end - (sf) 'before' series | soshibang

ตอนที่ 7 : Before the winter comes (Daesung & Seohyun)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ธ.ค. 60

             “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

            เขาไม่แน่ใจว่าเธอกำลังยิ้มอยู่หรือเปล่า มันเหมือนจะเป็นอาการกระตุกของกล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปากเพื่อรักษามารยาทมากกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเธอแทบจะไม่ยิ้มเลย เขากลับรู้สึกว่าเธอเป็นมิตร เพียงแต่มันเป็น ความเป็นมิตรแบบ มืออาชีพ กล่าวคือมีระยะห่างในระดับที่น่าพึงพอใจสำหรับทุกฝ่าย

            “ยินดีที่ได้รู้จักและร่วมงานเช่นกันครับ ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย”

            “ทราบค่ะ ฉันเช่นกัน”

            น้ำเสียงของเธอไม่เบาและไม่ดัง นุ่มนวล แต่เป็นพิธีรีตอง ใบหน้าของเธออ่อนเยาว์และอ่อนโยน ขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของความจริงจังตั้งใจ มันทำให้คังแดซองนึกถึงมิโกะในศาลเจ้าญี่ปุ่น -- งดงาม อ่อนหวาน และสงวนท่าทีอยู่เสมอ

            “คังแดซองมีเสียงและพลังเสียงที่น่าทึ่งมากครับ” ผู้กำกับพูด มีสำเนียงของน้ำลายแตกฟอง “เรามั่นใจว่าเขาจะไปได้สวยในวงการบันเทิงด้วยการเปิดตัวในเดอะมิวสิคัลเรื่องนี้ โดยมีคุณซอจูฮยอนรับส่งอารมณ์และบทเพลง รวมถึงคุณคิมฮโยยอนในการออกแบบท่าเต้นด้วย”

            คิมฮโยยอนพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มกว้างให้เขา เขายิ้มตอบ พร้อมกับมองเห็นว่าเสน่ห์ของเธอเป็นสีทองอย่างชัดเจน มันสว่างจ้าและโดดเด่น แตกต่างกับของซอจูฮยอน แดซองคิดว่ามันเป็นสีเงิน -- เยือกเย็นและสง่างาม 

            “ขอโทษค่ะ แต่ตั้งแต่ได้รับการติดต่อมา ฉันยังไม่ทราบเลยว่าเรากำลังจะเล่นละครเวทีเรื่องอะไร” ซอจูฮยอนถาม น้ำเสียงของเธอยังคงไม่เบาและไม่ดัง ที่เด่นชัดคือความสงบเสงี่ยม และไว้ตัว

            “โรมิโอแอนด์จูเลียตครับ” ผู้กำกับถูไม้ถูมือไปด้วยขณะที่พูด “แน่นอนว่าคังแดซองของเราเปิดตัวในบทโรมิโอ และคุณซอจูฮยอนในบทจูเลียต”

            “ฉันคิดว่าเราเหมาะสมจะเล่น โฉมงามกับเจ้าชายอสูร มากกว่านะคะ”

            เขาสะดุ้ง

            “จูฮยอน! ไม่ต้องพูดขนาดนั้นก็ได้นี่นา! ” คิมฮโยยอนอุทาน “คุณคังแดซอง ฉันต้องขอโทษแทน --

            “ผมทราบครับ” แดซองตอบ เร็วปรื๋อจนลิ้นแทบจะเป็นอัมพาต “คุณแม่พูดเสมอว่าผมขี้ริ้วขี้เหร่”

            “แต่คุณต้องมีความสามารถแน่” จูฮยอนพูดเรียบ ๆ

            เขาได้ยินอยู่เสมอว่าจูฮยอนเป็นคนตรงไปตรงมา และวางตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุก ๆ สถานการณ์ ดังนั้น           แดซองจึงได้แต่ยิ้ม และอาจจะยกมือเกาท้ายทอยไปแล้วถ้าเตือนตนเองไม่ทัน เขาไม่รู้ว่าเธอพูดเพื่อให้กำลังใจ เพื่อเป็นการขอโทษขอโพย หรือเป็นคำพูดที่มาจากใจจริง

            “ขอบคุณครับ”

            แดซองตอบ แทบจะเป็นการกระซิบอย่างหวาดหวั่น จูฮยอนดูเหมือนจะลอยสูงขึ้นไปจนสุดปลายเมฆ และเขารู้ดีว่าจะต้องไม่ทำให้เธอผิดหวัง ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม

 

            “น้ำเสียงเข้มแข็งและดุดันกว่านี้ แดซอง!

            “ทราบแล้วครับ!

            “ไม่! มันแข็งกระด้างเกินไป!

            “ทราบแล้วครับ!

            “ไม่ใช่! นายเหมือนกำลังอ่อนข้อให้ยงฮวานะ!

            “ทราบแล้วครับ!

            แดซองรู้สึกเหมือนว่าเขาเพิ่งเดินเรือฝ่ามรสุมเป็นระยะทางนับพันไมล์ทะเล หลังจากสามชั่วโมงที่มีคำนิยามอย่างชัดเจนว่า เลวร้ายในเกณฑ์พอใช้ได้ถึงมากที่สุด ก่อนที่ช่วงพักจะมาถึงอย่างเลวร้ายพอกัน แดซองไม่รู้ว่าเขาถูกสั่งพักเพราะทีมงานเห็นว่าสมควรแก่เวลา หรือเพราะว่ามันเป็นการแสดงที่สุดจะทานทนซึ่งแม้แต่การเป็นนักแสดงมือใหม่ก็ไม่สามารถจะถูกใช้เป็นข้ออ้างสำหรับความล้มเหลวนั้นได้

            “ผมขอโทษครับ คุณยงฮวา” เขาก้มศีรษะให้กับนักแสดงชายในบท ทีบอลต์ที่เขาต้องทะเลาะวิวาทและจ้วงแทงให้ตาย อย่างไม่ตั้งใจในฉากนั้น ลำพังการจ้วงแทงโดยจงใจก็ยากลำบากอยู่แล้ว ดังนั้นการจ้วงแทงโดย พลั้งมือ จึงยิ่งยากเย็นกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะสำหรับแดซองที่ตื่นเต้นและตกประหม่า “คุณคงเหนื่อยมาก”

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ” จองยงฮวาตอบพร้อมกับยิ้มให้ เขามีเสน่ห์และความสามารถที่ล้นเหลือ แดซองคิดว่าทุกคนสามารถมองเห็นชายคนนี้ได้แม้ในที่มืด รัศมีของจองยงฮวาเปล่งประกายในทุกเฉดสี “ผมเองก็ต้องพยายามเช่นกัน”

            “คุณแสดงได้น่าทึ่งอยู่แล้วค่ะ คุณยงฮวา”

            จูฮยอนพูด ขณะที่ทุกพยางค์กดลงบนบ่าของแดซองเหมือนก้อนหินประดับอาคารก้อนโต ๆ อันที่จริง ในระหว่างการซ้อม ไม่ว่าสายตาของเธอจะจ้องมองขึ้นไปในวินาทีไหนบนเวที แดซองก็จะทำพลาดในวินาทีนั้น ก่อนจะมีเสียงตะโกนของผู้กำกับดังขึ้นในวินาทีถัดมา แดซองไม่ได้กลัวเธอ แต่รู้สึกว่าเธอสูงส่งเหลือเกิน และไม่อยากจะทำให้เธอผิดหวังที่ได้ร่วมงานกับเขา แม้ว่าโอกาสเหล่านั้นควรจะหมดลงไปแล้วในสามชั่วโมงที่ผ่านมาก็ตาม

            “ผมต้องขอโทษทั้งคุณยงฮวาและคุณจูฮยอนด้วยครับ”

            ยงฮวารีบปฏิเสธคำขอโทษขอโพยของเขา ขณะที่จูฮยอนตอบเรียบ ๆ ว่า “ฉันทราบค่ะ”

            สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือการที่อานุภาพของมันไม่ เรียบ อย่างที่ควรจะเป็น

 

            ชั่วโมงต่อมายังคงเป็นช่วงเวลาที่มืดมน

            แดซองเชื่อมั่นว่าสองร้อยสี่สิบนาทีที่ถูกใช้อย่างสิ้นเปลืองได้กลายเป็น จุดจบของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นการเลิกซ้อมที่เร็วกว่าปกติ และทุกสิ่งจะเริ่มต้นใหม่ในวันรุ่งขึ้น

            ฉากที่โรมิโอพลั้งมือจ้วงแทงทีบอลต์จนถึงแก่ความตายเป็นการซ้อมที่เลวร้าย ทว่าฉากที่โรมิโอได้พบจูเลียตเป็นครั้งแรกในงานเต้นรำเป็นการซ้อมที่เลวร้ายยิ่งกว่า ซอจูฮยอนสามารถเข้าถึงบทบาทและร้องเพลงได้อย่างน่าประทับใจ ขณะที่เขาตกประหม่ายิ่งกว่าเดิม จูฮยอนไม่พูดหรือตำหนิ แต่เห็นได้ชัดว่ามีความเหน็ดเหนื่อยในดวงตาของเธอ และแดซองรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นตราบาป

            “ผมขอโทษครับ” เขาพูดแล้วพูดอีก

            จูฮยอนไม่ตอบสักคำ เธอไม่ได้มีท่าทีว่าไม่พอใจ เพียงแต่มันยิ่งทำให้แดซองรู้สึกขมขื่น ทั้งต่อตัวเขาเอง หน้าที่การงานของเขาในอนาคต และต่อเธอ

 

“ระบบขัดข้องครับ!

            ความยุ่งยากในวันถัดมากลับกลายเป็นระบบแสงสีบนเวที ซึ่งมักจะมีปัญหาเฉพาะเวลาที่ทีบอลต์เริ่มแสดง และแดซองปฏิเสธไม่ได้ว่าเขารู้สึกดีใจอยู่ในเสี้ยวเล็กเสี้ยวน้อยของความรู้สึก เขาประหม่าน้อยลง อย่างน้อยก็ในเวลาที่มองไม่เห็นสายตาของจูฮยอนท่ามกลางความมืด แต่เมื่อทั้งยงฮวาและผู้กำกับเริ่มหัวเสีย เสี้ยวเล็กเสี้ยวน้อยเหล่านั้นก็หลอมละลายอย่างรวดเร็วเหมือนแท่งช็อกโกแลตกลางแดด

            อย่างไรก็ตาม การซ้อมระหว่างเขาและจูฮยอนในวันนั้นราบรื่นน่าชื่นใจ แดซองทำได้ไม่ยอดเยี่ยมนัก แต่ก็นับว่าดีขึ้นมากเมื่อลดความประหม่าลงได้

            “ถ้ามีอะไรติชมหรือแนะนำ บอกผมได้ทันทีเลยนะครับ” เขาพูดกับจูฮยอนในช่วงพัก

            เธอตอบทันทีว่า “ฉันกลัวคุณจะเสียใจน่ะค่ะ”

            แดซองกลืนน้ำลาย ทุกพยางค์ของเธอตรงไปตรงมา

            ดัชนีความร่าเริงของเขาลดต่ำลงหลังช่วงพัก เมื่อการซ้อมฉากที่ยากที่สุดฉากหนึ่งเดินทางมาถึงและเคาะประตูความว้าวุ่นใจของเขาเสียงดัง มันเป็นตอนที่โรมิโอและจูเลียตแต่งงานกันอย่างลับ ๆ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยการรับส่งอารมณ์หลากหลายรูปแบบ แดซองเคยฟังเพลงที่ใช้ในฉากนั้นหลายครั้ง พร้อมกับซึมซับความโหดร้ายของมันเอาไว้ในกระดูกค้อน ทั่ง และโกลน เนื้อร้องเป็นภาษาฝรั่งเศส ทว่าเหตุผลข้อนั้นยังไม่ทำให้มันน่าสะพรึงกลัวนักเมื่อเทียบกับพลังเสียงที่มันต้องการ และการรับส่งบทเพลงระหว่างโรมิโอและจูเลียตที่อ่อนหวานลึกซึ้ง แดซองตกประหม่าอย่างรุนแรงอีกครั้งเมื่อการซ้อมเริ่มต้นขึ้น

            “คุณออกเสียงผิด”

            “ขอโทษครับ”

            “ฉัน... ”

            “ขอโทษครับ”

            จูฮยอนขมวดคิ้ว “ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ”

            “ผม... ”

            “ขอโทษค่ะ”

            แดซองสะดุ้ง “เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”

            “คุณรู้หรือยังล่ะว่าฉันรู้สึกยังไง”

            เขาโค้งศีรษะให้เธอ แดซองรู้ว่าเธอไม่ได้โกรธ หรืออันที่จริงจูฮยอนอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ “ผมขอโทษด้วยที่ทำให้คุณผิดหวัง ทั้งที่ให้เกียรติมาร่วมงานกับผมแล้วแท้ ๆ”

            “ฉันยังไม่เคยรู้สึกผิดหวังในตัวคุณเสียหน่อย”

            แดซองกะพริบตา รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกลายเป็นสีน้ำเงินหม่น ๆ ไม่ได้หม่นหมองหรือสว่างสดใส หรืออีกนัยหนึ่งคือโลกของความลังเลและสับสน “คุณพูดว่าอะไรนะครับ”

            “ฉันไม่เคยรู้สึกผิดหวังในตัวคุณ” เธอพูดซ้ำ “คุณเป็นคนมีความสามารถ แต่คุณประหม่าเกินไป และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้คุณเป็นแบบนั้น ฉันขอพูดอีกครั้ง ว่าไม่เคยรู้สึกผิดหวังในตัวคุณ”

            แดซองกะพริบตาอีกหลายครั้ง “ขอบคุณครับ”

            “คุณรู้ความหมายของเนื้อเพลงหรือเปล่า”

เขาสั่นศีรษะ “ไม่ครับ ไม่เลย อย่างที่คุณเห็น -- ผมออกเสียงไม่ถูกต้องด้วยซ้ำ”

Aimer c'est ce qu'y a d'plus beau - Aimer c'est monter si haut - Et toucher les ailes des oiseaux - Aimer c'est ce qu'y a d'plus beau

“คุณออกเสียงเพราะจัง”

Love is the most beautiful – Love is to climb so high – And touch the wings of the bird – Love is --

“คุณแปลได้เยี่ยมมาก”

“ตั้งใจหน่อยสิคะ! ” เธอว่า “ผู้กำกับบอกว่าคุณมีทักษะการร้องที่น่าทึ่ง แต่ถ้าคุณไม่ถ่ายทอดความอ่อนหวานของเพลงออกมา คุณก็จะเป็นได้แค่โรมิโอที่ไร้หัวใจเท่านั้น”

“ขอโทษครับ”

แวบหนึ่งนั้นจูฮยอนดูเหมือนจะหมดความอดทน บางทีเธออาจจะร้องตะโกนออกมา แต่แล้วก็ไม่ทำ “จับมือฉัน”

“อะไรนะครับ”

“คุณบอกว่าให้ฉันแนะนำคุณได้นี่” เธอว่า “จับมือฉันสิ แล้วคิดว่าฉันเป็นจูเลียต ฉันเป็นผู้หญิงที่คุณรัก และต่อให้แม่ของคุณจะพูดอยู่เสมอว่าคุณขี้ริ้วขี้เหร่ คุณก็จะเป็นโรมิโอเมื่ออยู่กับจูเลียตของคุณ”

“แต่ว่า

“ฉันเป็นจูเลียต” เธอย้ำ “โรมิโอรักฉันไม่ได้เพราะความขัดแย้งของตระกูล ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าไม่ควรแตะต้องฉัน  โรมิโอเขินอาย แต่ไม่ทำท่างก ๆ เงิ่น ๆ โรมิโอเป็นคุณชายมอนตากิว เขาไม่คิดว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าใครแน่นอน”

“แต่ผมไม่ใช่โรมิโอ”

“มองฉัน แล้วบอกฉันว่า Love is the most beautiful

มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ จู่ ๆ ดวงตาของจูฮยอนก็กลายเป็นดวงตาของจูเลียต จูเลียตคว้ามือเขา มันเย็น ความเย็นแผ่ไปทั่วร่างกาย แล้วเขาก็กลายเป็นโรมิโอ

Aimer c’est ce qu’y a d’plus beau” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ

แล้วโรงละครก็มืดมิด

 

เขาได้ยินเสียงตะโกนว่า ระบบขัดข้องครับ! ’ จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังแสกสากเหมือนเนื้อผ้าเสียดสีกัน จูฮยอนขยับตัว แล้วมือของเธอก็เลื่อนหลุดจากมือของเขาเหมือนสายน้ำ แดซองได้ยินเสียงอุทาน และเอื้อมมือออกไปด้วยสันชาตญาณ

“รออีกสักครู่นะครับ ไฟกำลังจะมาแล้ว”

เขารู้สึกว่ากำลังกอดเธอเอาไว้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเสียงของผู้ควบคุมระบบไฟ อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอผลักเขา และเมื่อแสงไฟเหนือเวทีสว่างขึ้น เขาก็เห็นจูฮยอนกำลังปัดฝุ่นออกจากกระโปรง

“ผมขอโทษ --

“ไม่” จูฮยอนปฏิเสธ “ฉันอาจจะตกจากเวทีไปแล้วก็ได้”

จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย เขาเริ่มก้มหน้าและทำท่าตั้งใจท่องจำเนื้อเพลงอย่างเอาเป็นเอาตายระหว่างที่ผู้กำกับสอบสวนทีมงานในระบบแสงสี แต่เขาจำอะไรไม่ได้เลยจนถูกสั่งให้เลิกซ้อม

“คุณจูฮยอน! ” เขาผวาเรียก ทันเวลาก่อนเธอจะเดินลงจากเวทีไป “ขอบคุณครับที่ชี้แนะผม”

เธอทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ จากนั้นก็เดินกลับมาหาเขาและพูดว่า “Aimer pour avoir moins peur” จูฮยอนเม้มริมฝีปาก “Love and be less afraid

เขาไม่ตอบ ไม่รู้จะตีความคำพูดของเธอในทิศทางไหน แต่แล้วจูฮยอนก็นั่งลงข้าง ๆ และกระซิบให้เขาได้ยินเพียงสองคน

“ตอนนั้นในความมืดมิด คังแดซอง -- คุณเป็นโรมิโอที่สมบูรณ์แบบที่สุด”

 

ยี่สิบเจ็ดวันก็ผ่านไปพร้อมกับความสุกงอมของช่วงเวลา ละครของเขามีกำหนดแสดงรอบแรกเวลาสองทุ่มตรงในค่ำคืนสุดท้ายของฤดูใบไม้ร่วง และผู้กำกับก็คาดหวังว่ามันจะเป็น บทเพลงต้อนรับเหมันต์ฤดูที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

เขารู้ว่าเขาทำได้ดีขึ้นมาก แต่ไม่เคยรู้สึกว่าได้เป็น โรมิโอที่สมบูรณ์แบบที่สุด เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะในการซ้อมเพียงลำพัง หรือร่วมกับนักแสดงคนอื่น ๆ ขณะที่จูเลียตและทีบอลต์สามารถเข้าถึงบทบาทได้อย่างไร้ที่ติ

หลายครั้งที่เขามองยงฮวาแล้วรู้สึกว่าในอกแปลบปลาบเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ยงฮวาหล่อเหลา มีเสน่ห์ และเต็มเปี่ยมไปด้วยทักษะ จูฮยอนยิ้มกว้างกว่าที่เขาเคยเห็นเมื่ออยู่กับยงฮวา ยงฮวาควรจะเป็นโรมิโอ ไม่ใช่เขา -- ซึ่งรู้สึกอยู่เสมอว่าตนเองควรจะเป็นนักแสดงประกอบที่ออกมาส่งเสียงโห่ร้องในการดวลดาบระหว่างโรมิโอและทีบอลต์เท่านั้น

เขารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเห็นว่าม้าที่ขี่อยู่กำลังจะเดินออกนอกเส้นทาง แดซองกระตุกบังเหียน ดึงเอาม้าพาโลมิโน่เพศเมียกลับเข้ามาอยู่ในทางสายแคบ ๆ ทอดตัวลึกเข้าไปในป่าสน อากาศหนาวยะเยือกแผ่ตัวไปทั่วผืนป่าเหมือนควันพิษ

“คนดี ฉันจะให้เธอกลับไปพักเร็ว ๆ นี้แหละ”

เขาตบที่แผงคอของมันเบา ๆ และมันก็สะบัดคอแรง ๆ สองสามทีเป็นการตอบรับ มันเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกับเขามากที่สุดตั้งแต่ตอนที่ผู้กำกับนำนักแสดงมาพักผ่อนและเปลี่ยนบรรยากาศในเขตนี้เมื่อสามวันก่อน

“คุณแดซอง”

ก่อนที่จะหันหลังไปมอง เขาก็จำเสียงของจูฮยอนได้ จริง ๆ แล้วคือจำได้แม้กระทั่งเสียงกีบเท้าของม้าตัวประจำที่เธอขี่ มันเป็นม้าธรูเบรดเพศผู้ตัวใหญ่ ขนสีดำสนิททั้งตัว ท่าทางก้าวร้าว และแดซองก็คิดอยู่เสมอว่ามันอยากจะยื่นหน้ามากัดเขา

“สวัสดีครับ”

“คุณกำลังจะกลับแล้วหรือ”

“อีกหน่อยครับ” เขาตอบ “เราอยู่ที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้วนี่”

ม้าของเธอเดินตรงเข้ามาหาเขา “ฉันไปด้วยได้หรือเปล่า”

ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ แต่จูฮยอนมีท่าทีเปลี่ยนไป จู่ ๆ แดซองก็รู้สึกว่าเขาอ่านใจเธอออก จากที่ไม่เคยสามารถถอดรหัสในดวงตาเรียบเฉยของจูฮยอนได้เลย และเขาก็ยกผลประโยชน์นั้นให้กับความคุ้นเคยที่เกิดขึ้นทั้งหมด

“ยินดีครับ”

เขาและเธอขี่ม้าวนอยู่ในพื้นที่ป่าตรงนั้น ไม่รู้ว่าเร็วหรือช้า นานหรือน้อยนิด มีเสียงพูดคุยกันในบางครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเป็นเรื่องสลักสำคัญ จูฮยอนยังคงสงวนท่าทีและประหยัดคำพูดเหมือนวันแรกที่ได้พบกัน ดังนั้น แดซองจึงไม่ได้ตั้งตัวเลยตอนที่เธอพูดขึ้นว่า “ทำไมคุณถึงไม่เคยกลับไปเป็นโรมิโออีกเลย เหมือนตอนที่อยู่ในความมืดครั้งนั้น”

เขาพูดไม่ออก “ขอโทษครับ แต่ผมไม่เข้าใจ”

“ตอนนั้น” จูฮยอนถอนหายใจ “ฉันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของโรมิโอ ฉันได้ยินเสียงชีพจรของคุณ และลมหายใจของคุณ ชีพจรของคุณมั่นคง แต่ลมหายใจของคุณอ่อนไหว แขนของคุณแข็งแรง แต่ฉันผลักมันออกไปได้ง่าย ๆ คุณเป็น           โรมิโอที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานั้น เพราะคุณเป็นเขาทั้งชีวิตและจิตใจ ไม่มีใครสามารถทดแทนได้เลย”

เป็นอีกครั้งที่คำพูดตรงไปตรงมาของเธอทำให้เขารู้สึกว่ากำลังจะฟุบวูบ เพียงแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเหมือนมีน้ำเย็น ๆ ไหลลงมาอาบทั่วลำตัวมากกว่า “จริงหรือครับ”

“ฉันพูดความจริง”

เขาแค่นยิ้ม “ขี้เหร่อย่างผม คงเป็นโรมิโอได้แต่ในที่มืดเท่านั้นแหละ”

“ไม่เลย” เธอรั้งบังเหียนม้าสุดแรง และมันก็ร้องอย่างไม่พอใจ “แวบแรกอาจจะใช่ แต่เวลาที่ฉันได้ยินคุณร้องเพลง เวลาที่เห็นจิตใจของคุณ ท่าทางของคุณ เรื่องพวกนั้นไม่เคยมีความหมาย ไม่ใช่แค่สำหรับฉัน แต่สำหรับทุกคนเลยด้วยซ้ำ”

“ทำไมจู่ ๆ ถึงบอกเรื่องนี้กับผม”

“เพราะการแสดงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วในอีกสองวันข้างหน้า คุณจะไม่สามารถเข้าถึงบทบาทอย่างสมบูรณ์ได้ถ้ายังเป็นแบบนี้ และฉันไม่ต้องการแบบนั้น”

ลมหายใจของเขาขาดหายไปจังหวะหนึ่ง เหมือนมีฟ้าผ่า จู่ ๆ คังแดซองรู้สึกว่ารอยยิ้มของเขาโง่เง่าและไร้ความหมาย และน้ำเย็นที่ราดลงมาตามลำตัวก็กลายเป็นน้ำร้อน ๆ ที่แผดเผาร่างกาย

“ผมจะไม่ทำให้คุณขายหน้า”

“ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้น”

“ผมจะไม่ทำครับ” เขาโค้งศีรษะครั้งแล้วครั้งเล่า “ผมจะพยายามอย่างดีที่สุด ขอโทษและขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา”

“ฟังฉันนะ!

เธอเสียงดังขึ้น จากนั้นก็กรีดร้อง ม้าธรูเบรดโยนตัวขึ้นในอากาศ สองกีบเท้าด้านหน้าของมันตะกุยตะกายสายลมเหมือนแมวที่บ้าคลั่ง จากนั้นก็โยนหลังขึ้น ดีดขาทั้งสองข้างด้านหลังออกไปเหมือนรูปจำลองของม้าหมุน ขณะที่ส่งเสียงร้องอย่างก้าวร้าว มันพยายามงับสายบังเหียนให้หลุดจากมือของจูฮยอน ร่างกายของเธอโยนขึ้นลงอยู่บนนั้นอย่างน่าหวาดหวั่น

“ระวัง!

“หยุดนะ! หยุด! หยุด!

เขาทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิต แดซองกระโจนออกไปหาเธอ รวบตัวเธอและตกลงจากหลังม้า เขาพยายามหมุนตัวเมื่อเห็นว่าหลังของจูฮยอนกำลังจะกระแทกพื้น ผลลัพธ์ที่ได้คือหัวไหล่ของเขาครูดไปกับพื้นดินอย่างรุนแรง มันเจ็บเหมือนกระดูกจะหัก แต่เขากอดจูฮยอนเอาไว้แน่น แน่นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน กลางวันหรือกลางคืน

“คุณจะต้องไม่ทำแบบนี้ ไหล่ของคุณอาจจะหลุดไปแล้ว!

เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเธอส่งเสียงตะโกน มันสับสนและว้าวุ่น เหมือนว่าเธอไม่สามารถรักษาสติสัมปชัญญะไว้ได้อีกต่อไป “จูเลียตจะมีแผลไม่ได้” เขาพยายามตอบ “จูเลียตจะมีแผลไม่ได้”

“เราปกปิดมันได้”

“คุณจะมีแผลไม่ได้” เขาคำราม “เพราะผมจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น”

“โรมิโอไม่ทำแบบนี้หรอก!

“ผมไม่ใช่โรมิโอ! ” แดซองโต้ตอบ “ผมคือคังแดซอง และตอนนี้คุณก็คือซอจูฮยอน ไม่ใช่จูเลียต ผมไม่ได้เก่งและสง่างามเหมือนโรมิโอ เขาอาจจะปราบม้าพยศได้ หรืออาจจะกลัวจนไม่กล้าทำอะไร แต่ผมเป็นแค่คนขี้ริ้วคังแดซอง”

“ให้ตายสิ เลิกพูดแบบนั้นสักวินาทีหนึ่งเถอะ”

เธอกรีดร้องอย่างเหลืออด “มีใครกี่คนที่เชื่อใจคุณ ผู้กำกับ ทีมงาน คุณยงฮวา แม้แต่ฉันด้วย เราต่างเชื่อมั่นและคาดหวังว่าคุณจะทำสำเร็จ เพราะมันเป็นอนาคตของคุณ แล้วทำไมคุณถึงเอาแต่คิดเอาเป็นเอาตายว่าคุณไม่มีความสามารถอะไรเลย!

“ผมไม่มีมันจริง ๆ นี่”

“ไม่จริง ” จูฮยอนตะโกน “หน้าตา ชาติกำเนิด ความมีชื่อเสียงหรือไม่มี ไม่สามารถบอกใครได้เลยต่างหากว่าใครมีหรือไม่มีคุณค่าหรือความสามารถ คุณไม่ได้ด้อยกว่าใครเพราะหน้าตาของคุณ แต่คุณด้อยกว่าทุกคนเพราะเอาแต่คิดว่าตัวเองทำไม่ได้ แล้วจากนั้นก็ไม่พยายามจะทำอะไรเลย คุณจะเป็นโรมิโอที่มอบความรักให้ใครต่อใครง่าย ๆ ได้ยังไงกัน ถ้าคุณไม่แม้แต่จะรักตัวเอง!

“ผมแค่เป็นห่วงคุณ” เขาโต้ “คุณมีชื่อเสียง ผมไม่อยากให้มันป่นปี้ลงเพราะผม ผมไม่อยากให้คุณบาดเจ็บด้วย และถ้านี่จะเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ ผมก็จะทำ”

เธอไม่พูดอะไรอีกเลย ไม่ดิ้นรนจากอ้อมแขนของเขา เช่นเดียวกับที่เขาไม่ปล่อยเธอไป จูฮยอนไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ ขณะที่เขาพยายามจะสบตาเธออย่างสิ้นหวัง

“สัญญากับฉันว่าคุณจะไม่ทำแบบนี้อีก”

เขากลืนน้ำลาย “ผมทำไม่ได้”

 “คุณบอกว่าคุณเป็นห่วงฉัน”

“ใช่”

“ฉันเองก็เป็นห่วงคุณ ไม่อยากให้คุณจบอนาคตของตัวเองด้วยความรู้สึกแบบนี้ และถ้านี่จะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะช่วยคุณได้ --

จูฮยอนขยับตัวอย่างรวดเร็ว เธอประคองใบหน้าของเขาด้วยสองมือ หรืออันที่จริงมันคือการจับเอาไว้อย่างมั่นคงมากกว่า ดวงตาของเธอจ้องลึกลงในดวงตาของเขา เหมือนแววตาของจูเลียต ตอนที่รอคอยโรมิโออย่างอดทนบนระเบียงหน้าต่าง

“คุณคือโรมิโอของฉัน เพียงคนเดียวเท่านั้น”

ตรงไปตรงมา อ่อนโยน และเข้มแข็ง มันมอบความมั่นอกมั่นใจให้เขา แดซองรู้ว่ามันออกมาจากใจของเธอ แต่ไม่ว่าด้วยความรู้สึกแบบไหน มันก็กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกเหมือนก่อนที่ไฟในโรงละครจะมืดมิดในวันนั้น...

เขากำลังกลายเป็นโรมิโอ

 

มันเป็นบทเพลงต้อนรับเหมันต์ฤดูที่น่าประทับใจอย่างแท้จริง การแสดงประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เธอเป็นจูเลียตที่ยอดเยี่ยม และเขาก็เป็นโรมิโอที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน บางทีจินตนาการก็สำคัญกว่าความรู้ อย่างที่นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ เช่นเดียวกับในกรณีนี้ ซึ่งความเชื่อในบทละครสำคัญกว่าความสามารถในการจดจำบทพูดและทักษะในการร้องเพลง และในเมื่อความเชื่อนั้นสามารถเปลี่ยนใครก็ได้ให้กลายเป็นโรมิโอโดยเนื้อแท้และจิตวิญญาณ แดซองก็เชื่อว่ามันสามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างได้ยิ่งกว่าตะเกียงวิเศษของอะลาดิน

“คุณแดซอง”

เขาจำเสียงเธอได้ จำได้แม้กระทั่งเสียงของชีพจรและจังหวะของลมหายใจ

“ครับ”

“พรุ่งนี้คุณต้องออกไปทานอาหารกับฉัน”

มีคนบอกเขาเสมอว่าซอจูฮยอนเป็นคนตรงไปตรงมา

เขายิ้ม “คุณไม่กลัวจะตกเป็นข่าวในทางที่ไม่ดีหรือ ถ้าออกไปกับคนขี้ริ้วขี้เหร่อย่างผม”

จูฮยอนไม่ตอบ เธอยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก มันกว้างกว่าตอนที่เขาได้พบเธอเป็นครั้งแรกมาก ลมหนาวหอบหนึ่งพัดมาจากบานประตูหลังโรงละครที่เปิดกว้าง

แล้วเธอก็หันหลังกลับมา “Aimer c’est ce qu’y a d’plus beau” ( Love is the most beautiful )

            ฤดูหนาวมาถึงแล้ว แต่แดซองมั่นใจว่ามันจะไม่เหน็บหนาวจนเกินไป จูฮยอนมอบชีวิตใหม่ให้เขาแล้วที่กลางป่าสน และมันจะหล่อเลี้ยงแดซองให้ผ่านพ้นทุกฤดูหนาวของชีวิตไปได้อย่างสง่างาม
จบบริบูรณ์ :))

ไฮย่า!! แอบเสียวสันหลังวาบ ๆ แม่ยกน้องซอกับแม่ยกยงฮวาจะรุมประชาทัณฑ์เราไหมหนอ??
พล็อทเรื่องคราวนี้ หลายคนอาจจะเห็นอย่างชัดเจนว่ามันแอบแปลกไปมากกกก เต็มไปด้วยความมั่วและมึนอย่างรุนแรง TT อะฮืออออ TT ต้องกราบขอประทานอภัยมา ณ url นี้ เนื่องจากชีวิตของโรมจักรเต็มไปด้วยความมั่วและมึนเช่นกัน ทั้งด้วยสภาพอากาศและสถานการณ์ในการดำรงชีวิต TT ติชมได้เลยนะคะ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ฟาดให้แรง!!! โอ้ววว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #56 CandyHangover (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 23:32
    กลับมาอ่านรอบที่4แล้ว...ขอshort fic อีกน้าาา
    #56
    0
  2. #50 mind malody (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 08:58
    สนุกมากเลยคร้า แดซองโอปาาาาา ของหนูู กับซอฮยอนแสนสวยของหนู ช่างโรแมนติกจริงๆๆๆๆๆๆ
    #50
    0
  3. #39 ออม-สิน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 21:02
    เสน่ห์สีเงิน < ชอบคำนี้อะ *o*
    ตอนแรกๆให้ความรู้สึกแบบ
    แม่มดร้ายน้องซอกับแดซองผู้น่าสงสาร 555
    หลังๆเริ่มปลื้มในความตรงของเธอขึ้นมาหน่อยๆ
    'ตอนนั้นในความมืดมิด คังแดซอง คุณเป็นโรมิโอที่สมบูรณ์แบบที่สุด'
    ^ ประโยคนี้เจ๋งอะไรเตอร์

    ชอบเรื่องนี้นะให้ข้อคิดดี
    ตอนแรกก็นึกไม่ออกว่าจะไปด้วยกันได้ยังไงสองคนนี้
    แต่ไรเตอร์ก็เอาความแตกต่างอันนั้นมาผูกเรื่องได้ดีมากๆ
    มันใช่เลยอะ คาแรกเตอร์ของสองคนนี้
    สงสัยอยู่อย่าง ทำไมยงไม่ได้เป็นโรเมโอเนี่ย 5555
    เดาเอาเองว่าแดซองคงร้องเพลงดีกว่า

    ตอนแรกคิดว่าเม้นยาวไปจะไปต่อในเฟส แต่ช่างเหอะ
    เราใช้พื้นที่ได้ เรื่องนี้คนเม้นน้อย ^^ (ผัวะ! < โดนคนเขียนตบ TT)
    ยังไงก็สู้ต่อไปนะไรเตอร์ วันหลังใช้ภาษาเยอรมันบ้าง
    ประยุกต์กับเรื่องที่เรียนหน่อย 5555
    #39
    0
  4. #31 M&M (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2555 / 13:04
    ซอดูโหดจัง -0- แอบสงสารแดซองเบาๆ

    โรมิโอน่ารักมาก อาบอุ่นดี 55
    #31
    0
  5. #26 forever 9 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2555 / 10:04
    อร๊าย....พ่อโรมิโอของหนูซอ
    พี่แดซอง คนเราไม่จำเป็นต้องหล่อที่หน้าตาค่ะ
    จิตใจอบอุ่นและดีงามก็หล่อได้ค่ะ
    #26
    0