My Flower ดอกไม้ของผม

ตอนที่ 12 : Chapter 7 (100%) :: เป็นห่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 มิ.ย. 63

Chapter 7

ลูบหน้าตัวเองทีไรก็สัมผัสเข้ากับพาสเตอร์ลายน่าเกลียดนี่ทุกที ชื่อหมาน่าเกลียดยังไม่พอหรือไงทำไมต้องยัดเหยียดพลาสเตอร์ลายน่าเกลียดนี่ให้ฉันด้วย

เขาคิดจะปั่นประสาทฉันให้เป็นบ้าตายสิท่า!

“กูละรำคาญพลาสเตอร์บนหน้าผากมึงจริงๆ เมื่อไหร่จะหัวจะหายปูด”

คนข้างๆ ถาม ตอนนี้ฉันโดดเรียนมานั่งเล่นอยู่บนดาดฟ้าโรงเรียนน่ะ ดูเหมือนว่าตรงนี้จะเป็นที่ประจำไปแล้วหลังจากที่โดนครูพละกวาดต้อนหลังอาคารชมรมเก่า น่าเสียดายชะมัดหลังอาคารชมรมถึงม้านั่งมันจะเก่าไป ข้อดีที่ตรงนั้นมันมีต้นไม้เยอะลมพัดเย็นสบายเหมาะใช้สำหรับเป็นที่ซ่องสุม

“กูก็รำคาญไม่แพ้มึงหรอก”

“เอาสักมวนมั้ย?” โบ้ทถามยื่นบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดมาตรงหน้า

“ไม่เอาว่ะ เชิญมึงตามสบาย”

“วันนี้มาแปลกเว้ย ตามใจมึงแล้วกัน”

ไม่ได้มาแปลกหรอก ฉันรู้สึกอาการไม่ค่อยจะดีตั้งแต่ตื่นนอน มันหน่วงท้องเหมือนวันนั้นของเดือนจะมายังไงไม่รู้ ในใจก็ภาวนาว่าอย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย ฉันไม่ได้เอาผ้าอนามัยติดกระเป๋ามาด้วยนี่สิ ถ้าลงไปซื้อก็กลัวว่าจะครูจะเห็นแล้วจดชื่อฉันลง Blacklist อีก

เฮ้อ เป็นผู้หญิงลำบากอะไรขนาดนี้วะ!

“เมื่อไหร่น้ำตาลจะมาว่า เข้าห้องน้ำไปถึงไหน เดี๋ยวครูก็ตามเจอกันพอดี” โบ้ทบ่นพลางพ่นควันออกจากปาก

อายุสิบแปดแต่ริทำตัวเหมือนคนวัยสามสิบ…

“ท้องเสียมั้ง เห็นบ่นว่าปวดท้องตั้งแต่เมื่อเช้า”

ว่าแล้วรู้สึกหน่วงๆ ขึ้นมาอีกแล้วแฮะ ไปนั่งพักหน่อยดีกว่า

“จะไปไหน?”

“กูรู้สึกปวดหน่วงๆ ว่ะ ขอไปนั่งพักก่อนนะ”

ทีนี้ไม่ใช่หน่วงธรรมดาแต่มันเริ่มปวดมากขึ้น จนต้องเลื่อนมือขึ้นมากุมหน้าท้องเอาไว้

“เป็นไรมากเปล่าวะ หน้ามึงดูซีดๆ”

“ไม่เป็นไร”

คิดว่าเป็นแล้วล่ะ มันเริ่มเคลื่อนตัวแล้ว

“แน่ใจนะ?” โบ้ทเดินเข้ามาถามย้ำด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“กูไม่แน่ใจ…” ฉันลุกขึ้นจากม้านั่งทันที เพื่อเดินไปที่ประตู “วันนั้นของเดือนกูมาแน่ๆ”

“จริงดิ แล้วมึงมีไอ้นั่นหรือเปล่า?”

“ไม่มี กูฝากมึงบอกให้น้ำตาลลงไปซื้อให้กูได้ป่ะ บอกว่ากูรออยู่ห้องน้ำชั้นสามนะ” หันมาสั่งโบ้ทแล้วก็เปิดประตูเดินลงบันไดออกมาทันที เพื่อตรงไปยังห้องน้ำหญิงชั้นสามอีกฟากของอาคาร ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะการก้าวเดินของฉันในแต่ละก้าว

เจ็บปวดเหมือนโดนเอามีดมากรีดท้องแล้วควักไส้ออกมา ฝ่ามือเย็นชืด เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผากชุ่มชื่นอย่างกับไปวิ่งมา ไม่กี่สิบเมตรจะถึงห้องน้ำหญิงที่อยู่อีกฟากของอาคาร ทว่าในความรู้สึกทรมานของฉันในตอนนี้มันให้ความรู้สึกไกลเป็นพันกิโลฯ

หมับ!

ข้อมือของฉันโดนคว้าเอาไว้โดยใครบางคนที่อยู่ด้านหลัง พอหันกลับไปมองก็พบกับสายตาคมกริบ

“โดดเรียนอีกแล้วสินะ” อีกฝ่ายพ่นลมหายใจออกมาด้วยความระอาใจสุดๆ

และนั่นทำให้ฉันไม่พอใจ สะบัดมือของเขาออกอย่างแรง

“คาบคณิต ไม่ใช่คาบวิทยาศาสตร์ อย่ามาทำเป็นเหนื่อยใจหน่อยเลยน่า”

ไม่ไหวแล้ว ขาฉันเริ่มยืนไม่ไหวแล้ว!

“จะคาบไหนก็ไม่ควรโดดเหมือนกันนั่นแหละ กลับไปห้องได้แล้วครับ”

“อย่ามาสั่ง” ฉันว่าแล้วหมุนตัวกลับไป

กำลังจะเดินต่อแต่ข้อมือก็โดนเขาคว้าไว้อีก แม้โดนกระชากด้วยแรงที่ไม่มากนัก และเพราะด้วยแข้งขาอ่อนแรงจวนจะทรุดลงพื้นอยู่รอมร่อ จึงทำให้ไหล่ของฉันกระแทกกับแผ่นอกของเขาเบาๆ

เป็นครั้งแรกที่เราใกล้กันขนาดนี้

ฉันเงยหน้ามองด้วยความหงุดหงิด

…เจ็บเหลือเกิน ฉันเลยด่าไม่ออก!

“ทำไมถึงหน้าซีดขนาดนี้ ไม่สบายหรือเปล่า”

อีกฝ่ายถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พยายามยื่นมือมาแตะหน้าผากของฉัน แต่ฉันไม่ปล่อยให้เขาทำแบบนั้น จึงปัดมือเขาออกไปแรงๆ

“ไม่ต้องมายุ่ง กลับไปสอนเถอะ ฉันจัดการเองได้” แม้แต่เสียงที่เปล่งออกมายังยากลำบาก

ไอ้เมนส์บ้า! แกจะใจดีกับฉันหน่อยไม่ได้หรือไง ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ บอบบางคนหนึ่งเท่านั้นเอง ทำไมถึงได้ใจร้ายกับฉันขนาดนี้

“ไปห้องพยาบาลดีกว่ามั้ยคะ?” โดนฉันโมโหใส่ขนาดนั้นแต่เขายังใช้น้ำเสียงอ่อนโยนพูดกับฉันเสมอ แถมยังทำสีหน้าเป็นห่วงอีกต่างหาก

เกลียดที่สุดเลยสีหน้าแบบนี้!

“เลิกทำสีหน้าแบบนั้นได้แล้ว ปล่อยมือด้วย ฉันจะไปห้องน้ำ!”

“แต่พี่ว่า…”

“ปล่อยไง!”

พอเป็นอิสระฉันก็รวบรวมแรงที่เหลือวิ่งออกมาทันทีโดยไม่ฟังเสียงเป็นห่วงที่ร้องเรียกตามจากด้านหลัง พอมาถึงห้องน้ำฉันก็เปิดประตูเข้านั่งแล้วปิดประตูล็อกกลอนไว้แน่นหนา

ลูกผู้หญิงมักเข้าใจหัวอกของลูกผู้หญิงด้วยกันเป็นอย่างดี ความรู้สึกเจ็บปวดระหว่างเป็นประจำเดือนที่แสนทรมานไม่ต่างอะไรกับอกหักครั้งแรก และสุดท้ายก็ตามมาด้วยคำถามมากมายว่า ปวดท้องอึ หรือปวดท้องเมนส์กันแน่!

ก็อกๆ!

เสียงเคาะประตูห้องน้ำห้องที่ฉันเข้าอยู่ดังขึ้น

“มีคนเข้าอยู่” ฉันว่า

“เออ รู้แล้ว เอาผ้าอนามัยมั้ยมาให้ จะเอามั้ย?!”

“เฮ้ยๆ เอาๆ” ฉันแง้มประตูไปรับห่อผ้าอนามัยมาจากน้ำตาล แล้วจัดการใส่มันทันที “ไอ้โบ้ทเป็นคนบอกมึงเหรอ?”

ฉันบอกโบ้ทฝากบอกให้น้ำตาลซื้อมาให้นี่น่า คงจะเป็นมันนั่นแหละ!

“ไม่อะ”

“อ้าว แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่นี่”

“ครูพี่พัชบอกกู” ชื่อของบุคคลที่สามทำเอาฉันชะงัก จนพูดไม่ออก “เอาเงินให้กูไปซื้อด้วยอะ”

“…”

“นี่ กูไปรอข้างนอกนะ เสร็จแล้วตามออกมาแล้วกัน!”

“เออๆ ขอบคุณมาก!”

บ้าจริง! เขารู้ได้ไงว่าฉัน… โอ้ย! ช่างมันเถอะ รอดมาได้ก็ดีแล้ว ลืมๆ!

 

สรุปแล้วโบ้ทยังไม่ได้บอกน้ำตาล เพราะน้ำตาลไม่ได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าเพราะโดนเขาวานให้ไปซื้อผ้าอนามัยแล้วเอาไปให้ฉันในห้องน้ำอย่างที่เห็นนั่นแหละ

กลับบ้านมาฉันก็ตรงดิ่งขึ้นมาบนห้องเพราะอาการปวดท้อง ไม่แม้แต่จะสนใจเจ้าลูกหมาชื่อน่าเกลียดที่กระดิกหางวิ่งตามมา ทิ้งตัวลงกับเตียงและไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตื่นมาอีกทีรู้สึกอยากกินอะไรหวานๆ ทว่าเวลาล่วงเลยมาสามทุ่มกว่าแล้วเลยเปลี่ยนใจไม่กิน แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำกะจะอ่านหนังสือต่อสักหน่อย

ปกติฉันไม่ชอบทานข้าวเย็นอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาเวลาหิวตอนกลางคืน ยกเว้นวันนั้นของเดือนที่จะชอบกินจุกจิกกว่าปกติ

อยากกินอะไรเย็นๆ หรือไม่ก็คุกกี้สักชิ้นจัง

Rrrrr~

เสียงข้อความเข้า?

ฉันหยิบโทรศัพท์มาเปิดอ่านพบว่าเป็นข้อความจากเจ้าของห้องตรงข้าม

 

‘พี่ลืมบอก’

‘พี่ซื้อพุดดิ้งไว้ในตู้เย็นนะคะ’

 

พูดถึงของหวานของหวานก็มาอย่างกับมียานทิพย์อ่านใจได้

ผู้ชายคนนี้น่าโมโหมั้ยล่ะ!

ฉันมองข้อความสองประโยคปรากฏในหน้าจอโทรศัพท์อยู่นานพอสมควร ชั่งใจว่าจะส่งกลับไปหรือเปล่า ผ่านไปหลายนาทีจนแล้วจนรอดฉันก็ระบายนิ้วกดพิมพ์ส่งข้อความกลับไปด้วยความหงุดหงิดนิดหน่อย

 

‘ถ้วยเดียว?’

 

ไม่นานข้อความก็ถูกส่งกลับมาอีก

 

‘สามครับ’

‘มีเค้กมะพร้าวอ่อนด้วยสองชิ้น’

 

เห็นข้อความที่เขาส่งมาก็ได้แต่กำหมัดแน่น เขากำลังเล่นสงครามประสาทกับฉันสินะ แล้วอาวุธที่เขากล้าใช้ในสนามรบครั้งนี้คือของหวานที่ฉันอยากทานพอดีซะด้วย ฉันพิมพ์ข้อความส่งไปหาเจ้าตัวอีกครั้ง ส่งปุ๊บฉันก็โยนทิ้งโทรศัพท์ลงบนเตียงปั๊บ!

 

‘ไม่มีเงินจ่ายหรอกนะ’

 

เสียงข้อความส่งกลับมาอีกครั้ง…

 

‘ไม่เก็บเงินครับ’

‘J’

 

เห็นว่าพุดดิ้งอยู่ได้ไม่เกินสามวันกับเค้กที่อยู่ได้ไม่เกินสองวันหรอกนะ ของหวานอายุสั้นขนาดนั้นยิ่งต้องรีบไปจัดการมันให้เรียบร้อย

ไฟในครัวสว่างวาบพร้อมกับร่างบางในชุดนอนขายาว มือกุมหน้าท้องด้วยความเจ็บปวด ค่อยๆ เดินเข้าไปเปิดตู้เย็น เมื่อเปิดออกมาพบกับถ้วยพุดดิ้งสีเหลืองอ่อนสามถ้วยกับเค้กมะพร้าวอ่อนสองชิ้นอย่างที่เขาบอกจริงๆ

ฉันหยิบพุดดิ้งมาสองถ้วยกับเค้กอีกหนึ่งชิ้นออกมาพร้อมกับน้ำเปล่าสองขวด หวังจะเอาไปกินบนห้องระหว่างอ่านหนังสือไปด้วย ขณะกำลังจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง ฉันเหลือบไปยังประตูห้องฝั่งตรงข้าม ไฟที่สว่างลอดช่องประตูออกมาทำให้รู้ว่าอีกคนยังไม่นอน

ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรที่อยู่ๆ ก็เดินเข้าไปเคาะประตูห้องของเขา

ไม่ถึงสองวินาทีคนตัวสูงก็เปิดประตูออกมาทำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

ฉันไม่พูดพร่ำทำเพลงยื่นถ้วยพุดดิ้งไปตรงหน้าเขากับน้ำเปล่าเย็นๆ หนึ่งขวด

“อะไรเหรอคะ?”

“ก็แค่หยิบมาเกิน เอาไปสิ”

“หยิบมาเกินหรือตั้งใจหยิบมา” เขาคลี่ยิ้ม สองมือยื่นมารับขวดน้ำและถ้วยพุดดิ้งจากมือฉัน

“ฉันตั้งใจหยิบมา” ฉันกดเสียงต่ำ จ้องเขาเขม็ง “เพราะฉันไม่ยอมอ้วนคนเดียวหรอก นายเป็นต้นเหตุให้น้ำหนักฉันขึ้น เพราะฉะนั้นก็อ้วนๆ ไปซะ!”

“ดีค่ะ อ้วนไปด้วยกัน”

“ไอ้บ้า!” โมโหจริงๆ ด่าขนาดนี้ยังมีหน้ามายิ้มได้อีก!

“โห คราวนี้ถึงบ้าเลยเหรอ ไม่เบื่อเหรอคะเอาแต่ด่าพี่เนี่ย”

“พูดมาก กลับไปนอนอู้เลยไป”

“นอนอู้ที่ไหนพี่ทำแผนการสอนอยู่ต่างหาก ว่าแต่เราเถอะรีบกินแล้วก็รีบนอนนะคะ เดี๋ยวไม่สบาย”

ฉันไม่สนใจสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยเกินเหตุของอีกฝ่าย แล้วเดินมาเปิดประตูเข้ามาในห้องของตัวเอง วางของทั้งสามชิ้นไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ แล้วทรุดตัวนั่งเก้าอี้ เมื่อกี้ฉันเห็นเจ้าลูกหมานอนคดอยู่บนเตียงของเขาตอนเหลือบไปมองด้านในพอดี

ไม่นึกเลยว่าแม้แต่ลูกหมาที่ฉันอุตส่าห์สงสารเก็บมาเลี้ยงยังทรยศฉันได้!

ติดเขางอมแงมกว่าฉันเสียอีก!

น่าโมโหจริงๆ!

 

-01:50 AM-

ย่างเข้าตีสองแล้วแต่ฉันยังนอนไม่หลับ รู้สึกว่าอาการปวดท้องประจำเดือนมันหนักขึ้นจนฉันรู้สึกมึนหัวไปหมด ลุกขึ้นเข้าห้องน้ำสองรอบแล้วกลับมาทิ้งตัวนอนลงบนเตียงใหม่อีกครั้ง พยายามหลับตาและนับแกะก็ยังไม่หลับอยู่ ทรมานจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว…

มีโรงพยาบาลไหนรับบริจาคมดลูกหรือเปล่า ถ้ามีช่วยติดต่อฉันมาด่วนเลย!

ทำไงดี มันเจ็บจนนอนไม่หลับ!

ฉันหยิบโทรศัพท์บนชั้นหนังสือขึ้นมาเปิดดูอะไรเรื่อยเปื่อย จนมาหยุดอยู่ที่บทสนทนาของใครบางคนที่ฉันยังไม่ได้พิมพ์ตอบกลับไป

ดึกป่านนี้นอนหลับแล้วมั้ง…

พอปิดหน้าจอ วางไว้ข้างตัวแต่ก็หยิบขึ้นมาใหม่อีก เป็นแบบนี้อยู่สองสามรอบ สุดท้ายก็พิมพ์ตอบกลับไปด้วยความตื่นเต้น

แล้วทำไมฉันต้องตื่นเต้นด้วยล่ะ!

 

‘นอนรึยัง’

 

ห้านาทีผ่านไปไม่มีปรากฏข้อความว่าอ่านแล้วฉันจึงถอดใจวางมันไว้ข้างๆ ก่อนจะถอดหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงหางตาอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้วฝืนหลับตานอนหน่อยไม่ได้หรือไงกัน

อดทนหน่อยนะ ยัยเฟิร์นเธอเก่งอยู่แล้ว!

 

Rrrr~

เสียงข้อความส่งกลับมา ฉันหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน

 

‘กำลังจะนอนค่ะ’

‘มีอะไรหรือเปล่า?’

 

‘มีอะไรหรือเปล่า?’ ฉันมีอะไรหรือเปล่านะถึงได้ส่งข้อความหาเขาทั้งที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะทำแบบนั้น จะพิมพ์ตอบกลับไปว่ายังไงดีล่ะ ‘ฉันปวดท้อง’ เหรอ’ นอนไม่หลับ’ เหรอ เหตุผลฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย

 

‘ไม่มีอะไร นอนเถอะ’

.

‘ฝันดีครับ’

‘J’

 

ลมหายใจถูกพ่นออกมาเป็นครั้งที่สองร้อยได้แล้วมั้ง พอทิ้งโทรศัพท์ลงข้างตัวฉันก็เด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ความเจ็บปวดทรมานมันก่อกวนฉันจนนอนไม่หลับ เลยกะจะลงไปหาอะไรดูข้างล่างรอจนกว่าจะเช้าค่อยกลับขึ้นมานอนต่อ คิดไว้ว่าพรุ่งนี้จะไม่ไปโรงเรียนด้วย

ฉันเปิดไฟตั้งแต่ห้องรับแขกยันห้องครัว เพื่อให้ความสว่าง ฉันไม่ได้กลัวผีแต่ไม่สันทัดกับความมืด สว่างๆ ไว้น่าจะปลอดภัยกว่า

ช่องรายการโทรทัศน์เปลี่ยนไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเบาๆ

“ทำไมไม่นอนล่ะคะ”

ฉันเงยหน้ามองร่างสูงที่เดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งโซฟาข้างๆ “ฉันนอนไม่หลับ แล้วนายล่ะไหนบอกว่าจะนอนแล้วไง”

“พี่ได้ยินเสียงคนเปิดทีวีเลยเดินลงมาดู แล้วนอนไม่หลับเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า หื้ม?”

“ไม่ได้เป็นอะไร” ฉันว่า พ่นลมหายใจออกมา แค่พูดเบาๆ ยังเจ็บสะเทือนไปถึงไส้ติ่ง!

เฮ้ออ เป็นผู้หญิงนี่มันลำบากจริงๆ!

“ไม่เป็นอะไรทำไมหน้าซีดจัง เหงื่อออกด้วย ไหนให้พี่ดูหน่อย” เขาพยายามยื่นมือมาแตะบนหน้าผากของฉัน ทว่าฉันเบี่ยงตัวหนีก่อนขณะเดียวกันก็ปัดป้องฝ่ามือหนาที่พยายามยื่นเข้ามาใกล้ออกไปด้วย

“ฉันบอกว่าไม่เป็นอะไรไง เลิกเซ้าซี้เถอะน่า”

“อย่าดื้อสิ หน้าซีดขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นอีก พี่รู้ว่าหนูไม่ชอบให้พี่แตะต้องตัว หรือเข้าใกล้ แต่สภาพตอนนี้ไม่น่าดูเลยนะ มานี่!” เป็นครั้งแรกที่เขาขึ้นเสียง พร้อมกับแววตาคมกริบน่ากลัวมองฉันอย่างไม่พอใจ

“นายนั่นแหละพอได้แล้ว!!” ฉันตะคอกกลับทั้งน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม คนตรงหน้าชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง

“…”

เช่นเดียวกับฝ่ามือใหญ่ ตอนนี้ชะงักค้างอยู่เหนือใบหน้าฉันแค่ไม่กี่เซนติเมตร เห็นแบบนั้นฉันเลยยื่นมือเข้าไปจับแล้วเลื่อนมาแตะตรงหน้าผากอย่างที่เขาต้องการจะทำ

“เห็นมั้ย ฉันไม่มีไข้ เลิกทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมได้แล้วน่า…” ฉันปล่อยมือจากฝ่ามืออุ่นๆ ของเขา แล้วเอนตัวไปด้านหลัง

“แล้วทำไมต้องร้องไห้ พี่ใจไม่ดีนะ”

“ก็แค่ปวดท้องนิดหน่อย”

“ปวดท้อง?” เขาทวนคำพูด

“เรื่องของผู้หญิง ผู้ชายอย่างนายจะไปเข้าใจอะไร ไปๆ กลับขึ้นไปนอนเถอะ ฉันจะอยู่จนถึงเช้า แล้วก็จะขาดเรียนด้วย…”

ไม่ทันพูดจบคนตัวสูงกว่าลุกขึ้นจากโซฟาเดินออกไปทันที ฉันไม่ได้มองตามเขาออกไป เพราะรู้ดีกว่าคนรักการสอนอย่างเขาไม่มีทางอยู่เป็นเพื่อนฉันถึงเช้าแน่ๆ ดีแล้วล่ะที่ไม่ได้เอ่ยปากขอเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นั่นออกไป แล้วทำไมฉันต้องอยากร้องไห้ด้วย… แค่ อยู่คนเดียวทำไมต้องเศร้าขนาดนี้ด้วยล่ะ!

ผ่านไปประมาณสามสิบนาทีได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาอีกครั้ง พอลืมตาขึ้นก็เห็นคนตัวสูงนั่งอยู่ข้างๆ มีถุงร้อนอยู่ในมือ…

 

 

sds

​CR.HAN SO HEE

ฝากกกยัยคนดื้อด้วยนะคะ

ช่วงจากนี้ก็จะหวานๆ ขึ้น พี่เขาเอาใจน้องเก่งมากค้าาาา 3 3

.....................

อัพแล้วนะค้าาาาาาาาา

ฝากติดตามด้วยนะคะ

ฝากเพจด้วยนะค้าาา 3 3

https://web.facebook.com/Chuchuqlim

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น