[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 28 : Chapter 28 :: ช้ำๆซ้ำๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 มิ.ย. 56

Chapter 28 :: ช้ำๆ ซ้ำๆ

 

KangSom :D

                “ยัยเฟรมๆ แกเห็นแขนคุณฮั่นหรือเปล่า เขียวเป็นปื้นเลยอ่ะ” ช้อนคนกาแฟในมือชะงักเพราะเสียงคุ้นหูของพนักงานคนหนึ่งในบริษัท


                “เห็นสิเจ๊แก้ม ตรงต้นคอก็มีรอยเล็บเป็นจ้ำๆด้วยนะ เจ้เห็นหรือเปล่า” รอยเล็บเหรอ?? ผมยกนิ้วของตัวเองขึ้นมาดู ผมไม่ได้ไว้เล็บซะหน่อย พี่ฮั่นจะมีรอยเล็บที่คอได้ไง หรือว่าผมเผลอ? ไอ้ที่เขียวเป็นปื้นๆน่ะฝีมือผมอยู่แล้ว


                “แอร๊ยย!! จริงเหรอเฟรม เจ้ไม่ได้มองว่ะ แกว่าฝีมือน้องแกง...”


                “แกงส้ม จะมีใครอีกล่ะเจ้ คงไม่ใช่ฝีมือพี่โดมหรอก”


                “ตายแล้ว ยายเด็กบ้า ไม่ๆๆๆ ฉันไม่อยากคิดไม่อยากมโน โดมฮั่น ฮั่นโดม ไม่ไหวนะยะหล่อน ต่อให้พวกนางจะกินกันเอง แต่ไอ้อ้วนนั่นอนุรักษ์ไว้เถอะ”


                “เจ้ก็ว่าไป เดี๋ยวนี้คู่กัดของเจ้เขามีสาวมาหา เช้า กลางวัน เย็น นะจ๊ะ ไม่รู้ว่านางมาหลงมาได้ไง จะบอกว่าหวังตกถังข้าวสารก็ไม่น่าใช่...”


                “เฟรม แกเอาเรื่องรอยบนแขนบนตัวเจ้านายมาโยงเข้าไอ้อ้วนได้ไงยะ ฉันไม่สนหรอก ยัยผู้หญิงคนนั้นไม่โง่ก็บ้า มองพุงกะทิเป็นซิกแพ็คหรือไงก็ไม่รู้ แต่รอยบนตัวเจ้านายนี่สิ แกว่าคุณฮั่นไปเอารอยช้ำเป็นจ้ำๆนี่มาอีท่าไหน” อีท่าไหน? ท่าไหนของคุณแก้มนี่...


                “ก็ได้มาจากแกงไงเจ้ ถามอะไรแปลกๆ”


                “ฉันหมายถึง ท่าไหน แกเข้าใจไหมเฟรม ท่า ไหน”


                “อ๋อออออ น้องเข้าใจแล้วค่ะคุณพี่ น้องว่า... แบบว่า... คงหลายท่าอ่ะค่ะ อร๊ายยยยยย”


                “อร๊ายยยยยยย คุณน้องงงงงง เจ๊ก็ว่างั้นแหละ ไม่รู้มีท่าพิสดารอะไรหรือเปล่า กรี๊ดดดดดด”


                “เจ๊ขา เจ๊ก็อย่าพูดให้น้องคิดเยอะไปกว่านี้สิคะ โอ๊ย ตายๆๆ หนูขอกรี๊ดอีกซักทีจะได้ไหม กรี๊ดดดดดดด”


                สองเสียงกรีดร้องประสานกันจนผมตัดสินใจโยนช้อนกาแฟลงในอ่างล้างแก้วสุดแรง เสียงกรี๊ดหยุดลงอย่างที่ผมคาดไว้ ผมยกกาแฟเดินออกมาจากมุมที่ผมยืนอยู่โดยไม่พูดอะไร ส่งยิ้มให้คนที่เพิ่งนินทาผมสดๆร้อนๆด้วยรอยยิ้มที่ผมคิดว่าเป็นมิตรที่สุด


                “พี่... พี่แกงส้ม... มา... มานานรึยังคะ” คุณเฟรมตะกุกตะกักถาม ในขณะที่คุณแก้มเอาแต่หลบสายตา ผมชูแก้วกาแฟที่อยู่ในมือให้ดูแทนคำตอบ สาวหมวยผิวขาวโอโม่ยิ้มแหยๆ “กาแฟ แหะๆ พี่แกงมาชงกาแฟ”


                ผมพยักหน้ารับช้าๆ รีบก้าวออกไปจากมุมกาแฟเล็กๆของบริษัท คำพูดของคนอื่นไม่ควรมีความหมายสำหรับเรา แต่...เราทำอย่างนั้นได้จริงๆหรือครับ? ในเมื่อคำพูดนั้นกระแทกเข้าหูผมเต็มๆ










 

                ผมวางแก้วกาแฟสีชมพูลงตรงหน้าท่านประธานก่อนจะดึงแขนของคนที่กำลังงานขึ้นมาดู


                “เฮ้ย แกง มีอะไร มาถลกแขนเสื้อพี่ทำไม”


                “ลุกขึ้น” ผมสั่งเบาๆก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไปหาพี่ฮั่น พี่หมีของผมยังทำหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจ ผมดึงตัวพี่ฮั่นให้ลุกขึ้น กระตุกชายเสื้อออกจากกางเกงอย่ารวดเร็ว


                “เฮ้ยยยยยย แกงงงง มาถลกเสื้อพี่ทำไม นี่มันที่ทำงานนะ” ประโยคคุ้นๆเหมือนผมเคยพูดกับพี่ฮั่น... แหม่ พูดมาได้นะไอ้หมี ผมถลกเสื้อของพี่ฮั่นขึ้นสูงจนเกือบกลางหลัง ตายแล้ว!


                “พี่ช้ำขนาดนี้เลยเหรอพี่ฮั่น” ผมลูบมือไปบนรอยช้ำที่ผมรู้ว่าเป็นฝีมือใครเบาๆ “เจ็บทำไมไม่บอกผม ปล่อยให้ผมทุบพี่อยู่ได้”


                “โธ่ แค่นี้เอง พี่ไม่เจ็บหรอก โอ๊ยยยยยยย แกงอ่ะ”


                “เนี่ยนะที่บอกว่าไม่เจ็บ” พอผมแกล้งจิ้มแรงๆไปก็ร้องเสียงหลง แล้วอย่างนี้เนี่ยนะยังมีหน้าบอกว่าไม่เจ็บ


                “ก็ถ้าแกงไม่จิ้มพี่ก็ไม่เจ็บหรอก นี่...มาทำเค้าเจ็บต้องปลอบเค้านะ ปลอบเค้าเลยๆ” พี่ฮั่นดึงผมลงไปนั่งด้วยกัน ตักกว้างของคนเป็นพี่นุ่มกว่าเบาะเก้าอี้หลายเท่านัก เจ้านายทำปากจู่รอรางวัล... เออใช่!! ผมยังไม่ได้ล็อกห้อง!! ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแล้วผมเอาหน้าไปไว้ไหน


                “พี่ฮั่น เดี๋ยวใครเข้ามาเห็น ผมไม่ได้ล็อกห้อง” ผมโวยออกไป แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้สนใจอะไรเลย


                “ใครมาเห็นก็เห็นไปสิ พี่ไม่เห็นสนใจเลย” ไอ้หมีหน้าหนา!! ไอ้หมีหน้าด้าน!! พี่ไม่อายแล้วพี่คิดว่าผมอายไหม?? ผมก็ไม่อาย!! เอ๊ย!! ผมอาย!! “ใครเข้ามา ก็มีแต่ไอ้โดมนั่นแหละ”


                “เออๆๆๆ ไม่อายก็อย่าอาย” ผมรีบตัดบทก่อนพี่ฮั่นจะงอแงไปมากกว่านี้ “พี่ฮั่น เมื่อกี้ผมไปชงกาแฟให้พี่ ผมได้ยินพวกพนักงานของพี่เขาเม้าท์กัน เรื่อง... เรื่อง...”


                “เรื่องของเรา” พี่ฮั่นต่อประโยคให้ผมราวกับเขารู้ว่าผมไปเจอกับอะไรมา


                “ครับ เรื่องของเรา พี่ว่าเราจะ...”


                “เราจะเป็นของเราอย่างนี้ อยู่ของเราแบบนี้ ไม่เห็นต้องสนใจคำพูดคนอื่นเลย” ผมยู่หน้า พูดง่ายแต่ทำยากนะครับ ไอ้การไม่สนใจเนี่ย ยิ่งได้ยินเต็มสองรูหูมาแบบนั้นอีก นับวันผมยิ่งเข้าใจพี่โดมมากขึ้นจริงจัง “ทำหน้าแบบนี้ไปได้ยินอะไรมาล่ะ มาดึงแขนดึงเสื้อพี่ดูแบบนั้นอีก คงไม่เกี่ยวกับรอยเขียวๆช้ำๆบนตัวพี่หรอกนะ”


                “ก็ใช่น่ะสิ! เขานินทากันว่าเราไปทำกัน ท่าไหน พี่ถึงได้น่วมไปทั้งตัว” แล้วดูอิพี่ฮั่นสิครับ ทำตาวาวอย่างนี้หมายความว่าไง “ไอ้พี่ฮั่น มองผมอย่างนี้หมายความว่าไง”


                “พี่กำลังคิดว่าเราทำกัน ท่าไหน


                “ไอ้บ้า! มันใช่เรื่องจะเอามาพูดตอนนี้ไหม กลางวันแสกๆ บ้า!” ทำไมพี่ฮั่นพูดเรื่องนี้ได้หน้าระรื่นแบบนี้นะ หื่นชะมัด เหมือนใครก็ไม่รู้แถวนี้ (แม่หมู//เหมือนน้องแกงเหรอ? พี่หมีน้องหมีหื่นพอกันสินะ) เหมือนแม่หมูต่างหากเล่า!


                “แปลว่าพูดตอนกลางคืนได้ใช่ป่ะ โอเคๆ พี่จะเก็บไว้พูดยามวิกาล โอ๊ยยย นี่! อะไรเนี่ยเรา! ชอบความรุนแรงเหรอ เดี๋ยวหยิกเดี๋ยวทุบ ซาดิสม์สินะ โอ๊ยยยย แกงส้มมมมม อย่าหยิกกกก เดี๋ยวพี่ร้องให้คนช่วยจริงๆน๊า” พี่ฮั่นร้องโวยวายอย่างน่าหมั่นไส้ ไม่ใช่ผมเหรอครับที่ควรเป็นคนโวยวาย


                “ผมต่างหากต้องเป็นคนร้องให้คนช่วย นี่ผมพูดเรื่องซีเรียสอยู่นะ พี่มาพาไปเรื่องใต้สะดือได้ไงเนี่ย”


                “ไม่อยากให้เครียดไง คำพูดคนอื่นจะไปเก็บมาใส่ใจทำไม แกง...พี่เคยบอกแกงไปหรือยังว่าเรากำหนดความคิดคนอื่นไม่ได้ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปเสียทุกอย่างหรอกนะ เขาจะคิดอะไรก็ปล่อยเขาไป ปวดหัวเปล่าๆน่า สู้แกงเอาเวลาไปจัดการระบบความปลอดภัยของบริษัทเราต่อไม่ดีกว่าเหรอ” ผมพยักหน้ารับอย่างจำนน ที่ฮั่นพูดถูกครับ เราไปกำหนดความคิดใครไม่ได้หรอก สิ่งเดียวที่เราทำได้คือ ทำใจ และปล่อยมันไป เฮ้อ!


                มือเหนียวหนับยิ่งกว่าปลาหมึกกอดผมไว้แน่น ปากบอกให้ผมไปทำงานต่อ แต่มือกอดผมไว้กับตักเนี่ยนะ


                “ปล่อยดิ จะไปทำงาน”


                “ก็ทำงานไปสิ”


                “พี่ไม่ปล่อยแล้วผมจะไปทำงานได้ไงเล่า” ไอ้หมีเอาแต่ใจ อะไรของเขาเนี่ย นี่ถ้าไม่สงสารว่าช้ำไปทั่วตัวอยู่แล้ว ผมจะเอาให้น่วมมากกว่านี้อีก (แม่หมู//สรุปว่าน้องแกงก็ชอบความรุนแรงจริงๆสินะ) เปล่าซะหน่อยแม่หมู เขาเรียกว่าสั่งสอนให้หมีดื้อเอาแต่ใจให้เข็ดหลาบต่างหาก


                “แกงก็ทำงานอยู่แล้วนี่ไง ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเลยด้วย” พี่ฮั่นไม่พูดอย่างเดียว แต่ยังเอาหัวพาพิงไหล่ผมไว้ แถมยังถูๆไถๆอย่างกะตัวเองเป็นลูกแมวตัวน้อยกำลังอ้อนเจ้านาย แหมมม หมีขี้อ้อนสินะ


                “ไม่ได้ทำซะหน่อย งานอะไรของพี่ห๊า”


                “ก็นั่งเป็นกำลังใจให้พี่ไง ดูสิ พี่มีแรงทำงานเพิ่มขึ้นเป็นกอง ชื่นใจที่ซู้ดดดดด” จมูกโด่งฝังลงบนแก้มผมอย่างแรง เสียงหอมฟอดดังสนั่น ผมนั่งหน้ามู่อยู่บนตักเพราะไม่มีทางหนี... ไม่ใช่หรอก เพราะผมไม่อยากหนีต่างหาก บทจะน่ารักก็น่ารักจับใจ บทจะหวานก็หวานเสียจนผมใจสั่น แต่พอพายุลงก็น่ากลัวจนน้ำตาแทบไหล คนไหนคือตัวจริงของพี่กันแน่นะพี่ฮั่น...


                “อ่อก! จะอ้วก! เลี่ยนเวอร์อ่ะ” บรรยากาศแบบนี้ชวนให้นึกถึงหลายครั้งที่เราสองคนกำลังอยู่ในภาวะเข้าด้ายเข้าเข็ม (แม่หมู//หืม??) แม่หมูอย่าขัด! หลายครั้งที่เราอยู่ในภาวะเข้าด้ายเข้าเข็ม มักจะมีคนๆหนึ่งโผล่มาขัดจังหวะพวกเราเสมอ คนที่ผมกับพี่ฮั่นไม่เห็นมาตั้งแต่เช้า “เออพี่! พี่โดมอ่ะ มาทำงานยัง”


                “ยังไม่เห็นนะ” ผมเอียงคอมองพี่ฮั่นด้วยความแปลกใจ สายป่านนี้แล้วท่านประธานยังไม่เจอเลขาประจำตัวอีกเหรอครับ? เป็นไปได้ยังไง


                “พี่โทรหาพี่โดมหน่อยไหม ผมสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้” พี่ฮั่นพยักหน้าเห็นด้วย ผมพยายามลุกจากตักกว้างที่ผมไม่อยากจากไป แต่เหมือนเจ้าของตักจะไม่ยอมให้ผมลุกไปง่ายๆ พี่ฮั่นใช้มือข้างเดียวหยิบมือถือขึ้นมาโทรออกในขณะที่อีกมือนึงยังกอดผมเอาไว้ พี่ฮั่นกดโทรซ้ำอีก... และอีกครั้ง...


                “ไม่มีคนรับ หลับอยู่รึป่าว เมื่อคืนตอนพี่หนี...” พี่ฮั่นหน้าสลดทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องเมื่อคืน ผมส่ายหน้าให้กับคนชอบคิดมาก วางมือสองข้างลงบนแก้มของท่านประธานก่อนจะยกมันให้ยิ้มขึ้น “เมื่อคืนพี่ไปอยู่ห้องไอ้โดมจนดึก ก็ไม่เห็นมันนะ หรือยังไม่กลับมา หรือมันอยู่กับมีมี่”


                “ผมว่าไม่ใช่ เรากลับไปหาพี่โดมที่คอนโดกันดีกว่าครับ ผมรู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้”









 

                ถนนย่านกลางกรุงโล่งจนเกือบร้างเพราะเลยเวลาทำงานมานานแล้ว พี่ฮั่นตบไฟเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆที่เราใช้เป็นทางลัดเป็นประจำทุกวัน ยิ่งเข้าไปในซอยยิ่งเงียบเข้าไปอีก ผมนั่งมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทั้งถนนมีเพียงรถของเรากับมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งเท่านั่นที่เล่นอยู่ แหม! ถนนกรุงเทพฯ เป็นอย่างนี้ยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ดีสิครับ ตอนเย็นนี่ติดทีละสองสามชั่วโมง


                ครืดๆ ครืดๆ


                “พี่แกง รับโทรศัพท์ให้เค้าหน่อยสิ” หืม?? วันนี้เปลี่ยนสรรพนามใหม่ นี่ผมกลายเป็นพี่แกงของพี่ฮั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย “ทำหน้างั้นไมอะ พี่แกงรับให้หน่อย เค้าขับรถอยู่”


                “พี่เรียกผมว่าพี่แกง แล้วงี้ผมต้องเรียกพี่ว่าน้องฮั่นป่ะ” ผมถามพลางหยิบมือถือของพี่ฮั่นขึ้นมา มองเบอร์แปลกๆอย่างแปลกใจ ปกติมือถือพี่ฮั่นไม่มีเบอร์แปลกโทรมานี่นา คุณชายอิสริยะหวงเบอร์มือถือจะตาย ถ้าไม่สนิทกันจริงไม่มีใครติดต่อพี่แกได้หรอกครับ “พี่ฮั่น เบอร์แปลกครับ ให้รับไหม”


                พี่ฮั่นพยักหน้าให้แทบคำตอบ ผมกดรับสายแม้จะยังรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปปลายสายก็ตะโกนกลับมาเสียงดัง


                //พี่ฮั่น... สมายล์นึกว่าพี่ฮั่นจะไม่รับสายสมายล์แล้วซะอีก//

สมายล์!! ผมดึงมือถือออกมามองเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจออีกครั้ง สมายล์โทรมาหาพี่ฮั่น...ทำไม? ผมแนบโทรศัพท์กับหู น้ำเสียงมีความร้อนรนอยู่มาก... มากเสียจนไม่สนใจให้ปลายสายอย่างผมได้ตอบโต้อะไรเลย

//โชคดีจริงๆที่พี่ฮั่นยังใช้เบอร์เดิม ขอบคุณนะคะ ที่พี่ยังรับสาย ตอนแรกสมายล์คิดว่าพี่จะไม่ยอมรับสายสมายล์ซะอีก//


                “คุณสมายล์มีธุระอะไรกับพี่ฮั่นหรือเปล่าครับ” ผมพูดเสียงดังตั้งใจให้ทั้งคนปลายสายและคนข้างกายได้ยิน พี่ฮั่นละสายตามาจ้องผมเขม็ง จนผมต้องผลักใบหน้าคมให้กลับไปสนใจถนนข้างหน้าต่อ เสียงฮึดฮัดดังขึ้นจากคนข้างๆ ผมส่งสัญญาณให้พี่ฮั่นเงียบ ผมอยากรู้... ผู้หญิงคนนี้โทรมาหาพี่ฮั่นทำไม


                //พี่... พี่แกง... ขอโทษค่ะ สมายล์มัวแต่รีบร้อน เลยไม่ทัน...//


                “ถ้ารีบนักก็พูดธุระของคุณมา” ผมตัดบทด้วยความรำคาญเล็กน้อย คงเป็นผลพวงมาจากบทสนทนาก่อนหน้า


                //พี่ฮั่นกำลังตกอยู่ในอันตรายค่ะ// ผมกวาดสายตามองไปรอบตัวทันที เส้นทางนี้พวกผมใช้อยู่เป็นประจำ ถึงนี่จะเป็นทางลัด แต่เป็นถนนที่คนใช้สัญจรกันขวักไขว่ โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน... เฮ้ย! เดี๋ยวนะ นี่มันเพิ่งจะสิบโมง กระจกมองหลังสะท้อนภาพมอเตอร์ไซด์ที่ยังอยู่ห่างออกไปหลายเมตร มอเตอร์ไซด์คันนั้นตามเรามาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว? ผมพยายามทบทวนความจำตัวเองแต่กลับนึกไม่ออก แย่จริงแกงส้ม! ทำไมถึงไม่สังเกตนะ


                //พี่แกง! อย่าเงียบสิคะ พี่แกงได้ยินที่สมายล์พูดไหม//


                “ครับ ผมฟังอยู่” พี่ฮั่นหันมามองผมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดไฟเลี้ยวหักรถเข้าจอด ผมเอื้อมไปปัดไฟเลี้ยงคืนทันที บุ้ยใบ้ให้ขับรถต่อ คิ้วหนาของคนเป็นพี่ขมวดด้วยความไม่เข้าใจ มอเตอร์ไซด์ข้างหลังเร่งความเร็วมากขึ้น


                //มอเตอร์ไซด์สีดำ เลขทะเบียน 666 คนขับใส่เสื้อแขนยาวสีดำ คนซ้อนใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล ระวังมันให้ดีนะคะ อย่าให้มันเข้าใกล้ได้ สมายล์บอกได้แค่นี้... แค่นี้นะคะ คุณลุงสมายล์กำลังมาแล้ว//


                “ฮัลโหล คุณครับ คุณสมายล์... บ้าจริง” ผู้หญิงคนนั้นวางสายก่อนผมจะทันได้ถามอะไรซะอีก


                “สมายล์โทรมาเหรอ โทรมาทำไม ผู้หญิงคนนั้นโกหกอะไรให้แกงฟังอีก” ความหงุดหงิดในน้ำเสียงฟังชัดเจน แต่ผมกลับไม่มีสมาธิมากพอจะสนใจ ทะเบียนใช่ ลักษณะก็ใช่ คำถามคือ สมายล์จะบอกเราทำไม? “แกงส้ม ได้ยินพี่ไหม พี่ถามว่ามีเรื่องอะไร แกงอย่าไปเชื่อคำพูดผู้หญิงคนนั้นมาก...”


                “สมายล์บอกว่ามีมอเตอร์ไซด์ตามเรามา เลขทะเบียนแล้วก็ลักษณะของคนขับเหมือนกับคันที่ขับตามเราอยู่ตอนนี้ครับพี่ฮั่น เธอบอกว่าอย่าให้มันเข้าใกล้เรา” ผมหยิบปืนกระบอกเล็กที่ผมซ่อนไว้ในคอนโซลหน้ารถ คนขับตกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นอาวุธสีดำในมือผม


                “อะไร! แล้วหยิบปืนออกมาทำไม แกงเอามาไว้ในรถพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เขาก็ขับของเขาไม่เห็นมีอะไรซะหน่อย พี่เห็นเขาขับอยู่ข้างหลังเราตั้งแต่ก่อนเลี้ยวเข้าซอยนี้แล้ว เขาอาจจะไปทางเดียวกับเราก็ได้ใครจะไปรู้” ถ้าผมไม่รู้จักพี่ฮั่นมาก่อน ผมคงคิดว่าผู้ชายคนนี้แม่งโคตรโลกสวย แต่ผมไม่ใช่อย่างนั้น ผมรู้จักพี่ฮั่นดีและมั่นใจว่ารู้ดีกว่าใครๆ ที่พี่ฮั่นพูดแบบนี้เพราะคนที่เอาข้อมูลมาบอกเราเป็นสมายล์ ผู้หญิงที่พี่ฮั่นไม่มีทางเชื่อคำพูดของเธออีกเลยตลอดชีวิต


                “กันไว้ดีกว่าแก้น่ะพี่ เผื่อฉุกเฉิน ขับรถดีๆ แล้วอย่าจอด อย่าให้มันเข้าใกล้เราได้ก็พอ” ผมพูดโดยไม่มองคนกำลังหงุดหงิด ดวงตายังคงจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของพาหนะที่วิ่งอยู่ข้างหลัง ผมรู้สึกได้ถึงความเร็วของรถที่ชะลอลง “พี่ฮั่น ผมบอกว่าขับไปเรื่อยๆอย่าหยุดไง”


                “แกงอย่าบอกนะว่าแกงเชื่อคำพูดสมายล์” มันใช่เวลาจะมาเป็นแบบนี้ไหมพี่ฮั่น หน้าสิ่วหน้าขวาน ระวังไว้ก่อนไม่ดีหรือไงนะ ผมเริ่มมีอารมณ์กับความไม่มีเหตุผลของคนเป็นพี่ ผิดเหรอที่ผมจะระวังไว้ก่อน?


                “ผมบอกว่ากันไว้ก่อนดีกว่า เฮ้ย! พี่ฮั่น จะจอดรถทำไมเล่า” พี่ฮั่นกระทืบเบรกอย่างแรงจนผมได้ยินเสียงล้อบดถนนดังเอี๊ยดใหญ่ ถ้าไม่มีเข็มขัดนิรภัยรัดเอาไว้ป่านนี้หน้าผมคงกระแทกคอนโซลหน้าไปแล้ว ผมละสายตาจากมอเตอร์ไซด์คันนั้นเพื่อหันมามองคนข้างกาย พี่ฮั่นทำท่าจะปลดเข็มขัดแต่ผมรีบคว้ามือของพี่ชายเอาไว้ก่อน “แล้วนี่จะถอดเข็มขัดทำไม คิดจะทำอะไรพี่ หยุดเลยนะ”


                “ก็พิสูจน์คำพูดของผู้หญิงคนนั้นไง เราจะได้รู้ซะที ว่าสมายล์มีแผน พูดความจริง หรือว่าโกหกซ้ำๆซากๆ” พี่ฮั่นปัดมือผมออก ปลดหัวเข็มขัดออกมาจากล็อกอย่างรวดเร็ว กระจกข้างรถสะท้อนเขามอเตอร์ไซด์คันนั้นวิ่งเข้ามาใกล้


                “พี่ฮั่น อย่าออกไปนะ”

เสียงเรียกของผมไม่มีความหมาย พี่ฮั่นเปิดประตูรถก่อนจะก้าวพรวดเดียวไปยืนอยู่ข้างนอก ผมรีบตามออกไปทันที หัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อสัญชาตญาณสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา วัตถุสีดำถูกกำอยู่ในมือแน่น ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมกลัวเท่านี้มาก่อน เหงื่อชื้นๆผุดขึ้นมาทั่วฝ่ามือจนผมต้องกระชับปืนในมือแน่นขึ้นไปอีกเพราะกลัวมันลื่นหลุด

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นมอเตอร์ไซด์คันนั้นอยู่ใกล้พี่ฮั่นในระยะประชิด คนตัวโตยืนจ้องพวกมันเขม็งอย่างไม่กลัวเกรง ผมกำลังจะเดินอ้อมรถไปหาพี่ฮั่นอยู่แล้วเมื่อคนขับมอเตอร์ไซด์ค้อมศีรษะให้พี่ฮั่นเป็นเชิงขอโทษก่อนจะหักหัวรถเบี่ยงออกไปเล็กน้อยก่อนจะขับผ่านไป พี่ฮั่นหันมามองผม ยักไหล่เบาๆราวกับกำลังบอกว่า เห็นไหม ไม่มีอะไรซักหน่อย

“ขึ้นรถเหอะพี่ จะได้รีบไปดูพี่โดม” ผมเร่งยิกๆ ยังใจไม่ดีเท่าไหร่ ลางสังหรณ์บอกว่าต้องมีอะไร หรือว่าผมสังหรณ์ใจผิด? เอาน่า KS มันก็ควรเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ

พี่ฮั่นเอื้อมมีมาเปิดประตูรถอีกครั้ง ผมเองก็เดินกลับไปยังประตูฝั่งคนนั่งเหมือนกัน สายตามองไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ และ...

ปัง!

“โอ๊ย”

เสียงปืนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบจนเสียงวิ๊งๆของมันยังอื้ออึงอยู่ในหู ผมได้ยินเสียงพี่ฮั่นแทบจะในเวลาเดียวกันก่อนร่างสูงจะเซตามแรงปะทะ แผ่นหลังกระแทกใส่รถของเราที่จอดอยู่ดังอั่ก ไม่มีเวลาให้ผมได้สังเกตคนรัก สายตาตวัดมองตัวการที่ทำให้หัวใจผมต้องเจ็บทันที มันไม่ได้เล่นซึ่งหน้า มันไม่ได้รอให้อยู่ในระยะใกล้แล้วค่อยจัดการ แต่ไอ้คนซ้อนมันหันกลับมายิ่งพี่ฮั่นจากระยะไกลทั้งๆโดยที่รถของมันยังวิ่งเอื่อยๆ ไอ้มือปืนตบบ่าคนขับส่งสัญญาณให้เร่งเครื่อง ผมใช้เสี้ยววินาทีอันมีค่าที่ต้องเข่งกับระยะห่างที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผมต้องจัดการมันให้ได้ ผมบอกกับตัวเองอย่างนั้น

รถที่กำลังเคลื่อนไหวกับระยะทางที่ไกลออกไปไม่ได้ช่วยผมเลย ยิ่งเสียงของคนรักที่เงียบไปยิ่งทำให้ผมกลัวเข้าไปอีก ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระสุนโดนจุดสำคัญของพี่ฮั่นหรือเปล่า นิ้วที่กำลังจะเหนี่ยวไกสั่นเทาแต่ผมก็พยายามคุมมันให้นิ่ง ดวงตาจดจ้องไปยังเป้าหมายที่ไกลออกไปทุกขณะ

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง...ปัง

โครม

จากระยะที่ผมยืน ผมไม่รู้ว่ากระสุนที่ผมรัวไปโดนอะไรบ้าง แต่มอเตอร์ไซด์คันนั้นล้มคว่ำลงกลางถนน เสียงปืนดังขนาดนี้คงพอเรียกคนแถวนี้ให้ออกมาเป็นไทยมุงได้บ้าง ผมวิ่งอ้อมรถไปหาพี่ฮั่น หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นเลือดสีแดงเข้มซึมออกมา มือขวาของพี่ฮั่นกดแผลเอาไว้ด้วยความเจ็บ ผมประคองร่างสูงขึ้นมา ดูจากตำแหน่งที่ถูกยิงไม่น่าจะเป็นอันตรายมากนัก แต่ผมก็ไม่มีวันสบายใจได้

“ไหวนะ” ผมถามสั้นๆ หันไปมองตัวการด้วยความเค้นเคือง ถ้าผมเดาไม่ผิด มันคงไม่ได้กะจะยิงที่แขนแน่ๆ แต่คงเป็นเพราะระยะที่ห่างเกินไปทำให้มันยิงพลาดไม่ถูกจุดตาย

รถกระบะเก่าๆวิ่งออกมาจากตึกหลังหนึ่งก่อนจะหยุดลงตรงหน้าสองคนนั้น ทั้งคนขับและมือปืนกระโดดขึ้นไปอย่างรวดเร็วพอๆกับรถคันนั้นที่ออกตัว มอเตอร์ไซด์ที่ล้มคว่ำถูกทิ้งไว้กลางถนนไม่มีใครเหลียวแล

“เชี่ย! หนีไปได้ โธ่โว้ย” ผมสบทออกมาอย่างเหลืออด คนข้างกายทำท่าเหมือนกำลังจะหมดสติ เลือดยังไม่หลุดไหลออกจากปากแผลที่พี่ฮั่นกดไว้ ผมประคองคนที่ไม่มีแรงจะพูดเข้าไปนั่งในรถ รีบวิ่งกลับมาทำหน้าที่คนขับแทนเท่าที่สติของผมจะหลงเหลืออยู่ “พี่ฮั่น อดทนไว้นะพี่ เดี๋ยวผมจะรีบพาพี่ไปโรงพยาบาลนะ ทนไว้นะครับ”

ผมเหยียบคันเร่งจนมิด ภาวนาให้พนักงานออฟฟิตทั้งหลายอย่าเพิ่งหลั่งไหลออกมาในช่วงเวลาจวนเที่ยงแบบนี้ มือข้างหนึ่งแตะตัวพี่ฮั่นเอาไว้ ผมรู้สึกได้ถึงร่ายกายที่ขยับขึ้นลงถี่ๆตามแรงหายใจที่กระชั้น ผมมองถนนสลับกันมองพี่ฮั่นอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเห็นเครื่องหมายโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกล

“พี่ฮั่น อดทนนะพี่ อีกนิดเดียวจะถึงโรงพยาบาลแล้ว ห้ามเป็นอะไรนะเข้าใจไหม” ประโยคสุดท้ายฟังเหมือนประโยคคำสั่งมากกว่า พี่ฮั่นพยักหน้ารับทั้งๆที่ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท พี่ฮั่นหลับตาแน่น เรียวปากได้รูปเหยเกเพราะความเจ็บ ของเหลวสีเข้มเปื้อนเต็มรถไปหมด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเสียจนผมกลัวว่าคนกลัวเลือดอย่างพี่ฮั่นจะทนไม่ไหว

ผมเปิดกระจกตะโกนเรียกบุรุษพยาบาลที่นั่งประจำอยู่ เตียงคนไข้ถูกเข็นมาอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับบุรุษพยาบาลอีกสองคนที่ถูกตามตัวมาพยุงคนตัวโตออกจากรถ ผมวิ่งอ้อมรถไปช่วย ไม่สนใจว่ารถของเจ้านายจะจอดขวางทางใครอยู่ ไม่สนใจจะดับเครื่องหรือถอดกุญแจออกจากรถด้วยซ้ำ ใครอยากขโมยรถของพี่ฮั่นไปตอนนี้ผมก็ไม่สนใจ เพราะชีวิตของคนที่นอนอยู่บนเตียงสำคัญกว่า ผมวางมือทับมือคนเป็นพี่ขณะที่วิ่งไปตามทางเดินยาวที่มุ่งสู่ห้องฉุกเฉิน เสียงพยาบาลคุยกันไม่อยู่ในการรับรู้ของผม มืออีกข้างประคองใบหน้าคนรักเอาไว้ แม้ตำแหน่งที่ถูกยิงไม่น่าจะใช่จุดอันตรายแต่ก็ไม่มีใครรับประกันกับผมได้ว่าพี่ฮั่นปลอดภัย ความกลัวเล่นอยู่ในทุกตารางนิ้วจนผมอยากจะตะโกนออกมาดังๆ

“พี่ฮั่น ลืมตามามองผมได้ไหมพี่ พี่ต้องไม่เป็นไรนะ”

เสียงของผมดังกว่ากระซิบเพียงนิดเดียวเท่านั้น ราวกับพี่ฮั่นได้ยินคำพูดของผม ดวงตาเรียวเปิดขึ้นแค่พอให้เห็นดวงตาสีนิลยังที่ถูกซ่อนไว้อีกกว่าครึ่ง พี่ฮั่นลืมตาแค่พอให้ผมรู้ว่าเขารับรู้สิ่งที่ผมพูดก่อนที่พี่เขาจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง เตียงพยาบาลหยุดลงเพียงชั่ววินาที แรงดึงจากใครก็ไม่รู้พยายามดึงผมให้ออกห่างคนเจ็บที่พวกเขากำลังจะพาเข้าไปรักษา ผมไม่สนใจสายตาที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ากี่คู่ที่มองมา มือประคองใบหน้าคนเป็นพี่ไว้นิ่งก่อนจะก้มลงไปประกบริมฝีปากกับเรียวปากสวยที่ถูกเจ้าตัวกัดไว้ด้วยความเจ็บ

จูบเพียงเสี้ยววินาทีแต่ผมอัดความรู้สึกทุกอย่างที่มีลงไป ผมอยู่บนเรียวปากนั้นนิ่งแต่แนบแน่น เสียงอื้ออึงดังขึ้นรอบตัวแต่ก็ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงปืนที่ยังดังก้องอยู่ในหู ผมถอนจูบออกก่อนจะกระซิบแนบปากของคนเป็นพี่

“พี่ต้องไม่เป็นอะไร ผมรักพี่นะ”

ในที่สุดผมก็ปล่อยให้คนในชุดเครื่องแบบสีขาวพาหัวใจของผมเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ม่านปิดกั้นประตูกระจกเอาไว้ทำให้ผมมองไม่เห็นว่าภายในเกิดอะไรขึ้นบ้าง แข้งขาแทบจะหมดแรงลงเสียดื้อๆแต่ผมยังฝืนตัวเองให้ยืนอยู่อย่างนั้น มือวางทาบบานกระจกราวกับมันสามารถส่งผ่านความรู้สึกของผมไปให้คนที่อยู่ภายในได้ ดวงตาจ้องผ้าม่านสีเขียวนิ่ง อยากให้มันทะลุหรือมีรูโหว่ซักนิดก็ยังดี ผมจะได้รู้ว่าหมอกำลังทำอะไรกับคนข้างใน...

แรงสะกิดที่ไหล่ทำให้ผมหันกลับมามอง ผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในชุดคล้ายๆชุด รปภ. ยืนอยู่ข้างหลังพร้อมกุญแจรถที่มีพวงกุญแจรูปหมีที่ผมคุ้นเคย

“นี่ครับ กุญแจรถคุณ ผมเอาไปจอดไว้ในที่ลานจอดรถชั้นสองนะครับ โซนสีส้มเบอร์แปด ถ้าผมจำไม่ผิดนะ” พี่ยามบอกพร้อมรอยยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ

“ขอบคุณครับ ผมรีบไปหน่อย เลย...”

“โอ๊ย! ไม่เป็นไรครับคุณ ผมเข้าใจ ผมอยู่ที่นี่มาหลายปี เจออย่างนี้แทบทุกวัน คนรักถูกยิงแบบนั้น ใครจะไปสนใจขับรถขึ้นไปจอดแล้ววิ่งลงมาดูล่ะ” รปภ.พูดกลั้วหัวเราะ ผมไม่ได้ตอบว่าอะไร แต่... พี่ยามรู้ได้ไงว่าพี่ฮั่นเป็นคนรักของผม แล้วรู้ด้วยเหรอว่าพี่ฮั่นถูกยิง

“พี่รู้ได้ไงฮะว่าคนเจ็บถูกยิงมา”

“เลือดอาบขนาดนั้น แฟนคุณเขาคงวิ่งไปชนไม้เสียบลูกชิ้นมามั้ง แหมคุณก็ ผมก็เดาเอา อย่าบอกนะว่าถูก” ผมมองตาคนพูด พยายามจับผิดประโยคที่ผมไม่ควรคิดมากอะไร ดวงตาที่มองมามีแววขบขันไม่ต่างจากน้ำเสียง หรือผมคิดมากไปจริงๆ อีกคำถามหลุดออกไปโดยที่ผมไม่คิดจะห้ามตัวเอง

“แล้วพี่รู้ได้ไงว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนรักของผม”

“โธ่คุณ! ถามมาได้! ก็คุณเล่นก้มลงไปจูบเขาขนาดนั้น เพื่อนหรือคนรู้จักคงไม่ทำแบบนี้หรอก”

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด อะไร๊!!! อะไรของแม่หมู แกเพิ่งดีกันไม่ใช่เหรอ?? อารายของแกร๊!!!! 555555555 ,, ต่อไปจะเป็นยังไง ติดตามต่อ ศุกร์หน้าค่ะ! ตึ่ง!! ;P

ตอนแรกว่าจะรอจนถึงบทที่ 30 กว่าๆแล้วจะเปิด Pre-Order แต่...เนื่องจากมีพี่ๆสองสามท่านตึงมาว่า เปิดเหอะ รีดเขาจะได้มีเวลาตัดสินใจกัน ดังนั้น แม่หมูขออนุญาตใช้บทเลขสวย Chapter 28 ในการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วกันนะคะ

เพื่อความสะดวกแก่แม่หมูในการเก็บข้อมูลต่างๆนาๆ ตามลงชื่อทาง Link นี้เลยนะคะ
http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=895359&chapter=29


ฝากประชาสัมพันธ์อีกเล็กน้อย อีกหนึ่งผลงานของแม่หมูตุ้ย ซึ่งสัญญากับบางท่านและ DMFC ไว้ว่าจะจัดให้ ตอนนี้ "พี่แกะน้องลิง Special Short Fiction [DomeGam feat.TheStar]" ออนแอร์เป็นที่เรียบร้อย เรื่องราวน่ารักๆของพี่แก้มน้องโดม ตัวแทนเขต 12 จะเป็นยังไงแวะไปอ่านและติชมกันได้นะคะ เรื่องนี้แขกรับเชิญเพียบ รับประกันว่าอ่านแล้วต้องยิ้มตามแน่นอนค่ะ
http://my.dek-d.com/chubby-pig/writer/view.php?id=973773


ตอนหน้า... วันศุกร์ไม่ก่อนก็หลังคุณชายรณพีร์นะคะ >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1054 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 20:45
    อะไรมันจะอิรุงตุงนังขนาดเน้.
    โดมจะเป็นยังไง?
    สมายด์จะมาไม้ไหนเนี่ย?
    พี่ฮั่นก็ถูกยิง
    คนที่ดูเหมือนจะเป็นรปภ. ก็รู้ไปซะหมด

      
     
    ปมซับซ้อนเหลือเกิน.
    #1,054
    0
  2. #823 kat (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 21:04
    ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากT.T

    กรี๊ดมาก ตอนจูบ >.<

    รออ่านต่อเรื่อยๆค่า

    #823
    0
  3. #806 jewel *28 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 10:36
    พี่ฮั่นอย่าเป็นอะไรนะ สงสารพี่แกงอ่ะ TT รออ่านต่อนะคะ
    #806
    0
  4. #805 TigerInTheRain (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2556 / 14:16
    อ๊ากกกก  ตะเอง  อย่าให้พี่ฮั่นเป็นอะไรน๊า

    เค้าชอบตอนน้องแกงจูบพี่หมีที่สุด ฟินอ่า

    #805
    0
  5. #803 happyf (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 22:13
    พี่ฮั่น อย่าเป็นไรน๊า เค้าสงสารแกงอ่ะ><"
    #803
    0
  6. #801 เด๋กดี (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 20:50
    อ๊ากกกก ไม่น๊าาาาาา หมีห้ามไปอะไรนะ



    โดมหายไปไหนเนี่ย เลขาของประธานบริษัทหายต๋อมไปแล้ว !!
    #801
    0
  7. #798 TheDreamTD (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 19:15
    พี่หมีทำไมไม่เชื่อที่พี่แกงบอกเลยห้ะ เห็นไหมโดนยิงเลยดีนะไม่โดนจุดสำคัญ ทีนี้ก็เชื่อพี่แกงได้แล้วนะอย่าทำให้พี่แกงต้องเป็นห่วงจนต้องจูบพี่ต่อหน้าคนอื่นแชนี้อีกนะ อร๊าย >\\\\\\\<
    #798
    0
  8. #797 Joy Yoo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 19:13
    เป็นห่วง พี่น้อง อ่ะแม่หมู
    แม่หมูอย่าทำร้ายรีดดิ
    พี่หมี น้องหมี หวานเหอะ น่ารักดี
    #797
    0
  9. #794 pcard (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 14:05
    พี่ฮั่นอ่าแกงบอกแล้วไม่เชื่อ UoU

    แต่ที่แกงกล้าจูบพี่ฮั่นที่โรงพยาบาลมันฟินมากจริงๆ >o<
    #794
    0
  10. #792 isawa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 23:27
    กรีสสสส นุ้งแกงไม่แคร์สื่อ จูบพี่ฮั่นกลางโรงพยาบาล

    อร๊ายยย นุ้งแกงชัดเจนนะลูก
    #792
    0
  11. #791 Bow_Tida (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 23:12
    พี่ฮั่นก็ใจร้อน..

    ทำให้แกงเป็นห่วง...
    #791
    0
  12. #790 waa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 22:26
    โอ๋ย ฮั่น ทำไมหาเรื่องเจ็บตัวแบบนี้ เดี๋ยวน้องแกงก็เครียด คิดว่าตัวเองบกพร่องต่อหน้าที่อีก เฮ้อ
    #790
    0
  13. #783 เจ้าหญิง_ขี้ลืม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 20:37
    อ๊ากกก พี่หมี ต้องไม่เป็นอะไรนะ
    #783
    0
  14. #782 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 20:34
    กรี๊ดดดดด ค้างมากกก ยัยสมายเดี๋ยวเจอดี พี่ฮั่นก็ไม่ฟังน้องเลยนะะะะะ โอ้ยยย เครียดอ่ะเครียดดด เพิ่งดีกันเองนะ ตอนพี่แกงจูบพี่ฮั่น สติพังมากก กรี๊ดดดดดด พี่แกงวินสุด น่ารักมากก ฮือออ TT ปล.กลับมาอัพไวๆนะค้า ติดตามๆๆ ^^
    #782
    0
  15. #780 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 20:30
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก เจ็บแทนอิหมี ดื้อซะเป็นไงล่ะ



    พี่น้องเค้ามุ้งมิ้ง น่ารักเนอะ



    รอตอนต่อไป มาก่อนไม่ได้เหรอ (ทำตาปริบๆ)
    #780
    0
  16. #778 bull (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 20:22
    พี่ฮั่นไม่น่าทำแบบนั้นเลยเลยต้องมาเจ็บตัวเลยอะ พี่ฮั่นต้องไม่เป็นอะไร

    ชอบมากกที่พี่แกงก้มลงไปจูบอะ
    #778
    0
  17. #777 kaiou (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 20:19
    พี่ฮั่นอย่าเป็นอะไรนะ
    #777
    0