[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 6 : Chapter 6 :: มันเกิดอะไรกับ...หัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 859
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 ก.พ. 56

Chapter 6 :: มันเกิดอะไรกับ...หัวใจ

 

                กระดาษเอสี่ในมือถูกขยำจนไม่เหลือเค้าเดิมของมันแม้แต่น้อย รอยยิ้มถูกริบคืนไปจากใบหน้าหวาน หลงเหลือเพียงความเคียดแค้นชิงชังที่มีอยู่เต็มหัวใจ

                “มี๊จ้างบอดีการ์ดมาดูแลพี่ฮั่นอย่างนั้นสินะ” ดวงตาที่ปกติมีแต่ความสดใสตอนนี้กลับเต็มไปด้วยไฟแค้นที่เธอจุดขึ้นเองและไม่ยอมให้มันดับ คนของเธอยืนกุมมือสงบเสงี่ยมอยู่กลางห้องด้วยความหวาดเกรง คุณหนูที่ภายนอกดูไร้เดียงสาและสดใส แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความร้ายกาจอย่างคาดไม่คิด

                “ครับคุณหนู นายธนทัตอะไรนี่เป็นบอดีการ์ดที่แม่คุณฮั่นจ้างมาครับ ตอนนี้คงระวังตัวแจ ผมคิดว่าเราคงทำอะไรมันได้ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน เพราะจากประวัตินายคนนี้ มันเป็นบอดีการ์ดฝีมือดีเชียวครับ”

                “ฝีมือดีแค่ไหนกัน” หญิงสาวตอบเมินๆ

                “ดีไม่ดีก็ถึงขนาดทำให้ไอ้ฮั่นมันไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าเจ็บตัวนิดๆหน่อยๆทั้งๆที่รถพังยับเยินไม่เหลือชิ้นดีไงหลาน...” เสียงทุ้มกังวานของคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ทำให้ผู้หญิงคนเดียวในที่นี้ลุกขึ้นไปหา มือเรียวเล็กแตะลงบนแขนอย่างเอาอกเอาใจ

                “คุณลุงมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” น้ำเสียงที่เธอเก็บไว้ใช้เฉพาะกับบางคนเท่านั้นถูกขุดขึ้นมาใช้อีกครั้ง คนเป็นลูกน้องได้แต่แอบถอนหายใจกับการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังส้นเท้าของคุณหนูของบ้าน

                “ก็มาถึงตอนที่หลานทำเสียงเหมือนประมาทนายบอดีการ์ดอะไรนั่นอยู่นั่นแหละ ลุงบอกแล้วใช่มั้ยว่าคิดจะทำการใหญ่ห้ามประมาทอะไรทั้งนั้น พลาดมาแล้วครั้งนึงยังไม่จำอีกหรือไง” หางเสียงไม่พอใจที่ผู้สูงวัยไม่ปิดบังทำให้เธอก้มหน้านิ่ง เป็นเพราะความผิดพลาดครั้งนั้นนั่นแหละที่ทำให้เธอต้องเก็บกวาดแบบนี้ พลาด...นิดเดียวเท่านั้น...

                “คุณลุง...”

                “ไม่เอาสิ! หลานลุงต้องยิ้มเข้าไว้ ถือซะว่านั่นเป็นบทเรียนก็แล้วกัน จะได้ไม่ทำพลาดอีก แล้วคิดจะทำการใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่ปรึกษาลุงก่อน ลุงจะได้ช่วยหนู ถ้าบอกลุงซักนิด ป่านนี้ไอ้ตี๋นั่นได้ไปนอนในหลุมไปแล้ว”

นี่ก็อีกคน... คนนอกเพียงคนเดียวได้แต่ถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน เด็กสาวที่ควรจะสดใสไร้เดียงสา โชคร้ายที่บุพการีเสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุเลยถูกเลี้ยงดูมาด้วยญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ แต่ไอ้คนที่เหลืออยู่ก็ดันไม่ใช่คนดีเท่าไหร่ซะนี่ ความเค้นที่มีอยู่ในจิตใจถูกถ่ายทอดมาให้คนรุ่นหลานโดยไม่รู้ตัว ผ้าที่เคยบริสุทธิ์ถูกละเลงสีเสียเละจนไม่สามารถซักออกได้อีกแล้ว

                “หนู... คือหนู... หนูอยากจัดการด้วยตัวเองค่ะ สิ่งที่มันทำกับหนู ต้องแลกด้วยชีวิตมันเท่านั้น มันทำลายชีวิตหนู ทำลายชีวิตของครอบครัวเรา”

                “หลานทำถูกแล้ว นั่นแหละสิ่งที่มันสมควรได้รับ” มือกร้านลูบศีรษะเล็กของหลานสาวอย่างเอ็นดู ไม่แปลกหรอกที่หล่อนมีความคิดแบบนี้ ก็เขาเป็นคนฝังความคิดความอ่านเหล่านี้ใส่หัวเจ้าหลานตัวดีเองกับมือนี่นา

                “ไอ้บอดีการ์ดนั่น... หนูต้องกำจัดมันออกไปก่อนใช่มั้ยคะ? แต่คุณลุงบอกว่าอย่าประมาทเพราะมันฝีมือดี แล้วหนูควรจัดการมันยังไงดี”

                “ผู้ชายทุกคนก็มีจุดอ่อนเหมือนกันทั้งนั้นแหละ หลานเองก็รู้ดี...” ไหล่เล็กถูกโอบไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่ของผู้มีพระคุณ ดวงตากลมของหญิงสาวมีประกายบางอย่างฉายออกมาเมื่อเข้าใจสิ่งที่ผู้มีพระคุณพูดถึง “...รู้ใช่มั้ยว่าลุงหมายถึงอะไร”

                “หนูรู้แล้วค่ะ ไม่ยากเกินความสามารถของหนูแน่นอน”

                “แล้วก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าให้เจ้าฮัทมันรู้ด้วย คราวนี้อาจจะไม่โชคดีเหมือนคราวไอ้ฮั่นก็ได้ ยังไงหลานก็ต้องเก็บไอ้ตี๋นี่ไว้ก่อน มันมีประโยชน์กับเรา หลานเข้าใจใช่มั้ย” บุคคลที่สี่ถูกยกขึ้นมากล่าวอ้างถึง ร่างเล็กพยักหน้าเข้าใจแนบอกผู้สูงวัย เรื่องอะไรเธอจะปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นหลุดมือ... ไม่มีทางหรอก และครั้งนี่ก็จะต้องไม่พลาดเหมือนครั้งก่อน

                “หนูไม่ปล่อยพี่ฮัทไปแน่นอนค่ะคุณลุง ส่วนพี่ฮั่น...มันต้องชดใช้สิ่งที่มันทำกับหนู”

                “ดีมากหลานรัก... ส่วนแก จัดการทุกอย่างตามที่หลานฉันสั่ง ถ้าแกพลาดแม้แต่นิดเดียว แกรู้ใช่มั้ยว่าแกจะโดนอะไร” น้ำเสียงเปลี่ยนไปทันทีเมื่อพูดกับผู้ที่อยู่ในฐานะที่ต่ำกว่า คนอยู่ใต้อำนาจเงินทำได้แต่เพียงก้มหน้ายอมรับคำสั่ง ไม่ว่านั่นจะเป็นคำสั่งที่ถูกหรือไม่ จะร้ายหรือดีก็ตาม...



 

                เตียงที่เคยกว้างแคบไปเสียสนิทเมื่อมีใครอีกคนมาร่วมนอนด้วย เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนข้างๆบ่งบอกชัดว่าคนหน้าหวานได้หลับสนิทไปแล้ว มีเพียงเขาเท่านั่นแหละที่ยังข่มตานอนไม่ลง

                ภาพแผงอกขาวที่มีไรขนอ่อนๆปกคลุมอยู่รำไรยังติดตาเขาอยู่จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตาก็เหมือนมีภาพที่ขาวจนเกินไปมาหลอกหลอนเขาอยู่ร่ำไป ใบหน้าหวานที่เบือนหนีด้วยความเอียงอายทำให้หัวใจที่เกือบจะไร้ชีวิตกระตุกอีกครั้ง ความรู้สึกที่ไม่คุ้ยเคยและไม่เคยเกิดขึ้นกับใครแม้กระทั่งอดีตว่าที่เจ้าสาวกำลังทำให้เขาสับสน...

                คิ้วเข้มขมวดขุ่นด้วยไม่เข้าใจในความรู้สึกของตัวเอง ถึงแม้จะเป็นท่านประธานของบริษัทจัดหาคู่ที่ควรรู้รอบเรื่องความรัก แต่นั่นไม่ใช่เขา ผู้ชายชื่ออิสริยะไม่รู้จักและไม่เคยคิดจะรู้จักด้วยซ้ำ ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ทำให้เขาฝังใจมาตลอด วันที่คนเป็นพ่อเดินหันหลังจากแม่ที่เขารักไป แม่เอาแต่ร้องไห้จนแทบจะไม่มีน้ำตาหลงเหลือ เสียงของแม่ที่เคยหวานใสกลับแหบแห้งไปเพราะผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั่นที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเขา แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้แม่เข็ดขยาดความรัก หญิงแกร่งเพียงคนเดียวลุกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมประกาศตัวอาสาหาความรักดีๆมาให้คนอื่น และสิ่งนั้นก็ตกทอดมาถึงเขาจนถึงทุกวันนี้ เขาที่ไม่รู้จักความรักแบบที่บริษัทเขาหาให้คนอื่นเลยก็ตาม

                “เวลามีความรักมันจะเป็นยังไงวะโดม” น้องชายตัวกลมได้แต่สบตาอย่าแปลกใจที่อยู่ดีๆเขาถึงได้ถามคำถามนี้ขึ้น

            “พี่เป็นประธานบริษัทจัดหาคู่ แต่พี่มาถามผมเนี่ยนะว่าเวลามีความรักมันจะรู้สึกยังไง” บริษัทเขาก็แค่จับคู่คนที่เหมาะสมกันให้มาเจอกันเท่านั้น ไม่ได้สร้างความรักให้เกิดขึ้นซะหน่อยนี่นา

            “แกก็บอกๆมาเถอะน่า”

            “ก็...อยากอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา มีความสุขที่ได้เห็นเค้ายิ้ม เค้าหัวเราะ ละสายตาจากเค้าไปไม่ได้ ที่สำคัญ...หัวใจของเราจะเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ หรือบางทีแค่เห็นหน้าใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว” ใบหน้ากลมพูดไปยิ้มไป ตาใสภายใต้แว่นสีเข้มเป็นประกายทุกครั้งเมื่อพูดถึงความรัก มันคงเป็นแววตาของคนที่ยังเชื่อมั่นในความรักกระมัง ต่างจากเขาที่ไม่หลงเหลือความเชื่อใดๆในสิ่งนั่นมานานแล้ว

            “พูดเหมือนรู้ดีนะ”

            “ผมก็จำมาจากนิยาย อย่างผมเคยเจอความรักกับเขาที่ไหนกันล่ะพี่ รักเค้าข้างเดียวก็มีบ้าง แต่หน้าตาอย่างผม ไม่มีผู้หญิงที่ไหนแลสายตามามองผมหรอก” สีหน้าคนเป็นน้องสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

            “โธ่ ก็นึกว่ารู้ดี ที่แท้แกกับพี่ก็พอกันนั่นแหละ” อิสริยะได้แต่ส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ

            “แต่ผมเชื่อนะพี่ นิยายก็เขียนมาจากชีวิตจริงนั่นแหละ แต่ชีวิตผม...คงไม่มีโอกาสจะได้รู้สึกอย่างนั้นมั้ง พี่นั่นแหละมาถามผมทำไม แฟนพี่ก็มีอยู่ทั้งคน นี่อย่าบอกนะว่าพี่ไม่เคยมีความรู้สึกแบบนั้นเลยน่ะ”

            “ก็... เออ ช่างเถอะน่า ทำงานไปเลยไป๊” ร่างสูงได้แต่เปลี่ยนเรื่องไป ความจริงแล้ว ก็เพราะเขาไม่เคยรู้สึกแบบนั้นกับใครเลยน่ะสิ แม้แต่กับคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นแฟนก็ตาม...



 

:: Hunz ::

                อยากอยู่ใกล้ๆ...ก็อยากนะ

                มีความสุขที่ได้เห็นเค้ายิ้ม...ตอนยิ้มไม่ค่อยเห็น เห็นแต่ตอนเหวี่ยง แต่ก็ชอบนะ

                หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้...เมื่อกี๊ใกล้พอมั้ย? เต้นแรงมั้ย? ก็แรงอยู่นะ

                วุ้ย! นี่ผมเป็นอะไรของผมกันเนี่ย? นึกย้อนไปที่ผมเคยถามไอ้โดมในวันนั้นมันก็มีหลายอย่างที่ใกล้เคียง แต่สิ่งที่ต่างคือ... คนที่ผมรู้สึกด้วยนี่มันเป็นผู้ชายนี่สิ

                ความรักคืออะไร...ผมไม่เคยรู้จัก ขนาดคนที่ผมเคยเกือบจะแต่งงานด้วยผมยังไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้กับเธอเลย แต่แปลกที่คนที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างๆผมตอนนี้กลับทำให้ผมรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ปกติผมไม่ใช่คนเรื่องมากปากร้าย ใช้อำนาจในทางที่ผิดอย่างที่ผมทำกับไอ้เด็กคนนี้หรอก แต่เห็นหน้าหวานเริ่มเหวี่ยงทำไมผมถึงมีความสุขก็ไม่รู้

                “นายจะมาทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปหรือเปล่าเนี่ย...บอดีการ์ดแกงส้ม”

                เฮ้อ ฟุ้งซ่านอะไรนักหนาวะกู นอนเถอะไอ้ฮั่น นอนครับนอน!

 


 

                “เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”

                “โว้ยยย!! ไอ้อ้วน!! มาโวยวายอะไรในห้องพี่แต่เช้าเนี่ย” ผมตะโกนกลับไปโดยที่ยังไม่ยอมลืมตา เช้าแบบนี้ หรือไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม ไม่มีใครเข้าออกห้องผมอย่างกับเป็นห้องตัวเองไปได้นอกจากไอ้โดมคนเดียวนี่แหละครับ แล้วโผล่หัวมาทำไมตั้งแต่เช้าก็ไม่รู้ คนกำลังนอนเพลินๆอยู่ บอกให้หยุดงานตั้งเป็นอาทิตย์จะรีบตื่นตั้งแต่นาฬิกายังไม่ปลุกทำไมเนี่ย

                ผมกระชับหมอนข้างนุ่มนิ่มแถมมีกลิ่นหอมอ่อนๆที่อยู่ในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ซุกใบหน้าลงไปบนเจ้าสิ่งนั้นที่ดูจะมีส่วนโค้งส่วนเว้ารับใบหน้าผมได้เป็นอย่างดี พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สนใจไอ้ลูกหมูตัวดีที่ยังโวยวายไม่เลิก

                “พี่ฮั่น... เฮ้ยยยยยยย โว้!

                ยัง...ยังไม่ไปอีก เดี๋ยวพ่อจะด่าให้ผอมเลยนี่ ผมลืมตาขึ้นมา แต่...

                แทนที่ผมจะได้เห็นหน้าไอ้น้องตัวแสบผมกลับเห็นกลุ่มผมนุ่มๆสีน้ำตาลของใครอีกคน

                “เฮ้ย!” ผมรีบดันตัวออกมาจากคนที่ผมคิดว่าเป็นหมอนข้างอย่างรวดเร็ว อย่าบอกนะว่าเมื่อคืน...

                “นี่นอนกอดกันทั้งคืนเลยป่าวเนี่ย” ไอ้โดม!! มึงจะพูดทำไมห๊า

                “หยุดพูดเลยไอ้โดม ไม่งั้นพี่โดดเตะก้านคอแก คราวนี้ใส่เฝือกตลอดชีวิตเลยคอยดู” ผมคาดโทษไอ้ตัวกลมที่ยืนทำหน้าทะเล้นอยู่หน้าประตูก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ หวังว่าเสียงผมกับไอ้โดมคงไม่ได้ทำให้แกงส้มตื่นหรอกนะครับ

                “แกงนี่ก็หลับลึกดีเนอะพี่ ผมกับพี่พูดเสียงตั้งดังก็ไม่ยักกะตื่น”

                “เออ ไม่ตื่นแหละดีแล้ว” ผมรีบบอกปัด นี่ถ้าไอ้เด็กนั่นตื่นมาเห็นว่าผมนอนกอดมันอยู่แล้วผมควรจะทำหน้ายังไงกับมันต่อดีล่ะครับ? “แล้วเข้ามาทำไมแต่เช้าเนี่ย พี่สั่งให้หยุดงานซักอาทิตย์ก่อน พูดไม่รู้เรื่องหรือไงแกอ่ะ”

                “โอ๊ยย เรื่องหยุดขอให้บอก ผมจำได้อยู่แล้วพี่ แค่มาเรียกกินข้าว ไปซื้อโจ๊กมาให้แล้วเนี่ย ปาท่องโก๋ด้วย ซื้อมาฝากแกงด้วยนะพี่ พี่ปลุกแกงดิ”

                “ละทำไมแกไม่ปลุก?” ผมถามออกไปพลางรื้อเสื้อผ้าในตู้สำหรับตัวเองและสำหรับนายบอดีการ์ดออกมาวางไว้ข้างนอก สรุปว่าใครดูแลใครกันแน่ครับเนี่ย? มี๊จ้างบอดีการ์ดมาคุ้มครองความปลอดภัยผม ส่วนผมกลายเป็นพยาบาลดูและสุขอนามัยนายหน้าหวานที่นอนอยู่บนเตียงซะนี่

                “อ่าวววววววววววววววว” ลูกชายแม่หมูนี่ลากเสียงซะยาวจนหน้าหมั่นไส้ไปนะครับ ถ้ามันอยู่ใกล้ๆผมหน่อยผมจะโดดถีบมันโชว์แม่หมูเลยคอยดู ทำตัวหน้าหมั่นไส้เกิ๊น ประโยคถัดมาที่ไอ้โดมพูดก็ยิ่งทำให้ผมอยากจะทำตามความคิดของตัวเองเมื่อกี๊เสียจริงๆ

                “ก็เมื่อคืนนอนกอดกันทั้งคืน เค้าก็ต้องคุยกันรู้เรื่องกว่าคนนอกอย่างผมดิพี่ เฮ้ยยยย ห้ามแตะ ผมเจ็บอยู่นะเว่ย”

                “ไอ้โดมมมมมมม” มึงไม่รอดแน่ไอ้โดม ต่อให้แม่หมูออกโรงปกป้องแค่ไหนยังไงคราวนี้มึงก็ไม่รอดดดดดดด (แม่หมู//เตะไปเถอะ ห้ามไม่ได้แล้วนี่ = =”) อ่าว แม่หมูไม่ปกป้องลูกหมูสุดที่รักหรอกเหรอครับคราวนี้ (แม่หมู//ตามใจพี่ฮั่นเถอะ แม่หมูขี้เกียจห้ามละ)



 

KangSome :D

“เฮ้ย!

            “นี่นอนกอดกันทั้งคืนเลยป่าวเนี่ย”

            “หยุดพูดเลยไอ้โดม ไม่งั้นพี่โดดเตะก้านคอแก คราวนี้ใส่เฝือกตลอดชีวิตเลยคอยดู”

            “แกงนี่ก็หลับลึกดีเนอะพี่ ผมกับพี่พูดเสียงตั้งดังก็ไม่ยักกะตื่น”

            “เออ ไม่ตื่นแหละดีแล้ว...แล้วเข้ามาทำไมแต่เช้าเนี่ย พี่สั่งให้หยุดงานซักอาทิตย์ก่อน พูดไม่รู้เรื่องหรือไงแกอ่ะ”

            “โอ๊ยย เรื่องหยุดขอให้บอก ผมจำได้อยู่แล้วพี่ แค่มาเรียกกินข้าว ไปซื้อโจ๊กมาให้แล้วเนี่ย ปาท่องโก๋ด้วย ซื้อมาฝากแกงด้วยนะพี่ พี่ปลุกแกงดิ”

            “ละทำไมแกไม่ปลุก?”

            “อ่าวววววววววววววววว...ก็เมื่อคืนนอนกอดกันทั้งคืน เค้าก็ต้องคุยกันรู้เรื่องกว่าคนนอกอย่างผมดิพี่ เฮ้ยยยย ห้ามแตะ ผมเจ็บอยู่นะเว่ย”

            “ไอ้โดมมมมมมม”

                ใครว่าผมไม่ได้ยิน... ใครว่าผมหลับลึก... ใครว่าผมไม่รู้สึกตัว...

                ผมสะดุ้งตื่นในอ้อมกอดอบอุ่นของคนที่ผมรู้ดีว่าใคร... เจ้านายผมเอง

                หัวใจเต้นแรงเสียจนผมกลัวว่าคนข้างๆจะได้ยินแต่เสียงลมหายใจสม่ำเสมอนั่นบอกผมว่าเขายังหลับอยู่ แล้วผมควรจะทำยังไงดี? ปล่อยให้นอนกอดก่ายกันอยู่แบบนี้ หรือขยับตัวออกจากอ้อมกอดที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าทำให้ผมรู้สึกดีและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

                ไม่ได้! ผมรีบเตือนสติตัวเอง เขาเป็นใครเราเป็นใคร นั่นเจ้านายนะเว้ย KS แม่เค้าจ่ายเงินให้แกมาเป็นบอดีการ์ดดูแลคุ้มครองตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจำไม่ได้หรือไง แล้วนี่มานอนให้เค้ากอดอยู่อย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน ลุกเลย...ลุกเดี๋ยวนี้

                แต่... ร่างกายของผมกลับไม่ขยับซักนิด อ้อมกอดกระชับแน่นขึ้นราวกับรู้ว่าผมกำลังจะผละออกไป ใบหน้าคมหล่ออยู่ใกล้จนน่าหวาดเสียว ใกล้เกินไปแล้ว...

                ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดใบหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงหัวใจเต้นช้าๆแต่หนักแน่นดังอยู่ในแผ่นอกกว้าง...

                ผมหาคำตอบไม่ได้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่กับผมตอนนี้คืออะไร และผมก็จำต้องผลักความรู้สึกนี้ออกไปให้ไกลที่สุด ใช่ครับ...ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ผมรู้สึกได้ว่า ถ้าผมยอมให้มันมาครอบงำจิตใจผม มันต้องไม่ดีแน่

                ความรู้สึกบ้าๆนี่ทำให้สติของผมทำงานผิดพลาด ผมปรือตาขึ้นมามองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังสีขาวสะอาด นี่เพิ่งจะตีห้า จากที่พี่โดมบอกมา ปกติคุณฮั่นตื่นประมาณเจ็ดโมงเช้า ผมยังมีเวลาอีกสองชั่วโมงสำหรับการซึมซับความรู้สึกที่ผมบอกไม่ได้แต่รู้สึกดีนี้เอาไว้ และสัญญากับตัวเองว่า คืนนี้จะเป็นคืนแรกและคืนสุดท้ายที่ผมจะปล่อยให้อะไรต่อมิอะไรเกิดขึ้นแบบนี้

                เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งผมได้ยินเสียงพี่โดมโวยวาย สติที่หนีเตลิดไปค่อยๆไหลกับเข้าร่าง

                แต่...

                ผมก็ยังไม่กล้าจะขยับไปไหน หัวใจสูบฉีดอย่างหนักอีกครั้งจนกลัวคนที่นอนอยู่แนบชิดจะจับได้ว่าผมไม่ได้หลับ แต่อ้อมกอดอุ่นผละออกไปก่อนที่เขาจะรู้สึกตัว ผมลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ยังคงหลับตาอยู่อย่างนั้น บทสนทนาที่ลอยมาเข้าหูยิ่งทำให้ผมพยายามทำตัวเองให้นิ่งยากขึ้นไปอีก

                จนกระทั่งสงครามเล็กๆเกิดขึ้นในห้องนอนใหญ่ ผมจึงมีข้ออ้างสำหรับการตื่นอย่างเป็นทางการเสียที




 

DOME ;)

                มีใครสงสารผมมั้ย? ก็ไม่!! มันน่าน้อยใจมั้ยล่ะ ขนาดแม่หมูที่บอกผมทุกวันว่ารักผมนักรักผมหนายังไม่คิดจะช่วยผมเล้ย! (แม่หมู//เอ่อ น้องโดมลูก คือแบบว่า...) ไม่ต้องพูดเลยแม่หมู รู้มั้ยผมโดนพี่ฮั่นไล่เตะจนตรูดระบมไปหมดแล้วเนี่ย ดีนะที่แกงส้มตื่นขึ้นมาหย่าศึกได้ซะก่อน

                “แกงดูไอ้พี่ฮั่นมันดิ ไม่ต้องไปคุ้มครองความปลอดภัยมันแล้ว มาคุ้มครองพี่ดีกว่า พี่โดนพี่ฮั่นทำร้ายอยู่เนี่ย” ผมบ่นอุบขณะที่นั่งลงบนเตียงนุ่มๆของพี่ฮั่นอย่างคุ้นเคย (แม่หมู//ห๊ะ!) อะไร! ห๊ะทำไม! ไม่ต้องมา DH แถวนี่เลยแม่หมู ที่ผมคุ้นเคยก็เพราะว่าผมมาห้องพี่ฮั่นบ่อย (แม่หมู//ห๊ะ!) ถ้าแม่หมูห๊ะอีกรอบผมจะไม่เป็นลูกชายแม่หมูแล้วนะ (แม่หมู//โว๊ะ!) เอ้อ รีดครับ พาคุณแม่ที่รักของผมไปเก็บทีครับ

                ผมจะบอกว่าที่ผมคุ้นเคยกับห้องพี่ฮั่นเป็นอย่างดีนั่นก็เพราะผมรู้จักกับพี่ฮั่นมานานตั้งแต่สมัยเรียน จนเดี๋ยวนี้ผมกลายเป็นเลขาส่วนตัวของพี่ฮั่นอีก คงไม่มีอะไรในชีวิตพี่ฮั่นที่ผมไม่รู้อีกแล้ว รวมถึงท่าทีที่แปลกไปของพี่ฮั่นตอนนี้ก็ด้วย

                “อะไรว๊า นี่จะหัวเราะอย่างเดียวไม่ช่วยกันเลยใช่มั้ยเนี่ย เออใช่ซี่ พี่มันไม่ใช่ท่านประธานอิสริยะนี่ แกงส้มถึงจะได้มาดูแลพี่เนี่ย” ผมหันไปแซวคนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เอาแต่หัวเราะ ดูซิเนี่ย หัวเราะจนหน้าแดงเชียว (แม่หมู//ที่น้องแกงหน้าแดงอาจจะเป็นเพราะอย่างอื่นหรือเปล่าน้องโดม แบบว่าเขินใครอะไรงี้?) นี่แม่หมูยังไม่ไปอีกเหรอครับ แต่ก็อย่างที่แม่หมูว่าแหละครับ ผมก็คิดเหมือนกัน บอดีการ์ดมือหนึ่งอย่างแกงส้ม ไม่มีทางหลับลึกไม่รู้เรื่องรู้ราวว่ามีใครกอดอยู่แน่ๆ

                “ก็ผมไม่รู้จะช่วยยังไงนี่ครับ ถ้าเกิดผมทำอะไรให้คุณฮั่นไม่พอใจแล้วผมโดนไล่ออก คราวนี้ผมจะเอาอะไรกินล่ะครับพี่โดม” อุ๊ตะ! เดี๋ยวนี้เค้าพัฒนาจากคุณอิสริยะเป็นคุณฮั่นแล้วเหรอ ไอ้พี่ฮั่นนี่ก็ไวใช่ย่อยเหมือนกันนะครับเนี่ย ดูพี่ผมสิ เดินยิ้มแล้วหายเข้าห้องน้ำไป อย่างนี้มันหมายความว่ายังไง

                พอแผ่นหลังของคนเป็นพี่หายลับเข้าห้องน้ำไปเท่านั้น คนที่มีเฝือกที่คออย่างผมก็รีบหันไปสะกิดถามคนใส่เฝือกที่แขนอย่างแกงส้มทันที

                “นี่สองคนนี้ไปคุยกันดีๆตอนไหนเนี่ย พี่พลาดอะไรไปบ้างว๊า” แกงส้มยิ้มบางๆแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น อุ๊วะ! (แม่หมู//ศัพท์ใหม่เหรอลูก) เอ้อว! แม่หมูอย่าพึ่งแทรกดิครับ ท่าทางแกงส้มแบบนี้ ตอนแรกก็กะว่าจะไม่คิดนะครับ แต่ตอนนี้...ผมไม่คิดไม่ได้แล้ว

                “พลาดเพลิดอะไรพี่โดม พูดไปเรื่อยละ”

                “แกงๆๆ แล้วแบบว่า...เมื่อคืนอ่ะ... ตอนนอนอ่ะ แบบ...” ผมยังถามไม่ทันจบก็...

                “ไอ้โดมมมมมมมมมมมมม”

                “หูดีไปนะพี่...” นี่ขนาดอยู่ในห้องน้ำยังได้ยิน หูดีเกินไปแล้วนะครับ “...เออๆๆ ผมไม่ถามก็ได้”

                “เออ ดีมาก แล้วไหนบอกซื้อโจ๊กมาไง ก็เอาไปอุ่นดิ” จากตอนแรกมีแค่เสียง ตอนนี้ตัวมาด้วยแล้วครับ อะไรพ่อหมีจะอาบน้ำไวปานนั้น และก็เหมือนผมจะไม่ได้คิดอยู่คนเดียว คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างๆก็เป็นคนถามออกไปก่อน

                “คุณฮั่นอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ หายเข้าไปแป๊ปเดียวเอง”

                “ยัง...”

                “อ่าว แล้วพี่เข้าห้องน้ำเพื่อ? ไปเด็ดดอกไม้มาเหรอ”

                “ไอ้บ้า! ผู้ชายเค้าเรียกว่าไปเด็กดอกไม้ที่ไหนเล่า ไม่ได้ไปฉี่โว้ย ไปเตรียมน้ำกับผ้าขนหนูนี่ต่างหาก” ผมมองตามสายตาของพี่ฮั่นไปแล้วก็เจอกะละมังใส่น้ำกับผ้าขนหนูอย่างที่พี่ฮั่นว่าจริงๆ ว่าแต่...พี่ฮั่นจะเอามาทำไม อย่าบอกนะว่า...

                ผมหันไปมองหน้าแกงส้ม บอดีการ์ดประจำตัวท่านประธานเบือนหน้าหนีผมอีกครั้งแต่ก็ไม่สามารถซ่อนแก้มแดงๆของตัวเองจากสายตาเลขาระดับเทพอย่างผมได้ เฮ้ย!! อะไร!! นี่มันอะไร!!

                “ออกไปได้แล้วไป” ห๊ะ!! นี่พูดกับผมเหรอ? อิพี่ฮั่นมันไล่ผมเหรอครับ?

                “ผมเหรอ” ผมยกนิ้วขึ้นชี้ตัวเองแล้วถามพี่ฮั่นออกไปอีกทีเพื่อความแน่ใจ ไล่ผมจริงดิ?

                “เออ แกนั่นแหละ ไปอุ่นโจ๊กรอไป เดี๋ยวพี่ตามออกไป” เสียงพี่ฮั่นเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาหนึ่งระดับ แต่...นั่นทำอะไรผมไม่ได้ครับ ผมยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำเป็นไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวต่อไป... คือ จริงๆแล้วผมก็ยังไม่รู้เรื่องจริงๆแหละ

                “แล้วพี่อ่ะ จะทำอะไร? ให้ผมไปอุ่นโจ๊กรอใช่ป่ะ งั้น...แกงส้ม ป๊ะๆ ออกไปกัน”

                “แกงส้มยังไปไม่ได้” มือที่กำลังจะสะกิดไหล่แกงส้มถึงกับค้างกลางอากาศ อะไรของพี่ฮั่นมันเนี่ย

                “อ่าว! แล้วพี่จะเอาไงเนี่ย ให้ผมไปคนเดียว บอดีการ์ดพี่แขนเจ็บข้างเดียวนะครับ ไม่ได้เป็นง่อย” แกงส้มเอ๊ย พี่ขอโทษนะ แต่อดไม่ได้ว่ะ อิพี่ฮั่นรุงรังเกิ๊น (แม่หมู//น้องโดม อย่าว่าพี่ฮั่นสิลูก) ไอยะ! แม่หมูปกป้องพี่ฮั่น รีดไปจุดพลุฉลองได้เลยครับ นี่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยนะเนี่ย (แม่หมู//เกินไปโดม = =”)

                “คุณฮั่นครับผมว่า...” นี่ก็อีกคน อึกๆอักๆทำไมเนี่ย พี่คิดนะเฮ้ย!

                “นายไม่ต้องพูดเลย ฉันจะเช็ดตัวให้ แล้วเดี๋ยวจะได้ออกไปกินข้าวเช้ากัน” อ๋ออออ เช็ดตัวให้สินะ อุ๊ตะ! เช็ดตัว! “ไอ้โดม! พี่บอกว่าให้ออกไปอุ่นโจ๊กไง ไปดิ”

                “เอออออออออ ทีกับน้องล่ะทำเป็นไล่ อยากเช็ดตัวกันสองต่อสองก็บอกมาเห๊อะ” ผมลุกออกไปงอนๆ...จะงอนเพื่อ? ฮ่าๆๆ แหม! ก็หมั่นไส้ไงครับ บอกว่าจะเช็ดตัวกันสองต่อสองแค่นี้ผมก็เข้าใจละ ผมไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยากซะหน่อย

                “พี่โดมคือว่า...”

                “ไอ้โดม มึง...”

                “ไม่ต้องแก้ตัวหรอกครับพี่ฮั่น แกงส้ม ให้ผมเข้าใจแบบที่ผมเข้าใจนี่แหละดีแล้ว” เรื่องจริงจะเป็นยังไงผมไม่รู้ แต่ผมคิดแบบนี้แล้วผมมีความสุข แค่นี้ก็พอแล้ว จริงมั้ยครับแม่หมู (แม่หมู//จริงแท้ค่ะลูกหมู) มันอาจจะมีอะไร หรือไม่มีอะไร ข้อนี้ผมไม่รู้ครับ แต่ผมบอกได้คำเดียวว่า...ผมคิด อุอุ คริคริ อุอิๆ ฮ่าๆๆๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // อัพทุกตอนค้างทุกตอน เออ ให้มันได้อย่างนี้สิแม่หมู แล้วนี่ใกล้สอบแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่อ่านหนังสือ แกมาอัพฟิคทำม๊ายยย แหมๆๆ ภาวะใกล้สอบนี่คือภาวะการแต่งฟิคที่ลื่นไหลดีแท้นะคะจะบอกให้ ก็นะ...คลาดเครียดไง อิอิ

แจ้งให้ทราบเรื่อง SF ตอนนี้ Bear Family SF เรื่องรักเล็กๆของครอบครัวหมี แม่หมูได้ทำการกดปิดเรื่องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เนื่องจากว่า SF ได้นำไปรวมเล่มด้วย ดังนั้นปิดเถอะ แต่.... ไม่ต้องห่วงไป เดี๋ยวมันก็เปิดเรื่องใหม่ HKS SF :: Bear Story เปิดประเดิมตอนแรกปิดเทอมนี้จ้าาา (ปิดเทอมแม่หมูนะ กลางๆมีนาโน้นนนน 5555)

ไม่เข้าใจตัวเองทำไมทุกเรื่องต้องมีคำว่า Bear ผูกพันอะไรกะหมีนักหนาหรืออย่างไร เปลี่ยนชื่อตัวเองจากแม่หมูเป็นแม่หมีดีมั้ย? 5555 หมูกับหมีก็ตัวใหญ่พอกันนะ

สำหรับเรื่องรวมเล่ม Bear Family ไม่น่าเกินสัปดาห์นี้จะแจ้งรายละเอียดเรื่องโอนเงิน(อย่างเป็นทางการ) ไปให้ทุกท่านนะคะ และสัญญาว่าจะอัพเดทให้เรื่อยๆไม่ต้องเป็นห่วงคร๊าาา สำหรับท่านใดที่สนใจ ยังแวะเวียนไปลงชื่อได้นะคะ ตอนพิเศษในเล่มนั้น ขอบอกว่า ถ้าพลาดแล้วจะเสียใจ (รีดบอก...ฉันไม่เสียใจกับแกหรอกอ้วน!! 5555)

หลังจากนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะห่างหายหรือมาบ่อยกว่าเดิม ยังไงก็ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1020 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 19:10
    โดมคือนักชงมืออาชีพเลยสินะ..สินะ

    55555555

    ก็สองคนนั้น..

    กอดกันงี้

    รู้สึกดี ใจเต้นงี้

    เช็ดตัวงี้ 

    ไม่มีอะไรเล้ยย

    แหม่ ! ไม่มีอะไรแล้วจะเขินทำไมเนาะๆ



      
    #1,020
    0
  2. #802 nanthita_bohr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 06:06
    โรแมนติกอะ แอร๊ยยยยย~
    #802
    0
  3. #464 bull (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 13:31
    ไม่คิดไรเลยจริงๆนะ ก็แค่เช็ดตัวให้ นอนกอด แค่เนี้ย!!!
    #464
    0
  4. #280 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 17:20
    อ้ากก เขินนนน เขินมากแม่หมู!!! นอนกอดกันด้วยอ่า หวั่นไหวกันแล้วอ่าดิ๊ เค้ารู้นะ กรี๊ดด >//////< พี่โดมน่าร้อคง่ะ 5555
    #280
    0
  5. #267 Ninewjomzon_33 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 15:42
    อั้ยย่ะ หวั่นไหวทั่งคู่ !!

    พี่โดมนี่ก็ชงใช่ย่อยน่ะ 555555
    #267
    0
  6. #209 TheDreamTD (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 15:02
    แน่ใจนะว่าพี่หมีมันคิดว่าพี่แกงเป็นหมอนข้างไม่ใช้ว่ารู้อยู่แล้วแต่อยากกอดนะ 55555 พี่แกงเขินน่ารักอะ พี่โดมนี้ก็ช๊งชงรู้หน้าที่ดีมากพี่โดม พี่หมีอยากเช็ดตัวให้พี่แกงอีกอะดิ๊ >\\\\\\<
    #209
    0
  7. #156 ต้มยำทำกุ้งแกง 'o' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 23:22
    อุต๊ะ!!!! อ่านแล้วเขินอ่ะแม่หมู พี่โดมนี่ก็ชงจรื๊งงงงงงง แต่ชอบน้า จงชงต่อไปๆๆๆๆๆ
    #156
    0
  8. วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 00:25
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก
    เขิลมาก ชมเข้าไปพี่โดม
    โอ้ววว หลอนขนหน้าอกแกง ฮ่าาาา
    #143
    0
  9. #141 nnnuiiiz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:12
    พี่ฮั่นชัดเจนไปป่ะคะะะะ >////////<
    #141
    0
  10. #139 jie_hks (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:59
    พี่โดมชงงงงอร้ายยยยยเขินนนแทนนนแกงส้ม
    #139
    0
  11. #137 happyf (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:20
    โดมชงเยอะไปนะ แต่สองคนนี้น่ารักน่าชงจริงๆ;) ชอบๆเรื่องนี้
    #137
    0
  12. #134 Cucci (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:09
    โหยยย ฟินสุด นอนกอดกัน โหยยยยยยยยยยยยย -///-

    รอต่อนะคะแม่หมู รักแม่หมู จุ๊บุ
    #134
    0
  13. #133 Joy Yoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:01
    นอนกอดทั้งคืน
    เช็ดตัวให้....555555

    โดมแกเข้ามาทำม้ายยยยยย
    2คนนี้เค้าไม่หิวหรอก
    #133
    0
  14. #132 ปากกาหมึกแห้ง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 08:30
    พี่โดมเค้าก็คิดเหมือนพี่โดมนะ อุอุ
    นอนกอดทั้งคืน อ๊ายยยยยกำไรพี่ฮั่นสุดๆ
    #132
    0
  15. #131 suzu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 06:48
    นอนกอดกันด้วยอ่ะ ต่อไปต้องพัฒนาไปมากกว่านี้แน่ๆ เรยใช่ป่ะแม่หมู อิอิ

    น้องแกงนี่น๊าาาา ตื่นแล้วแต่ก้อไม่ขัดยอมให้พี่หมีนอนกอดต่อปาย อร๊ายยย

    อ่านไป เขินไป รอติดตามตอนต่อไปนะจ๊ะ

    #131
    0
  16. #129 lemon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:37
    นอนกอดกัน เช็ดตัวให้กัน ไม่ให้น้องโดมคิดได้ไง

    (รีดก้อคิด ไกลกว่าน้องโดมแล้วมั๊ง 5555)



    #129
    0
  17. #128 love_ks (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:04
    ไรท์แต่งได้น่ารักมากๆเลยค่ะ
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    เพิ่งตามอ่านเรื่องอื่นๆ
    ชอบโดม ชงตลอดๆๆ
    น้องแกงน่ารัก อิอิ
    #128
    0
  18. #127 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:56
    น่ารักอ่ะ สามหมีนี่อยู่ด้วยกันมันน่ารักจริงๆ



    อ้อ!!! รวมแม่หมูด้วยนะ เพราะถ้าแม่หมูไม่น่ารักคงเขียนเรื่องน่ารักไม่ได้หรอก เนอะ...



    มาแง้มๆให้ว่า พี่ยังไม่ได้อ่านตอนพิเศษของแม่หมูหรอกนะ อิอิ



    อ่านให้อยู่เรื่อยๆนะจ๊ะ ไม่อยากข้ามไปอ่านก่อน เดี๋ยวอารมณ์ไม่ต่อเนื่อง



    กะว่าปรู๊ฟจบไปตามเนื้อเรื่องเลยดีกว่า เค้าอดใจไว้ได้นะเออ ^____________^
    #127
    0
  19. #126 Tinkykik (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:52
    โหอ่านหมดภายในเวลาอันสั้นรอตอนต่อไปนะคะชอบเรื่องนี้มากๆเลย
    #126
    0
  20. #124 Gultida (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:23
    ไม่ต้องแอบคิดหรอกโดม มันคิดไปแล้ว..........

    มโนไปไกลแล้วน่ะแม่หมู(หมายถึงรีด)แล้วจริงๆ อะไร ยังไง โว๊ะ
    #124
    0
  21. #123 เจ้าหญิง_ขี้ลืม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:21
    โดมน่ารักอ่ะ น่ารักมากๆ
    #123
    0
  22. #120 pcard (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:00
    แอบคิดเหมือนโดมได้ป่าว 555++

    ชักจะเป็นห่วงแกงกับพี่ฮั่นแล้วสิ คุณอดีตว่าที่เจ้าสาวแค้นอะไรอ่า -o-

    ~~รอติดตามจ้า :)
    #120
    0
  23. #119 pigpigpig1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:58
    น่ารักจังเลย ตกลงแกงเป็นบอดี้การ์ดหรือเป็นไรกันแน่ค่ะแม่หมู
    มีนอนกอดกันด้วย ยัง ยัง ยังมีเช็ดตัวให้อีก ไม่คิดก็ต้องคิดล่ะงานนี้
    มาต่อเร็วๆ นะคะแม่หมู ชักสนุกขึ้นแล้วสิ สอบเสร็จแล้วแวะมาอัพเลยน๊า
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #119
    0
  24. #117 Ya-nang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:17
    นอนกอดทั้งคืน ระวังแขนด้วยเน้อ น้องเจ็บอยู่

    อ๊ะ อ๊ะ เราคิดอะไรนี่...
    #117
    0
  25. #116 jewel *28 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:01
    อัยยะ พี่ฮั่นนอนกอดพี่แกงทั้งคืนเลย เช็ดตัวให้อีกแล้ว จะมีอะไรเกิดขึ้นไหมนะ >< รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #116
    0