[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 14 : Chapter 14 :: มันไม่ใช่คำสั่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 เม.ย. 56

   

 

Chapter 14 :: มันไม่ใช่คำสั่ง

 

KangSom :D


                ผมเกือบจะหัวเราะออกมาอยู่แล้วเมื่อผมกับคุณฮั่นถามขึ้นพร้อมๆกัน และคำถามนั้นก็เกี่ยวกับผู้หญิงคนเดียวกันซะด้วย แต่คุณฮั่นคงไม่มีอารมณ์ขันเหมือนผม เพราะเจ้าของใบหน้าคมยังจ้องผมนิ่ง

                “นายตอบคำถามพี่มาก่อนแกงส้ม ไปรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นได้ยังไง” เสียงนั่นราบเรียบจนถ้าไม่ฟังดีๆ ผมคงไม่ได้ยินคำว่า พี่ อยู่ในประโยค หัวใจเต้นอย่างลิงโลดที่ พี่ฮั่นของน้องแกง กลับมาเสียที แต่ผมก็ต้องรีบหยุดหัวใจตัวเองไว้แค่นั้น เพราะนั่นอาจเป็นเพียงความฝันลมๆเล้งๆ

                “เธอทำกาแฟหกใส่ผมเมื่อหลายวันก่อนครับ แล้ววันนี้เธอก็เอาเสื้อของผมมาคืน” ผมชูแจ็กเก็ตในมือให้คุณฮั่นดู ดวงตาคมชายตาไปมองเสื้อสีครีมของผมเพียงแว้บเดียวเท่านั้น ก่อนที่มันจะจับจ้องอยู่ที่ผมตามเดิม

                “ติดต่อกันมานานแล้วงั้นสิ”

                “คุณฮั่น!” ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าน้ำเสียงของ คุณอิสริยะ คนแรกที่ผมเจอเมื่อตอนผมมารายงานตัวเข้าทำงานจะกลับมาหาผมอีกครั้ง เสียงของ คุณฮั่น เมื่อไม่กี่วันก่อนยังดีว่าเสียง คุณอิสริยะ คนนั้นเป็นไหนๆ

                “ก็ไม่แปลกที่นายจะไปคุยกับสาวที่ไหนหรอกนะ แต่ไม่ใช่ในเวลาที่นายทำงานให้ฉัน” ตอนแรกผมคงหูฝาดไปจริงๆที่ผมได้ยินคำว่า พี่ คงเป็นเพราะผมคิดถึงมันจนเพ้อไปเองเท่านั้น

                “ผมทราบครับ คุณอิสริยะ”

                “ทราบเหรอ? นายพูดว่าทราบอย่างนั้นเหรอ แล้วเมื่อกี้นายเรียกฉันว่าไงนะ คุณอิสริยะ อย่างนั้นเหรอ มันไม่ห่างเหินไปหน่อยเหรอแกงส้ม จากคนที่เคยเรียกกันว่า พี่ฮั่น น่ะ” เสียงของคุณฮั่นดังขึ้นจนคนที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปหันมามอง สายตาไม่กี่คู่ในร้านกาแฟเล็กๆจ้องมาทางเรา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บทสนทนาหยุดลง ใครจะสนใจก็สนไปสิ

                “ผมยืนยันด้วยเกียรติของผมว่าผมไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณพูด ผมไม่เคยติดต่อกับเธอ แม้แต่ชื่อเธอผมคงไม่รู้จักด้วยซ้ำ และถ้าคุณอิสริยะจำได้ ผมกำลังจะถามคุณว่า คุณรู้จักผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า” ผมกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว แม้เล็บผมจะถูกตัดจนสั้น แต่เมื่อมันจิกลงไปในเนื้อ ผมก็ยังรู้สึกเจ็บ

เจ็บสิแกงส้ม...แกจะได้จำไง แล้วแกจะได้เลิกคิดถึงพี่ฮั่นของแกซะที

                “อย่างนั้นหรอกเหรอ ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าคนที่นั่งยิ้ม นั่งหัวเราะกันอย่างสนิทสนม จะไม่รู้จักกันถึงขนาดไม่รู้ว่าชื่อว่าอะไร แต่ฉันพนันได้เลยนะ ว่าผู้หญิงคนนั้นรู้จักนาย...รู้จักดีซะด้วย เพราะถ้าจำไม่ผิด ฉันได้ยินเหมือนเธอจะเรียกนายว่า พี่แกงส้ม นะ”

                ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกจากปาก ผมเหมือนเป็นใบ้ไปชั่วขณะ ในขณะที่คุณอิสริยะยังพูดไม่หยุด

                “ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนสมัยนี่ล่ะมั้ง ไม่รู้จักกันก็ไม่เป็นไร ขอให้ถึงใจก็พอ ถ้าให้ฉันเดา นี่คงสนุกกันจนลืมถามชื่อแซ่เลยสินะ”

                “คุณอิสริยะ!” ความอดทนผมถึงขีดสุด ผมไม่ยอมให้เขาพูดอะไรพล่อยๆอย่างนี้ต่อไปอีกแล้ว “คุณอาจจะคิดว่าผมเหมือนคุณ แต่ขอโทษ ผมให้เกียรติผู้หญิงมากพอ และผมก็ให้เกียรติตัวผมเองมากเช่นกัน ถ้าความจริงที่ผมบอกคุณไปทั้งหมดไม่สามารถทำให้คุณเชื่อได้ ผมก็จะไม่ขออธิบายอะไรต่อไป”

                “แกง...” แววตาของคุณอิสริยะอ่อนลงเหมือนเพิ่งจะคิดอะไรได้ แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว ผมไม่มีทางอ่อนตาม และจะไม่หลงเชื่อสายตาที่อาจพร่ามัวไปแล้วของตัวเองเป็นอันขาด

                “ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ขอลาออกให้คุณดูถูกผมอีกแน่นอน ผมจะยังทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดต่อไป คุณรู้อะไรไหมครับคุณอิสริยะ ตอนแรกผมอาจหูฝาดก็ได้ เหมือนผมจะได้ยินคุณแทนตัวเองว่าพี่ ซึ่งมันทำให้ผมดีใจมาก เพราะผมอยากให้บรรยากาศดีๆที่เป็นได้แค่อดีตกลับมาหาผม แต่นั่นก็คงเป็นได้แค่ฝันลมๆแล้งๆ ความฝันของบอดีการ์ดคนหนึ่งที่อยากให้เจ้านายสบายใจเหมือนอยู่กับคนในครอบครัว มากกว่าอยู่กับลูกจ้างคนหนึ่ง...”

พูดมาถึงตรงนี้ ผมชักเริ่มไม่แน่ใจในคำพูดตัวเองเสียแล้ว ผมอยากให้เจ้านายสบายใจจริงหรือ? หรือผมอยากให้ตัวเองสบายใจ? ผมปฏิเสธไม่ได้แม้แต่น้อยว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุด นับตั้งแต่มาเป็นบอดีการ์ดของเขา

                “...คุณถามผมใช่ไหมครับว่าทำไมผมถึงได้เรียกคุณว่าคุณอิสริยะ ทั้งๆที่ครั้งหนึ่งผมเคยเรียกคุณว่าพี่ฮั่น คงเป็นเพราะ พี่ฮั่นคนนั้นเขาไม่อยากได้น้องชายอย่างผมแล้วล่ะมั้งครับ เขาเลยเลิกแทนตัวเองว่า พี่ กับผม แล้วไม่เคยมองผมเป็นน้องอีกเลย ตอนนั้น ผมถึงได้รู้ตัวว่า ผมไม่มีค่าพอจะเป็นน้องของใคร โดยเฉพาะคนอย่างคุณ...คุณอิสริยะ”

                ผมกระแทกเท้าเสียงดัง อยากจะพาตัวเองออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไร สุดท้ายผมกับเขาก็ต้องเจอหน้ากันอีกอยู่ดี ผมไม่สามารถเลี่ยงเขาได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

                “แกง... คือพี่...”

                “อ่อ! ผมเกือบลืมไป...” ผมเลือกจะไม่สนใจคำว่า พี่ และ แกง ที่กลับมาหาผมอีกครั้ง “...นี่ครับ กาแฟของคุณ” ผมกระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างแรงจนแก้วกระดาษนั้นไม่สามารถทนแรงกระแทกนั้นไหว มันยับย่นลงบนวัตถุที่แข็งกว่า พนักงานร้านวิ่งวุ่น ขอโทษขอโพยทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา พนักงานชายคนหนึ่งเช็คคราบกาแฟที่หกอยู่ระหว่างผมกับคุณอิสริยะ

                “แกงส้ม”

                ไม่สนใจ... ผมบอกตัวเองอย่างนั้น ผมหันหลังกลับโดยบังคับตัวเองให้มองไม่เห็นใบหน้าเสียใจ และสายตาขอโทษของคนเป็นเจ้านาย สิ่งเดียวที่ผมรู้ตอนนี้คือ ผมต้องพาตัวเองออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อย่างน้อยผมจะได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง เพียงไม่กี่วินาทีก็ยังดี ผมยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับอดีตพี่ฮั่นที่แสนดี ที่อยู่ดีๆกลายเป็น คุณอิสริยะ คนเจ้าอารมณ์ที่ไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย

                ผมรีบพาตัวเองออกจากร้านกาแฟเล็กๆ ไม่สนใจว่าจะมีสายตากี่คู่ที่หันมามอง ดูเหมือนว่าความพยายามของคุณอิสริยะจะมีเหลือมากเกินไป เพราะเสียงห้าวยังตะโกนตามหลังผมด้วยประโยคที่เล่นเอาผมก้าวสะดุด

                “แกงส้ม!! พี่ขอโทษ!!

                “ขอโทษงั้นเหรอ” ผมพึมพำกับตัวเอง คุณอิสริยะขอโทษผม... ประโยคนั้นหยุดผมได้เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ผมหันกลับไปเพื่อสบสายตาคนพูด และนั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างมากของผมในวันนี้

                ผมคงคิดไปเองว่าในดวงตาคมคู่นั้นมีน้ำใสๆคลออยู่ มันคงเป็นการเล่นกลของแสงอาทิตย์ที่จ้าเกินไปของช่วงเวลาบ่าย ดวงตาเว้าวอนและรู้สึกผิด เหมือนกับเขากำลังขอร้องไม่ให้ผมเดินจากไปโดยไม่ต้องใช้คำพูด ขาผมถูกตรึงอยู่ตรงนั้นด้วยมือที่มองไม่เห็น ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่สายตาของผู้ชายคนนี้เท่านั้น ก็สามารถทำให้ผมไปไหนไม่รอด...

                ไปไหนไม่รอดเหรอ? คนอย่างธนทัตไม่มีคำว่าไม่รอด...

                “อย่าขอโทษเลยครับ คุณอิสริยะไม่ผิด ยังไง...ผมขอตัวก่อน” ผมกัดฟันพูดอย่างนั้นออกไป แม้ในท้องของผมตอนนี้กำลังเกิดอาการประหลาด ผมโทษคนๆนั้นที่ทำให้มันบีบเกร็งจนผมทนแทบไม่ไหว คำขอโทษพร้อมสายตาที่มองมาเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะมันทำให้ผมเชื่อเขาอย่างสนิทใจ ผมฝืนตัวเองที่สุดที่จะพูดกับเจ้านายด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่รับรู้ ผมบังคับขาที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งให้ขยับไปในทิศทางตรงกันข้าม พาตัวเองไปให้ไกลที่สุดจากคนๆนั้น แม้ว่า...

                “นายหนีพี่ไม่พ้นแกงส้ม นายอยากจะหันหลังหนีพี่ก็เชิญ แต่ยังไง พี่ก็จะตามนายเจอ อย่าลืมสิว่านายเป็นบอดีการ์ดของพี่ บอดีการ์ดที่จะต้องดูแลพี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

                ...แม้ว่าความจริงจะเป็นอย่างที่คุณอิสริยะพูดทุกประการก็ตาม

                “ผมทราบดีครับ และผมก็ไม่ได้หนี” รีบออกไปจากที่นี่ซะที KS ผมบอกตัวเองให้รีบจ้ำออกไป ผมรู้ครับ...อีกไม่นานเขาจะต้องตามมาทัน และผมก็ยังไม่รู้...ไม่รู้ว่าผมจะรับมือเขายังไงต่อไปเหมือนกัน



 

                แล้วผมจะหนีไปไหนได้... จะให้ผมหนีไปอยู่กับพี่โดมเหรอ ยังไงไอ้เจ้านายบ้านั่นก็ต้องตามผมเจออยู่ดี สุดท้ายผมจึงเลือกมาอยู่ที่ห้องทำงานของเขา บ้าใช่ไหมครับ...ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ แต่อย่างกับผมมีทางเลือก คุณอิสริยะพูดถูก ไม่ว่ายังไงผมก็หนีเขาไปไม่ได้ ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะไม่หนี ทั้งๆที่รู้ว่าต่อจากนี้ไปทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม มันแย่กว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

                ผมไม่รู้ว่าผมควรจะขอบคุณเจ้านายของผมดีหรือไม่ คุณอิสริยะไม่ได้ตามผมมาอย่างรวดเร็วอย่างที่ผมคาดเอาไว้ ห้องท่านประธานที่คุ้นเคยเงียบเสียจนผมได้ยินเสียงลมหายใจ และจังหวะหัวใจที่ยังเต้นรัวอยู่ในอก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรืออารมณ์อะไรที่ทำให้ผมเป็นอย่างนี้

                “อย่าเพิ่งเข้ามานะพี่ฮั่น ขอเวลาผมอยู่คนเดียวอีกซักพักเถอะ ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกของผมตอนนี้คืออะไร ผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร เฮ้อออออ” เคยไหมครับที่รู้สึกอึดอัดจนอยากตะโกนออกมาดังๆ ผมเป็นอยู่เลยครับตอนนี้ แต่จะให้ผมตะโกนออกมาดังๆคงทำไม่ได้

                “นายขอพี่ช้าไปนะแกง ขอโทษที พอดีพี่เปิดประตูเข้ามาแล้ว แต่ถ้าอยากอยู่คนเดียว พี่ออกไปก่อนก็ได้นะถ้าแกงต้องการ” เสียงอ่อยๆของเจ้านายทำให้ผมรู้ว่าเวลาอยู่คนเดียวของผมหมดลง เสียงพูดนั่นอ่อนลงกว่าที่ผมได้ยินที่ร้านกาแฟหลายเท่า และเสียงนั้นทำให้ผมใจอ่อน...อีกครั้ง ยังดีที่ผมยังไม่ได้สบตาเขา ไม่อย่างนั้น ผมคงวิ่งเข้าไปสวมกอดเจ้านายไปแล้ว

                เดี๋ยวนะ...เมื่อกี๊ผมบอกว่าผมจะวิ่งเข้าไปกอดเจ้านายเหรอ? ทำไมผมถึงมีความคิดอย่างนั้นในสมองได้

                ต้องโทษมือเหนียวหนับที่สวมกอดผมในหลายคืนที่ผ่านมา เหมือนกับว่ามันผ่านมาเนิ่นนานชั่วชีวิต เหมือนว่านานมากแล้วที่เจ้านายนอนกอดผมตอนที่เขาคิดว่าผมหลับ และผมก็อยากจะเขกกะโหลกตัวเองเหลือเกินที่ไม่ยอมขืนตัวออกมาจากอ้อมกอดอบอุ่น เหมือนมีเสียงกระซิบดังมาจากหัวใจบอกผมว่า การกระทำ การยอมรับเงียบๆแบบนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ตัวผมที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนนั้น เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด

                แปลก...แต่มันเป็นไปแล้ว และผมก็หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเป็นอย่างนั้น

                ความกระตือรือร้นที่จะตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้เจ้านายกิน การคิดเมนูอาหารเช้าและเย็นแต่ละวันของเจ้านายที่ผมทำให้มากกว่าแค่เป็นบอดีการ์ด ทั้งๆที่ชีวิตปกติของผมก็ไม่ได้ใส่ใจกับอาหารการกินมาขนาดนี้ ผมเคยคิดด้วยซ้ำว่าจะทำอาหารใส่ปิ่นโตมาอุ่นกินกันที่ทำงานตอนเที่ยง หรือการคิดจะไปตระเวนชิมร้านอาหารใหม่ๆ ทั้งหมดนี้มันเกินกว่าหน้าที่บอดีการ์ด ผมรู้ดี แต่ผมก็ยังทำ...ทำโดยไม่เกี่ยงงอนเสียด้วย

                “พี่ถือว่าการที่นายเงียบแปลว่านายยังอยากอยู่คนเดียว นายคงยังไม่อยากเห็นหน้าพี่สินะ ได้แกงส้ม...พี่ออกไปก่อนก็ได้ แต่พี่ดีใจนะ เพราะอย่างน้อยตอนที่พี่ไม่อยู่ด้วย แกงก็ยังเรียกพี่ว่าพี่ฮั่นเหมือนเดิม” ผมทำผิดมหันที่เงยหน้าขึ้น สุดท้ายผมก็เจอดวงตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจของเจ้านาย แล้วผมจะไล่เขาออกไปจากห้องของเขาได้ยังไง

                “ไม่ต้องหรอกครับคุณอิสริยะ นี่เป็นห้องทำงานของคุณ คุณมีสิทธิ์ที่จะเข้ามาในห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ผมเป็นคนนอก เป็นลูกจ้างของคุณ ผมไม่มีสิทธิ์ไล่คุณออกจากห้องของตัวเองหรอกครับ” ผมผุดลุกขึ้น ค้อมศีรษะเล็กน้อยให้คนเป็นเจ้านาย ท่าทางเป็นทางการที่สุดถูกหยิบขึ้นมาใช้ แม้ความห่างเหินที่แสดงออกนั้นจะทำร้ายหัวใจผมก็ตาม มันทำร้ายผมอย่างมากโดยเฉพาะเวลาที่ผมเห็นสายตาแบบนั้นของเขา แต่ผมก็ยังฝืนทำ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ผมควรทำตลอดมา...

                เปลือกตาหนาปิดบังสายตาคมจากการมองเห็นของผม คุณอิสริยะหลับตาลงแล้วถอนใจเสียดัง นานอยู่เหมือนกันกว่าเขาจะรวบรวมคำพูดออกมาได้

                “งั้นพี่ขอเข้าไปก็แล้วกัน ถ้านายจะอนุญาต”

                “ผมคงอนุญาตไม่ได้ เพราะผมไม่มีสิทธิ์” ผมย้อนคำเจ้านายไป ท้องผมหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วหนักๆถ่วงอยู่ เท่าที่จำได้ ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน และผมเป็นแบบนี้บ่อยขึ้นเมื่ออยู่ใกล้เจ้านายคนนี้

                “นี่แกงไม่คิดจะเรียกพี่ว่าพี่ฮั่นอีกแล้วใช่ไหม เวลาที่แกงอยู่ต่อหน้าพี่” คุณฮั่นพูดเบาๆเมื่อก้าวมายังโต๊ะประจำตำแหน่งของตัวเอง คนตัวใหญ่ทิ้งน้ำหนักลงบนเก้าอี้อย่างแรงจนมันส่งเสียงร้องเอี๊ยดอ๊าด ศอกทั้งสองข้างวางบนโต๊ะตัวใหญ่ ก่อนคนเป็นเจ้านายจะซุกหน้ากับฝ่ามือของตัวเอง ไหล่ที่เคยผึ่งผายงอลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงถอดหายใจหนักๆอีกหลายครั้งดังลอดออกมาจากฝ่ามือ ผมไม่อยากจะเดาเลยว่าหลังอุ้งมืออุ่นทั้งสองข้าง คุณอิสริยะได้ซ่อนสีหน้าอะไรของตัวเองเอาไว้จากผม

                ผมควรจะตอบคำถามนี้อย่างไรดี?

                “ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าไม่อยากเรียกพี่ว่าพี่อีกแล้วสินะ” ไม่จริง...ผมเถียงเขาอยู่ในใจ ผมอยากเรียกเขาว่าพี่ฮั่น ผมอยากได้พี่ฮั่นคนนั้นของผมกลับคืนมาที่สุด แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาคือ พี่ฮั่น ไม่สามารถอยู่กับผมได้เสมอไป คนๆนั้นถูกหยิบยื่นมาให้ผมอย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกัน เขาก็จากผมไปรวดเร็วเหมือนกัน ผมไม่แน่ใจว่าการกลับมาของพี่ฮั่นครั้งนี้ จะยาวนานสักแค่ไหน แต่ผมแน่ใจ ว่าผมคงทนไม่ได้แน่ ถ้าเขาจะจากผมไปอีกครั้ง ผมจึงเลือกที่จะไม่ตอบ เพราะผมกลัวเกินไปว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธ

                “คงเป็นอย่างนั้นจริงๆ” ในที่สุดเจ้านายก็เลิกซ่อนใบหน้าตัวเองจากผม ผมไม่อยากคิดไปเองว่าสิ่งที่แสดงชัดเจนอยู่บนนั้นคือความเจ็บปวด “ไม่เป็นไรแกง พี่ไม่ยอมแพ้หรอก พี่จะทำให้นายกลับมาเรียกพี่ว่าพี่ฮั่นให้ได้”

                ดูเขาจะมุ่งมั่นเหลือเกินกับเรื่องเล็กๆแค่นี้ แค่ชื่อที่ผมเรียก มันมีความสำคัญกับเขาขนาดนั้นเชียวหรือ?

                “นายรู้อะไรไหม พี่เกลียดที่ได้ยินคำว่า คุณอิสริยะ จากปากนาย มันห่างเหินจนพี่...” จนพี่อะไร? ผมอยากรู้ว่านั่นมีผลกระทบอะไรกับเขา แต่เจ้านายของผมกลับเปลี่ยนเรื่อง “ช่างเถอะ! นายไม่สนใจหรอกว่าพี่จะรู้สึกยังไง แต่พี่เอาหัวเป็นประกัน ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน พี่ก็จะทำให้นายกลับมาเป็นน้องแกงคนเดิมของพี่ให้ได้”

                น้องแกงคนเดิมของพี่ อย่างนั้นเหรอ? ของพี่...อย่างนั้นเหรอ?

ผมรู้สึกน้ำใสๆที่เอ่อคลอในดวงตา ผมไม่รู้ว่ามันมาจากไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมาได้ยังไง แต่ผมจะปล่อยให้มันแสดงตัวให้คนตรงหน้าเห็นไม่ได้ ผมเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามไล่มันให้กลับไปในที่ของมันอีกครั้ง ผมสั่งตัวเองว่าผมจะไม่ยอมให้ผู้ชายตรงหน้าเห็นน้ำตาของผมเป็นอันขาด ผมจะต้องไม่แสดงออกให้เขารับรู้ ว่าเขามีผลกระทบต่อผมขนาดไหน

“นั่งสิแกงส้ม นายคงไม่อยากยืนอยู่อย่างนั้นจนเลิกงานจริงไหม” ผมเกลียดรอยยิ้มมีเสน่ห์ที่ติดอยู่บนหน้าเขา มันไม่ควรอยู่ตรงนั้นเลย เพราะมันจะทำให้กำแพงที่ผมสร้างขึ้นเปราะบางลงเรื่อยๆ

“ขอบคุณครับคุณอิสริยะ” ผมพึมพำเบาๆ แต่แน่นอนว่าเขาได้ยิน

“คุณฮั่นยังดีกว่าเยอะ ถ้านายไม่รังเกียจ ฉันขอเป็นคุณฮั่นของนายเหมือนเดิมได้ไหม ไม่สิ...ถ้าจะให้ดี พี่อยากเป็นพี่ฮั่นเหมือนเดิม”

“ถ้านั่นเป็นคำสั่ง” ผมควรรีบตะครุบโอกาสนี้ไว้ไม่ใช่หรือ? ทำไมผมปฏิเสธ เฮ้อ นอกจากผมจะไม่เข้าใจคนตรงหน้าแล้ว ผมยังไม่เข้าใจตัวเองอีกหรือนี่

“มันไม่ใช่คำสั่งแกงส้ม ไม่ใช่ แต่มันเป็นคำขอร้อง พี่กำลังขอร้องให้นายเห็นพี่เป็นพี่เหมือนเดิม”

ขอร้อง...นี่เจ้านายกำลังขอร้องผม ผมไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“ทำไมคุณฮั่นถึงขอร้องผมล่ะครับ” ผมไม่ได้ตั้งใจจะเรียกเขาว่าคุณฮั่น ผมอยากจะเรียกเขาว่าคุณอิสริยะ เพื่อจะย้ำเตือนตัวเขาและซ้ำเติมตัวเอง แต่ชื่อนั้นก็หลุดออกจากปากผมไปเร็วเกินกว่าผมจะยั้งตัวเองได้ทัน คงเป็นความอยากรู้อยากเห็นมั้งครับ ผมอยากรู้ว่าคนอย่างเขาจะขอร้องผมทำไม

“นายไม่อยากรู้เหตุผลหรอกแกงส้ม โดยเฉพาะในตอนนี้ เหตุผลของพี่ อาจจะทำให้อะไรๆไม่เหมือนเดิมตลอดไป แต่พี่สัญญานะ ว่าพี่จะบอกเหตุผลของพี่ให้นายฟัง วันหนึ่งที่พี่คิดว่ามันถึงเวลา”

“คุณจะพูดเป็นปริศนาทำไมคุณฮั่น แค่นี้คุณยังเล่นกับความรู้สึกของผมไม่พอหรือยังไง ถึงผมจะเป็นบอดีการ์ด เป็นลูกจ้างของคุณ ผมไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก ที่ไม่ว่าคุณจะทำยังไงกับผมแล้วผมก็จะสามารถยอมรับได้ทุกอย่าง วันนึงดีวันนึงร้าย ผมบอกตามตรงว่าผมตามอารมณ์คุณไม่ทัน” ความอดทนของผมคงหมดอายุ เพราะผมขึ้นเสียงใส่เจ้านายชนิดที่ว่า ถ้าเป็นคนอื่นคงไล่ผมออกโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด แต่สิ่งที่ผมได้รับจากเจ้านายคนนี้คือรอยยิ้ม...รอยยิ้มที่มาผิดที่ผิดเวลาเสียเหลือเกิน

“พี่รู้ว่านายไม่ใช่หุ่นยนต์ ถ้านายเป็นหุ่นยนต์จริง ตัวนายคงไม่นุ่ม กอดแล้วคงไม่อุ่นอย่างนี้หรอก”

“คุณอิสริยะ!!

“นายหน้าแดง” ผมไม่ได้หน้าแดงซะหน่อย ผมอยากเถียงออกไปใจจะขาด แต่ความรู้สึกร้อนวูบวาบบนแก้มทำให้ผมรู้ว่านั่นไม่เป็นความจริง “แล้วนายก็หลบสายตาพี่ แปลว่านายเขิน เหมือนตอนที่พี่เช็ดตัวให้นาย ตอนนั้นนายก็เขิน พี่จำได้” การพูดถึงเรื่องนั้นทำให้ความรู้สึกวูบไหวที่ผมพยายามลืมแล่นกลับมา ความรู้สึกเมื่ออุ่งมืออุ่นแข็งแรงของเจ้านายลูบไล้ไปตามร่างกายของผม แม้จะมีผ้าขนหนูผืนบางขวางกันไม่ให้เนื้อกับเนื้อสัมผัสกัน แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่เกิดขึ้น ดวงตาที่จ้องมองราวกับจะกลืนกิน...

“พี่เดาว่าตอนนี้นายกำลังนึกถึงเรื่องวันนั้น เพราะตอนนี้นายหน้าแดงขึ้นกว่าเดิมอีก” พูดอย่างกับอ่านความคิดผมออกอย่างนั้นแหละ “พี่คงเดาถูกสินะ”

“ผมจำไม่ได้ว่าพะ... ว่าคุณฮั่นพูดถึงเรื่องอะไร” โกหกชัดๆ โกหกไม่เนียนซะด้วย

“ขนาดพี่ยังจำได้เลย แกงจะลืมได้ยังไง”

“นั่นเป็นคำสั่งหรือเปล่าครับ ว่าผมจะต้องจำได้” แถชัดๆ แถสีข้างถลอกอีกต่างหาก

“เฮ้อออ แกงนะแกง มันไม่ใช่การสั่ง แต่เป็นการเตือนความจำ และพี่เชื่อว่าแกงจำได้” ใช่สิ! ใครจะไปลืมลง การต่อปากต่อคำกับเจ้านายไม่มีประโยชน์ ดังนั้น ผมควรสนใจกับหน้าที่ของตัวเองดีกว่า “ทำเป็นไม่สนใจ ไม่ต่อปากต่อคำกับพี่ แปลว่าจำได้ดีแล้วก็เขินพี่ด้วย เอาเถอะ พี่ไม่กวนแกงแล้วก็ได้”

ขอให้ทำได้จริงอย่างที่พูดเถอะ

“แกงส้ม” เห็นไหมล่ะ ไหนบอกว่าไม่กวน เรียกผมอีกละ “มีอีกเรื่องที่พี่ยังไม่ได้พูด ไม่ใช่สิ พี่พูดไปแล้วแต่แกงไม่ฟัง”

“ผมแน่ใจว่าผมฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายอย่างเคร่งครัดแล้วนะครับ”

“เพราะมันไม่ใช่คำสั่งไง มันเป็นคำขอโทษ” จะขอโทษทำไมอีก แค่นี้เขายังทำให้ผมเป็นบ้าไม่พออีกหรือ “พี่ขอโทษนะแกง พี่อาจจะเป็นเจ้านายปากร้าย อารมณ์แปรปรวนเหมือนคนวัยทอง แต่พี่อยากให้แกงรู้เอาไว้นะ ว่าพี่เสียใจทุกครั้งที่พี่พูดไม่ดีออกไป โดยเฉพาะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วก็ที่ร้านกาแฟเมื่อกี้ พี่เสียใจมาก และพี่ขอโทษ จะให้พี่ขอโทษแกงอีกกี่ครั้งพี่ก็ยอม

“พี่ไม่ได้ขอให้แกงให้อภัย แต่พี่อยากให้แกงเข้าใจ ที่พี่ทำไปอย่างนั้นเพราะพี่ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง มันเหมือนเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของพี่ พี่หวังว่าซักวัน เมื่อนายรู้เหตุผลที่พี่เป็นแบบนั้น วันนั้นนายจะเข้าใจ ตอนนี้พี่เข้าใจตัวเองแล้วนะ พี่อาจจะยังไม่เก่งเรื่องนี้ แต่พี่จะพยายามทำให้วันที่พี่ได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้แกงฟังมาถึงเร็วที่สุด”

“คุณพูดอะไรของคุณ ผมไม่เข้าใจ” ปฏิกิริยาอัตโนมัติ...เหตุผล...ความรู้สึกตัวเอง...ยังไม่เก่งเรื่องนี้...อธิบายให้ผมเข้าใจ...อะไรของเขา!

“นั่นไง พี่ว่าแล้วว่านายต้องไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรแกงส้ม ซักวันนายจะเข้าใจ ตอนนี้นายรู้แค่ว่า พี่ขอโทษ และพี่เสียใจ” เท่านั้นน่ะนะ! เขาทำให้ผมแทบบ้าแล้วสุดท้ายมาบอกผมว่าขอโทษ แล้วขอให้ผมเข้าใจ อะไรจะเล่นง่ายขนาดนี้

บทสนทนาที่ผมยังไม่เข้าใจเต็มร้อยยุติลงโดยการที่คุณฮั่นก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนเป็นประธานบริษัทจะต้องอ่านเอกสารอะไรนักหนา ผมทำงานมาได้ซักพักใหญ่ๆแล้วแต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นเอกสารบนโต๊ะทำงานนั้นลดลงซักที

ใบหน้าด้านข้างของเจ้านายหล่อเหลาจนเกือบถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เป็นเพราะใบหน้านั้นทำให้นิสัยท่อมมองของผมแก้ไม่หายซะที ผมคงจ้องเจ้านายนานเกินไปเพราะคนตัวใหญ่ตวัดสายตามาทางผม...แล้วยิ้ม...

ให้มันได้อย่างนี้สิ! ผมรีบหันมาสนใจภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอต่อ เสียงหัวเราะหึหึของเจ้านายชวนให้ผมหงุดหงิด มีอะไรให้ขำนักหนา!

อยู่ดีๆคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็กดโทรศัพท์ ผมรู้ได้ยังไงน่ะเหรอครับ ก็เล่นเปิดลำโพงให้ดังไปทั้งห้องซะขนาดนั้น ผมไม่ได้ยินก็หูหนวกแล้ว เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่สองสามครั้งก่อนที่เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังตอบรับเจ้านาย

“ค่ะคุณฮั่น”

“ต่อโต๊ะคุณโดมให้ผมหน่อย ขอบคุณครับ”

“สักครู่นะคะ” โทรหาพี่โดม ทำไมต้องโทร? ปกติไม่เห็นเคยโทร อีกอย่างห้องก็อยู่ข้างกันแค่นั้น เดินไปหน่อยเดียวก็เจอแล้ว มือถือก็มีแต่ไม่ใช่ วันนี้ดันใช้โทรศัพท์บริษัท อะไรของเขา?

การเรียกร้องความสนใจของเจ้านายได้ผลชะงัก เพราะความอยากรู้ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมาจากสิ่งที่ผมแสร้งทำเป็นสนใจอยู่ แล้วมาเจอกับแววตาวิววับอารมณ์ดีของคนเป็นเจ้านาย

“พี่ฮั่นนนนนน จะโทรมาทำไม ห้องก็อยู่แค่นี้ แล้วเบอร์ต่อตรงห้องทำงานน้องน่ะจำไม่ได้หรือไง ถึงได้โทรไปให้โอเปอเรเตอร์โอนสายให้ โว้ยยยยย ถ้าไม่มีเหตุผลดีๆนะ ผมจะตามไปโวยวายในห้องทำงานพี่เลย เรื่องแกง...”

“ไอ้โดม” คุณฮั่นเรียกพี่โดมเสียงเข้มทันทีที่เลขาตัวกลมพูดถึงผม “พี่จะถามว่า เย็นนี้อยากกินอะไร”

“ห๊า!! อะไรนะ!! พี่โทรมาถามผมว่าจะกินอะไรเนี่ยนะ!!

“เออน่า ตอบมาเถอะว่าอยากกินอะไร” ถ้าฟังเสียงอย่างเดียว ผมคงคิดว่าคนพูดคงรำคาญนิดๆกับปลายสายที่ไม่ยอมให้คำตอบที่เขาต้องการเสียที แต่บังเอิญผมเห็นหน้าคนพูดด้วยนี่สิ ผมถึงรู้ว่าคุณฮั่นสนุกกับการกวนโมโหคุณเลขา

“ถ้าผมตอบพี่ว่าผมอยากกินสปาเก็ตตี้ฝีมือแกงส้มที่ผมอดกินวันนั้น พี่จะหาให้ผมกินได้ป่ะล่ะ” สปาเก็ตตี้...วันนั้น... นี่พี่โดมยังไม่ลืมอีกเหรอเนี่ย

“เรื่องกินนี่จำแม่นจริงๆ ได้เลยไอ้โดม เย็นนี้แกจะได้กินสปาเก็ตตี้ เก็บท้องรอไว้เลย แค่นี้นะ”

“เฮ้ย...” แล้วคุณฮั่นก็วางสายโดยไม่สนเสียงโวยวายของพี่โดม

“โวยวายจริงไอ้น้องคนนี้... ไปแกงส้ม ออกไปซื้อของกัน” คุณฮั่นหันมาพูดกับผมก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดโน่นจัดนี่บนโต๊ะนิดหน่อย ก่อนจะคว้ากุญแจรดที่มีพวกกุญแจรูปหมีมาไว้ในมือ

ผมยังนั่งนิ่ง ไม่เข้าใจเรื่องราวอะไรทั้งสิ้น ผมรู้ครับว่าการเมินเฉยของผมไม่มีประโยค เพราะถ้าคุณฮั่นจะไปจริงๆ ผมก็ต้องตามไปด้วยตามหน้าที่ของบอดีการ์ด แต่จะออกไปซื้อของตอนนี้เนี่ยนะ

“เอ้า! ยังไม่ลุกอีก ลุกสิแกง” ขายาวๆพาร่างของเจ้านายมาถึงตัวผม “ไปซื้อของกัน เย็นนี้จะได้ทำสปาเก็ตตี้กินกันไง”

“แต่... แต่นี่มันยังเวลางานอยู่เลยนะครับ”

“พี่เป็นประธานบริษัทนะแกงส้ม ประธานบริษัทไม่จำเป็นต้องตอกบัตรหรอกนะ ไปสิ เร็วๆ ลุกเลย” ยังไงผมก็เลี่ยงไม่ได้สินะ ก็ต้องตามนั้นแหละครับ ผมกำลังจะดันตัวลุกจากเก้าอี้ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันใจเจ้านายใจร้อนของผม

หมับ

ผมตกใจที่อยู่ดีๆมือของผมอุ่นขึ้นผิดปกติ อุ้งมืออุ่นหนาของเจ้านายสอดเข้ามาจับมือผมเอาไว้ ผมสะดุ้งจนตัวโยน พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะชักมือกลับ แต่มือข้างนั้นก็แข็งแรงยิ่งกว่าคีมเหล็ก ไม่ว่าผมจะสะบัดหรือดึงมือออกยังไงก็ไม่ยอมหลุด

สุดท้ายผมจึงจำต้องปล่อยมือข้างนั้นให้อยู่ในมือที่อบอุ่นและปลอดภัยของเจ้านายต่อไป แปลกดีนะครับ ผมเป็นบอดีการ์ดของเขาแท้ๆ แต่กลับรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้เจ้านาย... ใครจะปกป้องใครล่ะคราวนี้

“คุณฮั่น... ปล่อยครับ” (แม่หมู//ถ้าว่ากันประสาชาวบ้าน แบบนี้เขาเรียกว่า เล่นตัว ชิมิ) ผมไม่รู้ครับว่าแม่หมูพูดเรื่องอะไร ผมแค่สู้แรงหมีของเจ้านายไม่ได้ก็เท่านั้นเอง ที่พูดออกมาก็เผื่อว่าเขาจะปล่อย (แม่หมู//แกงไม่อยากให้คุณเจ้านายของแกงปล่อยหรอกลูก แม่หมูรู้ แม่หมูเห็น อิอิ)

“ไม่ล่ะ พี่ว่าพี่จับมือนายไว้ดีกว่า นายจะได้อยู่ใกล้ๆแล้วก็คอยดูแลพี่ได้ไง อีกอย่างนะ... พี่ชอบ...”

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // มาแบ้ววววววววว เริ่มต้นได้แบบ... หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม มันจะดราม่าป่าวว๊า แต่ตอนจบตอน...เฮ้ออออ ค่อยยังชั่ว...มั้ง 55555

หวังว่าตอนจบตอนนี้คงไม่ "ค้าง" เท่าตอนที่ผ่านๆมานะคะ

จะพยายามอัพอย่างต่อเนื่องเท่าที่ทำได้นะครับผม ยังยืนยันว่าเชิญทวงแม่หมูได้ตามอัธยาศัย แต่เก๊าจะอัพหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องนึง (อ้าวววว แล้วแกจะบอกเพื่อ???? 55555) >w<

ปล. มีคนแซวแม่หมูหลายเสียงว่า แม่หมูสามารถลากลูกหมูเข้ามาในฟิคได้ในทุกสถานการณ์ ก็...ยอมรับนะคะ ก็ลูกหมูของเก๊านี่นา อิอิ >w<

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1030 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กันยายน 2556 / 00:51
    เหมือนทุกอย่างมันเริ่มเคลียร์
    ไปในทางที่ควรจะเป็น
    ฮ่าๆ อ่านเพลินมากตอนนี้.
     
      
     
    จะดีมาก..
    ถ้าพี่ฮั่นจะเลิกปากแข็งอีกสักนิด
    ด้วยการสารภาพรักกับแกง
    5555555
    #1,030
    0
  2. #473 bull (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 16:05
    พี่ฮั่นบอกไปเลยๆ 555
    #473
    0
  3. #401 kat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 11:25
    ขอแบบชัดเจนกว่านี้สิพี่ฮั่น

    จะบอกก็บอกไปเลย รีดเชียร์อยู่

    น้องแกงจะได้หายข้องใจซะทึ
    #401
    0
  4. #399 lemon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 00:38
    เกือบดราม่าแล้ว แต่สุดท้ายก้อได้เห็นความเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม555555
    #399
    0
  5. #368 TheDreamTD (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 18:08
    ถ้าพี่หมีจะชัดเจนขนาดนี้นะ >_< แน่ใฯะว่าจะให้พี่แกงดูแลไม่ใช่อยสกจับมือพี่แกงเฉนๆอะ 55555
    #368
    0
  6. #367 ♡ ต้มยำทำกุ้งแกง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 17:50
    เอาแล้ว พี่ฮั่นเริ่มชัดเจนขึ้นแล้ว แต่แกงส้มอย่าเล่นตัวให้มากเด่ เก๊าอยากได้ฉากหวานๆ มุ้งมิ้งๆ -3- ยังไงแม่หมูก็สู้ๆเด้อ ><
    #367
    0
  7. #366 Ninewjomzon_33 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 16:37
    พี่ฮั่นโว้ยยย อยากบอกก็บอกเลยสิ

    จะมัวกระอ้อมกระแอ้มทำไม ? > <

    สู้โว้ยๆ ^^
    #366
    0
  8. #364 Mille*แกงส้มแซ่บเวอร์_HKS24/7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 15:06
    ยิ่งอ่านยิ่งน่ารักขึ้นเรื่อยๆ เขิลลล >0<
    #364
    0
  9. #361 Whisky_Prigking (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 11:43
    พี่แกงเล่นตัวไปป่ะ พี่ชอบ แอร้ยยยยย ประโยคนี้ของพี่ฮั็นทำเค้าฟิน สารภาพรักพี่แกงเร็วๆดิ พี่ฮั่น
    #361
    0
  10. #360 pigpigpig1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 22:18
    พี่ฮั่นมันโครตลีลาจังเลย น้องแกงอย่าเล่นตัวนักสิลูก
    ฮั่นก็บอกน้องไปตรงๆ เลยว่าชอบน้อง ลีลาอยู่นั่นล่ะ
    ขอฉากกุ๊กกิ๊กหวานๆของฮั่นแกงบ้างนะคะแม่หมูของลูกโดม
    รอติดตามต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #360
    0
  11. #359 love_ks (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 21:02
    พี่ฮั่นค่อยๆบอกน้องแกงน่ะดีแล้ว
    เดี๋ยวแกงจะหัวใจวายไปซะก่อน
    #359
    0
  12. #358 happyf (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 19:22
    แรกๆเครียดอ่ะ

    ตอนท้ายอ๊ายน่ารัก;)

    แกงจ๋าพี่ฮั่นเหอะ อยากเขินมากกว่านี้ ฮี่ๆ

    ตอนหน้าเราคิดว่าโดมชงแบบจัดเต็มแน่ๆ

    พี่ฮั่นชัดเจนเข้าไว้เดี๋ยวแกงก็หวั่นไหวเอง;)

    #358
    0
  13. #357 pcard (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 19:15
    น่ารักอ่าาาาาาา >o< น่ารักให้ได้แบบนี้ทุกวันนะพี่หมี O[]O

    นึกว่าจะได้กินมาม่าอีกแล้วสิ 555++
    #357
    0
  14. #356 loveksหัวใจจะวาย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 17:31
    อั้ยย่ะ นึกว่าจะดราม่าหนักเสียแล้ววว...

    ตอนจบมัน น่าร๊ากกกกก >///< แกงเอ้ย เสร็จอิคุณพี่ฮั่นจนได้ 55
    #356
    0
  15. #355 Cucci (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 14:08
    พี่ฮั่นทำอย่างนี้นี่หมายถึงพี่แคร์แกงส้มมากเลยนะ แอร้ยยยยย -///-

    ยิ่งตอนสุดท้ายมีจับมือนี่ดูมุ้งมิ้งมากเจรงงงงงงง พี่น้องเค้าทำกันแบบนี้หราาา เจ้านายลูกน้องเค้าทำกันแบบนี้หราาาาาา 

    เป็นกำลังใจให้แม่หมูนะคะ
    #355
    0
  16. #354 รักฮั่นแกงมั่ก ๆ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 13:32
    แกงอย่าเล่นตัว พี่ฮั่นอย่าลีลา เย้ เย้ เย้ เย้ ... ทำสปาเกตตี้ ไปซื้อของด้วยกัน กลับไปทำอาหารด้วยกัน คริ คริ แค่คิดก็ .......................... อย่าดราม่าอีกนะ เค้าต้องการความหวาน



    รออ่านต่อ มาเร็ว ๆ นะไรต์ ขอบคุณค่ะ
    #354
    0
  17. #353 jie_hks (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 13:21
    แอบสมน้ำหน้าพี่ฮั่น เบาๆ และแอบดีใจที่แม่หมูอัพ เย้ๆๆ
    #353
    0
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #350 HO!!! (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 11:47
    อ๊ากกกกกกกกกกก แค่นี้ฉันก็ฟินอลังแล้ววว
    แล้วถ้าพี่หมี บอกรักแกงขึ้นมา อ๊ายยยยยย
    อิฉันต้องนอนกลิ้งไป กลิ้งมาแน่เลยยย
    ฉันเขิน>///<
    #350
    0
  20. #349 เด๋กดี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 09:25
    ทำไมไม่พูดออกไปซักทีสิ หมี



    #349
    0
  21. #348 GanG (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 08:27
    คำสุดท้ายอะ "...พี่ชอบ" อร๊ายยยย เขินนนน >/////<
    #348
    0
  22. #347 jewel *28 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 08:00
    ตอนแรกนึกว่าจะดราม่า อ๊ายย ตอนท้ายนี่ จับมือ พี่ชอบ >< พี่ฮั่นชัดเจนแล้วสินะ รีบบอกพี่แกงนะพี่ฮั่น จะเป็นยังไงต่อนะ ลุ้นๆ ขอฉากสวีทๆนะคะ หวานๆ รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #347
    0
  23. #346 Gultida (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 07:46
    ฟ้าเริ่มเปิด แต่กลัวว่าจะลักปิดลักเปิดตามสไตล์แม่หมู

    ลูกหมูนี่เป็นบุคคลสำคัญเลยน่ะแม่หมู ถ้าไม่มีอิหมีไม่มีโอกาสแก้ตัวหรอก จริงม๊ะ
    #346
    0
  24. #345 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 01:26
    โอ๊ยยยย กว่าจะเสร็จภารกิจมานั่งอ่านได้



    เอามาต่ออีกตอนเลยแม่หมู ก็รู้ว่าทวงแม่หมูก็ไม่สะเทือนแต่จะทวง อิอิ



    แม่หมูว่างนี่นา เอามาอีกตอนไวไวน๊าาาาาาา
    #345
    0
  25. #344 Mean_HKS (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 00:17
    นั่นนน >< เมืื่่อพี่ฮั่นเริ่มเสี่ยว 55555555555555
    #344
    0