ตอนที่ 2 : บทที่ 1-บททดสอบแรกของเจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

ความเดิมตอนที่แล้ว

"อ๊ะ(ชื่อคุณ) หยุดด่ากูก่อน...กูว่า เราถึงสเปลลิคแล้วนะ" เมื่อคุณเพ่งมองภาพที่อยู่ในคู่มือกับสถานที่ๆตั้งอยู่ด้านหน้าแล้ว คุณก็ถึงกับอึ้ง เพราะว่ามันแตกต่างและใหญ่กว่าในภาพมาก และสวยงามสมกับคำร่ำลือจริงๆ จนคุณไม่อาจจะคิดว่าคุณจะเข้าไปใช้ชีวิตในนั้นได้ หากไม่ได้บอกไว้ว่า 'เรียนฟรี' แต่คุณก็ไม่ได้มั่นใจในฝีมือของตนเท่าใดนัก เพียงแค่หวังว่าจะถึงเกณฑ์ที่วางเอาไว้

"มิน่า..ถึงมีแต่คนอยากมาเรียนที่นี่กันทั้งนั้น ตอนแรกกูแค่อยากมาหาผู้ ตอนนี้คงอยากจะเรียนจริงๆแล้วล่ะ เนอะ(ชื่อคุณ)"ไอยูถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเจอของจริง มันสวยงามยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้มาก...มาก เกินกว่าจะจินตนาการได้

"มันอาจต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ความตั้งใจ และ...ชีวิต การจะเข้าเรียนที่นี่มันไม่ใช่ง่ายๆ เผื่อใจเอาไว้ด้วยนะจีอึน"คุณรู้ดีว่าภายได้สถานที่นี้มีอะไรซ่อนอยู่ และรู้ว่าต้องผ่านอะไรไปบ้าง จึงเตือนเพื่อนสาวมิให้หลงระเริงไปกับความสวยงามตรงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเผื่อใจถึงอนาคตเอาไว้ด้วย

"อืม กูรู้ดีน่า กูเลยเตรียมใจเอาไว้แล้วนี่ไง" ดูเหมือนเธอจะตั้งใจเอาาไว้เช่นนั้นจริงๆ จนคุณรับรู้ว่า 'ยังไงเธอก็ต้องเข้าไปให้ได้แน่ๆ' ซึ่งคุณก็ต้องทำให้ได้เช่นกัน

"เอาล่ะ ยังไงพวกเราก็ต้องเข้าไปที่นั่นให้ได้" เมื่อทั้งคู่พูดจบ ก็รีบไปเตรียมตัวเพื่อวันพรุ่งนี้ทันที
.
.
 
.
@ที่พักของสองสาว
 คุณและไอยูได้จองที่พักใกล้ๆโรงเรียนไว้เพื่อพักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งคืน โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ค่าห้องต่อคืนไม่แพงมากนัก แต่คุณภาพดีไม่ใช่น้อย ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่คุ้มสุดๆเลยล่ะ

"ไอยู มึงคิดว่าเราจะเจออะไรบ้างในวันพรุ่งนี้วะ?" ร่างบางถามเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

"กูก็ไม่รู้..."ตอนนี้ไอยูก็เริ่มกังวลตามเพื่อนของเธอขึ้นมาเช่นกัน อันที่จริงพวกเธอก็กังวลมาตั้งแต่อยู่ที่เอลโรลาแล้ว เพียงแต่ไม่มีใครแสดงออกมาก็เท่านั้น จนมาถึงตอนนี้

"กู...กลัวเข้าไปที่นั่นไม่ได้ กูหาน้องกูมาทุกๆที่ในบ้านเกิดเรา แต่แม่งกลับไร้ร่องรอย" ใบหน้าหวานหลุบตามองต่ำไปที่สร้อยคอรูปนกสีเงิน หรือเครื่องรางของเธอด้วยสายตาหม่นหมอง "นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้าย ถ้าทำไม่ได้ ก็คงตามหาฮันบยอลไม่เจอไปตลอดชีวิต.."

"เอาน่า..ถ้ามึงเข้าไม่ได้ แต่ถ้ากูเข้าไปได้ มึงก็รู้ว่ายังไงกูก็จะช่วยมึงนี่"สีหน้าของไอยูที่ดูเป็นกังวลในตอนแรก เมื่อได้ยินคุณพูดก็ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน และปลอบโยนเพื่อนด้วยความห่วงใย "(ชื่อคุณ)มึงยังมีกูอยู่นะ ลืมกูไปแล้วเหรอ ใช่ซี้! มึงไม่เห็นกูเป็นเพื่อนใช่ม้า ใช่ม้าๆๆ งืออออ"

"555 โอเคๆ เข้าใจแล้ว กูจะทำใจให้สบายนะ ขอบใจมากเลย มึงเป็นเพื่อนรักที่กูจะไม่ลืมและไม่มีวันลืม มึงดีกับกูมากเหลือเกิน กูไม่รู้จะขอบคุณมึงยังไงดี มึงคือหนึ่งในเรื่องโชคดีของกูนะไอยู" คุณคลี่ยิ้มที่แฝงไปด้วยความสุขจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งแต่อย่างใด "กูรักมึงนะไอยู"

"ขอโทษนะ แต่กูคิดกับมึงแค่เพื่อน" อยู่ๆเพื่อนสาวของคุณก็ตัดบทเพื่อนที่ดีไปซะได้ จนคุณหมั่นไส้เลยฟาดมือเรียวไปที่ไหล่เล็กของไอยูอย่างแรง "โอ๊ยยยย!!! ดีกูหาพ่อมึงเหรออี(ชื่อคุณ)!!"

"สมน้ำหน้า เสือกตัดบทกูก่อน แม่งกูกำลังซึ้งๆอยู่เลย ตอนนี้ความเป็นเพื่อนที่แสนดีของมึงเนี่ย หายไปจากสมองกูหมดละ" ว่าแล้วคุณก็มองบนไปด้วย

"เออๆๆ ก็ถูกแล้วที่มึงมองกูเหี้ยเนี่ย เพราะกูก็เป็นงั้นจริงๆ"

"รอบนี้ยอมรับด้วยว่ะ มึงกินยาเขย่าขวดป่ะ?"

"เขย่านะ แต่กูหยิบมาผิดขวด 55555"

"กูว่าละ 555"

"เอ่อ..คือว่าตอนนี้มันก็ดึกแล้วนะ กูว่าเรารีบนอนเถอะ เดี๋ยวตื่นไม่ไหวพอดี" เมื่อร่างบางได้ยินคำพูดของเพื่อน คุณก็หันไปมองนาฬิกาเรือนโตทรงกลมสีขาวที่แขวนอยู่บนห้อง หน้าปัดของมันมีเข็มสั้นและเข็มยาวสีดำที่บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลา 5 ทุ่มกว่าๆแล้ว ขืนยังไม่รีบไปนอนก็คงจะตื่นไม่ทันเป็นแน่ เพราะผู้คนมากมายคงจะต่อแถวยาวตั้งแต่หน้าโรงเรียนยันหอการค้าแน่นอน

"เห้ย!!! ห้าทุ่มแล้วนี่ งั้น..ฝันดีราตรีสวัสดิ์ กูนอนละ ปิดโคมไฟด้วย" เมื่อร่างเล็กพูดจบก็รีบล้มตัวลงนอนและเข้าสู่นิทราในทันที

"เอ๊าาา!!....เห้อ เราก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม นอนบ้างดีกว่า ฝันดีเช่นกัน (ชื่อคุณ)" ว่าแล้วไอยูก็ปิดโคมไฟและเข้าสู่นิทรา
.
.
.
ตัดภาพมาที่ตอนเช้า 
ทั้งสองคนตื่นมาทำกิจวัตรประจำวันของตนเองตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนจากที่ยุ่งๆเมื่อตื่นนอนถูกจัดจนเป็นทรงสวย ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยแต่ก็รับกับโครงหน้าได้ดีจนแม้แต่เพื่อนสาวของเธอยังตกตะลึง กลิ่นกายอ่อนๆจากสบู่นั้นทำให้ผู้คนหลงไหล ยิ่งเมื่อแต่งคู่กับชุดเดรสสั้นคอกลมสีกรมท่าแขนสั้นที่มีลายลูกไม้สีขาวอยู่ด้านบน มองเผินๆอาจจะเรียบง่ายแต่โดยรวมแล้วกลับดูน่ารักมากจนไม่น่าเชื่อ ส่วนอีกคนก็สวยไม่แพ้กับคุณเช่นกัน ทรงผมดังโงะเกล้าสูงกับชุดเดรสสั้นสีขาวสะอาดตาที่มองยังไงก็น่ารัก โครงหน้าหวานตัดกับริมฝีปากแดงที่มาจากสีของลิปสติกราคาไม่แพงมาก แต่กลับทำให้ผิวขาวของไอยูนั้นขาวขึ้นไปอีก ถ้าทั้งคู่อยู่ด้วยกันคงจะมีแต่หนุ่มๆมองตามเต็มไปหมดเลยล่ะ

"แต่งขนาดนี้นี่จะตกผู้กี่คนจ๊ะจีอึน?"คุณถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงกวนบาทา

"แหมมมม!! ว่าแต่กู มึงอ่ะแต่งดีๆแล้วกูดับไปเลยเหอะ" ไอยูเบ้ปากแล้วมองบนตามสเต็ปคนหมั่นไส้

"ช่วยไม่ได้ นี่กูแต่งแค่ไม่ให้เหมือนซอมบี้เดินออกมาแดกสมองคนก็แค่นั้น"ร่างบางยักไหล่แบบ 'แล้วไงใครแคร์' ให้ประจักษ์แก่สายตาเพื่อนสาว

"จ้ะ!! ว่าแต่จัดการตัวเองทุกอย่างแล้วใช่มั้ย เก็บของรึยัง กูเก็บเสร็จแล้ว ถ้าไม่ขนไปโรงเรียนก็ขนกลับบ้านแค่นั้น"

"เสร็จแล้วๆ พร้อมไปแล้วด้วย ยังไงก็รีบไปเถอะ หกโมงครึ่งแล้วอ่ะ"คุณมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กสีดำก่อนจะบอกไอยูให้ไปกันได้แล้ว

"งั้นก็ไปกันเถอะ" พอสิ้นเสียงของไอยู ทั้งคู่ก็รีบขนของใส่รถและออกจากโรงแรมไปยังโรงเรียนทันที
.
.
.

@สเปลลิคอล ไฮด์ สคูล
อย่างที่ทั้งคู่คิดเอาไว้ไม่มีผิด มีผูคนจำนวนมากมายทั้งชาย หญิง เอ่อ...รวมถึงเก้ง กวาง บ่าง ชะนี มาต่อคิวรอรับการทดสอบจากนักเรียนหัวกะทิในโรงเรียนนี้เป็นจำนวนมาก เรียกว่ายาวตั้งแต่หน้าโรงเรียนยันหน้าโรงแรมของเธอพอดิบพอดี ถึงแม้มันจะไม่ได้ไกลจากตัวโรงเรียนสักเท่าไหร่ก็เถอะ
แต่จำนวนคนก็ไม่ใช่น้อยๆเลย คิดว่าถ้ายังไม่ออกมาในตอนนี้คิวคงจะยาวยันหอการค้าจริงๆ

"อ่า...แนะนำว่าคนหนึ่งต่อแถว อีกคนไปเก็บของที่รถทีละคนแล้วผลัดกันดีกว่านะ(ชื่อคุณ) พอดีเลย ไม่ต้องคิดมาก ไปเก็บของก่อน ของมึงเสร็จแล้วเดี๋ยวผลัดเฝ้ากับกู โอเคนะ?"เมื่อได้ยินดังนั้นคุณก็วิ่งไปเก็บของอย่างรวดเร็วแล้วผลัดกันเก็บของ พอเก็บของเสร็จก็รอจนตอนนี้เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว แถวก็เริ่มสั้นลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังเหลือคนด้านหน้าอยู่ไม่น้อย ในระหว่างที่พวกคุณรอทดสอบพลังอยู่คุณก็สังเกตว่าทางนั้นจะเรียกตัวไปทีละประมาณ 10 คน มีหลายคนที่ออกมาแล้วทำหน้าเศร้าสร้อย บางคนเมื่อเข้าไปแล้วก็ยังไม่ได้ออกมา คิดว่าพวกคนที่ออกมาคงจะไม่ผ่านการทดสอบ ส่วนคนที่เข้าไปแล้วยังไม่ออกมาคงจะผ่านการทดสอบกระมัง แต่มีคนอีกจำพวกหนึ่งที่เข้าไปก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ร่างบางก็ไม่ใจเหมือนกันว่าทำไม เพราะเธอมองไม่เห็น จำนวนคนมันเยอะเกินไป

ในขณะที่คุณกำลังรอคิว  ได้มีคนบางคนที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังคุณมาสะกิดตัวให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา และคุณก็พบกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่ดูแล้วยังไงก็รุ่นเดียวกันแน่ๆ กำลังยิ้มทักทายอย่างเขินอายจากด้านหลังคนตัวเล็กกว่า "แหะๆ ขออภัยขอรับ พอดีว่าข้ามาที่นี่ตัวคนเดียว ไม่ได้มากับเพื่อนหรือพี่น้อง ไม่ทราบว่าขอคุยกับท่านได้หรือเปล่าขอรับ สักครู่ก็ยังดี"

"อ๋อ ได้สิคะ ว่าแต่คุณ..."คุณสามารถคุยกับเขาได้ ออกจะยินดีเสียด้วยซ้ำ แต่ประเด็นคือ..เขาชื่ออะไร?

"ขออภัยที่เสียมารยาทขอรับ ข้าชื่อ จีมินขอรับ" ในใจคุณก็คิดว่าเขาช่างมารยาทดีเหลือเกิน ต่างกับตนที่มารยาทตกต่ำกับเพื่อนจนเรียกได้ว่าสถุนเลยล่ะ ย้ำว่าแค่กับเพื่อนอ่ะนะ เพื่อน

"ค่ะ ฉันชื่อ(ชื่อคุณ)นะคะ ไม่ทราบว่าอายุเท่าไหร่เหรอคะ ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะเป็นรุ่นเดียวกันน่ะค่ะ" การพูดสุภาพกับรุ่นไล่เลี่ยกันแบบนี้มันคงจะปกติสำหรับเขา แต่มันไม่ถนัดสำหรับร่างบางสักเท่าใดนัก

"ข้าอายุ 18 ขอรับ ถ้าไม่สะดวกท่านพูดกับข้าแบบปกติก็ได้นะขอรับ ข้าพูดแบบนี้จนชินแล้วน่ะขอรับ"

"เราอายุเท่ากันเลยนะคะ คุณจีมิน งั้นขอพูดแบบกันเองนะคะ" จีมินไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าเป็นการตอบรับเท่านั้น

"นี่ไอยู เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ อียู นี่จีมิน เขามาคนเดียวน่ะ รู้จักกันไว้นะ" ว่าแล้วคุณก็แนะนำเพื่อนของเธอให้ชายหนุ่มตรงหน้ารู้จักซะเลย แล้วดูเหมือนจะคุยกันถูกคอด้วย
.
.
.
"รู้ไหมจีมิน (ชื่อคุณ)น่ะ ตอน 10 ขวบเขายังฉี่รดที่นอนอยู่เลย จนแม่ฉันต้องจัดการซักผ้าให้ด้วยอ่ะ 555" ไอยูเผาคุณให้จีมินฟังด้วยอาการตลกขบขันขั้นสุด แล้วดูเหมือนร่างสูงจะชอบอกชอบใจเสียด้วย

"อุ๊บส์ 5555 จริงหรือขอรับ ข้ากลั้นขำไม่อยู่แล้วขอรับ 555"ร่างหนาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับไร้สติ(?)

"ขอโทษนะ แต่เรื่องอื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะ มาเผากูทำไมจ๊ะ? งั้น...จีมิน ฟังนะ ยัยนี่ตอนอายุ 7 ขวบมันทำตุ๊กตาหมีหาย แล้วมันก็มาโทษฉันว่าฉันเป็นคนเอาไป ทั้งๆที่หนังสือนิทานข้างๆทับตุ๊กตาอยู่ พอแม่มันเห็นเท่านั้นแหละ วิ่งไล่ตีตั้งแต่ปากซอยไปยันท้ายซอยเลย 555" ดูเหมือนเรื่องนี้เขาจะขำกว่าที่ไอยูเผาคุณเสียอีก

"5555 ท่านไอยูแพ้ท่าน(ชื่อคุณ)แล้วล่ะขอรับ เรื่องของท่านมันตลกกว่าอีกขอรับ 5555" เมื่อไอยูได้ยินดังนั้นเธอก็หัวเราะตามไปกับเขาด้วย คุณก็เช่นกัน

ทั้งสามคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็ยังมีสติพอที่จะขยับไปด้านหน้าได้ ทุกๆคนต่างเฝ้ารอเวลาที่ตัวเองจะได้ทำการทดสอบ แต่ยิ่งเข้าใกล้ประตูโรงเรียนนั้น พวกเขากลับรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า และกลัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะต่างคนต่างก็มีลิมิตพลังของตัวเองเหมือนกัน แต่ทำไมจีมินถึงไม่มีอาการเฉกเช่นคนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย..หรือเขาจะเตรียมตัวมาดีมากจนยังไงก็ผ่านแน่ๆ สุดท้ายคุณก็ถามสิ่งที่กำลังคาใจออกไป

"จีมิน นายดูไม่ประหม่าเลยนะ ฉันว่านายคงเตรียมตัวมาดีใช่ไหม? ทำไมนายยังดูปกติอยู่เลยอ้ะ!!"

"อ๋อ ไม่ใช่หรอกขอรับ ข้าคุยกับพวกท่านเพลินต่างหาก จนข้าลืมไปเลยว่าเราต้องทดสอบพลังกันด้วยน่ะขอรับ แหะๆ" ร่างสูงคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่สีหน้าของเขาเริ่มบ่งบอกถึงความกังวลนิดหน่อยแล้ว

"อ้าวเหรออออ ไม่ใช่ว่านายมองแต่ยัยนี่จนลืมทุกเรื่องบนโลกไปเลยเหรอออออ"เพื่อนสนิทของคุณล้อเลียนท่าทางของจีมิน จนคุณต้องเอามือไปตบกบาลเรียกสติของเธอจนดังป้าบสักที

"โอ๊ย!!! อีห่าลาก นี่เพื่อนมึงนะ ไม่ใช่หมูใช่หมาที่ไหนอ่ะ"ไอยูโวยวายดังลั่นจนคนที่ต่อแถวหันมามองเธอเป็นตาเดียว แต่สุดท้ายก็กลับไปสนใจสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ก่อนหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ก็เพื่อนไง กูเลยต้องเรียกสติอ่ะ ไม่งั้นกระทืบเรียกสติแทนไปนานแล้ว" เมื่อจีมินได้ยินดังนั้นก็อดขำเสียไม่ได้ จนต้องตบหน้าตัวเองเป็นการเรียกสติ

"เห้ย!! ทำอะไรของนายอ่ะจีมิน?"คุณถามร่างสูงด้วยความเป็นห่วง อันที่จริงถึงแม้คุณกับเขาจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่คุณก็เป็นห่วงเขาในฐานะเพื่อน แน่นอนว่าถ้าเห็นเพื่อนตัวเองทำแบบนี้ ยังไงก็คงไม่มีใครไม่เป็นห่วงหรอก จริงไหม"เจ็บหรือเปล่าเนี่ย? ทีหลังนายไม่ควรตบหน้าตัวเองแบบนี้นะจีม"

"จีม?" ร่างสูงแสดงสีหน้างงงวยเมื่อได้ยินร่างบางเรียกตนเองในชื่อที่ต่างออกไป

"เอ่อ..ชื่อนี่เหมาะกับนายดีนะ น่ารักดีออก แหะๆ แต่ถ้าไม่พอใจฉันไม่เรียกแบบนี้ก็ได้นะ"ร่างเล็กฝืนยิ้มเจื่อนๆกลับไปให้คนตรงหน้า ส่วนเขาก็ยืนนิ่งไปเหมือนกับมีอะไรอยู่ในหัวแถวขยับไปแล้วเขาก็ยังเหม่อลอยอยู่

"จีมิน...? มีอะไรหรือเปล่า แถวขยับแล้วนะ นี่ๆๆๆ"หญิงสาวเขย่าตัวชายหนุ่มร่างสูงที่ดูเหมือนสติจะหลุดลอยไปแล้วให้เขาเดินไปด้านหน้า

"อ๊ะ ข..ขออภัยขอรับ"เมื่อสิ้นคำพูดของตนเอง เขาก็รีบขยับตัวไปด้านหน้าทันที

"มึงๆ ผ่านชุดนี้ไปเราก็จะได้ไปทดสอบพลังของเราแล้วนะเว้ย!! ทำไงดีวะ กูตื่นเต้นเชี่ยๆอ่ะ(ชื่อคุณ)" อยู่ๆไอยูที่มองแถวด้านหน้าก็หันมาคุยกับคุณสองคนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "เชี่ย!!! ผู้หน้าประตูงานดีอ่ะ กล้ามด้านในชุดเกราะนั่นน่าจะเป็นมัดๆเลย แต่คนที่จับมือคนอื่นนี่สุดๆ งานดีกว่าผู้หน้าประตูอีกมึ๊งงงง!!!"

"โอ๊ยยยย!! อียู ที่มึงกระดี๊กระด๊าเพราะผู้ชายหรอกเหรออออ นี่แน่ะ!!//ป้าบ" คุณตบหัวยัยเพื่อนที่บ้าผู้ชายอย่างจัง แต่เมื่อคุณจัดการไอยูแล้วก็ได้หันไปมองตามที่เธอพูด ก็ปรากฏว่าผู้ชายตรงนั้นงานดีจริงๆ เฮ้ย!! ไม่ใช่ ผู้ชายตรงนั้นมีทั้งทหารเวรที่เปลี่ยนเป็นกะๆ อยู่ครั้งละประมาณ 5 คน และรวมถึงชายหนุ่มสวมชุดสีขาวสะอาดตาคนหนึ่ง ดวงตาชั้นเดียวกลมสวยที่เหมือนกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอมชมพูได้รูปยิ่งทำให้ชายหนุ่มคนนี้ดูดีเข้าไปอีก หากเขายิ้ม แม้เพียงแค่ครั้งเดียวก็มั้นใจว่ายังไงหญิงสาวพวกนั้นคงต้องใจละลายเพราะรอยยิ้มนั่นแน่ๆ แต่แค่เขาไม่ยอมยิ้มเลยก็แค่นั้น

"ใกล้อีกนิดแล้วขอรับ อีกนิดเดียว ข...เขาเข้าไปกันแล้ว ยังไงคิวต่อไป...ป เป็นของพวกเราแน่นอนขอรับ"จีมินเริ่มออกอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด เขาเริ่มพูดติดขัด เหงื่อออกเล็กน้อย และทำตัวเหมือนลูกนกที่กลัวจนตัวสั่น แต่ดูๆแล้วเขาน่ารักมากเลยล่ะ

"ข...ข้ากลัวง่ะ งื้ออออออออ!! จะทำไงดี ถ้าข้าเข้าไปในที่นั่นไม่ได้ข้าจะทำไงดี แล้วท่านพ่อท่านแม่ข้าล่ะ ท่านพี่ข้าล่ะ ผู้คนที่อยู่ที่หมู่บ้านอีกล่ะ แล้วท่านอาจารย์ข้าเล่า เราจะอยู่กันยังไง แล้วถ้าเข้าไปได้แล้วโดนไล่ออกมา ฮือออออ ไม่อยากจะคิดเลย!!!" คิดว่าเสียงใครล่ะ ไม่ใช่จีมินหรอก ไม่ใช่ฉันด้วย อ้อ!! ไม่ใช่ไอยูอีก ใช่แล้วล่ะ เสียงนี่มันเสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารัก แถมยังไว้หน้าม้าอีก แต่ยัยผู้หญิงหน้าม้านี่มันใครวะ? เพื่อนก็ไม่ใช่ รู้จักกันมั้ยก็ไม่ โอ๊ยยยย!! นางต่อแถวอยู่ข้างหลังจีมินนี่หว่า แล้วจะมาตะโกนแหกปากทำซากมะเขืออะไรเนี่ย ถ้ารู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งมาสมัครสิเห้ย

"เห้ย!! ใจเย็นๆ เธอเป็นอะไรเนี่ย? โว้วๆ หายใจเข้าลึกๆ อย่าร้องนะ ไม่ร้องๆ ขอร้องล่ะอย่าร้องไห้เลย จีมินช่วยฉันปลอบเธอหน่...ไม่ต้องแล้วล่ะมั้ง" เมื่อคุณกำลังจะหันไปบอกให้จีมินมาช่วยปลอบใจเธอ แต่คงช้าเกินความคิดของเขาไปสักนิด เพราะตอนนี้เขาไปกอดผู้หญิงคนนั้นเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย

"นี่!! เจ้าตามข้ามาทำไม ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าให้เจ้าอยู่ดูแลท่านพ่อกับท่านแม่น่ะ หากท่านทั้งสองเป็นอะไรไป ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้า..แต่ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป ข้าคงจะไม่ให้อภัยตัวเองเป็นแน่ หรือเจ้าไม่ไว้ใจข้ากันแน่? ข้าไม่ใช่เด็กน้อยที่เพิ่งลืมตามาดูโลก ข้ารู้ดีว่าข้าควรทำอะไร แล้วเจ้าล่ะ? เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับโลกนี้บ้างหรือไม่? เจ้ากลับไปก่อนเถอะ...ลิซ่า" จีมินเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับเมื่อครู่เหมือนไม่ใช่คนเดียวกัน กับข้าหรือคนอื่นๆ เขาช่างทำตัวอ่อนโยนและดูไร้เดียงสา แต่พออยู่ต่อหน้านาง..ทำไมเขาถึงดูน่ากลัว ดูเข้มแข็งและมันไม่เหมาะกับเขาเลย แล้วนางเป็นใครกัน? ทำไมจีมินถึงต้องทำขนาดนี้ น่าจะชื่อลิซ่าล่ะมั้ง เห็นเขาเรียกเธออยู่

"เพราะท่านเอาแต่คอยปกป้องข้า ไม่สิ..กักขังข้า ไม่ให้ข้ามาผจญกับโลกภายนอก ทั้งๆที่ข้าไม่ต้องการ ท่านพี่บอกเองนี่ว่าเราไม่ควรหลีกหนีโชคชะตาที่เราได้รับ ท่านบอกเองว่าท่านอยากให้ข้ามีความสุข ท่านไม่อยากให้ข้าเศร้า ท่านบอกด้วยว่าถ้ามีคนทำร้ายข้า ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ ท่านจะไปจัดการคนๆนั้น แล้วถ้าคนๆนั้นที่ทำร้ายจิตใจข้าคือตัวท่านเองล่ะ?" พี่เหรอ? สองคนนี้มันยังไงกันแน่เนี่ย

"ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเพราะความโง่เขลาที่ข้ามีอยู่ ความโง่เขลาที่ไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไรไป ความโง่เขลาที่ข้าปกป้องเจ้าไม่ได้ ความโง่เขลาที่ข้าอยากเห็นเจ้ายังมีจิตใจที่บริสุทธิ์ดั่งเช่นทุกๆวัน ความโง่เขลาที่ข้าเป็นห่วงเจ้า เพราะเจ้าคือน้องของข้า ข้าเลยยอมโง่ที่จะทำแบบนี้ แล้วถึงข้าจะให้มาด้วยจริงๆ ท่านพ่อกับท่านแม่จะยังคงนิ่งเฉยได้อีกหรือ?"

"ท่านพ่อกับท่านแม่ให้ข้ามาที่นี่เองแหละ เขาอยากให้พวกเราไปด้วยกัน จะได้ปกป้องกันได้ อยากให้ท่านปกป้องร่างกายของข้า ส่วนข้าจะปกป้องจิตใจที่อ่อนโยนของท่าน หากไม่มีมัน ท่านพี่ของข้าจะเป็นอย่างไร? ข้ารู้ว่าท่านรักข้ามาก แต่ข้าก็เป็นห่วงท่านเหมือนกัน ดังนั้นให้ข้าได้อยู่ข้างๆท่านเถิดนะท่านพี่" ตอนนี้ถ้าเขาไม่บอกว่าเป็นพี่น้องกัน อีนี่นึกว่าเป็นผัวเมียค่ะซิสสส โอ๊ยยย อียูก็อ้าปากหวอไปสิคะ อึ้งไปเลยสิคุณมึง

"ถ้าท่านทั้งสองอนุญาติ ข้าก็ไม่ขัดหรอก ดังนั้น เจ้าต้องผ่านเข้าไปกับข้าเท่านั้น นี่คือทางเลือกเดียวที่เจ้าเหลืออยู่"จีมินกล่าวกับน้องสาวของเขาด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก และน้องสาวของเขาก็ได้รับนิสัยนี้มาจากพี่เต็มๆเหมือนกัน

"เจ้าค่ะ ท่านพี่ ข้าตามมาถึงนี่แล้ว ยังไงก็ต้องเข้าไปให้ได้!!"ลิซ่าตอบกลับผู้เป็นพี่ด้วยจิตใจเข้มแข็ง ผิดกับหน้าตาของเธอที่อ่อนหวานสุดๆ

"งั้นเราทุกคนก็ต้องเข้าไปให้ได้ จริงไหม? ยังไงก็มาพยายามด้วยกันเถอะ ไอยู จีมิน ลิซ่า นะ?"

"เอ่อ..เจ้า"ลิซ่ามองหน้าของคุณแล้วก็ทำหน้าฉงน แต่ไม่นานนักก็กลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิม "ท่านคงเป็นเพื่อนของท่านพี่สินะเจ้าคะ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะ ดูเหมือนท่านจะรู้ชื่อข้าอยู่แล้ว และท่านเป็นเพื่อนกับท่านพี่ ข้าก็รู้อายุท่านเจ้าค่ะ แต่ข้าจะไม่บอกอายุท่าน แล้วข้าจะไม่ถามชื่อของท่านด้วย"

"เอ๋? ทำไมล่ะลิซ่า"หญิงสาวอายุมากกว่าลิซ่าที่สนทนากันเมื่อครู่ได้สงสัยขึ้นมา เพราะข้อตกลงแปลกๆของเธอ

"ก็...เราจะพยายามด้วยกัน ก็แปลว่าต้องผ่านไปด้วยกันมิใช่รึเจ้าคะ? ฮิฮิ"เธอหัวเราะด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ตั้งแต่เด็กทารกยันตาแก่หงำเหงือก หรือแม้แต่ผู้หญิงอย่างเราๆต่างมองแล้วก็ใจละลายออกมา "ดังนั้นข้าจะถามชื่อท่านเมื่อเราเจอกันครั้งหน้านะเจ้าคะ อ๊ะ!! เขาออกมากันหมดแล้วนี่นา เราไปกันเถอะเจ้าค่ะท่านพี่ ท่านพี่ไอยู ท่านพี่ปริศนา ขอเรียกแบบนี้ไปก่อนนะเจ้าคะ"

"อื้อ เข้าใจแล้ว"สิ้นเสียงของคุณ ทุกคนก็เดินไปให้หนุ่มชุดขาวด้านหน้าจับมือทันที ก่อนหน้านั้นก็มีคนด้านหน้าไอยูประมาณ 3 คน พอให้เรารู้บ้างว่าเขาทำอะไรกับมือของคนอื่น
.
.
.
"สิบคนนี้ที่ข้าเรียกมา ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน"เสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไปด้วยความสดใส แต่กลับทำตัวเคร่งขรึมไม่เหมือนกับเสียงของตนเองได้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มันไม่ใช่การขอร้อง แต่มันคือคำสั่ง เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็เรียงแถวหน้ากระดานตามที่เขาบอกทันที

"เอาล่ะ..ข้าขอตรวจสอบบางอย่างนิดหน่อย จงยื่นมือขวาของตนเองออกมาด้านหน้า หากเจ้าผ่านในรอบนี้ ข้าจะส่งสัญญาณให้เดินเข้าไปด้วยตนเอง จงจำไว้ว่าถ้าข้ายังไม่จับมือพวกเจ้า ห้ามขยับตัวใดยกเว้นหายใจหรือทำตามที่ข้าสั่งเด็ดขาด เข้าใจนะ หากเข้าใจ โปรดหลับตาลงช้าๆ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" ทุกๆคนค่อยๆหลับตาลงตามคำสั่ง แต่ผ่านไปได้สักพักคุณก็ยังไม่รู้สึกว่าเขาจับมือคุณเลย

'จะลืมตาดีมั้ยนะ...ไม่ได้ๆ ถ้าลืมตาแล้วมันจะเป็นอะไรเราก็ไม่รู้ เราจะไม่ลืมตาเด็ดขาด จนกว่าเขาจะยื่นมือมาแล้วให้ลืมตา ยังไงก็ไม่ได้!!!' ร่างบางเถียงกับตนเองในความคิด แต่สุดท้ายก็ยังไม่ลืมตา จนผ่านไปไม่นาน เขาก็ยื่นมือมาจนได้

'อบอุ่นจัง'คุณรู้สึกถึงไออุ่นจากมือของชายหนุ่มชุดขาวคนนั้น มันอบอุ่นราวกับต้องแสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ มันทำให้คุณสดชื่นเลยทีเดียว

"เจ้าน่ะ ถ้าได้ยินข้า ลืมตาซะ"เสียงๆหนึ่งแล่นเข้ามาในโสตประสาต ทำให้คุณต้องลืมตาขึ้นมา ก็พบกับชายชุดขาวคนนั้น ในที่ๆแตกต่างออกไป

"นี่คือพลังของคุณงั้นเหรอ ดูเหมือนจะเข้าถึงจิตใต้สำนึกของคนได้สินะ อืม มันดีจริงๆเลยนะเนี่ย"ร่างบางไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าใดนักกับภาพที่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แถมยังสนใจมันอีกต่างหาก แต่คนที่ตกใจน่าจะเป็นเขาเสียเอง

"เห้ย!! ทำไมเจ้าไม่รู้สึกตกใจหรือแปลกใจข้าบ้างเลยอ่ะ แบบ 'ว้าย!!! ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย? นี่มันอะไรกัน' อ่ะ แต่เจ้า แม้แต่อาการแม้แต่นิดเจ้าก็ไม่มี นี่มันยอดเขาเลยนะ ยอดเขาอ้ะ!!!" นี่น่าจะเป็นตัวจริงของเขา ขี้ตกใจและร่าเริง แบบนี้มันเหมาะกว่าท่าทางเมื่อกี้นี่อีก

"จะตกใจทำไม นี่มันมิติลวงตา แค่นี้ก็ดูออกแล้ว ดูเหมือนจะบั่นทอนเวลาในอัตราส่วนที่สูงเสียด้วยสิ หนึ่งชั่วโมงในนี้เท่ากับหนึ่งนาทีในโลกแห่งความจริงใช่มั้ย? ส่วนที่ช้าเพราะจะทดสอบความอดทนของฉันงั้นสิ เลยนั่งดูคนอื่นหลับตากันได้น่ะ"มันเป็นแค่การสันนิษฐานของคุณ แต่ดูเหมือนจะถูกหลายข้ออยู่เหมือนกัน เขาเลยดูตกใจสุดๆไปเลยล่ะ

"เจ้าแอบดูข้าใช่มั้ย? แบบนี้ข้าปรับเจ้าตกได้นะ"ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าของคนตัวสูงยังมีท่าทีตกใจอยู่ไม่น้อย

"ใช่ แต่เป็นตอนที่สิบคนก่อนมาเข้ารับการทดสอบน่ะ ฉันสังเกตดูประกอบกับความรู้ที่ฉันมีน่ะ" เมื่อคุณพูดแบบนั้นแล้ว ร่างสูงตรงหน้าก็เข้ามาจับมือเธอทันที แต่ไม่นานก็ผละออกไป

"เจ้าพูดความจริง"ร่างหนาคลี่ยิ้มสดใสโลกละลายตามที่คุณคิดเอาไว้ออกมา ก่อนจะพูดต่อ "สำหรับคนอื่นข้าดูไปประมาณยี่สิบนาทีในมิตินี้เป็นอย่างน้อยถึงจะตัดสินใจได้ แต่อย่างเจ้าแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่าควรจะทำอย่างไร บททดสอบแรกของเจ้าจบลงแล้วนะ ข้าจะประกาศตรงนี้เลยว่า..."

"ว่า...?"ตอนนี้ร่างบางลุ้นจนตัวโก่ง แต่เขาก็ยังไม่ตอบออกมาเสียที จนตอนนี้เริ่มจะใจฝ่อแล้ว

"เจ้าผ่านรอบแรก"สุดท้ายเขาก็พูดออกมาจนได้ แต่คุณก็ยังไม่เชื่อหูตัวเองอยู่ดี

"อะไรนะ?!! ฉันไม่ได้หูฝาดไปเองใช่ไหม?"

"ดูปากข้านะ เจ้า ผ่าน รอบ แรก"

"จริงจัง?"

"แน่นอน คนอย่างข้าพูดคำไหนคำนั้น"

"อ่าาาา ขอบคุณที่ให้ผ่านนะ"

"ก็มันเพราะความสามารถของเจ้า ไม่ใช่เพราะข้าสักหน่อย อย่าขอบคุณเลย"ร่างสูงเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากต่อ"ยังไงมันก็ยังไม่จบหรอก เจ้าอย่าเพิ่งดีใจ บดทดสอบยังรอเจ้าอยู่อีกเยอะนะ"

"เอ่อ ยังมีอีกกี่บท นายช่วยบอกฉันได้ไหม จะได้เผื่อพลังเอาไว้ใช้ได้ถูกน่ะ"

"งั้นก็ทนไปอีกสัก 4 บททดสอบนะ มันจะยากขึ้นเรื่อยๆ แต่อันสุดท้ายสำคัญที่สุด เผื่อพลังไว้เยอะๆแล้วปล่อยในบททดสอบสุดท้ายให้สุด ข้าบอกเจ้าได้แค่นี้แหละ"

"เข้าใจแล้ว ฉันจะทำตามที่นายบอก แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะ ขอบใจนะ"

"ไม่เป็นไร แต่ข้าขอสองอย่างได้ไหม ข้าขอแค่นั้นแหละ"

"ได้สิ แต่ขออะไรที่ฉันทำได้หน่อยนะ ถ้าเป็นอะไรที่มันยากฉันก็ไม่รู้จะช่วยนายยังไงจริงๆ"

"ข้อหนึ่ง อย่าบอกใครเรื่องที่ข้าบอกเจ้าเกี่ยวกับบททดสอบ ถึงมันจะมีแค่นั้นก็เถอะ ส่วนข้อสอง ข้าขอจับมือขวาของเจ้าก่อนไปสักสิบวินาทีได้หรือไม่"

"ได้สิ ฉันทำได้ทั้งสองข้อเลย อ่ะนี่มือขวาฉัน"คุณยื่นมือขวาให้แก่ร่างหนาตรงหนาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะจับมือของคุณแล้วหลับตาลงไป อีกพักหนึ่งเขาก็ปล่อยมือเรียวของคุณออกมา

"เรียบร้อยแล้วล่ะ ข้าชื่อจองโฮซอก ตอนนี้เจ้าเดินลงเหวไปแล้วเจ้าจะกลับไปอยู่หน้าโรงเรียนเหมือนเดิม ไม่ต้องกลัวเจ็บหรอกนะ มันไม่เป็นไรแน่นอน"โฮซอกพูดก่อนที่จะยิ้มสดใสละลายใจสาวๆออกมาให้คุณเห็นอีกรอบ ก่อนที่จะผายมือไปทางเหวที่อยู่ด้านหลังหุบเขาสูงนี้

"แล้วเจอกันนะโฮซอก ฉันชื่อ(ชื่อคุณ) จำไว้ให้ดีล่ะ แล้วเจอกัน"เมื่อร่างบางพูดจบก็กระโดดลงเหวทันทีโดยไม่รออีกฝ่ายพูดอะไรออกมาก่อนเลย

"นางเป็นคนดีคนหนึ่งเลยแฮะ แต่ไม่ยักจะรู้ว่านางไม่มีความทรงจำตอนเล็กๆเลย ทำไมกันแน่นะ?"โฮซอกคิดสิ่งสุดท้ายก่อนจะออกมาจากมิติลวงตาของตน

'แต่โชคชะตากำหนดไว้ให้เป็นเช่นนี้เพื่ออนาคต ถ้าฟิลเรียเป็นแบบคำพยากรณ์ของท่านพ่อจริงๆ นางก็คงเป็นหญิงนางนั้นตามคำทำนายแน่นอน'

CUT-EP 1
   




TALK WITH WRITER
 แง่มๆ แจ๊บๆๆ อุ้ย!! สวัสดีค่ะ อีพีนี้ขอทอล์คสีดำเน้อ เพราะเราใช้ไอแพดมินิพิมพ์ตรงคุยกะอิไรท์ เลยหาหนทางเปลี่ยนสีไม่เจอ 555 ไม่ซีนะคะทุกหน่อ เปิดตัวอีพีแรกมาด้วยยัยก้อนชิมกับลลิซของน้อง วันนี้ไอยูจะมาถามหาผู้หนักกว่าเดิมค่ะ 555 ใครแฟนคลับนางก็อย่าด่าดันเล้ยยยย อีนี่สำนึกไม่ทันค่า เราเล่นพอเป็นสีสันนะคะ งดมาม่าเน้อ(พอดีไม่ยอมลงแบบดราม่าสักทีก็เพราะอีนี่มันไม่ถูกกับเรื่องมาม่าไง มาเป็นเส้นพ่นใส่หน้า แค่คิดก็สยองละเนอะ อิอิ) ตอนนี้เราไม่กลัวอะไรเลยนอกจากเกิบเร้ยยย แต่พ่อสมหวังมาโผล่ตั้งแต่ตอนนี้เลยแฮะ แถมยังโยนระเบิดลงมาอีก นางช่างโหดร้ายเหลือแหล่ บอกไว้ให้อยากแล้วก็จากไป คำทำนายอัลลายยยย ตอบ!! ไม่ตอบหรอก แบร่!! ฮิๆๆ//ปิดจ๊อบไปกับรอยยิ้มที่ชั่วร้ายของไรท์
ปล.ไรท์เป็นหวัด ไอระหว่างพิมพ์นิยายไปหลายรอบเหมือนกัน ดูและสุขภาพกันด้วยนะคะ ไรท์เป็นห่วง
ปอลิง.ไรท์ลดขนาดฟ้อนท์ลงจ้า ใครสังเกตบ้างยกมือ!!
ปอหลอก.เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไ...//ข่าวด่วนวันนี้ ยัยไรท์ชูกกี้ขี้ดองได้ถูกจับในข้อหาร้องเพลงห่วยแตกแถมยังเป็นเพลงคสx.อีกต่างหาก รับโทษจำคุก 1 นาที ปรับ 0.0000000000000001 บาท และนิยายเรื่องนี้บินเป็นที่เรียบร้อย…บินกับเตี่ยเอ็งเซ่!!! (รู้ว่าอยากฟังไรท์ร้องเพลงใช่ม้า ไรท์ร้องเพราะอยู่นะ เพราะอะไรถึงร้อง 555)
ปอเล็ก.รีเควสเพลงให้ร้องได้นะ ถ้าใจกล้าจริงๆ 555
ปัจฉิมลิขิต.ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ 555 สรุปรีเควสได้จริงๆ หลังไมค์นะ ถ้าร้องไม่ได้จะพยายามฝึก อิอิ//บอกไปงั้นแหละไม่มีใครฟังร้อกกกก 





B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #4 phastraphrn (@phastraphrn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:40
    ต่อเถอะชอบมากกกก
    #4
    1
    • #4-1 chookie (@chookie) (จากตอนที่ 2)
      27 เมษายน 2562 / 19:42
      ต่อแล้วววว ตอนที่สองมาแล้วววว (ถึงจะไม่เต็มก็เถอะ 555) เหตุผลคืออยู่ในช่วยคุยกับอิไรท์ก่อนนะคะ 555
      #4-1
  2. #3 M-j-Ko (@mo241599) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 12:20

    ตกใจหน้ากุกอ่า~~~5555
    #3
    1
    • #3-1 chookie (@chookie) (จากตอนที่ 2)
      20 เมษายน 2562 / 13:04
      น่ารักดีออกรีทททท
      #3-1