[HKS] Bear Family SF # เรื่องรักเล็กๆของครอบครัวหมี

ตอนที่ 10 : Bear Family SF #10 สวนสนุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ม.ค. 56

Bear Family SF #10 สวนสนุก

 

                รถไฟจะไปโคราช ตดดังป้าดถึงราชบุรี ตดอีกทีถึงบริษัท บริษัทป้ำเป๋อๆ ขอเสนอนิยายเรื่องสั้น ป้ากะปู่ กู้อีจู้ ป้าไม่อยู่ ปู่ไปเที่ยว...ปู้น ปู้นนนน ฉึก ฉัก ฉึก ฉัก ฉึก ฉัก ปู้น ปู้นนนนนน

                ผมฮัมเพลงในใจในขณะที่มีมือป้อมๆของใครบางคนเกาะไหล่ผมอยู่ รถไฟขบวนน้อยๆที่เรียงลำดับตามความอาวุโสค่อยๆเคลื่อนตัวไปในสวนสนุกขนาดใหญ่ที่ตัวผมเองก็เคยมาเล่นสมัยเด็กๆ สวนสยองคลองกรุงเทพ (แม่หมู//ห๊ะ? มันมีมั้ยนั่น?) ฮ่าๆๆๆ สมมติว่ามีก็แล้วกันครับแม่หมู

                ด้วยความที่ผมอาวุโสที่สุดในบรรดาหมีทั้งสามคน นั่นก็คือ ผม ไอ้โดม แล้วก็แกงส้ม ผมเลยได้รับเกียรติอันสูงส่งในการเป็นหัวขบวนรถไฟขบวนเล็กขบวนนี้ หรือจะเรียกอีกอย่างนึกว่าให้ผมเป็นด้านหน้า เอ๊ย หน้าด้าน เอ๊ย ด่านหน้า เอ๊ย ถูกแล้ว! (แม่หมู//แกเล่นอะไรของแก) น้องๆให้ผมเป็นด่านหน้าในการรับความอับอายจากสายตาประชาชีเด็กน้อยรอบข้างที่มองมาด้วยสายตาที่ผมอ่านออกว่า ไอ้หมีสามตัวนี่มันทำอะไรกัน

                “พ่อเดินนำ แม่เดินตาม แหม วันนี้ผมเป็นลูกชายตัวน้อยที่มาเที่ยวสวนสนุกกับคุณพ่อคุณแม่สินะ พ่อก๊าบแม่ก๊าบผมอยากเล่นไสลเดอร์ง่า” ไอ้คนที่อ้างตัวเองเป็น ลูกชายตัวน้อย ก็ไม่ได้ดูสาระร่างตัวเองเลยนะครับ

                “มึงตัวน้อยมากอ่ะไอ้โดม” ผมหันไปว่าไอ้โดมเบาๆ พยายามเก็บเสียงตัวเองให้เบาที่สุดเพื่อจะได้ไม่เป็นที่สนใจของคนรอบข้างมากนัก ต่างจากไอ้โดมที่ป่าวประกาศความเป็นลูกชายของมันและความเป็นพ่อแม่ของผมกับแกงส้มอย่างโจ่งแจ้ง ครอบครัวพ่อแม่ลูกที่เดินอยู่ไม่ไกลถึงกับตวัดสายตามามองพวกผมทีละคนด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง ถามว่าอายมั้ย? ก็นิดนึงครับ

                ขาของผมเริ่มก้าวไม่ค่อยถูกเมื่อสังเกตได้ว่าไม่ได้มีแค่ครอบครัวนั้นที่มองเห็น กลุ่มเด็กๆที่เดินมาด้วยกันหันไปซุบซิบกันแล้วชี้ไม้ชี้มือมาทางพวกผมอย่างกลัวว่าผมจะไม่สังเกตเห็นอย่างนั้นแหละ ขาผมก้าวสะดุดจนคนที่เดินตามอยู่ข้างหลังส่งเสียงมาต่อว่า

                “พี่ฮั่น เดินดีๆดิพี่ หัวรถไฟเดินเบี้ยวไปเบี้ยวมาอยู่นั่นแหละ” เด็กน้อยที่รั้งอยู่ท้ายสุดส่งเสียงมาหาหัวขบวนอย่างผมที่อยู่ไกลกันแค่ไอ้โดมขั้นกลาง เด็กน้อยของผมดูจะสนุกสนานกับการเล่นย้อนวันวานของเราสามคนเสียจริงๆ

                “เออใช่ พี่อะเดินยังไงของพี่เนี่ย ผมชนพี่ตั้งหลายรอบ” คนที่เกาะไหล่ผมอยู่ก็เข้ามาร่วมวงด้วย แหม มึงมาเป็นทัพหน้าอย่างกูมั้ยล่ะไอ้โดม

                “เออๆๆๆๆ ก็เดินดีๆแล้วไง ดูดิเนี่ย เด็กๆมองกันใหญ่เลยเห็นป่าว ไม่อายกันบ้างเหรอ”

                “ไม่” ทีอย่างนี้ตอบเป็นเดียวกันเลยนะ โอเค ไม่อายก็ไม่อายวะ

                “ถามจริงเถอะแกงส้ม คิดยังไงชวนพี่มาสวนสนุกเนี่ย” ผมถามในสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจตั้งแต่เมื่อเช้าออกไป ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆแกงส้มถึงได้ชวนผมกับไอ้โดมมาเที่ยวสวนสนุกกัน ผมจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ผมมาเที่ยวที่นี่ก็ตอนอนุบาลหรือไม่ก็ประถมนี่แหละครับ ตอนนี้ผมยังเด็กมาก มี๊พาผมเข้าไปดูไดโนเสาร์ ตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวว่า ตัวอะไรก็ไม่รู้ส่ายหัวไปส่ายหัวมา มืดก็มืด เสียงร้องโฮกๆก็ดังน่ากลัวเป็นที่สุด สุดท้ายเด็กชายฮั่นก็ยืนร้องไห้ต่อหน้าไดโนเสาร์เป็นวรรคเป็นเวรจนมี๊ต้องพาผมออกมาแล้วปลอบกันยกใหญ่ จากนั้นความชอบไดโนเสาร์ในหัวใจก็ลดลงจนติดลบในทันที

                “ก็แค่อยากมาเที่ยวบ้างพักผ่อนบ้างไรบ้างไงพี่ อีกอย่าง มันก็ใกล้จะวันเด็กแล้วด้วย ดูดิ เด็กเพียบเลย” ผมกวาดสายตามองไปรอบตัวแล้วก็พบว่าที่แกงส้มพูดมันเป็นยิ่งกว่าเรื่องจริง ความจริงผมไม่ต้องกวาดตามองผมก็รู้แล้วครับว่าเด็กเยอะ แถมเด็กๆทั้งหลายก็มองผู้ใหญ่สามคนที่ทำตัวเป็นเด็กด้วยสายตาแปลกๆอีกด้วย ไม่รู้ไอ้สองคนนั้นไม่เห็นกันหรือไง ถึงได้เดินเกาะไหล่ตามกันเป็นขบวนรถไฟอย่างไม่อายฟ้าอายดินอย่างนี้

                “พูดเหมือนแต่ละคนยังเด็กกันอยู่เนอะ” ผมพูดออกไปลอยๆแต่ผลที่ได้รับมือแรงตบที่ไหล่หนักๆจนผมแทบทรุด นั่นมือหรือกีบหมูครับถึงได้แรงเยอะขนาดนี้ นี่นอกจากแกงส้มจะชอบทำร้ายร่างกายผมแล้วไอ้โดมก็ยังจะมาทำร้ายร่างกายผมอีกคนเหรอครับเนี่ย โอ๊ย เกิดมาเป็นฮั่นช่างน่าสงสารแท้หนอ

                “พวกผมก็ยังเด็กอยู่นะพี่ ผมกับแกงยังเป็นนักฉึกๆ เอ๊ย นักฉึกษ๋ากันอยู่เบย เนอะแกงเนอะ” ไอ้โดมแอ๊บเสียงราวกับตัวเองเป็นเด็กน้อยๆแล้วหันไปเออออกับแกงส้ม เออ ดูมันทำ คิดว่าน่ารักเหรอนั่น

                “ช่ายยย มีแต่พี่นั่นแหละแก่แบ้ว พวกป๋มยังเด็กอยู่เห๊อะ” ถ้าเป็นแกงส้มเป็นคนทำก็ว่าไปอย่างสิครับ น่ารักน่าหยิกน่ากอดน่าหอม น่าให้รางวัลกับเด็กน้อยคนเก่งเป็นที่ซู้ดดด (แม่หมู//ไอ้หมีสองมาตรฐาน)

                “โอเคค้าบบบ เด็กชายแกงโช้มกะเด็กชายโดมอยากไปเล่นอะไรกันดีคร้าบ รถบั้ม ม้าหมุน บ้านผีสิง หรือไปดูไดเสาร์กันดีเอ่ย” ผมแอ๊บเสียงเป็นเด็กน้อยคนโตได้อย่างแนบเนียน (แม่หมู//เหร๊ออออ) แม่หมูห้ามขัดสิ หมีน้อยทั้งสามจะไปผจญภัยในสวนสนุกนะ

                “โด่ววววววววว หน่อมว่ะ เครื่องเล่นอะไรของพี่อ่ะ ไม่ได้ใจวัยรุ่นเลย...” แกงส้มบ่นออกมาอย่างไม่ได้ดั่งใจ อ่าว ก็ไหนเมื่อกี๊ยังบอกว่าเป็นเด็กน้อยอยู่นี่นา ตอนนี้พัฒนาเป็นวัยรุ่นแล้วเร๊อะ? งั้นผมรออีกซักประโยคสองประโยคแกงก็โตเป็นหนุ่ม ผมก็ขอแต่งงานได้แล้วใช่มั้ยครับ? “...ผมว่าระดับเราต้องนี่เลย บ้านบอล”

                “ห๊ะ” เอิ่ม ได้ข่าวว่าอันนั้นมันสำหรับเด็กความสูงไม่เกินร้อยสามสิบเซนติเมตรนะแกง ถ้าอยากเล่นบ้านบอลมาก เอาไว้อีกซักสี่ห้าปีค่อยพาลูกของเรามาเล่นก็แล้วกันนะ...ผมหยุดขบวนรถไฟอย่างกระทันหันทำให้โบกี้ยักษ์ข้างหลังผมชนหัวขบวนดังโครม โอ๊ยตาย ผมลืมไปว่าข้างหลังผมเป็นไอ้โดม โดนหมูชนขนาดนี้แล้วกระดูกผมจะหักมั้ยครับเนี่ย

                “หยุดทำม๊ายยย ไอ้พี่ฮั่นนนนน” ไอ้โดมโวยวายเสียงดัง แต่ผมว่ามันควรจะเป็นผมที่เป็นคนร้องโอดครวญมากกว่านะครับ ผมเป็นคนโดนชนนะเว่ยเฮ้ย ดีนะที่น้องแกงท้ายขบวนหยุได้ทัน แกงส้มเลยได้ยินหัวเราะเยอะผมที่แทบจะทรุดลงไปอยู่กับพื้นอย่างสะใจ

                “ฮ่าๆๆๆ พี่สองคนเลิกเถียงกันเป็นเด็กๆได้แล้วเฮ่ย ไปหาอะไรสนุกๆเล่นกันดีกว่า” แกงส้มออกปากชวนผมกับไอ้โดมเสียงกลั้วหัวเราะ คนเป็นน้องส่งมือมาให้ซึ่งผมก็รับมือนุ่มนั้นไว้แต่โดยดี

                “อืม วันนี้เรามันส่วนเกินสินะ” ผมได้ยินเสียงบ่นของไอ้โดมดังมาจากด้านหลังแต่ผมก็ยังเดินจูงมือแกงส้มเดินต่อไปอย่างไม่ได้สนใจเสียงหมูเสียงหมีแต่อย่างใด เสียงงึมงำอย่างขัดใจยังดังมาเป็นระยะก่อนที่ร่างป้อมๆจะรีบเร่งฝีเท้าเดินมาให้ทันผมกับแกงที่เดินนำมาก่อน

                “อันนี้มั้ยพี่ เล่นอันนี้กัน” แกงส้มชี้ไปยังกระเช้ากลมๆสีลูกกวาดที่หมุนวนไปเวียนมาอยู่ตรงหน้า ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ทำไมแกงจะต้องเลือกอันที่มันหมุนๆนี่เป็นอันแรกด้วยครับเนี่ย แค่ผมยืนมองอยู่ข้างล่างผมก็เริ่มจะเวียนหัวตามแรงเหวี่ยงของเจ้าเครื่องเล่นนี้แล้ว เสียงหัวเราะเฮฮาจากเด็กๆที่นั่งอยู่ในบอลลูนหมุนติ้วที่ดังอยู่นั้นดูจะสนุกสนานเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าถ้าเป็นผมที่ขึ้นไปนั่งอยู่ตรงนั้นบ้างผมจะหัวเราะออกหรือเปล่านะครับ

                “งั้นไปเล่นกัน” ผมตอบตกลงด้วยเสียงตื่นเต้นที่โคตรจะเสแสร้งออกไปทั้งๆที่ในใจกลัวมึนหัวจะแย่อยู่แล้ว ไม่ได้ครับ จะมาแสดงออกให้น้องเห็นไม่ได้ว่าผมป๊อด ผมแอบเหลือบสายตาไปเห็นไอ้โดมที่หน้าตาไม่ค่อยสู้ดีนัก ไอ้โดมมันไม่ชอบเล่นอะไรหวาดเสียวครับ ข้อนี้เรารู้ๆกันอยู่ แต่ผมว่ามันไม่ปฏิเสธหรอก “ป๊ะโดม ไปขึ้นบอลลูนกัน หรือว่าไม่กล้า”

                ไอ้โดมหันมามองหน้าผมพร้อมกับเบะปากน้อยๆ

                “อะไรกันพี่โดม แค่นี้เองน่า หมุนๆแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หยุดแล้ว มาสวนสนุกทั้งที่พี่จะไม่เล่นได้ไง ไม่ใจเลยว่ะ” แกงส้มนี่ก็ตัวดีเหมือนกันครับ ว่าคนโน้นแซวคนนี้ตลอดๆ ผมอยากจะเห็นหน้าไอ้เด็กขี้อวดตอนลงมาจากเครื่องเล่นซะเหลือเกินว่าจะเก่งอย่างปากหรือเปล่า

                “เอออออ ดูถูกกันเข้าไป ขึ้นก็ได้โว้ยยย..” ไอ้โดมโวยออกมาแล้วจ้ำพรวดๆไปทันทีในขณะที่ผมกับแกงส้มยังยืนหัวเราะกับท่าทางของลูกหมูอยู่ “...อ่าว ตามมาสิเฮ้ย หรือว่าไม่กล้า อ่ะโด่” โอ้ยยยยย มาทำเป็นดูถูก คนอย่างไอ้ฮั่นไม่มียอมอยู่แล้วเว่ย ผมกระชับมือนุ่มในมือผมแล้วพยักหน้าให้แกงส้มเบาๆ

 

                “วู้ววววววววววววววววววว”

                ผมได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ บอลลูนที่ผมนั่งมีเพียงผมกับแกงส้มนั่งกันอยู่เพียงสองคนเท่านั้นเพราะไอ้โดมไม่ยอมนั่งกับเรา ความจริงก็สมควรแล้วล่ะครับ หมีสามตัวอยู่ในบอลลูนอันเดียวกันผมว่ามันคงไม่ลอยกันพอดี ตอนแรกที่ผมกับแกงนั่งตรงข้ามกันมองตากันไปมามันก็ดูจะหวีดหวานกันอยู่หรอกครับ แต่พอไอ้ลูกกลมๆเริ่มยกระดับแล้วเริ่มเคลื่อนตัวหมุนเป็นวงกลมเท่านั้นแหละ... อาหารที่กินเข้าไปเมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมาดูเหมือนจะไหลย้อนกลับมาตามทางเดินอาหาร ผมสูดหายใจเข้าลึกแล้วก็ยังพยายามฝืนยิ้มเอาไว้ทั้งที่กำลังกรีดร้องอยู่ในใจ เมือไหร่ไอ้บอลลูนบ้านี่มันจะหยุดซักทีเนี่ย ผมจะอ้วก!!

                “โว้วววววววววววววววววววว” ส่วนแกงน่ะเหรอครับ ก็ส่งเสียงดี๊ด๊าอยู่นี่ไง

                หนึ่ง...สอง...สาม...สี่... ผมพยายามนับจำนวนรอบที่มันหมุนอยู่ในใจซักพักก่อนจะถอดใจเพราะสมาธิเริ่มไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว มันไปอยู่ที่ไหนหมดน่ะเหรอครับ มันก็หายไปทีละนิดพร้อมๆกับจำนวนรอบที่เพิ่มขึ้นนั่นแหละครับ

                ในที่สุดพาหนะจำลองที่เคลื่อนตัวอยู่กลางอากาศก็ค่อยๆหมุนช้าลง...ขอบคุณพระเจ้า

                แกงส้มเปิดประตูเหล็กลงไปยืนบนพื้นราบก่อนผมเป็นที่เรียบร้อย ส่วนผมยังนั่งนิ่งอยู่บนนั้น พยายามเก็บอะไรต่อมิอะไรที่หล่นกระจัดกระจายออกมาจากร่างเข้ามาประกอบกันทีละเล็กทีละน้อย นี่แค่หมุนๆนะเนี่ย ถ้ามากกว่านี้ผมจะมีชีวิตรอดมั้ยครับ

                “เฮ้ยยย ไรวะพี่ แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ แก่ว่ะ” แกงส้มยืนหัวเราะผมอยู่ข้างนอก มือที่ล้วงเข้าไปควานหาตัวช่วยในกระเป๋ากางเกงชะงักกลางคัน พอดีกับที่สายตาผมเหลือบไปเห็นเจ้าโดมที่อยู่ในบอลลูนอีกลูกที่จอดนิ่งอยู่ไม่ไกลนัก ไอ้โดมชูสองนิ้วมาให้พวกผมแต่หน้าตามันไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกับมือที่ชูเลยแม้แต่น้อย ผมว่าผมเจอคนอาการหนักกว่าผมแล้วล่ะครับ


                “มาว่าแต่พี่ ไปดูพี่ชายเราโน่นไป” ผมใช้ความพยายามอย่างมากที่จะให้มีแต่คำพูดเท่านั้นที่หลุดออกจากปากไม่มีอะไรอย่างอื่นป่ะปนออกไปด้วย “ไปดูไอ้โดมเลยแกง ไหวมั้ยก็ไม่รู้ พี่น่ะไม่เป็นไรอยู่แล้ว ชิวๆ”

                ผมไล่แกงส้มให้ไปดูไอ้โดมที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนักซึ่งแกงก็ยอมเดินหันหลังไปแต่โดยดี ผมรีบอาศัยจังหวะที่แกงส้มหันหลังอยู่ล้วงเอาตัวช่วยชิ้นสำคัญที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมายัดจมูก รีบสูดหายใจเอากลิ่นหอมๆเข้าไปเต็มปอด เมื่อก่อนผมเคยว่าเพื่อนหรือใครต่อใครหลายๆคนที่ชอบควักยาดมออกมาดมเวลาทำอะไรมาเหนื่อยๆว่าเป็นคนแก่ แต่ตอนนี้ผมขอถอนคำพูดทั้งหมด ในสถานการณ์อย่างนี้ ยาดมช่วยคุณได้ครับ





 

                “อูยยยยยยยยยยยยยยย” นี่คือเสียงแรกที่หลุดออกมาจากปากของผมเมื่อเห็นเครื่องเล่นที่เขาเรียกันว่า ยักษ์ตกหล่น (แม่หมู//ตกตึกไม่ใช่เหรอน้องแกง) ยักษ์ตกหล่นถูกแล้วครับ เพราะแค่เห็นไอ้เครื่องเล่น ยักษ์ นี่มัน  ตก ลงมาหัวใจผมก็ หล่น ไปกองอยู่ที่ตาตุ่มเรียบร้อยแล้ว

                ผมหันไปมองอีกสองชีวิตที่ยืนขนาบข้างผมอยู่ พี่ชายทั้งสองคนของผมอยู่ในสภาพไม่ต่างจากผมเลยแม้แต่น้อย คือยืนมองนิ่งๆแล้วอ้าปากค้าง พี่ฮั่นดูจะเก็บอาการได้ดีกว่าพี่ชายอีกคน พี่โดมยืนมองไปส่ายหัวไปเหมือนคนกำลังทะเลาะกับตัวเองในใจอยู่

                “ไหวป่ะแกง ถ้าแกงกล้าเราไม่เล่นอันนี้ก็ได้นะ” พี่ฮั่นหันมาบอกผม ปากบอกว่าไม่เป็นไรๆแต่ขอโทษ สายตามันไม่ใช่อ่ะ สายตาพี่ฮั่นที่มองผมตอนนี้เหมือนกำลังบอกผมว่า พี่เข้าใจว่าแกงไม่กล้า ไม่ขึ้นก็ได้ ไม่เป็นไรนะ ถึงพี่จะอยากเล่นมากก็ตาม

                “พี่กล้าป่ะล่ะ ถ้าพี่กล้าผมก็กล้า พี่บอกมาเลยว่ากล้าป่าว พี่เล่นผมก็เล่น” ผมท้าพี่ฮั่นออกไปทั้งๆที่ในใจภาวนาให้พี่ฮั่นไม่เล่นอยู่ก็ตาม

                “แกงกล้าป่ะล่ะ? พี่น่ะกล้าอยู่แล้ว แค่นี้เองสบายมาก จิ๊บๆไม่มีอะไรหรอก” แหม โม้มากอ่ะพี่ชายผม เมื่อกี๊ตอนลงมาจากบอลลูนผมยังเห็นพี่ฮั่นแอบดมยาดมอยู่เลย “มาแล้วก็เล่นดิแกง ใช่มะไอ้โดม”

                พี่โดมสะดุ้งจนตัวโยนเลยครับตอนที่พี่ฮั่นชะโงกหน้าข้ามผมไปถามคนที่ยืนอยู่อีกฝัง

                “ห๊ะ? เออๆ เล่นดิ แค่นี้เอง ไปดิแกง” พี่โดมตอบตะกุกตะกักแล้วก็คะยั้นคะยอให้พวกเราไปเล่น พี่ฮั่นกึ่งลากกึ่งจูงผมไปตามทางเดินก่อนจะไปหยุดอยู่หน้าเครื่องเล่นตัวเดิมแต่ในระยะทางที่ใกล้ขึ้น คนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่ถูกไอ้เครื่องเล่นยักษ์ที่พาขึ้นไปจนถึงระดับสูงสุดแล้วปล่อยให้ร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วงนั้นมีใบหน้าที่สนุกสนานอย่างเห็นได้ชัด...เหรอ?

                “แน่ใจป่ะพี่ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ” ผมถามพี่ฮั่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถึงคิวพวกเราขึ้นไป

                “ไม่อะ แล้วแกงก็ต้องเล่นกับพี่ด้วย” มือหนากุมมือของผมไว้แน่นเหมือนจะกลัวว่าถ้าปล่อยมือผมออกแล้วผมจะรีบหนีออกไปให้ไกลจากเครื่องเล่นน่าเสียวไส้นี่อย่างนั้นแหละ...ซึ่งจริงๆแล้วถ้าพี่ฮั่นไม่จับมือผมไว้ผมก็คงวิ่งออกจากแถวไปแล้วล่ะครับ

                “เออครับ เล่นครับเล่น พี่กล้าผมก็กล้า แค่นี้เอง” ...เหรอ?

                กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

                เสียงกรี๊ดจากคนที่เพิ่งร่วงลงมาเติมกำลังใจคนที่กลัวอยู่แล้วอย่างผมได้เป็นอย่างดี แค่ยืนมองอยู่ห่างๆหัวใจก็แทบจะหยุดเต้นอยู่แล้ว นี่ถ้าผมไปอยู่บนนั้นหัวใจผมจะวายหรือเปล่าครับเนี่ย พอมายืนใกล้ๆอย่างนี้ทำไมไอ้เสาต้นนี้มันถึงสู๊งงงสูงอย่างนี้ล่ะครับ นี่มันไปแอบยืดตัวขึ้นมาตอนไหนเนี่ย

                “คิวต่อไปเชิญเลยครับ” เสียงพนักงานสวนสนุกในชุดเครื่องแบบสีสดร้องเรียกราวกับเสียงเรียกผมเข้าสู่สมรภูมิรบ ผมกับพี่ฮั่นเดินก้าวออกไปพร้อมๆกันกับหัวใจที่เต้นตุ้มๆต่อมๆพร้อมเสียงถอนหายใจของพี่โดมที่เดินตามมาห่างๆ

                ผมสามคนนั่งเรียงกันบนเก้าอี้ที่เป็นแถวยาว ทำไมพอไอ้ตัวล็อคมันถูกเลื่อนลงมาทับตัวผมแล้วผมถึงได้ใจหายแว้บอย่างนี้ครับ แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่กลัวกี่ร้อยกี่พันครั้งผมก็ต้องยอมรับกับตัวเองอยู่ดีว่าผม...กลัว มือทั้งสองข้างค่อยยกขึ้นประนมไว้เหนือศีรษะ พ่อแก้วแม่แก้วช่วยน้องแกงถ้วยเถิ้ดดดดด ขอให้น้องแกงลงมาด้วยอาการครบสามสิบสองด้วยเถอะสาธุ

                “ถ้ากลัวก็จับมือพี่ไว้ก็ได้นะแกง” พี่ฮั่นหันมาพูดเบาๆก่อนจะแบมือมารอให้ผมวางมือตัวเองลงไปบนนั้น แต่ฝันไปเถอะ มือผมตอนนี้ยึดอยู่กับที่จับแน่นราวกับตุ๊กแต เหงื่อชื้นๆผุดขึ้นมาตามง่ามนิ้วตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ความรู้สึกเหมือนคนจะเป็นลมมันเป็นอย่างนี้นี่เองสินะ

                “เฮ้ย ผมลืมถอดแว่น เดี๋ยวผมเอาแว่นไปฝากพี่พนักงานเค้าไว้แป๊ปนะ” พี่โดมโพล่งออกมาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้แล้วก็ลุกพรวดขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว พี่โดมส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้กับพนักงาน ผมมองภาพนั้นอย่างสงสัย ก็แค่ฝากแว่นจะคุยอะไรนานนักหนา ผมไม่ต้องเสียเวลาที่จะสงสัยอยู่นานก็มีเด็กผู้หญิงคนนึงวิ่งเข้ามานั่งแทนที่ของไอ้พี่โดม

                “เฮ้ยยย” ผมกับพี่ฮั่นร้องออกมาพร้อมๆกับเสียงสัญญาณปล่อยเครื่องเล่นที่ดังขึ้น “ไอ้พี่โดมมมม ก็ไหนบอกว่าจะเล่นด้วยกันไงไอ้อ้วนนนนนนนนน” ผมตะโกนออกไปสุดเสียง ไอ้หมูโดมมันหักหลังผมมมมมมมมมม

                “พี่ไม่ได้บอกว่าพี่จะขึ้นด้วยซะหน่อย” พี่โดมป้องปากตะโกนบอกผมในขณะที่เจ้ายักษ์ตัวสูงพาร่างของผมกับพี่ฮั่นขึ้นไป มือของพี่หมีที่ตอนแรกยกค้างไว้รอผมตอนนี้ก็เกาะที่จับแน่นไม่ต่างกัน ตาตี่ๆตอนนี้ปิดเกือบสนิท

                “ไหนบอกว่าไม่กลัวไง” ผมตะโกนถามคนข้างๆแข่งกับเสียงลมที่ดังขึ้นรอบตัว

                “ใครกลัว ไม่ได้กลัวซะหน่อย” พี่ฮั่นตะโกนตอบกลับมาทั้งที่ยังไม่ยอมลืมตามองสิ่งรอบข้าง แม้ความสูงกับผมจะไม่ค่อยถูกคอกันซักเท่าไหร่แต่ผมก็ยังหรี่ตามองพี่ชายตัวกลมที่ค่อยๆตัวเล็กลงเรื่อยๆ พี่โดมป้องปากตะโกนอะไรบางอย่างบอกผมกับพี่ฮั่นเสียงดังอยู่หลายครั้ง แต่เสียงสุดท้ายของพี่โดมที่ผมได้ยินชัดเจนคือ

                “พี่ฮั่นนนนน แกงส้มมมมมม ขอให้มีความสุขข้างบนนะ”

                ระยะเวลาการเดินทางจากพื้นดินขึ้นมาถึงจุดที่สูงที่สุดดูเหมือนจะนานแต่ก็ยังไม่พอให้ผมทำใจ ถึงจะเปลี่ยนใจตอนนี้ผมก็กลับคงไปไม่ได้อยู่ดี แผงเก้าอี้หยุดค้างอยู่ราวกับจะทิ้งเวลาให้คนที่เริ่มใจไม่ดีได้ทำใจ แต่เจ้ายักษ์ตัวใหญ่มันไมได้ใจดีขนาดนั้น เพราะก่อนที่ผมจะรู้ตัว...

                อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

                ช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีกลับนานราวชั่วกับชั่วกัลป์ ขาที่ตอนแรกวางแนบอยู่กับที่วางเท้าของเก้าอี้ของผมลอยสูงกลางอากาศจนอีกนิดเดียวจะติดหน้าผมอยู่แล้ว เสียงตะโกนดังลั่นของผมและคนที่นั่งอยู่ข้างๆดังก้องในหูแข่งกับเสียงหวีดหวิวของแรงลม

                ตึก!

                ในที่สุดการเดินทางในแนวดิ่งที่แสนยาวนานก็หลุดลง หูผมอื้ออึงไปหมด ผมลืมตามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กน้อยที่มานั่งแทนที่ลูกหมูโดมวิ่งฉิวลงไปหาคุณแม่ที่ยืนรออยู่ไม่ไกลราวกับว่าเมื่อกี๊ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนผู้ชายตัวโตสองคนอย่างผมกับพี่ฮั่นกลับได้แต่นั่งมองหน้าที่ซีดเป็นไก่ต้มของกันและกันแล้วปล่อยเสียงหัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อนออกมาเบาๆ

                “ไหวม้ายยยยยยยย พี่หมีน้องหมี ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงตะโกนแซวอย่างอารมณ์ดีของคนที่ไม่ได้ขึ้นไปทำให้ผมกับพี่ฮั่นลุกออกไปแทบจะพร้อมกัน นี่ผมคิดไปเองหรือเปล่าครับว่าพื้นมันสั่นๆ (แม่หมู//พื้นมันไม่ได้สั่นค่ะน้องแกง แต่ขาน้องแกงนั่นแหละสั่น เป็นไงมั่ง ไหวมั้ย?) ถ้าแม่หมูอยากรู้ก็ลองไปเล่นเองสิครับ แล้วแม่หมูจะได้รู้ว่ามันสนุกแค่ไหน สนุกจนลืมไม่ลงเลยล่ะ (แม่หมู//แม่หมูขอใส่ชุดว่ายน้ำไป แทด แท่ด แท่ด แท้ด แทด แท่ด ลงไสลเดอร์ยักษ์มาอย่างสวยงามดีกว่าค่ะ)

                ผมสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด มือเกาะราวเหล็กเพื่อพยุงน้ำหนักตัวของตัวเองเอาไว้ ส่วนพี่ฮั่น... ไม่เหลือฟอร์มใดๆแล้วครับ มือหนาล้วงหาของสำคัญในกระเป๋ากางเกง ยาดมหลอดเล็กที่พี่ฮั่นแอบเตรียมมาถูกส่งเข้าจมูกโดยไม่เกรงสายตาใครอีกต่อไป มือข้างนึงของร่างสูงเท้าเอวเอาไว้ในขณะที่สูดยาดมอย่างเอาเป็นเอาตาย





 

                อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

                ผมตะโกนออกไปสุดเสียงเมื่อเครื่องเล่นที่มีชื่อเรียกว่า มังกรสองหัว มันพาร่างของผมเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา เด็กๆและคนรอบข้างดูจะไม่สะทกสะท้านอะไรกับแรงเหวี่ยงนี้ซักเท่าไหร่ แต่ผม...หลับหูหลับตาร้องอย่างเดียวครับจุดนี้

                แกงส้มที่นั่งอยู่ข้างๆตะโกนร้องไปหัวเราะผมไปอย่างสะใจ ไม่รู้ว่าผมควรจะขอบคุณไอ้แกงดีหรือเปล่าที่มันเลือกมานั่งข้างๆผม...เพราะมันไม่ได้ช่วยทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย!!

                ก่อนที่มังกรน้อยสองหัวจะเหวี่ยงผมไปมาอย่างเมามันนั้น...


                “เฮ้ย ไอ้โดม ไปนั่งทำไมตรงกลางเชียว เล่นไวกิ้งมันต้องนั่งท้ายๆดิถึงจะสนุก” พี่ฮั่นตะโกนเรียกให้ผมไปนั่งแถวเกือบสุดท้ายที่พี่ฮั่นกับแกงส้มเลือกที่จะไปนั่ง ผมส่ายหน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น ไม่มีทางงงงง ผมไม่ไปนั่งตรงนั้นแน่

                “แถวข้างหลังมันเต็มแล้วนี่พี่” ที่ผมพูดเป็นเหตุผลหรือเป็นเพียงข้ออ้าง...ผมตอบได้เลยว่า ข้ออ้างครับ

                “เต็มมากกก เต็มไปด้วยอากาศน่ะสิไอ้โดม” ผมเมินหน้าหนีพี่หมีน้องหมีที่ลันลาน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด

                “งั้นผมย้ายไปนั่งเป็นเพื่อนพี่โดมฝั่งโน้นนะพี่” เสียงส้มหันไปบอกพี่ฮั่นแล้วลุกขึ้นมาเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นทางฝั่งผมที่หันหน้าเข้าหาพี่ฮั่นก่อนที่พี่ชายคนโตจะทักท้วงอะไรได้

                “แกงง่ะ ย้ายไปนั่งข้างไอ้โดมพี่ก็เหงาจิ พี่แกงไม่อยู่เป็นกำลังใจเก๊าเลยง่า” เสียงอ้อนๆตะโกนข้ามฝั่งมาอย่างไม่ได้แคร์สายตาใคร นี่ใช่คนเดียวกับที่บอกว่าอายนักอายหนาตอนแรกหรือเปล่าครับเนี่ย

                “พี่นั่งโน่นผมนั่งนี่ เวลามันเหวี่ยงเราก็จะได้มองหน้ากันไงพี่หมี ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อน” ผมกลอกตาให้กับคำพูดของแกงส้ม สองคนนั้นจะเพิ่มความเลี่ยนให้ผมไปถึงไหนครับ “พี่อยู่ฝั่งโน่นคนเดียวโอเคป่าววว”

                “แค่นี้สบายมาก คนแข็งแรว๊งอย่างพี่ แค่นี้จิ๊บๆ” พี่ฮั่นไม่พูดเปล่าแต่ยังถลกแขนเสื้อเบ่งกล้ามอวดอีกต่างหาก คู่รักสองหมียังหยอกล้อกันกระหนุงกระหนิงข้ามฝากเรือมังกรยักษ์อย่างไม่แคร์สายตาใคร คนที่ไม่มีคู่มาด้วยในวันนี้อย่างผมล่ะรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินเสียเหลือเกิ๊นนนนน...แต่พอเจ้าเครื่องเล่นเริมขยับเท่านั้นแหละครับ


                วู้ววววววว อ๊ากกกกกกกกกกกก ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก เอ้อวววววววววววววว ฮิ้ววววววววววววววววว

               





                ผมนั่งมองผู้สูงอายุสองคนที่นั่งสูดยาดมอย่างเอาเป็นเอาตายบนเก้าอี้ใต้ร่มไม้ใหญ่ที่พวกเรานั่งพักกันอยู่ เวลาแห่งความสุขปนน่าหวาดเสียวผ่านไปอย่างรวดเร็วจนผมอยากจะหยุดเวลานี้ไว้ให้อยู่กับผมตลอดไป

                “พี่สองคนไหวมั้ยเนี่ย ผมรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ที่ชวนคนแก่มาทรมานสังขาร”

                “อย่าคิดมากสิแกง พี่กับไอ้โดมสนุกจะตาย แต่อายุมันคงไม่เอื้ออำนวยพี่เท่าไหร่น่ะ” พี่ฮั่นจับมือผมไปแนบไว้กับแก้มขาวๆที่ขึ้นสีแดงเพราะความเหนื่อยของตัวพี่ฮั่นเอง

                “ขอบคุณนะพี่ฮั่นที่ออกมาเล่นแบบนี้กับผม วันนี้ผมสนุกมากเลยครับ พี่โดมก็เหมือนกันน๊า ผมรู้ว่าพี่ไม่เต็มใจมา แต่ผมก็ดีใจนะที่เราสามคนได้มาเที่ยวด้วยกัน” พี่โดมทำแค่ส่งยิ้มบางๆให้ผมเท่านั้น ยาดมในมือเหมือนจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่โดมเพราะตอนนี้พี่โดมกำลังแยกส่วนยาดมหลอดเล็กที่มีส่วนที่เป็นน้ำอยู่ข้างล่างขึ้นมาดมเพิ่มด้วย

                “ดมยาดมอยู่นั่นแหละไอ้โดม เสียลุคหมด เก็บเว่ยเก็บ” ผมหัวเราะให้กับคนที่มียาดมอยู่ในมือเหมือนกันแต่กลับส่งเสียงบอกให้อีกคนนึงเก็บ

                “แหมมม ว่าแต่ผม แล้วในมือพี่นั่นอะไร พี่จะไม่ดมแล้วหรือไง ถ้าพี่ไม่ดมผมขอ ผมจะดมแบบเทอร์โบให้ดูเลย” พี่โดมประชดออกพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเอือมๆให้กับพี่ฮั่น ดวงตาคมของคนที่เป็นหัวใจของผมมีแววชอบอกชอบใจอะไรบางอย่าง

                “ก็กะว่าจะไม่ดมแล้วล่ะ เพราะพี่จะดมแกงแทน” คนเจ้าเล่ห์ไม่พูดเปล่า มือหนาของพี่หมีดังผมที่นั่งอยู่ข้างๆเข้ามาชิดร่างแกร่ง จมูกโด่งคมก้มลงมาสูดกลิ่นแก้มของผมแรงๆเข้าเต็มปอดเสียงดังลั่น

                ฟอดดดดดดดดดดดดด

                “อืมมมม หอมกว่ายาดมเป็นไหนๆ ให้พี่ขึ้นยักษ์ตกตึกหล่นตุ๊บอีกเป็นสิบรอบพี่ก็ไหว...ว่าไปแล้วขอดมแกงส้มอีกทีนะ”

                ฟอดดดดดดดดดดดดดด ฟอดดดดดดดดดดดด ฟอดดดดดดดดดดดด

                เสียงหอมแก้มดังขั้นอีกหลายครั้งติดๆกัน แก้มของผมทั้งสองข้างโดนพี่หมีที่น่ารักและพร้อมจะหื่นไม่เลือกที่ฟัดอย่างเอาเป็นเอาตาย ดีนะครับที่ตรงนี้ไม่มีใครผมเลยไม่ต้องอายใครต่อใครไปมากกว่า...พี่โดม

                “เฮ้อออ ชีวิตไอ้โดม เป็นส่วนเกินตลอดเลยกรู...ดมกันไปให้พอครับ คิดว่าผมไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็ได้”

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // ไม่คิดว่าจะแต่งได้ แต่ก็แต่งไปแล้ว 55555 ,, รับประกันความใสของฟิคตอนนี้ เพราะมันใสๆจริงๆ ความน่ารักทั้งหมดทั้งมวลของสามหมี(ขออภัยที่แม่หมูออโต้ดีลีทท่านอื่นไป)ช่างน่ารักน่าประทับใจเสียเหลือเกิน

SF ตอนนี้อาจะไม่ได้ตรงกับทริปลั้นลาในสวนสนุกวันนี้เท่าไหร่นัก เพราะแม่หมูล้วนแต่นั่งเทียนสร้างโมเม้นขึ้นมาเองทั้งสิ้น มีบางช๊อตที่แอบเห็นผ่านๆในทวิตภพ ก็เลยแอบเอามาใส่บ้างก็ให้กระชุ่มกระชวยกระชาย #ห๊ะ กระชายไม่เกี่ยว 5555

หวังอีกครั้งว่า SF นี้คงเป็นที่ถูกใจกันไม่มากก็น้อย

งั้นขอแถลงการนิดนึง ... อย่าตกใจ ไม่ได้ประกาศหยุดแต่งฟิคค่ะ ค่อยๆอ่านนะ ... แม่หมูขอเรียนแจ้งและขออภัยรีดที่รักของแม่หมูทุกท่านไว้ล่วงหน้า เพราะแม่หมูอาจไม่สามารถแต่งฟิคได้ดั่งใจตัวเองและรีดเดอร์เท่าที่ควร ตอนนี้มีปัญหาด้านสุขภาพเล็กน้อยค่ะ เลยทำให้แม่หมูไม่สามารถพิมพ์อะไรนานๆได้ดั่งใจตัวเองซักเท่าไหร่ การแต่งฟิคเลยอาจล่าช้าและขาดตอนไปบ้าง

คือ ตอนนี้แขนขวาของแม่หมูมีปัญหานิดหน่อยค่ะ มันเกิดอาการชาบริเวณปลายนิ้วไปจนถึงข้อศอกโดยเฉพาะเวลาที่แม่หมูพิมพ์อะไรเป็นเวลานานๆ เท่าที่คุยๆกับเพื่อนที่เป็นหมอเค้าบอกว่าอาจเกิดจากการเกร็งแขนเป็นเวลานานเกินไป แต่เดี๋ยวยังไงก็จะไปตรวจให้แน่ใจอีกที ไม่ต้องเป็นห่วงแต่ประการใดนะคะ อาการนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับแม่หมู เคยเป็นและหายมาแล้ว และคราวนี้มันก็ต้องหายเหมือนเดิมค่ะ

SF เจอกันอีกครั้งเมื่อความฟินมันท่วมท้นหัวใจ ส่วนเรื่องใหม่ ยังยืนยันกำหนดเวลาเดิม ฝากด้วยนะคะ >w<


ปล. ของขวัญปีใหม่เล็กๆจากแม่หมู สำหรับใครที่ยังไม่ได้รับ เชิญติดต่อรับได้ทางอีเมลและทวิตเตอร์เหมือนเดิมค่ะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

499 ความคิดเห็น

  1. #450 happyf (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 16:41
    ทั้งฮาทั้งฟิน555

    ชอบอ่ะ

    พี่ฮั่นเจ้าเล่ห์เกิ๊น:)
    #450
    0
  2. #438 Joy Yoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 09:29
    อ๊าก....เค้าฟินอ่ะ


    กลับจากสวนสนุกแล้วไปไหนกันต่อเนี่ยแม่หมู


    เค้าอยากรู้....55555
    #438
    0
  3. #431 louis1004 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 03:34
    รออ่านอีนะคะ ชอบๆๆ
    #431
    0
  4. #430 lemon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 00:47
    สงสารโดมเบาๆ ที่บอกเป็นส่วนเกินตล๊อดๆๆๆ



    เป็นกำลังใจให้ไรต์หายเร็วๆนะ อย่าหักโหม ยังไงก้อรอจ้า
    #430
    0
  5. #429 nanthita_bohr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 00:42
    อิอิ เขิลล~ จะเขินแทนหมีพิณทอง หรือคุณชนะศึกดีอะ
    #429
    0
  6. #418 Ninglucky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 05:28
    เพิ่งสมัครสมาชิก แต่ยังไม่มีเวลาอ่านเลย ไว้จะมาอ่านนะคะ //ปล.ขอให้คนเขียนหายไวๆ เน้อ
    #418
    0
  7. #417 kaiou (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 04:05
    ดมแกงแทน อ๊ายยยย

    หายไวๆนะค่ะ แม่หมู^^ 
    #417
    0
  8. #416 เจ้าหญิง_ขี้ลืม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 02:40
    อัยยะหมีเจ้าเล่ห์ ดมน้องเเกง
    #416
    0
  9. #415 suzu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 01:42
    อร๊ายยย ไม่ดมยาแต่ดมแกงแทน หืมมม เขินแทนเลยอ่ะ

    แม่หมูทันสถานการณ์ดีจริงๆ ชอบๆ ๆๆ

    ขอให้อาการบาดเจ็บที่แขนของแม่หมู ดีขึ้นในเร็ววันนะคะ

    เป็นกำลังใจให้แม่หมูค่ะ :)



    #415
    0