APPEAL EYES ดึงดูดใจยัยพี่สาว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 79 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    79

ตอนที่ 4 : [Episode 4]: ไปดื่มอะไรกันมั้ยครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ม.ค. 62


“เจ้... ขอโทษ ไม่ทำแล้ว ที่นี่มันหนาวอะ ขอกอดหน่อยดิ”

“ไม่ เดี๋ยวตี๋ก็จับนั่นจับนี่เจ้อีก ถึงเจ้จะเป็นพี่ แต่เจ้ก็เป็นผู้หญิงนะ” นั่นไง สิ่งที่ผมสั่งสอนเธอไปเมื่อเช้ามันย้อนกลับมาทำร้ายผมแล้ว

“สงสารน้องหน่อยเหอะ ดูดิ ผ้าห่มก็แคบ เค้าหนาวอะ” ผมพูดแล้วทำหน้าตาหน้าสงสารสุดขีด เจอแผนนี้เธอต้องใจอ่อนกับผมแน่

“เฮ้อ งั้นเอาไปเลย เดี๋ยวเจ้ออกไปนั่งผิงไฟกับเทนโทดีกว่า” พูดจริงทำจริงซะด้วย เพราะเมื่อเดนิชออกไปก็แหลือแค่ผมที่ยังนั่งเหวออยู่ตรงนี้น่ะสิ

“เจ้ รอผมด้วย!”


ผมเข้าไปนั่งข้าง ๆ เดนิช จะพูดว่าข้าง ๆ ก็คงไม่ถูกนัก ผมกำลังเบียดเข้าไปใกล้เธออยู่ ไม่รู้ทำไม เวลาได้แกล้งเดนิชแล้วอารมณ์ดีชะมัด

“ตี๋ ที่นั่งก็มีเยอะแยะ มาเบียดทำไม” เดนิชเริ่มแหวใส่ ตอนที่ผมดันเธอไปจนแทบตกเก้าอี้

“นี่ เจ้ เราไปหาอะไรสนุก ๆ ทำกันดีมั้ย อะไรที่แบบตื่นเต้น ๆ อะ” ผมพูดแล้วส่งสายตาเจ้าเลห์แพรวพราวไปให้เธอ แล้วเธอก็ด่าผมกลับมา

“พูดบ้าอะไรเนี่ย ลามกชะมัด”

“เดี๋ยว ๆ เจ้ คิดอะไรอยู่ ผมหมายถึงไปเดินเล่น ดูดาวอะไรแบบนี้ต่างหาก”

“เอ้ะ ตี๋!!”

“โตแล้วเป็นคนแบบนี้หรอเราอะ คิดอะไรไม่ดีเลย” ผมชอบเวลาที่ผมต้อนให้เธอจมมุม เดนิชจะไม่สามารถตอบโต้อะไรผมได้เลย ปากอิ่มได้แต่อ้าพะงาบ ๆ จะเถียงแต่ก็เถียงไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเบ้ปากอย่างขัดใจแล้วหันหน้าหนี นี่ล่ะสเต็ปเธอเลย

“ไม่เอาน่า อย่างอลเลย ป่ะ ไปดูดาวกัน อยากให้เห็นจริง ๆ นะ”

“อยู่ที่ไหนก็เห็นได้ไหมล่ะ ดาวน่ะ”

“ไม่ได้ เพราะถ้าเจ้ดูดาวที่นี่ นอกจากจะเห็นดาวไม่เหมือนอเมริกาแล้ว เจ้ยังได้ดูกับผู้ชายที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดในชีวิตเจ้ที่นี่อีกด้วย” นี่เอาเรื่องจริงมาพูดเล่นเลยนะ เธอต้องคว้าโอกาสนี้ไว้แล้วล่ะ

“แหวะ ไม่เอาหรอก ที่อเมริกา มีผู้ชายที่หล่อกว่าตี๋เยอะแยะ”

“ป๊าดดด นี่เจ้ดูถูกผมขนาดนี้เลยเหรอ พรุ่งนี้โบกรถกลับเองเลย” ผมน้อยใจแล้วนะ เธอเห็นคนอื่นดีกว่าผมแล้วอะ

“ไปดูก็ได้ ป่ะ ๆ ลุกสิ” เดนิชลุกขึ้นมาดึงเขาให้ตามใจ แต่เขาก็รั้งตัวเองไว้ ไม่ยอมไปกับเธอ

“ตี๋ ไม่เอาสิ ไม่งอล นะ ๆ ไปดูดาวดีกว่า เนาะ” เดนิชส่งสายตาอ้อน ๆ มาให้ผม แถมยังเอาหัวทุยมาถูไถกับไหล่เขา แล้วซบอ้อน ๆ แบบนี้ก็หายสิครับ ใครไหว ผมไม่ไหว

“ถ้าคราวหน้าเห็นคนอื่นดีกว่านะ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีกเลย เชอะ”

“ไม่แล้ว ใครจะสำคัญกว่าตี๋ ไม่มี๊”

“เจ้!!”


ในขณะที่สองพี่น้องเดินหนุงหนิงกันไกลออกไป เหลือไว้แค่เทนโทที่นั่งผิงไฟอย่างเหงงาหงอยเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย ข้างในใจได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่ ที่เขาจะมีคนให้ใส่ใจแบบคนอื่น ๆ บ้าง ได้แต่หวังว่าเขาคงจะไม่ขึ้นคานเป็นเพื่อนมิรา


สองร่างเดินมายังพื้นที่โล่งซึ่งเป็นจุดที่ห่างจากแสงไฟ จึงทำให้มองเห็นอะไรได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แสงดาวที่ส่องพราวระดับ ประดับอยู่ทั่วท้องฟ้า เป็นภาพที่น่ามองยิ่งกว่าที่ไหน ๆ

คนตัวเล็กที่ไม่มีโอกาสได้มาเจอภาพแบบนี้อดที่จะตื่นเต้นดีใจไม่ได้ ชีวิตเธออยู่กับแสงสีมาโดยตลอด ในเมื่อใหญ่ ไม่มีท้องฟ้าที่มีดาวพร่างพรายแบบนี้ให้เห็นเลย

เธอซึมซับบรรยากาศดี ๆ ตอนนี้ไว้ มันพิเศษยิ่งขึ้น เมื่อคนที่พามาดูเป็นเขา

"ตรงนี้หนาวจังเลยอะเจ้"

"อือ ลมมันพัดแรง มันเป็นที่โล่ง" ตรงจุดที่เรายืนมันอยู่สูง และมีลมพัดมาตลอดเวลาเลย ดีนะที่เธอเอาเสื้อแขนยาวตัวหนามาด้วยน่ะ

"รู้งี้ใส่เสื้ออีกคัวมาก็ดีหรอก" คนข้างกายเธอพูดขึ้นมาแล้วหน้าย่น คิดว่าน่ารักตายแหละ

"สมน้ำหน้า ใครบอกให้มาตรงนี้เอง ช่วยไม่ได้" ฉันพูดแล้วแลบลิ้นให้เขาทีนึง

"หนอย พามาดูของดีแล้วยังไม่ชอบอีก มานี่เลย"

"เห้ย จะทำอะไรอะ ว้ายย" เธอรีบวิ่งหนีสตอร์มที่กำลังเข้ามาหา

"อย่าหนีนะ มานี่เลย มาสมน้ำหน้าน้องได้ยังไง"

"อย่าตามมานะ ว๊ายยยย!" ฉันวิ่งหนีเขาอยู่ดี ๆ ขาก็ไปสะดุดกับก้อนหินแถวนั้นเอาซะได้

"เห้ย เจ้!!"

ฉันลับตาปี๋ด้วยความตกใจ แต่ก่อนที่จะล่วงลงพื้นไปก็โดนมือดกร่งคว้าเอวไว้ซะก่อน

ฟึ่บ ปึก!

จมูกฉันชนเข้ากับแผงของของเขาจัง ๆ นี่ถ้าฉันไปทำจมูกมา ป่านนี้คงจะเบี้ยวไปแล้วแหละ

เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เจอใบหน้าหล่ออยู่ห่างไม่ถึงคืบ กลิ่นหอมแบบผู้ชายอ่อน ๆ ลอยเข้ามา ผมที่ลงมาปรกหน้า รับกับดวงตาเรียวคมที่มองแล้วชวนให้หวั่นไหว จมูกโด่ง ปากกระจับสีสด พระเจ้า ทำไมเขาถึงได้ดูดีขนาดนี้นะ แค่มองหน้า หัวใจดวงน้อย ๆ ก็เต้นรัวอยู่ในอก มันดังซะจนฉันกลัวว่าเขาจะได้ยิน

ตึกตัก ตึกตัก~

"ไม่เป็นไรใช่มั้ย"

"อะ อ๋อ ไม่ ไม่เป็นไร" ฉันผละออกมาแล้วทำท่าเป็นจัดเสื้อผ้าตัวเองซะอย่างนั้น แล้วเลี่ยงที่จะสบตา ตอนที่เขาก้มหน้าลงมาถามฉัน

"ดีแล้วไม่เป็นอะไร ซุ่มซ่ามจริง ๆ เลยนะ" ไม่พูดเปล่า เอามือมาเขกหัวคนตัวเล็กกว่าอีกทีด้วยความหมั่นไส้

โป้ก!

"โอ้ย ตี๋ มันเจ็บนะ!"

"ก็ทำให้เจ็บไง คราวหลังจะได้ระวังมากขึ้น"

"ทำบ่นเป็นตาแก่ไปได้" คนตัวเล็กบ่นพึมพำออกมา แต่ก็ไม่วายเข้าหูเขาอยู่ดี

"ก็จะมีพี่สาวที่ไหนที่ต้องให้น้องชายมาปกป้องตลอดด้วยล่ะ" สตอร์มลอยหน้าลอยตาพูดออกมา หน้าตาเขาตอนนี้น่าหมั่นไส้สุดๆ

"ไม่ได้ขอให้ทำซะหน่อย" ฉันกวนประสาทเขากลับไปบ้าง

"หน็อย นี่แน่ะ" มือแกร่งจับแก้มฉันจนโย้แล้วดึงไปมา

"นี่คิดว่าฉันเป็นตุ๊กตารึไง ดึงมาได้!"

"แต่ว่าหนาวจริง ๆ นะ ขอกอดหน่อย" ไม่ต้องรอให้ตอบ เขาก็ซุกเข้ามากอดจากทางด้านหลัง แล้วเอาคางมาเกยอยู่ที่ไหล่ ซึ่งมันทำให้เธอเกร็งจนแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้

"อุ่นจังเลยน้า"

เราต่างก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกได้แต่ซึมซับบรรยากาศตอนนี้เอาไว้


“ว่าแต่เจ้เรียนอะไรมานะ”

“ก็บริหารไง”

“แต่เจ้ชอบดีไซน์ไม่ใช่รึไง” เดนิชชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เวลาเธอว่าง เธอก็มักจะไปนั่งสวนหลังบ้านวาดรูปเล่น แล้วก็ชอบออกแบบชุดให้ทุฟุเจ้าเหมียวที่บ้านบ่อย ๆ เรื่องงานตัดเย็บไม่ต้องห่วงเลย เดนิชมักจะคอยจัดการเรื่องเสื้อผ้าของคนในบ้านบ่อย ๆ เธอจะมีเสื้อผ้าใหม่ ๆ มาเป็นของขวัญได้ทุกเทศกาลเลยล่ะ ผมเลยแปลกใจว่าทำไมเธอถึงมาเรียนบริหาร

“มันก็ใช่ แต่คุณพ่อมีบุญคุณกับเจ้มาก ท่านก็เริ่มอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เจ้ก็ต้องทำอะไรตอบแทนท่านบ้างน่ะ” เดนิชส่งยิ้มน้อย ๆ มาให้ผม มันเป็นรอยยิ้มที่เสียดาย แต่ก็ไม่ได้เสียใจ

“อย่าว่าแต่เจ้เลย ตี๋ก็เรียนบริหารเหมือนกันไม่ใช่รึไง ฮึ”

“ผมก็ชอบของผมมาตั้งนานแล้วปะ”

“หึ ๆ นั่นสินะ ใครจะชอบจัดการแถมยังเผด็จการได้เท่าอาตี๋ของเจ้เล่า” มือเล็กจับจมูกเขาแล้วส่ายเบา ๆ อย่างหมั่นไส้

“เมื่อแล้วอะ กลับไปที่แคมป์กันมั้ย เริ่มหิวแล้วด้วย”

“อื้อ ไปสิ”


ไลน์~

หืม ใครส่งข้อความมาเวลานี้กัน



ARTHER : ทำอะไรอยู่เดนิช ไปเที่ยวสนุกมั้ย

ดีมากเลยล่ะ บรรยากาศกำลังดี นายล่ะเป็นยังไงบ้าง : Danish

“ใครทักมาหรอ”

“...” เงียบ ไม่ตอบผม แถมยังตั้งหน้าตั้งตากดแป้นโทรศัพท์ยิก ๆ เลย แล้วไอ้ท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่นมันอะไร คุยกับผู้ชายอยู่รึไงเล่า

“ไหนดูสิ ว่าใคร”

ฟึ่บ

“นี่! ตี๋เอาคืนมาเลยนะ” คนตัวเล็กพยายามที่จะเข้ามาแย่งคืน แต่จะทำอะไรได้ เธอสูงแค่ไหล่ผมเอง แต่ผมชูขึ้นไปสูง ๆ เธอก็แย่งไม่ได้แล้วล่ะ

“ไหนดูซิ ใครกันน้า ที่เข้ามาจับผู้หญิงเซ่อ ๆ แถมยังซุ่มซ่ามแบบเจ้อะ”

คนตัวเล็กกว่าเอื้อมมือไปคว้ายังไงก็ไม่ถึง ได้แต่ยืนเบะปากรอเขาดูให้แล้วใจ

“อาเธอร์หรอ หล่อดีนี่นา”

“นี่ เอาคืนมาเลย” มือเล็ก ๆ แบมือรอ แต่ถ้าให้ง่าย ๆ ก็ไม่สนุกสิ

“อยากได้หรอ” เขาเริ่มมีท่าทางกวน ๆ เมื่อเธอพยายามที่จะเอามันคืนไป

“อย่ามาเล่นลิ้น เอามา”

“งั้นก็ต้องมีของแลกเปลี่ยน” เดนิชเริ่มมีท่าทางไม่ไว้ใจ เมื่อเห็นสีหน้าของน้องชายอย่างเขา

“อะไร”

“อืม เอาเป็น... ห้องแก้มทีนึงแล้วจะให้ ดีมะ” สตอร์มพูดแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เดนิชจึงได้แต่พงะ แล้วถอยห่างออกไป

“ไม่เอา ข้อแลกเปลี่ยนบ้าบออะไร ใครจะทำกัน”

“เฮ้อ... อุตส่าห์ให้ทำอะไรง่าย ๆ ก็ไม่ทำ งั้นเก็บไว้ที่ผมก่อนแล้วกันนะ” เขาเก็บเครื่องมือสื่อสารของเธอไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ตแล้วเดินนำเธอไป

“ได้ไงอะ อย่าแกล้งสิ”

“ก็เจ้ไม่ทำตามข้อแลกเปลี่ยนเอง ช่วยไม่ได้”

“ตี๋!...”

“หนาวจังเลยตรงนี้ กลับไปนั่งผิงไฟกับเทนโทดีกว่า” มือใหญ่ จับมือเธอให้เดินตามมาด้วยกัน แล้วหลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้แตะมันอีกเลยตลอดทริป


หลังจากทุกคนแยกย้ายกลับกัน เขาก็มุ่งหน้ากลับคอนโด โดนที่มีพี่สาวคนสวยนั่งรถกลับมาด้วย เธอคงจะเหนื่อยมาก เพราะขากลับเราเดินทางจากน่านไปที่เชียงใหม่แล้วนั่งเครื่องกลับเลย ไม่มีแวะพัก ถือเป็นการเดินทางที่ยาวนานเหมือนกันนะ เขาก็ชักจะเหนื่อย ๆ ด้วยสิ

“เจ้ ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว”

“เดนิช ตื่นสิ ขึ้นห้องกัน”

เงียบ

ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับจากคนข้าง ๆ เดนิชยังคงหลับสนิทอยู่ที่เบาะ นอนคอตก หลับตาพริ้ม ความเคลื่นไหวที่หน้าอก บ่งบอกถึงลมหายใจสม่ำเสมอ เธอคงหลับลึกน่าดู

ร่างใหญ่ลงจากรถไป แล้วเปิดประตูอีกฝั่ง อ้อมไปปลดเข็มขัดนิรภัยที่เธอคาด มืออีกข้างรองหัวทุยไว้ไม่ให้ไหลลงไปตามแรงโน้มถ่วง เขาอุ้มเธอขึ้นมาแล้วพาขึ้นห้องไป

ร่างบางถูกวางลงบนเตียงคิงไซส์สีดำอย่างแผ่วเบา จัดท่านอนเรียบร้อยแล้วจึงดึงผ้าห่มมาห่มให้ เขายังคงไม่ลุกออกไปไหน ยังนั่งมองใบหน้าขาวใสหมดจดนั้นอยู่ นิ้วเรียวกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเล็กออก

แต่แล้วลมหายใจก็ต้องสะดุด เมื่อใบหน้านั้นหันมาทางเขา ยังดีที่ดวงตานั้นปิดสนิท ไม่ได้สุกใสเหมือนยามที่มองเขา ได้แต่ขอบคุณความเหนื่อยล้า ที่ทำให้เธอไม่ต้องตื่นมาเห็นเขาที่กำลังจ้องเธออยู่ ขอบคุณที่ทำให้เขาไม่เผลอไผลไปทำอะไรที่มันผิด

ใบหน้าเธอตอนที่นอนหลับพริ้มแบบนี้ มันน่าดึงดูดสิ้นดี กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอมันอบอวลยามที่เขาเข้าใกล้

มือหยิบยกสมาร์ทโฟนคู่ใจต่อสายไปหาปลายทาง ที่จะทำให้เขาหยุดอารมณ์พลุ้งพล่านในตอนนี้ได้

‘ว่าไงคะเบบี๋ มีเวลามาหาลิซแล้วใช่มั้ย’ เสียงหวานใสดังออกมาจากปลายสาย

“ไปดื่มอะไรกันมั้ยครับ คืนนี้”

‘ที่เดิมดีมั้ยคะ’

“ครับผม”

เมื่อสายตัดไป ผมก็หันไปมองร่างบางอย่างเสียดาย แล้วทิ้งไว้แค่ร่างบางที่นอนหลับใหลอยู่ในห้องของผมเท่านั้น


___________________________________

นี่พี่น้องกันจริง ๆ ใช่มั้ย แค่พี่น้องใช่มั้ย ตอบไรท์ที

0 ความคิดเห็น