My Flower ดอกไม้ของผม

ตอนที่ 13 : Chapter 8 (100%) :: เพลงโปรด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 มิ.ย. 63

Chapter 8

“ถุงร้อน อาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง” เขายื่นมันมาตรงหน้าฉัน

ฉันรับมันมาอย่างว่าง่ายและรู้สึกงงนิดหน่อย “นึกว่าไปนอนแล้วซะอีก”

“ไม่ใช่คำว่าขอบคุณเหรอคะที่เฟิร์นจะพูดกับพี่” เขายิ้มให้

เป็นรอยยิ้มที่ฉันเกลียดที่สุด ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันทำให้ฉันอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ได้ขอให้ทำให้นี่… แต่ยังไงก็ขอบใจนะ” ฉันใช้ถุงร้อนประคบลงบนหน้าท้อง รู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ

“เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นมั้ย?”

“อืมๆ ก็แค่นิดหน่อย…” ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้โน้มลงไปใช้ศีรษะซบบนหัวไหล่ของคนข้างๆ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะสะดุ้งน้อยๆ ด้วยความตกใจกับการกระทำไม่มีที่มาที่ไหนของฉัน

“เป็นอะไรทำไมไม่ยอมบอกพี่ เห็นพี่เป็นคนอื่นหรือไง”

“…”

ขี้บ่น!

“อยากให้ช่วยหรืออยากได้อะไร แค่เอ่ยปากบอกมาไม่ยากเลยนะครับ”

“…”

“พูดออกมาคำเดียวพี่ก็ทำให้แล้ว”

“หนวกหูจัง…”

“…”

สิ้นสุดประโยคอีกฝ่ายเงียบไป ฉันคิดว่าเขากำลังจะโกรธเลยเงยหน้าขึ้นไปมอง เป็นจังหวะที่หูฟังใส่มาที่หูทั้งสองข้างฉันพอดี บทสนทนาแทนที่ด้วยเพลง The Scientist ของ Copley เพลงโปรดของเขา ฉันมองเสี้ยวหน้าของเขาที่เอาแต่มองไปที่หน้าจอทีวีด้วยความรู้สึกหลากหลาย

เพื่อหยุดความน่าหวั่นไหวที่กำลังจะก่อตัวขึ้นฉันจึงถอดหูฟังอีกข้างใส่ให้เขาฟังด้วยกัน และโน้มลงไปซบหัวไหล่ของเขาเหมือนเดิม

“ฟังด้วยสิ เพลงโปรดของนายไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันเอาแต่ฟังคนเดียวนายจะเสียเปรียบเอานะ”

“พี่ไมได้คิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้น แค่อย่าให้ฟังเผื่อจะทำให้รู้สึกสบายขึ้น”

“มันควรเป็นเพลงของฉัน ไม่ใช่ของนายไม่ใช่เหรอ”

“เพลงโปรดของหนูเพลงอะไรคะ เดี๋ยวเปลี่ยนให้”

“ฉันไม่มีเพลงโปรด เอาเพลงของนายนั่นแหละ”

“อืม”

“จบเพลงนี้แล้วนายขึ้นไปนอนได้เลยนะ ฉันจะอยู่ต่อ”

“พี่ก็จะอยู่เป็นเพื่อนเราถึงเช้า”

“แต่นายมีสอนนี่”

“ก็ใช่นะ ถ้าขืนนอนไม่พอก็อาจจะวูบไปง่ายๆ เลยก็ได้”

“งั้นก็ยิ่งต้องกลับไปนอน!” ฉันว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พี่จะอยู่ต่อครับ จนกว่าจะเช้านั่นแหละ อย่าดื้อกับพี่สิ”

“นายนั่นแหละดื้อ!” ฉันขยับตัวลุกนั่งมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ

“ถ้าความเป็นห่วงแปลว่าดื้อ พี่ก็จะดื้อเพราะเป็นห่วงหนู ไม่อยากให้พี่ดื้อก็อย่าทำให้พี่เป็นห่วง ไม่งั้นพี่ก็จะดื้อให้เราปวดหัวแบบนี้แหละ” ริมฝีปากขยับยกยิ้มกวนๆ

“…”

ดูเหมือนว่าเพลงจะวนกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง….

Come up to meet you

Tell you I'm sorry

You don't know how lovely you are

I had to find you

Tell you I need you

Tell you I set you apart

Tell me your secrets

And ask me your questions

Oh let's go back to the start

Running in circles, coming up tails

Heads on a science apart

 

-โรงเรียน-

แล้วคืนนั้นเขาก็อยู่เป็นเพื่อนจนถึงเช้าจริงๆ ทั้งที่ไม่ได้นอนทั้งคืนพอหกโมงเช้าเขาขึ้นไปอาบน้ำแล้วยังไปสอนต่อได้โดยไม่บ่นอะไรสักคำ แถมพอก่อนจะออกจากบ้านยังอุตส่าห์ทำอาหารเช้าไว้เผื่อฉันอีก ส่วนฉันขาดเรียนอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรก

วันต่อมาฉันโดนยัยน้ำตาลลากมาที่ห้องสมุด เพื่อหาข้อมูลทำรายงานวิชาสังคมส่งอาทิตย์หน้า

หนังสือหลายสิบเล่มวางอยู่ตรงหน้าสูงเท่ากับหอคอยของราพันเซลล์ ถามว่าจะอ่านหมดภายในหนึ่งอาทิตย์มั้ย ฉันคงตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าไม่หรอก เพราะสุดท้ายฉันก็กลับไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตอยู่ดี

“มึงอ้าปาก” ฉันที่กำลังเปิดหน้าหนังสือเล่นอยู่เงยหน้าไปมองน้ำตาล เห็นมันกำลังยื่นลูกอมสีแดงมาตรงหน้า

“ในห้องสมุดเขาห้ามนำของกินเข้ามามึงไม่อ่านกฎหรือไง”

“เถอะน่า แค่ลูกอมอันเดียวเองเขาไม่จับมึงโยนออกนอกหน้าต่างหรอก เชื่อกูดิ”

“เชื่อมึงทีไรก็ซวยทุกที”

“แล้วจะกินมั้ย” มันกระซิบถาม

“กิน” มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร ฉันจึงอ้าปากรับลูกอมจากยัยน้ำตาล ผู้หญิงทุกคนจะเข้าใจว่าช่วงประจำเดือนมาทีไรจะรู้สึกโหยหาน้ำตาลกว่าปกติ โชคดีจังที่ฉันมีเพื่อนรู้ใจขนาดนี้

“รู้สึกดีใช่มั้ยล่ะ ยิ้มหน้าบานเชียว” มันว่ายิ้มๆ

“อือๆ นิดหน่อย ว่าแต่มึงรู้ได้ว่ากูอยากกินอะไรหวานๆ”

“กูไม่รู้ แต่เขารู้”

“ใคร?” คิ้วขมวดยุ่งด้วยความสงสัย

“ครูพี่พัช เขาฝากมาให้มึง”

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” ฉันเบ้ปากเซ็งๆ

เกลียดความรู้ทันไปซะทุกเรื่องของเขาจริงๆ อย่างกับถอดญาณวิเศษมาแอบฟังความคิดของฉันอย่างงั้นแหละ

“ยุ่งไม่เข้าเรื่องอะไรกัน เขาเป็นห่วงมึงต่างหากล่ะ ไม่ห่วงคงไม่ใส่ใจแบบนี้หรอก มึงนี่ก็ช่วยมองเขาในแง่ดีหน่อย ไม่ใช่เอะอะๆ ก็หาว่าเขาชอบยุ่ง”

“ก็เขาน่ารำคาญนี่”

“มึงนี่ก็เหลือเกินแทนที่จะอุ่นใจที่มีคนคอยห่วงแต่กลับหาว่าเขาน่ารำคาญ ระวังเถอะวันไหนไม่มีเขาอยู่มึงจะรู้สึก”

“รู้สึกอะไร สบายใจน่ะเหรอ ฉันจะคอยดู”

“โอ้ย! พูดกับมึงทีไรไมเกรนแดกทุกที แล้วแต่มึงจะคิดแล้วกัน ถ้าเกิดวันนั้น… วันที่เขาหายไปจริงๆ มึงอย่าร้องไห้มาหากูนะ เพราะกูจะเหยียบซ้ำ”

“อีนี่!”

“ไปหาการ์ตูนอ่านดีกว่า ปวดหัว!”

ก่อนมันจะเดินหายลับไปก็หันมาเบ้ปากกวนๆ ใส่ อยากจะโยนหนังสือไปกระแทกสีหน้ากวนประสาทนั่นจริงๆ แต่เกรงใจคนอื่นที่กำลังทยอยเข้ามานั่งอ่านหนังสือ แอร์ฯ เย็นในห้องสมุดทำให้รู้สึกง่วงฉันจึงฟุบหน้าลงกับหนังสือเล่มหนาตรงหน้า

นั่งรอมันอยู่นานไม่มีวี่แววว่ายัยนั่นจะกลับมา ฉันเลยเปลี่ยนจากนอนฟุบเป็นลุกขึ้นไปหาอะไรอ่านบ้าง ชั้นหนังสือถูกจัดไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อสะดวกแก่การหาเดินหาแนวหนังสือที่ต้องการอ่าน ฉันเดินมายังโซนนวนิยายสืบสวนสอบสวน ส่วนมากเป็นนิยายแปลจากต่างประเทศน่าอ่านทั้งนั้น

ฉันเลือกออกมาสองเล่ม และกำลังจะหาเล่มที่สาม เสียงทุ้มจากด้านหลังดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

“หาหนังสืออ่านเหรอครับ”

เสียงอบอุ่นจนน่าหมั่นไส้แบบนี้ไม่ต้องบอกหรอกนะว่าเป็นใคร

“ซักผ้าอยู่มั้ง ก็เห็นอยู่นี่ว่าเลือกหนังสือ” ฉันพ่นลมหายใจออกด้วยความเซ็ง

“ก็นึกว่านอนแอบงีบเป็นอย่างเดียวซะอีก” เขาว่าขำๆ

“ถ้าจะมากวนประสาทกันก็ไปไกลๆ เลยนะ”

“โห มองพี่ในแง่ร้ายเกินไปมั้ย พี่มาหาหนังสืออ่านต่างหาก ไม่ได้มากวนประสาทเราสักหน่อย ไม่เชื่อก็หันมาสิ”

ฉันหันกลับไปตามคำบอกเล่าของอีกฝ่าย เห็นว่าในมือของเขามีหนังสือแนวจิตวิทยาและประวัติศาสตร์อยู่ในมืออย่างละเล่ม

“ก็ดีหาอะไรใส่สมองบ้าง” ฉันเบ้ปาก กำลังจะหันกลับไปเลือกหนังสือต่ออีกสักเล่ม ทว่าอีกฝ่ายกลับขยับเข้ามาใกล้ๆ “จะทำอะไร?”

“ไหนขอพี่ดูหน้าผากหน่อยสิ ยุบบ้างหรือยัง?”

“อย่าเข้ามาใกล้ ถอยออกไป” ฉันแค่นเสียงขณะที่อีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจราดรดปลายจมูก

“ขอดูแป๊บเดียวครับ ถ้าไม่ยุบเย็นนี้พี่จะแวะซื้อยากลับไปด้วย”

“ถ้าขืนขยับเข้ามาใกล้อีกแม้แต่เซนฯ เดียวฉันจะทำหมันสดให้นาย!” ไม่ได้ขู่แต่ตอนนี้ขาฉันเตรียมพร้อมแล้ว

“โธ่โหดจัง ใจคอจะโหดร้ายกับพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ แค่เป็นห่วงเราเองนะครับ”

“หนึ่ง… สอง…” ฉันขยับขาเตรียมพร้อม ถึงสามเมื่อไหร่คนตรงหน้าได้เป็นหมันสมใจแน่! “สะ…”

“โอเครๆ ยอมแพ้แล้วๆ” อีกฝ่ายขยับออกห่างยกมือยอมแพ้แต่โดยดี

“ก็แค่นั้น” แล้วยื่นหนังสือในมือไปวางซ้อนทับหนังสือในมือของเขา ก่อนจะเลื่อนมือมาเปิดหน้าผากให้เขาดู “เห็นหรือยัง มันยุบบ้างแล้ว ไอ้ยาน่ะไม่ซื้อมาเยอะก็ได้ ทำอย่างกับฉันเป็นเด็กขี้โรคเอะอะหน่อยก็หาหมอๆ ทานยาๆ ตลอดเลย น่ารำคาญจริงๆ!”

“…” อีกฝ่ายไม่พูดอะไร เอาแต่อมยิ้ม

“ยิ้มอะไรไม่ทราบ”

“อ้าว ยิ้มก็ไม่ได้แปลกคน”

“ฮึ่ย! เอาหนังสือมา” ฉันยื่นมือไปรับหนังสือจากเขา แล้วหมุนตัวเดินออกมา แต่ก็โดนคนข้างหลังเรียกเบาๆ จึงหันกลับไปมอง

“เฟิร์นครับ”

“อะไรอีกล่ะ”

“ตั้งใจอ่านนะครับ”

“รู้แล้วล่ะน่า!”

ฉันกลับมาที่โต๊ะหนังอ่านหนังสือเหมือนเดิมจึงเห็นยัยน้ำตาลนั่งอ่านนวนิยายอยู่ก่อนแล้ว พอนั่งลงเก้าอี้ฉันก็ฟุบหน้าลงบนหนังสือเหมือนเดิม

ประโยคที่บอกว่าเขาหายไปฉันจะเสียคงเป็นไปไม่ได้หรอก คนที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นจนน่ารำคาญอย่างเขาหายๆ ไปได้ก็ดีน่ะสิ!

 

เป็นคาบพละกลับไม่ได้เรียนพละ แต่ได้กวาดใบไม้แทน พอรู้แบบนั้นฉันจึงเดินลงจากอาคารมาอย่างงงๆ ไปเอาไม้กวาดทางมะพร้าวมากวาดใบไม้ที่ลานข้างสนามกับพวกเพื่อนๆ พอกวาดเสร็จฉันก็เดินมานั่งพักแถวม้าหินอ่อน ส่วนยัยน้ำตาลเห็นบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ส่วนอีตาโบ้ทหายหัวไปไหนของมันไม่รู้

“พี่เฟิร์น” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กในชุดนักเรียนมอต้นเดินตรงเข้ามาหาฉันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“มีอะไรเหรอ?”

“มีคนมาหา เขาบอกว่ารออยู่ข้างรั้วโน่นแน่ะ” พูดแล้วชี้มือไปทางสนามฟุตบอล

“รู้หรือเปล่าว่าใคร” ฉันไล่สายตามองตาม แล้วหันกลับมาถามคนตรงหน้า

“ไม่รู้ค่ะ เขาไม่ได้บอกชื่อแต่หล๊อหล่อ”

“อ้อ ขอบใจมากนะ” พูดจบฉันก็ลุกขึ้น

“เดี๋ยวพี่!” ยัยมอต้นจับแขนฉันไว้

“ค่าจ้างหนูอะ”

“ค่าจ้างอะไร?” ฉันขมวดคิ้วถาม บอกแค่นี้มีค่าจ้างด้วยเหรอ?

“พี่ชายเขาบอกว่าให้มาเอาค่าจ้างกับพี่อะ เอามาเด้” ยัยหนูนี่แบมือมาตรงหน้าฉัน ปากสีชมพูยื่นออกมาน้อยๆ

“เดี๋ยวฉันไปเอาจากเขามาให้”

“แน่ใจนะ?” ยัยนี่หรี่ตามองฉันเหมือนไม่อยากเชื่อ

“เธอชื่ออะไร?”

“น้ำหวานค่ะ”

“โอเค ฉันจะจำชื่อเธอไว้” พูดจบฉันก็เดินออกมา

เดินอ้อมสนามฟุตบอลมาที่ข้างรั้วโรงเรียน เห็นยูนิฟอร์มสีฟ้าขาวเด่นมาแต่ไกลจึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นเด็กจากโรงเรียนเซย์เฮย์ โรงเรียนเอกชนชื่อดังนี่เอง ฉันเดินเข้าไปใกล้เป็นจังหวะที่ร่างสูงหันมาพอดี

“โรงเรียนนายนี่เขาไม่ทำการเรียนการสอนกันหรือไง” ฉันว่า

จำได้มั้ยหมอนี่ชื่อมาร์คถึงจะทำสีผม ตัดแต่งทรงผมใหม่แต่ความหล่อเหลาเจ้าเล่ห์ของเขายังติดเต็มใบหน้า ชนิดที่ต่อให้ตัดหัวออกก็ไม่อาจปกปิดความหล่อเอาไว้ได้…

“มีเรียนแต่ฉันโดดมา” ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ เดินเข้ามาหาฉัน

“นายใช้เด็กไปเรียกฉันมามีธุระอะไร?”

“คิดถึงนี่เป็นธุระหรือเปล่าครับ” ไม่พูดเปล่ายื่นดอกกุหลาบสีแดงให้ฉันอีก

“งั้นก็กลับไปเถอะ ฉันมีเรียน”

“เฮ้ยๆ ล้อเล่นๆ อย่าใจร้ายนักสิ อุตส่าห์โดดเรียนมาหานะเนี่ย”

“แล้วใครใช้ให้นายโดดเล่า มีธุระอะไรก็รีบๆ ว่ามา!”

“เย็นนี้เธอว่างมั้ย?”

“ว่ามาก่อน แล้วฉันจะคิดดูอีกที”

“พอดีมีเรื่องอยากให้เธอช่วยน่ะ และแน่นอนว่าไม่ได้ให้ช่วยฟรี ฉันมีค่าตอบแทน อีกอย่างฉันไม่คิดจะทำอะไรไม่ดีกับเธอ สาบานได้!”

สาบานสามนิ้ว แต่หมอนี่ยกแค่สองนิ้ว บ้าบอ!

“นายทำหน้าไม่ไว้ใจ”

“ฉันดูเลวขนาดนั้นเหรอ?” คนตรงหน้าทำเหมือนจะร้องไห้

“ฉันมีคู่หมั้นแล้วนะ นายยังจะกล้ามายุ่งกับฉันอีก ไม่กลัวหรือไง?”

“ถ้ากลัวแล้วจะมาเหรอครับ บอกแล้วไงว่าอย่าให้เขารู้ ตกลงว่าไปนะ เดี๋ยวเลิกเรียนฉันจะมารับ”

“ยังไม่ได้ตอบตกลงสักหน่อย”

“แปลว่าไม่ไป?”

“ไป”

“เอ้า ฮ่าๆ โอเครๆ ไปก็ไป อ้ะ!” ดอกกุหลาบในมือยังอุตส่าห์ยื่นมาให้อีก “รับไปดิอุตส่าห์ขโมยมาให้เลยนะ”

แล้วใครบอกให้เอามาล่ะวะ!

ฉันรับดอกกุหลาบจากมาร์คกำลังจะเดินออกมา จึงคิดได้ว่าติค่าจ้างยัยเด็กมอต้นนั่นอยู่ เลยหันไปทวงถามเอาจากเขา

“ขอเงินร้อยหนึ่งดิ ยัยเด็กที่นายใช้ขอค่าจ้างกับฉัน”

“เออฉันบอกเองแหละว่าให้ไปเอากับเธอ”

“นายเป็นคนบอกแต่ให้ไปเอากับฉันเนี่ยนะ บ้าบอ! เอามาเลยร้อยหนึ่ง!” เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินจริงๆ

“โธ่ ทำงกไปได้น่า” ปากว่าแต่มือควักธนบัตรในกระเป๋าสตางค์ยื่นให้ฉันร้อยหนึ่ง

พอได้เงินฉันก็เดินกลับไปที่ม้าหินอ่อนข้างสนาม ยัยมอต้นรอฉันอยู่จริงๆ ด้วย พอเห็นฉันเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจใหญ่เลย แถมยังยื่นมือมาตรงหน้าเหมือนรู้ทัน ฉันยื่นธนบัตรหนึ่งร้อยบาทให้อีกฝ่ายพร้อมกับดอกกุหลาบสีแดงสด

“อุ๊ย มีดอกกุหลาบด้วยเหรอคะ?”

“ของแถม”

 

ฉันเดินเข้ามาบนอาคารหลังจากหมดคาบพละ กำลังจะเลี้ยวไปที่ห้องน้ำเห็นคนบางคนเดินออกมาจากห้องเรียนพอดีพร้อมกับหนังสือสองสามเล่มในมือ ฉันที่กำลังจะเดินผ่านไปโดนเขาเรียกไว้เสียก่อน

“เย็นนี้ว่างมั้ย?”

“ไม่ว่าง” ฉันถามตามความจริง

“มีนัดเหรอ?”

“ก็นิดหน่อย แล้วมีอะไร?”

“เปล่า พี่แค่จะชวนเราไปซื้อของ”

“ปกติก็ไปคนเดียวตลอดอยู่แล้ว ทำไมวันนี้ถึงมาชวน” ฉันมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ

“แค่อยากชวนไปเปิดหูเปิดตา กะว่าจะพาไปหาอะไรทานด้วยกัน”

“ไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่ว่าง”

พูดจบก็เดินออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก เหมือนได้ยินเสียงถอนหายใจตามมาจากด้านหลังด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้หันไปสนใจอีก แล้วเดินอ้อมเข้าไปในห้องน้ำเพื่อรอเรียนวิชาต่อไป

 

 

 

sds

 

CR.HAN SO HEE

เอาหน้าคนดื้อมาฝากค้าาาาา

................

ไรท์ละเหนื่อยใจแทนอีพี่ อีน้องก็หาแต่เรื่องทำให้อีพี่น้อยใจจริงๆ แงงงง

อยากเข้าไปปลอบใจครูพี่พัชจุงงง

ฝากติดตามด้วยนะคะะะ ทุกคนนน ขอบคุณค้าาาา

ฝากเพจด้วยน้าา

https://web.facebook.com/Chuchuqlim

 

 

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น