end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 9 : หัวใจในปิ่นโต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    9 ธ.ค. 59


? cactus





บทที่ 8

หัวใจในปิ่นโต









 

          “เป็นอะไรไปหือ อาเลี่ย หน้ามุ่ยเชียว”


          “ไอ้อ้วนกัดฉัน”


          เสียงแง้ว! ดังขึ้น พร้อมกับเสียงของลู่หานจากที่ไกล ๆ “อย่าเรียกโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กว่าไอ้อ้วนนะ!


          “นี่แน่ะ อาต้า” ชานเลี่ยกลอกตา หันไปกระซิบกระซาบกับจงต้าอย่างเหลืออด “ฉันว่า... ลู่หาน นายของเราไม่เต็มหยวน ไม่เต็มจริง ๆ แหละ เลี้ยงกุ้งมังกรยี่สิบหกตัวไว้ดูเล่น ตั้งชื่อสตูดิโอบันทึกเสียงว่าสตูดิโอกุ้งก้ามแดง เสือกฝันอยากเห็นมันเป็นค่ายเพลงอีกต่างหาก ไหนจะเรียกแมวว่าโฮ... โฮโฮฮอนฮินอะไรนั่น พูดก็พูดเถอะ คนดี ๆ ที่ไหนจะไม่เต็มเต็งได้มากเรื่องเท่านี้”


          “อู๊ย เบา ๆ หน่อย เข้ามาข้างในนี่มา”


          จงเหรินส่งเสียงกรนดังสนั่นมาจากโซฟาหลังหนึ่ง ขณะที่จุนเหมียนกับหมินซั่วดูดเส้นบะหมี่เข้าปาก เคี้ยวจั๊บ ๆ อย่างสบายอารมณ์


          “งาย” หมินซั่วทัก “นายให้เริ่มงานหรือยัง”


          “ฮื่อ ให้เริ่มงานแล้วล่ะ แต่งานดูแลกุ้งมังกร แปรงขนแมว เปลี่ยนทรายในกระบะ ไม่ได้ถูกยกเลิก”


          “อะโห... เขี้ยวชะมัด”


          “เอาน่า เอาน่า... ” จุนเหมียนรี่เข้ามาตบหลังตบไหล่ “ให้เริ่มงานก็ดีแล้ว แกแหละ ทำอะไรได้มั่งล่ะ”


          ชายหนุ่มร่างสูงอ้าปากหาว “ก็เล่นดนตรี... เปียโน กลอง กีตาร์ วิโอลาหน่อยหนึ่ง”


          “เขียนเพลงได้หรือเปล่า ผสมเสียงล่ะ”


          “ก็... พอไหว”


          “วุ้ย” จงต้าถูมือเข้าด้วยกันอย่างตื่นเต้น “อเนกประสงค์จริง ๆ เอาซี่ เริ่มเขียนเพลงเล้ย! ฉันอยากร้องเพลงใหม่ ๆ จะแย่แล้ว”


          “เขียนเพลง... เดี๋ยวนี้เนี่ยนะ!


          “โธ่ ชานเลี่ย ที่นี่มีแต่เรา” พี่ใหญ่ของจินสี่สหายอธิบาย “เราห้าคน ไม่รวมแม่บ้านกับนักร้องขาจร นายจะสั่งการลงมาว่าอยากได้เพลงแบบไหน จุนเหมียนเขียนเพลง ฉันเล่นดนตรี จงต้าร้อง จงเหรินผสมเสียงแล้วส่งให้นาย นายติดต่อค่ายเพลงใหญ่ ๆ ขายเพลงให้พวกเขา นาน ๆ ทีจะมีคนมาบันทึกเสียงในสตูดิโอ เราก็ให้บริการ ที่สตูดิโอโนเนมอย่างเสี่ยวหลงเซียก็มีเท่านี้”


          “ที่แบบนี้จะเติบโตขึ้นเป็นค่ายเพลงได้ยังไง”


          “ผลงานโดน ๆ ยังไงล่ะ” จุนเหมียนเฉลย “ทำเพลงโดน ๆ ติด ๆ กัน เงินสะพัดแล้วนายก็คงขยับขยาย เปิดบริษัท รับสมัครนักร้องฝึกหัด แต่ว่า... ”


          “เห็นเขี้ยว ๆ อย่างนี้ นายใจดีน้า นายเคยไม่ฝืนใจเรา อะไรที่เป็นสไตล์ของเรา นายไม่เคยเปลี่ยน ขอให้มีมู้ดที่นายรีเควสต์เท่านั้น”


          “วะ! อาต้ารู้ภาษาปะกิดด้วย!


          อา... เพราะอย่างนี้หรือเปล่านะ ถึงขยับขยายเป็นค่ายเพลงไม่ได้เสียที


            ซีอีโอตกอับนั่งลงบนโซฟาหลังเดียวกับจงเหรินซึ่งขยับเท้าหนี จุนเหมียนนั่งลงข้าง ๆ แจงว่าเร็ว ๆ นี้ลู่หานต้องการเพลงที่เรียบง่าย ฟังแล้วสบายใจ เพลงที่นุ่มนวล สำหรับเปิดในร้านกาแฟ กลางฤดูใบไม้ร่วง


          “หาที่เงียบ ๆ คิดอะไรออกก็เขียน เหล้ามะ เหล้าหน่อยมะ... ”


          “ไม่เอาหรอก”


          คิดอะไรออกก็เขียน...


            อุปาทานหรือเปล่านะ เขาได้กลิ่นลูกสน ได้ยินเสียงฝีเท้าทั่ก ๆ สลับกับเสียงหัวเราะเอิ้กอ้าก ใสแจ๋ว... พอ ๆ กับดวงตาสีอำพัน ไม่เอาน่า ในนี้มีแต่เสียงหัวเราะแหลม ๆ ของจงต้า เสียงสูดเส้นบะหมี่ของจุนเหมียนกับหมินซั่ว และเสียงกรน... กรนอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมของจงเหรินไม่ใช่หรือไง


          “อู้หู... อาเลี่ยหัวไวแฮะ”


          ไม่กี่วินาที เขาเขียนลงไปในช่องชื่อเพลง ด้วยลายมือโย้เย้เกือบจะอ่านไม่ออกพลางระบายลมหายใจ จะให้อี้ชิงรู้ไม่ได้เป็นอันขาด จะให้ฮาร์บิเนี่ยนรู้ไม่ได้ ว่าที่ตัวปัญหาแห่งซัวเถาเขียนลงไป...


            คือคำว่า เจ้าตัวเล็ก

 






            “กลับมาแล้วครับ!


          “ป๋าย!


          “ช้า ๆ เดี๋ยวก็หกล้มหรอก” ชานเลี่ยร้องเมื่อลูกหมาป่ากระโจนขึ้นมาบนโซฟาขณะที่เขาถอดรองเท้าออก “เรานี่ยังไง ไม่กลัวหรือไง หัวร้างข้างแตกขึ้นมา ใครจะเดือดร้อน ฉัน! ฉันนี่แหละ”


          “ก่อวันนี่... เลี่ยเกอกลับไว”


          “เพราะใครกันเล่า ทำยิ้มดีไป” ว่าแล้วก็ดึงจมูกหยุกหยิกนั้นทีหนึ่ง “ง่วงจะแย่ ตาจะปิดอยู่แล้ว ถึงได้กลับมาแต่หัววัน จะนอนยังไงล่ะ จะนอน!


          “แหล่ว... เกี่ยวอ่าไรกะป๋าย”


          หน็อยแน่ะ พูดชัดขึ้นหน่อยเดียว ริอ่านเถียงคำไม่ตกฟาก! “เกี่ยวซี่ เพราะเราคนเดียว ทำฉันนอนไม่เต็มอิ่ม ดูที่ใต้ตานี่สิ ป๋ายเซียน ดูเข้า”


          อีกฝ่ายจึงใช้นิ้วเล็ก ๆ จิ้มเบา ๆ ที่รอยคล้ำเป็นวงใหญ่ใต้ดวงตาทั้งคู่ของผู่คนลูกอย่างเป็นกังวล “อัน... อันตรายไหม่”


          “ไม่หรอก เรายุกยิก นอนดิ้น ฉันนอนหลับไม่สนิทก็เท่านั้น”


          “เลี่ยเกอจา... ไล่ป๋ายไหม่”


          อะฮ้า! ได้การล่ะ ซีอีโอตกอับยิ้มย่อง ยืดตัวขึ้น กอดอก เม้มริมฝีปาก ก่อนจะตอบว่า “ไล่... นั่นสินะ ดีไหมนะ ลำพังตัวคนเดียวก็ลำบากจะแย่ เฮ้อ... จะไล่ดีไหมน้า”


          “ไหม่ได่น้า! ” น้ำตารื้น วินาทีเดียวก็หยดแหมะ “ป๋ายจาไหม่ยุกยิก จานอนหนิ่ง... นิ่ง ๆ ให่ป๋ายกลับไปนอนข้างหนอกก็ได่ แต่ย่าไล่ป๋ายไปเหลย”


          “จะดีเร้อ คบเด็กสร้างบ้าน เขาว่าไม่เวิร์กนา”


          “เลี่ยเกอ... อึ๊ก” สะอึกน้อย ๆ อย่างน่าเอ็นดู “เลี่ยเกอ... ใจร้าย


          ใจร้าย ใจร้าย ใจร้าย... สะท้อนอยู่ระหว่างหูทั้งสอง บาดใจเสียไม่มี ก็ไม่เคยมีใครตัดพ้อชายหนุ่มร่างสูงด้วยคำนี้ทั้งน้ำตาเลยนี่ จะมีก็แต่สาวน้อย (น้อยทั้งอายุและปริมาณเสื้อผ้า) วี้ดว้ายเอาคำนี้ออกมาเมื่อเขาโถมตัวใส่ จัดการอะไร ๆ ในห้องมิดชิดให้แล้วเสร็จ


“โอ๊ย... เบาโว้ยเบา” รั้งหัวทุย ๆ แนบอก “ล้อเล่นน่า ป๋ายเซียน จัสต์ คิดดิ้ง (Just kidding) นะ ยูโน้ว์ (You know? ) ไล่เล่ยอะไรกัน เราจะอยู่ยังไงหือ ถ้าไม่มีฉัน”


พูดออกไปแล้วก็ต่อให้ในใจ อยู่กับหมออู๋ไง ไอ้เลี่ย ไอ้หน้าโง่


“จริง... จริงด่วย” มนุษย์เมาคลีไพล่พยักหน้าหงึกหงักเสียได้


“ให้ตายซี่ เรานี่น้า”


ความเชื่อใจของป๋ายเซียนเป็นดาบสองคม ทำให้ชานเลี่ยมีแรง ขณะเดียวกันก็ทำให้กังวล ยินดีที่มีใครคนหนึ่งเห็นคุณค่า พร้อมทั้งกลัวว่าในที่สุดจะทำให้ใครคนที่ว่าผิดหวัง ก็เขาไม่ชินกับการถูกฝากฝัง มอบหมายหน้าที่ให้รับผิดชอบ อย่าว่าแต่มนุษย์เลย ต้นเฟินสำหรับตั้งบนโต๊ะทำงานที่ว่าเลี้ยงง่าย ตัวปัญหาแห่งซัวเถายังทำทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ปล่อยให้ตายไม่รู้กี่ต้น


“กินข้าว กินข้าว” ชานเลี่ยบอกเสียงใส “เข้าครัวกัน ไอ้ตัวเล็ก”


เป็นเรื่องนี้ทีไร ว่าง่ายทุกที เด็กชายผละจากอกเขา ด๊อกแด๊กนำไปอย่างเชื่อฟัง ซีอีโอตกอับเดินตามหลัง ขมวดคิ้วมุ่น คิดเมนูไปด้วย แต่แทนที่เมนูง่าย ๆ แต่อร่อยเหาะจะพลุ่งขึ้นในความคิด สิ่งที่ปรากฏขึ้นกลับเป็นท่อนที่สองของเพลง เจ้าตัวเล็ก ต่อจากท่อนแรกที่ร้องว่า เจ้าตัวเล็ก... เจ้าตัวเล็กของฉัน ทุกวันเจ้ายิ้มแย้ม


เที่ยวซุกซน กลิ่นลูกสนติดแก้ม

หอมหน่อย... ได้ไหม


“จุบป๋ายหน่อย หน้าผากหนึ่งจุบ ตาหมูกหนึ่งจุบ คางหนึ่งจุบ”


“เลี่ยเกอ... เป่นอาไร” เจ้าตัวเล็กตัวจริงเสียงจริงหยุดฝีเท้า หันกลับมาถามด้วยเสียงแจ๋ว และตาแป๋วแวววับ


เท่านั้นแหละ ชายหนุ่มร่างสูงตื่นจากภวังค์ พาลดีดหน้าผากอีกฝ่ายแล้วบอกด้วยเสียงดัง แทบจะตะโกน “ไม่เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ! เดินไปเลย เดินไปเล้ย!

 






ค่ำวันนั้น มนุษย์ (ไม่) ปกติกับลูกหมาป่าลงเอยด้วยเมนูเต้าหู้ผัดซอสเสฉวนกับซุปไข่ ถ้วยซุปไข่ของป๋ายเซียนใหญ่กว่าของเขา มนุษย์เมาคลีกินอาหารทั่วไปได้มากแล้ว ถึงอย่างนั้น กับอาหารที่มีรสจัด ชานเลี่ยไม่ไว้ใจนัก


                                     

                                                              麻婆豆腐  (หมาโผโต้วฝู่) เต้าหู้ผัดซอสเสฉวนค่ะ



เคี้ยวไปด้วย ดูรายการทำอาหารไปด้วย เปี้ยนตังหรือเบนโตะแบบญี่ปุ่นชวนน้ำลายสอ ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยถึงกับอ้าปากหวอ ถามอย่างอยู่ไม่สุข


“เลี่ยเกอ นั่นอาไร”


“ข้าวกล่องยังไงเล่า” คนเป็นเกออธิบาย “สำหรับห่อไปไหนต่อไหน”


“ถั่มไมต้องห่อ”


“เจ้าหนูจำไมประทับร่างอีกแล้ว ก็กินน่ะซี่ บางคนน่ะ เขาไม่สะดวกกินอะไร ๆ ตอนเช้า ก่อนออกจากบ้าน หรือไม่มีร้านอาหารใกล้ ๆ เวลากลางวัน ก็ต้องเลี้ยงท้องด้วยเปี้ยนตังนี่แหละ”


          เด็กชายครุ่นคิด “เดี๋ยวหนี่ เลี่ยเกอก่อ... ไหม่กินอาไร กอนออกจากบ้าน”


          “ฮื่อ ก็ฉันไม่มีเวลานี่” ว่าแล้วก็เอนหลังนั่งเอ้เต ผิวปากหวือแล้วโพล่งขึ้นอย่างไม่รู้ว่ามันจะนำพาไปสู่ความหวั่นไหวครั้งใหม่อย่างไร “ถ้ามีใคร... ใครสักคนทำเปี้ยนตังให้ หอมแก้มกันสักหน่อยก่อนออกจากบ้านล่ะก็ โอ๊ยยย... สวรรค์ของไอ้เลี่ย ไม่หนีไปไหนแน่ ๆ ”


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาไม่ใช่คนช่างสังเกต อันที่จริง... ไม่มีคุณสมบัติของผู้มีปัญญาเลย ดังนั้น ชานเลี่ยจึงไม่แม้แต่จะนึกแปลกใจ เมื่อสองวันต่อมาลูกหมาป่าขลุกอยู่แต่กับรายการทำอาหาร ใจจดใจจ่อเสียยิ่งกว่ากับบัตรคำสำหรับหัดพูด ทุกคืนป๋ายเซียนจะเข้านอนแต่หัวค่ำ นอนนิ่ง... ไม่ไหวติงจริง ๆ จนเป็นเขาเองที่พยายามพลิกตัวอีกฝ่าย จัดท่าทางให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด


          เช้าวันพฤหัสบดี เมื่อตื่นขึ้นด้วยนาฬิกาปลุกและมองไม่เห็นมนุษย์เมาคลี ซีอีโอตกอับจึงได้แต่ตาลีตาเหลือกถลันลงบันได เพียงเพื่อจะพบอีกฝ่ายสวมผ้ากันเปื้อนเก่า ๆ ที่อี้ชิงทิ้งไว้ให้ ทำอาหารอย่างขะมักเขม้น


          “ทำอะไรแน่ะ ไอ้ตัวเล็ก ตื่นก่อนไม่บอกกล่าว ใจฉันหายแว้บ”


          ได้ยินเสียงเขา ป๋ายเซียนก็ยิ้มเผล่ “ถี่นี่ ไหม่มีเปี้ยนตัง เหมื่อนในทีวี” กระมิดกระเมี้ยนพูดแล้วส่งปิ่นโตสังกะสีเคลือบราคาถูกให้ อา... ชานเลี่ยร้องในใจ ชิงเอ๊ยชิง ทิ้งอะไรไว้ตะละอย่าง ขยะแท้ ๆ




แบบนี้เลยค่ะ ตกอับทั้งที ต้องตกอับให้สุด



            “อะไรน่ะ”


          “เลี่ยเกอ จาได้... ไหม่หิว”


          ทันทีที่เปิดออก แม้แต่คนที่ใครต่อใครประณามว่าหยาบช้า หาดีไม่ได้อย่างชานเลี่ยก็ยังน้ำตารื้น


          ปิ่นโตสังกะสีเคลือบสามชั้นนั้นบรรจุข้าวร้อน ๆ ผักเฉา ๆ รวนกับน้ำมันงาอย่างง่าย ๆ ที่ดูก็รู้ว่าคนทำไม่มีฝีมือนัก และหมูทอดที่ผิวด้านนอกเกือบจะไหม้ ขณะที่เนื้อด้านในติดจะแดง ๆ อยู่


          “ปิดแก๊สหรือยัง ถูกน้ำร้อนลวกไหม”


          “ไหม่แหล้ว... ป๋ายระวัง”


          “เฮ้อ... ” ปากพล่อยมาทั้งชีวิต ใครจะรู้ว่าในปีที่ยี่สิบเจ็ด ตัวปัญหาแห่งซัวเถาเกิดอับจนถ้อยคำขึ้นเป็นครั้งแรก “ลำบากเปล่า ๆ ”


          แทนคำตอบ ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยเขย่งเท้าขึ้น จูบเขาเบา ๆ ที่แก้ม ทิ้งกลิ่นลูกสนของเจ้าตัวไว้บนนั้นด้วย “แบบนี่ใช่ไหม่... เลี่ยเกอจา... ไม่หนีไปไหน ใช่ไหม่”


          ไอ้เด็กบ้า เด็กบ้า ชายหนุ่มร่างสูงที่ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อถอนหายใจ ตระหนักเป็นครั้งแรกว่าไม่มีทางที่เขาจะไสส่งลูกหมาป่าได้ ไม่ใช่อีกฝ่ายที่ต้องถามว่าจะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีเขา


          ไม่คิดว่าวันหนึ่ง เขาจะเต็มใจหิ้วปิ่นโตสังกะสีเคลือบเก่า ๆ ไปทำงาน และกับคนที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นั้น ชานเลี่ยต่างหากที่ต้องถาม ว่าต่อไปจะอยู่อย่างไร... อยู่อย่างไรโดยไม่มีป๋ายเซียน





          หางเป็นพวงของโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กกวัดไกวอย่างไม่ยี่หระต่อเสียงคำรามในลำคอของจงเหริน แมวสีเทาน้ำหนักแปดจุดสี่กิโลกรัมกระโดดผลุงเดียวก็ขึ้นไปเดินทอดน่องอยู่บนร่างกายของชายฉกรรจ์ซึ่งกำลังหลับใหลอยู่อย่างผาสุก จงเหรินเริ่มกระสับกระส่ายในไม่ช้า อาการคล้ายคนถูกผีอำ ร้อนถึงจุนเหมียนต้องสะกิดสะเกาแรง ๆ แล้วบอกว่า “ตื่นเถอะอาเหริน นายมา”


          จึงเป็นครั้งแรกนอกจากในเวลาอาหาร ที่ชานเลี่ยมีวาสนาได้เห็นตาขาวของซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซา




          ลู่หานยืนเท้าสะเอวที่ธรณีประตูห้องบันทึกเสียง ใบหน้าถมึงทึงขณะโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กเดินอาด ๆ ไปทั่วห้อง ใบหน้าบู้บี้และหางสีเทาเชิดสูง ซีอีโอตกอับสังเกตว่าจงต้าดีดจมูกมันทีหนึ่งระหว่างที่ผู้ก่อตั้งสตูดิโอหันไปพูดกับจงเหรินอย่างไม่พอใจ


          “อาเหริน ลืมตาเสียที กลางค่ำกลางคืนทำอะไรไม่ทราบ ถึงได้มานอนเอากลางวัน”


          “ผิดไปแล้วครับนาย” จงเหรินตอบเสียงอู้อี้ ทั้งที่ยังไม่ลืมตาด้วยซ้ำ


          “ถ้าไม่เห็นว่าแกมีฝีมือ คุณภาพงานไม่เคยตกลงสักครั้งล่ะก็... ” ลู่หานเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “อยากกลับไปหรือเปล่า ที่ต้าซิ่งอานหลิ่งน่ะ”


          จงเหรินส่ายหน้าดิก ขณะที่ตัวปัญหาแห่งซัวเถาขมวดคิ้ว หันไปมองเพื่อนร่วมงานอย่างประหลาดใจเป็นครั้งแรก ซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซามาจากเขตภูมิภาคต้าซิ่งอานหลิ่งหรือนี่ มาจากที่ห่างไกลกว่าไอ้ตัวเล็กของเขาเสียอีก


          “ทำอะไรเช้าชามเย็นชามกันอยู่หรือเปล่า” ผู้ก่อตั้งสตูดิโอว่าต่อ “ไหนล่ะ เพลงที่นุ่มนวล ฟังแล้วสบายใจ สำหรับเปิดในร้านกาแฟ ผ่านมาสี่วัน มุมกระดาษยังไม่เห็นเลย”


          “อาเลี่ยฮะนาย” จงต้ารีบตอบ “อาเลี่ยเขียนเสร็จแล้ว ”


          ชายหนุ่มร่างสูงร้อง “อย่าน่า ยังไม่ทันได้เกลาให้ดี”


          แต่ลู่หานออกคำสั่ง “เอามานี่ ของจุนเหมียนล่ะ”


          “กำลังปรึกษากะหมินซั่วครับนาย”


          ดังนั้น นายคนปัจจุบันของเขาจึงรับกระดาษที่เขียนเนื้อเพลงไว้จากมืออันสั่นเทาของชานเลี่ยไปอ่านออกเสียงดัง ๆ “ชื่อเพลง... เจ้าตัวเล็ก อาฮะ” ลู่หานเลิกคิ้ว “ดนตรีล่ะ ตั้งใจจะให้เป็นแบบไหน”         


          “ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน เปียโนหลังหนึ่งหรือกีตาร์ตัวหนึ่งก็ได้... ครับ”


          ผู้ก่อตั้งสตูดิโอส่งเสียง “อืม” ในลำคอ “เจ้าตัวเล็ก เจ้าตัวเล็กของฉัน ทุกวันเจ้ายิ้มแย้ม... เที่ยวซุกซน กลิ่นลูกสนติดแก้ม หอมหน่อย... ได้ไหม


          ได้ยินเสียงจงเหรินกระซิบกระซาบกับจงต้า “ไปตกถังน้ำตาลที่ไหนมาวะ”


          “พรีคอรัส ตื่นเช้าจะหอมซ้าย อืม... ซ้าย ซ้าย ตกบ่ายจะหอมขวา อืม... ขวา ขวา ใช้ได้ แต่เสียงอืม... นี่อะไรกัน”


          “เสียงหอมแก้มน่ะครับ”


          “ย่ำเย็นได้เห็นหน้า อ่อนล้าได้พักพิง” ลู่หานพยักหน้า “คอรัส เจ้าทำให้บ้านสว่างไสว เจ้าทำให้ใจ... ได้ไออุ่น เติมแรงเป็นทุน สู่ฝันวันใหม่ เจ้าทำให้ดอกไม้บาน ให้วันวาน... เลือนหาย


          จุนเหมียนอ้าปากค้าง


          “ได้โปรด อย่าจากไกล อยู่เป็นขวัญใจ... เนิ่นนาน


          “อาเลี่ย” หมินซั่วพึมพำ “กระดาษเขียนเพลงหรือรวงผึ้ง หวานหยดอย่างนี้ คบกะใครไม่บอกพวกเราแน่ ๆ ”


          “ไม่มี้!


          จงต้าพูดขึ้นบ้าง “ซุกอีหนูที่ไหนไว้ บอกมานะ! แหม ไม่แตะต้องหนังสือปลุกใจเสือป่า เพราะมีของแท้ให้เห็นกับตาทุกวัน... ทุกคืนนน”


          แล้วจินสี่สหายก็ประสานเสียงโห่ฮาป่า (เสียงของจงเหรินเบาที่สุดและต่ำที่สุด) ตบหลังตบไหล่ซีอีโอตกอับเป็นพัลวัน โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กตกใจ วิ่งหางชี้กลับไปหาลู่หาน ซึ่งอุ้มมันขึ้น ลูบหน้าลูบหลังอย่างเอาใจก่อนจะกระแอม


          “เอาล่ะ” นายคนปัจจุบันของชานเลี่ยโบกมือ “ฉันชอบเนื้อเพลง เจาะกลุ่มคนฟังหลากหลาย เพราะจะหมายถึงสัตว์เลี้ยงหรือคนรักก็ได้ ปรึกษากับหมินซั่วเสีย อาเหริน ตื่นได้แล้ว... อาต้า อย่าให้เห็นว่าดื่มน้ำเย็น แล้วก็... จุนเหมียน เขียนเพลงให้เสร็จล่ะ”


          “ขะรับ เจ่าน้ายยย”


          ลู่หานกลอกตา ไม่สนใจเสียงประสานสูง ๆ ต่ำ ๆ ของคนทั้งสี่ โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กร้องแง้วอีกหนหนึ่ง ผู้ก่อตั้งสตูดิโอก็จากห้องบันทึกเสียงไป


          “เก่งมากนะ อาเลี่ย เก่งมาก! ” จุนเหมียนรี่เข้ามาแสดงความยินดี ขณะที่ชายหนุ่มร่างสูงยังจมอยู่ระหว่างประโยคหนึ่งของเจ้านาย ไม่ป่ายปีนกลับขึ้นมาเสียที


          “เจาะกลุ่มคนฟังหลากหลาย เพราะจะหมายถึงสัตว์เลี้ยงหรือคนรักก็ได้”


            สำหรับชานเลี่ย ป๋ายเซียนเป็นอย่างแรก หรืออย่างหลังกันแน่นะ






 

          เสียงพึมพำปลุกเขาจากการนอนกลางวัน ชานเลี่ยสะลึมสะลือ แยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร


          “ชิมหน่อย... ฉันชิมบ้าง อี๋! ไม่อร่อยเลย”


          “พอแหลกล่ายนา แต่... อาเลี่ยตกอับอย่างนี้เชียว ข้าวปลาก็ห่อมาในปิ่นโตเก่า ๆ รสชาติพื้น ๆ ”


          “แหลกล่ายอะไรกัน รสxไม่แหลก กระเดือกยังไงให้ลงหว่า”


          “เอ้า! เขาว่าเมื่อยามรัก น้ำต้มผักยังหวานไง้ ไอ้โง่”


          ซีอีโอตกอับลืมตาโพลง ทะลึ่งพรวดขึ้น โพล่งออกไป “อย่าแตะต้องปิ่นโต!


          จินสี่สหายแตกฮือไปคนละทิศละทาง จงเหรินรีบขยับไปที่มุมหนึ่งแล้วแกล้งตาย อ้อ... เปล่า แกล้งหลับต่างหาก “อาเลี่ย ก็ฉันอยากรู้นี่ กินเข้าไปหน่อยเดียวเอง” เจ้านักร้องแก้ตัว “คนละคำสองคำหรอกน่า อย่าหวงเลย ว่าแต่... แฟนทำให้ชะม้า”


          “แฟนเฟินอะไร”


          “โอ๊ย! อย่าปิดพวกเราเลย” หมินซั่วสำทับ “เพลงเจ้าตัวเล็กก็หวานหยด กับข้าวกับปลาก็มีคนหุงหาให้ มีแฟนแล้วแน่ ๆ ใครน่ะอาเลี่ย มาจากซัวเถา หรือเป็นสาวฮาร์บิน สวยไหม แล้วเข้ากับลูกหมาป่าที่รับอุปการะได้หรือเปล่า”


            จะว่าเป็นสาวเฮยเหอก็ได้ หนุ่มซัวเถากะสาวเฮยเหอ น่ารักดี แต่ป๋ายเซียนไม่ใช่สาว ๆ นี่หว่า...


          “ใช่ ๆ ลูกหมาป่านั่น อาเลี่ยว่ายังไม่เชื่องนี่”


          เขาหันไปตอบจุนเหมียน “อย่าเซ้าซี้น่า ไม่มีใครหรอก”


          “โธ่... อาเลี่ย ขี้จุ๊ไม่มีใครเกิน ถ้าอย่างนั้น ปิ่นโตของใครกันล่ะ ไม่ใช่ของแกแน่ ๆ ก็บอกพวกเราว่าทำอาหารไม่เป็นนี่”


          วะ! อย่ากดดันกันด้วยปัญหาเชาว์ซี่ คนอย่างไอ้เลี่ย มีที่ไหนล่ะเชาว์น่ะ


          “ฉันอาจจะ... จู่ ๆ ก็ทำเป็นขึ้นมายังไงเล่า!


          “อย่าไปบอกใครนะว่าเป็นลูกชายคนเดียวของมังกรฟ้าแห่งซัวเถา” นักดนตรีบ่นอู้ “อายเขาตาย เถียงข้าง ๆ คู ๆ อย่างนี้ คนจะประณามได้ว่า มังกรฟ้ามีลูกเป็นงูเขียว”


          “พี่ซั่ว!


          “น่านะ... ก็แค่บอกมา บอกมาเสียก็สิ้นเรื่อง” จงต้าอ้อนวอน ขณะที่จงเหรินกระเถิบเข้าใกล้ ลืมตาขึ้นหน่อยหนึ่ง เมื่อชานเลี่ยหันไปก็รีบหลับตา หน็อยแน่ะ! จะแส่หรือจะนอน เลือกเอาสักอย่างซีวะ!


            “หยาดฟ้ามาดินแหง ๆ ไม่อยากให้พวกเราเห็นหน้ายังงี้”


          ซีอีโอตกอับกัดฟัน หน้าตาแดงก่ำ “ก็ได้! ก็ได้! บอกความจริงก็ได้”


          “อาฮะ... ใครกันน้า    ”


          บอกว่าเป็นผู้หญิง เจ้าพวกนี้ก็จะสืบสาวราวเรื่อง ซอกซอนกระทั่งรู้ว่าเขาโกหกจนได้ ถ้าอย่างนั้น... ตัวปัญหาแห่งซัวเถาชั่งใจ ไม่รู้ล่ะโว้ย บอกไปเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว!


            “ป๋ายเซียนทำน่ะ”


          เงียบกริบ... สามจินหันซ้ายหันขวา ท่าทางเลิ่กลั่ก ซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซายังลืมตา ถามเสียงเนือยว่า “เป็นไปได้ยังไง”


            แกล้งหลับจริง ๆ สินะ! แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น “เป็นไปแล้วน่า”


          “แต่... แกบอกว่าป๋ายเซียนยังไม่เชื่อง ต้องกักบริเวณไว้นี่” จุนเหมียนแย้ง


          “ก็... เชื่องขึ้นแล้ว หน่อยหนึ่ง”


          “ไฮ้! พามาพบเร็วเข้า”


          “ไม่เอาน่า... อาต้า”


          “ไม่เอาน่า... อาเลี่ย” หมินซั่วยู่หน้า “พามาพบเถอะนะ ไม่อย่างน้าน... พวกเราจะไปหาเอง!


          “เฮ้ย! ไม่ได้นะโว้ย! ไม่ได้นะ!


          แต่... ลำพังชานเลี่ยจะห้ามปรามใครได้ จินสี่สหายหันไปสุมหัว กระซิบกระซาบกันโน่นแล้ว จนได้สิน่า ไอ้ตัวดี เมื่อควบคุมเพื่อน ๆ ไม่ได้อย่างนี้ ก็มีแต่จะต้องควบคุมป๋ายเซียน จะทำยังไงนะ ให้เด็กชายเลิกพูดคำว่าป๋าย ให้ลูกหมาป่าเลิกด๊อกแด๊กไปไหนต่อไหน ให้มนุษย์เมาคลีเลิกทำตาแป๋ว พูดเพี้ยน ๆ ด้วยเสียงสดใส


          จะทำยังไง ให้ป๋ายเซียนไม่เป็นที่ดึงดูดใจ...


          จนถึงบ้านก็ยังคิดไม่ตก ซีอีโอตกอับทำหน้ายุ่ง เดินดุ่มๆ เข้าไปในครัว แต่ไอ้ตัวเล็กของเขากลับไม่อยู่ในนั้น ที่ห้องน้ำก็ไม่มี ห้องนั่งเล่นก็ว่างเปล่า


          “ไง... ป๋ายเซียน หลับอุตุเชียว ขี้เซาตั้งแต่เมื่อไหร่หือ... เราน่ะ”


          ปรากฏว่าอีกฝ่ายนอนหลับตาปี๋ ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงนอนของเขา ไม่หือไม่อือ ไม่พูดไม่จา เห็นชานเลี่ยแล้วยิ้มแห้ง ๆ พูดว่า “ป๋าย” อย่างอ่อนแรงเท่านั้น ไม่ระริกระรี้ ถลันเข้าใกล้อย่างที่เคยเป็นและควรจะเป็น


          “ตื่นเช้าก็อย่างนี้ ตกเย็นจะเพลีย อย่าเพิ่งนอนเลยป๋ายเซียน ตะวันจะทับตา แล้วเราจะปวดหัว”


          แต่ลูกหมาป่ากลับใช้กำปั้นเล็ก ๆ เคาะที่กะโหลกของตัวเองเบา ๆ “เจ็บอยู่แหล่ว”


          “หือ... ”


          จับที่แขนของอีกฝ่าย แล้วก็ปล่อยในทันทีทันใด ด้วยอารามตกใจ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาโทรศัพท์หาอี้ชิง มือก็สั่น เสียงก็สั่น ละล้าละลัง ก็ไม่เคยเผชิญสถานการณ์อย่างนี้นี่ ชานเลี่ยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร...


          “ชิง” ชายหนุ่มร่างสูงหอบหายใจ “ป๋ายเซียนไม่สบาย ตัวร้อนจี๋เลย จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี”    





#ฟิคเมาคลี

ใบ้ให้ว่าตอนหน้ามีทีเด็ด (หืมมม เด็ดแน่นะ? )

อาจจะได้มา up ภายในคืนนี้หรือพรุ่งนี้เช้านะคะ รอก่องงง ชุ้บ








 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1533 heykiki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 02:29
    ลูกหมาป่วย พี่เลี้ยก็หวงก็ห่วงน้องงงงงง น่ารักมกากกกกกกกก
    #1,533
    0
  2. #1511 Vibrance (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 05:38
    เพลงงงหวานมากกเถอะะะ
    #1,511
    0
  3. #1484 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:54
    ตลกชื่อแมวมากค่ะ เยอรมันสุดๆ สูงส่งสุดๆ
    #1,484
    0
  4. #1453 Ihaveadream (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 19:01
    น้องป๋ายย เก่งมากเลย อาเลี่ยจะนีไปไหนด้ายย
    #1,453
    0
  5. #1444 เจ้าครีม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 21:31
    เพลงที่แต่งจากใจ โง้ยยย ฟินนนน
    #1,444
    0
  6. #1390 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:07
    เพลงของเลี่ยเกอหวานมากๆ
    #1,390
    0
  7. #1348 DBK1802 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 20:05
    อืมมม เพลงน่ารักมากิ่ะ เขียนให้ในฐานะคนรักหรือสัตว์เลี้ยงกันล่ะเนี่ยเกอ แต่ขำจงเหรินมาก นี่มันฟิคตลก 555555
    #1,348
    0
  8. #1321 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 10:45
    โอ้ยยยยย หวานกันเหลือเกิน~~ เพลงนี่แบบ จะอ้วก เกลียดความรักน้องแต่ทำเป็นซึน เชอะๆๆ ไหนบอกไม่อะไร ทำไมน้องไม่สบายนี่ลุกลี้ลุกลนเชียว
    #1,321
    0
  9. #1306 Rnave12 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 12:50
    เพลงเจ้าตัวเล็กน่ารักจังเลยย ป๋ายป๋าย น่ารัก อยากมีป๋ายเป็นของตัวเอง
    #1,306
    0
  10. #1274 parkxbyun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 10:35
    เลี่ยโทรหาชิงทุกเวลา นี่เพื่อนหรือเซเว่น555555
    #1,274
    0
  11. #1253 chickenkyung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 13:58
    เลี่ยน่ารักขึ้นเยอะมากจริงๆนะ
    #1,253
    0
  12. #1223 Tongdchr (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 09:06
    น้องป๋ายป่วย โถ่ลูก สู้ๆนะ กินยาพี่เขาจะดูแล

    ชื่อแมวพี่ลู่นี่คิดนานมั้ยอ่ะ 55555555
    #1,223
    0
  13. #1211 Meannie Sirichon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 23:43
    เกลียดชื่อแมวมากอ่ะ5555555
    #1,211
    0
  14. #1174 Pinkuplatong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 17:52
    เลี่ย เอาสติกลับมาก่อน
    ตลกตรวที่บอกว่า อย่ามาเล่นปัญหาเชาง์เพราะคนอย่างชานเลี่ยไม่มี5555


    งื้ออออ น้องไม่สบาย
    #1,174
    0
  15. #1154 sweetpss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 00:57
    หื้อออมะสบายแล้ววดูแลดีๆนะเลี่ย
    #1,154
    0
  16. #1115 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 17:22
    หื้ออออ
    #1,115
    0
  17. #1031 PINKLAND (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 12:33
    หลงป๋ายมากไหมอาเลี่ย
    #1,031
    0
  18. #935 LUNLEE (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:28
    อยากเลี้ยงเจ้าหนูจังเล่ยยยย
    #935
    0
  19. #663 BN0412 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 18:13
    หาหมอ หาหมอ
    #663
    0
  20. #359 CBKingDom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 22:52
    ฮือออ มันดีมากเลย อ่านไปร้องไห้ไป มันทำให้รู้สึกตื้นตันมากยิ่งตอนที่น้องทำอะไรๆให้
    #359
    0
  21. #349 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 16:25
    ป๋ายน่ารัก! มีจงมีจุ๊บ น่ารักที่สุดดดดดดดดดด 
    ขนาดไม่ใช่ชานเลี่ยยังหวงน้องเหมือนกันเลย ._. ทำไมน่ารักแบบนี้ ห้ะ!?
    แต่เห็นน้องทำแบบนี้แล้วก็กลัวจังเลย กลัววันข้างหน้า ฮือ...
    #349
    0
  22. #304 Autumn.Devil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 17:19
    ป๋ายเซียนเด็กบ้า! มีจงมีจุบ เลี่ยเกอเอาคืนเลยๆๆ จุบคืนๆๆๆๆ
    #304
    0
  23. #303 Autumn.Devil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 17:17
    ดูแลกันดีจังค่ะ
    เลี่ยเกอก็ห่วงน้อง เจ้าตัวเล็กก็ห่วงเกอ ฮื่อออ
    #303
    0
  24. #283 Ppp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 15:32
    ทำไมป๋ายน่ารักแบบนี้ แง้งงงงงงงงงง มีทำปิ่นโต มีจุ๊บด้วย แง้งงงงงงงงงงงงงงง น่าฟัดล้าเกิ้นนนนน อิเลี่ยตายแน่ ไปไหนไม่รอดหร้อกกกกกกกกกกกก แค่นี้ก็หวงจะบ้าแล้ว
    #283
    0
  25. #278 ติ๋มไม่ติ๋ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 21:04
    โอยย น่ารักอะ มีจุ้บ มีปิ่นโต ฮึกT_T
    #278
    0