[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 3 : Chapter 3 :: ความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ม.ค. 56

Chapter 3 :: ความรู้สึก

 

:: Hunz ::

                “นี่พี่เป็นอะไรมากป่ะเนี่ย ทำไมต้องไปพูดอย่างนั้นกับแกงมันด้วยอะพี่ พี่ไม่เห็นจะต้องตั้งแต่รังเกียจน้องเค้าขนาดนั้นเลย ผมว่าแกงก็ดูจะเป็นคนดีออกนะ” ไอ้โดมถามผมในห้องประชุมที่ตอนนี้คนอื่นออกไปกันหมดแล้ว ดวงตาที่มองผมผ่านแว่นสายตานั้นเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างจริงจัง ผมคงเลี่ยงที่จะตอบมันไม่ได้สินะ

                “ก็ไม่มีอะไร พี่ก็แค่ไม่อยากมีคนเกาะติดตลอดเวลาก็แค่นั้นเอง ถ้าเด็กนั่นลาออกไปเองได้จะดีมาก”

                “บ้าไปแล้ว นี่ไม่ใช่ละครหลังข่าวนะครับที่พี่จะมาเหวี่ยงใส่พนักงานที่พี่ไม่ชอบหน้าแล้วเค้าจะท้อแล้วลาออกไปเองน่ะ แล้วผมจะบอกให้นะว่าในละครเจ้านายที่ทำอย่างนี้กับลูกน้อง ตอบจบน่ะรักกันทุกเรื่อง”

                “ไอ้โดม” ผมเรียกชื่อไอ้เด็กตัวกลมเสียงเข้ม มันใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นกันได้มั้ยครับ (แม่หมู//ก็ใช่อยู่นะพี่ฮั่น) แม่หมูอย่าพูดอะไรมากเลยครับ ถ้ามีคนมาคอยตามติดตลอดเวลา แม่หมูชอบเหรอ? (แม่หมู//มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคนๆนั้นเป็นใคร ถ้าเป็นบอดีการ์ดแกงแม่หมูก็โอเคน๊า) เอ้อววว แม่หมูโอ แต่ผมไม่โอนี่ครับ

                “ผมว่าพี่เปลี่ยนความคิดจากทำให้น้องเค้าลาออก เป็นญาติดีกับน้องเค้าไม่ดีกว่าเหรอครับ ต่อให้คนนี้ลาออก มี๊ก็หาคนใหม่มาดูแลพี่อยู่ดีนั่นแหละ แกงส้มเค้าก็ไม่ได้แล้วร้ายอะไรนี่พี่ ดูออกจะคุยง่ายซะด้วยซ้ำ พี่อะเรื่องมาก” อ่าว สรุปว่ากลายเป็นผมที่เป็นคนผิดซะงั้น

                “ก็พี่บอกแล้วไงว่าไม่อยากมีคนตามประกบตลอดเวลา มันไม่มีความเป็นส่วนตัว”

                “ไม่จริงอะ ผมก็อยู่กับพี่เกือบจะตลอดเวลาเห๊อะ ไม่เห็นพี่จะบ่นผมเลย”

                “ก็นั่นมันแกนี่หว่า มันคนละเรื่องกันเว่ย” ไอ้โดมส่ายหน้าใส่ผมราวกับว่าผมเป็นเด็กดื้อด้านไม่ยอมฟังคำสั่งของผู้ใหญ่ แต่เมินหน้าหนีอย่างไม่สนใจ ผมผิดเหรอครับที่ไม่อยากเสียความเป็นอิสระ ไม่อยากเสียความเป็นส่วนตัวไป แค่นายบอดีการ์ดนั่นมาวันแรก ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าตั้งแต่วันที่ผมเห็นรูปของเด็กคนนั้นในประวัติที่ไอ้โดมส่งมาให้ ใบหน้าหวานๆนั้นก็ตามมาหลอกหลอนผมถึงในฝันแล้ว...



 

KangSom :D

                เวลาล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์ที่สาดความร้อนไปทั่วลาลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่ไอร้อนที่มันทิ้งไว้ยังคงระอุอยู่ในทุกอณูบรรยากาศของตัวเมือง งานของผมคราวนี้ดูเหมือนจะสบาย เพราะวันๆก็ไม่ต้องอะไรให้เหนื่อย ก็แค่เดินตามเจ้านายที่ไม่เต็มใจมีผมเป็นลูกน้องต๊อกๆไปทุกที่ ไม่มีเหตุด่วนเหตุร้าย ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี ไม่มีเรื่องตื่นเต้นอะไรนอกจากการนั่งดูประวัติคนโน้นแล้วเอามาจับคู่กับคนนี้ ผมเริ่มจะแปลกใจแล้วว่าคนพวกนี้ทำงานแบบนี้ได้ยังไงกัน?

                คุณอิสริยะ...เวลาอยู่กับลูกค้าหรือพบปะลูกน้องของตัวเองในบริษัทก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง พูดจาเล่นหัวกันจนผมแทบไม่อยากเชื่อว่าคือคุณอิสริยะคนเดียวกับที่ผมรู้จัก ผู้ชายปากร้ายที่ไม่เคยพอใจอะไรซักอย่างที่เกี่ยวกับผม... เฮ้อ ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก เห็นทีผมคงจะต้องยอมเสียประวัติ ไปขอซ้อหมีให้ส่งคนอื่นมาดูแลเค้าแทนเสียแล้ว

                “ขับรถมาเองหรือเปล่า” เสียงห้าวๆถามขึ้นทำลายความเงียบ ผมเงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะที่พี่โดมยกมาให้ผมอ่านเล่นขึ้นมามองหน้าคนอีกคนที่อยู่ในห้องเดียวกัน ใบหน้าคมก้มหน้าก้มตามองหน้าจอโน๊ตบุ๊คบนโต๊ะ ไม่ได้สนใจผมแต่อย่างใด

                “ถามผมเหรอครับ” ผมถามออกไปเบาๆ ไม่ได้จะกวนประสาทนะครับ แต่ถ้าเค้าพูดกับผม เค้าก็ต้องมองหน้าผม หรือแสดงท่าทางอะไรซักอย่างที่บ่งบอกว่าเค้าพูดกับผมอยู่สิครับ ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาทำอะไรก็ไม่รู้อยู่อย่างนี้ มารยาทขั้นพื้นฐานในการสื่อสาร แค่นี้ยังทำไม่ได้ก็อย่าเป็นเลยครับประธานบริษัท (แม่หมู//แรงไปป่ะน้องแกง)

                “ก็ในห้องนี้มีกันอยู่สองคน ถ้าฉันไม่ถามนายแล้วนายคิดว่าฉันพูดคนเดียวหรือไง ถามแปลก” คนพูดก็ยังไม่สนใจผมอยู่ดี มันน่า...

                “แล้วผมจะทราบได้ยังไงว่าคุณอิสริยะพูดกับผม ขอประทานโทษด้วยครับ...เจ้านาย” ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเต็มที่จนคนที่ผมเรียกว่า เจ้านาย ตวัดสายตาดุๆมองมา

                “นี่ อย่ามากวนประสาทกันได้มั้ย ฉันถามก็ตอบมาสิ”

                “ผมขับรถมาเองครับ ไม่ทราบว่าคุณอิสริยะถามทำไม”

                “ฉันไม่ได้ให้นายมาย้อนถามฉันหรอกนะ” น้ำเสียงของเจ้านายแสดงความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบังแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังนั่งไม่รู้ไม่สนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รอฟังคำสั่งของ เจ้านาย ต่อไป “เดี๋ยวเลิกงานนายก็ขับรถไปจอดไว้ที่คอนโดฉันก็แล้วกัน เดี๋ยวให้ไอ้โดมนั่งไปด้วยจะได้บอกทางให้ แล้ววันต่อๆไปนายก็มาทำงานพร้อมฉันกับไอ้โดม ไม่ต้องเอารถมาจอดให้เปลืองที่จอดรถบริษัทเล่น ฉันให้เลิกงานก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง จะไปเก็บเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัวอะไรก็ไปเก็บมาซะ เจอกันที่คอนโดฉันก่อนทุมตรงละกัน”

                “ให้คุณจารุวัฒน์ไปกับผม แล้วคุณล่ะครับ” ผมย้อมถามคนที่เอาแต่สั่งผมชนิดที่เรียกได้ว่าไม่เว้นจังหวะให้ตัวเองหายใจ

                “ก็ขับรถฉันกลับสิถามได้”

                “เห็นทีจะไม่ได้หรอกครับ ผมปล่อยให้คุณขับรถกลับคนเดียวไม่ได้ ยังไงเสียผมก็ต้องนั่งรถไปกับคุณด้วย มันเป็นเรื่องของความปลอดภัย ผมหวังว่าคุณคงเข้าใจ เรื่องรถของผมคุณไม่ต้องเป็นห่วง ผมจัดการได้ ส่วนเรื่องย้ายของเห็นทีคงจะไม่จำเป็นเพราะผมเตรียมของใช้ส่วนตัวมาพร้อมที่จะทำงานให้คุณอยู่แล้ว และคาดว่าคงไม่ต้องใช้อะไรมากมายเพราะผมคงไม่ได้อยู่กับคุณนานนักหรอกครับคุณอิสริยะ” ผมบอกเหตุผลของผมไปพร้อมๆกับสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ความพอใจของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในงานบริการ และเจ้านายของผมตอนนี้ก็ไม่มีความพอใจอยู่แม้แต่น้อยเมื่อผมอยู่ใกล้ๆ

                “นายพูดเรื่องอะไร โอเค เรื่องรถฉันเข้าใจ เรากลับพร้อมกันก็ได้ แต่เรื่องนายจะไม่อยู่กับฉันนานแปลว่าอะไร ฉันไม่ได้ไล่นายออกนะ ยังไงตอนนี้นายก็เป็นลูกจ้างของฉัน และฉันก็ไม่อนุญาตให้นายลาออกไปง่ายๆ ค่าจ้างนายตั้งเท่าไหร่ แค่ไม่กี่ชั่วโมงแค่นี้นายยังทำงานไม่คุ้มค่าจ้างของฉันซักนิด” ถ้อยคำเสียดสีพร้อมสายตาเหยียดๆแบบนั้นทำให้อารมณ์ขุ่นมัวที่ยังไม่ยอมตกตะกอนในหัวใจของผมแทบจะระเบิดออกมา คิดว่าเป็นเจ้านายจะพูดอะไรกับลูกน้องอย่างผมก็ได้หรือยังไงกัน? มันน่าจะปล่อยให้ยัยผู้หญิงคนนั้นฆ่าให้ตายซะก็ดีหรอก

                “เรื่องค่าจ้างไม่ใช่ประเด็นหรอกครับ เงินของคุณ...” ผมเน้นคำว่าของคุณให้คนตรงหน้ารู้ว่าเงินเขานั้นไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับผม “...ผมยินดีคืนคุณทั้งหมด เพราะผมคงไม่สามารถทำงานให้คุณได้อย่างที่คุณต้องการ คับที่ผมอยู่ได้ แต่คับใจ... ผมว่า...ผมไม่ทนอยู่ดีกว่า ผมคิดว่านี่คงเป็นทางออกที่ดีกว่าเพราะผมมั่นใจว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่คับใจเวลาอยู่กับคุณ ผมจะปรึกษาซ้อหมีให้ส่งคนใหม่มาให้ ส่วนวันนี้ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด”

                ร่างสูงของคนเป็นเจ้านายเดินเข้ามาใกล้ มือแกร่งบีบแขนผมแน่นจนบอดีการ์ดที่ถูกฝึกมาดีอย่างผมรู้สึกเจ็บ ดวงตาคมแข็งกร้าวขึ้นจนขนอ่อนๆบนต้นคอผมลุกเกรียว

                “อยู่ใกล้ฉันมันคับอกคับใจขนาดนายทนไม่ได้ต้องขอลาออกทั้งๆที่ทำงานยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหรือไง” เสียงห้าวพูดลอดไรฟันยังดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกแต่ผมยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพร้อมจ้องเข้าไปลึกในดวงตาคมน่ากลัวคู่นั้นที่จับจ้องอยู่ที่ผมไม่วางตา

                “คุณอิสริยะ ผมแค่พูดถึงเหตุผล...” ผมยังพูดไม่จบประโยคคนเป็นเจ้านายก็ตวาดผมกลับมาเสียงดัง

                “เหตุผล! เหตุผลอะไร ที่นายพูดออกมามันไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น คับอกคับใจเหรอ? ทำไมห๊า? ฉันมันน่ารังเกียจนักหรือไงการอยู่ใกล้ฉันมันถึงได้ทำให้นายไม่สบายใจถึงขั้นต้องลาออก ฉันไม่อนุญาต ฉันจ่ายเงินนายไปแล้วและนายต้องทำงานนี้กับฉัน นายจะต้องอยู่กับฉันตลอดเวลาไม่ว่าฉันจะกินหรือจะนอน และนายต้องทำงานให้ฉันจนกว่าฉันจะพอใจ... ไม่ใช่สิ จนกว่าฉันจะปลอดภัย ซึ่งวันนั้นมันจะมาถึงวันไหนก็ไม่รู้” รอยยิ้มร้ายกาจที่ผุดขึ้นบนใบหน้าทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนละคนกับพี่ชายแสนดีที่พี่โดมยกย่องให้ผมฟังมาตลอดทั้งวัน

                “นี่คุณ...” ผมชักจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง เสียงที่แปล่งออกไปดังและเข้มขึ้นตามแรงอารมณ์ “แล้วคุณจะเอายังไง ผมก็แค่เสนอทางออกเพราะผมรู้สึกได้ว่าคุณไม่อยากให้ผมทำงานนี้ก็เท่านั้นเอง ผมรู้ว่าคุณอึดอัด”

                “ใครบอกนายว่าฉันอึดอัด” คนที่ยังไม่ปล่อยแขนของผมสะบัดถามเสียงห้วน “ฉันได้บอกนายซักคำมั้ยว่าฉันไม่ชอบให้นายอยู่ใกล้ๆ”

                “แต่...” ผมอ้าปากจะเถียงแต่คนที่ไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆก็โบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ

                “ไม่มีแต่ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นเจ้านาย นายต้องทำตามที่ฉันสั่งเข้าใจมั้ยนายบอดีการ์ด” นายอิสริยะหน้าหมีปล่อยแขนผมแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี นี่เจ้านายผมมันยังสติดีอยู่หรือเปล่าครับ คนอะไรอารมณ์แปรปรวนได้ขนาดนี้ เมื่อกี๊ยังดูน่ากลัวราวกับว่าจะฆ่าคนได้ แต่ตอนนี้ยิ้มเหมือนหมีได้ของเล่น อะไรของเค้ากัน

                “นี่แกงส้ม นายด่าฉันในใจหรือไงถึงได้เงียบไปแบบนั้นน่ะ” คนพูดไม่พูดเปล่าแต่ยังเดาะนิ้วใส่จมูกผมเบาๆก่อนจะเดินหันหลังกลับไปอย่างอารมณ์ดี “อีกเดี๋ยวก็เลิกงานแล้ว นายก็เตรียมตัวละกัน ฉันไปหาไอ้โดมแป๊ป คงไม่ต้องตามไปหรอกนะ ห้องใกล้ๆนี่เอง เดี๋ยวฉันกลับมา ไม่หายไปไหนหรอก”

                ท่าทางสบายๆกับรอยยิ้มกวนๆที่ส่งมาให้ทำให้ผมเกิดความรู้สึกแปลกๆในช่องท้อง อย่างกับมีตัวอะไรมาบินไปมาอยู่ในตัวผมอย่างนั้นแหละ เสียงห้าวที่เอาแต่เรียกผมว่า นายบอดีการ์ด มาทั้งวัน พอเปลี่ยนมาเรียกอีกแบบ...ไม่รู้ทำไมผมถึงชอบให้เขาเรียกผมแบบนี้มากกว่า คงเป็นเพราะมันฟังดูสนิทสนมและน่าสบายใจที่จะทำงานด้วยมากกว่าล่ะมั้ง...




 

DOME ;)


                “โว้ยยยย ไอ้อ้วนนน เดินไม่ดูตาม้าตาเรือหรือยังไงถึงได้มาล้มทับฉันแบบนี้เนี่ย ตัวก็ไม่ใช่น้อยๆนะยะ นี่ถ้าหล่อได้ซักครึ่งนึงของณเดชน์ฉันจะไม่ว่าอะไรเลย ฉันยอมให้ล้มทับทั้งวันเลยด้วยเอ้า... นี่! ฉันตะโกนด่าอยู่เป็นนานสองนานแล้วยังไม่ยอมลุกออกไปจากตัวฉันอีกหรือไงไอ้อ้วน ถ้าฉันขาดอากาศหายใจตายไปเพราะโดนนายล้มทับฉันจะเป็นผีมาหลอกหลอนนายไปทั้งชาติเลยคอยดู” เสียงโวยวายแสบแก้วหูไม่ได้ทำให้ผู้ชายใจเย็นอย่างเขาฉุนขาดไปได้เลยถ้าหากไม่มีคำต้องห้ามคำเดียวที่ลอยเล่นอยู่ในประโยค...ไอ้อ้วน

            “นี่คุณ คุณก็หยุดตะโกนเสียงแปดหลอดแบบนี้ใส่แก้วหูผมก่อนสิแล้วผมจะลุก ผมกำลังจะขอโทษคุณนะ ถ้าคุณไม่เอาแต่ด่าผมฉอดๆอย่างนี้น่ะ” ร่างกลมๆแสร้งทำเป็นลุกแต่ก็ล้มกลับไปทับคนที่โดนทับอยู่ซักพักแล้วอย่างหมั่นไส้ มีอย่างที่ไหนกันมาด่าเขาฉอดๆแบบนี้ ยิ่งมาเรียกเขาว่า ไอ้อ้วน อีก จารุวัฒน์คนนี้ไม่มีทางยอมง่ายหรอก

            “โอ๊ยยยย ลุกออกไปจากตัวฉันซักทีสิไอ้อ้วน ฉันหนัก อ๊ากกกกก ลุกเซ่!!!

            “เออๆๆ ลุกแล้วๆ ก็ไม่ได้พิศวาสอยากล้มทับใครซักเท่าไหร่หรอก ถ้าสวยได้ซักครึ่งนึงของญาญ่านะ ผมจะทับทั้งวันไม่ให้ลุกไปไหนเลย” ร่างกลมๆลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเนื้อตามตัวออกโดยไม่สนใจช่วยคนที่ตัวเองล้มใส่ให้ลุกขึ้นมายืนแต่อย่างใด ปากก็ตอบกลับยัยผู้หญิงปากเสียคนนั้นไปด้วยประโยคที่เลียนแบบกันมาเดี๊ยะ

            “ทะลึ่ง ทับทั้งวันอะไรของนาย นายอ้วน” มนสิชาชี้หน้าคู่สนทนา ใบหน้าสาวแดงก่ำเมื่อคิดตามคำพูดที่แปลไปได้ไกล “โอ๊ยยย ฉันไม่พูดกับนายแล้ว ขออย่าให้เจอกันอีกเลย ไอ้อ้วน!!” หญิงสาวพูดจบแล้วสะบัดหน้าพรืดไปทันที ทิ้งไว้แต่คนตัวกลมที่ยืนมองอย่างไม่เข้าใจ

 

                กะอีแค่ผมเดินชนของที่ยัยแปดหลอดนั่นวางเกลื่อนไว้แล้วสะดุดล้มทับเจ้าตัว ทำไมจะต้องมาส่งเสียงวี๊ดๆด่าผมแว้ดๆอยู่ข้างหูผมจนตอนนี้หูผมยังวิ้งๆไม่หายอย่างนี้เนี่ย แล้วมันเป็นความผิดของผมมั้ย? ก็ไม่ใช่! แถมยังมาเรียกผมว่าไอ้อ้วนอีก ฮึ่ยยยยย (แม่หมู//น้องโดมก็อ้วนนะลูก) แม่หมู!!!! แม่หมูกะผมก็ตัวเท่าๆกันนั่นแหละ ถ้าแม่หมูว่าผมอ้วนแม่หมูก็อ้วนด้วย ชิ!! (แม่หมู//แต่คนเราก็ต้องยอมรับความจริงนะลูก อ้วนก็อ้วนสิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย) ผมก็ไม่ได้บอกซะหน่อยว่าผมไม่ได้อ้วน (แม่หมู//อ่าว) ผมแค่ไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่าไอ้อ้วนก็เท่านั้นเอง (แม่หมู//เอิ่มมมม ลูกฉัน =3=”)

                เสียงแปดหลอดของผู้หญิงคนนั้นกับท่าทางกระฟัดกระเฟียดยังคิดอยู่ในหัวผมตั้งแต่เช้าที่ผมออกไปซื้อของในเซเว่น จนถึงตอนนี้ก็ใกล้เวลาเลิกงานอยู่รอมร่อแต่ผมก็ยังลืมไม่ได้เสียที สงสัยเสียงยัยนั่นทำให้ผมประสาทหลอนไปแล้วแน่ๆ

                “เฮ้ยยย” ผมร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อคนที่เป็นเหมือนพี่ชายยืนเท้าโต๊ะมองหน้าผมอยู่ “พี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง ผมตกใจนะเว่ยเฮ้ย”

                “นี่ พี่มายืนนี่เป็นชาติแล้วได้ป่ะไอ้โดม แกนั่นแหละมัวแต่เหม่ออะไร คิดถึงใครอยู่หรือไง”

                “เปล่าน่า พี่นั่นแหละ เข้ามาห้องผมมีอะไร? จะใช้อะไรผมอีก อีกสิบสองนาทีจะเลิกงาน พี่ห้ามใช้อะไรผมตอนนี้นะ” ผมรีบบอกปัดแล้วอ้างเวลางานที่ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ

                “ไม่ได้จะมาใช้อะไรซักหน่อย พี่คุยเรื่องที่พักของแกงส้ม แกบอกว่าเจ้าเด็กนั่นมันต้องอยู่กับพี่ตลอดเวลาใช่ป่ะ”

                “อืมๆ ให้น้องเค้ามาอยู่กับผมก็ได้นะพี่ ผมรู้ว่าพี่หวงความเป็นส่วนตัว ตอนแรกแกงก็บอกเหมือนกันว่าจะเปิดห้องอยู่คนเดียว แต่ห้องผมก็ตั้งกว้าง ให้แกงอยู่กับผมก็ได้พี่ พี่ไม่ต้องห่วงหรอก” ผมเสนอออกไปเพราะรู้อยู่ว่าพี่ฮั่นไม่ค่อยชอบใจการมีบอดีการ์ดตามติดตลอดเวลาซักเท่าไหร่ แต่คำตอบของพี่ฮั่นนี่สิครับที่ทำให้ผมผิดคาด

                “พี่ว่าจะให้แกงส้มนอนกับพี่...เอ่อ พี่หมายถึงนอนห้องพี่น่ะ”

                “ห๊ะ!” ผมหูฝาดหรือว่าพี่ฮั่นกินยาลืมเขย่าขวดมาเนี่ยครับ เมื่อเช้าก็ฟาดฟันอารมณ์กันแทบเป็นแทบตาย ตอนกินข้าวเที่ยงนั่นก็ด้วย ถึงต่างคนจะไม่ได้แสดงออกถึงการประกาศสงครามอย่างชัดเจน แต่สงครามประสาทขนาดย่อมที่ระอุขึ้นเรื่อยๆท่ามกลางความเงียบนั่นใช่ว่าผมที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยจะไม่รู้สึก นี่ถ้าอยู่ห้องเดียวกัน ถ้าพี่ฮั่นกับแกงไม่ตีกันตายไปก่อนก็คงได้มีลูกหัวปีท้ายปีแน่ๆครับ เฮ้ย! ผมลืมไปว่าผู้ชายกับผู้ชายมีลูกไม่ได้ ฟ้าผ่าตายกันพอดี บรื๋อ

                “จะตกใจอะไรนักหนา ก็แกบอกพี่เองว่ามี๊ให้ไอ้เด็กนั่นดูแลพี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพราะงั้นมันก็ต้องนอนห้องพี่ด้วยดิ ไม่งั้นจะเรียกว่าคุ้มครองตลอดเวลาได้ยังไงกัน ถ้าเกิดมีใครจะมาทำอะไรพี่ตอนพี่หลับแล้วใครจะรับผิดชอบ” ผมส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจไปให้พี่ชายตรงหน้า

                “นี่พี่จะมาไม้ไหนเนี่ยพี่ฮั่น ผมรู้นะว่าพี่ต้องมีแผนอะไรในใจแน่ๆ บอกผมมาแล้วล้มเลิกความคิดนี่ตั้งแต่เนิ่นๆซะดีกว่า” ผมขู่ออกไปอย่างไม่ไว้ใจ

                “เปล่านี่ แล้วพี่ก็ไม่ได้มาขออนุญาตแกด้วยไอ้โดม พี่แค่มาบอกว่าพี่จะให้นายบอดีการ์ดนั่นนอนห้องเดียวกับพี่ แค่รับรู้แล้วรายงานมี๊ตามนี้ก็พอ” พี่ฮั่นพูดจบก็เดินผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี นี่จะอารมณ์ดีอะไรกันนักหนาเนี่ย?



 

:: Hunz ::

                ในที่สุดผมก็อยู่ประจำตำแหน่งของผมในรถเป็นที่เรียบร้อย ไอ้บอดีการ์ดหน้าหวานจอมเรื่องมากตอนแรกไม่ยอมผมท่าเดียว (แม่หมู//พี่ฮั่นทำอะไรน้องแกง!) นี่แม่หมูคิดอะไรครับเนี่ย นายธนทัตอะไรนั่นมันไม่ยอมให้ผมขับรถของผมเองต่างหาก (แม่หมู//อ๋อ เรื่องขับรถหรอกเหรอ แม่หมูก็ตกใจหมด ขอโทษค่ะคิดลึกไปหน่อย) ฟิคเรื่องนี้มันจะไม่ ใสๆ ก็เพราะแม่หมูนั่นแหละครับ

                ตอนนี้ทุกคนต่างนั่งประจำอยู่ในตำแหน่งของตัวเองอย่างเหมาะสม มีผมเป็นคนขับโดยที่มีบอดีการ์ดหน้าหวานนั่งระวังระแวงอยู่ข้างๆ ส่วนไอ้น้องชายตัวกลมนอนกลิ้งอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่เบาะหลัง พูดถึงไอ้โดม ไอ้บ้านี่ก็น่าเตะเสียจริงๆ ตอนผมไล่มันไปนั่งข้างหลังแทนที่จะอิดออดไม่ยอมซะหน่อย ไม่มีเลยครับ พนักหน้ารับแล้ววิ่งไปนั่งรอหน้าตาเฉย

                เนื่องจากวันนี้พวกเราออกจากบริษัทช้ากว่าทุกๆวันเพราะไอ้โดมรบเร้าให้ผมพาสมาชิกใหม่ของบริษัทไปเลี้ยงต้อนรับที่ร้านอาหารใกล้ๆ กว่าจะได้ขับรถออกมาเวลาก็ล่วงเลยไปสู่ช่วงเวลาค่ำคืนแล้ว รถราที่เคยติดหนึบอยู่บนถนนเส้นสำคัญบางลงถนัดตา รถยนต์คันไม่เล็กไม่ใหญ่ของผมออกวิ่งบนถนนกว้างโดยไม่ต้องมีใครมาเบียดเสียด

                คนที่นอนอยู่เบาะหลังส่งเสียงคุยกับคนที่พยายามเงียบข้างหน้าทั้งสองคนอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดพูดง่ายๆ เสียงหัวเราะจากคนตัวกลมดังขึ้นเป็นระยะเมื่อได้ยินเรื่องที่ถูกใจ ต่างจากคนที่นั่งปั้นหน้านิ่งอยู่ข้างผมที่หัวเราะเพียงเบาๆตามมารยาทเท่านั้น

                “พี่ฮั่นบอกแกงยังว่าจะให้แกงนอนห้องพี่น่ะ” ไอ้ลูกหมูปากสว่าง ไม่พูดก็ไม่มีใครว่ามันเป็นใบ้หรอกนะครับ

                “อะไรนะครับ” ดวงตากลมหันมามองผมอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ผมละสายตาจากถนนเพียงเสี้ยววินาทีมาสบตาคนหน้าหวานที่จ้องผมนิ่ง แต่ผมก็สามารถประสานสายตาเอาไว้ได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น น่าแปลกที่ดวงตาใสคู่นั่นมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ใจผมเป็นผิดจังหวะ แม้จะเป็นเพียงจังหวะกระตุกของหัวใจเพียงสั้นๆ แต่ผมก็ไม่ชอบใจเท่าไหร่กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมในตอนนี้

                “ก็ได้ยินแล้วนี่ จะถามอะไรนักหนา” ผมตอบกลับไปเหมือนไม่มีอะไร ความจริงมันก็ไม่มีอะไรนั่นแหละครับ จริงอยู่ที่ตอนแรกผมไม่อยากให้มีใครมายุ่งกับชีวิตอิสระของผม แต่พอเมื่อบ่ายนี้ผมได้ยินเจ้าเด็กนั่นบอกว่าจะลาออกทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำงาน พร้อมกับประโยคนั้นที่ทำให้ผมเกือบควบคุมตัวเองไม่อยู่ คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก เหมือนเป็นคำพูดที่กรีดแทงหัวใจผม ทำไมทุกคนที่ต้องการตีตัวไปจากผมต้องอ้างถึงเรื่องคับอกคับใจอยู่เรื่อย ผมไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามในใจที่ผุดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ด ผมน่ารังเกียจจนไม่มีใครอยากอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ?

แต่แปลกที่แกงส้มไม่ได้ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวนี้อยู่กับผมนานนัก เพราะแววตาที่ทอดมองมาและเสียงทุ้มที่ทุ่มเถียงกับผมอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะยอมง่ายๆเมื่อคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดทำให้ผมอารมณ์ดีอย่างประหลาด ยิ่งท่าทีดื้อรั้นไม่ยอมคนอย่างนั้นก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาดื้อๆ

                ในเมื่อเด็กนั่นไม่ต้องการอยู่ใกล้ ผมก็จะต้องเก็บเจ้านั้นไว้ให้ใกล้ตัวมากที่สุด ความจริงแล้วแกงส้มก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก เท่าที่ผมแอบดู (แม่หมู//แกไปแอบดูน้องสินะ) ก็การที่เราจะสังเกตการณ์ใครซักคน มันก็ต้องแอบดูสิครับ ถึงจะได้เห็นว่าตัวจริงของเค้าเป็นยังไง...จากการที่ผมไปแอบดูเจ้าเด็กนี่ทำงานเล็กๆน้อยๆกับเจ้าโดม ผมก็ตัดสินได้ว่าแกงส้มก็เป็นคนที่ดีพอใช้คนนึงเลย ดังนั้นการจะมีบอดีการ์ดซักคนตามประกบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็เริ่มจะกลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับผมเข้าแล้ว

                “แต่ผมคิดว่าผมเรียนคุณอิสริยะแล้วว่าผมจะเปิดห้องของผมเอง จะได้ไม่เป็นการรบกวนพื้นที่ส่วนตัวของคุณ” ผมบอกแล้วว่าไอ้เด็กนี่เถียงผมได้ทุกเรื่อง

                “รบกวนหรือไม่รบกวนฉันเป็นคนตัดสิน นายมีหน้าที่ทำตามคำสั่งฉัน” ผมอ้างอำนาจความเป็นเจ้านายเพื่อนให้แกงส้มเถียงอะไรไม่ได้ และเจ้าเด็กน้อยก็เถียงไม่ได้จริงๆ

                “ครับเจ้านาย”

                ผมยิ้มให้กับคำตอบที่ทำให้ผมพอใจ แต่สุดท้ายรอยยิ้มของผมก็ค้างอยู่อย่างนั้น ผมกระแทกเท้าขวาลงไปสุดแรงแต่ไม่มีสิ่งที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะคันหรู คิ้วเข้มของผมขมวดขุ่น มันเกิดอะไรขึ้น?

                ผมพยายามทำสิ่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ผมก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ เหงื่อกาฬชื้นๆเริ่มผุดขึ้นตามนิ้วมือที่กำรอบพวงมาลัยแน่น สมองพยายามประมวลผลสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเจ้ารถคู่ใจ

                เหมือนคนที่นั่งข้างๆจะสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ก่อน

                “เกิดอะไรขึ้นครับคุณอิสริยะ” บอดีการ์ดข้างกายถามขึ้นเสียงเครียด ดวงตากลมมองมาทางผมอย่างตระหนก แกงส้มคงเดาได้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผมพยักหน้าให้กับคนที่นั่งข้างๆเร็วๆบอกว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นเรื่องจริง

                “ไอ้โดม รัดเข็มขัดเดี๋ยวนี้” ผมส่งเสียงบอกคนที่นอนกลิ้งอยู่ข้างหลังที่ลุกขึ้นมามองผมอีกคน “พี่บอกให้รัดเข็มขัดไงไอ้โดม” ผมย้ำออกไปอีกครั้งเมื่อไอ้โดมยังมีสีหน้าไม่เข้าใจ พอได้ยินเสียงดุๆเข้าไปเจ้าน้องชายถึงได้ทำตามที่ผมสั่ง

                “เกิดอะไรขึ้นน่ะพี่” ภาพใบหน้ากลมที่เต็มไปด้วยความสงสัยและตื่นตกใจสะท้อนให้ผมเห็นในกระจกหลัง ความรู้สึกของผมตอนนี้ก็ไม่ต่างจากไอ้โดมนักแต่ผมก็ยังควบคุมเสียงตัวเองให้นิ่งไว้

                “รถเบรกไม่อยู่”

                “ห๊า? แล้วเราจะทำไง” ไอ้โดมตะโกนถามเสียงดังลั่น แต่ไม่ใช่ผมที่เป็นคนตอบคำถามนี้

                “ในเมื่อเบรกไม่อยู่ เราก็ต้องหาอะไรมาเบรก”

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // รีดเดอร์ตะโกนมาว่า... ถ้าแกจะอัพให้มันค้างอย่างนี้แกอย่ามาอัพดีกว่ามั้ยแม่หมู!!!!!! 55555555

ทริปลูกหมูลั้ลลาที่แม่ฮ่องสอน สนุกและฟินตัวแตกมากกกกกกก ใครที่ตามแม่หมูในทวิตคงพอทราบกันบ้างแล้ว

เด็กผู้ชายตัวกลมคนหนึ่งทำให้แม่หมูมีแรงมีพลังในการแต่งฟิคขึ้นมาเป็นกอง เพียงเพราะประโยคๆเดียวที่พูดให้ได้ยินกันสองคนในขณะที่ต่างฝ่ายต่างรับตัวกลมๆของกันและกันเข้าสู่อ้อมกอด "แต่งฟิคต่อไปนะครับพี่ ผมรออ่านอยู่" ....... แค่นี้แหละ แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวเท่านั้น กลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่เลยทีเดียว แต่ไม่กล้าร้องต่อหน้าน้อง แม่หมูเลยรอลูกหมูไปก่อนแล้วปล่อยโฮจนคนรอบข้างตกใจกันเป็นแถบ

ยิ่งเรื่อง DH ... พอมีคนเปิดประเด็นปุ๊บ "โดมรู้มั้ยว่าใครเป็นคนแต่ง DH" ,, ลูกหมูตอบทันทีพร้อมมองมาทางแม่หมู "ผมรู้แล้ววว ผมอ่านแล้ววว" เอ้อววววว ชีวิตไรเตอร์แม่หมูตุ้ย ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อจะดันน้องโดมเข้าวงการฟิค ให้จารุวัฒน์เป็นตัวละครหลักของเรื่องจะต้องการอะไรอีก ปลื้มมมมมมม #ฟินตัวแตก

>w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1113 ตากล้อง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2556 / 22:05
    พี่ฮั่นมันเมาอะไรเปล่าอ่ะ แม่หมู -___- งงกะป๋าเค้า
    #1,113
    0
  2. #1017 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 02:08
    พี่ฮั่นเริ่มเผยความนัยมาได้แล้ววว.
    เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็โมโหใส่แกงแบบนี้..
    หึหึหึ

      


    #1,017
    0
  3. #804 ต้มยำทำแกง;.3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 18:48
    หมีอย่าเป็นอะไรนะหมี โถ่
    #804
    0
  4. #461 bull (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 12:48
    พี่หมีอารมแปรปรวนจริงๆ 555
    #461
    0
  5. #277 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 16:41
    แหมมม พี่หมี อยากให้น้องอยู่ใกล้ๆก็บอกเด้~ ตอนนี้แอบน่ารักเบาๆอ่ะ -//////- ทำไมตอนสุดท้ายเบรกไม่อยู่ TT
    #277
    0
  6. #264 Ninewjomzon_33 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 13:58
    เห้ยยยย รถเบรกไม่อยู่ได้ไง !! ใครลอบทำร้ายหมีเนี่ยยย ! 
    #264
    0
  7. #206 TheDreamTD (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 14:27
    พี่หมีเปลี่ยนโหมดเร็วไปนะ อยากแกงพี่แกงอะดิ๊ ทำไมรถเบรกไม่อยู่อะซวยแล้วไง!!!!!
    #206
    0
  8. #121 Tinkykik (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:05
    หมีเปลี่ยนอารมณ์ไวมากลุ้นๆๆๆๆๆ
    #121
    0
  9. #106 nnnuiiiz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:04
    ลุ้นค่ะ นาทีนี้มีแต่ลุ้นกับลุ้น ฟู่ววววว หัวใจจะวายจริงๆ เบรกสวยๆหน่อยนะแกง อย่าหักดิบเกิ๊นนน
    #106
    0
  10. #79 happyf (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:50
    พี่ฮั่นหวั่นไหว

    น่ารักอ่ะ ชอบๆ:)

    ว๊ากเบรคแตก มาต่อเร็วๆแม่หมู;)
    #79
    0
  11. #77 jewel *28 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:31
    พี่ฮั่นเริ่มหวั่นไหวกับพี่แกงแล้วละสิ ค้างอย่างแรง รถเบรกแตก จะเป็นยังไงต่อนะ มาอัพไวๆนะคะ
    #77
    0
  12. #76 เด๋กดี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2556 / 22:13
    พอได้แกล้งลูกน้องหล่ะ สนุกสนานขึ้นมาเชียวนะ
    #76
    0
  13. #75 #kimki-'mine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2556 / 23:32
    โอ๊ยยยยยยยย !!
    รีดหัวใจจะวาย -w-
    ตื่นเต้นตอนจบอย่างบอกไม่ถูก
    แต่รู้สึกค้างมากๆเลยตอนนี้
    รีบๆกลับมาอัพเลยนะคะไรท์ #สั่ง!
    ไม่งั้นรีดได้แดดิ้นตายแน่ๆ
    #75
    0
  14. #74 Cucci (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2556 / 18:34
    แหม่ พี่ฮั่น ตอนแรกก็ปากไม่ตรงกับใจสินะ แหม่ 

    แม่หมูจ๋าาา มาต่อเร็วๆนะคะ หนูค้างมากกกก ><

    เป็นกำลังใจให้แม่หมูนะคะ
    #74
    0
  15. #73 lemon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2556 / 02:42
    เจ้านายเจ้าเล่ห์ ใช้อำนาจบังคับบอดี้การ์ด (ชอบเค๊าแต่ทำเป็นใช้อำนาจข่มเพื่อปิดบังใจตัวเอง)

    แล้วจะเบรกกะอะไรเนี่ย

    แม่หมูมาอัฟเร็วๆนะ



    ตามทวิตแม่หมูอยู่ ปลื้มกับแม่หมูด้วยกับทริปการตามติดชีวิตโดม น้องน่ารักจริงๆ
    #73
    0
  16. วันที่ 28 มกราคม 2556 / 20:58
    อ๊ากกกกกกกกกกก
    เจ้านายยยยย
    หวั่นไหวแล้วล่ะสิ
    ก็บอร์ดี้การ์ดมันสวยขนาดนั้น 555
    #72
    0
  17. #71 waa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 20:58
    รีบมาต่อไวๆนะคะ อยากรู้ว่าจะเบรกกับอะไร ลุ้นค่ะ
    #71
    0
  18. #70 waa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 20:45
    รีบมาต่อไวๆนะคะ อยากรู้ว่าจะเบรกกับอะไร ลุ้นค่ะ
    #70
    0
  19. #68 ไม่จิ้นแต่อินหนัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 19:31
    เฮ๊ยยยยย รถเบรกไม่อยู่ เอาแล้วไง จะเป็นอย่างไรต่อไป



    แม่หมู มาอัพซะโดยดี
    #68
    0
  20. #67 Joy Yoo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 19:22
    กิ้วๆๆๆๆๆๆ
    กลัวน้องลาออก
    กลัวไม่ได้เจอน้องเหรอ ฮั่นนนนนนน
    #67
    0
  21. #66 ปากกาหมึกแห้ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 18:08
    รถเบรกไม่อยู่ ป๊าดดดแล้วพี่ฮั่นจะเบรกยังไงละเนี๊ย ค้างสุดยอดอะฮือๆๆๆ
    #66
    0
  22. #65 lovefon23 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 17:33
    เจ้านานอิสริยะดุจังเบยยยย
    กำลังสนุกเลยแม่หมูมาอัพต่อไว้ๆเน้อ ^^
    #65
    0
  23. #64 Gultida (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 17:16
    ฟอร์มจัดน่ะอิหมี ใช้อำนาจในทางที่ผิด ระวังผลตอบกลับก็แล้วกัน
    #64
    0
  24. #62 kaiou (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 17:10
    ปลื้มแทนแม่หมูจังเบย
    #62
    0
  25. #61 มิว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 15:14
    รีบมาอัพนะแม่หมู



    กำลังสนุกเลยยยยยยยย
    #61
    0