[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 33 : Chapter 32 :: เปิดเผย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ก.ค. 56

Chapter 32 :: เปิดเผย

 

                ความเย็นวาบปลุกให้ธนทัตรู้สึกตัว ความเจ็บร้าวมีอยู่แทบทุกอณูเนื้อหนัง เปลือกตาหนังอึ้งจนเขาไม่อยากจะเปิด ไม่ต่างอะไรกับร่างกายที่ระบบช้ำจนเขาแทบไม่อยากกระดิกตัว

                ธนทัตรู้สึกได้ถึงมือของใครบางคนขยับไหวอยู่บนตัวเขา จินตนาการวาดภาพร่างสูงของคนที่เป็นหัวใจขึ้นมาในทันใด ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นความหวังที่เป็นไปได้ยาก เสียงเรียกชื่อของเขาเบา ๆ ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาหวังไปเองจริง ๆ เพราะนั่นเป็นเสียงของผู้หญิง... ผู้หญิงที่เขารู้จักดี

                “เมื่อไหร่จะตื่นซะที KS เมื่อไหร่จะตื่นซะที” มนสิชานั่งทำแผลจำนวนนับไม่ถ้วน นับตั้งแต่ธนทัตถูกโยนโครมเข้ามาในห้อง ผู้ชายพวกนั้นที่เธอคุ้นหน้าเป็นอย่างดีถอดเสื้อเชิ้ตเปื้อนเลือดของบอดีการ์ดหนุ่มออก มีมี่ไม่แน่ใจนักว่า ที่คนพวกนั้นถอดเสื้อให้แกงส้มเป็นเพราะหวังดีหรือทำตามคำสั่งของใครบางคนกันแน่ เพื่อนของเธออยู่ในสภาพน่าเป็นห่วงจนเธอใจหาย กล่องปฐมพยาบาลกล่องเล็กจิ๋วเสียจนเธอไม่มั่นใจว่าจะมียาและผ้าปิดแผลเพียงพอสำหรับธนทัตหรือไม่ เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เพื่อนของเธอยังไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัว

                “...”

ธนทัตพยายามเปล่งเสียงแต่กลับไม่มีเสียงใด ๆ หลุดจากปาก ร่างโปร่งพยายามขยับตัวแต่แขนทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังเอาไว้ มนสิชาสังเกตถึงการเคลื่อนไหวของคนที่นอนอยู่ หล่อนแทบจะโยนทุกอย่างในมือทิ้งแล้วประคองร่างของธนทัตให้ลุกขึ้นนั่ง

                “แกง แกงฟื้นแล้วเหรอ เป็นไงมั่ง ไหวไหมแกง แกงต้องไหวนะ” คำพูดที่รัวมาเป็นชุดไม่ได้ทำให้ธนทัตรู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด เพราะมันมีความหมายที่แฝงอยู่เป็นนัยว่าเรื่องราววุ่นวายในวันนี้จะยังไม่จบ

                “ไม่ไหว... แต่ก็ต้องไหวใช่ป่ะมี่”

                “แกงส้ม...”

                “เราควรถามมี่ไหม ว่าเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมเราถึงถูกมัดแบบนี้ ทำไมมี่ไม่แก้มัดให้เรา” ไม่มีแววความไม่พอใจอยู่ในน้ำเสียงนั้น แต่ถ้อยคำที่เอ่ยถามก็ไม่บ่งบอกว่าเขาเข้าใจแต่อย่างใด




 

Hunz

                ผมควรโทษยานอนหลับที่ทำให้ผมรู้สึกหนักหัวแบบนี้ ความเงียบงันของโรงพยาบาลทำให้คนที่อยากจะหลับต่ออีกสักพักจำใจลืมตาตื่น ผมควรได้เห็นหน้าแกงส้มที่กำลังนอนเฝ้าผมอยู่ข้าง ๆ เตียงเป็นสิ่งแรกของวัน หลังจากที่เมื่อคืนผมผิดหวังไม่ได้เห็นหน้าแกงเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนนอน ผมตั้งความหวังไว้เต็มเปี่ยม และไม่ต้องการรับมือกับความเสียใจแม้แต่นิดเดียว

                สายตาผมพุ่งไปยังโซฟาตัวยาวเป็นอย่างแรก... หมอนและผ้าห่มถูกวางไว้เรียบร้อยไม่ต่างจากที่ผมเห็นเมื่อคืน แกงยังไม่กลับมา? แกงไม่ได้นอน? หรือแกงเก็บของไว้เรียบร้อยเหมือนไม่ได้ใช้? อันหลังนี่คงไม่ใช่แน่ เพราะผ้าห่มจะพับตัวเองจนเรียบร้อยแล้วกลับไปนอนอยู่ในซองพลาสติกเหมือนเดิมได้ยังไง

                ผมกวาดมองไปทั่ว เป็นไปไม่ได้ที่แกงจะไม่อยู่กับผมในเวลานี้ น้องควรกลับมาอยู่ข้างตัวผมตั้งแต่เมื่อคืนแล้วสิ บอดีการ์ดของผมควรกลับมาดูแลคุ้มครองผมตั้งนานแล้ว ผมพยายามเงี่ยหูฟังเสียงรอบตัวแต่ก็พบแต่ความเงียบ น้องไม่ได้อยู่ในห้องน้ำ แล้วน้องอยู่ไหน?

                แรงขยับจากข้างเตียงทำให้ผมสะดุ้ง กลุ่มผมสีดำ...หนา...และยาว... ผมยาว! ไม่ใช่แกงนี่!

                “พี่ฮั่น พี่ฮั่นตื่นแล้วเหรอคะ” ไม่ใช่แกงจริง ๆ แต่เป็น...

                “สมายล์ คุณมาได้ไง” ผมขยับออกห่างราวกับสมายล์เป็นตัวเชื้อโรค ไม่รู้ทำไม ทั้ง ๆ ที่แกงบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนเตือนเราเรื่องมือปืนนั่น แต่ผมก็ทำใจให้เชื่อคำพูดเธอไม่ได้ซะที สมายล์ไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจอะไรกับท่าทีของผม หนำซ้ำเธอยังยิ้มให้ราวกับเข้าใจความรู้สึกของผมดี น้ำเสียงหวานนั้นราบเรียบ... และผมก็ไม่ชอบเอาซะเลย

                “มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ แต่พี่ฮั่นหลับอยู่ พี่เลยไม่เห็นตอนสมายล์เข้ามา”

                “ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา” ผมจำได้ว่าหน้าห้องมีบอดีการ์ดที่ซ้อหมีส่งมาเฝ้าอยู่ เป็นไปได้ยังไงที่เธอจะปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามา ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 “อย่าบอกนะว่าวริษฐาเป็นคนของเธอ”

                “วริษฐาไหนกันคะพี่ฮั่น ตอนสมายล์มาก็ไม่มีใครอยู่หน้าห้องนี่คะ สมายล์กลัวจะมีคนของคุณลุงตามมาที่นี่อีก สมายล์ก็เลยนอนเฝ้าพี่ฮั่นทั้งคืน เพราะว่าพี่แกงคงกลับมาเฝ้าพี่ไม่ได้...” ถ้าผมไม่ได้ตาฝาดผมเห็นสมายล์หน้าสลดลงเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หรือว่าการที่แกงส้มไม่กลับมา เป็นเพราะฝีมือของเธอ?

                “คุณรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับแกงส้ม บอกผมมาเดี๋ยวนี้นะ”

                “เอ่อ... คือ... พี่แกง...”

                “บอกมาสิ! อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ได้ อยากให้ผมคิดว่าคุณมาดีนักไม่ใช่เหรอ ถ้าอยากให้ผมเชื่อคุณจริง ๆ ว่าคุณไม่ได้ทำดีเพื่อหวังจะทำร้ายผมทีหลังอีก ก็บอกผมมาว่าคุณรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับแกงส้ม”

                “คือ... พี่แกงถูก...” จะบอกว่าผมกลั้นหายใจรอฟังคำพูดของสมายล์ก็ไม่ผิดนัก ผมคาดหวังจะได้ยินอะไรจากปากเธอ? ผมบอกได้เลยว่าผมไม่รู้ แต่ผมรู้สึกว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ การลืมตาขึ้นมาเจอหน้าผู้หญิงคนนี้ แทนที่จะเป็นแกงส้มของผม แค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีรับวันใหม่ที่ผมควรจะเจอแล้ว

                “ขอโทษนะคะ” ผมหันขวับไปยังประตูห้องที่เปิดออก นึกสาปแช่งคนที่ขัดจังหวะผมอยู่ในใจ คุณพยาบาลช่างเปิดประตูมาได้จังหวะ ผมผ่อนลมหายใจที่ตัวเองกลั้นไว้ออกมาเสียงดัง ดีครับ! จะได้รู้ว่าผมไม่สบอารมณ์!

                “คะ...คุณพยาบาล” สมายล์ขานรับเสียงใส ผมเบือนหน้าไปทางอื่น สิ่งที่ผมอยากรู้ที่สุดตอนนี้คือแกงส้มของผมอยู่ไหน ผมไม่สนใจหรอกว่าสองคนนี้เขาจะคุยอะไรกัน

                “นี่ก็สายมากแล้ว ทำไมญาติยังไม่ให้คนไข้ทานอาหารเช้าอีกคะ อาหารก็เอาเข้ามาให้ตั้งนานแล้ว ป่านนี้เย็นหมดแล้วมั้งคะเนี่ย คนไข้ต้องทานยาหลังอาหาร ยังไงรบกวนญาติจัดการด้วยนะคะ แล้วตอนสาย ๆ คุณหมอจะเข้ามาตรวจค่ะ”

                “ตายจริง ฉันขอโทษนะคะ พอดีพี่ฮั่นเพิ่งตื่น เดี๋ยวฉันจัดการเองค่ะ ขอบคุณคุณพยาบาลมากนะคะที่เตือน”

                พยาบาลกลับออกไปแล้ว ส่วนสมายล์ก็กุลีกุจอเลื่อนโต๊ะวางถาดอาหารเข้ามาใกล้ ไม่ต้องเดาก็รู้ครับว่าอาหารเช้าของผมคงหนีไม่พ้นข้าวต้ม ไอ้ข้าวแหยะ ๆ นี่คงจะน่ากินมากถ้าคนป้อนผมเป็นแกง...

                “พี่ฮั่นทานก่อนนะคะ เดี๋ยวสมายล์ป้อน” ผมหันหน้าหนีก่อนที่ช้อนจะเข้าใกล้ปากผมเสียอีก แต่ดูเหมือนสมายล์จะยังไม่ละความพยายาม “พี่ฮั่นคะ ทานอะไรก่อนนะคะ พี่ฮั่นเป็นอย่างนี้แล้วจะไปช่วยพี่แกงได้ยังไง อุ้ย...”

                ผมหันขวับมาทันที! ช่วยแกงส้ม! แกงส้มเป็นอะไร!

                “แกงเป็นอะไร ทำไมผมต้องไปช่วยแกง คุณทำอะไรแกงส้ม” ผมถามเสียงห้วน สมายล์ส่ายหน้าใส่ผมแทนคำตอบ รอยยิ้มแบบที่ผมอยากให้มันสูญพันธุ์ไปจากโลกผุดขึ้นบนริมฝีปากเคลือบสีสด รอยยิ้มนั้นมาพร้อมกับสายตาเห็นอกเห็นใจ... ที่ผมไม่อยากได้รับจากผู้หญิงคนนี้เลย

                “ทานก่อนนะคะ กินข้าวต้มซักหน่อย กินยาให้เรียบร้อย แล้วสมายล์สัญญาค่ะ ว่าสมายล์จะบอกพี่ฮั่น ตอนนี้พี่แกงไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่หรอกค่ะ”

                “บอก...”

                “ทานค่ะ ไม่งั้นพี่ฮั่นจะไม่รู้อะไรเลย”

                ผมจำใจอ้าปากรับข้าวต้มร้อน ๆ เข้ามาเต็มคำ ผมรีบกลืนคำแรกลงคอโดยไม่คิดสนใจรสชาติมันซักนิด ก่อนจะรีบอ้าปากรอคำต่อไป ใจผมตอนนี้คิดไปทั่ว ความกลัวเริ่มแทรกซึมเข้ามาทีละน้อย ๆ พื้นที่ส่วนมากของหัวใจภาวนาให้แกงไม่เป็นอะไร ทั้ง ๆ ที่สมองค้านหัวชนฝาว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก็ยัยผู้หญิงคนนี้เพิ่งพูดอยู่หยก ๆ ว่าผมต้องไปช่วยแกง ผมพยายามกล่อมให้ตัวเองใจเย็นที่สุดทั้ง ๆ ที่อยากจะกระชากสายน้ำเกลือออกแล้วรีบไปหาแกงส้มเต็มทีแล้ว

                “เสร็จแล้ว บอกได้รึยัง” ผมถามทันทีที่กลืนยาหลายเม็ดเข้าไป สมายล์นั่งลงข้างเตียงอย่างใจเย็น

                “พี่ฮั่นต้องใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งทำอะไรวู่วาม ตอนนี้พี่ฮั่นเจ็บอยู่ ถามพี่ฮั่นเชื่อสมายล์ซักนิด ตอนนี้พี่กับพี่แกงก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้...” สมายล์พูดเหมือนทั้งหมดเป็นความผิดของผม ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ เป็นใคร ๆ จะเชื่อล่ะครับ ผู้หญิงคนนี้เกือบสวมเขาให้ผม ถึงผมจะไม่ได้รักเธอตั้งแต่แรก แต่จะให้ผมแต่งงานกับคนที่ทำอะไร ๆ กับผู้ชายคนอื่นในวันแต่งงานของตัวเอง อย่างนี้ผมก็แต่งด้วยไม่ลงหรอก ไหนจะเรื่องที่เธอเป็นหลานของสรพัศอีก ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยจนกระทั้งผมแอบเห็นเขาในวันแต่งงาน

                “เลิกอ้อมโลกแล้วบอกซะทีเถอะว่าแกงส้มอยู่ไหน ใครทำอะไรแกง ฝีมือคุณหรือเปล่า”

                “ถ้าสมายล์เป็นคนทำร้ายพี่แกง สมายล์คงไม่มานั่งเสนอหน้าอยู่ตรงนี้ให้พี่ด่าสมายล์เล่นหรอกค่ะ จะต้องให้สมายล์บอกกี่พันครั้งพี่ฮั่นถึงจะเชื่อคะว่าคนที่ทำเรื่องทั้งหมดคือคุณลุงไม่ใช่สมายล์” ให้ผมเชื่อ? ผมจะเชื่อลงได้ไง...

                “จะให้ผมเชื่อว่าคุณไม่รู้เรื่องที่คุณลุงของตัวเองทำเนี่ยนะ มันเชื่อได้ง่าย ๆ ก็ดีสิ”

                “สมายล์บอกพี่เรื่องกล้องวงจรปิด สมายล์เตือนพี่ให้รู้ว่ามีมือปืนจะไปทำร้าย สมายล์มาเฝ้าพี่ทั้งคืนเพราะรู้ว่าคุณลุงอาจส่งใครมาทำร้ายพี่เมื่อไหร่ก็ได้ แล้วสมายล์ก็กำลังจะบอกพี่ว่า พี่แกงถูกคนของคุณลุงจับตัวไป แค่นี้ยังพิสูจน์ให้พี่เห็นไม่ได้อีกเหรอคะว่าสมายล์หวังดีกับพี่จริง ๆ และรู้สึกผิดกับทุกสิ่งที่ผ่านมา แค่นี้สมายล์ยังทำไม่มากพออีกเหรอคะ”

                “เมื่อกี้คุณบอกว่า แกงถูกจับตัวไป... อย่างนั้นเหรอ” แกงถูกจับตัวไป! สรพัศจับตัวแกงไป! ทำไมมันไม่จัดการกับผมล่ะ? ในเมื่อคนที่ทำให้มันเป็นอย่างนี้คือผมไม่ใช่แกงส้ม!

                “ใช่ค่ะ พี่แกงอยู่ที่บ้านของสมายล์ตั้งแต่เมื่อคืน พอสมายล์เห็นพี่แกงถูกแบกเข้ามา สมายล์ก็รีบออกมาหาพี่ฮั่นทันที สมายล์กลัวว่าคุณลุงจะใช้โอกาสนี้จัดการพี่ฮั่น แต่โชคดีที่สมายล์มาเร็ว สมายล์เลยไล่พวกนั้นกลับไปหมดแล้ว”

                “แกงเป็นยังไงบ้าง” สมายล์ใช้คำว่าแกงถูกแบกเข้ามา แปลว่าน้องไม่ได้อยู่ในสภาพที่เดินเองได้

                “พี่ฮั่นคะ อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะ” มือเล็กแตะแขนผมไว้ พยายามปลอบใจทั้ง ๆ ที่เธอควรรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์

                “ผมถามว่าแกงเป็นยังไงบ้าง”

                “หนักค่ะ หนักมาก แผลเต็มตัวไปหมด ตอนเข้ามาพี่แกงหมดสติ แต่ตอนนี้คงฟื้นแล้ว คุณลุงไม่ยอมให้พี่แกงเป็นอะไรก่อนพี่ฮั่นจะไปถึงหรอกค่ะ มันไม่ใช่วิสัยของคุณลุง” ผมเป็นห่วงแกงจับใจ ทำไมไม่เป็นผมที่เจ็บ ผมอยากลุกออกจากเตียงบ้า ๆ นี่ตั้งแต่วินาทีนี้ ผมไม่อยากทนฟังคนอื่นเล่า ผมอยากเห็นน้องด้วยตาของผมเอง “คนของสมายล์บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงพี่แกงหรอกค่ะ ตอนนี้มีมี่ดูแลพี่แกงอยู่ พี่ฮั่นรู้จักมีมี่แล้วใช่ไหมคะ ผู้หญิงที่ชอบไปไหนมาไหนกับพี่โดมบ่อย ๆ ไงคะ พี่ฮั่นเคยเจอเธอแล้ว”

                “ทำไมน้องมี่อยู่ที่นั้น ไอ้สรพัศมันทำอะไร มีมี่ไปทำอะไรให้ลุงของคุณเหรอคุณถึงต้องจับตัว...”

                “พี่ฮั่นเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วค่ะ น้องมี่อะไรของพี่ไม่ได้ถูกจับไป เจ้าหล่อนอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ต้นต่างหาก”

                “คุณว่าอะไรนะ” มีมี่ของไอ้โดมอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ต้นแล้ว... มันจะเป็นไปได้ยังไง...

                “นี่พวกพี่ไม่เคยสงสัยกันบ้างเลยเหรอคะ ว่ายัยมีมี่น่ะเป็นใครมาจากไหน แล้วทำไมถึงได้บังเอิญอยู่กับพี่โดมบ่อยนัก พวกพี่ไม่คิดกันบ้างเหรอคะ ว่านางไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงได้เที่ยวโผล่มาจ๊ะเอ๋พี่โดมแทบทุกวัน ถ้างานของหล่อนไม่ใช่การตามเฝ้าพี่โดม” ไอ้โดมเคยเล่าให้ผมฟังว่ามันกับมีมี่เจอกันบ่อย...โดยบังเอิญ...

                “การที่ลุงพัศรู้ความเคลื่อนไหวของพวกพี่ทุกฝีก้าว มันต้องมีใครซักคนที่เป็นคนของคุณลุงแฝงตัวอยู่แถวนี้จริงไหมคะ ใครซักคนที่จะไม่เป็นที่สงสัย ใครซักคนที่เข้าทางคนสนิทที่สุดของพี่ คนที่รู้ทุกความเคลื่อนไหว รู้ว่าแต่ละวันพวกพี่อยู่ไหนและทำอะไร พี่แกงก็ระวังตัวแจ เพราะเขาเป็นบอดีการ์ด ส่วนพี่ฮั่น... พี่ก็ถูกบอดีการ์ดแกงคุมอยู่ทุกฝีก้าว คนเดียวที่จะเข้าถึงตัวได้ง่ายที่สุด ก็คงต้องเป็นเลขาตัวกลม ๆ ที่ไม่เอาไหนของพี่ไงล่ะคะพี่ฮั่น

                “โถ ๆ ๆ อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ สมายล์รู้ค่ะ ยัยมี่มันเล่นละครเก่งจะตาย ใครจะไปเชื่อละคะว่าผู้หญิงอย่างยัยมี่ จะทำได้ทั้งสืบข่าวจากคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แฮ็กระบบวงจรปิด แอบวางยา...ไม่ใช่สิ แอบใส่กุ้งไปในหม้อชาบู อ้อ! แล้วไหนจะ ตัดสายเบรกรถของพี่ฮั่นอีก ยายคนนี้มันร้ายค่ะ พี่ฮั่นตามเจ้าหล่อนไม่ทันหรอก”

                คำถามเกิดขึ้นทันทีที่สมายล์เงียบลง ผมเชื่อเธอได้แค่ไหน ผมจะเชื่อผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง ส่วนมีมี่...ผมแทบจะไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ ผมจะรู้ได้ยังไงว่าทั้งหมดที่ผมได้ยินมาในเวลาไม่กี่นาทีนี้มันเป็นความจริง

                “นี่เธอพูดอะไรของเธอ...”





 

DOME ;(

                ผมแปลกใจที่ผมได้ยินเสียงผู้หญิงจากในห้อง แกงส้มเสียงเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ? บ้าน่าไอ้โดม มันจะใช่เสียงแกงส้มที่ไหนเล่า หรือว่าจะเป็นเสียงซ้อหมี แต่ซ้อจะมาทำไมอีก อีกอย่าง เสียงซ้อไม่แหลมแสบแก้วหูขนาดนี้นี่นา ผมจำได้...

                ประตูถูกผลักให้เปิดออก บทสนทนาที่ผมไม่อยากให้เป็นความจริงกระแทกใส่หูผมอย่างจัง ผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนหันหลังให้ผมอยู่นั้น มองปราดเดียวผมก็รู้ครับว่าคือสมายล์ จะมาทำไมอีกนะยัยเด็กนี่ แล้วนี่แกงไปไหน ทำไมพี่ฮั่นถามถึงแกง หรือว่า... เอาแล้วไง!

เดี๋ยวนะ มีมี่! นี่ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมว่าสมายล์พูดถึงมีมี่ ชื่อของคนที่ผมรู้จักดีสะดุดหูผมเข้าอย่างจัง น้องมี่เกี่ยวอะไร ตัวเล็กของผมเกี่ยวอะไรด้วย

“พี่ฮั่นรู้จักมีมี่แล้วใช่ไหมคะ ผู้หญิงที่ชอบไปไหนมาไหนกับพี่โดมบ่อย ๆ ไงคะ พี่ฮั่นเคยเจอเธอแล้ว”

                “ทำไมน้องมี่อยู่ที่นั้น ไอ้สรพัศมันทำอะไร มีมี่ไปทำอะไรให้ลุงของคุณเหรอคุณถึงต้องจับตัว...” น่าแปลกที่ผมกลับไม่คิดเหมือนพี่ฮั่น อย่างมี่เนี่ยนะถูกจับตัวไป ไม่มีทาง

                “พี่ฮั่นเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วค่ะ น้องมี่ของพี่ไม่ได้ถูกจับไป เจ้าหล่อนอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ต้นต่างหาก”

                “คุณว่าอะไรนะ”

                “นี่พวกพี่ไม่เคยสงสัยกันบ้างเลยเหรอคะ ว่ายัยมีมี่น่ะเป็นใครมาจากไหน แล้วทำไมถึงได้บังเอิญอยู่กับพี่โดมบ่อยนัก พวกพี่ไม่คิดกันบ้างเหรอคะ ว่านางไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงได้เที่ยวโผล่มาจ๊ะเอ๋พี่โดมแทบทุกวัน ถ้างานของหล่อนไม่ใช่การตามเฝ้าพี่โดม การที่ลุงพัศรู้ความเคลื่อนไหวของพวกพี่ทุกฝีก้าว มันต้องมีใครซักคนที่เป็นคนของคุณลุงแฝงตัวอยู่แถวนี้จริงไหมคะ ใครซักคนที่จะไม่เป็นที่สงสัย ใครซักคนที่เข้าทางคนสนิทที่สุดของพี่ คนที่รู้ทุกความเคลื่อนไหว รู้ว่าแต่ละวันพวกพี่อยู่ไหนและทำอะไร พี่แกงก็ระวังตัวแจ เพราะเขาเป็นบอดีการ์ด ส่วนพี่ฮั่น... พี่ก็ถูกบอดีการ์ดแกงคุมเข้มทุกฝีก้าว คนเดียวที่จะเข้าถึงตัวได้ง่ายที่สุด ก็คงต้องเป็นเลขาตัวกลม ๆ ที่ไม่เอาไหนของพี่ไงล่ะคะพี่ฮั่น”

                เลขาตัวกลม ๆ ที่ไม่เอาไหนอย่างนั้นเหรอ? ผมเลือกที่จะเงียบ พยายามคุมตัวเองให้นิ่งฟังความจริงที่เจ็บปวด ใครสักคนที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ ใครสักคนที่ดูจะหลอกง่ายที่สุด... ไอ้โง่คนนั้นคือผมสินะ...

                “โถ ๆ ๆ อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ สมายล์รู้ค่ะ ยัยมี่มันเล่นละครเก่งจะตาย ใครจะไปเชื่อละคะว่าผู้หญิงอย่างยัยมี่ จะทำได้ทั้งสืบข่าวจากคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แฮ็กระบบวงจรปิด แอบวางยา...ไม่ใช่สิ แอบใส่กุ้งไปในหม้อชาบู อ้อ! แล้วไหนจะ ตัดสายเบรกรถของพี่ฮั่น”

                “นี่เธอพูดอะไรของเธอ” ผมโพล่งออกไปเมื่อความอดทนของผมไม่มีเหลือ พยายามลบภาพความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงชื่อมนสิชาที่วิ่งวุ่นอยู่ในหัว วันแรกที่ผมเจอมีมี่คือวันเดียวกับที่รถของพี่ฮั่นถูกตัดสายเบรก วันแรกที่แกงเข้ามาทำงาน ผมเดินชนมีมี่แถว ๆ หน้าบริษัท ตอนนั้นผมเข้าใจว่าเป็นความบังเอิญ แต่ตอนนี้ผมเริ่มคิดแล้วว่ามันเป็นความตั้งใจ เย็นวันนั้นมีมี่บังเอิญอีกครั้งที่จะผ่านมาหน้าโรงพยาบาล เธอรับผมไปส่งที่คอนโด ตอนนั้นผมคิดว่าเพราะผมทะเล่อทะล่าเดินออกไปกลางถนน ทั้ง ๆ ที่คิดว่าตัวเองก็มองดีแล้ว แต่รถของมีมี่ก็พุ่งมาจอดตรงที่ผมยืนพอดี... มันเป็นความตั้งใจของเธอสินะ

                มี่รู้ว่าผมอยู่ไหน เธอ บังเอิญ มาเจอผมได้ตลอดเวลาที่เธอต้องการ เธอรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมต้องการใครซักคน พรหมลิขิต เป็นคำลวงโง่ ๆ ที่ผมเชื่อ ภาพสุดท้ายในห้องแคบ ๆ ของคอนโด หน้าจอโน๊ตบุ๊คที่เปิดค้างไว้ ผมนึกออกแล้วว่าภาพในนั้นคือภาพของที่ไหน... มันคือ Bear Hug ที่ทำงานที่ผมคุ้นเคย

                “สวัสดีค่ะพี่โดม ในเมื่อพี่โดมมาแล้วก็หมดหน้าที่ของสมายล์แล้วค่ะ สมายล์สาบานว่าทุกอย่างที่สมายล์พูดเป็นความจริง แผนต่อไปของลุงพัศคือทำทุกวิถีทางให้พี่เป็นฝ่ายเดินเข้าไปติดกับ เชื่อสมายล์ได้นะคะ มันไม่ใช่ทางเดินง่ายๆแน่ ถ้าสมายล์รู้อะไร สมายล์จะรีบบอกพี่ฮั่นทันทีที่ทำได้ หวังว่าทุกสิ่งที่สมายล์พูดมันจะทำให้พี่ฮั่นจะกลับมาเชื่อและไว้ใจสมายล์เหมือนเดิมได้นะคะ สมายล์ต้องรีบกลับก่อนลุงพัศจะสงสัย ขอตัวนะคะ”




 

                โสรญาทิ้งความเงียบที่แสนอึดอัดไว้กับชายหนุ่มทั้งสอง อิสริยะเป็นห่วงคนรักจับใจ เขารู้ว่าบ้านที่คนพวกนั้นจับหัวใจของเขาไปอยู่ที่ไหน เขารู้ว่าตัวเองสามารถไปช่วยธนทัตได้ เพียงแค่ดึงไอ้สายบ้า ๆ ที่พันแขนพันขานี้ออกไปเท่านั้น มือหนาเตรียมทำอย่างที่ใจคิด เขายังไม่ทันออกแรง จารุวัฒน์ก็รวบแขนของเขาไว้ทันควัน

                “ไอ้พี่ฮั่น นี่คิดจะทำอะไร อย่าทำตัวเป็นพระเอกโง่ ๆ ที่กระชากสายน้ำเกลือไปช่วยนางเอกสุดที่รักตอนนี้ได้ไหม ดูสภาพตัวเองหน่อย แค่ลุกขึ้นยืนจะไหวหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย” จารุวัฒน์หลุดออกจากภวังค์ทันทีที่สังเกตเห็นทีท่าของคนเป็นพี่ เขารู้จักพี่ชายคนนี้มานานจนเดาความคิดของคนใจร้อนออก ความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังถูกผลักไปเก็บไว้ที่ส่วนลึกของหัวใจ

                “แล้วแกจะให้พี่ทำยังไงไอ้โดม ปล่อยให้แกงถูกไอ้พวกนั้นจับตัวไป โดยที่ตัวพี่เองนอนไม่ทำอะไรอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างนี้น่ะเหรอ แกจะให้พี่นอนอยู่เฉย ๆ ขณะที่แกงส้มโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ” หัวใจที่เคยแข็งกระด้างดิ้นพล่านอย่างทรมาน ยิ่งคนที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร คือคนที่เป็นดั่งทุกลมหายใจเข้าออก ตอนนี้เขาเองก็ไม่ต่างอะไรกับปลาที่ถูกขังอยู่ในแอ่งน้ำแห้งขอด แม้จะยังไม่ตาย แต่ทรมานเจียนตาย ผิดหรือที่เมื่อมันรู้ตัวว่ายังมีแรงเฮือกสุดท้ายเหลืออยู่ มันจะกระเสือกกระสน พยายามไขว่คว้าอากาศของมันกลับมา

                “แล้วสภาพอย่างนี้จะไปสู้อะไรกับเขาได้ แกงอาจจะไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่สมายล์พูดก็ได้ พี่อย่าบอกนะว่าพี่จะเชื่อคำพูดของผู้หญิงคนนั้นน่ะ แกงอาจจะ...” จารุวัฒน์อยากให้ตัวเองคิดหาเหตุผลดี ๆ ได้สักข้อ แต่ในเวลาเช่นนี้กลับไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย

                “อาจจะอะไร? อาจจะนอนรอพี่อยู่ที่คอนโดงั้นเหรอไอ้โดม แกงจะมีอารมณ์นอนสบายใจอยู่ที่คอนโด ทั้ง ๆ ที่พี่นอนเป็นผักอยู่ที่โรงพยาบาลเนี่ยนะ มึงเอาอะไรคิด! พี่รู้ว่าแกอยากให้พี่สบายใจ แต่มันทำไม่ได้ แกเองก็เหมือนกัน น้องมี่ ยัยโดเรมี่สุดที่รักของแก ตกลงผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แกรู้จริง ๆ หรือเปล่าว่าเธอเป็นใคร แล้วเธอไปเป็นคนของไอ้สรพัศนั่นได้ยังไง”

                “ผมไม่รู้! ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น!” โดมเสียงดังใส่ เขาไม่รู้อะไรทั้งนั้นและไม่เคยรู้อะไรเลย เขาไม่รู้อีกต่อไปแล้วว่าคำพูดไหนเป็นความจริง ไม่ว่าคำพูดนั้นจะออกมาจากปากใครก็ตาม แม้จะบอกตัวเองให้พยายามคุมสติ แต่มันก็ช่างยากเย็น

                “ไม่รู้! แกไม่รู้ได้ไง แกกับมีมี่ตัวติดกันอย่างกะอะไร อย่าบอกนะว่าที่ผ่านมาผู้หญิงคนนั้นไม่เคยทำให้แกสงสัย”

                “เออ! ใช่! ผมไม่เคยสงสัย! ผมรักมีมี่ พี่ได้ยินไหมว่าผมรักเธอ เธอคือความทรงจำที่สวยงามที่สุดของผม เธอคือน้องสาวตัวน้อยที่ผมตกหลุมรักมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก แล้วผมจะสงสัยในตัวมีมี่ได้ยังไง พี่เคยสงสัยในตัวแกงส้มไหมล่ะ พี่จะระแวงคนที่พี่รักไหมล่ะ มี่กับแกงรู้จักกันมาก่อน คนเป็นเพื่อนกันคงไม่ทำร้ายกันหรอกพี่ฮั่น มองในแง่ดีสิ...”

                “ขนาดกับแกเขายังทำร้ายแกได้เลย แล้วกับแกง แกคิดว่ามีมี่จะไม่กล้าทำร้ายหรือไง ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนของไอ้สรพัศนะ แกเองก็ได้ยินที่สมายล์พูดกับหูไม่ใช่เหรอ ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนของสรพัศ ไม่มีทางที่เธอจะหวังดีกับเราถ้าเธอเป็นคนของมัน”





 

                บาดแผลแล้วบาดแผลเล่าถูกปิดด้วยผ้าก๊อซที่ค่อย ๆ ร่อยหรอลงเรื่อย ๆ มนสิชาทำแผลให้เพื่อนอย่างใจเย็นหากแต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของหญิงสาว ไม่ว่าธนทัตจะถามเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ก็มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เธอมอบให้แทนคำตอบ

                “มีมี่ ไปกินข้าวกันเถอะ เธอไม่ได้กินอะไรมากตั้งแต่เย็นแล้วนะ” มนสิชาส่ายหน้าให้เพื่อนร่วมงานในชุดสีดำที่เขาใส่ประจำ

                “ไม่ล่ะเคน มี่ไม่อยากกิน ให้มี่อยู่ที่นี่ดูแลแกงเถอะนะ”

                “ทำไมดื้ออย่างนี้นะมี่ ไปกินเป็นเพื่อนเคนหน่อยไม่ได้หรือไง หรือเราไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว เอางี้! ถ้ามี่ไปกินข้าว เคนจะจัดการเรื่องที่มี่ขอไว้ให้” ราวกับคำพูดนั้นจะเรียกความสนใจจากมนสิชาได้ เธอมองร่างใหญ่ของเคนด้วยความหวัง...

                “นี่มึงมาทำอะไรที่นี่” เคนยืดตัวตรงทันทีที่เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้น ดวงตาที่เคยมองเพื่อนร่วมงานอย่างเห็นใจมองไปข้างหน้าราวกับก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่เปิดประตูมาดูความเป็นไปของคนในห้องนี้เท่านั้น สรพัศเดินผ่านร่างสูงใหญ่ของลูกน้องคนสนิทมายืนตรงหน้าธนทัต แววตาแปลก ๆ มองผิวขาวเนียนที่เต็มไปด้วยบาดแผล สายตาน่าขยะแขยงโลมเลียร่างขาวอยู่สักพักจนพอใจ เจ้าของสายตานั้นถึงได้หันไปพูดกับมนสิชาด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม

“หนูมี่จ๋า ยาแค่นี้พอจะทำแผลให้หนุ่มน้อยคนนี้หรือเปล่า หรือว่าหนูอยากได้อะไรเพิ่ม ฉันไม่อยากให้ผิวขาว ๆ นี่มีรอยแผลเป็นแม้แต่รอยเดียว เดี๋ยวมันจะเสีย... เอ่อ ฉันไม่อยากพูดเลย หนูรู้ใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร” มือหยาบกระด้างลูบแขนเรียวแผ่วเบา สายตาที่มองไล่ไปทั่วร่างกายน่าสะอิดสะเอียนนักในสายตาธนทัต

“ปล่อย! อย่ามาแตะตัวผม คุณเป็นใคร จับผมมาทำไม หรือคุณ แก...ไอ้สรพัศ”

“จุ๊ ๆ ๆ ๆ ชื่อก็น่ากิน น่าอร่อย ทำไมพูดจาไม่น่าฟังอย่างนี้ล่ะจ๊ะเด็กน้อย ทีกับกูทำเป็นขยะแขยงนะมึง อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงกับไอ้ฮั่นเป็นอะไรกัน”

“อย่ายุ่งกับพี่ฮั่นนะ”

“แค่พูดถึงเฉย ๆ ยังไม่ได้ยุ่งซะหน่อย แต่อีกเดี๋ยวกูยุ่งกับมันแน่ มึงไม่ต้องห่วง”

 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด เก๊าหายหัวไปหาย คิดถึงทุกท่านมากมายยยยยย ขอบคุณที่ยังรอกันอยู่นะคะ(ใครรอแกร๊!!! 55555)

อ่ะ! เวิ่นก่อน! เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปดูคอน 4 โพดำ มาครับป๋ม หลายๆท่านคนทราบกันแล้ว แอบเสียดายอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้ไปดูรอบเดียวกะพี่ฮั่นน้องแกง แต่...ไม่เป็นไรๆ คอนคุ้มเวอร์นะ เพลงนี่นับไม่ถ้วนอ่ะ เรื่องร้องว่าเริ่ดแล้ว สคริปก็ฮามากนะตัวเธอ แทบตกเก้าอี้ ไม่ได้จะอวยเวอร์หรือขายของให้ลูกหมูแต่อย่างใด แต่ของเค้าดีจริงๆเราก็ต้องบอกต่อเนอะ (ไหนจะลูกหมูทำซึ้งอีก ร้องไห้ไป 3 รอบ แม่หมูอาการหนักมากจริงๆบอกเลย 5555) ยังมีอีก 3 รอบนะคะ คุ้มจริงๆ ยกมือหนับหนุนให้ไปดูสุดแขนเบยยย ^^

เข้าเรื่องฟิค... ฉันว่าอีตาลุงสรพัศนี่อาการหนักนะ พอมีใครเดาออกบ้างคะว่าสรพัศเป็นใคร ทำไมถึงได้เกลียดพี่ฮั่นขนาดนี้ แล้วมีความเค้นอะไรถึงได้ทำร้ายพี่ฮั่นชนิดที่คนจิตใจปกติคงไม่ทำกัน แล้วไหนจะสายตาที่มองน้องแกงอีก นางคิดอะไรกะแกงหรือเปล่า?? ติดตามกันต่อไปนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มาเสมอในทุกๆช่องทางค่ะ

เรื่องรวมเล่ม ยังแจ้งได้อยู่ตามลิงค์นี้เลยนะคะ http://writer.dek-d.com/chubby-pig/story/viewlongc.php?id=895359&chapter=29

update รายชื่อ ณ วันนี้ 19/7/2013

คุณ kat แม่หมูเห็นทิ้งเม้นไว้ใน Chap 24 ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังสนใจอยู่ไหมคะ? ยังไงช่วยยืนยัน+แจ้งช่องทางติดต่อที่สะดวกด้วยนะคะ



ตอนต่อไปหวังว่าจะมาได้ในเร็ววัน ไม่อาทิตย์ก็จันทร์นะคะ ตอนนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า 30 กว่าบท แม่หมูนางจะจบลงหรือเปล่า 5555 ยังไงก็ฝากเป็นกำลังใจให้กันต่อไปน๊าาา >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1060 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 00:05
    ยัยคุณหนูนำความจริงมาบอกให้พี่ฮั่น
    เหมือนนางหมั่นไส้มีมี่เบาๆนะ
    -_- แต่ก็ยังไม่รู้ความต้องการของนางจริงๆน่ะเเหละ

    ตอนนี้โดมเจ็บสุดนะ เราว่า...
    คนใกล้ตัว ร้ายที่สุดดดด


    #1,060
    0
  2. #1059 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 00:05
    ยัยคุณหนูนำความจริงมาบอกให้พี่ฮั่น
    เหมือนนางหมั่นไส้มีมี่เบาๆนะ
    -_- แต่ก็ยังไม่รู้ความต้องการของนางจริงๆน่ะเเหละ

    ตอนนี้โดมเจ็บสุดนะ เราว่า...
    คนใกล้ตัว ร้ายที่สุดดดด


    #1,059
    0
  3. #880 เด๋กดี (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 17:48
    ไม่น๊าาาาา ทำไมถึงร้ายได้ขนาดนี้ มีมี่ เสียแรงที่ไว้ใจจริงๆ
    #880
    0
  4. #879 Whisky_Prigking (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 18:40
    เป็น กลจ.ให้นะคะแม่หมู รอๆ
    #879
    0
  5. #878 pigpigpig1 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 23:57
    สงสารน้องแกงจัง
    รอติดตามต่อนะคะ 
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #878
    0
  6. #875 kat (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 18:41
    มันโยงกันไปหมดดดด

    สงสารอ่าาา



    นี่มันอะไร

    พี่ฮั่นมาช่วยพี่แกงไวๆนะ

    ถ้าทุกอย่าเคลียร์ อยากให้พี่โดมเข้าใจไวๆ



    ตามอ่านเรื่อยๆนะคะ

    ติดต่อกลับแล้วน๊าแม่หมู ขอบคุณนะคะ
    #875
    0
  7. #874 Bow_Tida (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 18:35
    สงสารแกงจัง
    #874
    0
  8. #873 TheDreamTD (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 03:58
    ตอนนี้กลัวที่สุดก็คือไอ้สรพัศจะทำอะไรพี่แกง ทำไมต้องพูดแบบนี้ด่วย พี่หมีรีบมาช่วยพี่แกงเร็วพี่แกงกำลังจะโดนกินแล้วนะ!!!!!
    #873
    0
  9. #872 Jutamas Wasombut (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 23:31
    สรพัสเป็นใคร เกี่ยวอะไรกะพี่ฮั่น ป่านนี้เรายังเดาไม่ออกเลย 555555555
    #872
    0
  10. #871 pcard (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 18:26
    แกงก็เจ็บ พี่ฮั่นก็เจ็บ เห้ออออออ หายไวๆ นะทั้งคู่
    หวังว่าพี่ฮั่นจะไปปช่วยแกงเร็วๆ >o<
    #871
    0
  11. #870 love_ks (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 13:28
    พี่ฮั่น่มาช่วยน้องแกงเร็วๆเลยนะ คุณสรพัศมันร้ายมาก จ้องจะงาบแกงแล้ว
    #870
    0
  12. #869 Buailoveyoursmile (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 11:18
    พี่ฮั่นรีบมาช่วยพี่แกงนะคะ หายไวๆๆนะคะ มาอัพต่อไวๆๆนะคะ
    #869
    0
  13. #867 jewel *28 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 06:35
    สงสารพี่ฮั่น พี่แกง จะเป็นยังไงต่อนะ สรพัศจะทำอะไรต่อไปเนี่ย พี่ฮั่นรีบไปช่วยพี่แกงเร็วๆนะ ลุ้นๆ รออ่านต่อนะคะแม่หมู
    #867
    0
  14. #866 isawa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 21:39
    สงสารพี่ฮั่นน้องแกงค่ะ สุดๆ T T
    #866
    0
  15. #865 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 21:21
    ฮือออ สงสารพี่ฮั่นสงสารพี่แกงสงสารพี่หมูโดมด้วยย เค้าเดาไม่ออกจริงๆอ่ะ ทำมันเครียดแบบนี้ แม่หมูแต่งเก่งมากก อินสุดด รีบๆกลับมาอัพนะค่า รอๆๆ :-)
    #865
    0
  16. #863 pink (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 21:04
    กำลังมัน สนุกมาก พี่ฮั่นไปช่วยแกงไวๆนะ
    #863
    0
  17. #861 bull (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 20:29
    อ้ากกก สรพัศคือครายยยยยย ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยยยยย
    #861
    0
  18. #860 สาววายใจซื่อ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 19:47
    สรพัศ !!!! นี่กะเอาแกงจริงๆเหรอ ม่ายยยยย พี่ฮั่นหายเร็วๆๆๆ
    #860
    0
  19. #859 waa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 19:46
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ดีใจแม่หมูมาก่อนเวลา
    #859
    0