My Flower ดอกไม้ของผม

ตอนที่ 17 : Chapter 12 (100%) :: เริ่มใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 มิ.ย. 63

Chapter 12

... ฉันตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งเราสองคนรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่มากเกินไป ต่างคนต่างผละออกจากกัน ถึงอย่างนั้นระยะห่างระหว่างเราก็ไม่ไกลจากกันเท่าไหร่นัก

"ทำไมถึงดื่มจนตัวเองเมาขนาดนี้ ไม่รู้จักประมาณตัวเองบ้างเลย ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง"

"เป็นห่วงด้วยเหรอคะ นึกว่าจะด่าเป็นอย่างเดียวซะอีก" คนตรงหน้าคลี่ยิ้ม

"..." ฉันเม้มริมฝีปาก "ฉันถืออคติที่ว่าไม่ถือคนบ้าไม่ด่าคนเมา แล้วตอนนี้นายก็เมาด้วย"

"อยากรู้มั้ยครับว่าทำไมพี่ถึงเมา" ลมหายใจร้อนผ่าวราดรดใบหน้าเมื่ออีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้

ฉันทำเป็นใจเย็น บังคับหัวใจไม่ให้สั่นไหวกับใบหน้าหล่อเหล่าของเขา

"เพราะอะไร ทำไมนายถึงเมาขนาดนี้"

"ความลับครับ"

... สิ้นสุดประโยค ฉันก็ตัดสินใจลุกขึ้น อุตส่าห์เป็นห่วงแต่กลับโดนกวนประสาทจนได้

หมับ!

ข้อมือโดนเขาจับไว้อีกครั้ง คราวนี้จับแน่นกว่าเดิม ก่อนจะดึงให้ฉันลงไปนั่งในตำแหน่งเดิมนั่นแหละ

"พี่ล้อเล่น... หนูเคยได้ยินประโยคที่บอกว่าดื่มเพื่อลืมเธอมั้ยคะ? "

"เคย แล้วนายดื่มเพื่อใคร"

"เปล่าดื่มเพื่อลืมใคร แต่ดื่มเพื่อลืมความรู้สึกที่พี่มีต่อหนู"

"..."

"อยากรู้มั้ยคะ ว่าพี่ลืมได้หรือเปล่า? "

"..." ให้ตายสิ!

ฉันกลายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ตั้งเมื่อไหร่กัน แค่ได้ยินน้ำเสียงแหบพร่าราวกับเจ็บปวดทรมานน้ำตาก็เอ่อล้อขอบตาดื้อๆ ริมฝีกปากกัดแน่นจนรู้สึกเจ็บ

"พี่ลืมไม่ได้เลยค่ะ ขอโทษนะคะพี่พยายามแล้วจริงๆ "

"... "

"หนูจะโกรธพี่ จะเกลียดพี่ยังไงก็ได้พี่ยอมทุกอย่าง แต่อย่าให้พี่เลิกรู้สึกกับหนูเลยนะคะ ไม่ต้องรีบเปิดใจให้พี่ตอนนี้ก็ได้ พี่จะรอจนกว่าหนูจะพร้อม พร้อมเมื่อไหร่หนูค่อยยอมรับพี่"

"ฉันกลัวว่านายจะถอดใจ"

"ถ้าคิดจะถอดใจพี่ทำไปนานแล้ว พี่ไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก หนูจะบอกให้พี่ปล่อยหนูไป พี่ก็จะปล่อยแล้วหลังจากนั้นพี่จะเป็นฝ่ายถอยออกมาเอง"

"..."

"หนูไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น"

"แล้วนายสัญญาได้หรือเปล่าว่าจะไม่หายไปเหมือนทุกคนที่ผ่านมา"

ฉันรู้รสชาติของความโดดเดี่ยวดีกว่าใคร จึงปิดกั้นทุกคนที่ผ่านเข้ามาโดยตลอด ฉันไม่อยากโดดทอดทิ้ง ไม่อยากโดดเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมา

ถ้าหากเขาสัญญา ฉันก็พร้อมที่จะเปิดใจ

"หนูเป็นโลกทั้งใบของพี่ ถ้าหนูหายไปพี่ก็คงอยู่ต่อไปไม่ได้ พี่สัญญาว่าจะดูแลรักษาโลกใบนี้เป็นอย่างดี ตราบที่หนูอยากให้พี่อยู่"

"..."

"ถ้าหนูอยากให้พี่อยู่พี่ก็จะอยู่ ถ้าหนูอยากให้พี่ไปพี่ก็พร้อมที่จะไป ทุกอย่างของพี่ขึ้นอยู่กับหนูคนเดียว"

"ห้ามไปไหนทั้งนั้น" ฉันสะอื้นเบาๆ หลังจากที่เอ่ยประโยคนั้นจบ แก้มทั้งสองข้างอาบไปด้วยน้ำตา ก่อนที่มันจะถูกคนตรงหน้าใช้นิ้วโป้งเช็ดให้ด้วยความอ่อนโยน

"เรามาเริ่มต้นใหม่กันนะคะ"

"... " ฉันพยักหน้าเบาๆ

"ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป"

ฉันซบใบหน้าลงแผ่นอกกว้างของเขาสะอื้นเบาๆ อีกฝ่ายไม่ได้ห้าม เพียงแค่กระชับกอดฉันแน่นขึ้นขณะเดียวกันก็ลูบผมของฉันอย่างปลอบประโลม

พอร้องไห้จนพอใจฉันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอีกฝ่าย เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนกระจายบนใบหน้าทั้งแววตา อดใจยื่นหน้าเข้าประทับจูบที่ริมฝีปากของเขาไม่ไหว และก่อนที่เจ้าตัวจะได้เคลิ้มกับรสจูบฉันก็ถอนริมฝีปากออกมาเสียก่อน

"ไม่นานกว่านี้หน่อยเหรอคะ"

"ไปอาบน้ำได้แล้ว กลิ่นเหล้าบนตัวนายเหม็นหึ่งเลย ฉันจะกลับไปนอนแล้ว"

ฉันว่าแล้วลุกขึ้นจากเตียงทันที แต่โดนเขาเรียกเอาไว้ก่อน

"เฟิร์นคะ! "

"มีอะไรอีกล่ะ?! "

"ฝันดีนะคะ"

"อืม..." ฉันกัดริมฝีกปาก รู้สึกกระดากปากที่จะพูดมันออกไป "นายก็เหมือน... ฝันดี"

 

"อาหารเช้าค่ะ" ชุดอาหารเช้าที่ประกอบไปด้วยขนมปังปิ้งสองแผ่น ไข่ดาว ไส้กรอก และสลัดผลไม้ ถูกวางลงตรงหน้าอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเช้า

แต่พอลองสังเกตดีๆ เขาใส่ใจแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นฉันไม่ชอบพริกไทยเขาก็จะไม่ใส่มาให้ ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ฉันมักมองข้ามเพราะโดนอคติบดบัง

"ขอบคุณนะ"

"หืม..." อีกฝ่ายที่กำลังจะเดินออกไปหันกลับมาเลิกคิ้ว "เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะคะ พี่ได้ยินไม่ถนัด"

"ไม่มีอะไร" ฉันว่าเบาๆ จิ้มไส้กรอกเข้าปาก

รู้สึกหนักบนศีรษะ

เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นคนตัวโตยื่นอยู่ข้างๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวรดปลายจมูก

"พูดใหม่อีกทีสิคะ"

"พูดอะไร? "

"ประโยคเมื่อกี้" เขาเลื่อนมือมาเท้ากับโต๊ะตรงหน้าฉัน อีกมือก็ลูบผมของฉันเบาๆ ให้ความรู้สึกเหมือนลูบขนแมวยังไงอย่างงั้น

"คนบ้า"

"ไม่ใช่คำนี้"

"นายบอกว่าฟังไม่ถนัดแล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันพูดว่าอะไร"

"แสดงว่าจะไม่พูดจริงๆ ใช่มั้ย.. แบบนี้รู้สึกน้อยใจนะครับ ไหนจะต้องเตรียมสอนจนดึกจนดื่น บางวันก็แทบจะไม่ได้นอน แต่อุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำอาหารเช้าให้ ดูสิคำว่าขอบคุณสักคำก็ยังไม่มี"

... เขากลายเป็นคนขี้น้อยใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!

"ขี้บ่นจัง ปกติไม่เห็นบ่นขนาดนี้เลย" ฉันไม่สนใจสีหน้าน้อยอกน้อยใจของเขาตักไข่ดาวเข้าปากต่อ

"สรุปว่าไม่พูด? "

"... "

"เอาจริงเหรอเนี่ย... อุ๊บ"

... ไม่ได้อุดปากเขาด้วยจูบอย่างที่ทุกคนคิดหรอกเป็นไส้กรอกต่างหาก ฉันจิ้มมันใส่ปากเขาเพราะเริ่มรำคาญที่เขาเริ่มทำเสียงน้อยใจทั้งที่ตัวเองก็แก่กว่าฉันตั้งหลายปี

"ขอบคุณค้าาาา~ พอใจหรือยัง เลิกบ่นได้แล้ว ขืนบ่นต่อไปหมดอารมณ์กินอาหารเช้ากันพอดี"

เขายิ้มบางๆ พลางเคี้ยวไส้กรอกไปด้วย "ฝีมือใครอร่อยจัง"

"อร่อยก็กินเยอะๆ "

"ป้อนหน่อยสิ" เขาขยับเข้ามาใกล้อีก

"แล้วทำไมไม่ทำเผื่อตัวเองด้วยเล่า จะมาแย่งฉันทำไม?! "

"โธ่ แค่ไม่กี่คำเอง พี่ไม่ได้จะแย่งหนูกินสักหน่อย... งั้นเปลี่ยนกันก็ได้"

"อะไร? " ฉันมองเขาอย่างไม่ไว้ใจนัก

คนตรงหน้าเลิกคิ้วยิ้มกวนๆ มองฉันด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ แย่งช้อนส้อมจากมือฉันไปจิ้มไส้กรอกไปงับที่ปากของตัวเอง พยักหน้าเชิญชวนให้ฉันไปกัดไส้กรอกขณะเดียวกันก็แฝงด้วยความท้าทาย

คิดจะป้อนไส้กรอกด้วยปากสินะ เฮอะ!

"ป้อนครับ"

"อยากมีรอยฝ่ามือบนหน้าอีกข้างสินะ... "

"เฮืออกก~" อีกฝ่ายเคี้ยวไส้กรอกแทบไม่ทันหลังจากโดนขู่

"เอาสิ กวนฉันอีกสิ หน้าหล่อของนายได้เป็นรอยฝ่ามือฉันอีกข้างแน่"

“อย่าโหดกับพี่เลย แค่นี้ก็เคี้ยวข้าวแทบไม่ได้อยู่แล้ว”

ฉันเบ้ปาก เมื่อเห็นเขาตีหน้าเศร้า ยกมือรูปรอยช้ำข้างแก้มปอยๆ เห็นแล้วก็รู้สึกผิดไม่ได้แฮะ ถ้าฉันควบคุมอารมณ์กรุ่นโกรธตอนนั้นได้ดีกว่านี้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาคงไม่เป็นรอยช้ำจนเกือบจะเสียโฉมแบบนี้หรอก

“ถ้ามีคนทำแผลให้ก็คงจะดีกว่านะคะ… ว่ามั้ย?” เขาเหลือบสายตาลงมาถามยิ้มๆ

“ยังไม่ได้ทำแผล?”

เขาพยักหน้า ฉันละอยากเอาหัวทิ่มโต๊ะ เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ทั้งแผลปากแตก ทั้งรอยช้ำขนาดนั้นทำไมไม่ยอมทำแผล น่าโมโหจริงๆ ถึงว่าแหละผ่านมามองวันแล้วรอยช้ำไม่เห็นจางลงสักที เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนี่เอง ถ้าหาอะไรเย็นๆ ประคบรอยช้ำน่าจะจางลงกว่านี้!

“จะรอให้ปากฉีกถึงรูหูหรือไง?!”

“เปล่าหรอก รอคนเป็นห่วงอยู่ครับ”

“ทำไมต้องรอ เป็นห่วงตัวเองก่อนไม่ดีกว่าหรือไง เกิดปากเน่าขึ้นมาหมดหล่อขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ”

“ถ้าห่วงพี่ก็ทำแผลให้พี่สิคะ ความจริงก็รอหนูถามอยู่เหมือนกันนะ”

“เชอะ… หลบไปเลย ฉันจะกินข้าว” ฉันผละแผ่นอกของคนตัวสูงออกไปไกลๆ ขืนให้เขายืนจ้องไม่วางตาอยู่แบบนี้กินอะไรไม่ลงกันพอดี

“ไม่ทำแผลให้จริงๆ เหรอครับ อุตส่าห์ใบ้ให้แล้วนะเนี่ยว่ารอให้ทำแผลให้”

บอกชัดเจนขนาดนี้ไม่ต้องใบ้ก็ได้มั้ง!

“ออกไปเหอะน่าฉันจะกินข้าว”

“ไม่ทำจริงๆ เหรอครับ?”

“ใช่!”

“ใจร้าย”

“ใครใจร้าย?!”

"ที่รัก! "

เขาทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเปลี่ยนไปสนใจเจ้าลูกหมาที่วิ่งกระดิกหางน่าเอ็นดูอยู่หน้าประตูห้องครัว

"มาหาพ่อมา"

ฉันหันขวับไปมองคนตัวโตที่เพิ่งย่อตัวไปอุ้มเจ้าลูกหมาขึ้นมากอดแนบอกสีหน้าระรื่นไม่ต่างอะไรกับเจ้าลูกหมาที่ทำสีหน้าสีตาสดใสอย่างกับในชีวิตนี้ไม่เคยเจอเรื่องทุกข์ใจมากก่อน

เห็นแล้วหมั่นไส้จริงๆ!

"พ่อ?! "

"ครับพ่อ"

"แล้วใครเป็นแม่?!

“…” คนตรงหน้ากำลังจะชี้นิ้วมาที่ฉันแต่เปลี่ยนใจกะทันหัน

"ตาย~"

"เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดียวก็ได้ครับ... " เขายิ้ม แล้วหันไปจูจุ๊บเจ้าลูกหมาฟอดใหญ่ "เนอะที่รักเนอะ มีพ่อคนเดียวก็ได้เนอะ"

ฉันเบ้ปาก ก่อนจะหันกลับมาสนใจอาหารเช้าตรงหน้า จะว่าไปก็น่ารักดีเหมือนกันนะ ภาพของผู้ชายตัวโตกำลังกับลูกหมาวัยไม่กี่เดือนด้วยคนรักความเอ็นดู เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้เลย

พอกินเสร็จฉันเอาจานไปล้างที่ซิงค์ล้างจาน หลังจากนั้นเข้ามาหาคนตัวสูงที่นั่งดูทีวีอยู่ห้องรับแขก พอเห็นฉันเดินเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหล่อเหลาหันมายิ้มให้ ฝ่ามือใหญ่ตบลงบนโซฟาที่ว่างข้างตัวเชิญให้ฉันไปนั่งด้วยกัน

"นี่กล่องยาเราอยู่ไหน? " ฉันถามขณะที่ยังยืนอยู่

"หืม... จะเอามาทำอะไรเหรอครับ? " เขาถามหน้าตาย เหมือนไม่รู้ว่าฉันกำลังหมายถึงอะไร

"บอกมาเถอะว่าอยู่ไหน"

"หรือว่าจานบาด" จากสีหน้าอารมณ์ดีแทนที่ด้วยความเป็นกังวล เขาลุกขึ้นมาจับมือฉันพลิกไปพลิกมาตรวจดูบาดแผลด้วยความร้อนใจ "บอกแล้วว่าพี่จะล้างเอง หนูกินแล้วแช่ไว้ในซิงค์ก็พอ ไหนแผลอยู่ที่ไหน"

"พอเหอะน่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"

... เขาดูห่วงเกินไป แต่ก็อดดีใจไม่ได้อยู่ดี

การมีคนคอยเป็นห่วงมันรู้สึกอบอุ่นใจแบบนี้นี่เอง

"แล้วจะเอากล่องยาไปทำไม? "

ลืมแล้ว หรือแกล้งลืมกันแน่?!

สายตาบ่งบอกถึงความเป็นห่วงมองฉันอย่างไม่ปิดบัง ผิดกับตอนที่ทำเป็นแกล้งแหย่อยากให้ฉันทำแผลให้อย่างกับฟ้ากับเหว

"ฉันจะเอามาทำแผล"

"นั่นไงไหนล่ะแผล? "

"ตรงนี้ไง" ฉันจิ้มไปที่มุมปากของคนตัวโตกว่า ริมฝีปากคลี่ยิ้มน้อยๆ "แผลของฉันอยู่ตรงนี้"

"บนหน้าพี่เหรอ? "

"อืม อยากให้ทำแผลให้ไม่ใช่เหรอ ก็นี่ไง มาทำให้แล้ว ยังจะทำเป็นแกล้งลืมอีก" สงสัยเหมือนกันว่าตัวเองเอาแรงมาจากไหนถึงตบเขาจนปากแตก

"จะทำให้จริงๆ เหรอคะ คือพี่ไม่ได้ลืม แต่ไม่ได้กล้าหวังขนาดนั้น" อีกฝ่ายถามด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ

"ไม่ก็ได้นะ ฉันจะขึ้นไปอ่านการ์ตูน" ฉันว่า กำลังจะหมุนตัวกลับแต่โดนคว้ามือเอาไว้เสียก่อน

"อย่าเพิ่งงอนสิ"

"ตกลงเอายังไง? "

"ทำครับ เดี๋ยวหนูนั่งรอที่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปหามาให้"

"อืม" ฉันอมยิ้ม

ก่อนจะนั่งลงบนโซฟารอตามที่เขาบอก ไม่นานร่างสูงก็มาพร้อมกับกล่องยา เดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ฉัน ใบหน้าดูอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้

"เคยทำแผลมั้ยคะ? "

"ไม่เคยนะ"

"จะรอดมั้ยเนี่ย" เขาพึมพำ

"พูดแบบนี้ไม่เชื่อใจกันเหรอ... " เขาไม่ตอบ เปิดกล่องยาหยิบสำลีและยาเหลืองออกมา "ขอบคุณนะที่จัดงานวันเกิดให้ เห็นโบ้ทบอกว่านายทำเค้กเองด้วย ไม่นึกเลยว่านายจะทำเค้กเป็นกับเขาด้วย"

"เป็นไง อร่อยมั้ย? " เขาถามขณะเอาสำลีชุบกับยาเหลือง

"อร่อยมากเลย" ฉันพูดความจริง แปลกใจกับรสชาติละมุนของเนื้อเค้กอย่างกับซื้อจากมาร้านแพงๆ อยากรู้จังว่าเขาไปสุ่มเรียนทำเค้กจากที่ไหนมา

"คนทำก็อร่อยนะครับ... อยากชิมมั้ย? " เขาหันมายิ้มเจ้าเล่ห์

"ไอ้... "

ฉันกำลังจะด่าเขาก็สวนขึ้นมาเสียก่อน "เอาไว้ค่อยถึงเวลาค่อยกินแล้วกินเนอะ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา"

ผั๊วะ!

ฉันฟาดลงบนแขนของเขาเต็มแรงแบบไม่มีกั๊กเล่นเอาเจ้าตัวเจ็บจนตัวโยนไปอีกฝั่งโซฟา

"โอ้ยยย จะทำแผลให้หรือจะซ้ำเติมกันแน่"

"เล่นมากก็ต้องเจอแบบนี้แหละ"

"ไม่ได้เล่นนะ ที่บอกว่าไว้ค่อยถึงเวลาน่ะพี่พูดจริง"

"เดี๋ยวเถอะ ชีวิตนี้เคยนั่งอยู่ดีๆ แล้วตายมั้ย? "

"เอ่อ พี่ว่าเราทำแผลต่อดีกว่า"

"ถ้านายถึงขั้นชุบยาให้ฉันขนาดนี้ไม่ต้องให้ฉันทำแผลให้หรอก ทำเองน่าจะง่ายกว่า"

ฉันเอะใจตั้งแต่เขาเปิดกล่องยา หยิบสำลีออกมาชุบกับยาเหลืองแล้วล่ะ ถ้าจะจัดการเองตั้งแต่ขั้นตอนแรกล่ะก็ทำเองเถอะ!

“พี่กลัวมือหนูเปื้อนค่ะ”

"เชอะ"

ฉันยอมรับสำลีชุบยาเหลืองมาก่อนจะเอาไปแตะๆ แผลตรงมุมปากของเขาด้วยความเบามือ

"ขอโทษนะ"

"หืม เรื่องอะไรเหรอคะ? "

"เรื่องที่ทำให้เจ็บตัว"

"ไม่เป็นไรครับ แผลแค่นี้ไกลหัวใจ..." คนตรงหน้าคลี่ยิ้ม" ความจริงเป็นพี่ที่รนหาเรื่องเจ็บตัวเองต่างหาก ถ้าพี่ไม่เซ้าซี้จนหนูโมโหพี่ก็คงไม่โดน อย่าคิดมากเลยนะคะ" มือหนาเลื่อนขึ้นมาวางบนศีรษะก่อนจะออกแรงโยกไปมาเบาๆ

"แต่ที่นายทำทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงฉัน"

"ครับ เป็นห่วงมาก... เป็นห่วงจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วตอนที่รู้ว่าหนูหายออกไปจากบ้าน แถมยังต้องมาป่วยเพราะตากฝนอีก"

"..."

"ต่อไปถ้าไม่อยากให้พี่เป็นบ้าก็ช่วยดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะคะ"

"จะดูแลตัวเองไปทำไมในเมื่อนายก็ดูแลฉันอยู่แล้ว"

"หื้ม?! "

ฉันเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่านัยน์สีดำขลับกำลังมองฉันอยู่ก่อนแล้ว

ฉันพูดอะไรผิดเหรอ... ไม่สิ ฉันพูดอะไรออกไป!!

"เอ่อ! ฉันพูด ไม่ใช่ ฉันเผลอคิดดังไปหน่อย... ลืมๆๆๆ ไม่ได้พูดไม่ได้พูด! "

"จะดูแลไปตลอดชีวิตเลยครับ"

"บอกแล้วไงว่าไม่ได้พูด ลืมเลยนะ! " อยู่ๆ ใบหน้าของฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมา ยิ่งเห็นรอยยิ้มหวานพยายามยียวนใจก็เต้นแรงขึ้นอีก

"ลืมไม่ลงเพราะได้ยินสองรูหูเลย~"

"ไอ้... "

"เรียกพี่สิคะ"

"แล้วนายจะลืม? "

"จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษว่าจะลืมดีหรือเปล่า"

"น่าโมโหจริงๆ! "

"น่าโมโหหรือเขินคะ ดูสิหน้าแดงไปถึงใบหูแล้ว" ไม่พูดเปล่ายังยื่นมือมาบีบจมูกฉันเล่นอีก คนบ้าเอ้ย! เมื่อไหร่จะเลิกทำให้ใจสั่นสักที!

 

.........................................

ฝากคนน่ารักอย่างพี่พัชไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ 

ฝากเพจด้วยน้าาา

">https://web.facebook.com/Chuchuqlim

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น