[BTS X YOU] SPELLICAL โรงเรียนป่วน อลวนรัก

ตอนที่ 1 : INTRO-SPELLICAL HIGH SCHOOL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 เม.ย. 62



"เอ่อ ของครบรึยังวะเนี่ย...มีเสื้อผ้า เครื่องเขียน อาหารตอนจะเดินทาง คู่มือการใช้ชีวิตที่
สเปลิคอล บลาๆๆ..." หญิงสาวตรวจสอบสัมภาระในกระเป๋าใบโตจากลิสต์ในมือเล็กไปเรื่อยๆเป็นรอบที่ 5 ได้แล้วกระมัง จนสุดท้ายเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ ลี จีอึน หรือ ไอยู ก็ได้ทักท้วงขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย

"นี่(ชื่อคุณ) มึงจะตรวจสอบสัมภาระห่าเหวอะไรนักหนาวะ ของกูแค่รอบเดียวก็เหลือทนแล้ว นี่มึงทำประชดชีวิตน้องมึงรึไง?" ร่างบางที่ได้ชื่อว่าเพื่อนของคุณนั้นบ่นอย่างโมโห

"มึง คือกูไม่ได้อยากไปไอ้โรงเรียนห่าเหวนั่นอ่ะ มึงเข้าใจกูบ้างดิอิยู" คุณผู้ได้แต่ผลัดเวลาที่จะไปที่โรงเรียนเวทมนตร์ที่ทุกๆคนต่างใฝ่ฝันว่าจะได้เข้าไปร่ำเรียนสักครั้งในชีวิตก็ได้อธิบายเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้กับเพื่อนของคุณไป

"ทำไมมึงถึงไม่อยากไปขนาดนั้น ทั้งๆที่มึงก็รู้ว่าทุกคนเขาต้องการโอกาสนี้มากแค่ไหนอ่ะ?" เพื่อนสาวถามคุณด้วยความสงสัย

"กูก็แค่ไม่ชอบ มันน่ากลัวเกินไป แม่งต้องสู้กัน ฝึกกันหนักอย่างกะจะไปใช้แรงงาน ถึงแม้สวัสดิการแม่งจะดีแค่ไหนก็เหอะ กูก็ไม่อยากไปเหยียบที่นั่นอยู่ดี" ร่างบางระบายความในใจออกมาจนหมด

"กูว่ามันไม่ขนาดนั้นหรอก มันก็ต้องมีอะไรดีบ้างแหละ อย่างน้อยก็ผู้หล่อแล้วหนึ่ง โอ๊ยย!! พูดปุ๊บนี่กูอยากจะรีบๆไปแล้วเนี่ย จัดให้เสร็จสักทีได้มั้ยไอ้กระเป๋าเนี่ย?" ไอยูบ่นคุณอย่างหัวเสียเพียงเพราะคุณจัดกระเป๋าช้ามาก

"เออๆ อิคนเห็นผู้ดีกว่าเพื่อน กูจัดเสร็จละ แล้วมึงสร้างรถจากดินมึงยัง" คุณถามเพื่อนรัก(?)ของคุณด้วยน้ำเสียงที่เบื่อโลก
"เสร็จจนแม่งรวมกับดินหน้าบ้านแล้วมั้ง โว้ะ!! ไปๆๆ พรุ่งนี้ก็รับสมัครละ ไปกันเถอะ(ชื่อคุณ)"

"อืม" คุณและไอยู เพื่อนรักของคุณได้ขนกระเป๋าหลากหลายใบที่ภายในนั้นมีสัมภาระที่จำเป็นกับการใช้ชีวิตที่โรงเรียนในเมืองหลวงไปบนรถดินที่ไอยูได้ทำขึ้นมาที่กระโปรงรถด้านหลัง เมื่อจัดการสัมภาระทั้งหมดแล้วเสร็จ หญิงสาวทั้งสองก็รีบมุ่งหน้าไปที่โรงเรียน 'สเปลิคอล' ในตัวเมืองสเปลลิค (SPELLIC) ทันที

"มึง จากเอลโรลาไปสเปลลิคมันไกลพอสมควร คงอีกสัก 5 ชั่วโมงล่ะมั้ง ถึงจะไปถึงโรงเรียนอ่ะ" เอลโรลา(ELROLLA) หรือ ทไวไลท์ ฟอเรสต์(TWILIGHT FOREST) เป็นเมืองที่คุณและไอยูอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆจนถึงไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ เอลโรลาเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าที่อุดมสมบรูณ์ที่สุดในอาณาจักรเลยก็ว่าได้ เทียบเท่า 1 ใน 3 ของป่าไม้ทั้งหมดในอาณาจักร แต่กลับมีมนุษย์อาศัยอยู่ในเมืองนี้น้อยที่สุด เหตุเป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่ในเมืองนี้ต้องการจะไปทำงานและเรียนในเมืองหลวงเสียมากกว่า
และที่นี่ไม่ค่อยได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรจะเป็นเหมือนเมืองอื่นๆ ผู้คนที่ทนไม่ได้จึงย้ายออกไปใช้ชีวิตในที่ๆพัฒนาแล้วกันเกือบหมด

"งั้นกูก็ต้องนั่งเซ็งอย่างนี้จนกว่าจะถึงว่างั้น?" สาวน้อยได้ถามเพื่อนของเธอด้วยสีหน้าที่แสดงออกว่า 'ไม่โอเค' อย่างชัดเจน จนคนข้างหน้าสัมผัสได้ "มึงก็เอาของที่มึงติดตัวมาด้วยยัดเข้าปากไปดิ"

"เสื้อกับกระโปรงแดกได้ด้วย?" คุณถามเชิงยักคิ้วกวนๆให้แก่เพื่อนผู้หวังดีใส่กระจกมองหลังของรถ จนสีหน้าของไอยูดูเหมือนอยากจะจอดรถมันตรงนั้นแล้วเข้าไปตบปากร่างบางที่นั่งอยู่ด้านหลังสักทีให้รู้แล้วรู้รอด 

"(ชื่อคุณ) มึงรอก่อนเถอะ ถึงปุ๊บ มึงตาย!!"

"ว๊าย กลัวแล้วจ้ะๆ กลัวว่ากูนี่แหละจะโยนมึงกลับบ้าน 555" สีหน้าในตอนนี้เชื่อเลยว่าไม่ว่าใครก็คงจะอยากมาตบกบาลคุณสักทีสองทีกันทั้งนั้น เพราะมันใช้กวนประสาทคนได้ดีสุดๆไปเลย "ว้าย น่ากลัวจังเลยยยย 555"

"กวนตีนนะมึงอ่ะอีดอก"

"แน่นอนค่ะคุณสมองปลาทอง"

"อ้าว(ชื่อคุณ) มึงด่ากูเหรอ?"

"ถ้าสมองไม่กลวงจริงคงไม่ถามหรอกนะจีอึน หึๆ"

"โห อีเพื่อนเวร!! มึงมานี่เลย ไม่ต้องวิ่งลงจากรถถ้ายังอยากไปที่นู่นกับกู!!!!" แน่นอน ไอยูเพื่อนสาวของคุณได้หยุดรถจากดินคันเดียวในโลกและวิ่งไล่คุณไปแล้ว กว่าจะกลับมาเดินทางกันต่อก็กินเวลากันพอสมควรเลยล่ะ
.
.
.
หลายนาทีต่อมา...
"วันนี้เรียกเหงื่อได้ดีเลยเนอะ" คุณเป็นคนที่เอ่ยประโยคแรกขึ้นมาหลังจากที่กลับมานั่งรถ เพราะในตอนนี้ทั้งสองคนหมดแรงไปกับการวิ่งไล่จับเมื่อสักครู่ไปหมาดๆ แต่ก็ยังหอบสังขารกลับมานั่งได้ มิเช่นนั้นอาจจะไปไม่ทันการรับสมัครนักเรียนแน่นอน

"แหงสิจ๊ะ วิ่งตั้งแต่รถยันภูเขาโน่นแล้ววิ่งกลับมาอีกรอบแบบไม่ได้พัก"คุณมองไอยูที่พูดประชดประชันด้วยสีหน้าตลกขบขันผ่านทางกระจกมองหลังจนคุณขำกับสีหน้าท่าทางของเธอ "ขำอะไรยะหล่อน นี่ไม่เหนื่อยเหรอ อยากวิ่งอีกรอบไหม(ชื่อคุณ)?"

"แล้วแต่มึงนะ แต่ถ้าวิ่งอีกรอบเนี่ยรับรอง มึงไม่ได้ไปเจอผู้ที่สเปลิคอลแน่ๆ" เมื่อร่างบางพูดจบ อีกคนก็จิปากอย่างไม่สบอารมณ์แล้วขับรถไปแบบเร่งรีบจนตอนนี้ถึงเมืองทางผ่านที่คุณต้องเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว...

"โห นี่อ่ะนะ เบลเลนน์ เมืองแห่งเทพอ่ะ แม่งคือแบบ..โคตรสวยเลย!!!" 

 ทั้งคุณและเพื่อนสาวต่างก็ต้องตกตะลึงกับทิวทัศน์อันแสนสวยงาม ที่นี่ดูดีกว่าที่คุณคิดเอาไว้มาก ทั้งผู้คนมากหน้าหลายตาที่เดินสวนกันไปมา น้ำตกสีใสที่ไหลลงมาจากจุดสูงสุดของรูปปั้นยักษ์ที่เป็นหญิงสาวรูปร่างงดงามราวเทพธิดา ถือไหที่บรรจุน้ำจำนวนมากในชุดเดรสยาวแขนกุดสีขาวสะอาดตาที่มองแล้วชวนหลงไหล ทั้งยังมีปราสาทขนาดที่มองแล้วดูเหมือนกับจะสามารถจุคนได้เป็นหมื่นๆคน ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางเมืองใหญ่ ด้านหน้าประตูทางเข้ามีรูปปั้นเทพแห่งการสร้างและเทพแห่งการทำลาย กำลังสร้างสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น 'โลก' ที่เราอยู่ ซึ่งมองแล้วคุณรู้สึกคุ้นเคยกับมัน ทั้งๆที่คุณแทบไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาของสิ่งนี้เลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังทำให้องค์รวมของที่นี่ประกอบกันแล้วมันช่างเหมือนตกอยู่ในดินแดนแห่งความฝันก็ไม่ปาน ถึงแม้ว่าทุกๆคนจะสามารถใช้พลังของตัวเองได้ แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะมีสถานที่ใดงดงามเทียบเท่าเบลเลนน์ (BELLEND) อีกหรือไม่ เพราะมันงดงามเกินกว่าจะสามารถมองสถานที่แห่งนี้เป็นความจริงเสียอีก

"มันก็สวยจริงๆอ่ะอียู กูมองยังไงมันก็แบบ ไม่อยากไปจากที่นี่อ่ะ แต่ยังไงก็ต้องไปให้ถึงสเปลลิคอลให้ได้ เรารีบไปกันดีกว่าเถอะ" คุณรีบรบเร้าไอยูให้ขับรถไปที่เมืองสเปลลิคให้ไวที่สุด มิเช่นนั้นมันจะไม่ทันกาลเอาแน่ๆ

"กูก็เริ่มรู้สึกว่าไม่อยากไปไหนละ แต่เราต้องรีบไปแล้ว...เดี๋ยวค่อยมาดูใหม่เมื่อไหร่ก็ได้" เมื่อไอยูพูดจบเธอก็รีบเหยียบคันเร่งและออกไปจากเมืองนี้โดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เพราะทั้งคู่รู้สึกได้ว่าขืนอยู่ต่อมันยิ่งทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายแน่นอน
.
.
.
 หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
คุณและไอยูได้ขับรถมาถึงชานเมืองของเมืองเบลเลนน์และรีบบึ่งรถเข้าตัวเมืองสเปลลิคโดยใช้ระยะเวลาไม่นาน ทั้งคู่พบว่าเมืองนี้เป็นอะไรที่น่าอยู่มากถึงมากที่สุด สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้สีเขียวชะอุ่ม แลดูมีความอุดมสมบรณ์พอๆกับเอลโรลาเลยทีเดียว ไหนเขาว่ากันว่าเอลโรลาสมบูรณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้มากที่สุดกันเล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจไม่น้อย

"เอิ่ม จากที่กูดูๆมานะ ป่าข้างทางที่นี่สมบูรณ์พอๆกับเอลโรลาเลย แล้วทำไมเขาบอกว่าเมืองของเราป่าไม่ดีกว่าล่ะ? งงชะมัด"

"นั่นดิ แถมน่าอยู่ชิบหายเลยด้วย"

"เออเนอะ ใครเขาจัดอันดับวะ?"

"เห็นมีคนบอกว่าเป็นสภาบริหารจัดการประเทศนะ" 

สภาบริหารจัดการประเทศ คือหน่วยงานที่คอยดูแลความเรียบร้อย คุ้มกันภัยแก่พลเมืองในเมืองต่างๆ จัดสรรและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วยความชอบธรรม รวมถึงการจัดอันดับในด้านต่างๆที่เหลื่อมล้ำกันด้วย โดยสภาบริหารจัดการประเทศชั้นสูงนั้นส่วนหนึ่งจะมาจากการประลองใน อินเตอร์สแควร์ ลานประลองเวทย์สำหรับชนชั้นสูงและนักเรียนจากสเปลลิคอล ลานประลองนี้ตั้งอยู่ในย่านหอการค้าในตัวเมืองสเปลลิค ถ้าคนในสภาเข้ามาเห็นว่าพวกเขามีทักษะที่ดีก็จะยื่นข้อเสนอให้กับพวกเขาและเข้ารับการฝึกต่างๆจนสามารถปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ อีกส่วนหนึ่งมาจากการแต่งตั้งของราชาแห่งฟิลเรีย และส่วนสุดท้ายคือการที่คนทั่วไปขอประลองกับหนึ่งในสภาชั้นสูง หากชนะก็จะสามารถเข้าไปเรียนรู้และปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องฝึกเช่นแบบแรก และแว่วๆมาว่างานที่นั่นเงินเดือนดีมากด้วย! ว่าแต่เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ฉันมาตามหาน้องชายเฉยๆนี่นา..

"มึงรู้เรื่องดีจังเลยนะ สาบานว่าไม่ใช่คนสเปลลิคอ่ะ?" ไอยูถามคุณแนวประชดประชัน จนคุณส่ายหัวด้วยความเอือมระอา

"มึงเห็นกูเคยออกจากเอลโรลาสักครั้งนอกจากตอนนี้ไหม? แล้วที่กูรู้เพราะกูมีคู่มือการใช้ชีวิตที่สเปลิคอลไง" คุณพูดพร้อมหยิบคู่มือเล่มหนาออกมาจากเป้ใบเล็กที่ติดตัวไว้ตลอดเวลา

"เออเนอะ กูโง่เองแหละ อ๊ะ!!! เราเริ่มเข้าตัวเมืองสเปลลิคแล้วล่ะ(ชื่อคุณ)" ทั้งคุณและไอยูต่างก็ดีใจเป็นอย่างมากที่มาถึงที่นี่ก่อนเวลาและยังสามารถพักได้หนึ่งวันเต็มๆก่อนจะจริงจังกับการสมัครเข้าเรียนที่จะถึงในวันพรุ่งนี้ โดยคุณได้หันหลังกลับไปมองเมืองเบลเลนน์ที่สวยงามและน่าอยู่เป็นอย่างมาก ก่อนจะพบว่าจากเมืองอันงดงามราวความฝันกลับกลายเป็นเมืองร้างแสนสกปรกและเต็มไปด้วยหมอกสีเทาเต็มเมืองเมื่อสักครู่ราวกับไม่ใช่เมืองเดียวกัน แถมความรู้สึกที่อยากอยู่ที่นั่นก็หายไปทันทีที่ออกมาอีกด้วย

"นี่มันอะไรกัน?" ร่างบางอุทานออกมาเสียงเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน คุณคิดว่าคุณคงตาฝาดไปเลยได้มองกลับไปอีกครั้ง แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันคือเมืองร้างจริงๆ แถมมีป้ายประกาศว่าห้ามเข้าอีกต่างหาก และที่พวกคุณเลือกมาเส้นทางนี้ก็เพราะว่ามันใกล้กับเมืองหลวงอย่างสเปลลิคมากกว่าเส้นทางอื่นๆ โดยหารู้ไม่ว่าเมืองนี้เป็นเมืองร้าง และเพื่อนของคุณก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้เลยแต่อย่างใด

"(ชื่อคุณ) มึงคิดอะไรอยู่วะ? เห็นเงียบไปนานเลย" เพื่อนสาวถามคุณด้วยความเป็นห่วง เธอรู้ว่ามันมีอะไรแน่ๆ คุณถึงได้นั่งเงียบแถมกอดอกอีก มันคือนิสัยประจำตัวเมื่อคุณคิด กังวล หรือมีอะไรที่บอกคนอื่นไม่ได้เสมอ แน่นอนว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยไหน ทำไมถึงจะไม่รู้กันเล่า

"ไม่มีอะไรอ่ะ กูแค่คิดว่าที่นู่นจะเป็นยังไงบ้างก็แค่นั้น" คุณเลือกที่จะโกหกดีกว่าบอกความจริงแล้วทำให้เพื่อนไม่สบายใจ เพราะคุณก็รู้เช่นกันว่าเธอนั้นขี้กังวล ไม่เหมือนกับพลังในตัวของเธอที่แข็งแกร่งดั่งหินผาและน่าเกรงขาม นอกจากนี้เวลาเธอกังวลเธอจะไม่ค่อยมีสติอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าคนอื่นๆที่มันควรจะเป็น สิ่งเดียวที่จะช่วยเธอได้คือเครื่องรางที่ติดตัวกับคุณมาตั้งแต่เกิดก็เท่านั้น ซึ่งคุณก็ไม่เข้าใจว่าเครื่องรางนี่มันคืออะไรกันแน่

"นั่นดิ แค่หวังว่าผู้ที่นั่นจะใจดีกับกูก็พอแล้ว ชะนีกูไม่อยากจะเสวนาด้วยอ่ะ"

"เอิ่ม...มึงรวมกูไปในลิสต์นั้นด้วยป่ะ กูก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ไม่ต้องย้อนกูด้วยนะอียู"

"ไม่นี่ เพราะเพื่อนกูไม่ใช่ชะนีปากจัดที่เอาแค่ตามอ่อยผู้ชายนี่นา เอ๊ะ! หรือมึงเป็นแบบที่กูพูดอ่ะอี(ชื่อคุณ)?"

"เคยขับรถอยู่ดีๆแล้วหัวโขกพวงมาลัยรถจนหัวแตกไหมจีอึน?"

"ไม่อ่ะ แต่มึงไม่ต้องทำกูนะ กูแค่ถาม"

"งั้นก็ขับรถไปเงียบๆ อย่าหลอกด่ากู"

"(ชื่อคุณ)นกตลอดกาล!!!"

"อย่าด่ากูทั้งทางอ้อมและทางตรง"

"กูไม่ได้ด่า กูพูดความจริงต่างหาก"

"อีจีอึน!!!"

"อ๊ะ(ชื่อคุณ) หยุดด่ากูก่อน...กูว่า เราถึงสเปลลิคแล้วนะ" เมื่อคุณเพ่งมองภาพที่อยู่ในคู่มือกับสถานที่ๆตั้งอยู่ด้านหน้าแล้ว คุณก็ถึงกับอึ้ง เพราะว่ามันแตกต่างและใหญ่กว่าในภาพมาก และสวยงามสมกับคำร่ำลือจริงๆ จนคุณไม่อาจจะคิดว่าคุณจะเข้าไปใช้ชีวิตในนั้นได้ หากไม่ได้บอกไว้ว่า 'เรียนฟรี' แต่คุณก็ไม่ได้มั่นใจในฝีมือของตนเท่าใดนัก เพียงแค่หวังว่าจะถึงเกณฑ์ที่วางเอาไว้

"มิน่า..ถึงมีแต่คนอยากมาเรียนที่นี่กันทั้งนั้น ตอนแรกกูแค่อยากมาหาผู้ ตอนนี้คงอยากจะเรียนจริงๆแล้วล่ะ เนอะ(ชื่อคุณ)"ไอยูถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเจอของจริง มันสวยงามยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้มาก...มาก เกินกว่าจะจินตนาการได้

"มันอาจต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ความตั้งใจ และ...ชีวิต การจะเข้าเรียนที่นี่มันไม่ใช่ง่ายๆ เผื่อใจเอาไว้ด้วยนะจีอึน"คุณรู้ดีว่าภายได้สถานที่นี้มีอะไรซ่อนอยู่ และรู้ว่าต้องผ่านอะไรไปบ้าง จึงเตือนเพื่อนสาวมิให้หลงระเริงไปกับความสวยงามตรงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเผื่อใจถึงอนาคตเอาไว้ด้วย

"อืม กูรู้ดีน่า กูเลยเตรียมใจเอาไว้แล้วนี่ไง" ดูเหมือนเธอจะตั้งใจเอาาไว้เช่นนั้นจริงๆ จนคุณรับรู้ว่า 'ยังไงเธอก็ต้องเข้าไปให้ได้แน่ๆ' ซึ่งคุณก็ต้องทำให้ได้เช่นกัน

"เอาล่ะ ยังไงพวกเราก็ต้องเข้าไปที่นั่นให้ได้" เมื่อทั้งคู่พูดจบ ก็รีบไปเตรียมตัวเพื่อวันพรุ่งนี้ทันที



'รอก่อนนะ พี่มาหานายแล้ว ฮันบยอล'
.
.
.
.
.
-เริ่มต้นเรื่องราวได้ ณ บัดนี้-

เกร็ดความรู้เล็กน้อย

ปราสาทที่รีทเห็น มีชื่อที่แท้จริงว่า ปราสาทนอยชวานชไตน์ (เยอรมัน: Schloss Neuschwanstein) เป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิจที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา ที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมไปถึงที่แดนเนรมิต

พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียมีพระประสงค์ให้จัดสร้างเพื่อเป็นที่ประทับอย่างสันโดษ ห่างจากผู้คน และเพื่ออุทิศให้แก่กวีชื่อริชาร์ด วากเนอร์ ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างให้เป็นไปตามบทประพันธ์เรื่องอัศวินหงษ์ (Swan Knight Lohengrin) ดังนั้นปราสาทแห่งนี้จึงได้รับการตกแต่งตามเรื่องร่าวในบทประพันธ์ดังกล่าว ปราสาทแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยคริสทีอัน ยังค์ (Christian Jank) ซึ่งเป็นนักออกแบบทางการละคร มากกว่าที่จะเป็นสถาปนิก

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย


TALK WITH WRITER

สวัสดีรีททุกท่านที่อุตส่าห์เจียดเวลาเข้ามาอ่านกันนะคะ ความจริงอยากจะบอกว่าเรื่องนี้โดยหลักมีพระเอกคนเดียวน่ะค่ะ แต่ไม่บอกหรอกว่าเป็นใคร อิอิ (รองเท้าใครลอยมา) เอ๊ะ แว่วๆมาว่า VN มึงก็ยังไม่เสร็จนี่อิไรท์ แล้วมาทำงี้ได้ไงฮะ? เอ่อ ถ้าพวกคุณคิดแบบนั้นก็จะบอกมันตรงนี้เลยว่า บางที VN อาจจะลงช้ามาก มากเสียจนบางทีอาจจะไม่ได้ทำอีกแล้วนะคะ อันนี้ไรท์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงดี แต่ไรท์จะพยายามทำให้รีทอ่านนะคะ แม้มันจะมีคนอ่านน้อยมากก็ตาม แต่แค่มีคนอ่าน ไรท์ก็จะพยายามทำค่ะ ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะทุกคน ไรท์จะพยายามอัพให้บ่อยเท่าที่ทำได้นะคะ น่าจะสักสัปดาห์ละตอนค่ะ ขอขอบคุณทุกคนมากนะคะ แหะๆ บ๊ะบาย!!!

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #2 Plplpl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 21:13

    ชอบมากเลยค่ะ หาอ่านแนวๆนี้อยู่พอดี รีบมาอัพต่อนะค้าาา

    #2
    2
    • #2-1 chookie (@chookie) (จากตอนที่ 1)
      18 เมษายน 2562 / 14:28
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ เดี๋ยวจะรีบปั่นรีบลงให้ไวที่สุดค่ะ อิอิ
      #2-1
    • #2-2 chookie (@chookie) (จากตอนที่ 1)
      20 เมษายน 2562 / 10:56
      ตอนที่หนึ่งมาแล้วนะคะ ไรท์มาอัพต่อแว้ว อ่านรึยังเอ่ย
      #2-2
  2. #1 pimmie_sw25 (@pimmie25) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 10:32
    มาต่อเร็วๆน๊าา รอนะคะไรท์สู้ๆค้ะ
    #1
    2
    • #1-1 chookie (@chookie) (จากตอนที่ 1)
      18 เมษายน 2562 / 14:30
      ค่าาาา อีกไม่เกิน 2 วัน น่าจะได้ลงแล้วนะคะ ขอบคุณที่รอค่ะ
      #1-1
    • #1-2 chookie (@chookie) (จากตอนที่ 1)
      20 เมษายน 2562 / 10:55
      นิยายตอนที่หนึ่งลงแล้วเน้อ อ่านรึยังคะรีททท
      #1-2