APPEAL EYES ดึงดูดใจยัยพี่สาว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 71 Views

  • 0 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5

    Overall
    71

ตอนที่ 2 : [Episode 2]: ตี๋...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ม.ค. 62


“พี่เดนิช ไปเรียนอเมริกามาเป็นยังไงบ้างคะ”

“ก็ดีนะ อยู่ที่โน่นก็สนุกดี มีเพื่อนเยอะเลยล่ะ”

“มิอยากไปบ้างจัง ไปเรียนที่ใหม่ ๆ ไปพบเพื่อนใหม่ ๆ จะได้ไม่ต้องมาเจอเพื่อนกลุ่มเดิม ๆ เบื่อขี้หน้าจะแย่”

“ก้ดี๊ พูดแบบนี้ลงจากรถไปเลยป่ะคับ เดี๋ยวผมบอกให้เทนโทจอดให้”

“โอ๋ ๆ เค้าง้อนะสตอร์ม เค้าย้อเย่นนนนน” มิรารีบอ้อนผมเลย เมื่อเห็นว่าผมเริ่มหน้างอ

“มิราจะหาเพื่อนแบบพวกผมได้ที่ไหนอีกครับ ที่ทั้งหล่อ รวย แถมยังนิสัยดี”

“แหวะ” เสียงสาว ๆ เอ่ยขึ้นพร้อมเพรียงกัน แล้วหัวเราะคิก ๆ

“พี่เดนิชมีแฟนยังคะ” เป็นเคลที่ถามขึ้นมา จะว่าไปผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเธอมีใครรึยัง

“ผมว่าเจ้คงไม่มีหรอกครับ ใครจะอยากได้ผู้หญิงน่ารำคาญแบบนั้นมาเป็นแฟนกัน” ผมพูดแล้วหัวเราะหึ เมื่อเห็นใบหน้าเล็กนั่นสลดลง

“นี่ สตอร์มโตแล้วยังจะแกล้งพี่เดนิชอีกนะ นิสัยไม่ดีจริง ๆ เลย”

“ไม่เป็นไรนะคะพี่เดนิช อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาเลย ว่าแต่มิก็อยากรู้ พี่เดนิชมีแฟนยังคะ” มิราหันมาดุผมแล้วปลอบใจยัยน่ารำคาญอยู่ ก็มันจริงนี่นา เมื่อก่อนยัยนี่เกาะแกะผมตลอดจนน่ารำคาญ ผู้ชายไม่ค่อยชอบหรอก

“อะ เอ่อ..” เสียงใสอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ

“อย่าบอกนะว่ามีแฟนแล้วน่ะ ว้าว เค้าเป็นใครคะ”

“หล่อมั๊ย มีรูปมั๊ยคะ ไหน ๆ ขอเคลดูหน่อยสิ”

ผมหันไปมองเธอที่กำลังละล้าละหลังเมื่อยัยสองแสบนั่นคะยั้นคะยอให้เธอเปิดรูปคนที่เธอกำลังคุยด้วย อย่างยัยนั่นน่ะนะ จะมีแฟน เป็นไปไม่ได้หรอก

“ไม่ใช่แฟนหรอก แค่คุย ๆ กันเฉย ๆ มะ ไม่มีอะไร” นี่ตกลงยัยนี่มีแฟนแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ

เหอะ

“ไม่เห็นจะแปลกเลยค่ะ พี่เดนิชสวยขนาดนี้ แถมหุ่นยังดีสุด ๆ ไปเลยนี่นา”

“ถ้ามิไม่เป็นผู้หญิงนะ มิคงจะจีบพี่เดนิชไปนานแล้วล่ะ”

“มิล่ะก็ พูดอะไรไม่รู้”

เสียงสาว ๆ ยังคงคุยกันไปเรื่อย ๆ จนผมขี้เกียจจะฟังเลยงีบหลับไป มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถโอนเอนไปมา บ่งบอกว่า พวกเราเริ่มเข้าเขตที่สถานที่ท่องเที่ยวแล้ว



ผมลุกขึ้นมาแล้วมองเพื่อน ๆ ที่หลับใหลกันไปหมด มีแค่เทนโทที่ยังทำหน้าที่พลขับและไซตัสที่นั่งเป็นเพื่อน ผมหันไปมองเดนิช ที่นั่งหลับอยู่ตรงข้าง ๆ ผม เธอโตแล้วสวยมากเลย ไม่เหมือนยัยขี้แยที่ชอบร้องไห้ เดินตามเขาบ่อย ๆ

เราไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้วล่ะ เพราะเวลาที่ไม่ค่อยจะตรงกัน เมื่อไหร่ที่ผมไปเยี่ยมหม่าม๊า ก็มักจะเป็นเวลาที่เธอเปิดเทอมพอดี เลยไม่ค่อยจะได้เจอกัน

ผมเหม่อมองใบหน้าเรียวเล็กที่กำลังหลับใหลอยู่ ขนตาเธองอนเป็นแพหนา รับกับคิ้วสวย แก้มใสของเธอยังน่าหยิกเหมือนเดิม แต่ปากเล็กของเธอเหมือนจะน่าสัมผัสมากขึ้น ทั้งรูปร่างบาง แตกต่างกับหน้าอกหน้าใจที่ซ่อนไว้ไม่มิด ทำให้เธอดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

ทำไมโตขึ้นมาแล้วน่ารักน่ากินขนาดนี้วะ

กึก

“ถึงแล้วทุกคน” เสียงเทนโทดังขึ้นปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ เป็นจังหวะเดียวกับที่เดนิชลืมตาขึ้นมาพอดี หวังว่าเธอคงไม่รู้หรอกนะ ว่าเมื่อกี้ผมจ้องเธออยู่น่ะ ไม่งั้นเสียฟอร์มแย่

“อืออ ถึงแล้วหรอ”

“ครับ ลงไปที่พักกันเถอะครับ”





บรรยากาศม่อนอิงดาวที่เรามามันน่าพอใจมากเลย เรามาถึงตอนเย็นพอให้เห็นแสงอาทิตย์สีทองที่กำลังทอประกายอยู่กับท้องฟ้า ลมหนาวพดมาแผ่วเบา แต่ก็ให้ความรู้สึกที่สดชื่น ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีมากทีเดียว

“อากาศดีจังเลยนะ” เสียงใสดังอยู่ข้าง ๆ ทำให้ผมหันไปมอง เห็นแก้มใสอยู่แค่คืบ ผมตกใจจนผงะ

“ตี๋เป็นไร ยังรังเกียจเจ้อยู่อีกหรอ” เดนิชถามผมเสียงอ่อน แล้วก้มหน้าทำสำนึกผิด เหมือนที่เธอเคยทำเมื่อก่อนไม่มีผิด ซึ่งมันจะสร้างความรำคาญให้ผมมาก ๆ เพราะเมื่อคนอื่นมาเห็นก็จะว่าให้ผมว่าผมรังแกเธอ เลยทำให้ผมโดนหม่าม๊าดุบ่อย ๆ ผมเลยรำคาญเธอไม่อยากให้มาอยู่ใกล้ ๆ ผมน่ะสิ

“อย่ามาทำแบบนี้น่า เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเค้าก็ว่าผมแกล้งเจ้อีกหรอกครับ” ผมบอก แล้วขยับออกห่างจากเออีกก้าว ทำให้เธอทำหน้าจะร้องไห้ขึ้นมาอีก

“เป็นไรอีก” ผมถามเธอออกมาอย่างรำคาญ เมื่อเห็นน้ำใส ๆ เริ่มคลอเบ้าเบา ๆ

“ถ้าตี๋ไม่อยากให้เจ้มาด้วย เจ้กลับก็ได้ เจ้จะบอกหม่าม๊าให้เอง ไม่ต้องห่วงว่าหม่าม๊าจะดุนะ” เธอกุมน้างุดแล้วบอกผม

“...”

“เจ้แค่คิดถึงตี๋ อึก”

หมดคำจะต่อว่า เมื่อเธอพูดคำนี้ออกมา ใจผมอ่อนยวบไปหมด เมื่อก่อน ถึงเธอจะตอแยผมสักเท่าไหร่ แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้หรอก ว่าเธอน่ะรักผมมาก ๆ คงเพราะเธอไม่มีพี่น้อง เลยรักและอยากดูแลผมน่ะ

“นี่ จะร้องไห้ทำไม มาสนุกนะ ไม่ได้พามาให้ดราม่า” ผมรีบบอกเมื่อเห็นหยดน้ำใส ๆ เริ่มไหลลงมาจนถึงคางมน

“ฮึก”

“หยุดร้องเหอะน่า มานี่มา” เมื่อเห็นว่าไหล่บางเริ่มสั่น ผมเลยดึงคนตัวเล็กมากอดปลอบ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผมมั่นใจว่าผมก็ยังเป็นคนที่เธอรักที่สุดอยู่ดีนั่นแหละ

“แก่แล้วยังจะมาร้องไห้เป็นเด็ก ๆ อยู่ได้ ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอฮะ” ผมดุคนในอ้อมกอดเบา ๆ

เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มหยุดร้องไห้แล้ว เลยจับให้หันมามองหน้ากัน

“ผมก็คิดถึงเจ้ เราไม่ได้เจอกันตั้งนานนี่นา จริงมั้ย”

“อื้อ” เมื่อหน้าวานเริ่มยิ้มออกแล้ว ผมก็เกลี่ยน้ำตาที่เปรอะใบหน้าเธอเบา ๆ นานจริง ๆ ที่เราไม่ได้เจอกัน

ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน เดนิช

“นี่ ตรงนั้นน่ะ ที่พักน่ะ จะไปมั้ย” เสียงมิราดังขึ้นมาเบา ๆ เรียกความสนใจจากเราสองคน ผมเลยพาเดนิชเดินไปหาคนอื่น ๆ แล้วพาไปที่พัก




ที่พักที่นี่จะทำเป็นขั้น ๆ เหมือนหนาขั้นบันได มีบ้านพักรูปขอนไม้ตั้งเรียงกันไปห่าง ๆ พอให้มีพื้นที่ตั้งเต็นท์ และแคมป์ปิ้งกัน พวกเราตกลงกันว่าจะตั้งเต้นกันสามหลัง เพราะเอาเต็นท์มาแค่นี้ แต่ทุกคนก็มีคู่กันหมดแล้วยกเว้นมิรากับเทนโท สองคนนั้นก็ดูเหมือนจะไม่อยากนอนด้วยกัน เทนโทเลยให้มิราไปนอนในห้องพักที่พวกเราเปิดไวเพื่อเก็บของแล้วก็ทำธุระส่วนตัวของตัวเอง

ส่วนที่ว่าทำไมผมไม่นอนกับเทนโทน่ะหรอ ก็เพราะว่า

"เอ้า ใครจะกางเต้นตรงไหนเลือกเลยครับ ส่วนของผมตรงนี้นะ มาเจ้ มาช่วยกันตั้งเต้นท์ดิ" ผมบอกทุกคนให้จับจองพื้นที่ในการตั้งเต็นท์ ทั้งเจย์ไดที่มากับแฟน เคลก็พาไซตัสมาด้วย แล้วแบบนี้ จะให้ผมไปนอนกอดเทนโท ทั้ง ๆ ที่มีหมอนข้างนุ่มนิ่มอยู่ข้าง ๆ แบบนี้น่ะหรอ ใครทำก็โง่แล้ว

"ฉะ ฉันก็จะตั้งของฉันเหมือนกัน" แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กข้าง ๆ จะไม่อยากให้ความร่วมมือกับผมสักเท่าไหร่
"จะตั้งทำไม เต็นท์ผมออกจะใหญ่ นอนด้วยกันนี่แหละ" เมื่อเห็นว่ายังไงเธอก็คงต้องค้านหัวชนฝา ผมเลยจัดการรบหัวรวบหาง เอ๊ย รวบรัดให้เธอต้องนอนกับผมเนี่ยแหละ อุ่นใจกว่าเยอะ โอกาสที่จะได้นอนกับผมไม่ได้จะมีบ่อย ๆ นะจะบอกให้

"นี่สตอร์มอย่าแกล้งพี่เดนิชนะ" เคลรีบร้องห้าม นี่คงคิดว่าผมรังแกยัยตัวเล็กนี่อีกแล้วล่ะสิ เหอะ เห็นมั้ยทุกคน ผมบอกแล้ว ผมดูเป็นคนใจร้ายในสายตาคนอื่นตลอดแหละ น้อยใจนะ ชิ

"ไปหาที่ตั้งเต้นท์ของเคลเถอะครับ ผมจัดการได้" ไม่รู้ว่าเคลเห็นสายตาเย็น ๆ ที่ผมส่งไปให้ไหมแต่เธอก็ไม่ได้มาขัดขวางอะไรผมอีก ทำให้ตอนนี้เดนิชต้องนอนกับผมไปโดยปริยาย หึ ๆ

“นี่ ตี๋ คิดอะไรอยู่”

“ก็เปล่านะครับ อ่ะ จับตรงนี้ให้หน่อยนะเจ้” ผมบอกให้เดนิชจับขาตั้งเต็นท์ให้ แต่ตรงนี้วิวดีชิบหายเลยให้ตายสิ หึ ๆ ยัยนี่คงจะไม่รู้ซะแล้วว่าตอนนี้ เนื้อได้เข้าปากเสือเรียบร้อยแล้วน่ะสิ

เมื่อเดนิชก้มลงไปตรึงขาเต็นท์ไว้แล้ว เนินขาว ๆ ของเธอก็เผยออกมามากยิ่งขึ้นด้วยชุดที่เธอใส่ มันขยี้ใจชายแบบผมซะจริง ๆ




“เรียบร้อย” ผมยืนมองผลงานที่ผมทำ หลังจากจัดที่นอนเรียบร้อยแล้ว เลยชักร่างเล็กข้าง ๆ ลงไปลองนอนด้วยกัน

ฟึ่บ

“ว๊ายย”

“อย่าเสียงดังสิเจ้” ผมทำท่าจุ๊ ๆ แล้ว เอานิ้วจ่อที่ริมฝีปากเธอ เป็นสัญญาณให้เธอเงียบ

“นุ่มมั๊ย ไหนลองดูสิ ว่าจะอุ่นมั๊ย”

“นี่ ตี๋ จะทำไรอะ ปล่อยเจ้นะ” ร่างบางร้องออกมาเมื่อผมจับเธอมากอดไว้แน่น

“ก็ลองดูว่าจะอุ่นมั้ย ถ้าไม่จะได้ไปหาผ้าห่มมาเพิ่มไง”

“เดี๋ยวเจ้ให้เทนโทมานอนเป็นเพื่อนดีมั้ย จะได้อุ่น ๆ” ตัวเล็กกำลังหน้าแดงแน่ ๆ เพราะตอนนี้หูเธอแดงไปหมดแล้ว

“นี่ เจ้รังเกียจผมรึไง ทีเมื่อก่อนนี่กอดเอา ๆ เลยนะ ใช่สิ้” ผมแกล้งทำเสียงโกรธ ๆ แล้วทำท่าจะคลายมือออกจากเธอ แต่ก็เป็นไปตามคาด เมื่อมือเล็กเอื้อมมากอดผมตอบ

“มะ ไม่ใช่นะ แค่ ไม่ชินน่ะ” ยิ่งพูด เธอก็ยิ่งซุกหน้าเขขากับอกผมมาขึ้น ผมเลยกระชับกอดเธอบ้าง ทำให้กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ลอยเข้าจมูก ผ่อนคลายดีเหมือนกันแฮะ ขนาดช่วยเขาตั้งเต็นท์ตั้งนาน ตัวเธอก็ยังไม่เหม็นเหงื่อเลย

เมื่อร่างสองร่างเบียดกัน มันก็ยิ่งทำให้สัมผัสอะไร ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมันคงจะดีมาก ถ้าไม่ใช่ว่าคนที่เขากำลังเกิดอารมณ์ด้วยไม่ใช่พี่สาวน่ะนะ

“เจ้ไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวอากาศจะเย็นจนอาบน้ำไม่ได้นะ”

“อะ อื้อ” พอร่างบางเป็นอิสระจากอ้อมแขนแกร่งของผมแล้ว เธอก็ลุกเดินฉิวไปเลย คงไม่ได้เขิลผมหรอกใช่มั้ย





“มาครับ ผมช่วย” เทนโทที่กำลังก่อกองไฟอยู่คนเดียวดูขะมักเขม้นทีเดียว หลายคนเริ่มทยอยเดินมาตรงนี้

“เป็นยังไงบ้างครับเจย์” ผมทักเจย์ไดขึ้น เพราะค่อนข้างเป็นห่วงเริ่มของมันกับเคล เพราะเคน่ะหลรักเจย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร พอรู้ว่าเจย์มีคนในใจอยู่แล้วเลยเหมือนแก้วบาง ๆ มันแตกละเอียดเลยน่ะสิ

เมื่อเพื่อนทั้งสองไม่ยอมคุยกัน คนกลางอย่างพวกเขาก็ค่อนข้างจะอึดอัด พวกผมเลยชวนเจย์ไดมาเพื่อให้ปรับความเข้าใจกับเคล อีกอย่างผมค่อนข้างไม่ชอบใจแฟนเจย์ไดสักเท่าไหร่ ไม่รู้สิ เซนส์ของผมมันบอกน่ะ ว่าเธอไว้ใจไม่ได้

“ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลยอะ เคลไม่ยอมห่างจากไอ้บ้านั่นเลย”

“เอาน่า อย่าคิดมากเลย คุณก็มากับแฟน เคลก็มากับแฟน เคลียร์เรื่องที่ทำให้เสียใจก็พอแล้วล่ะ”

“ไม่รู้สิสตอร์ม ฉันอธิบายไม่ถูกว่ะ”

“ในเมื่อต่างคนก็ต่างมีของตัวเองแล้ว ก็เคลียร์ให้จบแล้วมาเป็นเพื่อนกันดีกว่านะ” เป็นเทนโทที่เข้ามาพูดเสริมผม ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ที่พวกเราจะกลับมาอยู่ครบกันสักที

“ผมก็คิดแบบนั้นครับ”

“อืม”

“หมูมาแล้ววววว เคล เดินดี ๆ นะ ตรงนี้มันเป็นหินอะ”

มิราที่เดินถือชามมาชามใหญ่ เดินมากับเคลและเดนิช มาสมทบกับพวกผม พวกเราก็สังสรรค์กันธรรมดาตามประสาวัยรุ่น มีดื่มบ้างอะไรบ้าง จนตอนนี้คนที่คออ่อนที่สุดก็น็อคหนึ่งแล้วครับผม

“นี่ ถ้าฉันไม่มีพวกแกแล้วฉันจะอยู่ยังไงห้ะ” มิราที่ตอนนี้เริ่มแดงก็พูดพร่ำออกมาเรื่อย ๆ แล้ว

“เจย์ เคล พวกแกดีกันได้แล้วฉันปวดใจ” เอาแล้วไง เมาแล้วก็เป็นแบบนี้ทุกทีเลย

“มิ แกเมาแล้วนะ ไปพักดีกว่า” เคลบอกเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัด

“ฉันหวายยย แก สตอร์ม เลิกแกล้งพี่เดนิชของฉันได้แล้วว” นั่นไง ลามมาหาผมแล้ว

“มา เดี๋ยวพาไปส่งเอง เจย์ ช่วยหน่อย” เทนโทเป็นคนอาสาพามิราไปส่งที่ห้อง หิ้วมิราไปกับเจย์ไดคนละข้าง ทำให้ตอนนี้ มีผมกับเดนิช เคล ไซตัส และกอหญ้าแฟนเจย์ไดที่กำลังนั่งหน้าบึ้งอยู่

“เคล มา ชนหน่อย” ยัยลูกแมวข้าง ๆ ผมก็เริ่มหน้าแดงแล้วล่ะ ดูสิ ชวนเคลยกอยู่นั่นแหละ

“ค่ะ พี่เดนิช”

“เอ้า ใจเย็น ๆ สาว ๆ ดื่มขนาดนี้ เดี๋ยวก็ตื่นไม่ไหวหรอกครับ” ผมรีบพูดปรามเมื่อเห็นว่าสองสาวเริ่มเติมแก้วใหม่อีกแล้ว

“ตี๋ อย่ายุ่ง นี่มันเรื่องของผู้หญิง”

นั่นไงยัยตัวเล็กนี่มันวอนหาเรื่องซะแล้ว เป็นลูกไก่ในกำมือผมมันก็ดีอยู่แล้ว ไม่น่าดื่มแล้วมาหือกับผมแบบนี้เลย

“เอ้า ตี๋ ให้เจ้สักแก้วนะ มา เจ้ป้อน” ร่างบางเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากเคล มาเป็นผมซะแล้วสิ แก้วที่มีเครื่องดื่มเย็นอยู่เต็มแก้วจ่อมาที่ปากของผม ทำให้ผมต้องดื่มไปจนหมด

“เจ้ ไปนอนเหอะ ปะ” ผมบอก เมื่อเดนิชกำลังจะส่งแก้วใหม่เข้าปากผม ทีแรกเธอก็ดึงดันจะไม่ไปแต่เมื่อเจย์ไดกับเทนโกลับมา ผมก็ดึงเดนิชออกมา ร่างบางโอนเอน เดินโซเซไม่ตรงทาง ผมเลยต้องจับเธอมาขี่หลังผม

“ตี๋ เจ้ไหว หวายย ไม่ต้องห่วงง” เธอส่งสียงประท้วงเมื่อผมจะให้เธอขี่หลัง แต่เธอเมาแล้วเลยสู้แรงผมไม่ไหว

ร่างบางที่เมาได้ที่พิงอยู่ที่แผ่นหลังของผม มือบางเอื้อมมากอดคอผมไว้หลวม ๆ แล้วเริ่มร้องไห้ออกมา

“ตี๋..”

_________________________________

ไม่ไหวบอกไหวค่ะ

0 ความคิดเห็น