end - (sf) 'before' series | soshibang

ตอนที่ 2 : Before the rain falls (T.O.P & Yoona)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ธ.ค. 60

                     ท้องฟ้าเป็นสีเหลือง พายุใกล้เข้ามา อากาศอบอ้าวทั้งที่ลมกำลังพัดแรง มันหอบเอาใบไม้แห้งสีน้ำตาลเข้มกรูลิ่วไปตามผิวถนน ซึ่งทอดตัวออกไปแสนไกล คดเคี้ยวและสูงต่ำเหมือนงูตัวใหญ่ผิวสีทรายที่มีเกล็ดขรุขระ เหยียดยาวทะลุไปจนถึงย่านการค้าเล็ก ๆ ใจกลางเมืองขนาดกะจิริด

                เขาเคยมีหัวใจ แต่ตอนนี้เหลือเพียงเสี้ยวเดียว และไม่ปรากฏอยู่ที่นี่ เสี้ยวเล็ก ๆ นั้นล่องลอยอยู่ในความฝันบางค่ำคืน หรือไม่ก็ในห้วงภวังค์ที่รู้สึกเหนื่อยล้าจนความนึกคิดแตกซ่าน

                เชวซึงฮยอนเดินหลังงุ้ม เขายังเป็นคนหนุ่มแน่น ตัวสูง ใบหน้าคม จัดว่าหล่อเหลาดูดี แต่กลับมีแววตาของคนชรา เขาอาจจะเคยมีแววตาของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยไฟและฝัน เหมือนที่เคยมีหัวใจเต็มดวง แต่ไม่มีใครรู้ อาจจะมีคนเคยเห็น แต่ไม่สามารถจดจำได้ แม้แต่ซึงฮยอนเองก็จำไม่ได้ มันนานแสนนานมาแล้ว

                ลมพัดมาอีกหอบหนึ่ง ซึงฮยอนหลับตา

                เขาฝันถึงเธออีกแล้วเมื่อคืนนี้ เธอเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น หรือจำได้ว่าเคยเห็นท่ามกลางชีวิตอันผกผัน เขาจำเธอได้ตั้งแต่ความฝันครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน หลังจากที่สงครามเศรษฐกิจพรากเอาครอบครัวและความสุขของเขาไปชั่วนิรันดร์ น่าแปลกที่ในคืนต่อมาเขาไม่ได้ภาวนาต่อพระเป็นเจ้าเพื่อทวงคืนเงินทองหรือโชคชะตา แต่กลับเป็นการภาวนาเพื่อให้ได้พบกับเธออีกสักครั้ง พระเป็นเจ้าตอบรับคำขอนั้นของเขา แม้จะเป็นเพียงในความฝัน แต่ก็ทำให้ซึงฮยอนรู้สึกว่าท่านได้เมตตาเขามากกว่าใครในโลก

เชวซึงฮยอนเรียกเธอว่า นางฟ้า” -- เธอคือนางฟ้าที่เหนี่ยวรั้งหัวใจเสี้ยวสุดท้ายของเขาเอาไว้ ไม่ให้จมหายไปในทะเลแห่งความสิ้นหวัง

                ความสุขไม่มีอยู่จริงในโลกหรอก

            “คุณรู้ได้ยังไงเธอถาม หรือว่าคุณไม่เคยรู้จักมัน?”

            “ผมรู้จักความสุข แต่ความสุขก็ไม่เคยอยู่กับผมนานนัก มันไม่ใช่ของจริง

            เธอยิ้ม แล้วความทุกข์ล่ะ? คุณคิดว่าความทุกข์มีอยู่จริงหรือเปล่า

            “มีสิ

            “ทำไมล่ะ

            “เพราะผมเคยรู้สึกถึงมัน

            “ตอนนี้ล่ะ

            “ตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกอะไร

            “ถ้าอย่างนั้น... ความทุกข์ก็ไม่ได้มีอยู่จริง

            เสียงของเขาขมขื่น ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เป็นจริงเลย

            “แล้ว... เธอจับมือเขา คุณคิดว่าฉันไม่ได้มีอยู่จริงหรือ

                นั่นเป็นความฝันเมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน เขาตอบเธอไม่ได้และสุดท้ายก็ต้องตื่นขึ้นด้วยเสียงนาฬิกาปลุก มันดังและไม่น่าพิสมัย มันปลุกเขาให้ตื่นจากเธอ หรืออีกนัยหนึ่งคือปลุกจากโลกที่เขาเชื่อว่าเธอมีอยู่จริง

            “คุณคิดว่าเราจะได้พบกันหรือเปล่า

            เธอถามเขาในคืนที่ผ่านมา

            “ไม่หรอก

            “ทำไมล่ะ

            “คุณอยู่ในความฝันของผม

            “คุณไม่เชื่อว่าฉันมีอยู่จริง?”

            “ผมเชื่อเขาตอบ คุณมีอยู่จริง... แต่เป็นในความฝัน คุณ -- พอจะเข้าใจคำตอบนี้หรือเปล่า

            เธอหัวเราะ คุณนี่ไม่มีศรัทธาเอาเสียเลย!

            “ศรัทธาอะไร

            “คุณคิดว่าความสุขไม่ได้มีอยู่จริงใช่ไหม

            “ใช่

            “แล้วคุณอยากมีความสุขหรือเปล่า

            “อยากสิ

            “คุณจะมีได้ยังไงกัน ในเมื่อมันไม่ได้มีอยู่จริง

            เขาส่งเสียงในลำคอ คุณต้องการจะบอกอะไรผมหรือ

            “ฉันจะบอกคุณว่าเธอยืดตัวขึ้น ถ้าคุณ เชื่อ ว่าความสุขมีอยู่จริง หรือก็คือคุณได้ ศรัทธาว่ามันมีอยู่จริง ความสุขก็จะปรากฏให้คุณได้เห็นเสมอ เพราะถ้าหากคุณปฏิเสธความสุขเสียแล้ว คุณจะรู้สึกถึงมันได้ยังไงกัน

            แล้วเธอก็ไม่พูดอะไรอีก ไม่ทำอะไรนอกจากมองตาเขา จ้องลึกลงไปเหมือนสายดิ่งที่ถูกทิ้งลงในน้ำ

            “คุณหมายความว่า...

            เขากลืนน้ำลาย

            “ถ้าผมเชื่อว่าคุณมีอยู่จริง...

            เธอเลิกคิ้ว

            “คุณก็จะมีอยู่จริง อย่างนั้นหรือ? ”

            เธอไม่ตอบอะไร เอาแต่ยิ้มบาง 

                แล้วเขาก็ตื่นขึ้น

                เชวซึงฮยอนเดินหลังงุ้ม เขามาถึงสุดปลายถนนซึ่งทะลุออกสู่จัตุรัสเล็ก ๆ ใจกลางเมืองในพริบตาต่อมาโดยที่ไม่รู้เหตุผลของการมาถึง ไม่แม้แต่จะรู้เหตุผลของการก้าวเดินแต่ละก้าวด้วยซ้ำ

                เสียงพูดว่า ศรัทธาของนางฟ้ายังดังอยู่ในความนึกคิดของเขา เบาและไร้แก่นสารเหมือนสายลมหอบหนึ่งในฤดูร้อน แต่ทำให้เขาครุ่นคิดพิจารณาถึงมันราวกับตรรกะชั้นสูง ซึงฮยอนรู้ดีว่าไม่สามารถถอดตรรกะใด ๆ จากสิ่งที่เรียกว่าหัวใจและความฝันของมนุษย์ได้ นั่นเพราะตรรกะคือความเป็นจริง

                ...และถ้าเพียงแต่นางฟ้าของเขาจะมีอยู่จริง

                “ยูริ! คุณยูริ!

                เสียงแรกที่ดังขึ้นในจัตุรัสอันเงียบเหงาและครึ้มฟ้าครึ้มฝนเป็นเสียงแหลมสูงเหมือนเด็กสาวที่กำลังดีอกดีใจ จากนั้นก็กลายเป็นเสียงประสานของคลื่นมหาชนที่ซึงฮยอนไม่มีทางคิดว่าจะอาศัยรวมกันในเมืองขนาดกระจ้อยร่อยแห่งนี้ได้  ทว่ามันกลับกลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าท้องฟ้าสีเหลืองและตรรกะที่เขาไม่เข้าใจอย่างแน่นอน ซึงฮยอนละสายตาจากปลายเท้าของตัวเอง เขาเงยหน้าขึ้น

                มีแรงบางอย่างดึงตัวเขาไปข้างหน้า ทำให้เท้าของเขาขยับไปโดยไม่ตั้งใจ

                ซึงฮยอนไม่มีความรู้สึก ไม่มีความคิดในวินาทีที่เขาตะโกนออกไปว่า

                “นางฟ้า!

                ท่ามกลางผู้คนรายล้อม หญิงสาวคนหนึ่งหันกลับมามองเขา เธอสวยหมดจด ทั้งรูปร่างหน้าตาและเสื้อผ้าที่สวมใส่ เขาได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอ มันเป็นกลิ่นหอมเย็นเหมือนดอกไม้น้ำ

                แต่เธอไม่ใช่นางฟ้าของเขา

                เธอมองเขา มองลึกลงไปในดวงตา เหมือนจะค้นหาว่าเขาเป็นใครและกำลังทำอะไรที่เธอไม่มีวันเข้าใจ แต่มันไม่ใช่แววตาของนางฟ้า

                “ผมขอโทษเขาอ้อมแอ้ม คุณเหมือนคนที่ผมอาจจะรู้จัก

                เธอพยักหน้าช้า ๆ จากนั้นเขาก็ถูกคลื่นของผู้คนผลักให้กลับมายืนโดดเดี่ยวเหมือนเรือใบกลางมหาสมุทร

                เธอเหมือนนางฟ้าในความฝันของเขาเหลือเกิน เพียงแต่มีบรรยากาศ บางส่วนของใบหน้า และแววตาที่แตกต่าง ซึงฮยอนรู้สึกว่าในอกกำลังมีปีศาจร้องคำรามอยู่ เสียงของมันสะเทือนผ่านปอดขึ้นมาถึงลำคอ มันทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบ ขณะที่คอและปากขมเฝื่อน

                เขารู้ตัวในนาทีต่อมาว่าตนเองกำลังเสียใจ แต่มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย มนุษย์ไม่ควรจะรู้สึกแบบนั้นกับความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงได้ในกรณีใด ๆ

                เชวซึงฮยอนเดินหลังงุ้ม และแล้ว แม้แต่การเดินก็กลับกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ท่ามกลางท้องฟ้าสีเหลืองและสายลมที่หอบกลิ่นฝนจาง ๆ มาจากทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เขาทรุดตัวลงที่ม้านั่งตัวหนึ่ง เงียบเชียบและร้างไร้ผู้คน เสี้ยววินาทีที่ถุงกระดาษว่างเปล่าปลิวหมุนด้วยแรงลม เขาหลับตาลงและข่มให้เกิดความฝัน

                “คุณกำลังคิดอะไรอยู่

                เธอปรากฏตัวขึ้น อย่างแน่นอน -- ในความฝันของเขา

                “ผมคิดถึงคุณ

                “ฉันไม่เข้าใจ

                “ผมพบคนที่เหมือนคุณมากเสียงของเขาสั่น แต่เธอไม่ใช่คุณ

                “มันทำให้คุณเสียใจหรือ? ”

                “ใช่

                “ทำไมล่ะ? ”

                เขาเงียบ เขาตอบคำถามของเธอไม่ได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว

                “หรือว่าคุณไม่คิดว่าวันหนึ่งเราจะได้พบกัน

                “ผมอยากจะเชื่ออย่างนั้น แต่...

                “แต่คุณทำใจให้เชื่อไม่ลง? ”

                เขาพยักหน้า ไม่มีใครทำได้หรอก

                “หรือว่าคุณไม่เชื่อที่ฉันบอกคุณไป เรื่องความเชื่อและศรัทธา

                “คนเราไม่สามารถหาเหตุผลในความฝันหรือหัวใจได้ คุณก็รู้ลำคอของเขาขมฝาด แสบร้อนเหมือนถูกสาดเทด้วยกรด คุณไม่ได้มีอยู่จริงในโลกข้างนอกนั่น

                “ถ้าหาเหตุผลในความฝันหรือหัวใจไม่ได้ แล้วทำไมคุณถึงไม่พยายามทำให้ทั้งสองสิ่งเป็นความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตของคุณล่ะ

                “คุณพูดอะไร...

                “ถ้าคุณไม่เชื่อในความสุขเสียแล้ว คุณก็สร้างมันขึ้นมาเสียเองเลยไม่ดีกว่าหรือ? มันอาจไม่มีเหตุผลประกอบในความฝันหรือความรู้สึก แต่มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้ได้ว่าคุณมีหัวใจ มีความปรารถนา และนั่น... ก็เป็นสิ่งยืนยันที่ดีที่สุดว่าคุณได้มีชีวิตบนโลกใบนี้

                เขาไม่สามารถตีความได้เลยว่าคำพูดของเธอนำพาเขาไปสู่ความรู้สึกแบบไหน มันเหมือนถูกคลื่นโถมเข้าใส่ หรือไม่ก็เคว้งคว้างยิ่งกว่าถุงกระดาษปลิวลม

                “ผมแค่อยากพบคุณ

                ไม่มีเหตุผลหรือตรรกะใด ๆ ในคำพูดนั้น มีแต่ความปรารถนาที่จุกแน่นอยู่ในอก

                เธอยิ้ม มันเป็นยิ้มที่อ่อนหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

                “คุณคะ...

                มือเธอเอื้อมมา มันสวยงาม อบอุ่น

                ...มีชีวิต

                “คุณเป็นแฟนคลับของยูริใช่ไหม? เธอกำลังยุ่งเลยล่ะ ถ้าไม่รังเกียจ... รับลายเซ็นของฉันไปแทนได้ไหมคะ? ”

                เสียงของเธอดังกว่าปกติ ชัดกว่าปกติ และถ้าเขาไม่ได้คิดไปเอง มันอบอุ่นกว่าปกติ เหมือนเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจและความร้อนจากร่างกายของเธอ

                เขามองในกระดาษที่เธอยื่นให้ มันเขียนว่า อิมยุนอา

                เชวซึงฮยอนเงยหน้า ท้องฟ้ายังเป็นสีเหลือง มีน้ำหยดหนึ่งตกลงบนเปลือกตาของเขา ฝนเม็ดแรกหล่นพรำลงมาแล้ว

                “รังเกียจหรือเปล่าคะ? ”

                รอยยิ้มของเธอเหมือนกลีบดอกไม้ฤดูหนาวกำลังคลี่บาน ดวงตาของเธอมองลึกลงในดวงตาของเขาเหมือนสายดิ่งจมมหาสมุทร

                เขากระซิบ... นางฟ้า

                แล้วฝนก็ตกพรำลงมาไม่ขาดสาย
จบบริบูรณ์ :))
ฝากติดตามอีกสี่เรื่องราวของ 'Before'
และก็...
ขอกำลังใจหน่อยนะค้าาาา :)))

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #59 lovely-yoona (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 22:17
    โรแมนติกจัง
    #59
    0
  2. #48 mind malody (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 07:09
    หนุกมากเลนคร้าา อยากอ่านต่อจังงง พอเจอยุนอาแล้วเป้นไงต่ออยากรู้จังเยยค่ะ หนุม๊ากกก
    #48
    0
  3. #46 ThIn-ThIn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 21:00
    อ่านเรื่องนี้แล้วมัน สวยๆยังไงก็ไหมรู้ สั้นแต่โอเคนะ เราชอบ
    #46
    0
  4. #42 Zenith_F (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 22:20
    แรกๆยุนทำหลอนนะเนี่ย
    แต่สุดท้ายก็มาแบบสวยๆ ปู่ได้เจอนางฟ้าแล้วนะ -.,- อิจฉาจัง ฮิๆ

    ภาษาสวยมากค่ะ ^^ อ่านแล้วเพลินดีอะ
    #42
    0
  5. #35 •Seoraemon• (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2555 / 23:55
    เธอคือนางฟ้าจริงๆ >///<

    ความฝันมันช่างลึกซึ้งเสียจริง
    #35
    0
  6. #34 ◥≡THE ★ TEMPTIFTAEBOM≡a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2555 / 16:28
    ลึกซึ้งดีจัง ^w^
    #34
    0
  7. #12 M&M (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 22:21
    สนุกดีค่ะไรเตอร์ ยุนมานิดเดียวแต่แบบ..นางฟ้าจริงๆ -///-

    อยากอ่านคู่ จี-สิก้า เร็วๆอะไรเตอร์ 555555555
    #12
    0
  8. #9 ออม-สิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 17:59
    'ฉันยังรอคอยปาฏิหาริย์ เชื่อว่าวันหนึ่งจะมาถึง'
    ^ อยู่ดีๆเพลงนี้ก็ลอยมา เข้ากับอารมณ์รีดเดอร์มาก TT

    เอาเหอะนอกเรื่องแล้ว 555
    แวะมาเม้นอย่างเป็นทางการค่ะ จะได้ดูจริงจังหน่อย ^^
    จริงๆมันก็ไม่สั้นมากนะ เรียกว่าพอดีกับเนื้อหาและอารมณ์แบบนี้
    พอจบแล้วก็แบบ.. ใช่ ฝนตกแล้วจริงๆ
    ชอบเพราะไรเตอร์บรรยายดีด้วย ดูเป็นตัวของตัวเอง อ่านแล้วไม่เบื่ออะ
    พอรู้ว่าจะมีเรื่องต่อๆไปก็ดีใจมากกก 555 กำลังลุ้นว่าจะมีชื่อสองสาวรึเปล่า
    'อยากสงวนฟานี่ไว้ให้แทแท' < ว่างๆก็เขียนเลยสิ ><
    ประทับใจกับกลอนทุกครั้งเลย แล้วก็ภาพด้วย
    ยังไงก็สู้ๆนะจ๊า
    #9
    0
  9. #5 forever 9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 23:26
    ภาษาสวยมากเลยค่ะ
    ความรู้สึกเหมือนอยู่ ณ ตรงนั้นด้วยจริงๆ
    สนุกมากกกกกก ถึงจะสั้นไปหน่อยก็เถอะ
    จงศรัทธาแล้วรักจะเกิด ชอบค่ะ

    แอบอยากให้มีต่ออีกนิด ยุนอยู่ๆก็โผล่มา?
    มันยังรู้สึกคาใจอะไรบ้างอย่าง
    #5
    0
  10. #2 N E M O !!* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 22:44
    สนุกมากๆ ไนเจอร์?แต่งดีมากๆเลยค่ะ

    อ่านแล้วรู้สึกความถึงบรรยากาศเลย

    ชอบค่ะ :)
    #2
    0