[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 27 : Chapter 27 :: หน้าที่ของหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 มิ.ย. 56

Chapter 27 :: หน้าที่ของหัวใจ

 

                แม้ไร้ใบหน้าเศร้าเจียนขาดใจของธนทัตอยู่ตรงหน้า แต่ภาพนั้นกลับไม่เลือนหายจากความทรงจำ น้ำตาลูกผู้ชายของอิสริยะไหลออกมาทันที ความอ้างว้างเกาะกุมหัวใจอย่างจังเมื่อเขาเลือกเดินออกมาจากห้องของตัวเอง ภาพคนรักค่อยๆทรุดลงไปนั่งกับพื้นฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้อนทับกับภาพความจริงที่มองเห็น ณ ปัจจุบันจนแยกกันไม่ออก

                ห้องของจารุวัฒน์กลายเป็นที่หลบพายุอารมณ์ที่อิสริยะสร้างขึ้นเอง เขายอมรับอย่างไม่อายเลยว่า การที่เขาหนีออกมาจากห้อง เป็นเพราะเขากลัวคำตอบของคนรัก แกงส้มพูดเองว่าความรักระหว่างพวกเขาเป็นเรื่องผิด หากธนทัตเลือกที่จะยุติความรักแทนอาชีพที่เจ้าตัวภูมิใจเป็นหนักเป็นหนา... เขาจะทำอย่างไร?

                ไม่มีทาง! เสียงหนึ่งค้านอยู่ในใจ ความรักของเขากับธนทัตไม่มีใครสามารถทำลายได้นอกจากตัวพวกเขาเอง แล้วสิ่งที่เขาทำลงไปล่ะ? มันจะทำลายความรักของเขาเองหรือเปล่า?

                น่าแปลกที่การได้อยู่กับตัวเองเพียงชั่วประเดี๋ยวก็ทำให้คนใจร้อนคิดได้อย่างรวดเร็ว ขายาวๆก้าวไปยังประตูที่เขาเพิ่งจะผ่านเข้ามาได้ไม่เท่าไหร่ไวพอๆกับความคิด มือเตรียมกระชากลูกบิดค้างกลางอากาศอีกครั้งเมื่อความคิดหนึ่งแล่นเขามาชนเขาอย่างจัง

                เขากล้าสู้หน้าธนทัตหรือ?

                น้องไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนอกจากทำตามหน้าที่ๆควรทำ อาจจะบวกความวิตกกังวลเข้าไปหน่อยเพราะความรู้สึกห่วงใยที่เกิดจากความรัก แล้วเขาล่ะ?

น้อยใจ ใจร้อน วู่วาม ไม่รู้จักคิด แถมยังชอบประชดประชัน




 

ร่างโปร่งยังอยู่ที่เดิมตั้งแต่คนๆนั้นทิ้งเขาไว้กับความว่างเปล่า เรี่ยวแรงหายไปพร้อมๆกับอิสริยะ น้ำตาไหลไม่ยอมหยุด ธนทัตไม่สนใจที่จะแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ ความมืดแผ่เข้ามาปกคลุมแล้ว นาฬิกาเรือนใหญ่ส่งเสียงติ๊กๆอยู่ไม่ไกล แต่เขากลับไม่กล้าหันไปมอง เขากลัว...กลัวที่จะรับรู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่คนเป็นพี่ปล่อยเขาไว้คนเดียว แกงส้มไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่นานราวชั่วกัปชั่วกัลป์สำหรับเขา จะเป็นแค่หนึ่งนาทีหรือผ่านไปแล้วร่วมชั่วโมงในความเป็นจริง

ในที่สุดเขาก็พอจะเก็บรวบรวมเรี่ยวแรงที่กระเด็นหายออกไปได้ ธนทัตหอบร่างกายที่ไม่ได้เป็นอะไรที่ห่อหุ้มหัวใจบอบช้ำเข้าไปในห้อง เตียงนอนกว้างเกินไปสำหรับการนอนเพียงลำพัง แต่เขาไม่กล้าคาดหวังว่าอีกคนจะกลับมา หมอนใบโตซึมซับน้ำตาเอาไว้จนชุ่ม ผ้าห่มถูกบิดเป็นเกลียวในมือด้วยอารมณ์ที่ไม่อาจสะกดกลั้น แม้อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศจะถูกตั้งไว้ที่เดิมไม่ต่างอะไรจากก่อนที่คนเป็นพี่จะออกไป แต่บรรยากาศรอบกายกลับเย็นยะเยือกจนแกงส้มต้องขดตัวเองอยู่ใต้ผ้าห่ม เข่าถูกกอดไว้เกือบชิดอก มือที่กอดตัวเองสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นที่กลั้นไว้และความกลัวว่าอีกคนจะไม่กลับมา

เขาผิดหรือที่เป็นห่วงคนรัก? เขาผิดหรือที่กลัวพี่ฮั่นของเขาจะเป็นอะไรไป? เขาผิดหรือที่อยากให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขาแบบที่ผ่านมา? เขาผิดหรือ...?

“พี่หนีผมไปทำไมพี่ฮั่น หนีผมไปทำไม” เสียงรำพึงกับตัวเองสั่นพร่าเพราะน้ำตาที่ผสมออกมาด้วย ดวงตาสีนิลคู่นั้นว่างเปล่าแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาจะต้องนอนกอดตัวเองร้องไห้ไปอีกนานเท่าไหร่กัน





 

ความมืดแผ่ปกคลุมนานแล้วแต่คนอีกคู่ยังไม่ยอมแยกจาก จารุวัฒน์ชวนคนที่เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกไปที่โน่นที่นี่ต่อ ต้องการประวิงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนๆเดียวกับเด็กน้อยที่เขาเคยรู้จักยิ่งทำให้หัวใจพองฟู แม้ว่าจะยังไม่มีอะไรยืนยันว่าสิ่งที่เคาคิดเป็นความจริงก็ตาม

“สรุปว่าคุณรู้จักกับแกงส้มมานานแล้ว” คนตัวกลมถามขึ้น ทางเดินกว้างมีเพียงเขาและเธอ จารุวัฒน์อาศาเดินมาส่งแม้ว่าอีกคนจะพยายามบ่ายเบี่ยงมากแค่ไหน

“ก็นานอยู่ นายถามทำไม”

“ผมแค่อยากรู้ ก็ว่าทำไมตอนผมทำน้ำหกในรถคุณถึงหาทิชชูมาได้ไวจัง ผมขับมาตั้งนานยังไม่รู้เลยว่าแกงเก็บทิชชูไว้ที่ไหน นี่แปลว่าเคยนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้แกงมาหลายรอบแล้วใช่ไหมเนี่ย? นี่เป็นแค่เพื่อนหรือว่าเป็น...”

“เพื่อนร่วมงานย่ะ เซ้าซี้จริงอ้วน” เลขาหนุ่มไม่อยากยอมรับว่าเขาโล่งอกที่ได้ยินหญิงสาวตอบแบบนั้น อ้วน กลายเป็นชื่อเล่นของเขาสำหรับมนสิชาไปแล้ว และน่าแปลกที่เขาชอบได้ยินคำๆนี้จากปากเธอ มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากคำๆเดียวกันที่เขาได้ยินมาตลอดชีวิตอย่างสิ้นเชิง

“คำก็อ้วน สองคำก็อ้วน แต่ผมชอบให้คุณเรียกผมอย่างนี้นะ มันดูน่ารักงุ้งงิ้งดี” จารุวัฒน์เหลือบมองคนข้างกาย รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นที่มุมปากสีหวาน เขาอยากเห็นรอยยิ้มกว้างๆของหล่อนมากกว่า แต่ยิ้มนี้ก็สามารถหยุดหัวใจเขาได้ไม่ต่างกัน มีมี่ชอบว่าเขาบ้าบ้างล่ะ ว่าเขาเสี่ยวบ้างล่ะ แต่ทุกครั้งเธอก็ยิ้ม... ยิ้มอย่างมีความสุข

“พอเลยๆ ถึงห้องแล้ว นายกลับไปได้แล้ว” มนสิชาออกปากไล่ กุญแจห้องถือเอาไว้ในมือแต่เธอยังนิ่งไม่ขยับไปหน้าประตูห้องไหน ราวกับไม่อยากให้เขารู้ที่พักของเธอ

“คุณก็เข้าห้องก่อนดิ สุภาพบุรุษที่ดีต้องรอส่งสุภาพสตรีให้ถึงห้อง แต่ถ้าสุภาพสตรีจะชวนสุภาพบุรุษเข้าไปจิบชากาแฟหรือน้ำมะนาวโซดายามดึก สุภาพบุรุษคนนี้ก็ไม่ปฏิเสธนะครับ” เขาโค้งคำนับช้าๆ ยักคิ้วอย่างกวนๆให้คนข้างกาย มนสิชาส่ายหน้า บทจะน่ารักก็น่ารักเต็มพิกัดแบบนี้ หัวใจเธอจะต้านทานเขาได้อีกนานเท่าไหร่กัน

“ได้คืบจะเอาศอก จะให้ฉันบอกกี่ครั้งนะว่าเราไม่ควรเจอกัน นายนั่นแหละจะลำบากทีหลัง”

“ไม่อยากให้เจอแล้วคุณจะย้ายมาอยู่ที่นี่ทำไมล่ะ ไม่รู้ล่ะ ยังไงเราก็ต้องเจอกันอีก ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆหรอก” เขายืนเท้าผนังรออย่างสบายอารมณ์ มีมี่ไขประตูไปแขวะเขาไปแบบที่เธอทำเป็นปกติ เขาเหลือบมองเลขห้องก่อนจะจดจำมันขึ้นใจ

“เอาล่ะ ถึงแล้ว จะเข้าห้องแล้ว พอใจหรือยัง ไปๆๆ กลับไปนอนได้แล้วอ้วน ดึกแล้ว พรุ่งนี้นายทำงานไม่ใช่เหรอ” มนสิชาออกปากไล่ ประตูห้องแง้มออกแต่ไม่เปิดกว้างพอที่ใครจะผ่านเข้าไปได้ ผู้หญิงตรงหน้ามีความลับมากมายที่เขารู้และไม่รู้ แกงส้มบอกเสมอว่าคนโกหกจะไม่ยอมสบตา และมีมี่ก็เป็นแบบนั้นบ่อยๆ แม้แต่เรื่องเธอทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ดูจะมีลับลมคมในเสียเหลือเกิน

“ผมกลับก็ได้ ฝันดีนะคุณ” เลขาตัวกลมทำทีเป็นเดินกลับ หางตาแอบเหลือบมองร่างที่ยันยืนอยู่เบื้องหลัง มนสิชาผลักประตูบ้านหนาให้เปิดกว้างขึ้นเมื่อเห็นจารุวัฒน์เดินไปไกลพอสมควร แต่ยังไม่ทันปิดประตูสนิท แรงผลักจากด้านนอกก็ดันเข้ามาเกินกว่าแรงหญิงสาวจะรับไหว คนตัวกลมที่เพิ่งเดินจากไปยืนขวางประตูบานกว้าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจส่งยิ้มให้เธอก่อนจะกวาดมองไปรอบห้อง


 

DOME ;)

                จะว่าผมเจ้าเล่ห์ก็ได้ แต่ผมบอกไว้เลยว่าผมติดพี่ฮั่นมา ฮ่าๆๆๆ

ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมอยากรู้เรื่องของมีมี่นัก อะไรที่เธอพยายามปิดบังก็ยิ่งทำให้ผมอยากรู้ ผมแกล้งทำเป็นเดินกลับ แต่พอแผ่นหลังของมีมี่ลับตาไป ผมก็รีบใส่เกียร์หมูวิ่งมาผลักประตูห้อง ส่งยิ้มให้เจ้าของห้องที่ยังตกใจไม่หายก่อนจะกวาดสายตามองรอบๆ

                ห้องของมีมี่เล็กกว่าห้องของผมกับพี่ฮั่นหลายเท่า เตียงเล็กๆปูด้วยผ้าห่มสีหวานแบบผู้หญิ๊งผู้หญิง บนโต๊ะทำงานมีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเปิดอยู่ ภาพเคลื่อนไหวในจอนั้นดูเหมือนสถานที่ๆผมคุ้นอย่างบอกไม่ถูก อุปกรณ์หลายอย่างที่ผมบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร แต่เป็นของที่ไม่ควรอยู่ในห้องนอนผู้หญิงแน่ๆ วางเรียงรายเต็มพื้นไปหมด กรอบรูปเล็กๆตรงหัวนอนสะดุดสายตาผม มันโดดเด่นยิ่งกว่าเครื่องเรือนชิ้นอื่นๆที่วางระเกะระกะ

                ผมปิดประตูตามหลังเมื่อพาตัวเองเข้ามาในห้องที่เจ้าของไม่อนุญาต ขาผมก้าวไปทางที่ตั้งของกรอบรูปนั้นโดยที่สมองผมไม่ได้สั่ง ความอยากรู้บดบังประสาทสัมผัสทุกอย่าง ภาพที่เห็นไกลๆคุ้นตาเหมือนผมเองก็มีอยู่อีกใบ

                ยิ่งผมเดินเข้าไปใกล้ผมก็ยิ่งคิดว่าสิ่งที่ผมคิดถูกมาตลอด กรอบรูปเก่าๆคล้ายอีกอันที่ตั้งอยู่ในห้องผม รูปที่อยู่ข้างในเป็นรูปเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย เด็กผู้ชายแก้มยุ้ยตัวกลมเหมือนผมราวกับผมมองตัวเองกระจก แขนกลมป้อมกอดรัดร่างอวบอ้วนของเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งเอาไว้ แก้มของเจ้าตัวน้อยเป็นสีชมพู... ไม่ใช่ในรูปหรอกนะครับ รูปมันเก่าจนสีซีดหมดแล้ว แต่แก้มสีชมพูที่ผมเห็นเป็นภาพในความทรงจำ รอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็กๆเกือบครบทุกซี่...

                “น้องมี่... ตัวเล็กของพี่...” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมพูด ภาพสุดท้ายที่จำได้คือภาพเด็กสองคนกอดกันกลมที่ผมถืออยู่ในมือ แรงบางอย่างฟาดลงแถวๆต้นคออย่างแรง

                “โอ๊ยย”

                แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ...




 

                เสียงฝีเท้าหนักๆใกล้เข้ามาทำให้ธนทัตตัวแข็ง หัวใจดีดตัวอย่างลิงโลดเมื่อคิดว่าคนเป็นพี่จะกำลังกลับมา แต่ลูกโป่งที่กำลังถูกสูบลมให้ล่องลอยถูกเขาเองเป็นคนเจาะให้แตก ไม่อยากให้ความหวังที่อาจไม่เป็นความจริงมาทำร้ายเขาทีหลัง

คนๆนั้นจะกลับมาทำไม? ในเมื่อเขาเลือกเดินจากไปโดยไม่ฟังอะไรเลย

                “หลับหรือยัง” เสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังทำให้ร่างโปร่งบางปิดเปลือกตาลงทันที ภาวนาให้หมอนใบโตซับหยดน้ำใสๆไปให้หมด ใครอีกคนจะได้ไม่เห็นว่าเขาเสียน้ำตาไปมากเพียงไร เล็บจิกลงไปในเนื้อของตัวเองแต่ร่างกายของธนทัตก็ด้านชาจนเกินจะเจ็บปวด

                “พี่ขอโทษ”



 

:: Hunz ::

                ผมมองร่างที่นอนคุดคู้อยู่ด้วยหัวใจที่ปวดร้าว ผมไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าแกงกำลังรอผม หลายนาทีที่ได้อยู่กับตัวเองทำให้ผมคิดได้ ผมผิด! ผิดที่พูดกับน้องออกไปแบบนั้น (แม่หมู//แกควรคิดได้ก่อนพูด...) ผมรู้ครับแม่หมู อย่าซ้ำเติมผมเลยขอร้อง ผมยอมรับว่าผมไม่ใช่ผู้ชายแสนดี ผมพลาด ผมผิด และผมพาล แต่ผมคิดได้แล้ว บางครั้งคนเราก็ไม่รู้ตัวหรอกนะครับเวลาทำหรือพูดอะไรเลวร้ายออกไป เพราะบางครั้งความรักก็ทำให้เราพลาด เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เพราะผมใช้อารมณ์มาตัดสินมากเกินไป มาก...จนไม่ฟังอะไรเลย

                “แกงจะรับคำขอโทษจากพี่ไหม”

                เงียบ... ไม่มีเสียงตอบ... มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น ผมสมควรได้รับมันแล้ว

                “พี่เสียใจ สิ่งที่พี่พูดออกไปมันทุเรศมาก พี่รู้ตัวแล้ว พี่พูดไม่คิด พี่ไม่ยอมฟังแกง พี่รู้ว่าแกงเป็นห่วงพี่ พี่... พี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะ...”

                “นั่นเป็นคำสั่งหรือเปล่าครับ” ประโยคเรียบๆแต่เจ็บลึกนั้นทำให้ผมสะดุด แกงลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันมามองผม... ตาแดง... น้องตาแดง... แกงร้องไห้หนักขนาดนี้เลยเหรอ? นี่ผมทำอะไรลงไป

                “แกงส้ม...”

                “ผมถามว่าที่พี่บอกให้ผมยกโทษให้มันเป็นคำสั่งหรือเปล่า” เสียงที่ตะเบ็งใส่สั่นเครือจนคนฟังปวดใจ

                “เปล่า... พี่แค่กำลังขอร้อง...”

                “ขอร้อง? พี่ขอร้องให้ผมเข้าใจพี่ แล้วทำไมพี่ไม่เข้าใจผมบ้าง! พี่ให้ผมเลือกว่าระหว่างเลิกเป็นบอดีการ์ดกับเลิกรักพี่ ถ้าผมเลือกจะหยุดรักพี่ล่ะ...”

                “ไม่แกง! ไม่! พี่ไม่ยอม! พี่ไม่ยอมให้เราเลิกกัน พี่ไม่ยอมให้แกงหยุดรักพี่ ได้ยินไหมแกง พี่ไม่ยอม”

                “ทำไมไม่ยอมล่ะพี่ฮั่น ในเมื่อพี่บอกเองว่าทางเลือกมีแค่สองทาง ถ้าผมรักพี่ แต่ผมดูแลพี่ไม่ได้ แล้วผมจะรักพี่ต่อไปทำไม สู้ผมเป็นบอดีการ์ดของพี่แค่อย่างเดียว แต่ผมสามารถดูแลพี่ต่อไปได้เท่าที่สัญญาจ้างของผมยังมีอยู่ไม่ดีกว่าเหรอ” ภาพของแกงส้มพร่าเลือนเพราะน้ำใสๆที่ไหลออกมาอีก ผมปาดน้ำตาอย่างลวกๆเพื่อจะมองคนรักได้เต็มตาอีกครั้ง แกงส้มไม่ร้องไห้ซักแอะ มีเพียงเสียงสั่นเครือเท่านั้นบ่งบอกอารมณ์ของคนพูด

                “ไม่ดี ไม่เอาแล้ว อย่าพูดอย่างนี้อีกนะแกง ขอร้องล่ะ อย่าพูดว่าแกงไม่รักพี่ อย่าพูดว่าเราไม่รักกัน” ผมก้าวเข้าไปใกล้เตียงที่เราใช้ด้วยกันมากขึ้นแต่น้องกลับขยับตัวหนี ผมหยุดอยู่แค่นั้น ร่างกายสั่นเทาเพราะก้อนสะอื้นของผมเอง

                “ถ้างั้นพี่จะให้ผมเลือกทำไม! พี่เคยคิดบ้างไหมว่าผมจะรู้สึกยังไง คำพูดของพี่มันทำร้ายผมพี่รู้ตัวหรือเปล่าไอ้พี่บ้า” หมอนใบโตถูกโยนใส่หน้าผมเต็มแรง แรงกระแทกไม่มีผลเท่าหัวใจที่เจ็บแปลบเพราะการกระทำของตัวเอง “ที่ผมเป็นอย่างนี้ ที่คิดมาก ที่เป็นห่วง ที่กลัวพี่เป็นอะไร มันไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เพราะผมรักพี่ และผมก็ไม่ต้องการให้พี่เป็นอะไร รู้ไว้ซะด้วย”

                ผมโผเข้าไปรวบร่างโปร่งของแกงส้ม กอดน้องไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่ผมมี ปากพร่ำคำขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่า ต่อให้ผมพูดจนไม่มีเสียงผมก็ยอม ไม่ว่าบอดีการ์ดของผมจะดิ้นจะทุบตีผมแค่ไหนผมก็จะไม่มีวันปล่อย กำปั้นหนักๆถูกรัวใส่ผมไม่ยั้งแต่ผมก็นิ่งรับ ต่อให้พรุ่งนี้ผมจะต้องช้ำไปทั้งตัวผมก็จะไม่ปริปากบ่น

                “พูดอย่างอื่นนอกจากขอโทษเป็นไหมไอ้บ้า ขอโทษอยู่นั่นแหละ” กำปั้นสุดท้ายกระแทกหลังดังอั่กก่อนแขนสองข้างของน้องจะตกลงข้างตัว “อย่าบอกนะว่าพี่ร้องไห้อ่ะ หนีผมไปเองแล้วร้องไห้เองเนี่ยนะ อะไรของพี่เนี่ยพี่ฮั่น”

                “ก็คนมันเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำไปนี่นา” ผมพูดกับไหล่ของน้องเบาๆ จับมือทั้งสองข้างของแกงมาโอบรอบตัวผมเองไว้ “อย่าให้พี่กอดแกงคนเดียวดิ กอดพี่ด้วย นี่เค้าร้องไห้อยู่คนเดียวนั้นนานนะรู้ป่าว”

                “เรื่องของพี่ดิ” แน่ะ! ใจร้าย...

                “ง่ะ แกงง่ะ แล้วตะเองก็ไม่ตามเค้าไปอ่ะ นี่ละเลยหน้าที่บอดีการ์ดนะเนี่ย เดี๋ยวก็ไล่ออกแล้วให้มาอยู่เป็นแม่บ้านของพี่อย่างเดียวซะเลย โอ๊ยยยย” แล้วผมก็ได้อีกหนึ่งกำปั้นมาเป็นของแถม

                “ผมเป็นผู้ชาย จะเป็นแม่บ้านของพี่ได้ไงเล่า แล้วอีกอย่าง พี่ทำอะไรกับผมไว้ ใครจะไปมีอารมณ์ตามคุณไปครับคุณอิสริยะ”

                “ไม่เอาคุณอิสริยะอ่อออ เรียกงี้ไม่น่ารักเลย ต้องเรียกที่รักสิ”

                “แล้วเมื่อกี้ใครเรียกผมคุณธนทัต” นั่นไง ไม่น่าเลยกู

                “พี่ขอโทษ พี่งอน พี่น้อยใจ พี่เป็นบ้าไปเอง สัญญาว่าจะไม่มีอีกแล้วนะที่รักนะ”

“ผมเข้าใจพี่นะ แต่พี่ฮั่น อย่าเป็นอย่างนี้บ่อยๆได้ไหม” ผมนิ่งไปกับคำพูดของน้อง แกงเข้าใจผมอย่างนั้นเหรอ? ขนาดผมยังแทบไม่เข้าใจตัวเองเลยที่ทำอะไรลงไปแบบนั้น แต่แกงเข้าใจผม? เฮ้อ!! ฮั่นนะฮั่น ทำอะไรลงไปทำไมไม่คิดนะ ผมอยากจะเอาหัวโขกกำแพงจริงๆให้ตาย

                “ขอโทษ ตอนนั้นอารมณ์มัน...”

                “แล้วก็อย่าทำอะไรแบบนั้นอีกเข้าใจไหม โดยเฉพาะกับคนอื่น” ผมยังพูดไม่ทันจบแกงก็ขัดขึ้น ผมผละออกมาเพื่อจะสบดวงตาสวยที่บวมช้ำ

                “อะไร? ทำอะไร” ผมเบิกตามองน้องอย่างงงๆ ทำไมแกงต้องหน้าแดงด้วยล่ะครับ?

                “ก็... ก็...” แถมยังอ้ำๆอึ้งๆอีกต่างหาก “ก็จับ... เออ ช่างมันเหอะ”

                “อ๋อออออออออออออออออออออออออ” ผมร้องอ๋อยาวเหยียด เมื่อกี้ผมเล่นซะกระดุมหลุดเลยนะนั่น ตายละฮั่น ไม่ๆๆๆ ฮั่นเป็นสุภาพบุรุษ ฮั่นไม่รุนแรง ฮั่นไม่ชอบความรุนแรง “โอ๊ยยยย ไม่ต้องทุบพี่ก็ได้แกง พี่เจ็บนะ ช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้งเนี่ย” แต่แกงแลดูจะชอบความรุนแรงนะครับ (แม่หมู//ยังๆๆ ยังไม่สลดนะแก) แน่ะ แม่หมูอ่ะ ฮั่นไม่อยากให้เครียดไง

                “เจ็บบ้างก็ดี”

                “ดีกันเหมือนเดิมนะ พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ ดีกันนะๆๆๆ”

                “อืม”

                ผมหอมแก้มใสๆฟอดใหญ่ น่าแปลกที่การที่ผมทำให้น้องเสียใจกลับทำให้ผมรู้ว่าเรารักกันมากแค่ไหน ผมอาจจะอารมณ์แปรปรวนไปบ้าง ซึ่งผมว่าไม่แปลกหรอกนะครับ คนเราไม่ว่าจะเป็นใครต่างก็มีหลายมุมกันทั้งนั้น บางครั้งผมอาจจะหวานเลี่ยนจนน่าหมั่นไส้ แต่บางทีผมก็ใจร้อนวู่วามเกินไปเหมือนกัน คนสองคนอยู่ด้วยกัน นอกจากจะมีความรักเป็นที่ตั้งแล้ว อีกสิ่งที่เราต้องมีคือความไว้ใจและเชื่อใจ และสำคัญที่สุด การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผมรู้แล้วว่าแกงทำอย่างนั้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าน้องไม่รู้ว่าผมเป็นคนแบบนี้ ผมคงไม่มีโอกาสเห็นหน้าคนที่ผมรักในตอนนี้ก็เป็นได้...

ใช่...โอกาส แกงให้โอกาสผม ให้โอกาสเรา และผมจะรักษาโอกาสของผมไว้

“เข้าใจผมบ้างนะพี่ฮั่น ผมรักพี่ แต่ผมก็ยังอยากทำหน้าที่บอดีการ์ดของพี่ให้ดีที่สุด”

“จ้ะที่รัก พี่เข้าใจแล้ว เราเข้าใจกันแล้วนะคนดี”

                “ขี่ตู่เห๊อะ พูดเองเออเองตลอด เราเข้าใจกันแล้วนะคนดี ผมบอกพี่ยังว่าผมเข้าใจพี่อ่ะ” ผมบีบจมูกน้องอย่างนึกหมั่นเขี้ยว ไอ้เด็กคนนี้นี่ มันน่ารักน่าหยิกตลอด

                “พูดแล้วเห๊อะ ได้ยินเต็มสองรูหูเลย แล้วที่ตาแดงเนี่ยไปทำอะไรมา อย่าบอกนะว่าร้องไห้”

                “ฝุ่นเข้าตามั้งไอ้บ้า! แล้วตัวเองไม่ร้องไห้หรือไง” แกงบีบจมูกผมบ้าง ออกจะแรงเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ แต่... ผมไม่บ่นครับ แกงอยากทำอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น

                “ร้องดิ ดูตาเค้าดี เห็นป่าว ตาตี่ๆงี้บวมตุ่ยเลย น่าสงสารป่ะ” ผมอ้อนออกไปก่อนจะเอาจมูกตัวเองถูจมูกคนรัก เหมือนลูกแมวน้อย... ไม่อ่ะ! ผมเนี่ยนะลูกแมว? ลูกหมียังตัวเล็กไปเลย (แม่หมู//อย่างแกน่ะเขาเรียก ไอ้หมียักษ์) แม่หมูขัดจังหวะผมอ่ะ! ดูดิ แกงผลักผมออกเลยเห็นป่าว

                “ไม่สงสาร เดินหนีผมไปใครจะไปสงสารลง” โดนอีกหนึ่งดอกแล้วฮั่น นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราไม่ว่าเจอปัญหาอะไร ต่อให้หนักหนาแค่ไหนก็ไม่ควรหันหลังแล้วเดินหนีไป มันเป็นวิถีทางของคนขี้แพ้ที่ไม่ยอมรับความจริง ผมรู้แล้วครับ และผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองอีกเด็ดขาด

                “ต่อไปจะไม่หนีแล้ว พี่สัญญา มีอะไร จะตีกันให้ตายไปข้างนึงพี่ก็จะไม่หนี ขอโทษนะคนดี”

                “ห้ามหนีผมอีกเข้าใจไหม พี่ไม่รู้หรอกว่าเมื่อกี้ผมกลัวแค่ไหน ผมกลัวว่าพี่จะไม่กลับมา...” ผมดึงน้องเข้ามากอดอีกครั้ง เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ไม่มีใครหนีหัวใจของตัวเองไปได้ตลอดหรอก และผมก็จะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว การอยู่คนเดียวทั้งๆที่รู้ว่ามีอีกคนที่สามารถเติมเต็มเราได้อยู่... มันรู้สึกอ้างว้างเกินไป

                “ชู่วววว ไม่เอา ไม่ร้องแล้ว พี่สัญญา เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก” ผมโยกตัวคนที่อยู่ในอ้อมแขนเหมือนกำลังกล่อมเด็กน้อยให้หลับใหล เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาทำให้เราติดอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองจนลืมคนที่อยู่ข้างกายไปโดยไม่รู้ตัว “แต่พี่ขออย่างนึงนะแกง พี่รู้ว่าแกงเป็นห่วงพี่ แต่อะไรที่มันตึงเกินไปก็ไม่ดี ปล่อยให้มันเป็นไปบ้าง เรื่องความปลอดภัยของพี่...”

                “เป็นหน้าที่ของผม ผมจะดูแลพี่เอง ส่วนพี่... พี่ก็ดูแลผมอีกทีแล้วกัน ตกลงตามนี้นะ” ผมหัวเราะออกทันทีที่ได้ยินคำพูดของเด็กน้อยของผม

                “จ้ะ เราจะดูแลกัน” ผมตอบรับเบาๆก่อนจะดึงตัวเองส้มลงไปนอนด้วยกัน เตียงกว้างเตียงนี้สมบูรณ์แบบขึ้นมาทันทีเมื่อมีผมและแกงส้มอยู่บนนั้น ผมทนนอนคนเดียวมาได้ยังไงตั้งหลายปีครับ? ทำไมผมถึงปฏิเสธสิ่งที่เรียกว่าความรักมาตลอด ทั้งๆที่มันทำให้หัวใจของผมอบอุ่นขึ้นเป็นกอง

                หรือว่า... ที่ผมไม่เคยรักใคร เป็นเพราะผมกำลังรอคนๆนี้ คนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของผม แบ่งปันอ้อมแขนของตัวเองให้ผมมีส่วนร่วมอยู่ในนั้น? ต้องเป็นเพราะอย่างนี้แน่ๆ

                “พรุ่งนี้ยังมีงานนะ ไม่นอนเหรอครับเจ้านาย” แกงเงยหน้าขึ้นมาถามผมขณะที่เจ้าตัวใช้อกของผมต่างหมอนอีกคืนหนึ่ง

                “ความจริงก็อยากนอนนะ แต่... ไม่นอนก็ได้ ถ้าแกงไม่อยาก หากิจกรรมอะไรทำดีไหม” ผมยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะที่นิ้วกำลังเตรียมตัวออกเดินทางทั่วร่างขาว ไม่อยากคิดเลยว่าแววตาของตัวเองตอนนี้จะหื่นแค่ไหน (แม่หมู//แกไม่พูดคนอื่นเขาก็รู้อยู่แล้วป่ะว่าแกหื่น)

                “ไม่!” แกงปฏิเสธเสียงแข็ง ว๊า! อดเลยเรา “ผมไม่มีอารมณ์” แต่เหตุผลไม่ผ่านนะ

                “เดี๋ยวพี่ทำให้มีก็ได้”

                “จะนอนหรือไม่นอน ถ้าพี่ไม่หลับ เดี๋ยวผมจะทำให้พี่หลับเอง”

                “อ๋อย!! โหด!! นอนก็ได้” เชอะ!! โหด!! ถามว่ากลัวไหม? ตอบเลยว่ากลัว! ไม่รู้พรุ่งนี้ผมจะมีรอยเขียวๆช้ำๆกี่จ้ำ

                “ดีมาก ฝันดีนะพี่หมี” แกงกระซิบเบาๆก่อนที่ผมจะรู้สึกตัวว่าถูกขโมยหอม น่ารักอ่ะ! แล้วผมจะหาใครซักคนที่ทำให้ชีวิตมีความสุขแบบนี้ได้อีกไหมครับ?

แต่... ถึงต่อให้มีผมก็ไม่อยากหา เพราะผมมีแกงส้มของผมอยู่แล้วทั้งคน แล้วผมจะต้องการคนอื่นไปอีกทำไม

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // อุ๊ตะ!!! มันไม่มาม่าอย่างที่คิดใช่มั้ยล่ะ??? คิดว่ามันจะมาม่ายืดเยื้อ 3 บท 4 บทใช่มั้ยล่ะ??? ผิดค่ะ!! แอดๆ ฮ่าๆๆๆ

หายไป 5 วันคิดถึงกันบ้างม๊ายยยย หมูเหนื่อยมากจิเป็นลมกะทุกสิ่งอย่าง ขอบคุณกำลังใจจากรีดทุกท่าน จะไม่ให้เสียทั้งสองทางค่ะ สัญญาด้วยเกียรติของหมู อุอิ >@<

สำหรับตอนหน้า... วันอาทิตย์ค่ะ ไม่แน่ใจว่าก่อนหรือหลังชายพีร์จบ ,, คาดว่าฟิคจะอัพทุกๆวันศุกร์(ให้เป็นปกติ) และอาจมีวันอาทิตย์ด้วยเป็นบางสัปดาห์ แบ่งเวลางี้น่าจิโอเคโน๊ะ (แต่ถ้ามีอะไรให้ฟินจนทนมิไหว เดี๋ยวแม่หมูนางก็โผล่มาเอง 55555)

PR ให้ลูกหมูนิสสสสนุงงงง ดูกันหรือยังจ๊ะ MV เรื่องจริงเรื่องสุดท้าย ดูแล้วมันจุกมากนี่บอกเลย (หน้าลูกหมูนี่แบบ...อินเนอร์มาเต็ม!!!) ,, ปล. 4 โพดำ Concert In The Theater เพิ่มรอบแล้วนะจ๊ะ วันศุกร์ 1 ทุ่ม บัตรยังพอมี ไปดูลูกหมูกันนะตัวเธอ ส่วนแม่หมู..... หุหุ ไปดูรอบสุดท้าย วันอาทิตย์คร้าบบบ ใครไปเจอกันที่คอนนะจ๊ะ (อีกตั้งเกือบเดือน แกตื่นเต้นไปนะแม่หมู 555555) >w<



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1053 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 17:59

    ไม่เข้าใจว่ามีมี่ต้องการอะไร


    ทำร้ายโดมทำไม


    :( 


    จะมีเรื่องร้ายๆตามมาป่ะเนี่ยย??






     


    ฮาพี่หมี บทจะหวานก็หวานนะ.


    พี่หมีหยุดพูดสักพักไหม


    5555555555555


    พูดอะไรวกเข้าตัว อย่างฮา

    #1,053
    0
  2. #822 kat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 20:44
    น่ารักจังเลย

    อ่านไปอมยิ้มไปคนเดียว
    #822
    0
  3. #776 satang (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 01:01
    ดีกันแล้ววววววววววววววว เย้ๆๆๆๆๆ

    น่ารักเนาะ คู่นี้ >O<

    (ว่าแต่พี่โดมเป็นไร?)

    รอนะจ้ะ จุ้พๆๆๆ :3
    #776
    0
  4. #775 happyf (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 23:20
    เฮ้อ ค่อยโล่งใจหน่อย ดีกันแล้ว;)

    สองคนน่ารักมาก>/////<

    #775
    0
  5. #773 Bow_Tida (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:33
    น่ารักพี่ฮั่นน้องแกง

    แกงโหด หมีกลัว 555
    #773
    0
  6. #770 pcard (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 16:21
    คืนดีกันแล้ว เฮ้อออออ >o<
    แล้วเกิดไรขึ้นกับโดม O_o
    #770
    0
  7. #769 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 11:21
    แม่หมู ทำเจ้เครียดเลยอ่ะ ดีนะลงท้ายดีเกิ๊นนน



    ไม่งั้นนะโดนถล่มไม่ต้องทำอะไรกันล่ะ



    โทษฐานทำน้องแกงร้องไห้ หึหึหึ



    แต่ตอนท้ายหวานไปมั้ย หวานจนลืมลูกหมูโดมของแม่หมูไปเลยอ่ะ
    #769
    0
  8. #768 Joy Yoo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 10:06
    ง้อแค่นี้เองหรา แม่หมู
    เค้าคิดว่าจะหนักกว่านี้ซะอีก...555555
    ดีกันแล้ว น่ารักเวอร์
    รอตอนต่อจ้า


    #768
    0
  9. #767 TheDreamTD (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 09:34
    เย้ๆๆ คืนดีกันแล้วๆ อิพี่หมีบ้าอย่าเดินหนีพี่แกงไปอีกนะ ถ้ายังหนีอีกเค้าจะไปขโมยพี่แกงมาอยู่กับเค้าแน่ 55555 ถ้าคืนดีกันแล้วจะหวานขนาดนี้นะ โอ๊ย เขินอ่า >\\\\\< ส่วนเอ็มวีเรื่องจริงเรื่องสุดท้ายมันเป็นอะไรที่เศร้ามากอ่า เสียพี่โดมก็เพราะกินใจซะขนาด
    #767
    0
  10. #766 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 07:36
    กรี๊ดดดดด ดีใจอ่ะเลิกดราม่าแล้วว โอ้ยย ตอนนี้หลายฟีลมาก ช่วงแรกคือร้องไห้เต็มๆ แต่พอดีกันแล้วนี่แบบน่ารักง่าาา อร้ายยย เขินนน ยิ่งตอนพี่แกงขโมยหอมแก้มพี่หมีนี่ฟินสุดด ทำไมมันมุ้งมิ้งงุ้งงิ้งแบบนี้ อร้ายยย ฟินค่าา >////////////////< ปล.สู้สู้นะค่าแม่หมู ติดตามเสมอค่า ^0^
    #766
    0
  11. #764 suzu (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 01:15
    ดีใจจัง ปรับความเข้าใจกันแล้ว เย้ๆๆ

    พี่ฮั่นต่อไปห้ามทำน้องแกงร้องไห้อีกนะ
    #764
    0
  12. #763 pigpigpig1 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 23:55
    ดีกันแล้วชื่นใจจัง ง้องอนกันได้น่ารักดีแท้

    งุ้งงิ๊งน่ารักจริงๆ เลยวุ้ย

    รอติดตามต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #763
    0
  13. #762 waa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 23:48
    เอ่อ อ่านตอนเค้าหวานกัน ลืมเป็นห่วงโดมเลย โดมเป็นไงบ้าง
    #762
    0
  14. #761 bull (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 23:24
    อร้ายยยย ตอนท้ายน่ารักมุ้งมิ้งอ้ะ >
    #761
    0
  15. #760 เจ้าหญิง_ขี้ลืม (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 23:19
    เย้ในที่สุดก็คืนดีกันแล้ว 
    #760
    0
  16. #759 สาววายใจซื่อ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 23:16
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย ขอบอกเลยว่า น่ารักมากกกก ><
    นึกว่าจะดราม่าซะแล้วววว โถๆๆ

    ว่าแต่เป็นห่วงพี่โดมอ่ะ ใครทำอะไรพี่โดมมมมมม T[]T
    #759
    0
  17. #758 เด๋กดี (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 23:03
    อย่างน้อยก็ยังดีนะที่คิดได้แล้วกลับมาหาคนที่รัก



    แกงส้ม อย่าตีพี่เค้าบ่อยหนักสิ



    มีมี่ทำร้ายโดมทำไมอ่า
    #758
    0