[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 26 : Chapter 26 :: บอดีการ์ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 มิ.ย. 56

Chapter 26 :: บอดีการ์ด

 

KangSom :(

                “มีมี่” ผมยิ่งกว่าแปลกใจที่เจอมีมี่ที่นี่ ยิ่งเจอเพื่อนของผมอยู่กับพี่โดมยิ่งแล้วใหญ่ อย่าบอกนะครับ ว่าผู้หญิงที่ผมเห็นหลังไวๆจากกล้องวงจรปิดอยู่เป็นประจำคือผู้หญิงคนนี้? มีมี่กับพี่โดมเนี่ยนะ!

                “ไง KS” ราวกับคุณเธอไม่แปลกใจเลยที่เจอหน้าผม คำทักทายคุ้นเคยไม่ต่างจากเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา

                “ไอ้แกง แกรู้จักคุณมี่ได้ไง” พี่โดมตะโกนถามเสียงหลง สายตาหลายคู่ในร้านอาหารเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ พี่ฮั่นเองก็ไม่ต่างกัน เพราะสายตาคมที่มีแววหงุดหงิดอยู่แล้วตั้งแต่ผมกังวลเรื่องหน้าที่ของบอดีการ์ดมากไปหน่อย ตอนนี้เขียวปั๊ดด้วยความรู้สึกที่ผมบอกไม่ได้

                “เออ คือ...” ผมกำลังจะอธิบาย แต่มีมี่กลับขัดขึ้น

                “ไหนๆเราก็เจอกันแล้ว เราขอคุยกับนายเป็นการส่วนตัวหน่อยได้ไหม KS ขออนุญาตนะนายโดม คุณด้วยนะคะ คุณฮั่น” มีมี่ลุกขึ้นจากโต๊ะ ทิ้งปลาดิบชิ้นโตไว้ในจากราวกับมันไม่มีความหมาย เพื่อนของผมเดินนำลิ่วออกไปโดยไม่รอคำอนุญาต ส่วนผม...

                “ไปเถอะ พี่กินข้าวกับไอ้โดมรอ ไม่ต้องรีบนะ พี่อนุญาต... ไอ้โดม นั่งลง!

                “แต่พี่ฮั่น...” พี่โดมพยายามจะเถียง แต่เสียงเข้มของท่านประธานทำให้พี่โดมชะงักแล้วนั่งลงในที่สุด

                “นั่ง! แกงไปเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่ หน้าที่บอดีการ์ดของนายถูกพักหนึ่งชั่วโมง นายยังมีเวลา” คนตัวโตพูดโดยไม่มองหน้าผมซักนิด ผมหันไปมองมีมี่ที่รออยู่ข้างนอกทีมองพี่ฮั่นที... “หรือจะให้พี่สั่งให้นายไป”

                เสียงแบบนี้... อีกแล้ว...

                “ครับพี่ฮั่น เดี๋ยวผมมานะ พี่โดมด้วย ผมขอตัวแป๊บนึง” พี่โดมไม่สนใจที่จะตอบผม นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่พี่โดมเงียบ... คนที่โวยวายเป็นที่หนึ่ง เวลาเงียบมันน่ากลัวอย่างนี้นี่เอง ผมยอมให้พี่โดมโวยวายใส่ผมเสียยังดีกว่านิ่งเงียบแบบนี้ ส่วนพี่ฮั่น...

                “ไปเถอะแกง”



 

                “ทำไมไม่คุยที่โต๊ะล่ะมี่” ผมเดินตามมาสมทบคนที่ยืนพิงเสาต้นหนึ่ง มีมี่ไม่ได้มองเข้าไปในร้านก็จริง แต่ดวงตาสวยกลับจ้องนิ่งไปยังกระจกเงาบานใหญ่ของห้างซึ่งสะท้อนภาพของคนที่อยู่ในร้านอย่างชัดเจน ท่าทางสบายๆขัดกับดวงตาที่กวางมองอย่างระแวงระวัง

                “ก็แค่ต้องการความเป็นส่วนตัว ว่าแต่ นายทักเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเกือบปีด้วยประโยคนี้เนี่ยนะ KS

                “ไม่เจอกันนาน ปากยังเหมือนเดิมเลยนะ” มีมี่ยิ้มรับ ไอ้มี่มันปากไวอย่างนี้แหละครับ เรารู้จักกันมานานจนผมชินกับคำพูดคำจาของเธอไปแล้ว “เราก็เพิ่งรู้นะ ว่าผู้หญิงที่หลบกล้องวงจรปิดเราได้เป็นเดือนๆคือเธอนี่เอง”

                “มี่เนี่ยนะหลบกล้อง! KS! มี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายทำงานอยู่ที่นั่น”

                “ยังโกหกไม่เนียนเหมือนเดิมนะ” มีมี่ตวัดสายตามาจิกผมทีนึงก่อนจะกลับไปสนใจภาพสะท้อนในกระจกต่อ

                “ก็ได้ มี่รู้ก็ได้ ไม่อ้อมค้อมแล้วนะ จะได้รีบกลับเข้าไปหาหนุ่มๆข้างในซะที นายไม่ควรปล่อยให้คุณฮั่นอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหนก็ตาม อย่าลืมสิ ว่าที่นายได้มาอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้นเพราะอะไร นายเป็นบอดีการ์ดนะ KS อย่าลืมสิ หน้าที่ของนายน่ะ”

                “มีมี่ เราไม่ได้...”

                “จำที่ซ้อหมีสอนไม่ได้เหรอ? ความรักเป็นสิ่งต้องห้าม ยิ่งนายมีความรู้สึกกับคนที่นายอารักษ์ขามากเท่าไหร่ อันตรายก็จะมีมากขั้นมากเท่านั้น มี่ไม่รู้หรอกนะ ว่านายกับคุณฮั่นเป็นอะไรกัน แล้วไปถึงขั้นไหนกันแล้ว แต่เท่าที่ฟังจากพี่ดะ... เอ่อ จากนายโดมนั่น นายกำลังทำลายอาชีพตัวเอง แล้วนายก็กำลังทำร้ายเจ้านายของตัวเองอยู่นะ KS” คำพูดที่รัวมาเป็นชุดทำให้ผมนิ่งไป “อย่านิ่งแบบนี้! หาทางออกสิ!

                “แล้วมี่จะให้เราทำยังไง เรารัก...”

                “มี่ไม่รู้ มี่แค่เตือนเท่าที่มี่เตือนได้” คำพูดของมีมี่ทำให้ผมสะดุดอีกครั้ง เท่าที่มีมี่เตือนผมได้? แปลว่ามีมี่รู้เรื่อง? อย่างนั้นเหรอ?

                “เท่าที่เตือนได้? มี่รู้อะไรมา มี่บอกเราสิ”

                “ไม่แกงส้ม ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น” มีมี่ปฏิเสธ... แต่มีหรือผมจะเชื่อ ผมกับมีมี่ เราเป็นบอดีการ์ดรุ่นเดียวกันและเคยทำงานด้วยกันมาหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อหลายเดือนก่อน ก่อนที่ผมจะได้มาทำงานกับพี่ฮั่น อยู่ดีๆมีมี่ก็ยื่นใบลาออกกับซ้อหมี ซ้อโวยวายอยู่เป็นอาทิตย์แต่สุดท้ายก็ยอมให้มีมี่ออกไป พวกเราทุกคนขาดการติดต่อจากมีมี่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การเจอกันครั้งนี้เป็นสิ่งที่ผมแปลกใจรองลงมาจากเรื่องที่คุณสมายล์โผล่เข้ามาในบริษัท

                “ที่ซ้อพูดไม่เคยผิดเลยนะ มี่โกหกเราไม่ได้ มี่รู้เรื่อง แต่มี่ไม่บอกเรา มี่รู้อะไร”

                “อย่ามาคาดคั้นกับฉันได้ไหมแกงส้ม นายควรจะทำหน้าที่ของนายให้ดีที่สุด อย่าให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายเจ้านายของนายได้ ฉันบอกได้แค่นี้ ฉันเตือนเธอแล้วนะ” เสียงของมีมี่ขับกับท่าทางที่ยังสบายๆราวกับคุยเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วๆไป “เรากลับเข้าไปกันเถอะ เดี๋ยวสองคนนั้นจะรอนาน นายอ้วนนั่นกินไข่หวานของฉันหมดจานแล้วมั้ง”

                ผมเห็นรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากตอนที่มีมี่พูดถึงพี่โดม...

                “เดี๋ยวมีมี่” คนที่กำลังเดินกลับเข้าไปในร้านหยุดแต่ไม่หันกลับมามองผม มีมี่ไม่ละสายตาจากพี่โดมเลยแม้แต่วินาทีเดียว เพราะอะไรกัน? “มี่กับพี่โดมเป็นอะไรกัน”

                “...”

ไม่มีเสียงตอบจากคนที่ผมรู้จัก ร่างเล็กก้าวต่อไปราวกับเมื่อกี้ผมไม่ได้เรียกเธอเอาไว้ ผมไม่เข้าใจ... แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากตามเธอเข้าไป พร้อมกับหัวสมองที่หนักอึ้ง ความคิดเรื่องต่างๆตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ระบบความปลอดภัยไม่ปลอดภัยอีกแล้ว หน้าที่กับหัวใจมุ่งเป้าไปในทิศทางเดียวกันคือทำทุกวิถีทางให้เจ้านายที่ผมรักไม่ได้รับอันตรายใดๆทั้งสิ้น ส่วนข้อห้ามที่ผมฝ่าออกมา ผมจะย้อนกลับไปได้ยังไง ในเมื่อผมเลือกที่จะแหกกฎข้อนั้นไปแล้ว ผมไม่สามารถกลับไปอยู่ในจุดเริ่มต้นนั้นได้อีก

ผมควรจะทำยังไง ถ้าความรักของผมกำลังจะทำร้ายพี่ฮั่น?



 

                อาหารญี่ปุ่นแม้จะเป็นของที่ผมโปรดปรานกลับฝืดคอจนรู้สึกได้ คนที่นั่งอยู่ข้างกายเป็นมีมี่แทนที่จะเป็นพี่ฮั่น ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ พี่หมีของผมย้ายไปนั่งกับพี่โดม คนที่กลับเข้ามาในร้านคนสุดท้ายจึงไม่มีทางเลือกนอกจากนั่งลงตรงที่ๆว่างอยู่

                พี่โดมกับมีมี่กินกันไปเถียงกันไปไม่ต่างจากคู่รักใหม่ที่กัดกันไปแหย่กันมา ถึงจะกัดกันเป็นส่วนใหญ่ก็เถอะ พี่ฮั่นยิ้มให้เป็นระยะและตามมารยาท ความอึดอัดแผ่ออกมาจนผมเชื่อว่าแม้แต่พี่โดมเองก็รู้สึก

                “นี่คุณ คุณกับไอ้แกงรู้จักกันมานานแล้ว แล้วทำไมเพิ่งจะมาทักกันตอนนี้ล่ะ คุณเกือบจะเจอกับแกงหลายรอบแล้วนะคุณมี่” พี่โดมถามขึ้นขัดความเงียบที่แผ่มาเป็นระยะ คนเดียวที่ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงเลยนับตั้งแต่กลับเข้ามาในร้านคือคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม

                “แล้วฉันจะรู้ไหมล่ะอ้วนว่าฉันจะเจอกับ KS ถ้าฉันรู้ฉันไม่รอจนถึงวันนี้หรอก” ผมบอกได้เลยว่ามีมี่ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด ผมรู้จักเธอดีเกินไป เมื่อไหร่ที่มีมี่ไม่มองตา แปลว่าเธอกำลังโกหก คนพูดจาฉะฉานกล้าพูดกล้าลุยแบบผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางไม่มองตาคน นอกเสียจากเธอกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่

                “พี่อิ่มแล้ว พี่ขอตัวดีกว่า ถ้าแกงอยากคุยกับเพื่อนต่อก็อยู่ก่อนก็ได้นะ พี่กลับก่อน แกงค่อยกลับพร้อมไอ้โดมก็ได้” พี่ฮั่นวางตะเกียบลงก่อนจะลุกขึ้นทันที ผมรีบลุกตามโดยมีสายตามีมี่ตวัดมามอง ผมรู้ครับ คุณเธอเตรียมจะหยิกผมอยู่แล้วถ้าผมไม่ทำหน้าที่บอดีการ์ดของตัวเองให้ดีพอ

                “อ้าว! อะไรอ่ะ อิ่มแล้วเหรอพี่ ไม่รอกินของหวานก่อนอ่ะ” ยังดีที่พี่โดมดึงแขนพี่ฮั่นเอาไว้ ไม่งั้นผมว่าป่านนี้ไอ้หมีอารมณ์บูดคงเดินไปถึงหน้าร้านแล้ว

                “ไม่ล่ะ พี่อิ่ม พี่เหนื่อย อยากพัก” พี่ฮั่นพูดกับพี่โดมก่อนจะหันมาพูดกับผม “แกงอยู่กับเพื่อนต่อเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่ พี่บอกแล้วไงว่าพี่เว้นหน้าที่บอดีการ์ดของนายหนึ่งชั่วโมง อ้อ...นี่เลยหนึ่งชั่วโมงแล้วใช่ไหม เอาเป็นครึ่งวันก็ได้แกง ค่ำๆค่อยกลับ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก”

                “ผมกลับด้วยครับ ผมอิ่มแล้วเหมือนกัน”

                “ไม่เป็นไรแกง...”

                “ผมอยากกลับบ้านไปอยู่กับแฟนผม หรือพี่ฮั่นไม่อยากให้ผมกลับ?” ผมฉวยเอากุญแจรถที่พี่ฮั่นวางไว้มาถือเอาไว้เอง มืออีกข้างจับมือพี่ฮั่นเอาไว้แน่น ก่อนจะกระซิบพอให้ได้ยินกันแค่สองคน “ขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่ทำตามคำสั่งของพี่ เพราะผมจะกลับด้วย”

                “อุต๊ะ! แกงชัดเจนสินะ อย่าหนักนะตัวเธอ พรุ่งนี้ยังเป็นวันทำงานอยู่นะ โอป่ะ?”

                “อ้วน! มันใช่เวลาเล่นไหม!

                ผมไม่สนใจสองเสียงที่เถียงกันต่ออย่างสนุกสนาน พี่ฮั่นนิ่งจนผมอ่านไม่ออกว่าตอนนี้คนเป็นพี่กำลังคิดอะไรแต่ก็ยอมเดินตามมาด้วยดี เฮ้อ! ให้มันได้อย่างนี้สิครับ

                ผมเหลือบมองเพื่อนที่เคยร่วมงานกันมานาน สายตาที่มีมี่ของพี่โดมไม่ต่างอะไรจากผมที่มองพี่ฮั่น รักเหรอ? พี่โดมเองก็ยิ้มกว้างเสียจนจะกลืนจานปลาดิบทั้งจานได้อยู่แล้ว แค่ชอบคงน้อยไปด้วยซ้ำที่จะใช้กับสองคนนี้ คำถามคือ... แล้วเขาไปรู้จักกันได้ยังไง? ผมได้แต่ทิ้งความสงสัยนั้นให้อยู่ในหัวต่อไปเมื่อคนที่ผมจับมือไว้แน่นพูดขึ้นเสียงเรียบ

                “อยู่กับเพื่อนก่อนก็ได้ ไม่ต้องห่วงพี่”

                ผมนิ่ง... ไม่ตอบ... แต่เร่งฝีเท้าของตัวเองพร้อมกระชับมือหนาที่อยู่ในมือผมแน่น ได้เวลากลับบ้าน...

                บ้านของเรา



 

                พี่ฮั่นเงียบมาตลอดทางกลับห้อง นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่พี่เขายอมให้ผมเป็นคนขับรถกลับ ปกติเจ้านายของผมจะรับหน้าที่สารถีเองเสมอด้วยเหตุผลที่พี่ฮั่นไม่เคยบอก เสียงหายใจดังเกินไปเสียด้วยซ้ำ หรือมันอาจจะดังเป็นปกติผมก็ไม่รู้ได้ เพราะปกติบนรถที่เรานั่งด้วยกันถ้าไม่มีเสียงเพลงก็จะมีเสียงพูดคุยของเราสองคน

                “พี่ฮั่นอย่างเงียบสิครับ” ผมจำไม่ได้แล้วว่าพูดประโยคนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่

                “นายจะได้มีเวลาคิดไง พี่ไม่รบกวนเวลาทำงานของนายหรอกบอดีการ์ดแกงส้ม” ผมน่าจะรู้มานานแล้วว่าคุณชายอิสริยะช่างประชดประชันมากแค่ไหน

                “ระบบความปลอดภัยถูกแฮ็กไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะครับพี่ฮั่น เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภาพที่เราเห็นอยู่ตอนนี้เป็นภาพจริงหรือภาพหลอก ความปลอดภัยของพี่...”

                “เป็นหน้าที่ของแกง เออ!! พี่รู้แล้ว ก็เชิญทำหน้าที่ของตัวเองไปสิ พี่ได้ว่าอะไรหรือยังล่ะ”

                “พี่โกรธผมเรื่องอะไร” ผมเริ่มขึ้นเสียงบ้าง ผมไม่เข้าใจ เขาเป็นอะไรนักหนา ผมพูดเหตุผลของผมไปยังไม่เข้าใจอีกหรือไง

                “เปล่า! ใครจะไปโกรธแกงได้ล่ะ แกงทำหน้าที่ของแกง มันเป็นสิ่งที่แกงต้องทำอยู่แล้ว ก็ทำไปสิ”

                “แล้วพี่จะขึ้นเสียงใส่ผมทำไมวะ ก็บอกมาดิว่าเป็นอะไร คนไม่เป็นอะไรไม่เสียงดังแบบนี้หรอก” ผมยืนรอคำตอบซึ่งผมคิดว่าตัวเองคงไม่ได้รับ เงียบสินะ...เออ เงียบ! “เห็นไหม เงียบอีกละ พี่เป็นอะไรพี่ฮั่น”

                “แกงจะเอายังไงกับพี่ ห๊ะ! พอพี่พูดแกงก็หาว่าพี่โกรธ พอเงียบก็มาว่าพี่อีก ตกลงจะให้พี่พูดหรือพี่เงียบ พี่ว่านายเลิกถามพี่ดีกว่าว่าพี่เป็นอะไร นายต่างหากเป็นอะไร” พี่ฮั่นตวาดผมก่อนจะกระแทกตัวลงนั่ง

                “ผมว่ารอให้พี่อารมณ์ดีกว่านี้ค่อยมาพูดกันดีกว่า คุยไปตอนนี้ก็ไม่รู้เรื่อง พี่แม่งใช้แต่อารมณ์ว่ะ”

 


 

                “อย่างพี่เนี่ยนะใช้แต่อารมณ์” เสียงห้าวห้วนจัดจนน่าหวั่น ธนทัตมองคนเป็นพี่นิ่ง ดวงตาหวานไม่หลบสายตาดุดันที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

                “ใช่! พี่อ่ะใช้แต่อารมณ์ ผมรู้ว่าพี่โกรธที่ผมเอาแต่คิดเรื่องที่ได้ยินมาทั้งวันจนไม่สนใจพี่ แต่ที่ผมเป็นอย่างนั้นก็เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของพี่ มันอยู่ในความรับผิดชอบของผม” พื้นที่ห้องไม่ได้กว้างใหญ่ถึงขนาดต้องตะโกนเพื่อให้อีกคนได้ยิน ธนทัตต่อว่าอีกคนที่ใช้อารมณ์ในขณะที่อารมณ์ของตัวเองก็เริ่มมีอำนาจเหนือกว่าเหตุผลขึ้นไปทุกขณะ

                “ความรับผิดชอบ! หน้าที่! อะไรๆก็หน้าที่! ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปสิ พี่ได้ว่าอะไรไหม อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องสนใจพี่หรอก พี่รู้ว่าแกงทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ พอใจหรือยัง” ธนทัตส่ายหน้า นี่หรือคืออาการของคนที่เข้าใจ?

                “พี่ฮั่น ผมเป็นห่วงพี่นะ มันเสี่ยง...”

                “เสี่ยง? แล้วพี่เป็นอะไรหรือยัง! นี่ไง ดูสิ แหกตาดู พี่โดนยิงไหม? ก็ไม่! พี่โดนแทงไหม? ก็เปล่า! ระบบมันมีปัญหา แกงก็แก้สิ มันเจ๊งก็เปลี่ยนใหม่ ผู้หญิงคนนั้นโกหกพี่มาตั้งเท่าไหร่ แกงคิดเหรอว่าที่เธอพูดมันจะเป็นความจริงทั้งหมด? มันอาจเป็นการโกหกคำโตอีกครั้งเพื่อให้เราตกหลุมพรางก็ได้ แค่สมายล์เอาภาพอะไรก็ไม่รู้มาให้ดูก็เชื่ออย่างนั้นเหรอ แกงส้ม! พี่รู้จักผู้หญิงคนนั้นมาก่อน ทำไมพี่จะไม่รู้ว่าเธอเป็นคนยังไง”

                “มันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดูแลพี่” ธนทัตยังยืนยันคำเดิม ดูเหมือนคำว่าหน้าที่ที่หลุดออกมาจะเพิ่งความหงุดหงิดให้กับอีกคนมากขึ้นและมากขึ้น

                “นายโยนคำว่าหน้าที่ทิ้งไปซักพักได้ไหม พี่พยายามเข้าใจ แต่นายตึงเกินไปหรือเปล่าแกง เชือกที่ตึงเกินไปมันขายได้ง่ายๆนะรู้ไหม นายไม่ใช่พระเจ้า นายทำให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่นายต้องการไม่ได้ มันพลาด พี่รู้ พี่เข้าใจ ค่อยๆคิด ค่อยๆแก้ พักบ้าง ปล่อยวางบ้าง พี่เป็นห่วงแกงนะ”

                “ผมแค่อยากให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ผมจับโกหกคนได้ ผมบอกได้ว่าพี่เธอพูดเป็นความจริง ผมเป็นบอดีการ์ด...”

                “แกงไม่ได้เป็นบอดีการ์ด!” อิสริยะขัดเสียงดัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ธนทัตหยุด เจ้าของร่างโปร่งย้ำคำพูดของตัวเองอย่างชัดเจนทีละคำ ไม่ว่าคนเป็นพี่จะคิดอย่างไร เขาก็ยังคงยืนยันว่า

                “ผม เป็น บอดีการ์ด ของ พี่”

                ร่างสูงลุกพรวดจากโซฟาที่นั่งอยู่ ระยะห่างระหว่างคนสองคนถูกปิดลงอย่างรวดเร็วจนแกงส้มไม่ได้ตั้งตัว มือแกร่งบีบคางของเขาแน่นจนรู้สึกเจ็บ แม้มีทั้งสองข้างของธนทัตจะเป็นอิสระ แต่เขากลับไม่คิดจะต่อสู้ แผ่นหลังกระแทกผนังอย่างจัง ความเจ็บแผ่กระจายไปทั่วรั้งร่างแต่เขาไม่ร้องซักแอะ ดวงตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความรักคราวนี้กลับมืดดำจนน่ากลัว ใบหน้าคมอยู่ในระยะประชิดแต่กลับไม่ส่งผมกระทบต่อหัวใจในแบบที่เคยเป็น

                “บอดีการ์ดเหรอ คุณธนทัต” สรรพนามที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อหัวใจเกินคาด ธนทัตกัดฟันแน่น ปล่อยให้คนเป็นพี่ที่อารมณ์กำลังคุกรุ่นทำอะไรตามใจต่อไป ไม่ว่าคำพูดเหล่านั้นจะทำร้ายเขาเพียงใดก็ตาม “ถ้าคุณเป็นแค่บอดีการ์ดของผม แล้วสิ่งที่คุณกับผมทำกันอยู่ทุกวันมันเป็นหน้าที่ของบอดีการ์ดด้วยหรือเปล่า”

กางเกงถูกกระชากอย่างแรงจนกระดุมหลายเม็ดกระเด็นหลุด มือหนาที่เคยอ่อนหวานซุกแทรกลงไปบดขยี้แกนกายอย่างจาบจ้วง ธนทัตปล่อยแขนทั้งสองให้ตกอยู่ข้างตัวเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าเขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่เขาไม่เห็นประโยชน์ที่จะต่อต้านมากกว่า เรียวปากสีสวยถูกกัดไว้กลั้นเสียงสะอื้น

                “เจ้านายคนอื่นเคยทำอย่างนี้กับนายด้วยหรือเปล่า บอกพี่มาสิ! บอกพี่มา!” เสียงตวาดห้วนขึ้นพร้อมๆกับแรงบีบรัดที่เพิ่มขึ้นตาม “ตอบพี่สิแกงส้ม!

                “ไม่” ร่างโปร่งตอบสั้นๆ ปล่อยให้คนตัวใหญ่ทำอะไรตามใจต่อไป

                “ดี! เพราะถ้านายตอบว่าใช่ พี่จะจัดการทุกคนที่ทำแบบนี้กับแกง พี่คนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ จำไว้ด้วย” ความหวงแหนชัดเจนในสีหน้าและน้ำเสียง มือแกร่งยังไม่ยอมปล่อยส่วนนั้นที่อุ่นร้อนอยู่ในอุ้งมือ กายหนาบดเบียดเข้าไปแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ความรักปรากฏขึ้นในดวงตาหลังจากถูกเพลิงโทสะครอบคลุมไปชั่วขณะ แรงบดคลึงเบื้องล่างเบาลงแต่ยังไม่อ่อนหวานเหมือนเคย

                “สำหรับพี่ แกงไม่ใช่บอดีการ์ด ไม่ใช่อีกแล้วนับตั้งแต่พี่รู้ตัวว่ารักแกง พี่ยอม...ไม่ว่าแกงจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แม้แต่ชีวิตพี่ก็ให้แกงได้ พี่พร้อมจะปกป้องดูแลแกง พี่ไม่ต้องการให้แกงดูแลพี่ พี่ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าที่เราได้มาเจอกันเพราะนายต้องมาเป็นบอดีการ์ดของพี่ พี่ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีคนกำลังจ้องจะทำร้ายพี่ จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นเข้ามาหาเรา แต่พี่คงคิดไปเองคนเดียว เพราะไม่ว่าเราจะรักกันมากแค่ไหน สำหรับแกง พี่ก็ยังคงเป็นไอ้เจ้านายคนเดิมที่แกงต้องคอยอารักษ์ขาสินะ”

                “ถ้าพี่เป็นแค่เจ้านาย ผมจะยอมให้พี่ทำกับผมแบบนี้ไหม พี่คิดเอาเองก็แล้วกัน” เสียงทุ้มกระซิบลอดไรฟัน หยดน้ำใสๆไหลหล่นจากตาด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจแยกแยะได้ เขารักผู้ชายคนนี้จนหมดหัวใจ เขาเองก็เกือบลืมไปแล้วเหมือนกันว่าเขาคือบอดีการ์ดของอิสริยะ คำพูดที่อัดแน่นไปด้วยความรักสะกิดหัวใจเขาอย่างแรง แต่ในขณะเดียวกัน คนตรงหน้าก็ดูถูกความรู้สึกของเขาอย่างแสนสาหัส เขาดึงมือที่แตะต้องเขาออก ผลักมันออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

                “พี่รู้อะไรไหมพี่ฮั่น ผมเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าหน้าที่ของผมคืออะไร จนกระทั่งเมื่อเย็น ที่มีมี่ขอคุยกับผมเป็นการส่วนตัว...”

                “อย่าพูดถึงคนอื่นได้ไหม!” ธนทัตดึงมืออีกข้างออกจากใบหน้าก่อนจะผลักร่างหนาเต็มแรง ไม่สนใจกางเกงที่ไม่ได้อยู่ในที่ทางที่มันควรอยู่

                “ผมต้องพูด เพราะมีมี่เตือนผม! เตือนคนที่เกือบลืมหน้าที่ของตัวเองไปเพราะความรัก ความจริงแล้วผมไม่ควรรักพี่ มันจะทำให้พี่เป็นอันตราย ผมกำลังทำร้ายพี่ทางอ้อม สร้างจุดอ่อนให้ผู้หญิงคนนั้นใช้จัดการพี่ ยิ่งเธอมาเห็นภาพผมกับพี่ในที่ทำงาน มันยิ่งทำให้แผนของเธอสำเร็จง่ายขึ้นพี่รู้หรือเปล่า ผมกำลังทำให้เรื่องแย่ลงไปอีก เพราะผมปล่อยให้ความรู้สึกของตัวเองบดบังหน้าที่ที่ผมควรทำ”

                “นายพูดเหมือนเรื่องที่นายรักพี่เป็นเรื่องผิด” อิสริยะยืนนิ่ง หน้าซีดด้วยความจริงที่เขาตีความไปเอง ร่างสูงพยักหน้าราวกับเข้าใจ แต่ธนทัตกลับไม่เห็นว่ามันเป็นอย่างนั้น

                “พี่ฮั่น...”

                “ถ้าการที่บอดีการ์ดกับเจ้านายรักกันเป็นเรื่องผิด เป็นเรื่องที่ทำให้แกงคิดและกังวลขนาดนี้... พี่รู้แล้วแกง พี่ตัดสินใจให้ ทางออกมีอยู่สองทาง”

                “พี่ฮั่น...” แกงส้มเรียกคนเป็นพี่ซ้ำอีกแต่อิสริยะกลับพูดต่อราวกับไม่ได้ยิน

                “ทางแรก นายเลิกเป็นบอดีการ์ดของพี่...” ข้อเสนอแรกถูกพูดขึ้นก่อนเสียงของอิสริยะจะขาดห้วงไป ร่างบางไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงทางเลือกที่สองที่จะตามมา คนตัวโตกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอหลายต่อหลายครั้ง กระทั่งในที่สุด อีกหนึ่งทางเลือกที่กรีดแทงหัวใจของเขาอย่างรุนแรงก็หลุดออกจากปาก

“ทางที่สอง... เราสองคนเลิกรักกัน เลือกสิแกง นายจะเลือกทางไหน”

                “พี่ฮั่น...” ธนทัตอึ้งไปกับทางเลือกที่เขาไม่มีวันเลือกได้ คนตัวโตส่ายหน้าช้าๆก่อนจะถอยห่างออกไปเรื่อย “พี่จะไปไหนพี่ฮั่น”

                ร่างโปร่งตะโกนเรียกคนตัวสูงซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ก็ไม่สามารถหยุดขายาวๆที่ก้าวห่างออกไป แขนขาเริ่มหมดเรี่ยวแรงจนกระทั่งในที่สุดร่างของธนทัตทรุดลงไปนั่งกับพื้น ผนังแข็งๆด้านหลังช่วยพยุงร่างนั้นไม่ให้ล้มลงไป ดวงตาหวานเอ่อคลอไปด้วยน้ำใสๆที่เจ้าตัวไม่ยอมให้มันหล่นออกมา แกงส้มมองคนรักที่ก้าวออกห่างเขาไปเรื่อยๆ ดวงตาของคนเป็นพี่ว่างเปล่าจนน่าใจหาย

                “พี่ฮั่น...”

                เสียงประตูปิดลงทำให้เขื่อนที่สกัดกั้นน้ำตาเอาไว้พังทลาย บอดีการ์ดหนุ่มในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเด็กชายตัวน้อยที่นั่งกอดเก่าร้องไห้อยู่กับตัวเอง ห้องที่ไม่ใช่ของเขาตั้งแต่ต้นว่างเปล่ากว่าที่เคยเป็น ความอ้างว้างกดอารมณ์ที่คุ้มคลั่งให้กลั่นตัวออกมาเป็นเสียงตะโกนไม่เป็นภาษา ชื่อของคนรักยังถูกเรียกซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยความหวังว่าคนๆนั้นจะกลับมา อ้อมกอดอุ่นที่เคยอยู่แนบกายเสมอเหลือเพียงอากาศที่เย็นจนจับขั้วหัวใจ

                หน้าที่ที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ และยังอยากปฏิบัติต่อไปให้ดีที่สุดกลับขัดแย้งกับความรู้สึกของคนที่เป็นดั่งลมหายใจ อิสริยะตีความผิดไปมากพอๆกับน้ำตาที่เขาเสีย แกงส้มไม่โทษคนเป็นพี่ แต่เขาก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดเช่นเดียวกัน อาชีพบอดีการ์ด สิ่งที่ถูกใช้ตลอดเวลาคือสัญชาตญาณและเหตุผล แต่สองสิ่งนั้นกลับใช้ไม่ได้เลยกับบางอย่างที่เรียกว่า ความรัก เพราะสิ่งเดียวที่ใช้ได้ คือ หัวใจ

                ไม่ว่าอย่างไร ความปลอดภัยของอิสริยะ ก็จะเป็นหน้าที่ของบอดีการ์ดแกงส้มเสมอ ต่อให้ธนทัตไม่ใช่บอดีการ์ดของคนๆนั้นอีกต่อไป เขาจะยอมให้คนที่เป็นเหมือนหัวใจเป็นอันตรายได้หรือ? คำตอบคือ...

                ไม่มีทาง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // ค้างกันไป 555555 ,, แลดูแม่หมูนางจะสะใจ เหอะๆๆๆ อะไรของนาง

ขออนุญาตไม่รับปากว่าตอนหน้าจะมาเมื่อไหร่ ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตอยู่หน้าคอมมากเกินไป เพราะโปรเจ็คจบ นั่งพิมพ์รายงานกับพิมพ์ฟิคนี่คนละอารมณ์กันเลยนะคะคุณขา แต่ก็ต้องทำค่ะ เฮือกสุดท้ายของชีวิตนักศึกษาแล้ว ต้องผ่านมันไปให้ได้ แม่หมูสู้ๆ! ฮึบๆ!

มีคนบอกว่า แม่หมูอัพบ่อยๆสิ ทีละ 20 - 30 % ก็ได้ ,, คือ... เก๊าทำไม่ได้อ่ะ เพราะบางทีเขียนจบตอนแล้วกลับไปแก้ตอนต้นก็มี เพราะฉะนั้นให้แม่หมูรู้สึกว่ามันโอเคแล้วค่อยลงดีกว่าเนอะ แม่หมูสไตล์ค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจากทุกท่านที่มีให้กันเสมอ เม้าท์มอยกันได้ในทวิต เฟส(ซึ่งไม่ค่อยเล่น) จะน้องแมวมาคุยกันก็ยินดี ขอบคุณจริงๆค่ะ >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1051 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 00:57
    แกงกับโดเรมี่เดินไปทางเดียวกันด้วยซ้ำ
    ฮ่าๆ หน้าที่หรือ? อย่าๆ
    สุดท้ายก็มองคนรักด้วยสายตาเดียวกันล่ะน่า


     
    นี่เค้าเรียกว่าหึงหวงชัดๆ!!!
    หมีดราม่าคัมแบ็ค!!
    55555555555
    จัดหนัก จัดเต็ม!
    #1,051
    0
  2. #821 kat (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 20:19
    ชอบตอนนี้อ่ะ มันสะเทือนใจ

    จริงๆหนูก็ไม่ชอบมาม่านะ

    ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง

    ขอให้ผ่านอุปสรรคไปได้ไวๆ

    แล้วเอาของหวานมาเสิฟนะคะ



    แม่หมูสู้ๆนะคะ
    #821
    0
  3. #774 happyf (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:39
    โอ๊ย อาราย ไม่เอาแบบนี้อ่ะ สงสารทั้งสองคนเลยอ่ะ TToTT
    #774
    0
  4. #757 noknoinoi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 01:27
    อย่าเดินไปจากฉัน...กลับมาเถอะพี่ฮั่นใจร้ายกับน้องแกงกันจังเลย ทั้งแม่หมูทั้งพี่หมีใจร้ายยยยยยยยยยยย งอลลลลลลชิส์
    #757
    0
  5. #756 Joy Yoo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2556 / 10:52
    โอ๊ย....แม่หมู
    หน้าที่ กะหัวใจ
    มันไปด้วยกันไม่ได้เหรอ
    พี่น้องคิดกันคนละอย่างเลย


    รอแม่หมูมาทำให้เค้าดีกัน
    ....พร้อมจัดชุดใหญ่ 55555
    #756
    0
  6. #755 TheDreamTD (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 00:01
    ทำไมพี่หมีไม่เข้าใจพี่แกงเลยเนี่ย คิดไปเองซะหมดแล้วก็ไม่ยอมฟังพี่แกงเลยนะ แล้วยังทิ้งพี่แกงไว้คนเดียวแบบนี้อีก พี่แกงก็เป็นห่วงหัวใจของพี่แง กลัวหัวใจตัวเองจะเป็นอะไรมันผิดตรงไหนเนี่ย หน้าที่กับหัวใจเป็นสิ่งต้องห้ามสินะ TT
    #755
    0
  7. #753 Bow_Tida (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 21:21
    ไม่เอามาม่าได้ไหมไรท์

    ขอหวานนะ ตอนหน้า
    #753
    0
  8. #751 Jutamas Wasombut (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 19:52
    เฮือก มาม่า TT
    #751
    0
  9. #750 pcard (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 19:04
    ง้อออออ มาม่า YoY 
    หน้าที่กับหัวใจ ทำไมมันจะไปด้วยกันไม่ได้ล่ะ -o-

    #750
    0
  10. #749 pigpigpig1 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 16:34
    แม่หมูหวานยังไ่ม่ทันไรเลย ทะเลาะกันซะแล้ว
    เห็นใจทั้งสองฝ่านน๊ารีบเข้าใจกันเร็วนะคะ
    รอติดตามต่อค่ะ เป็นกำลังใจให้แม่หมูน่า
    #749
    0
  11. #748 HO!!! (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 15:57
    เฮือกกกกกกกกกก แม่หมู ถ้ามันจะดร่าม่าขนาดนี้นะ
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ไม่ยอมมม คืนดีกันเดียวนี้ๆๆๆ
    แม่หมู เค้ารู้ว่าแม่หมูทำได้ งื้ออออออ
    #748
    0
  12. #747 tutun (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 10:16
    แม่หมูทำค้างอะ 555 ชอบน้องโดมอะแม่หมู 
    #747
    0
  13. #746 love_ks (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 09:42
    มาม่าชามโตเลย เฮ้อ แล้วแกงจะ้เลืือกทางไหนเนี่ย
    #746
    0
  14. #743 pink (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 23:31
    T_T เข้าใจกันเร็วๆนะ
    #743
    0
  15. #742 เด๋กดี (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 23:13
    เข้าใจแกงส้มนะ แต่เข้าใจหมีมากกว่า



    แกงส้มตึงเกินไปรึเปล่า ในเมื่ออีกคนที่เป็นเหมือนหัวใจ ใครจะยอทให้เป็นอันตรายหล่ะ
    #742
    0
  16. #741 suzu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 22:41
    มาม่าซะแล้วอ่ะ แงๆๆๆ กำลังหวานกันอยู่เลย ทะเลาะกันซะแล้ว

    สงสารทั้งคู่เลย ฮึกๆ สงสารตัวเองด้วยที่ค้าง งือๆ

    เป็นกำลังใจให้แม่หมูเรื่องโปรเจคท์นะจ๊ะ ยังไงก้ออย่าทิ้งรีดไปนานนะ

    รีดจะรอนะจ๊ะ :)
    #741
    0
  17. #740 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 22:33
    ฮือออออออออออ มาม่ามาเต็ม! เสียใจอ่ะ คือเค้าชอบแม่หมูแต่งดราม่สนะ มันทำให้รีดคิดตามไปด้วยอ่ะ เอาจริงเข้าใจทั้งาองคนอ่ะ แต่มันก็เลือกไม่ได้ ฮือออ พี่ฮั่นเข้าใจพี่แกงหน่อย พี่แกงก็เข้าใจพี่ฮั่นหน่อย ไม่ไหวแล้วว บ่อน้ำตาแตกเลยตอนนี้ TT ปล.อัพไวๆน้า สู้สู้นะค่าแม่หมู ติดตามเสมอๆ ^^
    #740
    0
  18. #738 เจ้าหญิง_ขี้ลืม (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 22:03
    อ๊ากกก ตอนนี้เสร้าจังเลย แม่หมู สงสารทั้งสองคนเลย
    #738
    0
  19. #737 สาววายใจซื่อ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 21:45
    โอ๊ยยย เจ็บ T^T ทำไมมันเป็นแบบนี้ล่ะ หวานได้แปปเดียวเอง ฮือออ
    ดูเหมือนจะตันทั้งสองทาง ทางที่ 1 คือตามหัวใจ ในขณะเดียวกัน มันไม่ถูกต้อง
    ทางที่ 2 เป็นทางที่ถูกต้องที่สุด แต่เจ็บเจียนตาย 

    #737
    0
  20. #736 bull (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 20:58
    ทางเลือกที่ไม่อยากเลือกสินะ T^T
    #736
    0
  21. #735 loveSiwonmakmak (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 20:41
    บ๊ะๆๆๆๆ น้ำตาไหล โอ้ยยย ทะเลาะ กันรุนแรงไปนะ หนูเสียจายยย
    #735
    0
  22. #734 lassi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 20:13
    งอน!!! แม่หมูใจร้าย ป๋าใจร้าย เชอะ เค้าจะแบน
    ถ้าไม่หวานนะ เค้าสงสารน้องอวบแกงอ่ะ ทำไมำแบบนี้ ฮวืออ
    เคาไม่ยอม ขอหวานๆนิดนึงก็ยังดี แต่แบบนี้ก็ชอบ เอ๊ะ!ยังไง 5555
    รอตอนต่อไปนะจ๊ะ เรียนจบปั๊บ บึ่งมากทม.มาเลี้ยงชาบูน้องด้วย กิกิ >///<
    #734
    0
  23. #733 waa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 20:03
    เลือกทางไหน ก็เจ็บ แต่คิดว่าน้องแกงต้องเลิกข้อ 2 แน่เลย
    #733
    0