[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 40 : Chapter 39 :: รักเท่าเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ส.ค. 56

Chapter 39 :: รักเท่าเดิม

 


 

KangSom :(

                “ช็อกโกแลตลาวานี่อร่อยนะ ขนาดทำขายวันแรกยังหมดเกลี้ยง นายไปหัดทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ KS” มีมี่ส่งยิ้มจาง ๆ ที่ผมรู้ว่าฝืนแค่ไหนมาให้ ส่วนผมก็ยิ้มตอบด้วยความฝืนไม่ต่างกัน ยิ่งคำถามนั้น... ผมไปหัดทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะเหรอ...

                ผมตัดเค้กก้อนเล็กที่วางอยู่ตรงหน้า เนื้อเค้กสีโกโก้ข้างนอกกรอบนุ่ม ส่วนข้างใน... เป็นครีมเหนียว ๆ ไหลมาเหมือนลาวา...

                ผมทิ้งส้อมในมือก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้าตัวเอง ผมจำได้แม่นว่าช็อกโกแลตลาวาก้อนแรกของผมเกิดขึ้นที่ไหนและกับใคร ภาพคนตัวโตยืนกินเค้กในห้องครัวทั้ง ๆ ที่ตรงกลางเนื้อเค้กไม่ได้เหมือนอย่างที่หวัง ยังติดตาผมอยู่ ไหนจะเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ที่เราเล่นกันจนครัวเลอะ และเรื่องราวหลังจากนั้นที่เปลี่ยนทุกอย่างระหว่างเรา จูบลบคราบช็อกโกแลตแสนหวานจนทำให้ผมลืมความหวานของขนมไปเสียสนิท ค่ำคืนอบอวนไปด้วยความละมุนละไม เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเราในแบบที่ผมไม่สามารถเดินย้อนกลับทางเก่าได้

                ผมไม่สนใจอีกแล้วว่าใครจะมองผมยังไง อีกอย่าง ก็คงไม่มีใครมาสนใจผม มีมี่เดินออกไปแล้วโดยไม่รอคำตอบ เสียงล้งเล้งของเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ดังมาจากข้างนอกทำให้ผมรู้ว่าเธอคงยังไม่กลับเข้ามาเร็ว ๆ นี้

                “ผมคิดถึงพี่...พี่ฮั่น...พี่จะรู้ไหมว่าผมคิดถึงพี่” ผมเปรยออกมากับตัวเอง เปรยออกมาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสายลมเอื่อย ๆ ของเมืองเหนือไม่สามารถพัดคำพูดผมไปถึงหูคนที่อยู่ห่างไกลได้ จานเค้กถูกผลักออกไปไกลตัว ผมฟุบตัวลงกับโต๊ะไม้เล็ก ๆ  ผมไม่รู้หรอกว่าผมยังมีน้ำตาเหลืออยู่หรือไม่ รู้เพียงร่างกายกำลังสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นบวกกับความเหงาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

                เสียงฝีเท้าหนัก ๆ แว่วมากับสายลม เก้าอี้ตรงข้ามครูดกับพื้นดังครืดคราด ผมยังซุกใบหน้าในวงแขนของตัวเอง ไม่อยากให้คนที่เพิ่งกลับเข้ามาเห็นหน้าผม คนหัวใจอ่อนแอสองคนอยู่ด้วยกันไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น มีมี่ไม่เคยพูดถึงพี่โดมให้ผมฟัง ไม่ต่างจากผมที่ไม่เคยปริปากพูดเรื่องพี่ฮั่น เราต่างจมอยู่กับความรู้สึก เก็บงำความเศร้าไว้จนผมทนไม่ไหวอีก

                “มี่คิดถึงพี่โดมไหม” ผมถามออกไปโดยไม่เงยหน้ามาหาคนที่ผมพูดด้วย “เราคิดถึงพี่ฮั่น คิดถึงแทบบ้า คิดถึงตลอดเวลา เราโง่ใช่ไหมที่เลือกเดินจากมา เราขี้ขลาดใช่ไหมที่เราทิ้งพี่ฮั่นไปโดยไม่แม้แต่บอกลา ป่านนี้พี่ฮั่นจะเป็นยังไงบ้าง พี่ฮั่นจะคิดถึงเราบ้างไหม เราบ้าไปแล้วใช่ไหมมี่ เราหวังให้พี่ฮั่นคิดถึงเรา หวังให้พี่ฮั่นยังรักเราเหมือนเดิม เราไม่อยากให้พี่ฮั่นโกรธหรือเกลียดเรา ทั้ง ๆ ที่มันควรเป็นสิ่งที่พี่ฮั่นรู้สึก”

                มีเพียงเสียงถอนหายใจเท่านั้นที่ทำให้ผมรู้ว่ามีคนกำลังฟังผมอยู่ มีมี่ไม่ได้ตอบอะไร แต่ผมว่ามีมี่ไม่รู้ว่าจะตอบผมว่าอะไรมากกว่า

                “คิดดูสิมี่ ขนาดเค้กอย่างแรกที่เราทำยังเป็นไอ้เค้กบ้านี่เลย เค้กที่เราเคยทำกับพี่เขา...” ผมตอบคำถามที่มีมี่ถามทิ้งไว้ก่อนออกไป

                “อร่อยเหมือนเดิมนะ แถมตรงกลางไหลเยิ้มอีกต่างหาก เก่งเหมือนกันนะเรา” เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงหวานของเพื่อนผม แต่กลับเป็นเสียงห้าวที่ผมคุ้นหู และคิดถึงสุดหัวใจ

                “พี่ฮั่น” ผมขี้ขลาดเกินกว่าจะเงยหน้าขึ้นมาทันที ผมกลัวเกินไปว่าเสียงที่ผมได้ยินเป็นเพราะผมคิดถึงเขาจนหูแว่วไปเอง ผมกลัวความผิดหวัง ผมกลัวความเสียใจ แค่นี้ผมก็ทรมานมามากพอแล้ว วันนี้คงเป็นวันที่ผมเข้าใจประโยคนั้นที่พี่ฮั่นเคยพูดอย่างถ่องแท้ พี่ยังไม่พร้อมจะเสียใจ ใช่...ผมก็ไม่พร้อมจะเสียใจ

                “สงสัยตอนทำไม่มีพี่คอยกวนสินะ พี่สัญญานะแกง คราวหน้าตอนแกงทำขนมพี่จะไม่กวนนายเลย พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนั้นนายทำหน้ายู่พอผ่าครึ่งออกมาแล้วมันเป็นเนื้อเค้กธรรมดา ถึงรสชาติจะเหมือนกัน แต่ตอนเห็นตรงกลางมันไหลออกมา มันดูน่ากินกว่ากันเยอะเลย วันหลังทำอย่างอื่นบ้างนะ พี่อยากกิน พี่ยอมอ้วนลงพุงเพื่อแกงเลย”

                คน ๆ นั้นยังพูดต่อไปราวกับก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ผมจะกล้าคิดได้ยังไงว่าพี่ฮั่นเป็นฝ่ายมาหาผมจริง ๆ  แถมน้ำเสียงที่เขาใช้พูดยังทำให้หัวใจที่หนาวสั่นของผมอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดอีก

                “แกง... ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาหาพี่เหรอ? ไหนเมื่อกี้แกงบอกว่าแกงคิดถึงพี่ไง พี่อุตส่าห์นั่งรถมาเป็นพันโค้ง อ้วกไปสามรอบเชียวนะ จะให้พี่เห็นแค่ผมกับแขนแกงหรือไง”

                ผมร้องไห้จนตัวโยน เสื้อแขนยาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

                “เฮ้ย แกงส้ม” พี่ฮั่นเรียกผมอย่างตกใจ ตามมาด้วยเสียงเก้าอี้ล้มหงายไปกับพื้นดังตึงใหญ่ ความหนาวที่ผมรู้สึกมาตลอดหลายสัปดาห์หายวับไปเมื่ออ้อมกอดอบอุ่นโอบอยู่รอบตัว ผมขืนตัวเองเอาไว้ พยายามต้านแรงดึงของคนเป็นพี่ด้วยความละอายใจ ผมไม่กล้าซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดนั้นอย่างที่ใจคิด แต่ราวกับพี่ฮั่นไม่สนใจการต่อต้านของผม มือหนาช้อนใบหน้าผมขึ้นจากแขนตัวเอง ก่อนจะพามันไปวางแนบอกแกร่ง แขนที่วางอยู่บนโต๊ะถูกดึงมาโอบรอบเอวสอบไว้ แม้ผมจะปล่อยแขนตัวเองให้ตกลงกี่ครั้ง พี่ฮั่นก็จับมันขึ้นมาโอบรอบตัวเองไว้เหมือนเดิม แขนแข็งแรงทั้งสองข้างรัดร่างผมแน่น ราวกับเขากลัวว่าผมจะเลือนหายไปตรงหน้า ผมสะอื้นอยู่อย่างนั้น ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา ปล่อยให้ตัวเองส่งเสียงโฮเหมือนคนใกล้ขาดใจ

                “แกง ร้องไห้ทำไม พี่อยู่นี่แล้วแกงส้ม นายบอกว่าคิดถึงพี่ พี่ก็อยู่ตรงนี้แล้วนี่ไง หรือนายไม่อยากเห็นหน้าพี่ นายไม่อยากเจอพี่แล้วเหรอ ถ้านายไม่อยากเจอหน้าพี่แล้วนายจะพูดแบบนั้นทำไม พี่ได้ยินเต็มสองหูเลยนะว่าแกงคิดถึงพี่ ทำไมแกง... แกงคิดถึงพี่ แต่ทำไมแม้แต่หน้าพี่แกงยังไม่ยอมมอง” เสียงนั้นสั่นเครือ น้ำเสียงอบอุ่นถูกแทนที่ด้วยความน้อยใจ ถึงพี่ฮั่นจะพูดอย่างนั้นแต่พี่ชายก็ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอด

                “ตอบพี่สิแกงส้ม” เสียงของพี่ฮั่นเริ่มดังขึ้น แต่ผมยังทำอะไรไม่ถูก ผมเอาแต่ร้องไห้...ร้องอยู่อย่างนั้น ไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมตอนนี้เป็นความจริง “นายจะเอาแต่ร้องไห้อยู่อย่างนี้ไม่ได้ พี่ไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาดูน้ำตาของนายนะ แต่พี่มาที่นี่เพื่อจะมาถามนายว่า นายยังรักพี่อยู่ไหม”

                อะไรนะ! ผมดันตัวเองออกมาจากอกของพี่ฮั่น วินาทีที่ใบหน้าคมปรากฏแก่สายตา เป็นวินาทีที่ยากเกินกว่าผมจะบรรยายความรู้สึกออกมาได้ แม้จะมีหยดน้ำตาบดบังภาพตรงหน้าไม่ให้กระจ่างชัดนัก รอยฟกช้ำที่ผมเห็นก่อนจากมาบัดนี้ได้เลือนหายไปหมดแล้ว เครื่องหน้าคมยังถูกจัดวางอย่างลงตัวไม่ต่างจากเดิม แต่วินาทีนี้กลับไม่เหลือเค้าคุณชายจอมเนี๊ยบที่ผมเคยเห็น ผมแทบไม่เคยเห็นพี่ฮั่นปล่อยให้มีไรหนวดครึ้ม ๆ อยู่บนใบหน้าของตัวเองมาก่อน ดวงตาคมที่จ้องผมไม่วางตามีความเศร้าระบายอยู่เต็มไปหมด

                “ทำไมพี่ถามผมแบบนี้”

                “แล้วพี่ควรถามนายว่ายังไง สบายดีไหมเหรอ? การอยู่โดยไม่มีพี่ มีความสุขดีมากใช่ไหม? อย่างนั้นเหรอแกง” หยดน้ำเล็ก ๆ ค่อย ๆ ไหลจากหางลงมา ภาพที่เกิดขึ้นอย่างเชื่องช้าค่อย ๆ กรีดแทงหัวใจของผม

                “ไม่ใช่อย่างนั้นพี่ฮั่น ไม่ใช่...” ผมส่ายหน้ายืนยันคำพูดของตัวเอง “ผมไม่ได้มีความสุขหรอก แต่ผมจำเป็นต้องทำ ที่ผมต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อพี่ ผมไม่อยากให้พี่ต้องมาเป็นอะไรเพราะผม”

                “โทษตัวเอง! แกงก็เอาแต่โทษตัวเอง! นายคิดว่าทุกอย่างเป็นความผิดของนาย นายแบกโลกทั้งโลกไว้ แล้วโยนทุกอย่างให้เป็นความรับผิดชอบของนายคนเดียวไม่ได้นะแกงส้ม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุและผลของมัน แกงไม่คิดบ้างเหรอ ว่าการที่แกงหนีพี่มาแบบนี้ ถ้าเกิดไอ้สรพัศมันคิดจะฆ่าพี่ตอนที่แกงไม่อยู่ แกงจะไม่มีโอกาสแม้แต่บอกลาพี่ในวินาทีสุดท้ายของชีวิตพี่เลยนะ นายต้องการอย่างนั้นใช่ไหมแกงส้ม”

                “ไม่! ทำไมพี่ต้องพูดเรื่องตายด้วยวะ แช่งให้ตัวเองตายทำไม” ผมไม่ได้อยากให้ตัวเองขึ้นเสียงใส่พี่ฮั่น นี่ไม่ใช่สิ่งแรกที่ผมคิดจะทำเมื่อเจอหน้าคนเป็นพี่ ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าผมจะมีโอกาสได้อยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้อีก สิ่งที่ผมทำลงไป ผมมีเหตุผลของผม “ที่ผมทำอย่างนี้ไม่ใช่เพราะผมอยากให้พี่ปลอดภัยหรอกเหรอ บอดีการ์ดมาดูแลพี่ก็มี พี่แคนเขาก็เก่ง เขาไม่ยอมปล่อยให้พี่เป็นอะไรไปหรอก เขากล้าตัดสินใจ กล้าห้ามพี่ กล้าสั่งพี่ เพราะเขากับพี่ไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่เหมือนผม”

                “แล้วนายคิดบ้างไหมว่าพี่อยากได้ไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้มาดูแลพี่หรือเปล่า”

                “แต่ไอ้บ้าที่พี่ว่าดูแลพี่ให้ปลอดภัยได้ ไม่ใช่ผมที่เป็นคนเอาอันตรายเข้ามาหาพี่ ผมรักพี่นะพี่ฮั่น ผมไม่เคยรักพี่น้อยลงเลย ผมแค่อยากให้พี่ปลอดภัย และพี่จะปลอดภัยถ้าไม่มีผม” เสียงผมเบาลงจนใกล้เป็นเสียงกระซิบ พี่ฮั่นจะปลอดภัยถ้าไม่มีผม ส่วนผม...ก็แทบขาดใจเมื่อไม่มีพี่ฮั่น มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ค่อย ๆ ฆ่าผมทีละน้อย

                “ถ้าแกงยังรักพี่จริง แกงก็ไม่ควรหนีจากพี่มา เราไม่ใช่แค่เจ้านายกับบอดีการ์ด เราเป็นมากกว่านั้น แกงเป็นคนที่พี่รัก คนรักกันไม่ควรร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรอกเหรอ เราไม่ควรจะยืนเคียงข้างกัน จับมือเดินไปด้วยกันไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไงหรอกเหรอแกงส้ม”

                ผมไม่มีคำตอบให้คนเป็นพี่ ผมรู้เหตุผลของเขา แต่ผมก็มีเหตุผลห่วย ๆ ของผม เหตุผลที่เถียงพี่ฮั่นไม่ขึ้นแม้แต่นิดเดียว

                “นายยังรักพี่อยู่ไหม” พี่ฮั่นถามย้ำอีกครั้งราวกับคำตอบที่พี่ฮั่นควรจะรู้อยู่แล้วสำคัญกับเขามาก ดวงตาคมที่มองมาคาดหวังอะไรจากผมมากมาย แต่ผมไม่แน่ใจนักว่าจะตอบได้อย่างที่เขาต้องการหรือเปล่า ผมรัก... แต่ผมมีเหตุผล...

                “ไม่เคยน้อยลง... ผมรักพี่ยังไง ผมก็ยังรักพี่อย่างนั้น รักมากขึ้นด้วยซ้ำ แต่ผมกับพี่ เราอยู่...”

                “เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะพี่จะเสี่ยงอันตรายเพราะนายใช่ไหม จะพูดแบบนี้ บอกว่ารักพี่แต่เราไม่ควรอยู่ด้วยกัน โดยไม่ฟังอะไรจากพี่เลยงั้นสิ ก็ได้แกงส้ม ก็ได้...”

                ทันทีที่พี่ฮั่นปล่อยตัวผม ความเย็นยะเยือกก็กระโจนเข้าใส่ผมอีกครั้ง ไม่หลงเหลือแม้แต่ไออุ่นจากอ้อมกอดที่เคยรัดแน่น ไม่หลงเหลืออะไรเลยเมื่อพี่ฮั่นตัดสินใจหันหลังให้ แขนขาของผมชา... ไร้เรี่ยวแรงจะห้ามปรามหรือลุกตามไป มันควรจะเป็นอย่างนี้อยู่แล้วนี่ ก็ผมเป็นคนเลือกเดินออกมาเอง ผมเลือกทิ้งเขาไว้กับความปลอดภัยและหัวใจที่ผมคิดว่าวันหนึ่งคงลืมผมได้ แม้ว่าผมจะไม่อยากให้มีวันนั้น...

                “นี่คือสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่เหรอ KS แล้วนายจะร้องไห้ทำไม” ผมด่าตัวเองที่เป็นแบบนี้ อยากด่าตัวเองให้หนักกว่าเดิมด้วยซ้ำที่ตัดสินใจทำอะไรโง่ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก





 

                มนสิชาหาเรื่องปวดหัวให้ตัวเองไม่เว้นแต่ละวัน เพราะมันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ช่วงเวลาเดียวที่ทำให้เธอเลิกคิดถึงพี่ที่แสนดีคนนั้นได้ เด็กในร้านเป็นที่ระบายของเธอเสมอ และวันนี้ก็ดูเหมือนจะถึงเวลา

                “อะไรของเธออีกยะ วิ่งหน้าตาตื่นมาทำไม” มนสิชาแหวใส่เด็กสาวจนเจ้าหล่อนก้มหน้าหลบสายตาเจ้านายก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ

                “ลูกค้าโต๊ะโน้นเขาอยากพบเจ๊มี่ค่ะ เขาบอกว่ากาแฟรสชาติแย่มาก คนชงไม่ยอมใส่ใจลงไปของมันเลยไม่อร่อย แถมเขายังว่าอีกนะคะ ว่าคนชงไม่มีหัวใจ” คำรายงานของเด็กสาวทำให้มนสิชาเลิกคิ้ว วันนี้มันวันอะไรกันหนอ เธอถึงต้องมารับมือกับลูกค้าปากจัด กล้าดียังไงมาว่าคนชงไม่มีหัวใจ...หัวใจเธอน่ะมี แม้มันจะตายไปแล้วก็ตาม...

                “เจ๊มี่จะไป...”

                “ฉันมีทางเลือกงั้นสิ ไหน...ไอ้ลูกค้าปากจัดนั่นนั่งโต๊ะไหน ฉันจะไปจัดการ”

                มนสิชาก้าวฉับ ๆ ไปตามทางที่คนของเธอชี้บอก แต่ยิ่งระยะห่างระหว่างเธอกับลูกค้าคนนั้นยิ่งลดลงมากเท่าไหร่ ขาของหญิงสาวก็ก้าวช้าลงเท่านั้น ไหล่กว้างที่โผล่พ้นหนักเก้าอี้... ผมสั้นสีดำสนิทที่ถูกซ่อนไว้ใต้หมวกสีเข้ม... ภาพนั้น...ช่างคุ้นตาเธอเหลือเกิน

                “บ้าน่าอีมี่ ไม่ใช่หรอก เป็นไปไม่ได้” มีมี่สะบัดหัวไล่ความคิดถึงจารุวัฒน์ออกไป เธอคงคิดถึงพี่โดมมากไปเลยมองใครก็เหมือนพี่โดเรม่อนของเธอไปหมด

                “ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่ากาแฟมีปัญหาอะไรเหรอคะ ทาง...” คำพูดที่เหลือกระดอนหายไปเมื่อเธอเห็นหน้าคนที่นั่งอยู่ มุมปากที่ชี้ลงพื้นทำให้แก้มตุ้ยนุ้ยที่เธอชอบจับเล่นตอนเด็ก ๆ มีรอยลึกไม่น่าดู ดวงตาใต้แว่นกรอบหนาตวัดมองเธอ...ราวกับคนไม่รู้จัก...

                “พี่โดม...”

                “กาแฟร้านคุณรสชาติแย่มากตั้งแต่ผมเคยกินกาแฟมา นี่คุณ คิดว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้วจะเอาอะไรขายลูกค้าก็ได้หรือไง หัวใจน่ะเคยมีบ้างไหม จะทำอะไรก็หัดใส่ใจลงไปบ้าง คิดถึงหัวใจของคนอื่นบ้างสิ คนอื่นเขาจะรู้สึกยังไงเวลาคุณทำ...ทำของกินห่วย ๆ แบบนี้ออกไปให้เขากิน” ให้เขาว่าเธอตรง ๆ ยังดีกว่า คำติกาแฟรสชาติแย่และคนชงไร้หัวใจบาดหัวใจเธอเป็นรอยลึก หากเธอไม่มีหัวใจจริง เธอคงไม่มีวันเจ็บแบบนี้แน่

                “พี่โดมว่ามี่มาตรง ๆ เถอะค่ะ กาแฟมันไม่ได้ผิดอะไร ส่วนคนชง...มี่ยืนยันว่าเธอยังมีหัวใจ”

                “ผมจะไปว่าคุณทำไม ผมไม่มีสิทธิ์อะไรจะไปว่าคุณนี่ครับคุณเจ้าของร้าน ผมก็แค่พูดในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง คนที่ยอมเชื่อใจ ไว้ใจ ตัดสินใจมากินกาแฟที่ร้านของคุณ เพราะผมหวังว่าผมจะได้อะไรดี ๆ  หวังจะได้มีความสุขอย่างคนอื่นเขาบ้าง แต่สิ่งที่คุณให้ผมมา...” ใบหน้ากลมไม่ปิดบังความผิดหวัง สายตาที่เคยให้มอง ตัวเล็ก ถูกเก็บล็อคเอาไว้แน่นหนา

                “พี่โดม อย่าประชดมี่อย่างนี้ได้ไหมคะ ที่มี่ทำไปเพราะ...” มนสิชาพยายามอธิบาย แต่ดูเหมือนอีกคน จะไม่อยากฟังเท่าใดนัก

                “ผมจะประชดคุณทำไม ผมพูดถึงกาแฟ คุณอย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปสิครับคุณเจ้าของร้าน”

                “ค่ะคุณลูกค้า” เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่มีความอดทนสูงนัก ร่างเล็กเชิดหน้าสูง เธอเกลียดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาโดยไม่บอกกล่าว มีมี่ได้แต่หวังว่าการเชิดหน้าขึ้นนั้นจะช่วยกันน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาได้ มนสิชาได้แต่หวังให้เสียงของตัวเองไม่สั่นเครือไปเพราะความรู้สึกที่กำลังจะทำให้เธอล้มทั้งยืน

“แต่ฉันขอบอกคุณไว้เลยนะคะ เจ้าของร้านอย่างฉัน หาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าอย่างคุณเสมอ ถึงแม้ว่ามันจะเข้าเนื้อตัวเอง แต่เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ฉันยอมทำ!

“...”

จารุวัฒน์สะอึกไปกับสิ่งที่ได้ยิน ท่าทีที่เห็นไม่ต่างจากเด็กหญิงตัวน้อยในวันนั้น ไม่ว่าการทำแบบนี้ของมีมี่จะสามารถหลอกใครต่อใครว่าเธอเข้มแข็งมาได้มากมายแค่ไหน แต่เธอไม่อาจหลอกเขาได้ ไม่อาจหลอกพี่โดมคนนี้ได้แม้แต่นิดเดียว

“ถ้ากาแฟร้านฉันมันห่วย ถ้าเจ้าของร้านอย่างฉันมันไร้หัวใจ เชิญค่ะ ร้านอื่นมีอีกเยอะแยะ ออกไปหาร้านที่ดีกว่าสิคะ อย่ามัวแต่จมปลักอยู่กับอีผู้หญิงไร้หัวใจอย่างฉัน”

ร่างเล็กโค้งตัวให้ช้า ๆ ก่อนจะรีบเดินหนี จารุวัฒน์ปล่อยให้ตัวเล็กของเขาก้าวออกห่างไปหลายก้าวกว่าจะได้สติ มืออวบฉวยไม้เท้าที่ซ่อนไว้ข้างเก้าอี้ คนตัวกลมได้แต่หวังว่าความเร็วระดับต้วมเตี้ยมทำให้เขาตามมนสิชาทัน




 

DOME ;)

                “ทำไมต้องเอาแต่เดินหนีพี่ด้วยมีมี่” ผมตะโกนออกไป หวังว่าจะหยุดมีมี่ได้ ผมรู้ว่าผมทำตัวเล็กร้องไห้ ผมผิดเองที่เลือกวิธีนี้ ผมแค่อยากให้เธอรู้ว่าผมรู้สึกยังไงบ้าง แต่ผมลืมไปเองแหละครับ ว่าเธอก็มีเหตุผลของเธอเหมือนกัน และทุกอย่างก็เพื่อผม ประโยคสุดท้ายก่อนเดินจากมาเตือนให้ผมรู้ว่า ไม่ใช่แค่ผมที่เจ็บ มี่เองก็เจ็บเหมือนกัน

                “พี่โดมรู้จักมี่ขึ้นมาแล้วเหรอคะ” เสียงปนสะอื้นทำให้ผมอยากทิ้งไม้เท้าแล้วเข้าไปกอดปลอบคนตัวเล็ก เหมือนที่เด็กชายจารุวัฒน์กอดปลอบเด็กน้อยคนหนึ่งเวลาเธอร้องไห้ แต่ตอนนี้ผม...ไม่กล้าพอ

                “ตัวเล็ก...ก็ตัวเล็กเอาแต่หนีพี่อ่ะ ตั้งแต่เด็กจนโตหนีพี่มาตั้งกี่รอบแล้ว พี่ก็แค่น้อยใจ นี่ถ้าอีตาคุณฮัทอะไรนั่นไม่เอาข้อมูลมาบอกว่ามี่อยู่ที่ไหน พี่ก็คงไม่เห็นหน้ามี่อีกเลยตลอดชีวิตน่ะสิ”

                “คุณฮัท พี่โดมเจอคุณฮัทเหรอคะ เจอได้ยังไง ว๊าย! แล้วพี่โดมถือไม้เท้าทำไมคะ ขาพี่ยังไม่หายเจ็บเหรอ แล้วพี่จะตามมี่ออกมาทำไม เดี๋ยวก็ไม่หายหรอก พี่เนี่ยน๊า”

                “เป็นห่วงพี่เหรอตัวเล็ก” มีมี่หันมาประคองผม คราบน้ำตายังเปื้อนอยู่บนใบหน้าสวย ผมอยากจะปัดมันออกเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่บังเอิญมือผมไม่ว่าง เพราะข้างนึงถือไม้เท้าอยู่ ส่วนอีกข้างอยู่ในมือมีมี่

                “ไม่ห่วงมั้ง ไม่งั้นไม่หนีมางี้หรอก ความจริงก็กะว่าอาทิตย์หน้าจะแอบไปหาอยู่ แต่พี่โดมมาแล้วนี่ ก็ดีเหมือนกันค่ะ มี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงไปกรุงเทพ” มีมี่อมยิ้มนิด ๆ ขณะพูดกับผม ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เดาอารมณ์ยากจริง ๆ ผู้หญิงคนนี้

                “พี่ขอโทษที่พูดแบบนั้นนะ พี่แค่น้อยใจที่มี่หนีพี่มา พี่คิดเอาเองว่ามันคงเป็นแผนง้อ...ไม่ใช่ง้อสิ แผนมาขอให้มี่กลับมาอยู่ด้วยกันที่เข้าท่า แค่พี่อยากบอกมี่ก่อนว่าพี่รู้สึกยังไง ไม่คิดว่ามันจะทำให้มี่ร้องไห้แบบนี้ พี่ลืมไปว่ามี่ก็มีเหตุผลของมี่ เราเคยบอกพี่ในจดหมายแล้วนี่นา พี่ยังเก็บมันไว้อยู่เลยนะ ตัวเล็ก...ดีกันเหมือนเดิม...นะ” ผมชักมือออกจากมือเล็กนุ่มก่อนจะส่งนิ้วก้อยให้เหมือนที่ผมเคยทำตอนเด็ก ๆ  ผมรอเพียงไม่นานนิ้วเล็กก็เกี่ยวเข้ากับนิ้วผม

                “มี่ไม่เคยโกรธพี่หรอกค่ะ ไม่เคยเลย แล้วมี่ก็ขอโทษที่หนีพี่มาแบบนี้ แต่...ถ้าพี่โดมเล่าให้มี่ฟังว่าพี่ไปเจอคุณฮัทตอนไหน แล้วมาที่นี่ได้ยังไง มีสัญญาว่าเราจะไม่แค่ดีกันเหมือนเดิม แต่มี่จะทำให้มันดีกว่าเดิมค่ะ”

                “โห! ข้อเสนอแบบนี้ พี่จะไม่รับได้ยังไงล่ะจ๊ะ แต่ขอกอดก่อนได้ป่ะ คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว” ผมไม่รอให้มีมี่ตอบรับหรือปฏิเสธ ไม้เท้าถูกปล่อยหลุดมือโดยไม่ใยดี ผมจะสนใจให้ไอ้ไม้เท้าแข็ง ๆ นี่ทำไมล่ะครับ ในเมื่อมันสาวน้อยตัวนุ่ม ๆ อุ่น ๆ ให้กอดแบบตอนนี้ ผมแนบใบหน้าไปกับเรือนผมนุ่ม กลิ่นไอของวันวานวนเวียนอยู่รอบกาย ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาไม่รู้จบ ผมไม่นึกแปลกใจอีกแล้วที่ผมจำเรื่องระหว่างผมกับมีมี่ได้แม่นยำ มีคนเคยบอกผมว่า แม้ช่วงเวลาแห่งความสุขแม้จะแสนสั้น แต่ความทรงจำแห่งความสุขจะอยู่กับเราตลอดไป...

                นี่สินะ...ความสุขตัวเล็กของผม





 

KangSom :D

                ผมเกลียดเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นผิดที่ผิดทาง ไร้วี่แววของพี่ฮั่นนับตั้งแต่พี่เขาหันหลังให้กับผม และผมก็ขี้ขลาดพอที่ไม่ตามออกไป บทลงโทษอีกหนึ่งบทสำหรับผมสินะ

                “เอ้า! แกงส้ม! ทำไมมานั่งหงอยคนเดียวอยู่ตรงนี้ อีพี่ฮั่นมันหายหัวไปไหนเนี่ย” เสียงทุ้มของพี่โดมร้องทักผมอย่างอารมณ์ดี... เดี๋ยวนะ! พี่โดม?

                “เฮ้ย! พี่โดม” แต่...ผมจะแปลกใจไปทำไมวะ? ในเมื่อพี่ฮั่นมาได้ แล้วทำไมพี่โดมจะมาไม่ได้ แถมดูเหมือนว่าจะเข้าใจกับมีมี่ดีแล้วเสียด้วย มือข้างนึงจับไม้เท้าพยุงขาข้างที่ยังเจ็บ ส่วนอีกข้าง อยู่ในมือเพื่อนผม

                “นั่นสิ KS คุณฮั่นไปไหนแล้วล่ะ ยังไม่ได้คุยกันอีกเหรอ”

                “ไปแล้ว...กลับไปแล้ว”

                “อ้าว”

                “เฮ้ย!

                สองเสียงอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อได้รับคำตอบจากผม ก็เขาไปแล้วนี่ครับ ผมจะทำอะไรได้

                “พี่ฮั่นเนี่ยนะไปแล้ว! พี่ฮั่นจะไปได้ยังไงในเมื่อมันเป็นคนลากคอพี่มาที่นี่ แกงไปพูดอะไรไม่เข้าหูไอ้หมีบ้านั่นหรือเปล่า คุณบอดีการ์ดธนทัตครับ ถ้าไอ้คุณอิสริยะมันไม่รัก ไม่คิดถึง ไม่อยากเจอหน้า มันไม่ลากคอพี่ขึ้นเขาลงห้วยมาแบบนี้หรอก รู้อะไรไหม วันนี้เที่ยวบินมาปายเต็มทุกที่นั่ง แทนที่พี่ฮั่นจะรออีกวันสองวัน มันลากพี่ขึ้นรถตู้จากเชียงใหม่มาถึงนี่ อ้วกกันไปแปดตลบ โดยเฉพาะไอ้พี่ฮั่น อ้วกจนพี่กลัวว่าจะไม่มีชีวิตรอดมาถึงปาย พี่ฮั่นทำทุกอย่างเพื่อมาพาแกงกลับไปอยู่ด้วยกัน ไม่มีทางที่พี่ฮั่นจะหันหลังกลับง่าย ๆ หรอกถ้าแกงไม่ได้ไปทำอะไรมันเข้า”

                “KS ทุกอย่างจบแล้ว ไม่มีอะไรต้องคิดมากแล้ว สรพัศ คุณหนูสมายล์ หน้าที่บอดีการ์ดของแกง ทุกอย่างจบ”

                ผมมองพี่โดมกับมีมี่สลับกันไปมา ทุกอย่างจบแล้ว? หมายความว่ายังไงกัน?

                “เอ้า! นี่ก็มองอยู่นั่นแหละเฮ้ย อ่ะ เอาไป กุญแจห้องพักพวกพี่ ป่านนี้พี่ฮั่นนอนร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้วมั้ง ไปปลอบหมีเร็ว ๆ เลย ก่อนหมีจะหนีไปไกลกว่านี้ อ่อ แล้วคืนนี้ก็ค้างที่นั่นเลยนะ ไม่ต้องกลับมา เดี๋ยวพี่อยู่ที่นี่ดูแลมีมี่เอง โอ๊ย! ตัวเล็กอย่าทำร้ายร่างกายพี่สิ พี่ยังเป็นคนป่วยอยู่น๊า” พี่โดมโยนกุญแจให้ผมก่อนจะหันไปมุ้งมิ้งกับคนข้างกายต่อ ผมมองกุญแจดอกเล็กที่นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะอย่างทำอะไรไม่ถูก ผมควรไปหาเขาไหม? แล้วที่บอกว่าทุกอย่างจบมันหมายความว่ายังไง ก็ยังไม่มีใครให้ความกระจ่างกับผมเลย

                “แล้วยังจะคิดอะไรอยู่อีกเนี่ย KS ที่ผ่านมา เราสองคนยังทำพลาด ยังทำร้ายตัวเองและคนที่เรารักมาไม่มากพออีกเหรอ ไปหาหัวใจของนายเถอะ...”

                “เพราะมี่ก็จะอยู่กับหัวใจของมี่เหมือนกัน ใช่ไหมตัวเล็ก จะพูดงี้ใช่ป่าว” ผมไม่อยากจะพูดทำร้ายจิตใจแม่หมูเลยว่าพี่โดมมุ้งมิ้งได้น่าถีบมากครับ (แม่หมู//แม่หมูก็ว่างั้นแหละ บางทีก็แอบหมั่นไส้มันเบา ๆ ) อ้าว! นี่แม่หมูก็ว่าพี่โดมเป็นกับเขาด้วยเหรอครับ นึกว่าจะชมกันเป็นอย่างเดียว (แม่หมู//พูดมาก! ไปหาพี่ฮั่นไป!) จริงสิ! ผมจะเสียเวลาต่อปากต่อคำกับแม่หมูทำไมนะ





 

Hunz :”)

                ผมนั่งกุมขมับอยู่ในห้องพัก ไอ้โดมหายเงียบไปตั้งแต่เราแยกกันไปจัดการเรื่องของตัวเอง เป็นสัญญาณที่ดีครับ เพราะนั่นหมายความว่ามันคงจัดการกับตัวเล็กของมันเรียบร้อยแล้ว ต่างจากผม...

                ผมเสียใจไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีกว่านี้ ผมตั้งใจจะเดินเข้าไปหาแกงด้วยรอยยิ้ม รวบร่างโปร่งเข้ามาในอ้อมกอดแล้วบอกว่าผมเข้าใจเขาทุกอย่าง เล่าให้น้องฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น บอกน้องว่าไอ้ชั่วสรพัศมันไม่มีทางหวนกลับมาทำร้ายเราได้อีก ความชั่วที่มันทำย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองเข้าให้แล้ว แม้วันนั้นมันยังไม่ตายแต่ตอนนี้... ทุกอย่างจบแล้วครับ เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมไม่อยากให้มือของแกงต้องเปื้อนเลือดชั่ว ๆ  ถึงไอ้สรพัศจะเป็นคนเลว แต่ผมก็ไม่อยากให้คนรักของผมต้องฆ่าใคร

                สมายล์เองก็เช่นกัน แต่เธอโชคดีที่ยังมีคนที่รักและพร้อมจะดูแลเธอ คุณฮัทพาสมายล์ไปรักษาอาการผิดปกติเล็ก ๆ ของเธอ ผมเชื่อว่าการบำบัดจะทำให้สมายล์ดีขึ้นมากกว่านี้ ความจริงผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนเลวร้ายเท่าไหร่หรอกครับ แค่มีคนเลว ๆ เอาข้อมูลร้าย ๆ และความแค้นป้อนใส่ตั้งแต่เด็ก ผมได้แต่ภาวนาให้ต่อไปเธอได้เจอกับสิ่งดี ๆ  อย่างน้อยก็ในฐานะคนเคยรู้จักกัน

                ส่วนผม... คงต้องเริ่มต้นใหม่พรุ่งนี้ บอกให้ตัวเองเย็นลงแล้วกลับไปหาแกงส้มอีกครั้ง ผมอยากเดินกลับไปหาน้องตั้งแต่วินาทีที่หันหลังจากมาแล้ว แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ขาผมก้าวต่อไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับไปมองน้องสักนิด ผมใจร้ายใช่ไหม? ใช่...ผมใจร้าย แต่ที่ผ่านมาแกงก็ใจร้ายกับผมเหมือนกัน ผมงัดสิ่งนี้มาเป็นข้ออ้างให้ตัวเอง อย่างน้อย...ผมก็หวังให้ตัวเองรู้สึกแย่น้อยลง

                ผมล้มตัวลงนอน ไฟทั้งห้องถูกปิดสนิท มีเพียงแสงของพระจันทร์ดวงกลมนอกหน้าต่างเท่านั้น ที่ส่องมาพอให้เห็นสิ่งต่าง ๆ รอบกายเป็นเงาจาง ๆ  ผมนอนเอามือก่ายหน้าผาก พยายามข่มตาให้หลับเท่าไรก็ไม่สำเร็จ นึกขำปนสมเพชตัวเอง ผมมาที่นี่เพื่อตามความสุขที่มีลมหายใจของผมกลับไปแท้ ๆ  ผมกลับเป็นฝ่ายทำเสียเรื่อง สมน้ำหน้าแกแล้วอิสริยะ

                เสียงก๊อกแก๊กดังมาจากข้างนอก ไอ้โดมคงกลับมาจากภารกิจง้อตัวเล็กของมันแล้ว ผมแกล้งทำเป็นนอนนิ่ง ยังไม่อยากตอบมันในเวลานี้ เสียงประตูกระแทกปิดแผ่วเบาผิดวิสัยไอ้โดมอย่างมาก แต่...คนมันกำลังหัวใจพองโต มันคงอารมณ์ดีเกินกว่าจะกระแทกประตูแรง ๆ ให้ผมที่ดูเหมือนหลับตกใจตื่นล่ะมั้ง

                ผมบอกตัวเองให้นอนนิ่งจนกว่าจะได้ยินเสียงกรนจากเตียงข้าง ๆ  แต่... ทำไมเตียงผมยุบ? ไอ้โดม มึงมาผิดเตียงโว๊ย! มึงไม่ใช่แกงส้ม ไม่ต้องมานอนเตียงเดียวกับกู! ผมตะโกนอยู่ในใจ จะพูดออกไปก็กลัวจะต้องตอบคำถามที่อาจตามมาไม่รู้จบ

                “เฮ้ย!” แต่ตอนนี้เงียบไม่ได้แล้วครับ มันกอดผม! แขนเรียวพาดอยู่ที่เอว ไอ้... เดี๋ยวนะ แขนเรียว... ความรู้สึกแบบนี้... กลิ่นหอม ๆ แบบนี้มัน...

                “ผมไม่ได้รักพี่เท่าเดิม แต่ผมรักพี่มากกว่าเดิม ขอโทษที่ผมโง่ทิ้งพี่มา ขอบคุณที่พี่ให้โอกาสผม ขอบคุณที่มาหาผมถึงที่นี่ ให้อภัยผมได้ไหม รักผมเหมือนเดิมได้ไหม มันอาจฟังเหมือนผมแก้ตัวนะพี่ฮั่น แต่ที่ผมทำไปทั้งหมด เพราะผมรักพี่มากจริง ๆ  ผมรักพี่นะพี่ฮั่น ผมรักพี่” เสียงหวานพูดอู้อี้อยู่ใกล้ใบหน้าผม แรงกอดแน่นขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

                “นี่พี่ฝันไป หรือเมารถค้างมาตั้งแต่กลางวัน พี่ไม่ได้เพ้อจนเห็นไอ้โดมเป็นแกงใช่ไหม” ประสาทสัมผัสทุกอย่างบอกผมว่านี่เป็นเรื่องจริง คนที่กอดผมอยู่คือแกงส้มจริง ๆ  ไม่ใช่ผมจินตนาการไปเองอย่างหลายคืนก่อน

                “บ้า ถ้าพี่เห็นพี่โดมเป็นผมได้นะ ผมจะต้องจัดการพี่ขั้นเด็ดขาด”

                “จัดการยังไง บอกพี่หน่อยได้ไหม” ผมลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่ผมคิดถึง โชคดีที่คืนนี้ไม่ใช่คืนเดือนมืด ผมเลยเห็นหน้าของอดีตบอดีการ์ดได้ แกงส้มนอนอยู่ตรงนี้กับผมแล้ว ในที่สุดผมก็ได้น้องกลับมาอยู่ข้างกายแล้ว

                “ก็ทำให้พี่ไม่มีวันลืมผม ไม่มีทางเห็นคนอื่นเป็นผมได้ไง”

                “พี่ไม่เคยลืมนาย ไม่เคยเลย แม้แต่ตอนที่นายไม่ได้อยู่กับพี่” ผมบอกน้องไปตามความจริง ๆ  หลายวันที่อยู่โดยไม่มีแกงส้มเป็นช่วงเวลาแสนทรมาน มันใช้ชีวิตอยู่ได้ครับ ผมยังหายใจได้ แต่มันไม่มีความสุข มันไม่มีอะไรเลย มันว่างเปล่าจนไม่รู้จะบรรยายยังไง

                “ผมขอโทษ...” ดวงตากลมหลบตาผมทันที ผมเอื้อมมือไปประคองใบหน้าหวานเอาไว้ ไม่ต้องการให้น้องอยู่ห่างกันอีกแม้กระทั่งสายตา

                “พอแล้ว ไม่พูดเรื่องที่ผ่านมาแล้วได้ไหม”

                “แต่ผมก็ยังอยากขอโทษพี่...อือ...”

                ในที่สุดผมก็ตัดสินใจทำอีกหนึ่งสิ่งที่ผมอยากทำที่สุดเมื่อได้เจอแกงส้ม ระยะห่างถูกปิดลงเมื่อผมดึงร่างโปร่งเข้ามาใกล้ ปลายจมูกโด่งเย็นเพราะอากาศที่หนาวเหน็บแต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานน้องจะอุ่นขึ้น ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวเนื้อเย็น ๆ ให้ความรู้สึกประหลาดหากชวนตื่นเต้น กลีบปากอิ่มยังคงความนุ่มไม่ต่างจากที่ผมเคยสัมผัส ผมยอมเสียเวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันเพื่อได้อ้อยอิ่งอยู่บนเรียวปากหวานนี้ รสชาติหวานติดปลายลิ้นชวนเสพติดจนยากจะหักใจออกมา และผมก็ไม่คิดจะหักใจออกเสียด้วย

                ผมรู้สึกถึงแรงดึงที่แขนเสื้อ ผมใช้ความรู้สึกพามือตัวเองไปหามือของน้อง แกะนิ้วทั้งห้าที่พยายามทำลายเสื้อผ้าผมออกแล้วประสานเข้ากับนิ้วของตัวเอง ตำแหน่งการกอดถูกปรับเปลี่ยนเมื่อผมดึงตัวน้องให้มาอยู่บนตัวผม ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลิ้นของใครเป็นฝ่ายบุกรุกเข้าไปในโพรงปากของอีกคนก่อน ลิ้นนุ่มกระหวัดแน่นราวกับกลัวว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะลอยหายไปในห้วงบรรยากาศ ความคิดถึงทำให้ผมทิ้งตัวลงไปในกระแสอารมณ์ที่ผมกับน้องกำลังสร้างขึ้น

                ลมหนาวไม่อาจทำอะไรผมได้ ต่อให้อุณหภูมิลงต่ำกว่านี้อีกกี่องศาผมก็ไม่หวั่น เพราะตอนนี้ ความอบอุ่นของผมได้กลับมาอยู่ในที่ของเขาแล้ว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // ดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ?? ฟ้าเมืองปายสดใส พัดความเศร้าไปหมดแล้วเน๊อะ บางคนอาจมองว่า เอ๊! มันง่ายไปหรือเปล่า ในมุมมองของแม่หมูนะ ชีวิตคนเราจะยากจะง่ายมันอยู่ที่เราเองนั่นแหละ เราดิ่งลงช่วงที่แย่สุดของชีวิต(ในที่นี้ก็คือของฟิค)ไปแล้ว หาอะไรแย่ไปกว่านี้คงไม่มีอีกแล้วล่ะค่ะ ความสว่างสดใส สิ่งดีๆควรจะเข้ามาซักที หลายคนชอบถามว่าทำไมฟิค/นิยายต้องมีดราม่า แม่หมูตอบในมุมมองของแม่หมูเลยว่า ไม่มีชีวิตใครมีความสุขตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงสุดสิ้นสุด มันอยู่ที่ช่วงเวลาชีวิตของแต่ละคนว่ามันจะเดินไปยังจุดไหน ความเศร้าทำให้เรารู้คุณค่าของความสุขค่ะ และความสุขจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป



วันนี้หยิบเพลง รักเท่าเดิ่ม ของน้องแกงมาใช้เป็นธีมของตอนนี้ "อยากบอกว่ารักเท่าเดิม ไม่เคยรักเธอน้อยลงไป ต่อให้เธอเดินจากฉันไปในวันนั้น" บางทีความรักก็เป็นเรื่องแปลกนะคะ...ว่ามั้ย??


เมื่อวานปลื้มปริ่มไปกับคอนด้วยรัก แม้จะไม่ได้ไปด้วยเหตุผลหลายสิ่งอย่าง แต่ก็เป็นปลื้มกับป๋าด้วยจริงๆ ดีใจที่เห็นป๋าของพวกเรามีคนรักเพิ่มขึ้นทุกวัน แม่หมูอาจจะดูเป็นแฟนคลับหลายใจที่วิ่งไปหาคนนี้ที วิ่งไปติ่งคนนั้นที แต่แม่หมูกล้าพูดว่ารักป๋าไม่แพ้ทุกคน น้ำตาไหลกับหลายอย่างที่ป๋าแสดงออกว่าเขา "แคร์" พวกเรา อ้อ! แล้ววันนี้ยังมีข่าวดีอีก บอกเลยว่าปลื้มมมมม >w<


ทายซิว่าอีกกี่ตอนจะจบ? อ้อ! ส่วนเหตุการณ์ต่อจากนี้ ไปมโนกันต่อเองเน๊อะ กิกิ >w<


ปล. ตอนหน้าจะสรุปรายชื่อท่านที่ Pre-Order รวมเล่มอีกครั้ง ท่านที่สนใจทิ้งชื่อและช่องทางติดต่อไว้นะคะ เมื่อแม่หมูได้ราคาอย่างเป็นทางการจะแจ้งแต่ละท่านไปใน ช่องทางที่ติดต่อได้ ที่แต่ละท่านแจ้งมา หวังว่าเดือนกันยายนนี้ อะไรต่อมิอะไรจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1110 jewel *28 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 08:37
    กรี๊ดดด ดีกันทั้งสองคู่แล้ว >< ลุ้นแทบแย่พี่ฮั่นพี่แกงจะคืนดีกันไหม 555
    #1,110
    0
  2. #1067 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 01:21
    ดีใจที่พี่หมีเจอแกง
    หวานกันแล้ว -/////-
    โดมกับโดเรมี่ก็เข้าใจกันแล้ววว
    มันควรจะเป็นไปในทางของมันเนาะ.
     
    :))
     
     
    ปล. แม่หมูไม่น่าให้คนอ่านมโนเองนะ
    ฮ่าๆ เดี๋ยวอาจมีมโนไปไกลเกินกว่าดาวอังคาร
    (ล้อเล่น)
    #1,067
    0
  3. #1012 kat (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2556 / 12:10
    มโนต่อเองหรอแม่หมู

    ฮือออออ

    ต่อก็ดีน๊าาา



    ชอบอ่า ตอนที่พี่ฮั่นไปหาน้อง

    พูดอะไรมากมาย มันบรรยายได้ถึงความรู้สึกนั้นมากเลย



    ขอบคุณที่เสริฟของหวานนะคะ
    #1,012
    0
  4. #1011 loneline (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2556 / 13:09
    โอ๊ยยยยย คิดว่าจะมาม่าอืดไปอีกนาน

    แต่ดีแล้วที่ไม่นานไปกว่าีนี้ ไม่งั้นคงลงแดงตาย ><
    #1,011
    0
  5. #1010 isawa (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2556 / 02:15
    สะบักสะบอมมายาวนาน หวานซะที กรีสสสสสส

    ว่าแต่แม่หมูควรต่อนะคะ รีดมโนเองไม่ได้อ่ะ ใสๆ อิอิ

    แม่หมูให้ไปมโนเอง ค้างนะเนี่ย ควรมาต่อด่วนๆๆๆๆๆ

    อยากแปะเมลล์ฝุดๆๆๆๆๆ อิอิ
    #1,010
    0
  6. #1008 Joy Yoo (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 21:13
    โอ๊ยยยย
    ค่อยยังชั่วหน่อย

    แม่หมูจัดมาแค่นี้หราาาา  555555
    #1,008
    0
  7. #1007 Kathy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 19:49
    คงมีแต่ฮ่ันและแกงเท่าน้ัน ท่ทําให้ฟินได้ขนาดนี้
    #1,007
    0
  8. #1006 bull (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 16:05
    โอ้ยยยยย พี่แกงมาหาถึงเตียงพี่ฮั่นเลยอ้ะ จะรอดมั้ย 5555
    #1,006
    0
  9. #1005 แหม่มกาอิน (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 07:18
    โห ลุ้นแทบตาย

    บรรทัดสุดท้ายจิกเมาส์ 555
    #1,005
    0
  10. #1004 pcard (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 01:23
    ลุ้นมากกกก ว่าเมื่อไหร่จะคืนดีกัน 555++
    #1,004
    0
  11. #1003 TheDreamTD (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 00:17
    เย้ พี่ฮั่นพี่แกง พี่โดมพี่มี่กลับมาคืนดีกันหืดแล้ว คู้พี่โดมกับพี่มี่นี้ยังคืนดีกันง่ายนะ แต่คู่ของสองหมีนี้สิกว่าจะกลับมาคืนดีกันลุ้นแทบตาย พอคืนดีกันแล้วก็นะ >\\\\<
    #1,003
    0
  12. #1002 เด๋กดี (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 23:49
    กลับมาแบ...น่ารักได้ใจ



    จะทำร้ายหัวใจตัวเองกันทำไมนะ คนเรา
    #1,002
    0
  13. #1001 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 23:27
    กรี๊ดดด ตอนนี้เริ่ดมาเลยค่าแม่หมู ตอนแรกเค้าร้องไห้หนักเลย เข้าใจทั้งสองคนนะคือแบบก็มีเหตุผลของตัวเอง แต่ยังไม่ได้พูดออกมาเลยไม่เข้าใจกัน ส่วนคู่ของพี่โดม แหมหมั่นไส้มากบอกเลย555555 มุ้งมิ้งมากกก ตอนสุดท้ายเข้าใจกันแล้วดีใจง่าาา กลับมาดีกันแล้ว น่ารักจังง ให้มโนเอาเองจริงๆหยอ #ไม่ค่อย 5555555 ติดตามเสมอนะค่าา รอตอนต่อไป ^^
    #1,001
    0
  14. #999 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 23:05
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยย ในที่สุด นึกว่าจะกินดราม่าจนอืดไปแล้วซะอีก



    แล้วไงล่ะ...ไม่มีเกมมาเล่น...ไม่มีคำถาม...ไม่มีให้แปะเมล...



    โอเค๊...จิ้นต่อเองก็ได้ 555
    #999
    0
  15. #998 pigpigpig1 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 23:03
    พี่ฮั่นน้องแกงกลับมาหวานกันแล้ว ดีใจจัง
    แม่หมูเล่นจัดหนักหลายตอนเลยนะคะ ทำเอาเครียดเลย
    คราวนี้ก็ยิ้มได้แล้วสินะ เอาหวานๆ หน่อยสิ รออ่านอยู่ค่ะ
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #998
    0
  16. #997 kwangjow (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 22:34
    กรี๊ด !!!!!!!! เดี๋ยวมาอ่านนะ
    #997
    0