[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 2 : Chapter 2 :: รายงานตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ม.ค. 56

Chapter 2 :: รายงานตัว

 

:: Hunz ::

                สุดท้ายก็เป็นผมที่ต้องเป็นคนคิดเมนูมือเย็นของผมกับไอ้น้องชายตัวกลมในวันนี้ ไอ้คนที่เอาแต่นั่งบ่นเป็นหมูกินผึ้ง(!)ว่าผมมันก็คิดได้แต่เมนูซ้ำซาก แต่พอลงจากรถมาปุ๊บก็ชัดเอาๆจนต้องนี้ต้องสั่งบะหมี่เกี๊ยวร้านใกล้ๆคอนโดเจ้าประจำของผมกินเป็นชามที่สองแล้ว แถมยังสั่งข้าวหมูกรอบมาเพิ่มอีกต่างหาก...อ้วนเอ้ย!

                “เออพี่อ่านประวัติน้องแกงส้มที่ผมส่งให้ยัง” ในที่สุดก็ยอมเงยหน้าจากชามบะหมี่มาสบตาผมได้ นี่ผมนึกว่ามันลืมไปแล้วนะครับเนี่ยว่าผมก็มากินกับมันด้วย

                “อะ...เอ่อ ยังเลย พี่...พี่ไม่มีเวลาน่ะ” เกือบหลุดปากออกไปแล้วเชียวว่าอ่านแล้ว แต่ไม่ได้ครับ เดี๋ยวไอ้โดมจะหาว่าผมสนใจบอดีการ์ดคนใหม่ออกนอกหน้าทั้งๆที่ตอนแรกผมค้านความคิดนี้หัวชนฝา ผมไม่ใช่ผู้ชายเหยาะแหยะที่ดูแลตัวเองไม่ได้นะครับ

                “อ่าว ทำไมไม่อ่านอ่อ” ไอ้โดมโวยวายใส่ผมปานประหนึ่งว่าผมไม่ได้อ่านเอกสารสำคัญของบริษัทอย่างนั้นแหละ “ประวัติน้องเค้าน่าสนใจนะพี่ เคยดูแลหัวหน้าศูนย์พิทักษ์หมีที่ถูกพวกลักลอบค้าของเถื่อนทำร้ายด้วย ผมว่าเพราะอย่างนี้หรือเปล่ามี๊เค้าถึงให้คนนี้มาดูแลพี่อ่ะ พี่หมีฮั่น”

                “คิดได้นะมึงอ่ะ นี่ไอ้โดมพี่ถามจริงเหอะ แกคิดว่าพี่จำเป็นต้องมีคนมาดูแลขนาดนั้นเลยเหรอวะ สภาพพี่มันดูแลตัวเองไม่ได้เลยเหรอ? พี่พูดตรงๆนะ การที่มีต้องมีใครมาประกบพี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แค่คิดก็อึดอัดแล้ว...ถ้าพี่ไล่เค้าออกมี๊จะด่าพี่ป่ะวะ”

                “ก็แค่บอดีการ์ดน่ะพี่ คิดอะไรมากเนี่ย พี่ก็ปล่อยเค้าทำงานของเค้า เราก็ทำงานของเรา แค่นี้ก็จบ พี่อย่าเรื่องมากได้ป่ะ ถ้าวันนั้นรถพยาบาลมาช้าอีกนิดพี่อาจจะไม่รอดแล้วก็ได้นะเฮ้ย พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่ายัยผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวแค่ไหน หัดระวังหัดระแวงไว้บ้างก็ดีนะพี่ฮั่น แล้วก็หัดเปิดปากพูดในสิ่งที่ตัวเองรู้มาบ้าง แค่นี้ก็เป็นจำเลยสังคมให้คนอื่นประณามอยู่ทุกวันไม่เบื่อหรือไง”

                “บางเรื่องมัน...”

                “บางเรื่องมันก็พูดไม่ได้...เออ ผมเข้าใจครับ พ่อสุภาพบุรุษที่สุดในสยาม ผมเบื่อพี่ก็ตรงนี้นี่แหละ เฮ้อ”

                ผมยิ้มให้กับคนที่กลับไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อ เรื่องบางอย่างมันก็พูดไม่ได้จริงๆอย่างที่ไอ้โดมพูดล่ะครับ แล้วผมก็ไม่อยากจะพูดถึงมันด้วย

                ตอนนี้ผมกำลังคิดถึงชีวิตอิสระของผมที่กำลังจะหมดไป ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจนถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่จะต้องมีคนมาคอยติดตามผมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่รู้ว่าผมจะอึดอัดกันมันขนาดไหนนะครับเนี่ย...ว่าไปแล้วภาพของว่าที่คนที่จะต้องตัวติดกันไปอีกนานก็ลอยเข้ามาในความคิดของผม

                แม้จะเป็นรูปถ่ายหน้าตรงเหมือนรูปที่ติดในเอกสารสมัครงานทั่วไปแต่ก็ไม่สามารถทำให้ความหวานของใบหน้าเรียวนั้นลดลงได้...ผู้ชายอะไรหน้าหวานชะมัด ผมพูดกับตัวเองทันทีที่เห็นหน้า แกงส้ม ครั้งแรก...ดวงตากลมโตใสที่มองตรงมาทางผมให้ความรู้สึกเหมือนสายตาของเด็กน้อยๆที่มองมาอย่างอ้อนๆ มุมปากที่อมยิ้มนิดๆรับกับจมูกของคนในรูปได้เป็นอย่างดี แกงส้มจัดว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

                แต่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมหยุดมองรูปนั้นอยู่เป็นเวลานาน อะไรบางอย่างที่ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันคืออะไร ผมส่ายหัวให้กับความคิดตัวเอง นี่ผมคงทำงานจนฟุ้งซ่านไปมั้งครับ

 


 

                เอกสารที่ค้างจากเมื่อวานยังกองอยู่บนโต๊ะทำงานโดยไม่มีใครมายุ่งตามที่ผมสั่งเอาไว้ ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของๆผม ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามแม้แต่เอกสารต่างๆที่ผมเป็นคนเอามากองไว้เองกับมือ ไอ้โดมบ่นแล้วบ่นอีกให้ผมจัดโต๊ะให้เรียบร้อยรักษาภาพลักษณ์ผู้บริหารซะบ้าง แต่พอเก็บเรียบร้อยทีไรผมก็หาของไม่เจอทุกที แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ ผมก็กองมันไว้เหมือนเดิมน่ะสิ ในเมื่อผมเป็นท่านประธานแล้วท่านเลขาหรือท่านลูกน้องท่านไหนจะมาว่าผมได้

                เวลาก่อนแปดโมงเช้านิดหน่อยผมก็นั่งอยู่ในห้องทำงานของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยทั้งๆที่เวลาเข้างานจริงๆมันแปดโมงครึ่ง (แม่หมู//อ่าว แล้วมาทำไมเช้าเนี่ย) ยังมีหน้ามาถาม แม่หมูก็รู้ว่าเพราะอะไร

                ประตูเปิดฝางออกมาโดยไม่มีการเคาะใดๆทั้งสิ้น ผมแบนสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมองคนที่ผมก็รู้ว่าใครที่เปิดประตูเข้าห้องผมมาโดยไม่ต้องรักษามารยาทอย่างนี้ มีอยู่คนเดียวแหละครับ...แล้วทำไมทำหน้ามุ่ยแต่เช้าเนี่ย? เมื่อเช้าก่อนตอนออกจากคอนโดมาพร้อมกันยังอารมณ์ดีฮัมเพลงมาตลอดทางอยู่เลย

                ถุงเซเว่นในมือกระแทกลงบนโต๊ะทำงานของผมจนผมเกรงว่าของกินทั้งหลายที่อยู่ข้างไหนจะอยู่ในสภาพกินได้หรือเปล่า? ผมรีบคว้าแซนวิชอุ่นร้อนๆในถุงออกมาก่อนที่ไอ้โดมจะมาระบายอารมณ์อะไรกับอาหารเช้าของผมอีก

                “เป็นอะไรของแกแต่เช้าเนี่ย” ผมถามออกไปพลางกัดขนมปังอุ่นๆในมือเข้าปาก ความหงุดหงิดของไอ้โดมดูจะขยายตัวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำถามจากผม

                “พี่ไม่มาเป็นผมพี่ไม่รู้หรอก ฮึ! ไม่ต้องถาม ไม่อยากตอบ ผมไปนอนต่อที่ห้องทำงานผมแล้ว ง่วง อารมณ์ไม่ดี ท่านประธานมีอะไรกรุณาเรียกใช้ผมหลังเก้าโมงครึ่งนะครับ ก่อนหน้านั้นผมไม่รับงาน ไปละ” เห๋อ? ผมยังเป็นเจ้านายมันอยู่ป่ะเนี่ย?

                “ใครไปทำแกอารมณ์ไม่ดีแต่เช้าเนี่ย แล้วบอดีการ์ดพี่อะ แกไม่คิดจะมาทำความรู้จักกับเค้าหน่อยหรือไงวะ”

                “ผมรู้จักแล้ว คุยวีแชทกันตั้งแต่เมื่อวาน มีแต่พี่นั่นแหละยังไม่รู้จัก” ไอ้โดมเดินตึงๆไปที่ประตูก่อนจะกระชากสุดแรงจนผมกลัวว่าประตูห้องทำงานผมจะหลุดติดมือมันไป

                “อ่าว แล้วใครทำอารมณ์ไม่ดีเนี่ย บอกพี่สิเฮ้ย นี่พี่มึงนะเว่ย” ผมยังไม่เลิกถาม นานๆทีไอ้โดมจะเป็นอย่างนี้ครับ เคยโกรธใครกับเค้าซะทีไหนกันไอ้น้องคนนี้ ผมอยากรู้จักว่าใครกันนะที่เก่งกล้าสามารถทำให้น้องผมหน้าหักเหมือนหัวหมูไหว้เจ้าได้ขนาดนี้

                “วุ้ยย เซ้าซี่น่าพี่ฮั่น” มือที่จับลูกบิดประตูชะงักกลางคันเหมือนกับคนจับอยู่นั้นเพิ่งนึกอะไรออก “ถามไรอย่างดิพี่”

                “หลายอย่างก็ได้ นี่ยังไม่ถึงเวลางาน ถ้าถามแล้วแกอารมณ์ดีขึ้นก็ว่ามาเลย” ผมเอ่ยออกไปอย่างเอื้อเฟื้อ แม้เวลางานไอ้โดมมันเป็นลูกน้องที่ต้องคอยฟังคำสั่งของผม...ซึ่งทุกคนก็คงเห็นแล้วว่าบางทีผมก็ต้องฟังคำสั่งของมันเหมือนกันแบบเมื่อกี๊นี้...แต่ในความเป็นจริงมันคือน้องชายคนหนึ่งของผม เมื่อไหร่ที่น้องไม่สบายใจ ผมก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่ว่าจะเป็นเพราะเรื่องอะไรก็ตาม

                “พี่ว่าผมอ้วนป่ะ” ห๊า! อะไรดลใจให้ลูกชายแม่หมูถามคำถามนี้กับผมครับ?

                “เอ่อ คือ... ทำไมอยู่ดีๆถามคำถามนี้วะ”

                “ก็ตอบมาเหอะน่าว่าอ้วนไม่อ้วน พูดความจริง ผมรับได้” ห๊ะ! อะไรของมันครับ อยากขำก็ขำแต่เห็นหน้าเคร่งเครียดของไอ้โดมแล้วผมก็ขำไม่ออก

                “ก็อ้วน”

                “ฮุ้ย! คนอ้วนมันผิดตรงไหนวะ โว๊ย! ห้ามเรียกก่อนเก้าโมงครึ่งนะพี่ ไม่มีอารมณ์”

                ปัง!!

                “อะไรของเค้าวะ?” ขอยืมศัพท์แถวบ้านแม่หมูมาใช้นิดนึงนะครับ ฮั่นงืดครับ!

 


 

KangSom :D

                ผมยืนตรวจดูความพร้อมของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ สูทสีดำสนิทขนาดพอดีตัวทำให้ผมดูภูมิฐานขึ้นกว่าอายุจริงๆเป็นกอง เน็ทไทสีเดียวกันถูกผูกไว้เรียบร้อยบนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด กางเกงสีดำรับกับเข็มขัดหนังสีหม่นเส้นโปรด ร้องเท้าหนังขัดมันแผล็บชนิดที่ว่าแมลงวันมาเกาะคงลื่นตกลงมาหัวแตกแน่ๆ ลุคผมตอนนี้ราวกับบอดีการ์ดหนุ่มหล่อเฟี้ยวที่หลุดออกมาจากหนังสืบสวนสอบสวนของฮอลีวูด...อ่อ จะเหลือก็แต่แว่นกันแดดที่ผมเก็บเอาไว้ในกระเป๋าสูทก็เท่านั้น

                อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเป็นผู้คุ้มครองพร้อมใช้งานอยู่ในซองหนังที่แนบอยู่กับลำตัว มันอาจจะไม่ได้ใช้ และผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ต้องใช้มัน แต่อย่างไรเสียผมก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือทับทุกๆสถานการณ์

                เจ็ดโมงสี่สิบห้าแล้วแต่บริษัทขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กลับร้างผู้คน...ตกลงเค้าทำงานกันกี่โมงเนี่ย...ผมได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจ เพราะที่นี่ไม่มีใครเลยที่สามารถจะให้คำตอบผมได้

                ติ๊ง

                “แกงส้ม ถ้ามาแล้วขึ้นมาชั้นแปดได้เลยนะ ตอนนี้แปดโมงเช้ายังไม่มีใครมาทำงานหรอก เค้าเริ่มงานกันแปดโมงครึ่ง มาแล้วก็เข้าไปหาท่านประธานที่ห้องได้เลย เดี๋ยวสายๆพี่ตามไป โชคดีไอ้น้อง”

                เสียงทุ้มของคุณเลขาท่านประธานวีแชทมาบอกให้ผมขึ้นหาข้างบนเอง อืมมม First Impression ความประทับใจแรกในการทำงาน เยี่ยมไปเลยครับ

 

 

                อิสริยะ ภัทรมานพ ประธานกรรมการ

                ตัวหนังสือสีทองวาวๆบนประตูห้องบานใหญ่ทำให้ผมหยุดลง ผมสูดลมหายใจเข้าลึกรวบรวมความมั่นใจอีกครั้งก่อนจะเคาะประตูเบาๆตามมารยาท

                ก๊อกๆๆ

                “เชิญ” ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจก็มีเสียงตะโกนตอบจากภาพใน ผมค่อยๆเปิดประตูให้พอที่ตัวผมเองจะแทรกร่างผ่านเข้าไปได้ก่อนจะปิดมันลงอย่างเบามือ ภาพแรกของท่านประธานในสายตาของผมคือ...

                ผู้ชายหน้าเหมือนนกแองกรี้เบิร์ดในเสื้อเชิ้ตสีชมพูหวานปลดกระดุมเม็ดบน นั่งจมอยู่บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารกองพะเนินเทินทึก มีถุงเซเว่นถุงเบ้อเร่อที่ผมเดาเอาว่าก่อนหน้านี้คงเต็มไปด้วยอาหารตามสโกแกนที่ว่า หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา ในมือมีแซนวิสอุ่นร้อนที่ถูกกินไปแล้วกว่าครึ่งและแซนวิสที่ถูกกินไปแล้วอีกนิดหน่อยคาอยู่ในปาก...ภาพพจน์ประธานบริษัท...

                แต่มันใช่เรื่องที่ผมจะต้องมาสนใจมั้ย...ความจริงก็ใช่นะ...เอ้ย ไม่ใช่

                “สวัสดีครับคุณอิสริยะ ผมธนทัตครับ บอดีการ์ดของคุณ”

                “...” เงียบ...เอิ่ม ผมควรจะพูดอะไรต่อล่ะ?

                “ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลคุณอิสริยะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้ายังไงผมต้องขออภัยด้วยนะครับถ้าผมทำอะไรให้คุณอิสริยะไม่สะดวกใจตรงไหน ถ้าเกิดคุณอิสริยะมีอะไรให้ผมดูแลเพิ่มเติม หรือจะให้ผมระวังตรงไหนให้เป็นพิเศษแจ้งได้นะครับ ผมยินดี เพราะมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” ผมพยายามสบสายตาเจ้านายที่มัวแต่สนใจของกินในมือไม่ยอมสบตาผมหรือตอบอะไรผมซักคำเดียว

                “...” ยังคงเงียบ

                “เอ่อ ในเรื่องที่พักผมต้องรบกวนคุณอิสริยะด้วยนะครับ เพราะทางคุณระบุมาชัดเจนในสัญญาว่าผมต้องดูแลคุณอิสริยะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ดังนั้นคงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ผมจะต้องพักอยู่ที่เดียวกับคุณ จากข้อมูลที่ให้มาผมเห็นแล้วว่าคุณอิสริยะพักที่คอนโด ดังนั้นผมเลยคิดว่าจะเช่าห้องของผมอยู่ในคอนโดเดียวกัน จะได้ไม่เป็นการรบกวนความเป็นส่วนตัวของคุณอิสริยะมากเกินไป เรื่องค่าใช้จ่ายตรงนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

                “...” และก็ยังไม่ยอมพูด เออ ผมพูดคนเดียวก็ได้

                “ส่วนในเวลางานของคุณอิสริยะ อืม ผมไม่ทราบว่า Bear Hug ทำงานอะไรบ้าง แต่ผมยินดีเรียนรู้งานบางส่วนนะครับ เพราะหน้าที่บอดีการ์ดของผมในระหว่างเวลางานของคุณอิสริยะคงไม่มีอะไรมาก ถ้ายังไงให้ผมไปช่วยงานคุณจารุวัฒน์ก็ได้นะครับ”

                “...” เฮ้ย ผมไม่มีอะไรจะพูดแล้วนะเว่ยเฮ่ย สนใจผมบ้างงงงงงง

                “ไม่ทราบว่าคุณอิสริยะจะ...” ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกคนที่เงียบมานานพูดแทรกขึ้นมาด้วยประโยคสั้นๆที่เล่นเอาซะผมเหวอไปไม่เป็นเลยทีเดียว

                “ถอดเสื้อ”

                “ห๊า?” ไอ้บ้า...อยู่ดีๆจะให้ผมมาถอดเสื้อเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว

                “ฉันบอกให้นายถอดเสื้อออก”

                “เอ่อ คือ... คุณอิสริยะครับ จะให้ผม...ให้ผมถอดเสื้อเนี่ยนะ” อาร๊ายยย เจอหน้าครั้งแรกก็จะให้ผมถอดเสื้อ หื่นไปม้ายยยยย ค่อยไปหื่นบทหลังๆก็ได้ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม (แม่หมู//โวยวายเกินไปมั้ยลูกกกก)

                “ก็ใช่ คำสั่งง่ายๆฟังไม่รู้เรื่องหรือไง ฉันบอกให้นายถอดเสื้อ ใส่สูทแบบนี้มันหล่อเกินหน้าเกินตาท่านประธานกันพอดี แล้วฉันจะบอกอะไรให้นะ ไอ้ยูนิฟอร์มแบบบอดีการ์ดในหนังนักสืบน่ะไม่ต้องเอามาใช้ที่นี่ แต่งตัวเหมือนพนักงานออฟฟิตธรรมดาก็พอ เสื้อเชิ้ตกางเกงขายาว แค่เนี๊ยะทำได้หรือเปล่า ถ้านายใส่แบบนี้เดินตามฉันไปไหนต่อไหนชาวบ้านชาวช่องเค้าก็ได้รู้กันพอดีสิว่านายทำอาชีพอะไร ฉันไม่ต้องการให้ใครต่อใครรู้หรอกนะว่าฉันเป็นพวกเหยาะแหยะดูแลตัวเองไม่ได้ต้องจ้างคนมาคอยปกป้องคุ้มครอง นี่ถ้าแม่ฉันไม่ได้จ้างนายมาแล้วบังคับฉันให้ยอมรับเรื่องนี้นะ ฉันไล่นายออกตั้งแต่ยังไม่ได้มาทำงานแล้วรู้ไว้ด้วย”

                คนที่เพิ่งกินอาหารเช้าในมืออิ่มใส่ผมเป็นชุดทันทีที่แซนวิสหมดปาก...เป็นคำกล่าวต้อนรับที่น่าประทับใจมาก

                “เรามาทำข้อตกลงกัน ฉันไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าแม่ฉันจ้างบอดีการ์ดมา เพราะฉะนั้นทุกคนในบริษัทจะต้องเข้าใจว่านายเป็นผู้ช่วยไอ้โดมมัน ส่วนเรื่องงาน ถึงนายไม่บอกว่าจะยินดีช่วยงานบริษัทฉันก็จะให้นายทำอยู่แล้ว ไม่อย่างงั้นเงินตั้งเยอะตั้งแยะที่แม่ฉันเสียไปก็สูญเปล่าพอดี กับอิแค่งานนั่งๆยืนๆคอยเดินตามฉันไปโน่นมานี่มันจะมีอะไรให้ทำเท่าไหร่กันเชียว เดี๋ยวสายๆนายก็ไปเรียนรู้งานกับไอ้โดมมันก็แล้วกัน มีอะไรให้มารายงานฉันโดยตรง ห้องทำงานนายอยู่ในห้องฉัน โต๊ะนั่น” ไอ้ประธานหมีพนักเพยิดไปทางโต๊ะอีกตัวที่วางอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องที่มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ควางเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว

                “ครับคุณอิสริยะ” ผมรับคำพร้อมๆกับระงับอารมณ์ที่เริ่มเดือดของตัวเอง คนอะไรปากหม..จริงๆ ถึงไม่เต็มใจให้ผมมาดูแลก็ไม่เห็นจะต้องพูดกันขนาดนี้เลย มันน่า... เย็นไว้ KS นายเป็นลูกน้องเค้า เจ้านายคือพระเจ้า ท่องไว้ๆ

                “ยังไม่หมด...”

                “ครับ”

                “ฉันทำงานของฉัน นายทำงานของนาย ห้ามยุ่งเกี่ยวกัน ทำเหมือนไม่มีตัวตนในสายตาฉันได้ก็ดี เพราะฉันไม่ชอบให้ใครมายุ่งอะไรกับงานของฉัน หรือแม้แต่ของๆฉันทุกชิ้น เรื่องแค่นี้ทำได้นะ” มันชักจะเกินไปแล้วนะ ผมถูกจ้างมาให้ดูแลเค้าทุกฝีก้าว แล้วจะทำเหมือนไม่มีตัวตนในสายตากันและกันอย่างนี้ได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้เห็นๆ

                “แต่คุณอิสริยะครับ เรื่องนี้ผมเห็นทีจะเป็นไปไม่ได้ ผมมีหน้าที่รับผิดชอบของผมคือการดูแลคุณตลอดเวลา ผมจำเป็นที่จะต้องทราบข้อมูลของคุณว่าในวันนึงจะต้องทำอะไรไปไหนบ้าง...”

                “เรื่องนั้นนายถามไอ้โดมก็ได้ มันเป็นเลขาฉัน มันรู้ทุกเรื่องแหละ”

                “แต่...”

                “เดี๋ยวไอ้โดมมานายก็ถามมันต่อเองก็แล้วกัน ตอนนี้ไปนั่งที่โต๊ะนาย เล่นอะไรรอไปก่อนเงียบๆ ยิ่งเงียบเท่าไหร่ยิ่งดี ให้ฉันรู้สึกเหมือนนายไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้ด้วยจะดีมาก ตามนี้นะ...เชิญ”

                ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เทพบุตรสุดหล่อที่เป็นที่หมายปองสองสาวๆหลายต่อหลายคนที่แท้ก็เป็นปีศาจปากจัดชัดๆ ผมกระแทกตัวลงบนเก้าอี้ที่แสนจะนุ่มสบายแต่อารมณ์ของผมตอนนี้นั่งยังไงก็ไม่สบายครับ

                “ถอดสูทกับเน็ตไทนั่นออกด้วย” ผมโยนสูทที่สวมอยู่ลงบนโต๊ะ พร้อมกับปลดเน็ทไทแสนสุภาพของผมออก อาวุธคู่กายที่อยู่ข้างตัวของผมทำให้คนที่สั่งให้ผมถอดเสื้อตกใจนิดๆ “นี่นายต้องพกปืนด้วยเหรอ คราวหลังไม่ต้องเอามาก็ได้”

                “มันเป็นหน้าที่ครับ ข้อนี้ผมต้องขออภัยที่ทำตามที่คุณอิสริยะสั่งไม่ได้ เพราะถ้าเกิดมีอันตรายอะไรกับคุณขึ้นมาแล้วผมไม่สามารถดูแลคุณได้ ผมจะบกพร่องในหน้าที่เอาซะเปล่าๆ”

                “งั้นก็ใส่สูททับไว้ก่อนก็ได้ ฉันไม่อยากให้คนของฉันแตกตื่นเพราะเห็นนายสะพายปืนเดินรอบบริษัท” ผมพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะใส่สูทไว้เหมือนเดิมแต่คราวนี้ไม่ได้ติดกระดุมอย่างสุภาพแบบตอนแรก

                ความเงียบที่แสนจะน่าอึดอัดแผ่เข้าปกคลุ่มพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆจนผมอยากจะอาเจียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอด ไม่เคยมีงานไหนของผมที่น่าอึดอัดเท่ากับงานในครั้งนี้ของผมเลยไอ้ตายสิ

                เมื่อไม่มีอะไรจะต้องพูดกัน สายตาผมก็เริ่มไล่สำรวจไปรอบๆตามสัญชาตญาณในอาชีพบอดีการ์ดของผม โต๊ะรกๆของท่านประธานเป็นอย่างแรกที่ผมแสนจะขัดใจ แฟ้มเอกสารมากมายที่กองสุมกันอยู่นั่นไม่น่าเป็นไปได้ที่ใครจะหาของเจอ แม้แต่ตัวเจ้าของโต๊ะเองก็ตาม คิ้วเข้มของเจ้านายปากร้ายของผมขมวดเข้าหากันเหมือนคนกำลังใช้ความคิด มือขวาที่จับปากกาอยู่ขีดเขียนอะไรต่อมิอะไรให้วุ่นวายไปหมด ส่วนมืออีกข้างที่ว่างถือกล่องนมเปรี้ยวที่กินค้างไว้ส่งเข้าปากตัวเอง

เนื่องด้วยโต๊ะผมอยู่เยื้องกับโต๊ะของคุณอิสริยะเลยทำให้ผมเห็นใบหน้าด้านข้างของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน จมูกโด่งคมสวยจนผมยังรู้สึกอิจฉา ดวงตาเรียวรีกับแววตาจริงจังมั่นคงนั่น ไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่สาวๆที่ไหนมาเห็นเป็นต้องตกหลุมเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น ใบหน้าขาวเนียนใสจนทำให้ผมจินตนาการไปว่าพอถึงเวลาเลิกงานกลับคอนโดปุ๊บไอ้เจ้านายหน้าหล่อของผมคนรีบวิ่งไปเปิดตู้เย็นพร้อมควักครีมพอกหน้ากระปุกใหญ่มาละเลงใบหน้าประทินผิวตัวเองแน่ๆ...ผมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อนึกถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยครีมสีเข้มๆเหลือไว้เพียงตากับปาก สายตาคมของคนที่กำลังจริงจังกับงานตวัดมาหาผม

“หัวเราะอะไร มีเรื่องให้ขำมากนักหรือไง ฉันทำงาน ต้องใช้สมาธิ”

“ขอโทษครับ” ผมเอ่ยขอโทษให้เจ้านายเบาๆทั้งๆที่ในใจยังขำไม่หาย ตอนนายหมีพอกหน้านี่มันตลกชะมัด นี่ขนาดผมจิตนาการเอาเองนะเนี่ย ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็... ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะฮาขนาดไหน

 


 

“เฮ้ย ปกติพี่ฮั่นแกเฮฮาจะตาย ทำไมถึงได้พูดอะไรอย่างนั้นใส่แกงส้มได้ล่ะ พี่อยู่กับแกมาตั้งนานไม่เคยเห็นแกหงุดหงิดใส่พี่ซักครั้งเลยนะ” คุณจารุวัฒน์เลขาตัวกลมที่บังคับให้ผมเรียกว่าพี่โดมพูดขึ้นระหว่างที่กำลังสอนงานให้ผม

“ผมว่าคุณอิสริยะคงไม่อยากให้ผมมาทำงานนี้มั้งครับ ดูท่าทางก็รู้ว่าไม่เต็มใจ” ผมบอกพลางคิดถึงคนที่นั่งอยู่อีกห้องนึงที่หน้าบูดตลอดเวลาที่ผมใช้ห้องนั้นด้วย ถามว่าผมอึดอัดมั้ยที่ต้องทำอย่างนี้ ผมตอบได้คำเดียวครับว่ามากกกก อย่างที่ผมเคยพูดไป ไม่เคยมีงานไหนของผมที่ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดได้เท่างานนี้มาก่อน

“ไม่หรอกมั้ง พี่ฮั่นออกจะกังวลด้วยซ้ำว่าควรทำตัวยังไง เมื่อวานเค้ายังคุยกับพี่เรื่องนี้อยู่เลย”

“ที่คุณอิสริยะคุยกับคุณจา...ขอโทษครับ ที่คุยกับพี่โดมอาจจะเป็นคนละเรื่องที่คุยกับผมก็ได้ครับ คุณสองคนสนิทกัน ส่วนผมเป็นคนนอก คงต้องใช้เวลาซักพักในการปรับตัว ถ้าคุณอิสริยะยอมร่วมมือนะครับ”

“เออช่างเถอะ เดี๋ยวพี่ค่อยคุยกับพี่ฮั่นอีกที งานของแกงก็ไม่มีอะไรต้องดูมากหรอก พี่ยกหน้าที่ดูแลพี่ฮั่นให้แกงหมดเลย ไม่มีอะไรให้ต้องดูแลมากหรอก พี่ฮั่นไปไหนแกงก็ไปด้วยทุกที่แค่นั้นเอง” คำพูดที่ฟังดูง๊ายง่ายแต่เวลาทำจริงๆมันไม่ได้ง่ายอย่างที่พูดนี่น่ะสิครับ

“พี่โดมครับ พี่โดมพอจะทราบมั้ยครับว่าทำไมคุณอิสริยะต้องจ้างบอดีการ์ดด้วย ผมทราบแค่ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานแต่งล่มที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งไปทั่ว แต่ผมอยากทราบเหตุจูงใจจริงๆของเรื่องนี้น่ะครับ” ผมถามสิ่งที่คาใจอยู่ออกไป

“เอ่ออ...เรื่องนั้น...พี่...พี่ก็...” พี่โดมอึกๆอักๆเหมือนไม่อยากบอก ผมว่าเรื่องนี้มันต้องมีอะไรมากกว่าที่ผมรู้แน่ๆ หรือว่าจะเป็นเรื่องราวชิงรักหักสวาทแบบที่ชอบเห็นในละครไทยกันนะ จากตอนแรกที่ผมคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆจะไปน่ากลัวอะไร ตอนนี้ผมชักจะต้องเริ่มคิดใหม่แล้วสิครับ

“อย่าอยากรู้มากได้มั้ย นั่นไม่ใช่เรื่องของนายซะหน่อย ทำหน้าที่ของตัวเองก็พอ อย่ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉัน” เสียงเข้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง ไม่ใช่เพียงแค่ผมเท่านั้นหรอกครับที่ตกใจ พี่โดมก็ดูจะตกใจอยู่ไม่ต้องเหมือนกัน

“พี่ฮั่น มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมดเลย” พี่โดมบ่นอุบ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเมื่อกี๊บทสนทนาของเราไม่ได้พาดพิงถึงคนที่มาใหม่แต่อย่างใด

“ก็มาทันที่แกกำลังจะนินทาพี่ให้นายบอดีการ์ดคนนี้ฟังนี่แหละ...มาชวนไปกินข้าว” ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังเอ่ยชวนพี่โดม

“ป๊ะพี่ หิวพอดี ไปด้วยกันสิแกงส้ม” ผมกำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธคนตัวกลมที่เอ่ยปากชวนผม

“แกจะไปชวนคุณบอดีการ์ดเค้าทำไม ยังไงมันเป็นหน้าที่ของเค้าอยู่แล้วนี่ ที่จะต้องคอยดูแลพี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ต่อให้นายไม่ชวนเค้าก็ต้องไปด้วยอยู่ดี” ผมตวัดสายตาไปมองคนเป็นเจ้านายที่ยักไหล่ใส่ผมอย่างไม่ใส่ใจทันที สาบานเถอะครับว่าที่พูดอยู่นั่นปาก มันน่า... ฮึ่ย

“พี่ไปกินอะไรมาเนี่ยพี่ฮั่น อารมณ์ไม่ดีอย่างกะสตรีมีรอบเดือน เม็นต์มาเหรอครับ? ฮ่าๆๆ เหวี่ยงกันไปกัดกันมาแบบนี้ระวังตอนจบจะรักกันนะพี่ฮั่น แกงส้ม ฮิ้วววววววว... ป่ะๆๆ ไปกินข้าว ใครไม่หิวแต่กระผมหิวครับ”

พี่โดมลากเจ้านายอารมณ์บูดข้างนึง ส่วนมืออีกข้างนึงดึงตัวผมให้เดินตามกันไปด้วย ผมพยายามตั้งสติกับทุกๆก้าวที่เดินออกไปพร้อมๆกับบอกตัวเองว่า...นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เฮ้อ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // เอาข่าวดีหรือข่าวร้ายก่อนดี? ข่าวดีละกันเนอะ....ข่าวดี(ของแม่หมู)ก็คือ วันศุกร์นี้ก็จะได้เจอลูกหมูแล้วววววววว เย้!!!!!!! ส่ววนข่าวร้าย... ตอนหน้าลงได้อย่างเร็ววันจันทร์ หรืออย่างช้าไม่รู้เมื่อไหร่ #อ่าว

คือ วันศุกร์นี้แม่หมูจะหนีตามลูกหมูไปแม่ฮ่องสอนค่ะ พอวันเสาร์ส่งลูกหมูกกลับก็จะไปเที่ยวปายต่อเป็นรางวัลชีวิตเล็กๆน้อยๆกว่าจะกลับเชียงใหม่ก็คงวันอาทิตย์ วันจันทร์ก็มีงานโปรเจ็คจบต้องเคลียร์ ส่วนรายงานก็มีมันทุกวิชาจนอยากถามอาจารย์อยู่เหมือนกันว่าจะสั่งอะไรกันนักกันหนา แถมยังให้เขียนด้วยลายมือทุกหน้าอีกต่างหาก(อาจารย์อยากถอดความศิลาจารึกแม่หมูตุ้ยเหรอคะ?) ดังนั้นก็...อย่างที่ทราบนะคะ ตอบไม่ได้ว่าจะมาอัพได้อีกเมื่อไหร่ แต่...เดี๋ยวมันก็มาค่ะ 5555

สำหรับ Bear Family ท่านที่สนใจรวมเล่ม ไม่รู้ว่ารอจนไม่อยากได้ไปแล้วหรือเปล่า แต่แม่หมูยังไม่ยุบโครงการนะคะ ตั้งใจว่าจะทำจริงๆ ถ้าคืบหน้ายังไงจะมาแจ้งให้ทราบ แล้วถ้าได้ราคามาแล้วคิดว่ามันไม่แพงเกินไป แม่หมูจะทำรวมเล่มแน่นอนค่ะ ไว้แม่หมูกลับมาจากทริปแม่ฮ่องสอนแล้วจะแจ้งรายละเอียดอีกทีนะคะ ณ ตอนนี้แม่หมูลองรวมไปแล้วเกือบ 30 บท ปรากฏว่ามันก็ 300 กว่าหน้าแล้วอ่ะค่ะ ถ้ารวมทุกตอนบวก SF และตอนพิเศษ(ซึ่งเดี๋ยวจะกลับมาแจ้งให้ทราบว่ามีอะไรบ้าง) ก็อาจปาเข้าไปเกือบ 600 ก็เลยอาจจะ(เน้นว่าอาจจะ) แยกเป็น 2 เล่มนะคะ..... เดี๋ยวแจ้งอีกทีเนอะ

Bear Bodyguard ก็ฝากติดตามกันต่อไปนะคะ เรื่องจะเป็นยังไงต่อจะถูกใจหรือไม่มาดูกัน อิอิ

ปล. สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน SF ตอนพิเศษมว๊ากกก "Happy Birth Day to my Big Bear # เรื่องรักเล็กๆของแม่หมูตุ้ย" แวะเข้าไปเยี่ยมกันได้ที่นี่เลยนะคะ http://writer.dek-d.com/chubby-pig/writer/viewlongc.php?id=881279&chapter=12

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1016 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 01:47
    เอิ่ม..พี่ฮั่น
    ดูรูปแกงแล้ว...
    "ทันที่เห็นหน้าแกง ดวงตากลมที่มองตรงมาทางผม"
    เอ่อ.. เค้าถ่ายรูปติดเอกสารเหอะนะพี่
    555555555555555555555
    นี่พี่สนใจบอดี้การ์ดจริงๆล่ะนะ

    . . .

    พี่ฮั่นโหดๆ กลบความเขินป่ะเนี่ย
    แหม่ ! พ่อคู๊นน


      
    #1,016
    0
  2. #1014 BlackDragon_MN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2556 / 04:39
    สนใจด้วยจ๊ะ ลงชื่อๆๆ อ่านบ้างอ่านไม่ทันบ้าง ก็เลยข้ามไปข้ามมา เลยไม่ค่อยจะครบจะเต็มเท่าไหร่ เลยต้องสั่งรวมเล่มมาจัดซะละ อิอิ wfl_11&hotmail.com BlackDragon นะจ๊ะ
    #1,014
    0
  3. #460 bull (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 11:57
    พี่ฮั่นนนนนเก๊กป่าวเนี่ยยยย 5555
    #460
    0
  4. #276 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 16:27
    โอ้ยย หมั่นไส้พี่ฮั่นนน เป็นอะไรนักหนาห้ะะ เขินหรอ 55555 พี่แกงใจเย็นๆไว้ ชอบที่พี่โดมพูดตอนสุดท้ายมากจริงๆ เลิฟอ่ะ >\\< 55555
    #276
    0
  5. #263 Ninewjomzon_33 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 13:48
    หมีโหดจังแว๊ะ !!


    เดียวเถอะน้องแงจะปราบหมีให้สยบบบบ
    #263
    0
  6. #204 TheDreamTD (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 14:13
    พี่หมีมาทำเป็นเหวี่ยงใส่พี่แกงนะ ถ้าเจอพี่แกงเหวี่ยงคืนมีเงิบแน่นอนพี่หมี 555555
    #204
    0
  7. #78 happyf (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:30
    แกงน่ารักอ่ะ:) พี่ฮั่นแอบเก็กนะ ชอบๆเรื่องนี้จ้า จะรอตอนต่อไปนะคะ:)
    #78
    0
  8. #69 Cucci (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 20:09
    ทำไมพี่ฮั่นทำอย่างเน้ แหม่ รู้น่าว่าเก๊ก 5555

    เป็นกำลังใจให้แม่หมูนะคะ ^^
    #69
    0
  9. #58 #kimki-'mine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 16:06
    แหม~ พี่ฮั่น ทำเป็นบ่นไป
    จริงๆแล้วทำตัวไมู่ถูกล่ะสิ 555
    พี่โดมนี่ก็แอบชงตลอด -///-
    #58
    0
  10. วันที่ 24 มกราคม 2556 / 22:33
    แหม๊ ทำเปนด่าเค้า
    ไม่อยากให้เค้าดูแล
    ตอนสุดท้ายก็ชอบเค้า 555
    #56
    0
  11. #54 minnava (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2556 / 02:32
    พี่ฮั่นปากร้ายมากกกกกกกกกก แกงส้มทนหน่อยนะลูกกกก
    #54
    0
  12. #53 lemon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2556 / 00:48
    จัดเต็มใส่น้องเลยนะ

    ตกหลุมรักน้อง ก้อเลยกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองล่ะสิ

    #53
    0
  13. #50 ไม่จิ้นแต่อินหนัก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 19:53
    อยากจะรู้จริงจริ๊งงงง ว่าตอนมันจะสารภาพว่ารักน้องมันจะทำยังไง

    เล่นใส่น้องซะเยอะขนาดนั้น



    สนุกมาค่ะ แม่หมู รออ่านอยู่เสมอ ๆ นะคะ
    #50
    0
  14. #49 nnnuiiiz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 18:58
    ปากไม่ตรงกับใจนะคะพี่ฮั่น >//////////<
    #รอแม่หมูเสมอค่าาา ^___^)/
    #49
    0
  15. #48 nnnuiiiz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 18:57
    ปากไม่ตรงกับใจนะคะพี่ฮั่น >//////////<

    #รอแม่หมูเสมอค่าาา ^___^)/
    #48
    0
  16. #47 jewel *28 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 18:39
    พี่ฮั่นเหวี่ยงไปไหมเนี่ย ไปกินรังแตนที่ไหนมา 555 พี่แกงใจเย็นๆนะ อย่าเพิ่งวู่วาม พี่โดมชง ชอบมากอ่ะ ทะเลาะกันไปมา ระวังรักกัน >< รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #47
    0
  17. #46 เด๋กดี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 14:25
    หมีใจเย็นหน่อยสิ ไปอารมณ์เสียกับคนอื่นทำไมเนี่ย



    #46
    0
  18. #45 pigpigpig1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 14:13
    อิพี่หมีแกเป็นไรของแกเนี่ย พอบอดีการ์ดแกงส้มมาก็รมณฺ์เสียเลย
    เรื่้องน่าสนุกมากเลยค่ะ อยากอ่านต่อนะเนี่ย

    เรื่องรวมเล่มยังรออยู่นะคะ พร้อมเมื่อไรบอกน๊า
    เป็นกำลังให้แม่หมูในทุกๆ เรื่องเลยนะคะ

    เืที่ยวให้สนุกนะคะ 
    ดีใจด้วยน๊าที่แม่หมูได้ตามลูกหมูอีกแล้ว
    ขอให้สนุกและมีความสุขมากๆ นะคะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 มกราคม 2556 / 14:05
    #45
    0
  19. #43 เจ้าหญิง_ขี้ลืม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 13:22
    แหม พี่หมี ทำเป็นเข้มนะ
    #43
    0
  20. #42 BorderLast (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 13:00
    แกงเข้ามาพี่ฮั่นก็หน้าบึ้งเป็นหมีขาดน้ำผึงซะและ 
    จะรอดไหมเนี๊ยทั้งสองคน
    #42
    0
  21. #40 mint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 12:29
    แม่หมู ฟิคน่ารักมากเลยค่ะ ><

    เคยเจอแต่พี่ฮั่นเป็นบอดิการ์ดด 5555

    ชอบมากๆเลยค่ะแม่หมู *กัดหมอน* >0<



    ****รออ่านตอนต่อไปนะคะ/// ^^
    #40
    0
  22. #39 Ya-nang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 12:24
    สนุกอ่ะ คิดถึงภาพวันเล่นโบลิ่ง ที่น้องแกงเอามือกันพี่ฮั่นขึ้นรถตู้เลยอ่ะ

    หน้าโหดอาเรื่องเชียว...บอดีการ์ดแกง..อิอิ
    #39
    0