[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 30 : Chapter 29 :: สาเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 มิ.ย. 56

Chapter 29 :: สาเหตุ

 

                เสียงโทรศัพท์กรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่าจนปลายสายเกือบถอดใจไปหลายรอบ เสียงที่ดังซ้ำๆอยู่อย่างนั้นทำให้คนที่ยังไม่ค่อยได้สติรู้สึกตัว ใบหน้ากลมขยับหลายครั้ง เงี่ยหูฟังอย่างไม่แน่ใจว่านั่นใช่เสียงโทรศัพท์ของตัวเองจริงๆหรือเปล่า ความทรงจำก่อนจะหลับไปยังอยู่ดี ความเจ็บยังวิ่งเล่นอยู่แถวต้นคอยังไม่จางหาย

                จารุวัฒน์ลืมตาขึ้นมาในห้องที่ไม่ใช่ของตัวเองหากแต่รู้ดีว่าเป็นของใคร เขายังจำมุขเห่ยๆที่ใช้หลอกเข้าห้องสาวน้อยของเขาได้ ภาพรอบกายพร่าเลือนแปลกๆ เขายกมือแตะดั้งจมูกด้วยความเคยชินของคนใส่แว่น ที่มักจะดันแว่นที่ไหลลงมาตามสันจมูกขึ้นไปเสมอ นิ้วป้อมๆทิ่มจมูกตัวเองอย่างจังเพราะแว่นสายตาไม่ได้อยู่บนนั้น

                โต๊ะข้างเตียงอยู่ในระยะที่เขามองเห็น นี่เขามานอนอยู่บนเตียงได้อย่างไรกัน? แล้วเจ้าของห้องหายไปไหนเสีย? เขาไม่มีเวลามากพอที่จะหาคำตอบเพราะเสียงเรียกเข้าเร่งให้เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แว่นสายตาถูกวางเอาไว้คู่กับมือถือ มนสิชาเป็นคนเอาวางไว้ให้เขาไม่ผิดแน่ เขาหยิบแว่นขึ้นมาสวมด้วยมือข้างหนึ่งก่อนจะเลื่อนนิ้วบนหน้าจอเร็วๆโดยไม่มองว่าคนโทรมาเป็นใคร

                “สวัสดีครับ”

                //พี่โดม ผมโทรไปเป็นร้อยๆสายแล้วนะ ทำไมเพิ่งจะมารับสายผมเอาป่านนี้ แล้วพี่หายไปไหนครับ บริษัทก็ไม่เข้า ผมกับพี่ฮั่นเป็นห่วงนะรู้ไหม แล้วพี่รู้ไหมว่าพี่ฮั่นตอนนี้โดนยิงอยู่โรงพยาบาล// คำพูดที่รัวมาเป็นชุดทำให้คนทีเพิ่งได้สติตื่นเต็มตา พี่ชายเขาโดนยิงอยู่ที่โรงพยาบาล! เป็นไปได้ยังไงกัน! เป็นไปได้ยังไงเมื่ออิสริยะมีธนทัตคอยดูแลอยู่ข้างกาย

                “พี่ฮั่น? พี่ฮั่นเป็นอะไรแกง”

                //พี่ฮั่นโดนยิงครับ ไม่น่าเป็นอะไรมาก แต่ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน// เสียงสั่นเครือของปลายสายไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย แค่ฟื้นขึ้นมาในห้องนี้โดยไร้เงาเจ้าของห้องก็ทำให้เขามึนพออยู่แล้ว นี่พี่ชายเขายังได้รับอันตรายอีก

                “แกงตั้งสติดีๆนะ อย่าเป็นอะไรไปอีกคน เดี๋ยวพี่ไปหา เล่ารายละเอียดทุกอย่างให้พี่ฟังด้วยเข้าใจไหม แล้วนี่อยู่โรงพยาบาลอะไร”

                ธนทัตบอกชื่อโรงพยาบาลให้กับเขาก่อนจะตัดสายไปอย่างรวดเร็ว คนตัวกลมเหลียวมองรอบห้องแต่ก็ไม่มีเงาของผู้หญิงคนนั้น ห้องดูเรียบร้อยผิดหูผิดตาจากเมื่อคืนที่เขาเข้ามา โต๊ะหัวเตียงที่เมื่อคืนเขาเจอภาพของตัวเองและ ตัวเล็ก ของเขามีเพียงแว่นตาและมือถือที่เพิ่งหยิบขึ้นมาเท่านั้น

                “รูปหายไปไหน” โดมเปรยกับตัวเอง ความทรงจำถูกขุดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่แค่รูปที่หายไปแต่โน๊ตบุ๊คและอะไรต่อมิอะไรที่กองอยู่บนโต๊ะทำงานก็หายไปด้วย ร่างตุ้ยนุ้ยลุกขึ้นจากเตียง โคลงแคลงเล็กน้อยด้วยความมึนที่ไม่น่าจะเกิดจากแรงสับที่คอเพียงอย่างเดียว กระดาษแผ่นเล็กวางอยู่บนหมอน ลายมือเป็นระเบียบหากแต่คมชัด แม้เขาจะไม่เคยเห็นลายมือนี้มาก่อน แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็นของใคร

                จารุวัฒน์ขยับแว่นด้วยหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะแปลกๆ เขาคาดหวังจะเห็นอะไรจากกระดาษแผ่นนี้กัน ความจริงอย่างนั้นหรือ? คงไม่น่าใช่...

 

                พี่โดมคะ มี่ขอโทษที่ต้องทำอย่างนี้ ยาแก้เคล็ดขัดยอกมี่เอาใส่ในรถแกงส้มให้แล้ว ขอโทษอีกทีที่มือหนักไปหน่อย พี่อาจจะมึนๆอยู่บ้างเพราะยาสลบ ขอโทษอีกทีนะคะ มี่จำเป็นต้องใช้จริงๆ

มี่ขอร้องให้พี่โดมเข้าใจว่าทั้งหมดที่มี่ทำไปเพราะความจำเป็น และที่สำคัญมี่หวังดี มี่ไม่อยากให้พี่โดมของมี่เป็นอะไร อย่าโกรธ อย่าเกลียดมี่เลยนะคะ มี่จะไม่ทำให้พี่โดมต้องลำบากเพราะมี่อีกแล้ว มี่ผิดเองที่ตัดสินใจแสดงตัวกับพี่ ต่อไปนี้มี่จะไม่ทำผิดเหมือนเดิมอีกแล้วค่ะ

                                                                        รักพี่โดมเสมอ ,, มีมี่ ตัวเล็กของพี่โดม

 

                จารุวัฒน์เก็บกระดาษแผ่นนั้นลงในกระเป๋ากางเกงด้วยมืออันสั่นเทา ใครจะรู้บ้างว่าเมื่อคืนเขาดีใจแทบตายที่รู้ว่ามนสิชาคือผู้หญิงคนเดียวกับในความทรงจำ เรื่องราวต่างๆและความสุขในวัยเด็กผุดขึ้นมาราวต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวได้รับน้ำฝนชุ่มฉ่ำ ดอกไม้ในจินตนาการหลายดอกที่กำลังบานสะพรั่งหุบลงทันที่เมื่อคำบอกลากระแทกลงกลายใจ มีมี่ไม่ได้บอกว่าจะไป แต่บอกว่าการเจอกันของเขาและเธอเป็นเรื่องผิด... แค่นี้ เขาจะแปลความหมายเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไรกัน







 

                เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังลั่นทางเดินโรงพยาบาล ใบหน้าหวานซุกอยู่ในมือราวกับไม่ต้องการรับรู้เรื่องราวรอบข้างใดๆทั้งสิ้น เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเขา เสียงหวานหากแต่เฉียบขาดของคนที่ไม่ต่างจากครูของเขาตวาดลั้น

                “แกงส้ม นี่แกทำอะไรลงไป” ซ้อหมีตวาดเด็กในสังกัดเสียงดังจนวริษฐา บอดีการ์ดสาวอีกคนที่ตามมาด้วยตกใจ มืออวบกระจากคอเสื้อบอดีการ์ดฝีมือดีขึ้นมาจนร่างโปร่งเกือบลอยหวือจากเก้าอี้ แกงส้มหน้าซีดเสียจนวริษฐานึกสงสาร แต่ความสงสารของเธอนั้นไม่ได้เผื่อแผ่ไปยังผู้หญิงอีกคน

                “ซ้อ... อย่าเพิ่งด่าผมตอนนี้ได้ไหม พี่ฮั่น... พี่ฮั่นเขา...” ธนทัตยกมือไหว้ ร้องขอด้วยเสียงแหบแห้ง แต่ซ้อของพวกเขากลับสนใจคำอื่นที่ปนมาในประโยคนั้นมากกว่า

                “แกเรียกคุณฮั่นว่าอะไรนะ พี่ฮั่น! แกสนิทกับนายแกจนเรียกกันอย่างนี้เหรอ ฉันเคยสอนแกว่าอะไร ให้รักษาระยะห่างใช้ไหม ยิ่งแกเอาตัวไปผูกติดกับเขาเท่าไหร่ แกยิ่งประมาทมากขึ้นเท่านั้น ที่ฉันสอนไปแกลืมไปหมดแล้วหรือไง แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหนห๊า! บอดีการ์ดมือหนึ่งสังกัดฉันทำงานพลาด พลาดอย่างแรงถึงขนาดให้เจ้านายไปนอนอยู่ในห้องฉุกเฉินได้ แล้วแกคิดจะรายงานฉันไหมแกงส้ม แกรอให้ฉันรู้เองอย่างนี้เนี่ยนะ” ซ้อหมีต่อว่าเขาเป็นชุด ธนทัตได้แต่ก้มหน้ารับ ซ้อพูดถูกทุกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะเขา อิสริยะก็คงไม่เป็นแบบนี้

                “ซ้อใจเย็นๆก่อนนะคะ เดี๋ยวความดันขึ้น” บอดีการ์ดสาวเอ่ยเตือนแต่คนที่ถูกเรียกว่าซ้อกลับไม่สนใจ

                “ความดันฉันขึ้นตั้งแต่รู้เรื่องแล้วยัยสต็อป ไม่ต้องมาห้ามฉัน ตอนนี้ก็อยู่โรงพยาบาลอยู่แล้วถ้าฉันเป็นอะไรแกก็ตามหมอให้ฉันก็แล้วกัน” ซ้อหมีหันไปบอกอย่างไม่ใส่ใจ ธนทัตแทบล้มทั้งยืนอยู่แล้วถ้าไม่มีแรงของซ้อดึงเอาไว้ ถ้อยคำที่สาดใส่หน้าสร้างความรู้สึกผิดทั้งในสมองและหัวใจ บอดีการ์ดหนุ่มได้แต่โทษตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเขา “ขอร้องนะ อย่าให้ข่าวที่ฉันได้ยินมาเป็นความจริง ถ้าแกยังนับถือซ้ออยู่นะแกง ตอบฉันมาตามความจริง แกกับคุณฮั่นเป็นแค่เจ้านายกับบอดีการ์ดเท่านั้นใช่ไหม”

                ถ้าธนทัตเป็นคนขี้ขลาด เขาคงส่ายหน้าแล้วรีบปฏิเสธไปทันที ผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนสอนเขาให้จับโกหกคนเองกับมือ มีหรือที่ซ้อหมีจะไม่รู้ ความจริงเป็นอย่างไรตัวเขาเองย่อมรู้ดี และเขาไม่มีความจำเป็นจะต้องปิดบัง

                “ผมกับพี่ฮั่น... เรารักกัน”

                “ชิบหายแล้ว ไอ้แกง แกทำอะไรลงไป” สาวร่างอวบถึงกับกุมขมับ มือปล่อยคอเสื้อของลูกน้องในสังกัดแทบจะทันที วริษฐาปรี่เข้ามาพยุงร่างของซ้อหมีเอาไว้ก่อนที่เจ้านายใหญ่ของพวกเขาจะล้มลงไปอีกคน เธอปัดมือไล่อย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาหลังแว่นมองเขาด้วยความผิดหวัง... ความผิดหวังที่ธนทัตทำใจไว้อยู่แล้ว

                “ผมแค่รักพี่ฮั่นครับซ้อ ผมห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้ ซ้อเข้าใจผมนะ”

                “ฉันมีทางเลือกเร๊อะ!” เธอแหวเสียงหลง คำว่ารักระหว่างผู้ชายสองคนมันไปถึงขั้นไหนแล้วเธอเองไม่อยากจะใส่ใจ “ไปเก็บของย้ายออกมาจากคอนโดนั้นเดี๋ยวนี้ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะส่งแกไปดูแลคุณศุภรุจที่เชียงใหม่”

                “ไม่นะซ้อ ไม่เอา ผมไม่ไป” ธนทัตปฏิเสธเสียงแข็ง เขาไม่มีวันยอมให้ใครมาแยกเขาให้ออกห่างจากคนเป็นพี่ได้ ชีวิต ความปลอดภัย และหัวใจของอิสริยะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น “ผมไม่ย้ายนะซ้อ ผมจะอยู่กับพี่ฮั่น ซ้อเข้าใจผมมาตลอด รักผมเหมือนลูกชายคนหนึ่ง ซ้อต้องเข้าใจนะ ผมไม่อยากไป ผมไม่มีวันไป ซ้อครับ แกงขอร้อง เข้าใจแกงหน่อย แกงรักพี่เขาจริงๆ”

                ไม่บ่อยนักที่คนหน้าหวานจะแทนตัวเองแบบนี้ ซ้อหมีแม้ภายนอกจะดูใจร้าย แต่ทั้งหมดเป็นแค่เปลือกที่เธอสร้างขึ้นเพื่อใช้ปกครองคน ผู้หญิงตรงหน้ารักเขาไม่ต่างจากลูกชายคนหนึ่ง ถ้าลูกชายคนนี้รักใครซักคน คนเป็นแม่ก็ควรจะเข้าใจมิใช่หรือ

                “แกคิดว่าแกจะอ้อนฉันด้วยวิธีนี้ได้เหรอ ที่ฉันบอกให้แกย้าย เพราะถึงแกลาออกมันก็ไม่ช่วยให้อะไรเปลี่ยนแปลงเข้าใจไหม ไอ้คนพวกนั้นมันรู้จุดอ่อนของคุณฮั่นแล้ว มันรู้เรื่องแกแล้ว ถึงตอนนี้มันอาจจะยังไม่ได้ใช้แกเป็นเครื่องมือทำร้ายคุณฮั่น แต่แกเถียงฉันสิว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นเพราะแก ยิ่งแกอยู่ใกล้เขามากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้นเท่านั้น แกอยากเห็นคนที่แกรักเป็นอะไรไปหรือไง” ร่างโปร่งอึ้งไปกับเหตุผลของคนที่เปรียบเสมือนมารดา แต่หัวใจยังดื้อรั้น ธนทัตรู้ตัวเองดี เขาจะยอมอยู่โดยไม่มีผู้ชายคนนั้นอยู่เคียงข้างได้อย่างไร

                “ไม่ครับซ้อ ผมไม่อยากเห็น แต่ผมดูแลเขาได้ ซ้อไม่เชื่อฝีมือผมเหรอ หรือที่ซ้อทำอย่างนี้เพราะซ้อกลัวเสียชื่อ”

                “ไม่ใช่นะแกง ซ้อไม่เคยกลัวเสียชื่อ แกงเป็นคนเก่ง เป็นมือหนึ่งของซ้อ ซ้อรู้ แต่...”

                บทสนทนาถูกขัดขึ้นเมื่อประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก ธนทัตถลาไปหานายแพทย์คนนั้นในทันที เสียงวิ่งตึงตังดังขึ้นมาจากทางหลัง ไม่นานนักจารุวัฒน์ก็มาถึง คนตัวกลมวิ่งสุดชีวิตเมื่อเห็นประตูห้องที่เขาคิดว่าพี่ชายอยู่ในนั้นเปิดออก โดมเกาะไหล่แกงส้มเอาไว้ขณะยืนหอบตัวโยนรอฟังคำรายงานของคุณหมอ

                “พี่ฮั่นเป็นยังไงบ้างครับหมอ คนเจ็บปลอดภัยแล้วใช่ไหมครับ” ดวงตาคู่สวยมองแพทย์หนุ่มด้วยความหวังเต็มเปี่ยม เขาเห็นเองกับตาว่าตำแหน่งที่โดนยิงไม่ได้เป็นอันตรายเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดเป็นห่วงคนรักไม่ได้

                “ปลอดภัยครับ กระสุนฝังในเลยต้องใช่เวลานิดหน่อย เสียเลือดเยอะไปนิดแต่ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วครับ อีกซักพักก็ย้ายไปห้องพักฟื้นได้ ไม่มีอะไรให้กังวล ญาติสบายใจได้นะครับ ยังไงผมขอตัว”

                “ขอบคุณครับหมอ” แกงส้มเอ่ยขอบคุณก่อนจะหันมารัดร่างคนที่ยังหอบอยู่ไม่หายเข้ามากอดแน่น จารุวัฒน์ตบหลังเขาเบาๆ “พี่ฮั่นไม่เป็นอะไรพี่โดม พี่ฮั่นไม่เป็นไร”

                เสียงของความดีใจยังไม่หยุดลงเมื่อประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกอีกครั้ง ร่างใหญ่ที่ตอนอยู่บนเตียงดูอุดอู้เสียเหลือเกิน ดวงตาเรียวมีเพียงธนทัตเท่านั้นที่อยู่ในสายตา มุมปากกระตุกขึ้นแม้อิสริยะจะดูเหนื่อยล้ามากก็ตาม

                “พี่ฮั่น” จารุวัฒน์เกือบล้มทั้งยืนเมื่อร่างโปร่งผลักเขาออก คนที่กำลังนอนอยู่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบสามสิบสองซี่เมื่อธนทัตพุ่งเข้าไปหา “เป็นไงบ้างพี่ เจ็บมากหรือเปล่า เลือดพี่ออกเยอะมากเลยนะ ผมกลัว...”

                “ไม่เป็นอะไรซะหน่อย พี่แข็งแรงจะตายแกง แค่นี้ไกลหัวใจ สบายมาก” แม้เสียงพูดจะแผ่วเบาแต่ใบหน้าคมกลับสดใส สิ่งเดียวที่เขาคิดถึงตลอดช่วงเวลาทรมานในห้องฉุกเฉินคือภาพใบหน้าของแกงส้ม ใบหน้าหวานของคนรักช่วยลดทอนแสงไฟที่จ้าจนแสบตา กลิ่นเลือดที่คละคลุ้ง และกลิ่นฉุนๆของแอลกอฮอล์ได้เป็นอย่างดี

                “ยังมีหน้ามาพูดอีก แล้วไปทำอีท่าไหนถึงโดนยิงเข้าน่ะ อย่าบอกนะว่าวิ่งไปรับกระสุนแทนแกง เอ๊ะ! หรือพี่ทำตัวรุงรังมาก แกงเลยทนไม่ไหวทำปืนลั่นใส่” โดมพูดติดตลกแต่กลับทำให้ผู้หญิงอีกคนหน้าตึงขึ้นมาทันที

                “มึงประสาทละโดม แกงจะยิงพี่ทำไมเล่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน”

                สามหนุ่มพยักหน้าให้กันเงียบๆก่อนจารุวัฒน์จะแยกไปจัดการเรื่องเอกสารให้กับพี่ชาย ธนทัตไม่ยอมออกห่างเตียงพยาบาลเกินสองก้าว มือของชายหนุ่มอยู่ในมือหนาของชายอีกคนตลอดเวลา ผู้หญิงสองคนมองภาพนั้นด้วยความคิดที่แตกต่าง

สำหรับซ้อหมี เธอยอมรับว่าเธอดีใจที่ธนทัตผู้เปรียบได้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้พบความรักที่ดูเหมือนจะเป็นความรักจริงๆที่มั่นคง แต่อีกใจกลับกลัวอย่าบอกไม่ถูก เธอรู้ดีว่าความรักระหว่างบอดีการ์ดกับเจ้านายก่อให้เกิดอะไรได้บ้าง หากไม่พานพบประสบการณ์มากับตัว หล่อนคงไม่กล้าตั้งกฎเหล็กนี้ไว้กับเด็กทุกคนในสังกัด แม้แต่กับธนทัตก็ไม่มีข้อยกเว้น แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อหัวใจมีความรัก จะให้เธอไปหักหาญ เธอก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของใคร ซ้อหมีถอนหายใจอย่างหนักก่อนจะเรียกบอดีการ์ดสาวข้างกายให้กลับพร้อมกัน

                วริษฐาพนักหน้ารับเมื่อซ้อหมีเรียก เธอทบทวนภาพนี้ในความทรงจำครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ให้อะไรผิดพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียว...











 

                สูทสีขาวถูกหยิบมาใส่ อิสริยะมองตัวเองอยู่หน้ากระจกครั้งแล้วครั้งเล่า ใครต่อใครเคยเล่าให้เขาฟังว่า ความรู้สึกในวันแต่งงานนั้นตื่นเต้นจนทำอะไรแทบไม่ถูก แต่ไม่เห็นเขาจะเป็นอย่างนั้นสักนิด ออกจะเฉยชาเสียด้วยซ้ำ ร่างกลมๆในสูทสีดำนั่งมองเขาจากโซฟาตัวกว้างของโรงแรม สายตามีแววตำหนิอย่างไม่ปิดบัง แต่อิสริยะไม่คิดจะถามหรือยอมให้ท้วง เมื่อทุกฝ่ายพอใจกับงานแต่งงานครั้งนี้ เขาก็ไม่เห็นประโยชน์จะปฏิเสธ คำว่ารักไม่เคยมีอยู่ในความเชื่อของเขามานานแล้ว และเขาไม่จำเป็นต้องสนใจ ก็แค่แต่งๆกันไปก็คงอยู่ด้วยกันได้ไม่ใช่เรื่องยาก

                “จะให้ผมถามพี่เป็นรอบที่หนึ่งร้อยยี่สิบแปดหรือเปล่า พี่แน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะแต่งงานกับน้องสมายล์” จารุวัฒน์ถามก่อนจะกระดกน้ำส้มดื่มจนหมดแก้ว นี่ถ้าของเหลวในแก้วนั้นเป็นเหล้าแทนที่จะเป็นน้ำส้มล่ะก็ น้องชายตัวกลมคงได้เมาคอพับไปตั้งแต่บ่าย

                “แกจะให้พี่ตอบแกเป็นรอบที่ร้อยยี่สิบแปดเหมือนกันใช่ไหมว่าพี่แน่ใจ จะแต่งอยู่อีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วเนี่ย มันเปลี่ยนใจทันที่ไหนล่ะไอ้โดม”

                “ก็ถ้ายังไม่แต่งก็เปลี่ยนทันอ่ะ แต่ถ้าแต่งไปแล้วนี่สิ นรกตลอดชีวิตเลยนะพี่ พี่อยากอยู่อย่างนั้นเหรอ”

                “แต่งแล้วอยู่ไม่ได้ ไปไม่รอด ก็หย่าสิ ไม่เห็นจะยากเลย” ว่าที่เจ้าบ่าวตอบอย่างคนไม่คิดอะไร เลขาที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเบะปากใส่เพราะไม่สบอารมณ์ มีอย่างที่ไหนกัน พูดง่ายๆอย่างนี้ได้อย่างไร ทำไมท่านประธานบริษัทหาคู่อันดับหนึ่งของประเทศไทยถึงได้มองเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องเล่นๆได้นะ

                “เออ! ขอให้มันง่ายอย่างนั้นเถอะพี่ ผมอนุโมทนาสาธุเลยเอ้า ผมไม่อยู่คุยกับพี่ละ ไปหาอะไรกินในงานข้างล่างดีกว่า แขกยังไม่มี ของกินยังเพียบ อะไรดีๆจะได้อยู่ในพุงจารุวัฒน์ก่อนจะมีคนอื่นมาแย่งไป”

                น้องชายตัวกลมจากไป ทิ้งเอาไว้แต่ความเงียบ ใบหน้าที่เรียบเฉยมาตลอดทั้งวันมู่ทู่ลงไปอีก ใช่ว่าคำพูดของจารุวัฒน์จะไม่มีผลกับเขา แต่เขาไม่รู้จะปฏิเสธไปทำไม เจ้าสาวของเขาคงกำลังแต่งตัวอยู่ในห้องพักที่อยู่ติดกัน ประตูห้องเปิดเชื่อมกันได้แต่เขาบอกกับเธอไว้ว่าจะไม่เปิดเข้าไปรบกวน อิสริยะทบทวนความคิดของตัวเองอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจได้ เขากับว่าที่เจ้าสาวควรได้คุยอะไรกันสักหน่อย ก่อนที่ชีวิตของเขาและเธอจะเปลี่ยนไป ลูกบิดในมือถูกหมุนอย่างแผ่วเบา...

                ประตูแง้มออกเพียงน้อยนิดก่อนที่มันจะหยุดชะงัก คนแรกที่เขามองเห็นไม่ใช่ร่างเล็กในชุดสีขาวของว่าที่เจ้าสาว แต่กลับเป็นร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่ง มือกลัดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า คิ้วหนาขมวดเป็นปมด้วยความคิดที่อิสริยะไม่อาจเดาได้

                “อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะพี่ฮัท” หญิงสาวร่างเล็กเดินเข้ามากอดชายหนุ่มอย่างออดอ้อน เจ้าสาวของเขาควรอยู่ในชุดสีชาวฟูฟ่องเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าหล่อนกลับอยู่ในชุดคลุมสั้น ผมที่ดูคล้ายถูกจัดทรงมาแล้วยุ่งเหยิงจนเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าก่อนหน้านี้มันสวยงามขนาดไหน “สมายล์ก็แค่แต่งงาน”

                “เธอพูดมาได้ยังไงว่าแค่แต่งงาน มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะสมายล์” มือที่กำลังจะโอบกอดร่างนั้นสะบัดออก ร่างเล็กกระดอนไปอยู่บนเตียงด้วยแรงผลักที่หล่อนเกิดต้านทาน ชายเสื้อคลุมแยกออกเพราะแรงผลัก อิสริยะเบนสายตาไปทางอื่นทันที “คนที่เป็นเจ้าบ่าวของน้องมายวันนี้ควรเป็นพี่ไม่ใช่ไอ้บ้านั่น! ทำไมล่ะสมายล์ ไม่รักพี่แล้วเหรอคนดี ทำไมถึงทำกับพี่อย่างนี้”

หนุ่มคิ้วเข้มที่เขาเพิ่งมารู้ทีหลังว่าชื่อ จิรวิทย์ ย่างสามขุมเข้าหาร่างที่นอนอยู่บนเตียง ร่างสูงทอดกายลงเคียงข้างก่อนจะกอดรัดร่างนั้นไว้แนบอก ดวงตาที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเต็มไปด้วยความปวดร้าวจนอิสริยะรู้สึกได้

“มันแค่งานแต่งตามคำสั่งของคุณลุง สมายล์ไม่ได้รักเขานะคะ สมายล์รักพี่ฮัทคนเดียว พี่ก็รู้ ถ้าสมายล์ไม่รักพี่ คงไม่...”

“แล้วทำไมล่ะ ทำไมคนที่ยืนข้างเธอในวันนี้ถึงไม่ใช่พี่แต่เป็นมัน”

ดวงตาสวยหลบวูบเมื่อเจอกับคำถามที่มาพร้อมน้ำเสียงที่เจ็บปวด โสรญาย้ำกับเขาหนักหนาว่าเธอรักเขามากเสียจนถ้าหากเขาและเธอไม่ได้แต่งงานในเร็ววันเธอคงขาดใจตายเสียให้ได้ งานแต่งงานสายฟ้าแลบถูกประกาศออกไปเมื่ออิสริยะเห็นแก่หลายๆอย่างที่จะได้ตามมา หากเขาเป็นคนเชื่อในความรักเขาคงปฏิเสธและขอศึกษาดูใจกันไปก่อน แต่นั่นไม่ใช่เขา ผู้ชายที่หัวใจด้านชาและขยาดความรักจะไปสนใจอะไรกับความรู้สึกไร้สาระ การที่เจ้าของบริษัทหาคู่ได้แต่งงานกับผู้หญิงประวัติดีๆสักคน และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วคงเป็นเครื่องการันตีชั้นเยี่ยมว่าชีวิตรักเขาประสบความสำเร็จ บริษัทหาคู่เองก็ประสบความสำเร็จเหมือนกัน จะเรียกว่าแต่งเพื่อธุรกิจก็ไม่ผิด แต่เขาก็ไม่เห็นข้อเสียอะไรของผู้หญิงคนนี้ สำหรับเขาเธอคงเป็นแม่บ้านและภรรยาที่ดีได้ จนกระทั่งวันนี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงที่แขกกว่าร้อยชีวิตจะเดินทางมาถึง เขาก็ได้รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดมาตลอดนั้นผิด

“หนูมีเหตุผลของหนู ถ้าพี่รักสมายล์ พี่ต้องเข้าใจสมายล์สิคะ” เสียงออดอ้อนแบบที่อิสริยะได้ยินบ่อยๆถูกเอาไปใช้กับผู้ชายอีกคน เขาสาบานได้ว่าความรู้สึกร้อนรนในใจไม่ใช่ความหึงหวง แต่เป็นความรู้สึกของคนถูกหักหลังมากกว่า คนที่แนบชิดกันได้ในที่ลับตาคนขนาดนั้น คงไม่ใช่ครั้งแรก...

“เธอกำลังฆ่าพี่รู้ไหม ถ้าไอ้นั่นทำกับสมายล์แบบที่พี่ทำ ไม่คิดบ้างเหรอว่าพี่จะเจ็บ...”

“หนูก็เจ็บค่ะ แต่พี่ฮัทต้องเข้าใจ บางครั้งเราก็ต้องแลกบางอย่างเพื่อบางอย่าง หนูพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้”

“พี่ไม่เข้าใจ และไม่มีวันเข้าใจด้วย” ใบหน้าหล่อบึ้งตึง สาวน้อยในอ้อมกอดดึงตัวจิรวิทธ์เข้าไปหา แม้เสียงของเจ้าหล่อนจะไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบเท่าไหร่แต่อิสริยะก็พอจับใจความได้

“วันนี้วันดีของสมายล์ พี่ฮัทก็ควรจะมีความสุขกับสมายล์สิคะ”

เขาไม่สามารถทนมองเหตุการณ์ต่อจากนั้นได้อีก แต่ในขณะเดียวกันร่างกายของเขาก็ด้านชาจนไม่สามารถแม้แต่จะปิดประตูที่แง้มเอาไว้ ความลับที่ไม่รู้ว่าถูกซ่อนมานานเท่าไหร่ถูกเปิดเผยจากช่องแคบๆของประตูเชื่อมห้องในโรงแรม การตัดสินใจเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเมื่อความจริงกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า ความสุขถูกกู่ร้องซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่หูของอิสริยะก็ยังรับฟังมันเพื่อเตือนความโง่เง่าของตัวเอง แต่แล้ว...

“โสรญา นี่เธอกำลังทำอะไร” น้ำเสียงวางอำนาจที่เขาคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูกทำให้กิจกรรมสร้างสุขหยุดชะงัก “แล้วไอ้บ้านี่เป็นใคร มันเข้ามาในห้องหลานได้ยังไง”

“คุณลุงคะ คือพี่ฮัท...” คนถูกเอ่ยถึงกอดหญิงสาวแนบกายแน่น อิสริยะได้แต่มองภาพนั้นผ่านช่องประตูอย่างอึดอัด คุณลุงของสมายล์ไม่ได้อยู่ในระยะที่เขาสามารถมองเห็นได้ ตั้งแต่เขารู้จักกับผู้หญิงคนนี้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอมี คุณลุง คอยดูแล แต่เสียงแบบนั้น... มันเหมือนใครบางคน

“อ๋อ ไอ้นี่ใช่ไหมไอ้ฮัทที่หนูมี่บอก ฉันบอกให้จัดการมันให้เด็ดขาด เลิกกับมันไป เพราะหลานกำลังจะได้เป็นเจ้าสาวของอิสริยะ ทำไมหลานไม่ฟังลุงบ้าง”

“คุณสรพัศครับ คือผม...” สรพัศ! อิสริยะเถียงตัวเองอยู่ในใจ มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นกระมัง

“ฉันไม่ได้ถามแก หุบปากไปซะ จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ถ้าหลานฉันพลาดไม่ได้แต่งงานเพราะแก ฉันไม่เอาแกไว้แน่ ออกไป๊!” ผู้สูงวัยเอ่ยปากไล่เมื่อเดินเข้ามาใกล้ขึ้น จิรวิทย์มองผู้หญิงในอ้อมแขนสลับกับผู้มีพระคุณของเธอไปมา โสรญากระซิบบอกชายหนุ่มให้ออกไปก่อน ร่างสูงลุกขึ้นจัดการตัวเองอย่างไม่เต็มใจนัก

“ผมรักหลานของท่าน และหลานของท่านก็รักผม”

“เรื่องของมึงสิ” สรพัศตะคอกลั่น ชายหนุ่มยกมือไหว้ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยคำลาผู้สูงวัยกว่าก็ตัดไมตรีทันที “กองไว้ตรงนั้นแหละ แล้วจะไสหัวไปได้หรือยัง”

จิรวิทย์ไม่ทนอยู่อีกต่อไป ร่างสูงก้าวฉับๆลับสายตาอิสริยะไปก่อนเขาจะได้ยินเสียงประตูกระแทกปิดดังสนั่น

“เธอทำอะไรของเธอโสรญา” แผ่นหลังของสรพัศอยู่ตรงหน้าแต่เขาก็ยังบอกไม่ได้ว่าใช่สรพัศคนเดียวกันหรือไม่

“หนูกับพี่ฮัทรักกันไงคะ หรือว่าคุณลุงไม่ทราบ นังหนูมี่ของลุงไม่ได้รายงานเหรอคะ”

“คนของฉันจะรายงานหรือไม่รายงานอะไรก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ แล้วยังไง เธอจะแต่งงานอยู่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วเธอมาทำตัวอย่างนี้เนี่ยนะ ถ้าเกิดไอ้ฮั่นที่อยู่ห้องข้างๆจับได้ขึ้นมาแล้วยกเลิกงานแต่ง เธอจะทำยังไงโสรญา” หญิงสาวอ้าปากจะเถียงแค่คนเป็นลุงดักเอาไว้ “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรียกช่างทำผมมาทำผมให้เธอใหม่ จะข้ออ้างอะไรก็บอกมันไปก็แล้วกัน แล้วห้องเนี่ยก็เก็บให้เรียบร้อย อย่างให้เตียงทุเรศๆนี่เป็นหลักฐานให้ใครมาจับได้ เข้าใจไหม”

“ค่ะคุณลุง” เสียงตอบรับนั้นยิ่งกว่ากล้ำกลืน นี่เป็นครั้งแรกที่อิสริยะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อยากแต่งงานกับเขาเท่าที่เธอแสดงออก หากเขายกเลิกงานวันนี้ไป เธออาจจะมีความสุขมากขึ้นก็ได้กระมัง หญิงสาวที่อยู่กับผู้ชายคนนั้น แสดงออกซึ่งความรักกันอย่างชัดเจน กับผู้หญิงที่ประกาศว่ารักเขาปาวๆ เป็นคนเดียวกันจริงๆหรือไม่ อิสริยะเองก็ไม่แน่ใจ

“เด็กเอ๋ยเด็ก” อ้อมแขนของผู้มีพระคุณดึงร่างเล็กเข้ามากอด น้ำเสียงที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วทำให้คนแอบมองเลิกคิ้ว “เชื่อลุงนะ ลุงรู้ว่าหนูรักไอ้ผู้ชายคนนั้น แต่ลุงก็รู้ว่าเธอเองก็รู้สึกดีกับอิสริยะเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยอมตกลงทำตามแผนของลุงหรอกจริงไหม ท่องไว้หลานรัก ฮั่นมันจะทำให้หลานเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ไม่เหมือนกับพ่อกับแม่ของหลานที่ทำให้ลุงอับอายมาจนถึงป่านนี้ แค่หลานแต่งงานกับมันเท่านั้น ที่เหลือลุงจัดการเองเข้าใจไหม ถ้าลุงไม่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ลุงไม่ให้หลานรักของลุงทุ่มเทขนาดนี้หรอก เชื่อลุงนะสมายล์ หลังจากวันนี้ ทุกอย่างที่เราเสียไปมันจะคุ้มค่า เรื่องผู้ชายคนนั้น เอาไว้ที่หลังก็ได้ เชื่อลุงนะ...เชื่อลุง...”

สาวร่างเล็กร้องไห้โหยหวน อ้อมกอดของคุณลุงรับน้ำตาของหล่อนไว้ สรพัศโยกตัวไปมาราวกับกำลังกล่อมเต็มน้อยให้สงบ เสี้ยวหน้าของผู้สูงวัยค่อยๆหันมาสู่การมองเห็นของอิสริยะ

“คุณสรพัศ”

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // ก่อนอื่นเลย เรียนให้ทุกท่านทราบก่อนว่า
ทุกตัวอักษรเป็นเพียงจินตนาการของแม่หมูตุ้ยแต่เพียงผู้เดียว และไม่มีเจตนาทำให้ศิลปินทุกท่านที่มีชื่ออยู่ในฟิคเรื่องนี้ต้องเสียหาย Fiction ก็เป็นเพียงเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้ความสุขแก่ผู้เขียนและผู้อ่านเท่านั้น

มีน้องคนนึงมาถามแม่หมูค่ะ ว่า "แม่หมู...แม่หมูเป็นสาววายใช่มั้ยคะ" อิหมูถึงกับอึ้งไปไม่เป็น เออว่ะ ฉันเป็นสาววายป่ะวะ?? ไม่รู้แฮะ ชีวิตนี้เป็นแฟนคลับของคู่จิ้นแค่ 2 คู่ คือ ณเดชน์ญาญ่า กะ ฮั่นแกง ต่างกันสุดขั้วเลย 555555 ,, เอาเป็นว่า สาววาย หรือไม่ แม่หมูก็ไม่รู้อ่ะเนอะ เป็น HKSFC ตัวเล็กๆ(?)คนหนึ่งก็แล้วกันนะคะ อย่าถามคำถามนี้กะเค้านะ เค้าตอบม่ะดร๊ายยยยยย

จบกันไปแบบค้างๆอย่างนี้นี่แหละ แม่หมูชอบ!! 5555 ,, วันอาทิตย์นี้ไม่แต่ใจว่าจะสามารถอัพได้หรือเปล่านะคะ ถ้าไม่ได้ก็ เจอกันอีกทีศุกร์หน้านะคะ >3<

ท่านที่สนใจรวมเล่ม Bear Bodyguard เชิญลงชื่อในลิงค์นี้ หรือช่องทางอื่นๆที่ท่านสะดวกได้เลยนะคะ http://my.dek-d.com/chubby-pig/writer/viewlongc.php?id=895359&chapter=29

ปล. มีรีดสองสามท่านอยากได้รวมเล่ม Bear Family ขออนุญาตไม่รับปากนะคะ แต่ท่านใดอยากได้แจ้งชื่อกับแม่หมูไว้ก่อนเนอะ ถ้าเกิดมีคนอยากได้ประมาณหนึ่งแม่หมูจะจัดให้ค่ะ

ปล2. Happy 
HKS 28 Day ขอบคุณ H และ KS รวมไปถึง HKSFC ทุกๆท่าน ที่ทำให้วันที่ 28 วันธรรมดาวันหนึ่งที่เวียนมาทุกเดือนมีความหมาย ขอให้ความรักของพวกเราแข็งแรงและชัดเจนตลอดไปนะคะ ร่วมจิ้นร่วมฟินกันไปเรื่อยๆนะ >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1056 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 23:28
    กรรมเวร.
    รักกันแต่ต้องกลายเป็นจุดอ่อนเนี่ยนะ
    orz
    โถ่ถัง เศร้าได้อีก !

    . . . .

    อือหือ.. เบื้องหลังยัยคุณหนู..
    ดีล่ะ ที่พี่หมีไม่แต่ง
    55555555
    #1,056
    0
  2. #825 jewel *28 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 10:12
    ซ้ออย่าแยกพี่แกงกับพี่ฮั่นเลยนะ อย่ามีดราม่าเลย TT ในที่สุดก็รู้เรื่องวันแต่งงานแล้ว คุณสรพัศคือใครนะ
    #825
    0
  3. #824 เด๋กดี (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 13:21
    ไม่ยอมอ่ะ ไม่ให้แต่ง



    ไปที่ไหนก็ได้ ที่ได้อยู่ด้วยกันแบบสงบสุข ได้มั้ย
    #824
    0
  4. #817 Bow_Tida (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 18:55
    ไม่อยากมาม่า

    อย่าแยกกันะ...
    #817
    0
  5. #816 TheDreamTD (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 10:55
    ค้างมากอ่าแม่หมูรีบมาอัพต่อนะ ซอหมีต้องมีเรื่องไม่ดีๆเกิดขึ้นกับตัวเองในอดีตแน่เลยอะถึงไม่อยากให้คนในสังกัดมีความความรักกับเจ้านาย แต่พี่แกงก็ได้ทำไปแล้วขอให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับความรักของสองหมีนะ
    #816
    0
  6. #815 pcard (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 10:15
    ซ้ออย่าแยกแกงกับพี่ฮั่นเลยนะ -/\-

    ในที่สุดก็ได้รู้เรื่องราวตอนพี่ฮั่นจะแต่งกะสมายล์ *o*
    #815
    0
  7. #814 Mean_HKS (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 07:59
    ว๊ากกกกก ลุ้นมากกก
    ซ้อก็รู้เรื่องแล้วว จะทำยังไงต่อละเนี่ยย
    ไหนจะเรื่องสมายล์อีกก 


    สู้ๆนะคะไรท์ ^^
    #814
    0
  8. #812 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 07:06
    กรี๊ดดดด ค้างอ่ะแม่หมู 5555555 ตอนนี้ร้องไห้เลยอ่า สงสารพี่แกง ซ้ออย่าให้พีาแกงไปนะ ฮืออออ เสียใจอ่ะ แล้วตอนย้อนไปนี่แบบ หือออ ยัยสมายยย แย่อ่ะ พี่ฮั่นคิดดีละที่ไม่แต่งงาน แล้วคุณสรพัศนี่คือใครง่ะ แม่หมูรีบๆมาอัพน้าา อยากอ่านนน ^__^
    #812
    0
  9. #810 isawa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 01:26
    ค้างๆๆ วันอาทิตย์นี้อัพต่อเถอะนะแม่หมู

    อย่าถึงวันศุกร์หน้าเลยน๊าา Please !!
    #810
    0
  10. #809 bull (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 00:43
    อ้ากกกกกกก เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป พี่แกงจะต้องไปอยู่กับพี่รุจมั้ย?

    แล้วสต๊อปทำไมถึงคิดแบบนั้น
    #809
    0
  11. #807 pigpigpig1 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 23:14
    เป็นกำลัีงใจให้แม่หมูนะคะ รอติดตามอยู่ค่ะ
    #807
    0