APPEAL EYES ดึงดูดใจยัยพี่สาว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 80 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2

    Overall
    80

ตอนที่ 3 : [Episode 3] หมอนข้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

“ตี๋...”

เสียงเล็กพึมพำอยู่กับหลังของผม ดูท่าเธอจะเมาไม่น้อยเลยนะ ไปเรียนที่อื่นทำตัวแบบนี้บ้างมั้ยเนี่ย มาอ่อย มาอ้อน มาเมา แล้วให้คนอื่นดูแลเบบนี้ คอยดูเถอะ ถ้าเจอหม่าม๊านะ ผมจะฟ้องให้หม่าม๊าดุเธอให้เข็ดเลย

จะว่าไป นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เธอไม่ได้ขี่หลังผมแบบนี้ ถึงเธอจะโตเป็นสาวแล้ว แต่เธอก็ยังตัวเล็กสำหรับผมอยู่ดี แม้ว่าผมจะชอบทำท่าเหมือนรำคาญเธอตลอด แต่ตอนที่เธอมาอ้อนผมมันน่ารักดีนี่นา เธออายุมากกว่าผมก็จริง แต่เมื่อก่อนนะ เธอทั้งขี้งอแง แล้วก็ชอบมายุ่งกับผม มาเป็นห่วงมาใส่ใจ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังเอาไม่รอด

แต่ว่านะ มันก็น่ารักดีไม่ใช่หรอ ที่มีคนมาสนใจ หม่าม๊าของผมน่ะ ท่านเป็นคนใจดี แต่ท่านก็ต้องดูแลงานในบ้านเยอะแยะ ต้องดูแลคนอีกมากมาย เวลาผมเหงา ๆ ก็มีแค่ยัยนี่ละมั้งที่ชอบมาเล่นกับผม ชอบเอาขนมมาให้นึกถึงตอนที่เราเจอกันครั้งแรกมันก็ตลกดี




ผมนั่งแกร่วอยู่ในบ้างกับพี่เลี้ยงทั้งวัน แต่เอ๊ะ ผมได้ยินเสียงรถมาล่ะ ต้องเป็นหม่าม๊ากับลุงโรเบิร์ตแน่เลย คิดได้แบบนั้นผมก็รับวิ่งปที่หน้าบ้านเลย

“เอ้า ๆ วิ่งระวังหน่อยสิตี๋” เสียงหม่าม๊าผมดังมาแต่ไกลเลย ทันทีที่ท่านลงรถมาผมก็กระโดดกอด ก็แน่ล่ะ อยู่บ้านทั้งวัน เบื่อจะตายชัก

“ลุงโรเบิร์ตละฮะ” ผมถามหาแฟนของหม่าม๊าทันทีที่ท่านปล่อยผม ผมไม่ใช่เด็กงี่เง่านะครับ ที่จะงอแงเวลาหม่าม๊ามีแฟนน่ะ ผมรู้ว่าเพราะอะไรพ่อของผมกับหม่าม๊าถึงตกลงแยกทางกัน ผมค่อนข้างที่จะมีคามคิดที่แตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันด้วยละมั้ง มันเลยทำให้ผมยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ง่าย ๆ

“อะไรกัน เด็กคนนี้นิ ไม่คิดถึงหม่าม๊าเลยหรอ มาถึงก็ถามหาแต่ลุงโรเบิร์ต หม่าม๊าน้อยใจแล้วนะ” ใบหน้าสวยงอง้ำ เมื่อผมถามหาอีกคนที่ท่านมาด้วย แต่ก็เหมือนจะงอแบบแกล้ง ๆ มากกว่า ผมเลยหอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่ แล้วถอยออกมายืนรอรับลุงที่เป็นเหมือนเพื่อนเล่นของผม

“โรเบิร์ต!!” ผมยิ้มกว้างเมื่อร่างสูงเดินอ้อมรถมาอุ้มเขาขึ้นสูงเลย

“ไง คิดถึงกันมั้ย ไม่ได้เจอกันหลายวันเลย”

“ไปขนของเหนื่อยมั้ยฮะ” ผมถาม เพราะหม่าม๊าบอกว่าลุงโรเบิร์ตจะมาอยู่ด้วยกัน ผมยิ่งยินดี เพราะจะมีเพื่อนเล่นด้วย ท่านไปขนของหลายวันเลย จนผมคิดถึงแน่ะ

“เหนื่อยมาก ๆ เลยล่ะ เพราะของเยอะมาก” ลุงว่า แล้วมาหอมแก้มของเขา ไรเคราสากทำให้เขาจั๊กจี้

“หนุ่ม ๆ สนใจสาว ๆ หน่อยสิ” หม่าม๊าที่ยืนยิ้มดูผมกับลุงเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากผม แล้วอยู่ดี ๆ หม่าม๊าก็หันไปเปิดประตูข้างหลัง ผมนึกว่าคนที่มามีแค่หม่าม๊ากับลุง แต่ไม่ใช่

เพราะเมื่อหม่าม๊าเปิดประตู ร่างเล็กของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ลงมาด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ

ผมมองอย่างสงสัย แล้วหันหน้าไปหาคุณลุงที่อุ้มผมอยู่ ท่านเลยวางผมลง แล้วจูงมือผมเดินไปหาเด็กคนนั้น

เธอตัวเล็ก และดูบอบบาง เหมือนตุ๊กตากระเบื้องที่ตั้งโชว์อยู่ในห้องนั่งเล่น ตากลมใสนั้นจ้องมองเขา เมื่อเขากำลังอ้าปากจะทักทาย เธอก็ตกใจแล้วรีบเข้าไปหลบหลังหม่าม๊าของผม

“ไม่เป็นไรน๊ะจ๊ะ” หม่าม๊าพยายามปลอบใจเธอ แต่ดูเหมือนเด็กนั่นกลัวคนแปลกหน้า

“ตี๋ หวัดดีเดนิช เจ้ของลูกสิ”

อะ อะไรนะ เจ้งั้นเหรอ

“หม่าม๊า...”

“ไม่เป็นไรนะ เดนิชเป็นลูกของลุงโรเบิร์ต อีกหน่อยก็จะมาเป็นอาเจ้ และก็เพื่อนเล่นของลูกไงจ๊ะ” หม่าม๊าเดิน เขามาหาผมแล้วย่อลงมาคุยด้วย

“อื้อ ผมไม่เป็นไรครับ มีเพื่อนเล่นก็ดี” เขามองดูเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่แอบอยู่ข้าง ๆ ลุงโรเบิร์ต ดีซะอีก เขาจะได้มีเพื่อนเล่นเวลาที่หม่าม๊ากับลุงไม่อยู่

“เดนิช ไม่ต้องกลัว จากนี้ไปเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ มาสิ มาหาน้อง” หม่าม๊าจับมือเล็ก ๆ ของเธอ แล้วพาเดินมาหาผม เมื่อเธอเห็นผมกำลังจะเอื้อมมือไปจับมือเล็กนั่น เธอก็ทำท่าจะชักมันหนีอีก แต่ผมเร็วกว่า

หมับ

เฮือก

“ไม่เป็นไรนะ” เมื่อเห็นยัยตุ๊กตาทำท่าตกใจขนาดนั้น เขาเลยเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบา ๆ จากที่เธอหวาดกลัวเขา กลับจ้องเขาตาแป๋วซะอย่างนั้น

“เป็นไง น้องชายไม่น่ากลัวใช่รึเปล่า เดนิช”

“ค่ะ” เธอยิ้มแล้วตอบลุงโรเบิร์ต

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

เขารู้สึกแปลก ๆ

มันเป็นความรู้สึกอะไรกันนะ เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ มันเหมือนกับว่าท้องเขามันโหวง ๆ แปลก ๆ แฮะ มันเป็น เมื่อตอนที่เธอหันมาส่งยิ้มให้เขา หลังจากที่ยิ้มให้ลุงโรเบิร์ตแล้วน่ะ

ปากเล็ก ๆ สีแดงนั้น มันกำลังยกยิ้มให้เขา ตากลมใสของเธอเป็นสระอิ เมื่อแก้มอิ่มนั้นเบียดมันตอนเธอยิ้ม ทุกอย่างรอบตัวมันดูสดใสไปหมดเลย มันทำให้เขาต้องขยับยิ้มตามเธอไปด้วย

น่ารักจังเลยนะ

“ตี๋ พาเจ้ไปเดินดูรอบ ๆ บ้านสิ เดี๋ยวหม่าม๊ากับลุงโรเบิร์ตจะขนของเข้าบ้านก่อน”

“ฮะ ป่ะเดนิช เดี๋ยวตอมพาเดินเที่ยวนะ”

มือเล็กของเขายื่นไปรอเดนิช แล้วมือป้อม ๆ ของเธอก็จับกับเขา เพื่อให้เขาพาไปเดินเล่น



มันเป็นการเจอกันครั้งแรกของเราน่ะ นึกถึงตอนนั้นแล้ว มันก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก แต่ก็เหมือนกับว่าเราไม่ใช่คนแปลกหน้ากันเลยล่ะ แต่จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมเธอทำท่ากลัวผมขนาดนั้น แต่ก็นะ เด็กคนอื่น ๆ เขาก็อาจจะเป็นแบบนี้ละมั้ง คงมีแค่ผมนี่แหละ ที่ไม่กลัวคนแปลกหน้าน่ะ



เดนิชค่อย ๆ ขยับจนผมต้องขยับตาม เพราะกลัวเธอตกจากหลังของผมน่ะสิ แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ คืนนี้ดาวสวยชะมัดเลย เดนิชไม่น่าหลับก่อนเลย ไม่งั้นคงได้ดูดาวด้วยกันแล้วล่ะ

“นี่ เดนิช เธอต้องเป็นน้องสาวของฉันต่างหากล่ะรู้มั้ย พี่สาวอะไรมาคอยให้น้องชายคอยปกป้องตลอดน่ะ”

แต่จนแล้วจนรอด ร่างบางก็ยังไม่ตอบเขากลับมาอยู่ดี ดื่มหนักแบบนี้จะปล่อยให้ไปดื่มกับใครที่ไหนได้เนี่ย

ฮึบ ฟึ่บ ฟู่วว

ถึงเต็นท์จะอยู่ไม่ไกล แต่ก็พาเดนิชกลับได้ลำบากพอควร ก็ยัยนี่มัวแต่ดิ้นน่ะสิ เกือบพากันล้มแล้ว เมื่อวางร่างบางลงบนที่นอนแล้ว เขาก็เลยดึงผ้าห่มมาห่มให้ เพราะร่างบางเริ่มทำตัวงอเป็นกุ้ง คงจะหนาวนั่นแหละ แต่จะว่าไปไม่ออกไปดื่มกับพวกนั้นแล้วดีกว่า ชักง่วง ๆ แล้วเหมือนกัน

แต่พอล้มตัวลงนอนแล้วหันไปหาเดนิช ก็เห็นว่าหน้าเธอห่างจากผมนิดเดียวเอง หลับตาพริ้มเชียว

“คิดถึงนะเดนิช” ผมบอกแล้วขยับไปหอมหน้าผากเธอเบา ๆ แล้วหลับไป




[Danish Part]

“นี่ ยัยเด็กเหลือขอ ออกไปให้ไกลจากหน้าร้านฉันนะ!” เสียงป้าที่ขายขนมอยู่ตะโกนไล่ฉัน

“ฮึก...”

“แกไม่ต้องมาร้องไห้ เงินก็ไม่มี ยังจะเสนอหน้ามาทุกวันอีก ฉันไม่หลงกลแกแล้ว”

“แต่ว่า ฮึกแต่ว่าแม่ของหนูมีเงินจ่ายนะ” ฉันบอกแกไปทั้งน้ำตา

“มีเหรอ แล้วไหนล่ะ แม่แกอยู่ไหน ฮึ!”

“แม่ อึก แม่น่ะ ฮืออ...”

“ไปเลยนะ ไม่ต้องมาร้องไห้หน้าร้านฉัน ออกไปเลย ชิ่ว!!”

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ฉันเป็นแบบนี้ ฉันเองก็อยากรู้ ว่าผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงของฉันไปไหน ตั้งแต่วันนั้น ที่ฉันขึ้นรถมากับเธอ ทุกอย่างในชีวิตของฉันมันก็เปลี่ยนไป ทำไมโชคชะตาถึงเล่นตลกกับฉันแบบนี้นะ



“หนู หนูเป็นอะไรจ๊ะ”
เสียงนั้นเรียกฉันอยู่ใช่มั้ย เธอคุยกับฉันใช่มั้ย
“ทำไมมาอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ พ่อแม่ไปที่ไหน” ผู้หญิงคนหนึ่งคุยกับฉัน เธอดูใจดี ไม่เหมือนป้าร้านขนมนั่นสักนิด
“มาตากฝนแบบนี้เดี๋ยวก็ป่วยหรอก หลงทางกับพ่อแม่รึเปล่า”
“หนู หนู ไม่รู้ค่ะ... ฮึก หนูไม่รู้” แค่เธอถามถึงพ่อกับแม่ มันก็ทำให้บ่อน้ำตาของฉันแตกได้ง่าย ๆ
“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ไปกับฉันสิ เดี๋ยวฉันพาไปสถานีตำรวจ ดีมั้ย”
ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่นา
“อื้อ”
“มาจ่ะ หยุดร้องไห้ได้แล้ว เดี๋ยวก็จะได้กลับบ้านแล้วนะ”

แล้วในคืนฝนตกวันนั้น เธอก็เป็นคนกางร่วมให้ฉันเอง แต่มันไม่ได้จบตรงนั้นน่ะสิ

“หนู บอกชื่อจริงมาเถอะนะ ลุงจะได้ตามหาพ่อแม่ได้ถูกไง”

“หนูบอกไปแล้วนะคะ หนูชื่อ เดนิช เดนิช โฮล์ตัน” ฉันบอกลุงตำรวจเป็นครั้งที่ร้อยแต่ลุงเขาก็ยังจะหาว่าฉันโกหก นี่มันเรื่องอะไรกัน

“ลุงโทรไปสอบถามที่คฤหาสก์แล้ว เขาบอกว่าไม่มีเด็กหาย เฮ้อ คุณผู้หญิงครับ ผมคิดว่าเธอคงจะจำชื่อคนอื่นมาน่ะครับ เพราะที่ผมทราบคุณผู้หญิงท่านนั้นเขายังไม่มีลูกนะครับ”

“ก็จะมีได้ยังไงล่ะ เธอแต่งงานกับพ่อของหนูมาตั้งแต่หนูยังเล็ก แล้วพ่อหนูก็เกิดอุบัติเหตุ เธอจะไปท้องกับใครได้ เพราะตอนนี้พ่อของหนูยังไม่ฟื้นเลย!” ฉันทนไม่ไหวแล้ว

ไม่มีใครเชื่อเธอก็คงจะไม่แปลก เพราะเธอโตขึ้นมาในคฤหาสก์ แทบไม่เคยออกไปไหน ตั้งแต่จำความได้ เธอก็อยู่แต่ในนั้นมาตลอด กิน นอน เล่น แม้กระทั่งเรียน เธอไม่มีเพื่อนเลยสักคน ยังดี ที่เธอไม่ได้มีชีวิตเหมือนอย่างซินเดอเรลล่าที่เธอเคยอ่าน

เพราะแม่เลี้ยงของเธอนั้น ไม่ได้ใจร้ายกับเธอสักเท่าไหร่ เราต่างคนต่างอยู่ แต่ก็จะมีเจอกันบ้าง บางครั้งที่ฉันขึ้นไปเยี่ยมคุณพ่อ ที่นอนป่วยเป็นเจ้าชายนิทรา ฉันเคยถามเลขาคนสนิทของคุณพ่อฉัน เขาก็บอกแค่ว่าเกิดอุบัติเหตุ

ชีวิตของฉัน พลิกผันไปมากมาย จากคุณหนูบ้านหลังใหญ่ กลับกลายมาเป็นเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ ความเป็นอยู่ที่นั่นไม่ค่อยจะดีนัก มีทั้งขโมย และคนที่คอยจ้องแต่จะรังแก

จนวันหนึ่ง เมื่อมีคุณลุงใจดีเอาของมาบริจาค มันเหมือนว่าเราถูกชะตากัน ท่านเลยรับฉันไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ท่านเลี้ยงดูฉันอย่างดีมาโดยตลอด มันเลยทำให้ฉันลืมคืนวันอันเลวร้ายไปได้บ้าง จนวันหนึ่งที่ท่านบอกว่าเราจะย้ายไปอยู่ที่อื่น

ฉันกลัว กลัวมาก เพราะวันที่ชีวิตฉันเปลี่ยนไป ผู้หญิงคนนั้นก็บอกฉันแบบนี้เหมือนกัน ฉันเลยกลัว ว่าท่านจะทิ้งฉันเหมือนเธอคนนั้นอีก

แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันพบเขา

สตอร์ม

“ตี๋...”

[End Danish Part]



อือออ อุ่นจังเลย นุ่มนิ่มอีกด้วย นี่หม่าม๊าซื้อหมอนข้างมาให้เขาใหม่อีกแล้วหรอเนี่ย แต่ครั้งนี้ก็ค่อนข้างถูกใจเขาไม่น้อยเลยล่ะ เพราะมันทั้งนิ่ม แล้วก็หอมอีกด้วย แถมยังอุ่น ๆ เหมาะมือเลยนะเนี่ย

“ตี๋...”

“ตี๋!”

“อาตี๋!!!!”

“เฮ้ย! อะไร ใคร เกิดอะไรขึ้น!” ผมผุดลุกขึ้นทันที เหมือนมีคนมาเรียกชื่อผมเลยอะ ปกติผมอยู่ห้องคนเดียวนี่หว่า มีเสียงเรียกดังแบบนี้ใครจะไม่ตกใจวะ

“ตี๋ ตี๋ ลืมตา ๆ”

เดี๋ยวนะ เสียงนี้มัน

ฟึ่บ

“เฮ้ย! เจ้ มาอยู่นี่ได้ไงอะ”

“เดี๋ยวนะตี๋ ใจเย็น ๆ ตั้งสติ เราอยู่ในเต็นท์ เป็นไง พอจำอะไรได้บ้างมั้ย” เธอพยายามใจเย็นแล้วค่อย ๆ บอกผม

เมื่อเสียงหวานอกผมแบบนั้น มันก็ทำให้ผมเริ่มจำอะไรได้ลาง ๆ อ๋อ เรามาเที่ยวกันนี่เอง

“อ๋อ เรามาเที่ยว แล้วเจ้ก็นอนกับผม เออ ก็ตกใจ ว่ามาได้ไง”

“ใช่”

“ว่าแต่มาปลุกผมทำไมเสียงดังเนี่ย ยังไม่เช้าเลยมั้ง” ผมบอกคนข้าง ๆ ที่เสียงดัง เป็นต้นเหตุให้ผมตื่นแบบนี้

“ก็คือว่านะตี๋ เจ้มานอนกับตี๋ใช่มั้ย”

“อือ”

“แล้วคือนอนในเต็นท์ไง”

“อือ”

“แล้วก็เข้าใจว่ามันก็ไม่ได้แคบ”

“อือ แล้ว?”

“คือ ตี๋ไม่ต้องมาเบียดเจ้เยอะก็ได้” อ่อผมไปเบียดเดนิชนี่เอง เธอก็เลยโวยวาย

“อ่อ ไม่เห็นต้องอ้อมเลย บอกมาคำเดียวก็จบ เดี๋ยวขยับออกให้นะ” เมื่อเข้าใจสิ่งที่เธอจะบอก ผมก็เลยหันมานอนอีกฟากหนึ่ง แต่ก่อนที่หัวจะถึงหมอน เดนิชก็พูดขึ้นมาอีกว่า

“ตี๋ เจ้ว่าหาอะไรมาวางตรงกลางดีมั้ย”

“อะไรของเจ้อีกเนี่ย ทำเหมือนไม่เคยนอนด้วยกัน” ชักจะเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ

“ก็... ก็เคย ตะ แต่ว่า...”

“อะไรอีกเล่า!”

“คือ ตี๋อย่ามากอด มาจับอะไรเจ้ได้มั้ย เจ้ไม่โอเค!” ผมที่กำลังจะนอนหลับนั้น ถึงกับสตั้นไปสิบวิ สมองเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ แล้วบางอย่างก็โผล่ขึ้นมาในหัว

หมอนข้าง

อุ่น

นุ่มนิ่ม

เหมาะ... อึก

มือ คงไม่ใช่ว่า...


_____________________________________

ทาด๊าาา!! ไม่ต้องตกใจกันไป เรื่องนี้น่าจะเป็นนิยายใสใส... ละมั้งนะ เหตุการณ์นี้จะเป็นยังไงต่อไป to be continued นะคะ
รักรีด.

0 ความคิดเห็น