end - (sf) 'before' series | soshibang

ตอนที่ 9 : Before the roses bloom (G-Dragon & Jessica)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ธ.ค. 60

             ไม่มีหิมะตกมาสองสัปดาห์แล้ว ความชื้นในอากาศลดลง ขณะที่มีลมพัดมากขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของรอยเปื้อนสีเขียวสดใสทีละน้อยตามสุมทุมพุ่มไม้

            ควอนจียงว่างงานในฤดูหนาว หรือที่ถูกต้องคือตั้งแต่ตอนที่เวทีละครโรมิโอแอนด์จูเลียตรูดม่านปิดในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม พร้อมกับความสำเร็จที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าอันที่จริงแล้ว สิ่งที่น่าพึงพอใจที่สุดสำหรับควอนจียงจะไม่ได้หมายถึงความสำเร็จของละคร แต่เป็นความสำเร็จในฐานะผู้ควบคุมระบบแสงสี และความสำเร็จในฐานะซึ่งควอนจียงยินดีจะเรียกตนเองว่า กามเทพก็ตาม เขาแสดงท่าทางว่าภูมิอกภูมิใจทุกครั้งที่ได้เล่าเรื่องนี้อย่างเมามายและไร้สติสัมปชัญญะในร้านขายโซจู ว่าเป็นเขาเองที่ทำให้ระบบแสงสีบนเวทีขัดข้องเป็นประจำระหว่างการซ้อม และนั่นทำให้นักแสดงนำ -- คังแดซอง สามารถลดความประหม่าของตนลงและเข้าถึงบทบาทได้มากขึ้น เนื่องจากเขาสังเกตเห็นมาโดยตลอดว่าสิ่งใดทำให้คังแดซองคนนั้นตกประหม่าอยู่เสมอ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากความจริงที่ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่เคยรั่วไหลและทำให้เขาเดือดร้อนมาก่อน ก็จะสามารถเรียกอย่างเต็มปากเต็มคำได้ว่าควอนจียงเป็นคนที่มีโชคอย่างล้นเหลือ

            อย่างไรก็ตาม ในเวลาที่เมามายและไร้สติสัมปชัญญะเช่นกัน จียงมักจะพูดเสมอว่าพระเจ้าประทานโชคให้เขาในทุก ๆ ด้าน ทว่าพระองค์ได้มองข้ามโชคในความรักไป จียงเป็นคนมีเสน่ห์ แต่เขาบอกทุกคนว่าตนเองอาภัพรัก และน่าเสียดายที่แม้ว่าจะดื่มโซจูเพิ่มขึ้นอีกหลายขวด เขาก็ไม่เคยปริปากอธิบายเพิ่มเติม

            จียงเรียกเธอ “คุณครับ”

            เธอไม่ตอบ หรือพูดให้ถูกต้องคือไม่ตื่น เธอไม่ลืมตาเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนท่าทาง

            “คุณครับ” เขาเรียกซ้ำ “คุณผู้หญิง”

            เธอเป็นคนสวยอย่างสมบูรณ์แบบคนหนึ่ง ทั้งด้วยใบหน้า รูปร่าง ทรงผม แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่ แต่สิ่งที่ทำให้จียงเป็นกังวลคือการที่เธอกำลังนอนหลับ -- อย่างสนิท บนม้านั่งสาธารณะด้านหน้าที่พักของเขา ซึ่งมืดมิดและไร้ผู้คนในเวลาเที่ยงคืน

            จียงเขย่าตัวเธอ “คุณครับ! ” เขาเสียงดังขึ้น “คุณครับ -- ตื่นเถอะ!

            เธอลืมตาขึ้น มองเขาผ่านมุมมองแคบ ๆ ของดวงตาหรี่ปรือ และ -- โดยที่จียงไม่ทันตั้งตัว เธอตะโกนเสียงดังจนเขาตกใจว่า “เขาเป็นบิดาแท้ ๆ ของท่าน! ” จากนั้นก็หลับตาลงอีกครั้งอย่างง่ายดาย

            จียงอยากจะหัวเราะ แต่เขาหัวเราะไม่ออก และแล้ว เพราะเขาทั้งเป็นและไม่เป็นสุภาพบุรุษในเวลาเดียวกัน จียงจึงนั่งลงข้าง ๆ เธอ และไม่ช้าก็หลับตาลงอย่างอ่อนล้าในที่สุด

 

            เขาลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงจามของคนกวาดถนน มองเห็นแสงแดดปลายฤดูหนาวเป็นสีแดงสดอยู่ที่ไหนสักแห่งด้านหลังคลื่นสีเทาของตึกระฟ้า แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือยังคงมองเห็นเธอหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ โดยไม่มีท่าทางที่เปลี่ยนไปจากหลายชั่วโมงก่อนเลยสักนิด

            “คุณครับ” เขาเขย่าตัวเธออีกครั้ง “คุณครับ -- ตื่นเถอะ”

            คราวนี้เธอตื่นขึ้นจริง ๆ และมองเขาอย่างงัวเงีย “สวัสดีค่ะ” เธอพูด “ยินดีที่ได้รู้จัก”

            เขาผงะ “ผมไม่รู้จักคุณ” จียงปฏิเสธ “แต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ ผมจะพาคุณไปส่งตำรวจที่ป้อมใกล้ ๆ ”

            “ตำรวจ! ” เธออุทาน เห็นได้ชัดว่าตกอกตกใจอย่างยิ่ง “ฉันทำอะไรผิดหรือคะ!

            “เออ -- ” จียงพูดไม่ออก ปกติแล้วเขาเป็นคนช่างพูด -- อย่างน้อยก็สำหรับคนที่พูดกับเขา ไม่ใช่ลมฟ้าอากาศ “โอเคครับ” เขาตัดสินใจว่าจะต้องตั้งสติให้มั่นคง แม้ว่าฤทธิ์ของโซจูหลายขวดช่วงค่ำวานนี้จะไม่เอื้ออำนวยคุณสมบัตินั้นมากนักก็ตาม “ผมชื่อควอนจียง”

            “ฉันชื่อจองซูยอนค่ะ” เธอตอบอย่างร่าเริง “แต่คุณเรียกฉันว่าเจสสิก้าก็ได้”

            “ชื่อคุณเหมือนกับดาราคนหนึ่งเลยนะ”

            “เอ๋ -- ” เธอแสดงออกถึงอารมณ์แบบอื่นนอกจากความง่วงงุนเป็นครั้งแรก “แต่ว่าคุณ

            จียงสะดุ้งสุดตัว เขาจำเธอได้ในตอนนั้นนั่นเอง “คุณคือเจสสิก้า!

            “ค่ะ” ซูยอนพยักหน้า “ใช่ค่ะ ฉันคือเจสสิก้า”

            “แล้วดารามาทำอะไรที่หน้าบ้านผม”

            “ฉันหรือ? ”

            “คุณนอนอยู่ที่นี่ทั้งคืน ผมปลุกคุณไม่ตื่น แต่ไม่กล้าพาคุณเข้าไปนอนพักในบ้าน แล้วก็ไม่กล้าให้คุณนอนอยู่ตรงนี้คนเดียวด้วย มันเปลี่ยวเกินไป”

            “ฉันอยู่ที่นี่ทั้งคืนอย่างนั้นหรือ!

            จียงมองหน้าเธอ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากำลังรู้สึกหวาดผวาอย่างแท้จริง และคราวนี้เขาก็หัวเราะออกมาได้

            “คุณตื่นแล้วใช่ไหมครับ? ” เขาถามอย่างอ่อนโยน

 

            “ฉันไม่หลงทางด้วย -- ช่างเป็นคนที่โชคดีอะไรอย่างนี้นะ!

            จองซูยอนมาที่นี่เพื่อติดต่อเขา แต่เขาไม่อยู่ และมีค่านิยมในการพกพาโทรศัพท์มือถือที่ผิด จียงทิ้งมันไว้ใต้กองผ้าห่มในห้องนอน และทำให้ซูยอนที่รอคอยอย่างอดทนได้บรรจุความอดทนเหล่านั้นของเธอลงในการหลับใหลอันยาวนาน

            จียงคนกาแฟเร็วขึ้น เขาไม่คิดว่าเธอโชคดีนักเมื่อพิจารณาจากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

            “คุณดื่มกาแฟขม ๆ แบบนี้ประจำหรือคะ” เธอพูดขึ้น และทำให้เขาตกใจเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธออยู่ใกล้เพียงครึ่งฟุต “มันไม่ดีต่อสุขภาพนี่นา”

            จียงรู้สึกเหมือนกำลังพบกับปรากฏการณ์เดจาวู “เมล็ดกาแฟสด ๆ หนึ่งกำมือ น่าจะดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำตาลในปริมาณเท่ากันนะครับ” เขาหลิ่วตาไปทางถ้วยกาแฟของเธอ ซูยอนหัวเราะและฟาดเขาทีหนึ่ง

            “คุณสะดวกจะเริ่มงานกับเราในเวลาไหนหรือคะ? ” เธอถามตอนที่เขานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงกันข้าม

            “ทันทีที่คุณพร้อม”

            “ใคร ๆ ก็บอกฉันว่าคุณจะตอบแบบนี้ -- ” ซูยอนว่า “เรากำลังจะจัด Special Stage ของศิลปินภายในบริษัทในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าค่ะ”

            “ที่ไหนหรือครับ”

            “โยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่นค่ะ” เธอตอบ “ภายในโยโกฮาม่า อารีน่า จะแบ่งออกเป็นสี่เวที เรียงจากฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ ฉันขึ้นแสดงบนเวทีฤดูหนาวเวทีเดียว แต่คุณต้องควบคุมระบบแสงสีสำหรับทั้งสี่เวทีนะ” ซูยอนหัวเราะ และเสริมว่า “จริง ๆ แล้ว -- ทิฟฟานี่ เพื่อนของฉันจะต้องมากับฉันในวันนี้ด้วย แต่จู่ ๆ เธอก็เป็นไข้ ตัวร้อนจี๋เลย ฉันก็เลยต้องมาคนเดียว -- ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ ในบริษัทไว้ใจฉันได้ยังไงกัน --

            “เดี๋ยวก่อน! ” ช้อนกาแฟตกลงบนพื้นโต๊ะเสียงดัง “เดี๋ยว! ” จียงมองเธออย่างคาดคั้น “มิยอง -- ผมหมายถึง -- คุณทิฟฟานี่ จะขึ้นแสดงด้วยหรือครับ”

            “ใช่ค่ะ -- เวทีฤดูใบไม้ร่วง”

            ซูยอนเสริมขึ้น “มีอะไรที่ไม่สะดวกหรือเปล่าคะ? ”

            “เปล่าครับ” เขารีบตอบ “ไม่มีปัญหา คุณนัดแนะผมได้เลย”

            “ถ้าอย่างนั้นเราจะเริ่มงานกันภายในวันพรุ่งนี้เลยนะคะ” ซูยอนพูดอย่างร่าเริง “ฉันจะนัดคุณไว้กับท่านประธาน วันพรุ่งนี้ เอาเป็น -- เวลาสิบนาฬิกาสามสิบนาที สะดวกไหมคะ? ”

            “ที่บริษัทหรือครับ? ”

            “ที่บริษัทค่ะ ” เธอมองเวลาแล้วลุกขึ้น “ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับกาแฟถ้วยนี้ ทำให้สดชื่นขึ้นเยอะเลย”

            “ยินดีครับ”

            จียงมองส่งเธอจนลับตา

            เคยมีคนบอกเขาว่ากาแฟที่ขมเกินไปเป็นพิษต่อสุขภาพ

            ภาพของซูยอนซ้อนกับฮวังมิยองในความทรงจำซึ่งยังคงแจ่มชัด แต่แล้วจียงก็ละความสนใจจากมัน เขาเป็นคนมีเสน่ห์ แต่มีไม่พอจะรั้งเธอ -- ซึ่งจากเขาไปในวันที่ทุกสิ่งร่วงโรยได้เลย

 

            วันที่เขาต้องซ้อมระบบแสงสีพร้อมกับนักแสดงทั้งหมดมาถึงเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ในอีกสองสัปดาห์ถัดมา และจียงก็พบว่าตนเองรู้สึกกังวลกับการหลบหน้าหลบตาฮวังมิยองมากกว่าความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นบนเวทีเสียอีก  เขาพบซูยอนหลายครั้งระหว่างการวางแผนงานร่วมกับคนอื่น ๆ ภายในบริษัท แต่ก็จะหายหน้าไปเสมอเมื่อฮวังมิยองปรากฏตัวขึ้น จียงรู้ดีว่าเขาและเธอจากกันด้วยความเข้าอกเข้าใจ ทว่าการใช้หัวใจที่ปวดแปลบฉีกยิ้มเป็นเรื่องยากกว่าที่ใครจะคาดคิด

            “คุณจียง! ” ซูยอนเรียกเขา และหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นว่าทำให้เขาตกใจได้ “คุณแม่ของฉันทำเค้กมาเผื่อทุกคนน่ะค่ะ คุณรับไปสิ”

            “ขอบคุณครับ” เขาตอบ พร้อมกับเอ่ยว่า “คุณนี่ชอบความมืดไม่ใช่เล่นเลยนะ”

            “หมายความว่ายังไงคะ? ”

            “ผมเคยถามคุณ -- ตอนที่คุณมานอนอยู่ในที่มืด ๆ คนเดียวที่หน้าบ้านของผม -- ว่าดาราอย่างคุณไปทำอะไรที่นั่น -- เหมือนกับตอนนี้เลย -- ดาราอย่างคุณเข้ามาทำอะไรในห้องมืด ๆ แบบนี้กันนะ ถ้าไม่ใช่ความชอบส่วนตัว”

            จียงหลิ่วตาให้เธอ

            เธอหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ดี! ” ซูยอนว่า เธอดึงกล่องเค้กเล็ก ๆ ที่อยู่ในมือเขากลับไปด้วย “ถ้าอย่างนั้น คุณก็อดทานเค้ก”

            “ใจร้ายที่สุด” จียงยกมือยอมแพ้

            “ก็ถ้าไม่มีดาราอย่างฉันเข้ามาในห้องมืด ๆ นี่ -- ก็จะไม่มีใครเอาเค้กมาให้คุณน่ะสิ”

            “ผมฝากให้ใครเอาเข้ามาก็ได้”

            “ดีล่ะ! ” ซูยอนคำรามด้วยดวงตา “ได้เลยค่ะ” แล้วเธอก็หมุนตัวกลับไปที่ประตู

            เกิดความชุลมุนขึ้นภายในห้องนั้นทันที! ขณะที่เขาคุ้นเคยกับห้องควบคุมมาทั้งชีวิต ซูยอนดูราวกับสามารถมองเห็นได้จากทางแผ่นหลัง และเสียงขลุกขลักที่เกิดขึ้นก็สะท้อนไปทั่วทั้งห้อง จากนั้น มันก็จบลงด้วยการที่ซูยอนกระแทกตัวลงไปบนแผงควบคุมโดยไม่ตั้งใจ ส่งผลให้ไฟในห้องควบคุมสว่างโร่ขึ้น ขณะที่สิ่งอื่น ๆ ตกอยู่ในความมืดมิด ทุกคนมองเห็นเขากับซูยอนที่กำลังยื้อยุดกันได้อย่างชัดเจนในระยะที่จียงมั่นใจว่าหลายสิบเมตร ซึ่งหนึ่งในสายตาคู่ที่แหงนขึ้นมองเขากับเธอ -- จียงมั่นใจว่าเขากำลังสบตากับมิยอง

            อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความขัดเขินและอึดอัดนั่นเอง เขากลับรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่าง

 

            “สวัสดีค่ะ จียง” เธอพูด “เราไม่ได้พบกันนานทีเดียว”

            “เช่นกันครับ”

            เขาตอบ และมิยองก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้ ส่งผลให้รสชาติขมฝาดเอ่อท้นอยู่ในลำคอของจียง มันขมยิ่งกว่ากาแฟที่เขาดื่มเป็นประจำ และกำลังยกถ้วยขึ้นจิบเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตาเธอ ฮวังมิยองยังคงมีอิทธิพลต่อเขาอย่างเต็มที่ไม่ว่าเธอจะทำอะไร

            “ไม่เอาน่า” ซูยอนกระตุกแขนเขา เธอเกือบทำให้จียงสำลักกาแฟ “คุณควรจะร่าเริงกว่านี้นี่นา”

            มิยองมองซูยอน เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอไม่เป็นที่เปิดเผย “คุณจียงอาจจะรู้สึกอัดอัดใจก็ได้ที่ฉันอยู่ที่นี่” มิยองว่า “เราไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าไหร่”

            “ไม่นะ” ซูยอนแย้ง “เขาเป็นคนร่าเริงจะตายไป”

            “คุณซูยอน”

            เขาพูด ตัดสินใจจะทำสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ แม้จะรู้สึกว่ามันเลวร้ายก็ตาม จียงรู้ดีว่าเขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว แต่เสียงของเขาก็ยังสั่น -- แม้จะเล็กน้อย แต่ก็ชัดเจนอยู่ในจิตใต้สำนึก “ผมชอบคุณ” เขาโพล่งออกไป “ให้เกียรติคบหากับผมเถอะ”

            “เขาชอบล้อฉันเล่นน่ะ” ซูยอนบอก

            “ผมพูดความจริง” จียงมองเธอ “ผมชอบคุณ -- รู้สึกดีกับคุณตั้งแต่ตอนที่เราได้พบกันครั้งแรก ยิ่งเราได้พบกันบ่อยขึ้นเท่าไหร่ แม้ว่าจะเป็นเวลาน้อยนิดในแต่ละครั้ง ผมก็ยิ่งรู้สึกโหยหาคุณมากเท่านั้น”

            “ไม่ตลกเลยนะคะ”

            “ผมพูดความจริง”

            ไม่มีใครพูดอะไรเลย จนกระทั่งมิยองลุกขึ้นและโค้งให้เขา “ฉันคงต้องขอตัวก่อน”

            จียงกลืนน้ำลาย แต่ยังคงจ้องมองซูยอน เขาเห็นร่างกายของมิยองที่เลือนรางลงจากปลายหางตา พร้อม ๆ กับที่กลิ่นน้ำหอมของเธอละลายหายไปในอากาศ

            “ฉันก็ชอบคุณ” ซูยอนตอบ “เรามาคบกันเถอะค่ะ”

 

            จียงรู้ดีว่าทั้งมิยองและซูยอนสงสัยในการกระทำของเขา เพราะนอกจากมันออกจะรวดเร็วเกินไปแล้ว ยังมุทะลุและบุ่มบ่ามจนเกินไปอีกด้วย โดยปกติแล้ว จียงไม่ใช่คนรีบร้อน และไม่ทำอะไรที่ทำให้เขาหรือใครโดดเด่นเกินกว่าความตั้งใจของตนเอง อาจเป็นเพราะมิยองมีอิทธิพลต่อเขาอย่างแท้จริง มันทำให้จียงไม่อาจทนอยู่เฉยได้เมื่อสายตาของเธอทิ่มแทงลงมาในเนื้อหนัง จียงไม่รู้ว่าเขาทำอย่างนั้นเพราะอะไร และถ้าหากมันเป็นเพียงความพยายามเรียกร้องความสนใจแบบเด็ก ๆ ซึ่งใคร ๆ ก็ดูออกหากการกระทำแบบนั้นของเขาปรากฏขึ้นในละครสักเรื่องหนึ่ง จียงก็รู้สึกว่าเขาได้ทำเรื่องที่น่าอับอายลงไป

            อย่างไรก็ตาม มิยองและซูยอนไม่พูดถึงเรื่องนั้นอีกเลย และเขาก็ทำหน้าที่ของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบจนถึงเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาตรง ตอนที่ซูยอนเปิดประตูห้องควบคุมเข้ามาและถามเขาว่า “คุณจะไปไหนหรือเปล่า -- ฉันจะได้กลับพร้อมกับทิฟฟานี่เลย”

            เขาขมวดคิ้ว “ไปไหนหรือครับ”

            “เผื่อว่าคุณอยากจะชวนฉันไปทานอะไร -- หรือว่าไปที่ไหนสักหน่อย” ซูยอนอ้อมแอ้ม “แต่ก็ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นกังวลกับของแบบนั้นมากนักหรอก”

            จียงหลับตา นึกขึ้นได้ว่าเขาและเธอกำลังคบหากัน

            “ผมมีร้านที่ไปบ่อย ๆ ร้านหนึ่ง” เขาตอบ “คุณจะรังเกียจไหมถ้า --

            “ฉันไม่รังเกียจอะไรทั้งนั้น” ซูยอนยิ้ม และถ้าหากสายตาของมิยองทิ่มแทงลงในเนื้อหนังของจียง รอยยิ้มของซูยอนก็ตอกลิ่มแห่งความรู้สึกผิดลงในหัวใจของเขาอย่างหนักหน่วงที่สุด

            อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่อยู่กับซูยอนในร้านอาหารและในรถของเขา -- จียงก็รู้สึกว่าเขาทำได้ดีในระดับที่น่าพึงพอใจ อย่างน้อยเขาก็ชอบซูยอนจริง ๆ เพียงแต่ไม่เชิงเป็นความชอบชู้สาวที่นำไปสู่การคบหาเท่านั้น ถึงอย่างนั้น เขาก็รู้ดีเช่นกันว่าตนเองกำลังทำบางสิ่งที่ไม่อาจถูกอภัย ทั้งสำหรับมิยองที่ไม่ได้รู้สึกรู้สมกับสิ่งที่เกิดขึ้น หรือซูยอนที่จียงยังคงดูไม่ออกว่าเธอตกลงใจจะคบหากับเขาด้วยเหตุผลใด แต่ในเมื่อเขากล้าพอที่จะปีนขึ้นไปหลังเสือ จียงก็ต้องมีความกล้ามากพอที่จะอยู่บนหลังของมันต่อไป ประคองตนเองเอาไว้ และปิดตาเสือให้มืดมนที่สุด

            “ผมคงส่งคุณได้แค่ตรงนี้ล่ะนะ” เขาบอกตอนที่ชะลอความเร็วของรถลง “หรือคุณอยากจะให้ผม --

            “หยุดความคิดชองคุณไว้ตรงนั้น ควอนจียง” ซูยอนพูด “ฉันมองเห็นค่าความเป็นไปได้ของอันตรายเต็มไปหมด”

            จียงกะพริบตา “อย่างเช่นอะไรบ้างล่ะครับ”

            “ก็แหม -- ” ซูยอนมีท่าทางขัดเขิน แล้วเธอก็เปิดประตูรถ “ฉันจะลงล่ะ”

            “เดี๋ยวก่อน --

            เขาดึงตัวเธอด้วยสันชาตญาณ หลังจากความคิดเกี่ยวกับการล่ำลาระหว่างคู่รักปรากฏขึ้นในสมอง จียงนึกว่าเขาจะจูบเธอ แต่เขาเพียงแต่จุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผาก

            “ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

            “ราตรีสวัสดิ์ครับ” จียงตอบ “คุณบอกว่าจะชงนมอุ่น ๆ ก่อนนอน ถึงยังไงก็ -- ” เขาหลิ่วตา “อย่าใส่น้ำตาลมากนักแล้วกัน”

            ซูยอนโบกมือให้เขาตอนที่รถเคลื่อนออกไป

            เมื่อลับสายตาเธอ จียงกระแทกเท้าลงไปบนคันเร่งสุดแรงเกิด ขณะที่ความรู้สึกรังเกียจตัวเองอย่างที่สุดพลุ่งพล่านอยู่ในอก -- เขาจูบเธอที่หน้าผาก โดยที่ปล่อยให้สายตามองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องของมิยอง ถ้าหากจะหาใครสักคนบนโลกที่ชั่วช้าอย่างยิ่ง จียงก็คิดว่าเป็นตัวเขาเอง

 

            ฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามา พร้อมกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่โจมตีเขาด้วยระลอกความนึกคิดที่มีประสิทธิภาพ ซูยอนและเขายังคงปฏิบัติต่อกันและกันในรูปแบบของคู่รัก ซูยอนไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้กับใคร มิยองและเขาเองก็เช่นกัน

            ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จียงไม่เคยล่วงเกินเธอเกินไปกว่าการจูบเบา ๆ ที่หน้าผาก ซึ่งในบางครั้งมันก็เกิดขึ้นต่อหน้ามิยองที่ยังคงไม่รู้สึกรู้สมเช่นเคย จียงไม่เข้าใจ และในทุกครั้งก็รู้สึกปวดแปลบอยู่ในอก โดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะมิยองไม่มีท่าทีอะไรเลย หรือเพราะดวงตาสดใสของซูยอนที่จ้องมองเขากันแน่

            “ฉันรักคุณค่ะ”

            ซูยอนบอกกับเขาในคืนวันหนึ่งที่หน้าบ้านพักของเธอ “มันอาจจะเร็วเกินไป -- แต่คุณทำให้ฉันรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน พูดคุยกัน ทานอะไรด้วยกัน -- ทุกสิ่งทุกอย่าง” เธอบอก “ราตรีสวัสดิ์นะคะ”

            และ -- โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว ซูยอนขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอจูบเขาเบา ๆ ที่ริมฝีปากล่าง ก่อนจะเปิดประตูรถ แล้วก็จากไปในความมืดมิดที่ทอดเงาลงมาทั้งบนผืนดินและหัวใจของจียง เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอยากจะมองหาหน้าต่างห้องนอนของเธอมากกว่าของมิยอง ขณะที่รสชาติของจุมพิตร้อนเหมือนจะละลายใบหน้า จู่ ๆ จียงก็รู้สึกป่าเถื่อน เขาอยากจะดึงตัวซูยอนเข้ามากอดและจูบให้นานที่สุด ทว่าสิ่งที่เขาทำกลับเป็นเพียงการโบกมือลาเธอโดยที่ไม่รู้ว่าซูยอนมองเห็นหรือไม่

            เขาต้องใช้เวลา -- จียงเชื่ออย่างนั้น -- ต้องใช้เวลามากกว่านี้ เพื่อให้ความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงความต้องการที่จะเรียกร้องเอาความสนอกสนใจกลับคืนมาจากมิยอง และโดยที่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลามากมายเท่าไหร่ จียงตัดสินใจว่ามันอาจจะต้องเป็นไปตลอดกาล

 

            ลมทะเลทำให้เส้นผมของเขาเหนียวและพันกัน แต่กลิ่นเค็ม ๆ ของมันทำให้เขารู้สึกสดชื่น จียงจิบกาแฟจากถ้วย มันยังคงเป็นกาแฟรสขมสนิท ขณะที่มองไปยังเส้นขอบฟ้าสีแดงเรื่อเรือง ซึ่งคลื่นทะเลที่ทำให้ร่างกายเอนไปมาดูราวจะโยนเขาเข้าไปหามัน เรือกำลังจะเทียบท่าที่โยโกฮาม่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว และงานของเขาก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงในโยโกฮาม่า อารีน่า

            ต้องยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นดีเห็นงามกับความคิดสร้างสรรค์ของประธานบริษัท ซึ่งกำหนดให้การเดินทางไปยังโยโกฮาม่าเป็นการเดินทางโดยเรือสำราญ ไม่ใช่เครื่องบิน เพื่อความแปลกใหม่ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องหรูหราฟู่ฟ่ากว่าเก่า จียงชอบความคิดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาชอบทะเล และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาอยากจะอาศัยเวลาเพื่อครุ่นคิด

            “คุณยังชอบยืนพิงกราบเรือเหมือนเคย”

            เขาได้ยินเสียงมิยอง “คุณล่ะ” จียงพูด “คุณก็ยังชอบขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือเวลาที่ไม่มีใคร”

            “แต่ตอนนี้มีคุณ” มิยองตอบ เสียงของเธอเลื่อนไหลเหมือนน้ำทะเล เยือกเย็นท่ามกลางท้องฟ้าสีหม่นในเวลาเช้ามืด “คุณทำแบบนี้ทำไม จียง”

            “ผมทำอะไร”

            “คุณขอคบหากับซูยอน”

            จียงนิ่งไปเพียงอึดใจเดียว “แล้วทำไมล่ะ” เขาโคลงหัวไหล่ “คุณหึงหวงผมหรือไง”

            “คุณไม่ได้รักเธอ”

            เขาสบตาเธอ รู้ดีว่ามิยองหมายความตามที่พูด “คุณไม่ชอบทำอะไรโจ่งแจ้ง คุณรักอิสระ ไม่ค่อยจะตามติดดูแลใคร -- คุณทำแบบนี้เพราะมีเหตุผลบางอย่าง”

            กาแฟในถ้วยเหมือนจะเย็นชืด ระหว่างที่มิยองกับเขาจ้องมองกันอย่างยาวนาน “ใช่” เขาตอบในที่สุด “ผมไม่ได้รักเธอ ผมทำ เพราะอยากให้คุณกลับมา”

            “ฉันจะไม่กลับไป” มิยองตอบอย่างเด็ดขาด “เส้นทางระหว่างเราจะไม่มีทางกลับมาบรรจบ และคุณไม่ได้รักฉันอีกต่อไปแล้ว”

            “คุณจะรู้ดีกว่าผมได้ยังไง”

            “ฉันรู้ -- เพราะฉันรู้จักคุณดี” เธอพูด “รู้จักดีกว่าใคร -- คุณไม่ใช่วิธีสกปรกแบบนี้ ถ้าคุณรักฉัน และต้องการฉันจริง ๆ -- คุณจะเป็นฝ่ายมาหาฉันเอง ตัวฉันเอง -- ไม่ใช่ซูยอนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณ”

            เขาสะดุ้งเฮือก ไม่กล้าหันหลังกลับไป มิยองไม่พูดอะไรเลย แม้ว่าเธอจะดูเหมือนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่อย่างเงียบเชียบก็ตาม ไม่ช้ามิยองก็เดินจากไป พร้อมกับที่เขาต้องหันหลังกลับ -- ซูยอนจะต้องขึ้นแสดงบนเวทีฤดูหนาว เธอจึงแต่งกายด้วยชุดสีขาว เครื่องประดับสีขาวและสีเงิน พร้อมกับแต่งหน้าด้วยโทนสีเดียวกันที่แสนซีดเซียว เพียงแต่ตอนนี้ใบหน้าของเธอแดงก่ำ โดยเฉพาะที่ปลายจมูกและรอบดวงตา และจียงมั่นใจว่าหยดน้ำจากดวงตาของซูยอนไม่ได้เป็นหนึ่งในเครื่องประดับเหล่านั้น

            “คุณโกหกฉัน”

            “ผมขอโทษ” เขาพูดอย่างง่ายดายพอ ๆ กัน

            “ฉันคิดอยู่ตลอดเวลา -- กว่าจะตัดสินใจได้ว่าคุณคือคนที่ฉันต้องการจริง ๆ ” ซูยอนสะอื้น “แต่คุณกลับใช้เวลาเท่า ๆ กันกับฉัน คิดแต่ว่าเพื่อนของฉันคือคนที่คุณรักเพียงคนเดียว”

“ผมขอโทษจริง ๆ ”
            ซูยอนไม่พูดอะไรอีกเลย

 

จียงรู้อยู่แล้วว่าซูยอนจะร้องเพลงเศร้า ๆ บนเวที เพียงแต่คราวนี้มันเศร้ายิ่งกว่าความเศร้าที่เขาเคยฟัง เจ็บปวดยิ่งกว่าความเจ็บปวดใด ๆ ที่เขาเคยรู้สึก

ดวงตาของซูยอนมองตรงขึ้นมาที่ห้องควบคุมด้านบน เขารู้สึกว่าเธอสบตาเขา และดวงตาของเธอก็มีน้ำตาคลอคลอง ซึ่งจียงรู้ดีว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจากความเข้าถึงบทเพลงเท่านั้น

And will he see,how much he means to me. – I think it’s not to be

เสียงของซูยอนเหมือนถูกมีดกรีดจนแหลกสลาย และจียงก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขาเจ็บปวดไม่ต่างกับเธอ ตอนที่น้ำตาของเขาหยดลงบนแผงควบคุมหยดต่อหยอดด้วยความเร็วที่น่าใจหาย

เพียงแต่เขาไม่อาจหันหลังกลับไปได้เหมือนบนดาดฟ้าเรือแห่งนั้น...

มิยองเคยบอกเขา ว่าเขาควรจะหันหน้ามองไปทางท้ายเรือมากกว่าหัวเรือ เพราะเขาไม่เคยเลยที่จะทิ้งอดีตเอาไว้กับอดีต เขาพกพาอดีตไปพร้อมกับปัจจุบันและนำมันไปสู่อนาคตเสมอ

ไม่ว่าอดีตนั้นจะทำร้ายปัจจุบันและอนาคตของตนเองหรือไม่ก็ตาม --

มีเสียงปรบมือและโห่ร้องตอนที่ซูยอนร้องจบเพลง ตอนนั้นเองที่จียงฟุบหน้าลงกับแผงควบคุม และร้องไห้อย่างไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป

เขาอยู่ตรงกลาง

บางทีตรงกลางอาจเป็นจุดยืนที่เจ็บปวดที่สุด เมื่อเขาไม่อาจปล่อยมือจากมิยองที่ก้าวเดินจากไป และไม่สามารถดึงตัวซูยอนเข้ามาในอ้อมแขนเพื่อยืนอยู่บนจุดยืนเดียวกันได้ แม้ว่าเธอจะเอื้อมมือมาถึงเสี้ยวหนึ่งของหัวใจเขาแล้วก็ตาม

จียงอ้าปากกลืนก้อนสะอื้น เขายังคงทำหน้าที่ต่อไป -- เสียงเพลงบนเวทีฤดูใบไม้ผลิก็เริ่มต้นบรรเลง

ถึงแม้ว่าฤดูใบไม้ผลิจะเดินทางมาถึง และดอกไม้ทุกดอกในโยโกฮาม่าล้วนแต่เบ่งบานสะพรั่ง ขอให้เว้นไว้แต่ในหัวใจของชายคนหนึ่ง ที่ซึ่งดอกไม้จะไม่เบ่งบานอีกเลย

จะโดนรุมตื้บไหมเนี่ยย TT
หักมุมจบ Sad Ending ซะแล้วววว พระเจ้าลืมประทานโชคในเรื่องรักไว้ให้นายจริง ๆ สินะ... ควอนจียง = ="
ใจจริงอยากจะเขียนให้จียงตามเจสสิก้ากลับมาค่ะ แต่มาคิดดูแล้ว... เอ... การที่คนเราจะตัดสินใจได้จริง ๆ ว่ารักใคร มันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอกนะ

จริง ๆ แล้ว ทั้งเจสสิก้าและจีจี้จะได้กลับมาเป็นคู่รักกันหรือเปล่า ก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้งสองคน เพราะฉะนั้น บทสรุปของเรื่องนี้จึงไม่แน่นอนนัก
สุดท้ายนี้... ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนมาก ๆ เลยนะคะ ที่คอยติดตามมาจนถึงวันนี้ ขอโทษด้วยที่บางทีอาจจะอัพช้า เขียนมึน พร่ำเพ้อ ฯลฯ
หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งค่ะ :))






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #58 Pun Luciferis (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 21:54
    So Sad...จริงๆ TT

    เขียนต่อไปนะคร้าบบบ ^o^
    #58
    0
  2. #52 skyclover (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2555 / 17:55
    จำพี่ได้ป่ะ? 555  อยากจะบอกว่าชอบเรื่องนี้อ่ะแล้วก้อชอบตอนจบด้วยนะ แบบถ้าจีีจะเปลี่ยนใจไปชอบเจสมันดูเร็วๆไปอ่ะ 55 ชอบชอบฟานี่ที่อย่างน้อยก้อทำให้เจสรู้ว่าจีมันคิดยังไง มันจบไม่แฮปปี้พี่ว่าคนเราส่วนใหญ่เป็นแบบจีนะ เพียงแต่ไม่ค่อยจะบอกคนใหม่ว่าลืมคนเก่าไม่ได้#พล่ามไรเนี่ย555 เอาเป็นว่าชอบจ้าสู้ๆต่อไปนะ^^
    #52
    0
  3. #51 mind malody (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 10:18
    สงสารจียงจังเยยยย งร้าาาาาT.T
    #51
    0
  4. #41 ออม-สิน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 21:41
    ถึงเรื่องนี้จะสนุกมากๆๆๆๆ ก็เหอะนะ
    แต่ขอตื้บบบบบ ! ไรเตอร์อะ จะหักมุมจบ
    แต่ไม่ต้องมาหักอารมณ์กันขนาดนี้ได้มะ
    เคาะเว้นลงไปยาวๆหน่อยดิ - -

    ชอบจริงๆนะเนี่ยเรื่องนี้
    เห็นภาพในเรื่องแบบที่หลากหลายมากขึ้น
    ชอบเซ็ตนี้แล้วก็ชอบการเขียนของไรเตอร์มากๆ
    ชอบตรงที่บรรยายอารมณ์ตัวละครชัดเจนดี
    สถานที่ ฉาก ก็เห็นภาพ ทั้งเรื่องเปรียบเทียบ
    อะไรพวกนี้ มันมีเอกลักษณ์อะ

    เอาหละไหนๆก็จบเซ็ตแล้ว TT ขอบอกอะไรหน่อย
    *ที่เม้นมาทั้งหมดแล้วต้องเรียกแกว่า "ไรเตอร์"
    ก็เพราะมันชิน และจะเม้นได้ลื่นไหลมากขึ้น
    เหมือนเป็นคนอ่านที่กำลังคอมเม้นให้คนเขียน
    ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะ รักคนเขียน จุ๊ฟๆ 555
    #41
    0
  5. #33 M&M (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2555 / 13:20
    อ่านตอนแรกแล้วกรี๊ดมาก ! ชอบค่ะ รู้สึกทั้งสองคนคาแรคเตอร์น่ารักดี 555

    แต่หลังๆมันเศร้าไปหน่อยอ้ะ TT
    #33
    0
  6. #27 forever 9 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2555 / 22:49
    TT__________TT
    จียองซูยอน เศร้าได้อีกค่ะ
    เพียงแค่เอื้อม แต่เอื้อมยังไงก็ไม่สามารถคว้าได้

    เค้าอ่านจุดจบแล้วอ่ะ ไม่อยากเศร้า ขอแบบหวานๆได้ยิ่งดีค่ะ 55+

    สู้ๆนะค่ะ
    #27
    0