My Flower ดอกไม้ของผม

ตอนที่ 1 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

Chapter 1

‘เป็นคู่หมั้นกันก็จริง แต่เราเป็นครูกับนักเรียนนะ จะรักกันได้เหรอวะ’ – เฟิร์น

‘ถ้าหนูรู้สึกอึดอัด พี่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว’ – พัช

ดาดฟ้าโรงเรียนสวยจังแฮะ มันยิ่งสวยขึ้นไปใหญ่เมื่อเงยขึ้นไปมองมันตอนโดดเรียนแบบนี้…

“เวลาเท่าไหร่แล้ววะ เลิกเรียนยัง”

เจ้าของผมยาวสลวยพูดพลางอ้าปากหาวยาวถึงดาวอังคาร

เป็นสาวเป็นนางอ้าปากกว้างเท่ากับท่อระบายน้ำ หมดอารมณ์ชื่นชมท้องฟ้าสีสดใสเลยวะ

แม้ว่าจะเป็นเวลาเรียนแต่ฉันก็ชอบขึ้นมานอนเล่นอยู่ที่ดาดฟ้าของโรงเรียนเป็นประจำ เพราะมีบางคนที่ฉันไม่อยากเห็นหน้าในเวลานี้ ถ้าเกิดเห็นเข้าละก็ท้องไส้จะม้วนเป็นโรตี แล้วลมในกระเพาะก็จะตีขึ้นมาทางปาก จบด้วยอ้วกแตก รู้สึกอึดอัดทรมานฉิบหายเลย!

วิ่งหนีเป็นสิ่งที่ฉันทำเป็นประจำ

แต่ไม่รู้จะหนีไปได้สักกี่น้ำ รู้แหละว่าสักวันก็ต้องเจอ

แต่ตอนนี้มีแรงหนีได้ ก็ขอหนีหน่อยเถอะ

“นอนต่อเถอะ ถึงเวลาเดี๋ยวกูปลุก”

“เออ อย่าลืมปลุกกูล่ะ” น้ำตาลเพื่อนสนิทของฉันเอง

ยัยนี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับฉัน เพราะชวนมันโดเรียนทีไรไม่เคยปฏิเสธเลย

อยากดึงมันมาจูบปากสักสองป้าบแต่เกรงใจฟ้าดินจะผ่าหัวเอา

“มองมึงแล้วกูละทึ่ง”

“พูดไรของมึง” ฉันหันไปถามคนด้านหลัง

“เป็นหัวหน้าห้องเห็นแต่ตามเพื่อนไปเรียน นี่ชวนกูโดดเรียน กูละว้าวซ่ามาก มีที่ไหนวะคนแบบนี้”

“แล้วมึงชอบป่าวล่ะ?!” ฉันยิ้ม เลิกคิ้วกวนๆ ถามมัน

“ไอ้ชอบอะชอบอยู่หรอก แต่โดดบ่อยๆ กูก็กลัวหมดสิทธิ์สอบเหมือนกันนะ”

“ห้าครั้งหมดสิทธิ์สอบ แต่กูเพิ่งพามึงโดสามครั้งเอง เหลือตั้งสองครั้ง”

“แล้วถ้าครบห้าครั้งมึงจะทำยังไง มึงจะเข้าเรียน?”

ถึงแม้ไม่ได้หันไปมอง ก็สามารถเดาได้จากน้ำเสียงเอือมระอาเต็มทน สีหน้าคงเหนื่อยหน่ายไม่แพ้กับน้ำเสียงของมัน

หรือไม่ก็เบ้ปากไปถึงดวงจันทร์ จบด้วยกลอกตามองบนไปถึงดาวเสาร์

“กูไม่รู้ ยังไม่ได้คิด รอให้ครบห้าครั้งก่อน” พูดแล้วทอดสายตามองไปข้างหน้า

จากดาดฟ้าที่ฉันอยู่สามารถมองเห็นสนามฟุตบอล สนามบาส ของโรงเรียนได้สบายๆ

รู้สึกว่าวิววันนี้สวยผิดปกติ บวกกับลมเย็นๆ พัดโชยมาบรรเทาความว้าวุ่นในใจได้ดีเลยทีเดียว

“มึงจะหนีแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่?”

“หนีอะไร กูไม่ได้หนี”

“ไม่ได้หนี แต่โดดเรียนทุกคาบที่เขาสอนเนี่ยนะ”

“…”

จากวิวสวยๆ ท้องฟ้าสีสดใส เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มฝนทันที เมื่อน้ำตาลเอ่ยถึงบุคคลที่สามขึ้นมา

“กูจะบอกอะให้ มึงหนีไปก็เท่านั้นแหละ ไม่เจอที่โรงเรียนก็เจอกันที่บ้านอยู่ดี กลับไปเผชิญหน้าไม่ดีกว่าเหรอวะ”

“ช่างเหอะน่า กูรู้อยู่แล้วล่ะว่าต้องเจอกับอะไร แต่ตอนนี้กูมีแรงหนี อยากหนีเท่าแรงที่กูมี อนาคตที่ยังมาไม่ถึงจะไม่พูดถึงมัน”

“เออเรื่องของมึงแล้วกัน แต่ถ้าครบห้าครั้งแล้วต้องมาคนเดียวนะ กูยังอยากมีสิทธ์สอบอยู่”

“กูยังไม่ได้บอกเลย ว่ากูจะโดด”

“มึงว่าอะไรนะ กูไม่ได้ยิน”

“เปล่า กูบอกว่าอากาศน่านอนดี”

“ไม่น่านอนมึงคงไม่มาหรอก” เสียงทุ้มดังขึ้นหน้าประตู

ฉันกับน้ำตาลหันไปพร้อมกัน เห็นร่างสูงเดินเข้ามาในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย แววตาคมกริบมองฉันกับน้ำตาลสลับกัน ริมฝีปากคลี่ยิ้มด้วยความมากเล่ห์

หมอนี่ชื่อโบ้ท เพื่อนห้องเดียวกับฉัน เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฉันสนิท สามารถคุยได้ทุกเรื่อง ไม่แปลกที่โดนมันเรียกด้วยสรรพนามสนิทสนมแบบนั้น

“แล้วมึงมาทำอะไรล่ะ จดชื่อพวกกูไปให้ครูฝ่ายปกครอง?” น้ำตาลถามด้วยน้ำเสียงเสียดสีอยู่ในที

“กูคนดี ไม่ทำแบบนั้นหรอก มึงก็รู้ว่ากูไม่ถูกกับครูฝ่ายปกครอง จะเสนอหน้าไปให้โดนด่าทำซากทำไมล่ะ!”

อีกไม่นานคงมีชื่อของฉันใน Blacklist เหมือนไอ้โบ้ทอย่างไม่ต้องสงสัยถ้ายังโดดเรียนอยู่แบบนี้

“แล้วมึงมาทำไมล่ะ”

“กูมาสูบบุหรี่”

“ขอกูด้วยดิ” ฉันว่าสีหน้าเรียบเฉย

“เฮ้ย! เด็กเส้น ถ้ากูให้มึงกูก็โดนไอ้ครูพี่พัชเตะกูน่ะสิ ครั้งก่อนเพิ่งหายบวม คนห่าอะไรแข้งใหญ่ชะมัด!”

“โหดกว่าที่คิด” น้ำตาลว่า

“ก็เขาหวงของเขา” ตามด้วยไอ้โบ้ท

“หุบปากเถอะน่า อย่าพูดถึงหมอนั่นได้มะ ฟังแล้วแสลงหูยังไงไม่รู้”

หมดอารมณ์ชื่นชมท้องฟ้าไม่พอ ยังหมดอารมณ์สูบบุหรี่ด้วยเหรอเนี่ย

บัดซบสิ้นดี!

“ว่าแต่มึงมานี่ไม่มีใครตามมาแน่นะ”

“ไม่นี่ กูมาคนเดียว” โบ้ทว่าเนือยๆ หยิบบุหรี่ออกจากซองคาบไว้ริมฝีปาก จากนั้นล้วงไฟแช็กขึ้นมาจุด เพียงเสี้ยววินาทีควันสีขาวก็ถูกพ่นออกมาทางจมูกและทางริมปาก ไม่เกิดอาการสำลักเลยแม้แต่น้อย ชักจะทำตัวเกินเด็กไปแล้วนะหมอนี่

“ตอนแรกอะนะ”

“หมายความว่ายังไงตอนแรกของมึงเนี่ย” น้ำตาลถามด้วยสีหน้าสงสัย ไม่ต่างอะไรกับฉัน

“ก็ตอนแรกกูมาคนเดียว แต่เมื่อกี้กูเจอไอ้ครูพี่พัช เดินเข้ามาถามหาพวกมึง”

“แล้ว?”

รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ไล่ขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงสันหลัง อยู่ๆ ลำคอก็เหือดแห้งขึ้นมาเสียดื้อๆ หัวใจเต้นแรงรอฟังคำตอบ

“กูบอกว่ากำลังจะมาหาพวกมึง แล้วเขาก็เลยตามกูมา”

“ไอ้เหี้ยโบ้ท!”

“ไอ้เวร! กูอุตส่าห์หนีมา มึงจะพาเขามาทำไม”

ฉันเดินเข้าไปกระซิบมันเสียงแข็ง จ้องมันเขม็งให้อีกฝ่ายรู้ว่าฉันไม่พอใจ

“กูไม่ได้พามา เขาตามกูมา”

“มันต่างกันตรงไหน…” ไม่ทันพูดจบ ร่างสูงที่แอบอยู่มุมประตูก็ปรากฏตัวขึ้น ฉันมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาคมคายของผู้มาใหม่ พร้อมด้วยแววตาคมกริบที่เสมองมาที่ฉันเต็มไปด้วยความไม่พอใจนัก ได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาแรงๆ

“เด็กเส้นอย่างมึงจะกลัวทำไมไอ้เฟิร์น เขาเป็นคู่หมั้นมึงนี่ แล้วก็เป็นครูฝ่ายปกครองด้วย ไม่โดน Blacklist หรอกน่า”

“กูแคร์เรื่องนั้นซะเมื่อไหร่ล่ะ กูแคร์ที่ตรงนี้ต่างหาก ถ้าเกิดเขาปิดตายประตูขึ้นมา แล้วกูจะซุกหัวที่ไหนตอนโดดเรียนครั้งต่อไป” ฉันพูดเสียงลอดไรฟันกว่าเดิม

ขณะเดียวกันเห็นร่างสูงเดินเข้ามาทางหางตา ทำเหมือนกำลังใจเย็น แต่สัมผัสได้ถึงความหนักใจที่แพร่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่

“ถ้ายากก็ไม่ต้องโดดเรียนสิวะ” โบ้ทกระซิบกลับมา พ่นควันบุหรี่ใส่หน้าฉันเต็มๆ

ดีหน่อยที่ฉันมีภูมิคุ้มกัน ควันหนาแค่นี้ไม่ระคายเคืองจมูกหรอก

“ทุกคนกลับไปที่ห้องได้แล้ว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น

ไล่สายตาคมกริบมองพวกเราทีละคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ฉัน

“ขอบคุณนะคะครูพี่พัช”

“ไงผมไปก่อนล่ะ…” ก่อนจะไปไอ้โบ้ทก็หันกลับมาพูดกับเขา “เออนี่พี่ผมไม่ได้ให้บุหรี่กับไอ้เฟิร์นสักมวนเลยนะอย่าเข้าใจผิด”

“แต่นายก็พ้นใส่หน้าเขาไม่ใช่เหรอ”

“นั่นไม่นับครับผม”

“เออๆ จะไปไหนก็ไป”

ไล่แล้วจะอยู่ทำไมล่ะเนอะ ฉันเดินเลี่ยงคนตัวโตเพื่อตามทั้งสองคนออกมา

“ยกเว้นหนู ที่ยังไปไม่ได้” เสียงดังขึ้นพร้อมกับข้อมือที่เขาคว้าเอาไว้

ฉันไล่สายตามองฝ่ามือใหญ่ที่ถือวิสาสะจับข้อมือฉันด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกดต่ำ

“ปล่อย”

มีเพียงแววตาเรียบนิ่งมองกลับมา แต่เขาก็ยอมปล่อยมือจากข้อมือของฉันอย่างว่าง่าย

“เป็นหัวหน้าห้องแต่กลับโดดเรียนแบบนี้ไม่ดีเลยนะ รู้อยู่ว่าไม่ชอบกัน แต่ก็น่าจะอดทนเรียนหน่อย เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงไม่ทำให้ใจขาดตายหรอกครับ”

“ยุ่งไรด้วย ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉันน่า”

ลมหายใจระบายออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ไม่ชอบใจนักที่โดนอีกฝ่ายสอน

“ไม่ห่วงคงไม่บอกหรอกครับ โดดเรียนบ่อยขนาดนี้ไม่มีสิทธิ์สอบขึ้นมาจะแย่เอานะ อีกอย่างสูบบุหรี่ผิดกฎโรงเรียน”

“เมื่อกี้หูหนวกหรือไง ไอ้โบ้ทก็บอกอยู่ว่าไม่ได้ให้บุหรี่กับฉัน จะบ่นทำไมล่ะ ทำตัวน่ารำคาญชะมัด”

พ่อก็ไม่ใช่ บ่นอยู่ได้ น่ารำคาญสิ้นดี!

“รำคาญเหรอครับ”

น้ำเสียงเจือปนความน้อยใจ แต่ใครจะไปสนล่ะ ทำตัวน่าเบื่อขนาดนี้ เอียนจะบ้าตายอยู่แล้ว

“ใช่ น่ารำคาญมาก”

ลมหายใจระบายออกมาอีกครั้ง เซมองทางอื่นเพื่อหลบเลี่ยงอะไรบางอย่างที่อาจเป็นเหตุให้จิตใจของฉันว้าวุ่นไม่อยู่กับตัว

ฉันเบื่อ…

เบื่อสายตามั่นคง เบื่อริมฝีปาก เบื่อคิ้วหนา เบื่อจมูกโด่งรั้น เบื่อน้ำเสียงทุ้มต่ำ เบื่อทุกอย่างที่เป็นเขา

“ถ้ารำคาญพี่นัก ก็เลิกทำร้ายตัวเองสิครับ พี่จะได้เลิกบ่นสักที”

“ทำร้ายตัวเอง ฉันทำร้ายตัวเองตรงไหน” ฉันหันกลับไปมองหน้าเขา

“ทำร้ายตัวเองด้วยการโดดเรียนนี่ไง ไม่ตั้งใจเรียนอย่างน้อยเข้าไปเช็คชื่อยังดี ไม่ใช่โดดมานั่งเอื่อยอยู่แบบนี้ ไม่เห็นแก่พี่ก็เห็นแก่อนาคตของตัวเองหน่อย”

“บ่นพอหรือยัง จะได้ไปสักที”

“ครับ”

สิ้นเสียงทุ้มฉันก็หมุนตัวเดินผ่านคนตัวโตออกไป รู้ทั้งรู้ว่าบ่นไปก็เท่านั้น ยังบ่นอยู่ได้…

 

...........................................

ฝากติดตามเด็กเอาแต่ใจด้วยนะค้าาาาาาาาาาาาาาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น