้าของทั้งสองคนใกล้กันมากชนิดที่รู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวราดรดใบหน้า กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ชวนใจเต้นแรง ถึงแม้เขาจะมัดเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมขยับตัวออกไปเสียที

“ใส่เสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ ขยับออกไปสิ” ฉันพูดตะกุกตะกักขณะที่รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ

“ใส่เสร็จแล้ว แต่ยังไม่อยากละสายตาไปไหนเลย”

เมื่อในตาสีดำขลับก็เห็นเงาของฉันสะท้อนอยู่นัยน์ตาคู่สวยตรงหน้า

“เดี๋ยวซุปจะแห้งเอานะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ยิ่งเคี่ยวนานก็ยิ่งอร่อย…” พูดจบ

คนตรงหน้าก็โน้มลงมาประทับริมฝีปากของฉันเบาๆ ฉันหลับตาลงลิ้มรสจูบแสนหวานที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาค่อยๆ ละเลียดริมฝีปากของฉันอย่างสม่ำเสมอ ไม่เร็วและไม่ช้าจนเกินไป ผิดกับหัวใจของฉันที่เต้นแรงขึ้นแทบจะกระดอนออกมาจากหน้าอก

ฉันเลื่อนฝ่ามือขึ้นโอบแผ่นหลังกว้างแสนอบอุ่นของเขา แผ่นหลังที่คอยเป็นที่พักพิงให้ฉันเสมอมา แม้เมื่อก่อนฉันไม่เคยเห็นค่ามันก็ตาม

แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเขาคือสิ่งของล้ำค่าแม้แต่เงินก็ซื้อไม่ได้

ฉันลืมตาขึ้นเมื่ออีกฝ่ายถอนจูบ เห็นรอยยิ้มน้อยๆ จากเขาพอดี อีกมือก็เลื่อนขึ้นมาเช็ดริมฝีปากให้อย่างเบามือ

“ใส่แล้วน่ารักจังเลย”

“ก็ฉันน่ารัก”

“ค่ะ พี่ยอมแพ้แล้ว…” เราผละออกจากกัน เขาก็หันไปหยิบเขียงกับมืดมาให้ฉัน “หั่นผัดให้พี่แล้วกันนะ แล้วก็ระวังมือด้วยล่ะ”

“ค้ะๆ แด๊ดดี้!”

“ครับ เบบี้”

บ้าจริง ยังจะมารับมุกอีก!

ฉันหยิบเขียงกับมีดไปวางไว้ที่เคาน์เตอร์ครัวข้างๆ หยิบแครอทที่เขาล้างไว้ในชามออกมาปลอกปอกเปลือกออก ฉันไม่ค่อยทำอาหารกินเองเท่าไหร่ ทำให้สกิลการใช้มีดหั่นผักหรือปอกผลไม้ด้อยกว่าปกติ พยายามเฉือนเนื้อแครอทออกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

คนอื่นอาจจะทำได้ง่ายสบายมาก แต่สำหรับฉันแล้วไม่ง่ายเลย

“โอ้ยยยย!!”

“เกิดอะไรขึ้น?!!” คนข้างหลังรีบหันขวับมาดูฉันอย่างร้อนรน สีหน้าซีดเผือดของเขาดูตลกชะมัดเลย

“I am just kidding! ฮ่าๆ!” ฉันหัวเราะ พร้อมกับแบมือออกไปให้ดูว่ามือฉันไม่ได้โดนมีดบาดอย่างที่เขากำลังเป็นห่วงอยู่ “มีดไม่ได้บาดสักหน่อย ทำกระต่ายตื่นตูมไปได้ หน้าซีดหมดเลย ตลกชะมัด ฮ่าๆ”

แต่ดูเหมือนว่าฉันคิดผิดที่แกล้งเขา

“สนุกมากมั้ยครับ เล่นกับความรู้สึกของคนอื่น” เขาพูดเสียงราบเรียบเล่นเอาหัวใจของฉันหล่นวูบลงพื้น

“เอ่อ…” ไม่ทันได้อธิบายเขาก็หมุนตัวกลับไปยกซุปลงจากเตา และเอาหม้ออีกใบขึ้นไปตั้งแทน “โกรธเหรอ”

“…”

ไม่ตอบแสดงว่าจริง!

“เฮ้ย โกรธจริงเหรอเนี่ย ฉันแค่ล้อเล่นเอง อย่าโกรธเลยนะ” ฉันเดินเข้าไปยืนข้างๆ ช้อนตามองหน้าอีกฝ่าย แต่เขาก็ไม่หันมามองฉัน แถมยังทำสีหน้าเย็นชาจนน่ากลัว “นายโกรธฉันจริงๆ เหรอ ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”

“…” เขาไม่ยอมตอบฉันเลย ยังยืนก้มหน้าเครียดจ้องมองหม้อน้ำซุปอยู่เหมือนเดิม

“ฉันขอโทษ… ฉันไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ไม่ได้เห็นความรู้สึกนายเป็นของเล่น ยกโทษให้ไม่ได้เหรอ”

ให้ตายสิ ชีวิตนี้ไม่เคยง้อใครมาก่อน แต่กลับต้องมาง้อผู้ชายตัวโตกว่าฉันถึงสองเท่าเนี่ยนะ แล้วดูเหมือนว่าเขาจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียด้วย

ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงฉันเลยตัดสินใจ ตวัดแขนไปกอดเอวได้รูปของเขาจากด้านข้าง เกยคางบนหัวไหล่ของเขาอย่างอ้อนๆ ก่อนจะกระซิบเสียงเบา

“ถ้าไม่คุยด้วยฉันขึ้นห้องแล้วนะ”

“เฮ้อ!” จนแล้วจนรอดเขาก็ถอนหายใจออกมาดังๆ ตวัดสายตาคมกริบมามองฉันอย่างไม่พอใจ “อย่าแกล้งแบบนี้อีก”

“ทำไมมองด้วยสายตาน่ากลัวแบบนั้น” ฉันว่าหงอยๆ นี่คงจะเป็นการโดนดุที่น่ากลัวที่สุดที่ฉันเคยเจอมา

“เมื่อกี้หัวใจพี่แทบวาย” เขาจับมือฉันขึ้นมา ก่อนจะพรมจูบตรงข้อมือแผ่วเบา รู้สึกเขินจัง! “ไม่ต้องมาทดสอบความห่วงใยของพี่ เพราะยังไงพี่ก็ห่วงหนูมากกว่าชีวิตตัวเองอยู่แล้ว”

“…” คิดผิดจริงๆ นั่นแหละที่ทำลงไป

“ไปนั่งรอที่โต๊ะเถอะครับ แล้วก็ไม่ต้องเข้าครัวอีก” ไม่พูดเปล่ายังจัดการแกะผ้ากันเปื้อนที่ฉันสวมอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว

“แต่…”

“ไปเถอะ เสร็จแล้วพี่จะยกไปให้ทานเอง”

“อืม เอาอย่างนั้นก็ได้” ฉันว่า แล้วเดินไปนั่งรอที่โต๊ะทานอาหารอย่างว่าง่าย พลางเล่นกับเจ้าลูกหมาที่วิ่งเขามาคลอดเคลียร์แถวข้อเท้า ขณะเดียวกันก็อดเงยหน้าขึ้นไปถามเขาไม่ได้อยู่ดี “หายโกรธหรือยัง”

“คิดจะให้หายกันง่ายๆ เหรอครับ” เขาตอบ แต่ไม่ยอมหันมามอง

“ใจร้าย!”

“กับคนที่เล่นกับความเป็นห่วงของคนอื่น ใครใจร้ายกว่ากัน”

พูดแบบนี้หมายความว่าคงไม่ให้อภัยฉันง่ายๆ สินะ!

 

........................................

ฝากอีกพี่ด้วยนะคะ ตอนนี้ต้นฉบับจบแล้วเหลือรีไรท์นิดหน่อย จะลงให้อ่านจนจบเลยจ้าาาาาา

ฟินแน่นอนนนนน 

https://web.facebook.com/Chuchuqlim

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น