end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 8 : นิทานเมาคลี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    9 ธ.ค. 59

S
N
A
P


 

บทที่ 7

นิทานเมาคลี







          ค่ำวันศุกร์ ซื่อชุนและอี้ชิงมาที่บ้าน เป็นที่แน่นอนว่าหมออู๋จะถูกแฮ่ใส่โดยผู้ได้ชื่อว่ามนุษย์ ขณะที่ลูกหมาป่าตัวจริงเสียงจริงพูดด้วยเสียงปะเหลาะ “ขุ่นหม่อ ขุ่นหม่อของป๋าย”


          “จ๋า... ป๋ายเซียน คิดถึงหมอหรือเปล่า”


          “ขิดถึง ขิดถึงขุ่นหม่อของป๋าย”


          “โว้ย! โลภมาก” ชานเลี่ยถึงกับทะลุกลางปล้องขึ้น “โน่นก็ของตัวเอง นี่ก็ของตัวเอง”


          อี้ชิงกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ “เอาน่า... น้องก็เคยว่าแกเป็นของตัวเองเหมือนกัน อย่าน้อยใจไปเลย”


          “ใคร ใคร้! ใครน้อยใจ ไม่มี้!


          “เลี่ยเกอ... เลี่ยเกอก่อของป๋าย”


          “ไม่เอา... ป๋ายเซียน ของตก อย่าเก็บ กอสวะที่ลอยมาตามน้ำ อย่าเกี่ยว ของที่คนเขาไสส่ง ของที่คนเขาทิ้ง” ซื่อชุนยิ้มน้อย ๆ “หรือ... คนที่พ่อของเขายังถีบหัวตะเภาส่ง อย่าเข้าใกล้”


          แต่คนอย่างชานเลี่ย ฆ่าได้ หยามไม่ได้! เฉาฉุ่ย! (ปากเสีย! ) ไอ้หมอ” เจ้าของบ้านเงื้อส้อมขึ้น “เจี๊ยะป้าบ่อสื่อแล้วไหมล่ะ”


          ไอ้ตัวเล็กขมวดคิ้ว “เจี๋ยป๋าบ่อสื่อ”


          “หมายถึง... กินอิ่มแล้ว ไม่มีอะไรจะทำ เลยแกว่งเท้าหาเสี้ยน อยู่ดีไม่ว่าดี”


          “พูดอย่างนี้ก็สวยสิครับ คุณผู่”


          “ก็สวยสิโว้ย! ” มือที่ถือส้อมสั่นระริก ชี้ไปข้างหน้า “สู้กัน หยิบส้อมขึ้นมา! ให้รู้ดำรู้แดงไปข้าง ให้ป๋ายเซียนเป็นพยาน”


          หมออู๋ผงะ อี้ชิงก็ผงะ มีแต่ป๋ายเซียนที่ปรบมือ ทำตาแป๋ว ใครจะนึกว่าอดีตซีอีโออายุยี่สิบเจ็ดปีจะหยิบส้อมขึ้นมา ท้าตีท้าต่อยกับผู้มีการศึกษาราวอัศวินสมัยกลาง!


          เมื่อได้สติ ฮาร์บิเนี่ยนเคาะกะโหลกเพื่อนสนิทแรง ๆ ด้วยตะเกียบ แล้วเหน็บแนมเป็นกระสัย “อ้อ... เห็นน้องเป็นเจ้าหญิงสมัยกลางที่อัศวินสองนายยื้อแย่งแข่งขันกันล่ะสิ”


          นั่นแหละ... ไอ้เลี่ยของไอ้ตัวเล็กถึงได้สติ “ไม่ใช่โว้ย! ไอ้ตัวเล็กไม่ใช่เจ้าหญิง”


            เป็นแค่ลูกหมา แค่ลูกหมานั่นแหละ!

 






            เป็นอันว่าค่ำวันนั้น ทั้งซื่อชุนและอี้ชิงเดินทางกลับโดย... เกือบจะสวัสดิภาพ แม้ว่าแก้มข้างหนึ่งของหมออู๋จะปรากฏรอยข่วนด้วยส้อมเป็นทางยาว ฝีมือชานเลี่ยที่หัวเราะชอบใจพลางตะโกนว่า Bon voyage (เดินทางปลอดภัย) นะไอ้หมอ ฮิยะฮะฮะฮะฮ่า!


            อาบน้ำ แปรงฟัน ตรวจตราว่ามนุษย์เมาคลีไม่ได้อาบแป้งแล้ว ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยก็กระตุกชายเสื้อเขายิก ๆ อ้อนวอนทั้งรอยยิ้มว่า “หนีทาน หนีทาน”


          “ถ้าฉันลืมล่ะ”


          ป๋ายเซียนมุ่ยหน้า สักพักก็แบะปาก “เลี่ยเกอ... ลืม ลืมด่วย”


          ตั้งแต่เมื่อไหร่... ที่น้ำตาของอีกฝ่ายกลายเป็นสิ่งต้องห้าม ชานเลี่ยไม่อยากเห็น และก็กลัวเกินกว่าจะกลั่นแกล้งต่อไปได้ “ล้อเล่นน่า” ที่สะอื้นฮัก ๆ หูตาแดงก่ำ ล้มพับไปโดยที่ผมยังเปรอะแว็กซ์เปลี่ยนสีผมน่ะ ไม่อยากเห็นแล้วจริง ๆ “อย่าร้อง ป๋ายเซียน ฉันซื้อมาหรอก มานี่”


          ลูกหมาป่าได้ยินก็ยิ้มแต้ เด็กหนอเด็ก... เสียใจก็แสดงออกว่าเสียใจ ดีใจก็แสดงออกว่าดีใจ ไม่รู้จักซ่อนเร้น


          ป๋ายเซียนกระย่องกระแย่งตามเขาต้อย ๆ ฟังตัวปัญหาแห่งซัวเถาบ่นกระปอดกระแปดถึงซื่อชุนไปพลาง พยายามอย่างยิ่งที่จะโต้แย้งไปพลาง ( “อย่าว่าหม่อ” ) และเมื่อถูกชานเลี่ยดีดหน้าผาก ฐานที่เป็นปากเป็นเสียงแก่หมออู๋ มนุษย์เมาคลีก็จะงับมือของชายหนุ่มร่างสูงด้วยเขี้ยวเบา ๆ


          “แตะต้องไม่ได้เลยนะ อู๋ซื่อชุนของเราน่ะ”


          “ป๋าย!


          “กัดยังงี้ ขืนฉันเจ็บ ว่ายังไง”


          แทนคำตอบ ป๋ายเซียนอ้าปากและชี้ที่ลิ้นสีชมพู


          “ไม่เอา ไม่ให้เลีย!


          พาเด็กชายไปยังถ้ำหมาป่า มนุษย์เมาคลีกอดตุ๊กตาตัววอมแบทด้วยแขนข้างหนึ่ง และกอดตุ๊กตาเสือโคร่งด้วยแขนอีกข้าง ตาใสแจ๋ว ใจจดใจจ่อ เพียงแต่ตัวปัญหาคงเป็นตัวปัญหาอยู่วันยังค่ำ เดี๋ยวแสงสว่างไม่เพียงพอบ้างล่ะ เดี๋ยวที่นอนแข็งเกินไปบ้างล่ะ เดี๋ยวมีเสียงรบกวนจากถนนมากเกินไปบ้างล่ะ ลงเอยด้วยคำถาม...


          “เรานอนอยู่ตรงนี้ ที่นี่ ทุกคืนได้ยังไงนะ”


          “เลี่ยเกอให่นอน” ไอ้ตัวเล็กตอบซื่อ ๆ


          แน้! เป็นความผิดของเขาอีก


          “ก็ได้” ชานเลี่ยบอกอย่างขอไปที “คืนเดียวล่ะ”


          นั่นแหละ ลูกหมาป่าจึงถูกหอบหิ้วมายังห้องนอนของซีอีโอตกอับเป็นครั้งที่สอง นับแต่การนอนกลางวันระหว่างที่ช่างทั้งสามง่วนกับการติดตั้งเชือกมะนิลาสำหรับหัดเดิน


          ปล่อยให้ป๋ายเซียนกลิ้งหลุน ๆ ไปมาบนเตียงนอนขนาดหกฟุตพักหนึ่ง ก่อนจะหาที่ทางให้ตัวเอง เด็กชายเขยิบเข้าใกล้ ซุกหัวทุย ๆ ลงกับแขนข้างหนึ่งของเขา ก่อนจะชะแง้ดูหนังสือนิทานมือสองในมือของชายหนุ่มร่างสูง กลิ่นแชมพูจากผมของลูกหมาป่าชวนเสียสมาธิ ชานเลี่ยหลับตาลงครู่หนึ่ง ลืมตาขึ้น และเริ่มต้นอ่าน...


          “ได้เวลาออกล่ากว่าจะแจ้ง เพื่อสำแดงความใหญ่ยิ่งทั่วสิงขร คมเขี้ยวเล็บข้าขยายขจายจร กู่สะท้อนก้องดงพงพนา”


          อีกฝ่ายแสดงอาการตอบรับด้วยเสียงงี้ด ๆ เบา ๆ


          “โอ จงฟัง ขอให้ล่าโดยสวัสดิ์ ท่านมวลสัตว์ผู้เคารพกฎของป่า ระมัดกาย ระวังตัวกลัวอาญา เพราะกฎป่าไม่ไว้หน้าแก่ผู้ใด” เขารีบกระแอมเมื่อบทกวีสิ้นสุดลง และไอ้ตัวเล็กทำท่าจะส่งเสียงหอน “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าแห่งหนึ่ง ระหว่างหมู่เขาซีโอนี ประเทศอินเดีย มีโขลงช้างซึ่งเป็นเจ้าป่า และมีฝูงหมาป่าแห่งผาหินขนาดใหญ่ เรียกว่าผาประชุม อาศัยอยู่ร่วมกับสัตว์ชนิดอื่น ๆ อย่างผาสุก”


          “มะ... แม่! ” ป๋ายเซียนร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นภาพหมาป่าเขียนด้วยดินสออย่างหยาบ ๆ ในหนังสือนิทาน


          “สัตว์ทุกตัวปฏิบัติตามกฎแห่งป่า ที่ว่าจะล่าแต่พออิ่ม และไม่ข้องเกี่ยวกับมนุษย์ เว้นแต่จิ้งจอกตาบาคีผู้ไร้เกียรติ และเชียร์คาน เสือเฒ่าขาเป๋ วันหนึ่ง เชียร์คานจู่โจมมนุษย์ และสังหารมนุษย์ได้ โดยถูกไฟของมนุษย์ทำให้ตาพิการเสียข้างหนึ่ง ลูกมนุษย์ซึ่งยังแบเบาะคลานไปยังถ้ำของแม่หมาป่าที่มีลูกครอกหนึ่ง นางจึงรับลูกมนุษย์นั้นไว้เป็นลูก แม้จะถูกเชียร์คานผูกพยาบาทก็ตาม แม่หมาป่าให้ชื่อลูกมนุษย์ว่า เมาคลี หมายถึง ลูกกบ เพราะนางเห็นว่า ลูกมนุษย์ไม่มีขน ผิวหนังโล้นเลี่ยนเหมือนกบ”


          “กบ... ”


          “ที่กระโดดไปมาไง”


          “โอ๊บ... โอ๊บ... ”


          “เออ ฉลาด” ตบปุ ๆ ที่หัวทุย ๆ นั้นอีก คราวนี้ลูกหมาป่าเลียมือของเขาเบา ๆ “เมาคลีถูกพาไปยังผาประชุม เพื่อให้หมาป่าลงมติว่า จะรับเด็กชายเข้าฝูงหรือไม่ อาเกล่า จ่าฝูงหมาป่าเมตตาเมาคลี อย่างไรเสีย หมาป่าส่วนใหญ่ปฏิเสธเมาคลี เพราะเกรงอำนาจเชียร์คาน กระทั่งเสือดำบากีร่า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสัตว์เลี้ยงของสุลต่านแห่งอินเดีย จึงรู้จักและเข้าใจมนุษย์ดี นำควายป่าที่ล่าได้มาแลกเป็นชีวิตของเมาคลี เด็กชายจึงได้เข้าฝูง”


          “อ่าเก่ล่าดี... ดีเหมื่อนอี้”


          “เมาคลีเติบโตมาโดยเรียนรู้ศาสตร์แห่งป่าทุกชนิดจากบาลู หมีเฒ่าผู้เป็นครู และบากีร่าผู้เป็นเสมือนพี่ชาย ทั้งยังได้คา งูเหลือมยักษ์เป็นพันธมิตร เมื่อครั้งถูกฝูงลิงบันดาโล้กซึ่งไร้อารยะลักพาไปยังปราสาทร้างกลางป่า คา บาลู และบากีร่า ร่วมกันช่วยเหลือเมาคลีได้สำเร็จ”


          เพราะมองไม่เห็นภาพงูเหลือมยักษ์ ไอ้ตัวเล็กจึงพยายามป่ายปีนขึ้นมาบนตัวชานเลี่ย ชายหนุ่มร้องจุ๊ ๆ แล้วผลักเด็กชายให้กลับลงไปนอนขดตัวอยู่ข้าง ๆ


          “เชียร์คานยังตามจองเวรไม่ละลด ถึงกับยุยงให้หมาป่าหนุ่มในฝูงทรยศต่ออาเกล่า ปลดอาเกล่าจากตำแหน่ง เมาคลีจึงจากผาประชุมไปยังหมู่บ้านมนุษย์ โดยปฏิญาณว่าจะถลกหนังของเชียร์คานมาปูลาดผาประชุมให้ได้ เขาทำสำเร็จในเวลาต่อมา โดยใช้ปัญญาอย่างมนุษย์ ต้อนควายของชาวบ้านลงจากที่สูงสองทางในเวลาเดียวกัน เหยียบเสือเฒ่าขาเป๋ตายคาที่ อย่างไรก็ตาม การกระทำนี้ทำให้มนุษย์รังเกียจเขา กล่าวหาว่าเมาคลีเป็นปีศาจ ขับไล่เมาคลีจากหมู่บ้าน และทำร้ายแม่ซึ่งเป็นมนุษย์ของเมาคลี เมาคลีจึงขอความร่วมมือจากโขลงช้างซึ่งเป็นเจ้าป่า ทำลายหมู่บ้านแห่งนั้น และกลับมาอาศัยร่วมกับสัตว์ป่าดังเดิม”


          “เสือ... เสือต่ายแล่ว” ป๋ายเซียนเหลือบมองตุ๊กตาเสือโคร่งของตัวเอง “นา... ส่งสาร”


          “เสือจะกินเมาคลี สงสารอะไร”


          “ก่อ... มันหิว”


          “ซื่อบื้อตะหาก เล่นกะใครไม่เล่น” ตัวปัญหาแห่งซัวเถา ท่าทางเหมือนเด็กเล็ก ๆ ขึ้นหน่อยหนึ่ง “วันหนึ่งเมาคลีได้กลับไปยังปราสาทร้างของฝูงลิงบันดาโล้ก และได้พบพระแสงขอช้างโบราณทำจากทับทิมในนั้น จึงนำออกมาข้างนอก แล้วก็ทิ้งไป เพราะเมาคลีเป็นคนป่า ไม่เห็นว่าทับทิมมีค่า หนักเปล่า ๆ กินเก๊าะไม่ได้... ปรากฏว่ามีมนุษย์มากมายแย่งชิงพระแสงขอช้างนั้นจนถึงแก่ความตาย เมาคลีจึงนำพระแสงขอช้างไปคืน”


          “ถับทิม”


          “หินแข็ง ๆ สีแดง ๆ แวววาวน่ะ” ชานเลี่ยอธิบาย “ก่อนที่เมาคลีจะเติบโตเป็นชายหนุ่ม ฝูงจิ้งจอกแดงจากที่ราบสูงเดคคานทางตอนใต้ อพยพมายังป่าซีโอนี สร้างความเดือดร้อนแก่สัตว์ป่าทั้งหลาย เมาคลีร่วมกับอาเกล่า และเกรย์ พี่ชายหมาป่าของตัวเอง นำฝูงหมาป่ารบกับฝูงจิ้งจอกแดงได้รับชัยชนะ แต่ฝูงหมาป่าแห่งผาประชุมก็ต้องเสียอาเกล่าไปในศึกครั้งนี้”


          “อ่าเก่ล่า... ” มนุษย์เมาคลีครวญคราง


          “ไม่ช้า เมาคลีเติบใหญ่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ไม่สามารถอาศัยอยู่ในป่าได้ต่อไป จำเป็นต้องบอกลาบาลูและคา ขณะที่เมาคลีดึงดันเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ยอมไปจากป่า บากีร่าก็ปรากฏตัวขึ้น ด้วยเรี่ยวแรงอันถดถอยในวัยชรา และบอกแก่เมาคลีว่า ฉันได้ล่าควายป่าไว้อีกตัวหนึ่งแล้ว เป็นการไถ่ชีวิตเจ้า เช่นเดียวกับที่เคยซื้อชีวิตเจ้าเมื่อยังเล็ก เพื่อให้ไปจากป่าโดยไม่ติดค้างคุณใคร ต่อแต่นี้ ขอให้ล่าโดยปลอดภัย ขอให้ดำรงชีวิตอย่างผาสุก และจำไว้... บากีร่ารักเจ้า”


          ป๋ายเซียนป่ายปีนขึ้นมาบนตัวเขาอีกแล้ว คราวนี้ชานเลี่ยปล่อยเลยตามเลย ยื่นหนังสือนิทานมือสองให้ลูกหมาป่าอ่านอย่างเสียไม่ได้ เด็กชายร้องอู้อ้า ตื่นตาตื่นใจกับภาพเขียนด้วยดินสออย่างคร่าว ๆ ให้ซีอีโอตกอับนึกแปลกใจนัก


          แต่ก็... เออ...


          บางครั้งบางคราว สำหรับคนที่เติบโตมาในป่า ความน่าตื่นตาตื่นใจอาจเรียบง่ายกว่าที่ชายหนุ่มประเมินค่า เหมือนกับเมาคลีในนิทานนั่นไง... เด็กหนุ่มที่โยนพระแสงขอช้างโบราณทำจากทับทิมทิ้งไปอย่างง่ายดาย เพียงเพราะมัน... ไม่อร่อย


            “แรก ๆ เมาคลีคร่ำครวญถึงป่า สับสน ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลูกมนุษย์หรือลูกสัตว์ ท้ายที่สุดก็ได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในบังคับอังกฤษ ชื่อนายกิสบอร์น และได้แต่งงานกับลูกสาวของคนรับใช้ของนายกิสบอร์น ใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์อย่างมีความสุข... ตลอดไป”


          นิทานจบ แต่คน... ไม่จบ ไอ้ตัวเล็กกดคางลงกับอกของเขา พึมพำอย่างเด็กช่างสงสัยว่า “ส่งสาร บ่ากี่ร่า”


          “ฮื่อ... บากีร่ารักเมาคลีมากนะ”


          “ถั่มไม... ถั่มไม หม่าวคลี... ไหม่อยู่กับบ่ากี่ร่า บ่ากี่ร่า... ไหม่... ไม่ชอบหม่าวคลีใฉ่ไหม”


          “ไม่ใช่นะ” ชานเลี่ยปฏิเสธ “ป่าไม่ใช่ที่ของเมาคลี เมาคลีเป็นมนุษย์ เหมือนเราแหละ ท้ายที่สุด เราก็ต้องไปสู่ที่ที่เป็นของเรา”


            อะฮ้า! เสวียนจั้ง (พระถังซำจั๋ง) ต้องสยบ! จะหาใครลุ่มลึกกว่าผู่ชานเลี่ยไม่มี ฟังอยู่หรือเปล่า เตี่ย ชายหนุ่มร่างสูงหัวเราะหึหึในใจ ใครว่าเลี่ยของเตี่ยพูดจาเข้าทีไม่เป็น


          “แต่... ” เจ้าหนูจำไมสงสัยอีก “แต่... แต่ถี่ข่องหม่าวคลีไม่มีบ่ากี่ร่า หม่าวคลีจา... จามีฟามซุกได้ยังไง”


          “ความสุข” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาแก้ “ไม่รู้ซี... ถามอะไรไม่ได้ความ นอนเสีย ออกไปได้แล้ว กลับถ้ำหมาป่าของเราได้แล้ว ลงจากตัวฉันเสียที”


          “เลี่ยเกอ”


          “หือ... ”


          “เลี่ยเกอมาจากไหน่ ป๋ายไหม่รู่” ไอ้ตัวเล็กกระซิบ “เลี่ยเกอจา... จา... กลับไป่รือเปล่า”


          เกือบจะสะดุ้ง เขาก้มลงมองใบหน้าเล็ก ๆ บนอกของตัวเอง ป๋ายเซียนจ้องซีอีโอตกอับเขม็ง ท่าทางเอาจริงเอาจังอย่างเด็ก ๆ


          “ก็... ต้องกลับไป... ล่ะมั้ง”


          “ถี่นี่... ไหม่ใฉ่ถี่ของเลี่ยเกอใฉ่ไหม”


          “ถามอะไรก็ไม่รู้”


          “เลี่ยเกอ” คิ้วขมวดมุ่น เด็กชายกำลังกลัว... กลัวจริง ๆ กลัวอย่างบริสุทธิ์ใจ “ย้า... หนีป๋าย... ไป่ไหน ได่ไหม”


          ตั้งแต่เมื่อไหร่... ที่เขาไม่ได้กลัวดวงตาสีอำพันคู่นี้เหมือนในวันแรก


          “ไม่เอาน่า” ชานเลี่ยลูบหลังมนุษย์เมาคลีไปมา “ก็แค่นิทาน”


          “แต่... หม่าวคลีมีมะ... แม่ฮูหยิน เหมื่อน... ป๋าย” ลูกหมาป่าละล่ำละลัก “เขาเป่นเหมื่อนป่าย เหลยต้องออก... จากป่า ป่าไหม่ใฉ่ถี่ของเขา”


          “อือฮึ... ”


          “ตอนนี่ป่า... ไหม่ใฉ่ถี่ของป๋ายแล่ว แต่... บ่านของเลี่ยเกอคือถี่ของป๋าย”


          “ให้ตายสิ เด็กขี้แยเอ๊ย”


          ที่แท้... ก็กลัวว่าในท้ายที่สุด จะต้องระเหเร่ร่อน ไม่รู้ว่าจะถูกลมเพลมพัดไปทางไหน ไม่รู้ว่าจะลงเอยกับใครนั่นเอง ป่าไม่ใช่ที่ของลูกมนุษย์หน้าไหน แต่... แต่ถ้า... ถ้าแม้แต่ข้างนอกก็ไม่มีที่ให้ไป...


          ก็จะถูกไสส่งเหมือนที่เมาคลีถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจ เพื่อจะถูกบากีร่าผลักกลับออกไปอีกครั้ง


          ป๋ายเซียนถูกนำออกจากป่า ถูกส่งตัวไปยังศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเนิ่นเจียง และถูกส่งต่อมายังเขา... และถ้าชานเลี่ย... ถ้าชานเลี่ย...


          อดีตซีอีโอส่ายหน้า ไม่! ไม่ได้! คิดพลางรามือจากการลูบหลังเพื่อปลอบใจ เปลี่ยนเป็นการกอดรัดไว้แน่น


          “ไม่เป็นไรน่า”


          อกของเขาเปียก น้ำตาของมนุษย์เมาคลีนั่นเอง ไม่น่าเล้ย... ตัวปัญหาแห่งซัวเถานึกตำหนิตัวเองในใจ แทนที่จะซื้อหนังสือนิทานแบบดัดแปลง ดั๊น... ซื้อหนังสือนิทานต้นฉบับ แบบนี้หนักเกินไป... หนักเกินไปสำหรับป๋ายเซียน


          ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ กว่าเด็กชายจะสงบลง เมื่อชานเลี่ยก้มลงมองอีกครั้ง ป๋ายเซียนก็กำลังหลับสนิทอยู่บนอกของเขา


          “ตัวนิดเดียว” เขาพึมพำ “ไม่หนักเลย”


          จะให้นอนแบบนี้ทุกวันก็ได้...


            ชานเลี่ยคิดสะระตะ เอาน่า... ข้างนอกอึกทึก เสียงจากถนนรบกวน ที่นอนก็แข็งกระด้าง สงสารเด็กมัน จะให้นอนบนเตียงนอนหลังนี้กับเขาทุกวันก็ได้นี่...


          เกือบเที่ยงคืน ชายหนุ่มจึงพลิกตัว จับเอาป๋ายเซียนนอนลงข้าง ๆ เหมือนเดิม ขณะที่พลิกตัวอีกครั้ง หันหลังกลับไปกอดหมอนข้าง สะลึมสะลือ จวนจะหลับแหล่มิหลับแหล่นั่นเอง


          “เลี่ยเกอ... ” เสียงกระซิบดังขึ้นในความมืดราวกับลูกหมาป่ากำลังละเมอ “กอด... กอดป๋ายเหมื่อนเดิม ได่ไหม... ”


            เฮ้อ...


            หมอนข้างจึงเป็นหมัน เมื่อซีอีโอตกอับหันกลับไปก่ายกอดเด็กชาย บอกตัวเองว่าคืนนี้ป๋ายเซียนขวัญเสีย เขาจำเป็นต้องทำอย่างนี้ ไม่มีเหตุผลอื่น


          “แค่คืนนี้นะ”


          ผู่ชานเลี่ยเป็นคนโง่ โหลยโท่ยอย่างที่อี้ชิงว่า ตัวปัญหาแห่งซัวเถาไม่เคยสำเหนียกเลย ว่าคำพูดทำนอง “แค่ครั้งเดียวนะ” ของตัวเองไม่เคยมีความหมาย เขาจะใจอ่อนลงจนได้... ใจอ่อนลงจนได้...


          กับป๋ายเซียน





          ชานเลี่ยตื่นสาย และตื่นขึ้นด้วยอาการไม่สบายตัวที่ประเดประดังพร้อมกัน จากตะวันที่ไชตา จากแรงกระตุกที่ชายเสื้อ เมื่อลูกหมาป่าผู้หิวโหยกัดทึ้งชุดนอนผ้าฝ้ายของเขาอย่างตะกละตะกลาม (ดีดหูอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง เสียงดังป๊อก! ) ที่สำคัญ...


          จากหน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏภาพอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จอมเผด็จการแห่งศตวรรษที่ยี่สิบทั้งข้อความ เตี่ยไง ตัดสายทิ้งเลย


            “เตี่ย!


          กระวีกระวาดรับโทรศัพท์ ความคิดถึงพรั่งพรูเป็นคำพูด จับความได้ว่า...


          “ฮะฮ่า! คิดว่าไอ้เลี่ยตายไปแล้วสิท่า ยัง... ย้าง... ยังร้อก! ไอ้เลี่ยที่เตี่ยไม่รักยังอยู่ดี กินอิ่มนอนอุ่น โธ่เอ๊ย! มังกรฟ้าแห่งซัวเถา งูดินล่ะไม่ว่า ไม่มีอะไรใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ผู่ชานเลี่ยทำไม่ได้ เคยได้ยินอ๊ะป่าว ไม่เคยล่ะเซะ... ล่ะเซะ! นี่ล่ะน้า วัน ๆ อยู่แต่กะเจ็ก เคี้ยวเคาหยกเค็ม ๆ ของม้าตุ้ย ๆ แล้วก็นอน เตี่ยจะไปรู้อาร้าย”


          “อาเลี่ย... นี่ม้าเอง”


          เง็กอ้วงไต่ตี่ยังปรานีบ้านผู่ แม้ชานเลี่ยจะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อก็ยังเป็นชายชาตรี ไม่วี้ดว้าย นอกจากส่งเสียงแหลมเหมือนแพะถูกเชือดขณะสบถ “ตายหะ”


          “ถ้าลื้อบอกม้า ว่าเคาหยกของม้าไม่อร่อยแต่แรก ม้าจะปรับปรุง โธ่... ลูกชาย ลื้อเสียคนเพราะม้าแท้ ๆ เพื่อน ๆ เขาล้อเอาใช่ไหม ว่ากับข้าวในปิ่นโตของลื้อไม่อร่อย เป็นปมในใจลื้อ ตั้งแต่ยังสวมผ้าอ้อมจนสวมถุงยาง... ม้าขอโทษ”


          “ม้า... ม้าใจเย็น ๆ ” ถึงกับไปไม่เป็น เตี่ยก็ช่างเหน็บแนม ม้าก็ช่างตัดพ้อ คนหนึ่งก็ร้ายจนเลือดซิบ อีกคนก็ดีเหลือแสน เลี่ยปวดกบาล! “ไม่เกี่ยวกับม้า ผมรักม้า รักที่สุด มาให้จุ๊บทีนะม้า มามะ... หน้าผากหนึ่งจุ๊บ ตะหมูกหนึ่งจุ๊บ คางหนึ่งจุ๊บ... ”


          จู่ ๆ เสียงของม้าก็ต่ำลง “โอ๊ย ชื่นจ๊าย... ชื่นใจ”


          “อี๋! เตี่ย! มาได้ยังไง!


          “อารายวะ โทรศัพท์เตี่ย ม้าจะใช้มั่งไม่ได้หรือไง คนร่วมเตียงเคียงหมอน ม้าลื้อก็เมียเตี่ย เมียเตี่ยก็ม้าลื้อ”


          “เออ! รู้หรอกน่า”


          “คิดทึ้งคิดถึง ไม่ได้ยินเสียงเสียนาน กับป๋ายเซียนไปถึงไหนแล้ว ข่าวคราวเงียบหาย ตายแล้วหรือไง”


          ได้ยินใครเรียกชื่อ มนุษย์เมาคลีปล่อยชายชุดนอนผ้าฝ้ายทันควันแล้วร้อง “ป๋าย!


          “โอ้... ยังไม่ตาย ดีล่ะ อาเลี่ย ริ้นอย่าให้ไต่ไรอย่าให้ตอมเชียวนา จนกว่าจะพูดจ๋อย ๆ เป็นต่อยหอยเลยล่ะ”


          “เตี่ยมาทำเองไหมเล่า!


          ผู่เหวินไถพูดเสียงขึ้นจมูก “ไหนว่าไม่มีอะไรใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ผู่ชานเลี่ยทำไม่ได้”


          “รู้ได้ยังไง ผมบอกม้าหรอก ประโยคเมื่อกี้”


          “ม้าเปิดลำโพงเป็น”


          สองพ่อลูกแฮ่ใส่กันอยู่พักใหญ่ กระทั่งท้องประท้วง เสียงดังโครกคราก ซีอีโอตกอับจึงวางสาย เดินงัวเงียลงบันไดไปพร้อมกับป๋ายเซียน ที่ชายหนุ่มร่างสูงอยากใช้คำว่า ด๊อกแด๊กลงบันไดมากกว่า เด็กชายเดินสองขาได้ แต่การทรงตัวไม่เอาอ่าวนัก ดูเหมือนตุ๊กตาส่ายหัวบนคอนโซลรถยนต์


          นึกว่าจะไม่มีอะไรให้ เลี่ยปวดกบาล แล้วเชียว จนไอ้ตัวเล็กถามขึ้นประสาซื่อ


          “เลี่ยเกอ จุบป๋ายบ่างได่ไหม”


          “จุ๊บเจิ๊บอะไร!


          “หนาผากหนึ่งจุบ ตาหมูกหนึ่งจุบ คางหนึ่งจุบหง่าย”


          “ต่อไปนี้นะ” คนเป็นเกอมือไม้สั่น ชี้หน้าแล้วคาดโทษ “จะไม่ให้ดูทีวี ใครโทรศัพท์มา ออกไปห่าง ๆ เลย! ไม่ให้รู้ ไม่ให้เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ เราน่ะมันเด็กแก่แดด เด็กช่างลอก หลายทีแล้ว”


          “ง่า... ป๋าย... ”


          เด็กบ้าเอ๊ย... บ้าจริง ๆ

 






          ความทุกข์ของตัวปัญหาแห่งซัวเถาราวแม่น้ำแยงซีที่หลากไหลไม่สิ้นสุด เสร็จจากมื้อเช้าอย่างง่าย ๆ (ง่ายกว่าเดิมมากเมื่อไม่มีเนยซึ่งมีราคาแพงแล้ว ตักทูน่ากระป๋องช้อนหนึ่งโปะลงไปบนขนมปังแล้วเคี้ยวกร้วม ๆ ) และการกระตุ้งกระเตงลูกหมาป่าเข้าห้องน้ำไปอย่างทุลักทุเล ซีอีโอตกอับก็พบว่า ทั้งเขาและมนุษย์เมาคลี ไม่มีเสื้อผ้าสะอาดสำหรับสวมใส่อีกต่อไป!


          “เหลื่อ... ฉุดเดียวเอง” ป๋ายเซียนพึมพำ


          แน่ล่ะสิ... ที่ลั่นวาจากะเตี่ยว่าจะซักผ้าจนกว่ามือจะหลุด จะทำอะไร ๆ เอง เอาให้กล้ามปูด กล้ามพองเป็นจับกัง ผ่านมานมนานแล้วนี่  ไม่อยากจะบอกไอ้ตัวเล็กเล้ย... ว่าชั้นในของชานเลี่ยน่ะ ทั้งกลับด้าน ทั้งใช้กระดาษชำระรองเป้า ทั้งฉีดน้ำหอมเสียฟุ้ง (ชาแนล โคโค นัวร์ กับชั้นใน อะฮ่า! ไหน... ใครจะหือกะเลี่ย... ไหน! ) มาร่วมสัปดาห์แล้ว


          “ซักก็ซัก! ” ลั่นกลองรบแล้วปักส้อมลงกับโต๊ะอาหารทันที


          ออกจะน่าหงุดหงิด ก็ชายหนุ่มร่างสูงไม่รู้จริง ๆ ว่าจะซักผ้าอย่างไร ถึงกับต้องหาจากอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่าไม่พบ... เพราะคงไม่เคยมีใครถามหาวิธีซักผ้าด้วยมือบนสื่อสังคมออนไลน์มาก่อน ทำไมหนอ... ไม่ง่ายเหมือนซักด้วยเครื่องซักผ้า จิ้มโน่นจิ้มนี่เป็นได้เรื่อง จะมีก็แต่ ซักผ้าด้วยมืออย่างไรให้มีกลิ่นหอม หอมเหิมอะไรเล่า ซักให้ได้ก่อนเถอะน่า!


          ร้อนถึงเพื่อนรักเพื่อนตายที่ดูจะอยากตัดบัวไม่เหลือใย อันเฟรนด์กับเขาในชีวิตจริงให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่มีป๋ายเซียนล่ะก็ อี้ชิงเผ่นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว! “เทผงซักฟอกลงไป ให้มีน้ำก่อนนะโว้ย! ตี ๆ ให้ขึ้นฟอง โยนเสื้อผ้าลงไป แช่ไว้สักห้านาที ขยี้ ๆ บิด ๆ ล้างสักสองครั้ง สะบัด ๆ ตาก แยกผ้าขาวกับผ้าสีด้วยล่ะ”


          ใช้เวลาสิบนาที จำให้ขึ้นใจ ก่อน ของจริง จะเริ่มต้น ป๋ายเซียนกระดี๊กระด๊า วิ่งไล่ฟองที่แทบจะล้นจากห้องน้ำ เพราะซีอีโอตกอับทะลึ่งเทผงซักฟอกลงไปเกือบทั้งซอง ( “ทำไมมันเยอะยังงี้ ชิง! ตะคอกลงไปตามสายโทรศัพท์ เพียงเพื่อให้ฮาร์บิเนี่ยนตะคอกกลับ “ใครใช้ให้เทลงไปเกือบทั้งซอง! ) ชานเลี่ยเปียกปอนไปทั้งตัว มืออย่างผู้ดีตืนแดงที่ตะแคงตีนเดินมาทั้งชีวิตก็คันคะเยอ ยุบยิบ


          “เจ็บ! เจ็บโว้ย! ทำไมเจ็บอย่างนี้! ” ตะโกนอยู่อย่างนั้นซ้ำ ๆ ซาก ๆ


          “ป๋าย! ” ไอ้ตัวเล็กเยี่ยมหน้าเข้ามาในห้องน้ำทันที “ป๋าย! ” พลางชี้ที่ลิ้นของตัวเอง


          “ไม่เอา ไม่เลีย จะบ้าหรือไง นี่ผงซักฟอก ตายนะ ตาย!


          ลูกหมาป่าจึงด๊อกแด๊กเข้ามา แล้วค่อย ๆ อุ้มกะละมังสีฟ้ารูปปลาของตัวเองขึ้น ชานเลี่ยเห็นอย่างนั้นก็ร้องห้าม


          “อย่านะ วางลงเดี๋ยวนี้”


          “แต... เสื่อผ่าของป๋าย”


          “เสื้อผ้าอะไร”


          “เลี่ยเกอบอกวา... ” เอียงคอไปทางโน้นที ทางนี้ที “ป๋าย... จะต่องซักเสื่อผ่าของป๋ายเอง”


          ก็เคยพูดอย่างนั้นจริง ๆ แหละ แต่... จะว่ายังไงดีล่ะ มือของฉันยังคันคะเยออย่างนี้ แล้วของเด็กคนนี้... น้ำตาของอีกฝ่ายเมื่อถูกน้ำยากัดสีผมกัดหนังศีรษะติดอยู่ในความทรงจำ ชานเลี่ยเม้มริมฝีปาก กลายเป็นเส้นตรงบางเฉียบ


          “ไม่ต้อง” ชายหนุ่มร่างสูงตัดสินใจพูดในที่สุด “ไม่ไหวหรอก ฉันจะซักของเราเอง ส่งมานี่”


          “แต่... ป๋าย”


          ไม่ทันที่ป๋ายเซียนจะโต้ตอบอย่างไร เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น เด็กชายทำตาโต ไม่ต่างจากติงลี่เมื่อหูและหางตั้ง พลางวิ่งทั่ก ๆ ไปที่ห้องนั่งเล่น ทันทีที่ประตูเปิดออก ซื่อชุนก็ก้าวเข้ามา


          “ว่าไง... ป๋ายเซียน” เสียงแว่ว ๆ ได้ยินถึงในห้องน้ำ ชายหนุ่มร่างสูงขยี้ผ้าแรงขึ้น ก็แหม... กำลังทำอะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่า เท่ ที่สุดในชีวิตอยู่เชียว ไอ้หมอขัดจังหวะอีกจนได้!


          “หม่อ! หม่อของป๋าย จุบป๋ายหน่อย หน้าผากหนึ่งจุบ ตาหมูกหนึ่งจุบ คางหนึ่งจุบ”


          เฮ้ย!


            เสียงฮื้อ ฮ้า งี้ด ง้าด... ดังขึ้น ราวกับใครถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงเป็นพัลวัน ตามด้วยเสียงหัวเราะสดใสของลูกหมาป่า “หม่อ... จักจี๋” ไรหนวดที่เหนือริมฝีปาก และที่คางของหมออู๋คงถูกเนื้ออ่อนเหมือนหยกของป๋ายเซียนเข้า เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน!


            “หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย! ” เสียงคำรามดังออกมาจากในห้องน้ำ เพียงแต่ไม่มีใครสนใจจะฟัง ขณะที่หูตาตัวปัญหาแห่งซัวเถายังพร่าพรายด้วยฟองผงซักฟอก


          “หม่อของป๋าย อ่าเก่ล่าของป๋าย”


          “ฮื้อ... จำจากไหนแน่ะ ป๋ายเซียน”


          “จาก... หนีทาน อ่าเก่ล่าดี อี้ดี หม่อดี หม่อกะอี้ เปนอ่าเก่ล่า” เสียงตอบจ้อย ๆ


          “หมอเป็นอาเกล่า คุณจางก็เป็นอาเกล่า แล้วคุณผู่ล่ะ... เป็นใครหรืออะไรในนิทาน”


          “อือ... ” เงียบไปนาน ก่อนจะหัวเราะขึ้นอีกครั้ง เสียงใส กังวาน เหมือนระฆังแก้ว “เปนเชียร์คาน! เลี่ยเกอเปนเชียร์คาน!


          เท่านั้นแหละ ชานเลี่ยทะลึ่งพรวดขึ้นจากฟองผงซักฟอก ใบหน้าถมึงทึง ถลันผ่านม่านฟอง จ้ำอ้าวจากห้องน้ำทั้งที่ฟองขาว ๆ ยังเปรอะทั้งหัวหู “ว่ายังไงนะ! ” เจ้าบ้านตะเบ็งเสียง “เชียร์คานเรอะ! หน็อยแน่ะ ป๋ายเซียน บังอาจนัก! เรียกฉันว่าเชียร์คานเสียได้ มานี่! พ่อจะตีเสียให้เข็ด!


          เด็กชายที่ลำพังเดินสองขายังด๊อกแด๊กจึงถูกเสือร้ายกระโจนตะครุบ ท่ามกลางเสียงร้องอย่างไม่พอใจของซื่อชุน และเสียงเอิ้กอ้ากของมนุษย์เมาคลี


          ถ้าชานเลี่ยได้ยินอีกประโยคหนึ่ง... ก่อนจะตึงตังจากห้องน้ำมา อาจไม่เป็นฟืนไฟอย่างนี้


          ประโยคที่ว่า ไหม่ให่เลี่ยเกอเปนบ่ากี่ร่าหรอก


            ดีดหน้าผากป๋ายเซียนดังป๊อก เนื้ออ่อนแดงขึ้น ลูกหมาป่ายู่หน้า จากนั้นก็แลบลิ้น


          “หน็อย! แลบลิ้นเรอะ! เด็กแก่แดด! เด็กนิสัยไม่ดี!


            ไหม่ให่เลี่ยเกอ... ไล่ป๋ายไป่หรอก


            ป๋ายเซียนอาจจะเป็นเด็กนิสัยไม่ดีจริง ๆ อย่างที่ตัวปัญหาแห่งซัวเถาว่า เพราะเพิ่งจะโกหกคำโต โตพอ ๆ กับความหวังในหัวใจ ถ้าจะมีอะไรที่ซับซ้อนที่สุดในพัฒนาการของมนุษย์เมาคลี เห็นจะเป็นเรื่องของชานเลี่ย... ไม่ผิดแน่


          พอ ๆ กับที่หัวใจของชานเลี่ย เรียบง่าย และอ่อนโยนที่สุด กับเรื่องของป๋ายเซียนนั่นเอง

 





#ฟิคเมาคลี

แอ๊ะ!

ใจเย็นน้า รอเก๊าก่องน้า ช่วงนี้มิดเทอม แง้ ;_;







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1555 Namming (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 15:34
    อบอุ่นใจ แง้
    #1,555
    0
  2. #1532 heykiki (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 05:14
    น่ารักมาก ๆ เลยอะ อบอุ่น ซึ้งใจ ตอนเล่านิทานคือแอบเส้าเนอะเมาคลีน่ะ แง ป๋ายน่ารักที่สุดเลย จุบจุบ
    #1,532
    0
  3. #1510 Vibrance (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 05:31
    ฮือออร้องไห้เลยนะตอนนี้ เลี่ยเกอของป๋าย้ป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะฮือออออ
    #1,510
    0
  4. #1483 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:36
    น้องลูก น่ารักมาก หยักจุ้บหนู
    #1,483
    0
  5. #1452 Ihaveadream (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 18:48
    โลูก ไม่อยากให้พีเค้าไล่ ใช่หม้าย
    #1,452
    0
  6. #1389 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 14:48
    ตั้งแต่ใส่ผ้าอ้อมจนใส่ถุงยาง โอ๊ยยยยย!! ม๊าาาาาาาา 555555555555555
    #1,389
    0
  7. #1347 DBK1802 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 19:48
    โธ่ วงวารคุณชายมาซักผ้า 555555
    #1,347
    0
  8. #1320 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 10:19
    โอ้ยยยย นี่เป็นฟิคตลก!! อ่านแล้วขำเว่อร์ 55555
    #1,320
    0
  9. #1302 dewwiizodiac (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 19:24
    น่ารักกดด
    #1,302
    0
  10. #1273 parkxbyun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 10:17
    น่ารักกก
    #1,273
    0
  11. #1246 moonandback ☽ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 20:26
    น่ารักที่ตุดในโยก
    #1,246
    0
  12. #1222 Tongdchr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 19:24
    เลี่ยเก้อของป๋าย รักเก้อเขามาก หนูเอ้ย น่ารักจริงๆ
    #1,222
    0
  13. #1194 ebabenz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 10:50
    ชอบตอนเลี่ยฉะกับเตี่ยมาก5555555
    #1,194
    0
  14. #1173 Pinkuplatong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 17:29
    โอยยย จะซักผ้าเสร้จไม๊อิเลี่ย55555

    น้องป๋ายย น่าร้ากก
    #1,173
    0
  15. #1153 sweetpss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 00:37
    โง๊ยน้องป๋ายพี่ไม่ไหวแล้วหนูน่ารักเกินปายย
    #1,153
    0
  16. #1114 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 17:05
    ให้เราไปช่วยซักมั้ยตัวเอง555555
    #1,114
    0
  17. #1105 blurblink (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 19:30
    ฮือ น้องป๋ายน่ารักน่าชังมากๆ ฮือ
    #1,105
    0
  18. #1057 พิเจค (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 12:33
    ชอบจังเลยค่ะ T^T
    #1,057
    0
  19. #1027 PINKLAND (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:09
    หลงป๋ายมากอ่ะ น่ารักกก
    #1,027
    0
  20. #925 KPDH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 12:14
    น่ารักกก????
    #925
    0
  21. #852 CLAREY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:34
    น่าร้ากก ชอบมากเลยค่ะ
    #852
    0
  22. #662 BN0412 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 18:03
    5555555
    #662
    0
  23. #658 tonWANja (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 16:11
    โอ๊ยยยยยยยยยยย ต้องงี้แหละ แต่ให้หมอจุ๊บนี่ไม่เครเลยป๋าย นี่เป็นเลี่ยนี่ก็หวง พุ่งไปตั้งแต่จุบแรก โถ้เอ๊ยยยยยยยยย หวงๆๆๆ
    #658
    0
  24. #348 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 16:11
    ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากว่าชอบมากกกกกกกกกก
    เลี่ยจุ๊บน้องหน่อย แง้เขินเขินมากกกกกกก -/- 
    น้องไม่ให้เป็นเพราะไม่อยากจากเลี่ยไปไหนไง โธ่ฟังความไม่จบโมโหซะก่อน
    #348
    0
  25. #330 mammoe (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 10:53
    หมอร่ารัก
    #330
    0