[HKS] Bear Family SF # เรื่องรักเล็กๆของครอบครัวหมี

ตอนที่ 1 : Bear Family SF #1 บ่วงรัก(หมี)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 พ.ย. 55

Bear Family SF #1 บ่วงรัก(หมี) //// SF นี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเนื้อเรื่องหลักนะคะ

 

                ผมเหม่อมองออกไปไกลแสนไกล ไม่รู้โชคชะตาอะไรเล่นตลกกับผมแบบนี้ เรื่องราวมากมายประดังประเดเข้ามาจนผมตั้งรับแทบจะไม่ทัน เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความโง่ของผมเอง เพราะผมโง่ ... ไปเชื่อใจคนๆนั้น

                ลมหายใจถูกปล่อยออกมาดังเฮือก จะมีใครในโลกนี้ซวยซ้ำซวยซ้อนได้เท่าผมอีกมั้ยครับ?

                ผมเก็บของที่วางระเกะระกะอยู่ในสวนหลังบ้านให้เข้าที่เข้าทาง ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เพราะคนๆนั้นคนเดียว ... แต่ผมไม่โทษเขาหรอกครับ ถ้าผมจะโทษใครซักคน คนๆนั้นคงเป็นตัวผมเอง

                เสียงฝีเท้าหนักๆเหยียบใบไม้แห้งดังกรอบแกรบดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ผมนึกแปลกใจ ใครมา? ... ผมหันหลังกลับไปหาต้นเสียง ภาพที่เห็นทำให้ตาเรียวรีของผมเบิกกว้างด้วยความตกใจ

                จะมาให้เห็นหน้าทำไมอีก?

                “อิสริยะ” ริมฝีปากอิ่มหนาของคนที่ผมคุ้ยเคยเอ่ยเรียก เสียงนุ่มหวานนั้นแทบจะทำให้ผมโยนความคิดทั้งหมดทิ้งไปแล้วตรงเข้าไปหาเขา ... แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้

                “คุณธนทัต คุณจะมาทำไมอีก อ๋ออ นี่อยากจะมาเห็นผลงานของตัวเองใช่มั้ย นี่ไงครับ ดูให้เต็มตา สะใจคุณหรือยัง” ผมมองคนตรงหน้าอย่างผิดหวัง นี่ยังเหยียบย่ำกันไม่พอหรือไง

                “เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ผมเมินหน้าหนีใบหน้าหวานของคนพูด ถ้าเกิดผมมองยังมองหน้าคนๆนั้นอยู่ ผมคงต้องใจอ่อนแน่

                “คุณกลับไปซะ ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” ผมหันหลังกลับเข้าบ้าน ไม่อยากอยู่ตรงนี้ต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว

                มือบางนุ่มคว้าแขนผมเอาไว้ก่อนที่ผมจะถึงตัวบ้าน เพียงแต่สัมผัสธรรมดาก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆเล่นไปทั่วทั้งร่าง ผมสูดหายใจลึก รวบรวมแรงที่เหลืออยู่แล้วสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมนั้น แม้ใจจะอยากให้เขาสัมผัสผมอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

                “มีสิ ผมบอกคุณแล้วไง คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะอิสริยะ ผมต้องการอธิบาย” ผมคิดผิดมากที่มองสบดวงตากลมสวยคู่นั้น เขากำลังจะทำให้ผมใจอ่อน

                “ออกไป” ผมพูดเสียงเรียบแล้วหันหลังกลับเข้าบ้านทันที ไม่ต้องการจะเห็นหรือฟังอะไรจากคนๆนี้อีกต่อไปแล้ว ภูมิต้านทานของผมต่อผู้ชายคนนี้กำลังจะหมด

                “อิสริยะ คุณฟังผมก่อนสิ ... ฟังก่อน” เสียงเรียกของคนที่อยู่ข้างหลังเริ่มเข้มขึ้นแต่ผมไม่สนใจ

                เสียงวิ่งขึ้นบ้านตึงตังทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังตามผมมา ระยะห่างระหว่างเราถูกคนใจร้ายปิดมันลงเมื่อร่างโปร่งบางขยับเข้ามาใกล้ มือเรียวบางออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ผมหันกลับไปหาได้

“ผมบอกให้ฟังผมก่อนไง” อารมณ์ที่พยายามข่มไว้เริ่มเดือดปุดๆ เขามีสิทธิ์อะไรมาสั่งผม

“คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งผม ผมบอกให้ออกไป” ผมตวาดกลับไปด้วยเสียงที่ดังไม่แพ้กัน

มือนุ่มบางรวมมือหนาสองข้างของผมเอาไว้ ดวงตากลมใสมองผมอย่างอ้อนวอน ผมพยามยามเมินหน้าหนีแต่คนตรงหน้ารวบมือหนาทั้งสองข้างของผมไว้ด้วยมือข้างเดียว มือผมอยู่ในการเกาะกุมของมือนั้นนิ่งทั้งๆที่ความเป็นจริงผมสะบัดทีเดียวก็หลุดออกมาได้ไม่ยาก แต่ผมไม่ทำ ... มือข้างที่เป็นอิสระยกขึ้นมาจับคางผมไว้ บังคับไม่ให้ผมเมินหน้าหนี

“มองผมสิอิสริยะ มองตาผมแล้วฟังผม อย่าเดินหนีผมอย่างนี้ ฟังผมก่อน ... เรื่องนั้นผมไม่รู้เรื่องนะอิสริยะ ผมไม่ได้ทำ ผมพยายามช่วยคุณอยู่นะ” ผมสะบัดหน้าหนี ไม่อยากฟังอะไรอีกต่อไป “นี่ผมกำลังพูดอยู่นะ ฟังหน่อยได้มั้ย”

                “ไม่ เพราะผมฟังคุณไง ผมถึงได้เป็นแบบนี้” ผมหันขวับมามอง ดูเหมือนคนตรงหน้าก็เริ่มมีโมโหขึ้นมาแล้วเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่สนใจ

                “แล้วคิดว่าผมไม่เดือดร้อนหรือไง คุณไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ผมเป็นยังไงบ้าง” ผมได้ยินเสียงคนพูดหายใจฟืดฟาด คงกำลังพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเต็มที่ แรงบีบที่มือหนักขึ้นจนผมรู้สึกได้ แต่ผมก็ยังปล่อยมือผมอยู่ในอุ้งมือบางนั้น

                “คุณก็เลยจะโทษผมอย่างนั้นใช่มั้ย? จะมาด่าว่าอะไรผมอีก ต้องให้ผมเป็นยังไงคุณถึงจะพอใจ ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ออกไปได้แล้ว ออกไป ผมบอกให้ออกไป” ผมสะบัดมือหลุดจากความอบอุ่นนั้น ผลักร่างบางตรงหน้าให้ออกไปจากบ้าน ผมไม่ต้องการให้เขาอยู่ตรงนี้ต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว

                เหมือนแรงที่ผมออกไปไม่ได้ทำให้ความพยายามของคนตรงหน้าหมดลง มือบางยังไขว่คว้าแขนของผมเอาไว้ พยายามยื้อยุดผมไม่ให้ผลักไสเขาออกไป

                “ผมบอกให้ออกไป”

                “ไม่ จนกว่าคุณจะฟังผม” มือบางยื้อมือผมไว้แน่น

                “ไม่ฟัง ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ผมหลงเชื่อว่าคุณรักผม หลงเชื่อว่าผมจะไว้ใจคุณได้ หลงเชื่อว่าคุณจะช่วยผม แต่ที่ผ่านมาผมคิดผิด คุณทำร้ายผมทั้งๆที่ผมไม่เคยไปทำอะไรให้คุณเลย คุณมันใจร้ายใจดำ ... ได้ยินมั้ยว่าคุณมันใจร้าย” เหมือนจุดแตกหักของอารมณ์ คำพูดมากมายที่กักเก็บไว้ไหลออกมาไม่หยุด แม้รู้อยู่แก่ใจว่าคำพูดเหล่านั้นมันจะทำร้ายจิตใจคนตรงหน้า แต่ผมก็ยังพูดออกไป ... ถ้าคำพูดของผมนี้มันจะทำให้เขาหยุดและเรื่องทุกอย่างจบลง ผมจำเป็นต้องทำ

                “ไม่จริง ใครบอกว่าผมไม่รักคุณ ใครบอกว่าผมทำร้ายคุณ ผมไม่ได้ทำอย่างนั้นน่ะอิสริยะ ผมจะทำอย่างนั้นกับหัวใจตัวเองได้ยังไง ... ฟังผมก่อนได้มั้ย ขอให้ผมได้อธิบายทุกอย่างแล้วคุณจะเข้าใจผม ... นะ ... ผมรักคุณจริงๆนะ” ดวงตากลมมองผมอย่างอ้อนวอน คำว่ารักจากปากอิ่มหนาบาดลึกลงไปถึงหัวใจ ทำไมผมจะไม่เชื่อเขาล่ะครับ คำรักของเขานั้นจริงใจยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก ... แต่... เพื่อจะจบเรื่องนี้ผมจึงต้องพูดสิ่งตรงข้ามกับความรู้สึกออกไป

                “แต่ ผม เกลียด คุณ” คำว่าเกลียดถูกแปล่งออกไปอย่างยากลำบาก ดวงตากลมสวยวูบไหวเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากของผม น้ำใสๆเริ่มคลอในดวงตาคู่นั้นแต่เจ้าตัวก็รีบกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่มันออกไป

                ไม่ใช่แค่เขาหรอกครับที่กำลังเจ็บกับคำพูดนี้ของผม ตัวผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เหมือนหัวใจของผมกำลังถูกกรีดด้วยคำพูดของตัวผมเอง การพูดอะไรตรงข้ามกับความรู้สึกมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ เจ็บปวดแต่พูดออกไปไม่ได้ ... ผมต้องฝืนใจแข็งเอาไว้ ถ้าผมใจอ่อนแม้แต่นิดเดียวทุกอย่างก็จะพังไม่เป็นท่า

                มือนุ่มออกแรงดันผมติดกับผนังไม้สีสวยของบ้าน มือยกขึ้นเท้าผนังนั้นเอาไว้ไม่ให้ผมหนีไปไหนได้ สายตาจ้องมองมาอย่างเอาจริงเอาจัง แววตานั้นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อคำพูดของผมที่เพิ่งพูดไม่เมื่อครู่

                “ผมไม่เชื่อ คุณไม่ได้เกลียดผม คุณรักผมอิสริยะ คุณรักผม ได้ยินมั้ยว่าคุณรักผม”

                “ผมไม่ได้รักคุณ” ผมปฏิเสธออกไปแม้มันจะไม่ใช่ความจริงเลยก็ตาม แต่เหมือนคนตรงหน้าจะไม่ยอมเชื่อง่ายๆ

                “คุณรัก”

                “ไม่”

                “คุณรักผม” เสียงหวานยังตอกย้ำความรู้สึกที่มีอยู่ในหัวใจ ผมกำลังจะใจอ่อน แต่...

                “ไม่”

                “ผมบอกว่าคุณรักผมไง”

                “จะต้องให้ผมบอกกี่ครั้งว่า ผม กะ .... อืออออ”

                มือบางรั้งใบหน้าผมเข้าไปใกล้ ริมฝีปากหนาประกบลงมาบนริมฝีปากผมอย่างตั้งใจ มือนุ่มนั้นประคองใบหน้าผมเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ ดวงตาผมเบิกกว้างอย่างตกใจกับการกระทำของคนตรงหน้า ผมพยายามดันแผ่นอกบางของเขาให้ออกไปจากผม แต่ร่างบางนั้นก็บดเบียดเข้ามาแนบชิดไม่ยอมหนีไปไหน

                เรียวปากอิ่มหนาขยับไหวอย่างชำนาญ ความรักถูกถ่ายทอดลงมาบนจูบอ่อนหวานที่เกิดจากความตั้งใจของเขา ผมตกใจเกินกว่าจะตอบโต้อะไรออกไป ทำได้แต่หลับตาลงเพื่อรับสัมผัสของคนที่ผมรักและรักผมจนสุดหัวใจมอบให้ มือที่ดันแผ่นอกอยู่เลือนไปกอดรอบร่างบางเอาไว้ก่อนจะดึงร่างนั้นเค้ามาแนบชิด

                มือบางปล่อยใบหน้าผมให้เป็นอิสระเมื่อเขาสัมผัสได้ว่าผมจะไม่มีทางหนีไปไหนอีกแล้ว ลิ้มเล็กแตะลงบนริมฝีปากบังคับปากบางของผมให้เปิดออก ซึ่งผมก็ทำตามอย่างว่าง่าย ความรู้สึกรักที่ผมเก็บกักไว้ในหัวใจประทุออกมาอย่างรุนแรงเหมือนภูเขาไฟลูกใหญ่ที่กำลังระเบิด

                ผมใช้แรงทั้งหมดที่มีพลิกตัวให้หลังบางของแกงส้มติดผนังแทน มือของผมประคองใบหน้าหวานเอาไว้ให้รับจูบร้อนแรงจากผมได้อย่างเต็มที่ เมื่อตำแหน่งเปลี่ยน คนเริ่มจูบก็กลายเป็นคนถูกจูบทันที

                มือบางยกขึ้นมาทุบอกผมเบาๆไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าตัวกำลังจะขาดอากาศหายใจหรืออย่างไร ผมผละออกมาจากปากหวานละมุนของน้องอย่างแสนเสียดาย ผมเลิกคิ้วมองคนที่เริ่มเรื่องทุกอย่างก่อนอย่างมีคำถาม เสียงนุ่มที่ตอบมาทำให้คนที่พยายามเก็กหน้าอย่างผมหลุดหัวเราะ

                “ตามบทพี่ต้องผลักผมออกไปสิ”

                “แกงงง ... พี่น่ะ อิสริยะนะครับ ไม่ใช่พิณทอง” ผมพูดอ้างถึงชื่อตัวละครจากละครเรื่องดังที่ผมกับแกงส้มติดงอมแงม แกงส้มหัวเราะออกมาเสียงดัง

                “พี่เนี่ยน๊า ไม่เล่นตามบทเลย ... ชนะศึกเซ็ง” แกงแทนตัวเองเป็นพระเอกของเรื่อง ผมบีบจมูกของน้องอย่างหมั่นไส้

                “เล่นอะไรก็ไม่รู้ พี่ไม่เล่นด้วยแล่ว” ผมรวบร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด “นี่กว่าจะสร้างอินเนอร์มาได้ขนาดนี้นะ พี่ต้องฝืนความรู้สึกตัวเองแทบตายรู้มั้ย การทำอะไรตรงข้ามกับความรู้สึกมันโคตรจะยากเลยนะแกงส้ม พี่จะใจอ่อนเลิกเล่นตั้งแต่ตอนแกงมองพี่ด้วยสายตาอ้อนวอนแบบนั้นแล้ว นี่ห้ามไปทำสายตาแบบนี้กับใครที่ไหนนะรู้มั้ย ... ทำได้กับพี่คนเดียว เข้าใจมั้ยครับคนดี”

                “รู้แล้วครับพี่หมี ... พี่อ่ะ ไม่น่าหลุดเร็วเลย สปีริทนักแสดงต้องเล่นให้จบซีนสิครับ” ผมส่ายหน้าให้กับพ่อนักแสดงรางวัลตุ๊กตาหมีตรงหน้า

                “ไม่เอาอะแกง รู้มั้ยว่าตอนพี่พูดว่าพี่เกลียดเรา ไม่ได้รักเรา พี่เจ็บปวดมากเลยนะแกง เหมือนพี่กำลังทำลายหัวใจตัวเอง ไม่เล่นอย่างนี้แล้วนะครับ พี่ทำไม่ได้จริงๆ” ผมบอกความรู้สึกตอนนั้นให้กับคนที่ผมรัก ผมจะไม่มีวันพูดประโยคนั้นเด็ดขาด เพราะผมจะไม่มีวันเลิกรักแกงส้ม แกงคือหัวใจของผม

                “ผมก็เจ็บเหมือนกัน ห้ามทิ้งผมนะพี่หมี ผมคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่” ใบหน้าหวานแนบลงบนอก ตอนนี้แกงคงกำลังได้ยินเสียงหัวใจของผมที่กำลังเต้นระรัว

                “พี่รักแกงนะครับคนดี” ผมจูบลงบนขมับเบาๆ ผมสูดกลิ่นหอมเฉพาะตัวเข้าเต็มปอด

                “ผมก็รักพี่นะครับพี่หมี” แกงพูดเสียงอู้อี้แนบกับแผ่นอกของผม ความสุขที่มีลมหายใจกำลังอยู่ในอ้อมกอดของผม แล้วในเวลาอย่างนี้ผมจะต้องการอะไรอีกล่ะครับ

                “แกงงงง”

                “ครับพี่ฮั่น” แกงเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมช้าๆ

                “เมื่อกี๊อะ ... ที่จูบเมื่อเกี๊ยะ ... ต่อได้ป่ะ?” ผมถามออกไป ... ความจริงก็รู้อยู่หรอกครับว่ายังไงแกงก็ยอมให้ต่อ แค่ขออนุญาตพอเป็นพิธีก็แค่นั้นเอง

                “บ้า ...” แก้มใสๆเริ่มขึ้นสีแดง แก้มป่องๆของน้องตอนนี้เห็นแล้วน่าหอมให้ชื่นใจเป็นพี่สุด “... อืม ก็เอาสิ”

                ผมหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่ ... ถ้าแกงส้มจะน่ารักขนาดนี้นะครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ยคะว่า SF นี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง??? 555555 ... แม่หมูยังคงคอนเซ็ป แกงชนะศึก และ หมีพิณทอง ไว้เหมือนเดิม

มันเป็นเพราะฉากนั้นนนน ... ฉากน้านนนนนนนนนน คือ อยากบอกว่าตอนดูไม่คิดถึงพี่หมีเลยยยยย คิดอย่างเดียว "กรูจาเปนพิณทองงงงงงงงง" อยากสิงร่างปันปันเวอร์!! <<< ยังยืนยันว่าตัวเองใสๆ คริๆ (ใครจะเชื่อแก๊!!!)

หวังว่าคงชอบกันสำหรับ SF แรก ของแม่หมูน๊าาาา


หวังว่าคงชอบ "พี่หมีพิณทองของแม่หมู" นะคะ >w<

ยกมาไว้บ้านใหม่เพื่อความสะดวกสบายของตัวเองจ้าาา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

499 ความคิดเห็น

  1. #494 ploy_pat ^^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 18:53
    แหมอ่านตอนแรกน้ำตาจะร่วง5555555
    #494
    0
  2. #484 pp mt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:05
    อินไปจนนึกว่าเรื่องจริง

    โดนหลอกเลยอ่ะ

    5555
    #484
    0
  3. #432 nanthita_bohr (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 07:01
    เค้าชอบบอร์ดี้การ์ดแกงอะแม่หมู แต่แม่หมูแต่งอะไร เค้าก็อ่านทั้งนั้นแหละจ๊ะ
    #432
    0
  4. #346 Mean_HKS (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 02:03
    อ๊ากกกกก ตอนแรกก็นึกว่าเรื่องจริง 55555555555
    #346
    0
  5. #290 immercyn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 22:19
    อ่านตอนแรกตกใจเลยย555555

    แบบเห้ยมาได้ไง พออ่านๆไป โหห ลึกซึ้ง55555
    #290
    0
  6. #280 I'Fah:) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 22:02
    ตอนแรกก็ตกใจหมด 5555
    พิณหมี หรือจะ หมีทอง ดี #พอเถ๊อะ5555555555555
    #280
    0
  7. #55 bull (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 / 19:04
    ตกใจหมดเลยยย
    #55
    0
  8. #31 เด๋กดี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 / 13:33
    เกือบน้ำตาร่วงแล้ว ตกใจหมดเลย
    #31
    0
  9. #9 Gultida (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 22:18
    โอ้ย....โดนแม่หมูหลอก55555 แต่ชอบน่ะ หมีพิณทอง ฮุเล5555
    #9
    0