end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 5 : ให้มันเป็นสีชมพู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    9 ธ.ค. 59


© themy butter


บทที่ 4

ให้มันเป็นสีชมพู






          “แมว”


          “แหมว”


          “แมว” ชายหนุ่มจุ๊ปาก “ไม่ใช่แหมว เรานี่ ผันวรรณยุกต์ไม่... ”


          ไม่ได้เรื่องเลย...


            ชานเลี่ยเมื่อหลายวันก่อนคงไม่ลังเลที่จะติเตียน การคิดก่อนพูดเป็นเรื่องไกลตัวเขา แต่ชานเลี่ยในวันที่เจ็ดของการอยู่ร่วมกับลูกหมาป่ากลับกลืนถ้อยคำร้ายกาจลงคอ


          “เลี่ยงการเสริมแรงทางลบ” หมออู๋สั่งไว้อย่างนั้น


          อ๊ะ! ไม่ใช่สั่ง... ขอร้องต่างหาก ใครจะสั่งผู่ชานเลี่ยได้ ไม่มี้!


          “นี่คือบัตรคำสำหรับหัดพูด” ซื่อชุนว่าพลางส่งกระดาษแข็งแผ่นเล็ก ๆ ปึกหนึ่งให้เขาอย่างเสียไม่ได้ “ทุกใบประกอบด้วยภาพและคำศัพท์ คุณออกเสียงให้เขาฟัง ทำเป็นประจำ ผมจะให้บัตรคำที่ยากขึ้นทุกสัปดาห์”


            “แค่เนี้ยยย”


          “คุณผู่ กรุณาเลี่ยงการเสริมแรงทางลบ อันได้แก่การติเตียน ดุด่า หรือลงโทษ เพิ่มการเสริมแรงทางบวก ชื่นชม หรือให้รางวัลเมื่อทำดี ปลอบโยนและให้ทำซ้ำเมื่อทำผิด เข้าใจไหม”


          “ของกล้วย ๆ ” ชานเลี่ยพูดเสียงขึ้นจมูก “อะ พีซ ออฟ เค้ก! (A piece of cake! ) ยู โน้ว์ (You know? )


            ยู โน้ว์... ยู โน้ว์ รู้ป่าว... รู้ป่าว นี่ใคร นี่ชานเลี่ยนะ!


            “แมว” ป๋ายเซียนชี้ที่ภาพแมวบนบัตรคำ “แมว... แม้ววว เมี้ยววว”


          “เออ... เหมือนเสียด้วย ร้องใหม่ซิ”


          “แม้ววว แม้ววว หม่าววว หม่าววว โฮกกก”


          “ไม่ใช่แมว เสือต่างหากที่ร้องอย่างนั้น” ซีอีโอตกอับย่นจมูกใส่บ้าง “เสือ รู้จักเสือไหม เสือแบบนี้ไง”


          เขาชูบัตรคำอีกใบหนึ่งขึ้น ลูกหมาป่าส่ายหน้า “ไหม่ใฉ่”


          “ไม่ใช่ต่างหาก พูดซิ... ไม่ใช่”


          มนุษย์เมาคลีห่อริมฝีปาก “ไม่ใช่” เจ้าตัวชูมือขึ้น โบกไปมา ก่อนจะชี้ที่ภาพเสือ “หยายฝ่า”


          “ใหญ่กว่า” เขาเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายมากขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็มากกว่าเมื่อสี่วันก่อน


          “ใหญ่กว่า” ป๋ายเซียนพยักหน้า “เสือ... ใหญ่กว่า หม่าว... แมว”


          นั่นสินะ กับคนที่อาศัยอยู่ในป่ามาตลอดชีวิต ทั้งยังถูกเลี้ยงดูมาโดยหมาป่า เสือโคร่งกับแมวป่าไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน เป็นสัตว์ชนิดเดียวกันที่ตัวหนึ่งใหญ่กว่า ตัวหนึ่งย่อมกว่าเท่านั้นเอง


          “เคยเห็นเสือหรือเปล่า”


          ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น “ป๋าย!


          “แม่หมาป่าคอยปกป้อง ในป่ามีเสือ” ชานเลี่ยมองดูเขี้ยวหมาป่าซึ่งห้อยอยู่รอบลำคอผอม ๆ ของมนุษย์เมาคลี “เรานี่เหมือนเมาคลีจริง ๆ แหละ ไว้รู้ความกว่านี้จะเล่านิทานเรื่องเมาคลีลูกหมาป่าให้ฟัง ตกลงไหม”


          “ป๋าย! ป๋าย!


          “อย่าลืมบอกหมออู๋อะไรนั่นว่าฉันเป็นคนดี จะให้ผู่ชานเลี่ยต้องเสียชื่ออีกไม่ได้เป็นอันขาด เข้าใจไหม ป๋ายเซียน”


          แหงอยู่แล้ว... คนอย่างตัวปัญหาแห่งซัวเถามีหรือจะกลายเป็นชายผู้อ่อนโยนภายในสี่วัน เขาอยู่ในสมัยแห่งทุนนิยม ใครจะทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน ชานเลี่ยไม่เชื่อหรอก ไม่มี้!


            “แค่นี้สำหรับวันนี้” ชายหนุ่มรวบบัตรคำทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วตอกกับโซฟา “คำถามสุดท้ายนะ เราพอจะเดินได้หรือยัง”


          ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยคลานลงจากโซฟา พยายามเดินด้วยสองขาตรงไปยังเชือกมะนิลาที่อยู่ใกล้ที่สุด ลูกหมาป่าทำได้ดีขึ้นมาก แม้จะยังเตาะแตะ แต่ซีอีโอตกอับก็ไม่จำเป็นต้องแบกอีกฝ่ายขึ้นบ่าอีกแล้ว


          “ถ้าอย่างนั้น... ”


          หนึ่งในคำปรามาสของหมออู๋ดังขึ้นอีกจนได้ในสมองส่วนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นที่สุดของชานเลี่ย


          คุณคิดจะพาป๋ายเซียนออกไปพบใครบ้างไหม


            “ไอ้ตัวเล็ก” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาประกาศ “เราจะออกไปซื้อของด้วยกัน”






 

          การตัดสินใจแรกในฐานะมนุษย์ของป๋ายเซียนคือการเลือกสีกะละมังซักผ้าราคาหนึ่งหยวนจากร้านทุกอย่างหนึ่งหยวน


          “นี่คือสีแดง” ชายหนุ่มชี้ไปที่กะละมังพลาสติกใบหนึ่ง “พูดซิ สีแดง”


          “สีแดง” ป๋ายเซียนพูดตามอย่างไม่กระตือรือร้นนัก “ต๋าวัน”


          “ตะวัน สีแดงเป็นสีของดวงตะวัน ถูกต้อง”


          ลูกหมาป่ากลับสนใจกะละมังพลาสติกสีฟ้ารูปปลามากกว่า “ชอบ... นี่ อั้นหนี”


          “อันไหนนะ” เขาหันไปมองแล้วส่ายหน้า “ฉันไม่เอาด้วย สีสวยอยู่หรอก ป๋ายเซียน แต่เล็กไป”


          “ชอบ” มนุษย์เมาคลียืนกราน “อยาก... อยาก ชอบ”


          ดวงตาสีอำพันเป็นประกาย ป๋ายเซียนมีน้ำในตามากอยู่แล้ว เมื่อทำตาโตและกะพริบตาปริบ ๆ ค่าความเวทนาของคนทั่วไปจึงอาจสูงขึ้นอีกโข แต่ไม่ใช่กับชานเลี่ย


          “ไม่เอา ซื้อไปทำไม ไม่คุ้ม ตั้งหยวนหนึ่ง”


          แต่ก่อนแต่ไร หยวนหนึ่งไม่เคยทำให้ขนหน้าแข้งปลิวได้ รากขนไม่อ่อนแอลงเลยด้วยซ้ำ! แต่จะทำอย่างไรได้ มังกรฟ้าแห่งซัวเถาไม่มีทีท่าว่าจะกระดิกนิ้ว โอนเงินมาสักเฟิน ตัวปัญหาของเตี่ยจึงสำเหนียกได้... เราใกล้จะถังแตกแล้วนี่หว่า! บ้านหลังนั้นแพงน้อยเมื่อไหร่ ทั้งนมสด ขนมปัง ค่าอาหารซึ่งชานเลี่ยสั่งมาอย่างคนมือเติบ เร็ว ๆ นี้ถ้าม้าผู้เป็นที่พึ่งสุดท้ายไม่เรียกตัวกลับซัวเถา ไอ้เลี่ยของเพื่อนฝูงมีอันต้องทำงานงก ๆ ในร้านอาหาร หรือไม่ก็ขอเขากินแน่...


          แต่อย่าเพิ่งคิดถึงวันนั้นเลย!


          “หนา” เด็กชายซึ่งเรียนรู้ไวราวกับติดจรวดประสานมือเข้าด้วยกัน “นะ... นะ... น่า”


          “จำมาจากไหน ละครใช่ไหม ไม่น่าเปิดให้เราดูเลย”


          “กะ... เก๋อ” ป๋ายเซียนคราง “นะ... เก๋อ”


          “เกอต่างหาก ที่แปลว่าพี่น่ะ” ชานเลี่ยถอนหายใจ “ก็ได้ กะละมังสองใบ สีฟ้ารูปปลาของเรา สีแดงใบนี้ของฉัน เราจะต้องซักเสื้อผ้าของเราเอง ฉันจะสอนให้ ตกลงหรือเปล่า”


          “ป๋าย!


          บอกแล้วไง ใครจะทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่มี้!


            ซีอีโอตกอับซื้อกะละมังสองใบ ตุ๊กตาเสือโคร่ง ( “สภาพแย่จะตาย เราเองก็มีเจ้าวอมแบทอยู่แล้ว จะเอาไปทำไม” ชานเลี่ยว่า แต่ก็ซื้อให้อยู่ดี) และเป็ดยางสำหรับใช้ในห้องน้ำจากร้านทุกอย่างหนึ่งหยวน แชมพู สบู่เหลว ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ ( “ทั้งหมดนี้กินไม่ได้นะ” เขาบอกอีกฝ่าย) เครื่องปรุงรสและอาหารกึ่งสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ จากนั้นจึงลากถูป๋ายเซียนซึ่งมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก หาซื้อเสื้อผ้าราคาถูกเพิ่มเติมสำหรับสองคน


          อดทนไว้ ไอ้เลี่ย... ชายหนุ่มบอกตัวเอง แค่เดี๋ยวนี้เท่านั้น จนไม่กี่วันร้อก ม้าจะเรียกตัวกลับเร็ว ๆ นี้แหละ


            ปลอบใจตัวเองได้ไม่ทันไรก็กลับหดหู่ลงกว่าเก่าเมื่อมองดูผู้คนหัวร่อต่อกระซิกผ่านประตูกระจก เขาไม่คุ้นเคยกับความลำบาก ไม่สนิทสนมกับความยากจน ต้องมากระเบียดกระเสียรอย่างนี้ ไม่ใช่ชานเลี่ยเอาเสียเลย ลาแล้วอาหารเหลา ลาแล้วน้ำหอมราคาแพง ลาแล้วติงลี่ ลาแล้วลัมโบร์กีนี ลาแล้วชายามบ่ายกับขนมสโคนอย่างผู้ดีอังกฤษ จากนี้ไปจะมีแต่ขนมปังกับนมแพะยามเช้า อาหารของชนชั้นรากหญ้า และเสื้อผ้าของชนชั้นกลาง โอ๊ย... ปวดเศียรเวียนเกล้า ขอแอมโมเนียที ใครก็ได้! ชานเลี่ยจะเป็นลม แค่คิดว่าต้องฉีกซองเครื่องปรุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอง แล้วปล่อยให้น้ำมันข้างในกระเด็นเปื้อนมือน้ำตาก็พาลจะไหล กรรมอะไรบันดาลหนอ อ้อ... เราไม่ได้นับถือศาสนานี่ กรรมที่ไหนจะมาบันดาล มีแต่เราทำตัวเอ... ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ความผิดฉัน ไม่ใช่โว้ย!


            มารู้สึกตัวเมื่อป๋ายเซียนกระตุกชายเสื้อ “โน่น... โน่น” ลูกหมาป่าพยักเพยิดไปอีกทางหนึ่ง “โผ่ม”


          “อะไรโผ่ม”


          อีกฝ่ายขมวดคิ้วขณะพยายามออกเสียงให้ชัดเจน “โผม... โผม”


          “อ้อ... ผม”


          ป๋ายเซียนไม่รู้ว่าครีมเปลี่ยนสีผมคืออะไรนั่นเอง ก็น่าอยู่หรอกที่ลูกหมาป่าจะเกิดตื่นตาตื่นใจขึ้นมา กล่องอะไรไม่รู้วางพรืดไปหมด แล้วยังมีปอยผมหลากสีงองุ้มติดอยู่บนกระดาษแข็งด้วย


          “ตะมาย”


          “ทำไมต่างหาก อ๊ะ... ตีปากไม่ได้อีก เดี๋ยวหมออู๋ของเราจะโกรธ”


          ดังนั้น เขาจึงก้มลงดีดริมฝีปากของป๋ายเซียนแทน มนุษย์เมาคลีส่งเสียงร้องอย่างไม่พอใจ เดี๋ยวนี้เด็กชายจากป่ารู้จักเอาคืนแล้ว ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยยืดตัวขึ้น พยายามดีดริมฝีปากของเขาบ้าง ซีอีโอตกอับเขย่งปลายเท้า ป๋ายเซียนจึงได้แต่ห้อยต่องแต่งอยู่กับไหล่ของเขาอย่างหมดท่า


          “เขาใช้เปลี่ยนสีผม” ชายหนุ่มแจง “ผมของเราจะกลายเป็นสีอื่น โก้จะตายไป”


          “สีแดง”


          “สีแดงก็ได้ สีฟ้าก็ได้ สีเขียวก็ได้ จะสีอะไรก็ได้ทั้งนั้น”


          “โก้... ”


          เด็กชายว่าพลางชี้หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเพิ่งจะเดินผ่านไป เธอมีผมสีม่วงสดใสราวกับหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยสาร


          “ช่าย... เท่ระเบิด” ชานเลี่ยพูดเสียงยานคาง “ไม่ได้ทำอย่างนั้นนานแล้วซี ไปกันเถอะ ป๋ายเซียน... เอ๊ะ!


          ฉลากสีแดงดึงดูดสายตาเขา ครีมเปลี่ยนสีผมกำลังลดราคานี่!


          ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องประดับ และไม่มีทางหอบหิ้วเจ้าลูกหมานี่เข้าไปในร้านเสริมสวยแน่ เวลาอย่างนี้ต้องเปลี่ยนสีผมแก้ขัด เรียกความมั่นใจของชานเลี่ยคนเดิมกลับมา


          “ป๋ายเซียน”


          ยิ้มของเขาผิดปกติที่ตรงไหน ทำไมไอ้ตัวเล็กต้องหดคอด้วย


          “ป๋าย... ”


          “เราอยากมีผมสีอะไร”


          “ไม่อยาก”


          หน็อย... ใครสอนคำว่าไม่อยากให้นะ อ้อ... คุณผู้ดูแลกับหมออู๋ คุณผู้ดูแลอยู่ไกล เอาเป็นว่า... เจอหน้าหมออู๋เมื่อไหร่ เฉ่งเมื่อนั้น!


          “ไม่ได้ถามว่าอยากหรือไม่อยาก ถามว่าอยากมีผมสีอะไร”


          ส่ายหน้าดิก... ใช้ไม่ได้!


          “ดี ต่อไปนี้จะไม่อาบน้ำด้วยอีกแล้ว ให้เรานั่งเน่า นอนเน่าอยู่อย่างนั้นแหละ”


          ถ้าป๋ายเซียนเกิดนั่งเน่า นอนเน่าขึ้นมาจริง ๆ ใครที่ไหนจะเป็นเดือดเป็นแค้น นอกเสียจากชานเลี่ย เพียงแต่ลูกหมาป่ากลัวคำว่าเน่า สัตว์เน่าคือสัตว์ที่กินไม่ได้ สัตว์เน่าคือสัตว์ที่เป็นอาหารของแร้ง และมนุษย์เมาคลีก็ไม่ชอบแร้งเอาเสียเลย


          “ดอกไหม” กระวีกระวาดตอบ “สีดอกไหม”


          “สีดอกไม้สินะ” ชานเลี่ยกระหยิ่มยิ้มย่อง “ดีล่ะ ฉันจะทำสีแดงนะ เราทำสีชมพูแล้วกัน ต้องใช้น้ำยากัดสีผมด้วยนี่นา... อยู่ไหนเอ่ย”


          เมื่อได้ยินคำว่ากัด ป๋ายเซียนก็ตัวสั่น การกัดคือการทำร้าย หมาป่ากัดเพื่อสังหาร


          แต่ชานเลี่ยผู้ไม่รู้จักระวังเสียเลยคงกวาดสายตา มองหาน้ำยากัดสีผมที่ราคาถูกที่สุดต่อไป (ผิวปากเป็นเพลงเทียน มี่ มี่ด้วย)


          ไม่รู้หรอกว่ากำลังจะได้รับบทเรียนสำคัญ ไม่รู้เลย...





          “กินไม่ได้ทั้งนั้น กินไม่ได้ทั้งหมด”


          เขาชี้ที่น้ำยากัดสีผม ครีมเปลี่ยนสีผม และแว็กซ์เปลี่ยนสีผม ป๋ายเซียนพยักหน้าหงึกหงัก ท่าทางหวาด ๆ ทั้งยังทำจมูกฟุดฟิด “ป๋าย” ก่อนจะละล่ำละลักออกมาในที่สุด “กลัว”


          “กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง โธ่... ” ชานเลี่ยหยิบนู่น จับนี่ กลิ้งไปมาในมือ ดูราวกับนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง “ขอฉันดูหน่อย ผมเราต้องกัดสีกี่ครั้งหือ ดำปี๋ออกอย่างนี้ แต่ว่านะ... ป๋ายเซียน ฉันซื้ออย่างแรงที่สุดมา! บ๊ะ... ขงเบ้งกลับชาติมาเกิดแท้ ๆ ใคร... คร้ายยย จะปัญญาไวเหมือนไอ้เลี่ย”


          อวดสรรพคุณเสร็จสรรพก็จับเอาน้ำยากัดสีผม ยื่นไปตรงหน้ามนุษย์เมาคลี ป๋ายเซียนผงะ ย่นจมูก “ป๋าย! ” ลูกหมาป่าร้อง “ไม่ชอบ!


          “สีมันจัดหน่อยเท่านั้นเอง อย่ามาทำใจเสาะ” ชายหนุ่มร่างสูงคิด (เองเออเอง) ว่าที่อีกฝ่ายเกิดไม่ไว้ใจเขาขึ้นมา เพราะแว็กซ์เปลี่ยนสีผมสีชมพูกุหลาบ กับสีแดงสดซึ่งถูกเลหลังขายแท้ ๆ ไม่มีอะไรเจือปน ดู ๆ ไปแล้วก็น่าขยาดอยู่หรอก มันทั้งข้น ทั้งหนืด จับตัวเป็นก้อน นอนแอ้งแม้งอยู่ในกระปุกพลาสติกเนื้อบาง ๆ หมออู๋คงร้องเหวอ ผู้ดูแลศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเนิ่นเจียงคงร้องกรี๊ด


 เก๊าะมันถูกดีนี่หว่า เรื่องมาก!


            “ทำของเราก่อนดีกว่า มามะ ตามพี่มา ไอ้น้อง”


          แต่มนุษย์เมาคลีส่ายหน้าดิก ทำจมูกฟุดฟิดอีก


          “เอ๊! ” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาขึ้นเสียง “เดี๋ยวตีเลย”


          “หม่อ” ป๋ายเซียนคราง “หม่ออู๋ ฉ่วยป๋ายด่วย”


          “โอ๊ย... พูดผิดพูดถูกยังงี้ ริอ่านร้องให้เขาช่วย อย่าดื้อนะ ขืนไม่ทำล่ะก็ จะให้เราอดข้าว อดข้าวจนหัวโต แบบนี้”


          เอามือมาทำหยุกหยิกข้างใบหูน้อย ๆ ทำนองว่าหัวทั้งหัวของลูกหมาป่าขยายใหญ่ขึ้น


          “โตขึ้น โตขึ้น แล้วก็แตกโพละ! เป็นผลแตงโมเลย เชื่อซี่”  


          ได้ผล! ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยอ้าปากค้าง ท่าทางหมดอาลัยตายอยาก ถ้าอี้ชิงอยู่ด้วย มีแต่จะแหวให้ มีอย่างที่ไหนหลอกเด็ก หลอกอย่างหน้าไม่อาย หลอกอย่างไม่เกรงคำครหาว่าปัญญานิ่ม


          “ป๋าย... ”


          ท้ายที่สุด คน (หรือหมา) ถูกหลอกร้องออกมาหน่อยเดียว ก่อนจะเดินเตาะแตะตามชานเลี่ยเข้าไปในห้องน้ำ มืออันบอบบางกำเชือกมะนิลาทุกเส้นแน่น


          ราวกับลูกชายคนเดียวของมังกรฟ้าแห่งซัวเถา จะพามนุษย์เมาคลีไปตกหลุมตกบ่อที่ไหนไม่รู้






 

          “ก้มหัวลง”


          “ฮื้อ... ”


          “ไม่อย่างนั้น จะยึดเจ้าวอมแบท ยึดเจ้าเสือโคร่งด้วย”


          ป๋ายเซียนคุกเข่าลง เกาะขอบอ่าง เสื้อยืดที่สวมอยู่ถูกถอดอก ชานเลี่ยปั้นเป็นก้อนกลม ๆ แล้วโยนไปทางหนึ่งอย่างส่ง ๆ ก่อนจะฉีกหนังสือพิมพ์ นำมาห่มหลังห่มไหล่ให้อย่างลวก ๆ “เอ้า จับไว้” เขาบอกอีกฝ่าย “จับดี ๆ ล่ะ เกิดแสบ เกิดเปื้อนขึ้นมา ไม่รู้ด้วย”


          เป็นอันว่า ซีอีโอตกอับสนุกใหญ่ ลืมความห่วงใยของผู้ดูศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเนิ่นเจียง ลืมคำเตือนของอู๋ซื่อชุน แหม ไม่ได้ทำอะไรตามใจยังงี้นานแล้ว เตี่ยก็ร้ายจับใจ เงินทองก็ร่อยหรอ ขอหน่อยเหอะน่า!


            ว่าแล้วก็จัดแจงสวมถุงมือ แบ่งผมเป็นกระเซิงของมนุษย์เมาคลีออกเป็นช่อ ๆ ติดด้วยกิ๊บอันเล็ก ๆ สีดำ ผสมน้ำยากัดสีผม แล้วป้าย...


          “ไม่ชอบ!


          “อยู่นิ่ง ๆ ป๋ายเซียน”


          แน่ล่ะว่าชานเลี่ยที่ร้องอุแว้ขึ้นบนกองเงินกองทอง แต่เล็กจนโตมีแต่จะใช้สอยจนมือเติบตีนเติบย่อมขาดประสบการณ์ทำสีผมด้วยตัวเอง อาศัยถามไถ่จากพนักงานขาย สังเกตสังกาจากร้านเสริมสวย ถูกบ้างผิดบ้าง แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ก็นี่มันหัวใครเล่า หัวเขาที่ไหน ดีเสียอีก ให้ลูกหมาป่าเป็นหนูลองยา เมื่อทำให้ตัวเอง ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจะได้ไม่พลา...


          พลาด...


          “เจ็บ!


          “เจ็บเหมือนมดกัดเท่านั้นแหละ ไม่ร้องน่า”


          รู้แก่ใจว่าทั้งเจ็บทั้งแสบกว่านั้นมาก แต่เอาวะเอาเหวย ขึ้นหลังเสือแล้วใครจะลงได้ ขึ้นหลังลูกหมาป่าก็อีหรอบเดียวกัน ตีหน้าซื่อ ไม่หือไม่อือเสียดีกว่า


          พนักงานขายเตือนแล้วเตือนอีก ว่าให้ป้ายน้ำยากัดสีผมที่ปลายผมก่อน รอให้ผ่านไประยะหนึ่งแล้วจึงป้ายที่โคนผม จะได้ไม่เจ็บ ไม่แสบ ไม่แพ้ ไม่ระคายเคือง แต่ชานเลี่ยใจลอย รู้สึกตัวอีกที ทั้งโคนผมและหนังศีรษะของป๋ายเซียน มนุษย์เมาคลีซึ่งเติบโตมาอย่างลูกสัตว์ในธรรมชาติ แทบจะไม่เคยพบพานสารเคมีสังเคราะห์ของมนุษย์ก็ชุ่มโชกไปด้วยน้ำยากัดสีผมเสียแล้ว!


          เด็กชายใช้มือข้างหนึ่งอุดปาก อีกข้างอุดจมูก ตัวสั่น “ไม่... ”


          “ไม่เอาน่า”


          “ไม่... อ่าวแล้ว”


          “เกือบจะเสร็จแล้ว อย่าดื้อซิ” ซีอีโอตกอับดุ “ยุกยิกทำไม เกิดป้ายถูกหน้าเราขึ้นมา ฉันไม่รู้ด้วย”


          น้ำยากัดสีผมนั้นมีกลิ่นฉุน ฉุนกว่าน้ำยากัดสีผมที่เขาเคยรู้จัก แหงล่ะ... ชานเลี่ยยักไหล่ ไม่ใส่ใจ ก็มันถูกนี่ ของเลหลังขายก็ยังงี้ จะเอาอะไรอีก


            “เรียบร้อย รออีกหน่อยแล้วกัน” ชายหนุ่มร่างสูงหันไปบอกอีกฝ่ายขณะละมือจากปอยผมช่อสุดท้าย ไอ้ตัวเล็กไม่หันมาสบตาเขา และตัวก็ยังสั่นงก ๆ ด้วย “อยู่นี่แหละ หรือจะออกไปข้างนอก ฉันเอาบัตรคำมาให้ไหม จะเล่นกับเป็ดยางก็ได้นะ”


          ป๋ายเซียนไม่ตอบ แทบจะไม่หายใจ มือข้างหนึ่งยังอุดปากแน่น


          “เออ ไม่ตอบก็ไม่ตอบ เราเล่นกับเป็ดยางก่อนแล้วกัน ฉันจะออกไปดูทีวี”


          ว่าแล้วก็ลุกขึ้น สะบัดมือสะบัดเท้า เดินตรงไปยังประตูห้องน้ำ เมื่อกำลังจะข้ามธรณีประตูไปนั่นเอง ตัวปัญหาแห่งซัวเถาได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของมนุษย์เมาคลี อีกฝ่ายกระซิบไล่หลัง ค่อนไปทางสะอื้น


          “เลี่ยเกอ” เป็นครั้งแรกที่ป๋ายเซียนเรียกชื่อเขา ถ้าเพียงแต่ชานเลี่ยจะใส่ใจสักนิด “ป๋ายกลัว”


          ตอนนั้น ซีอีโอตกอับนึกว่าลูกหมาป่าทำเจ้าน้ำตาไปอย่างนั้นเอง


          “ไม่ต้องกลัว ไอ้น้อง ไม่ตายหรอก”


          จากนั้นก็ข้ามธรณีประตูไป อย่างคนที่ไม่เคยต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองเลยมาตลอดชีวิต







          ดูอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่พักใหญ่ กว่าจะนึกขึ้นได้ เวลาก็ผ่านไปเกือบจะชั่วโมงหนึ่ง


          “ป๋ายเซียนโว้ย” เดินบิดขี้เกียจเข้าไปหา เดาะแว็กซ์เปลี่ยนสีผมสีชมพูกุหลาบไปมาในมือด้วย “ฉันมาแล้ว มาลงสีกัน”


          ไม่ช้าก็เกือบจะชะงักฝีเท้า เป็ดยางไม่ถูกแตะต้อง ป๋ายเซียนนั่งอยู่ในท่าเดิม ท่าเดิมทุกกระเบียดนิ้ว คือนั่งพังพาบเหมือนลูกเป็ด คู้หลัง มือหนึ่งอุดจมูก มือหนึ่งอุดปาก ตัวไม่สั่น แต่ดูเหมือนจะแข็งทื่อไปแล้ว


          “นี่ไม่คิดจะขยับ... ”


          ลูกหมาป่าหันมามอง ดวงตาสีอำพันแดงก่ำ แดงพอ ๆ กับแว็กซ์เปลี่ยนสีผมอีกกระปุกหนึ่ง ขนตาทุกเส้นจับตัวเป็นแพแข็ง บนแก้มมีคราบน้ำตากรัง ป๋ายเซียนสะอื้นน้อย ๆ ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีน้ำตาไหล ขอบตาล่างปูดขึ้นเป็นเส้นตรง สีสดเหมือนถูกวาดด้วยเลือด ชานเลี่ยผงะ อย่างนี้เองที่เรียกว่า ร้องจนไม่เหลือน้ำตาให้ร้องอีกต่อไป


          “ป๋าย... ”


          “อีกนิดเดียวจริง ๆ ไอ้ตัวเล็ก ไม่หลอกหรอก” เขากลืนน้ำลาย เสียงอ่อนลงอีกหน่อย “มา... ฉันจะล้างให้แล้วลงสี อีกหน่อยเดียว จริง ๆ นะ”


          “เลี่ยเกอ” มนุษย์เมาคลีกระซิบอีก “ป๋ายเจ็บ”


          “รู้แล้ว รู้แล้ว ต่อจากนี้ ไม่เจ็บแล้ว”


          ผมของป๋ายเซียนกลายเป็นผมสีอ่อน ค่อนไปทางขาว เหลือง ๆ ขาว ๆ อย่างน่าพอใจ แม้ซีอีโอตกอับจะพอใจไม่ลง พอใจได้ไม่เต็มร้อยก็ตาม ไอ้ดีใจว่าตัวเองทำได้ก็ดีใจอยู่หรอก แต่ไอ้ตัวเล็กของเขานี่ซิ ราวกับความมีชีวิตชีวาทั้งหมดถูกสูบออกจากตัว เป็นใครก็อดรู้สึกผิดไม่ได้


          แว็กซ์เปลี่ยนสีผมยิ่งมีกลิ่นฉุนกว่าน้ำยากัดสีผมเสียอีก ชานเลี่ยโทษราคาค่างวดซึ่งแปรผันตรงกับคุณภาพสินค้าตามเคย จัดแจงขยุ้มผมลูกหมาป่า เบามือกว่าเดิมมาก ก็อีกฝ่ายท่าทางเหมือนจะแตกหัก แหลกสลายไปเสียเดี๋ยวนั้น กลิ่นฉุนเสียจนชายหนุ่มร่างสูงต้องเบือนหน้าหนี


          ดีนะ... ไม่ได้เป็นหมา เขานึก เป็นคน ยังได้กลิ่นแรงยังงี้ ขืนเป็นหมาล่ะก็...


          ขืนเป็นหมา...


          “ป๋ายเซียน!


          ชานเลี่ยร้องลั่นเมื่อจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ทรุดฮวบ คางกระแทกขอบอ่างทีหนึ่งแล้วก็แน่นิ่งไป มือทั้งสองหล่นผล็อย เขาจึงเห็นว่ามือข้างที่ใช้อุดปากนั้นมีเลือดซึม มันถูกกัด กัดโดยเจ้าของ ป๋ายเซียนกัดมือข้างหนึ่งทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะกำลังอดรนทนต่ออะไรบางอย่าง


          “ป๋ายเซียน ลืมตาซี่”


          เด็กชายอาจเป็นมนุษย์ แต่เพราะถูกอุ้มชูฟูมฟักมาโดยหมาป่า จึงมีประสาทรับกลิ่นที่ยอดเยี่ยม แม้จะสื่อสารด้วยภาษาใด ๆ ไม่ได้ และมีพัฒนาการล้าหลัง แต่ประสาทหู ตา และจมูกย่อมถูกเคี่ยวกรำอย่างถึงขนาดในป่านั้น


          และส่งผลร้ายต่อป๋ายเซียนในวันนี้เอง


          ชานเลี่ยละล้าละลัง ทำอะไรไม่ถูก มือไม้เกะกะ ไม่รู้จะวางตรงไหน ได้แต่กอดอีกฝ่ายไว้แนบอก แว็กซ์เปลี่ยนสีผมเปรอะทั่วใบหน้า เปื้อนเสื้อยืดตัวเก่งอย่างที่รู้ว่ายากจะล้างออก


          ไม่ทันคิดว่ากิจกรรมพื้น ๆ อย่างการเปลี่ยนสีผมจะนำมาซึ่งความทรมาน ทั้งจากฤทธิ์กัดกร่อนและกลิ่นฉุนจัด ไม่ทันคิดเลยจริง ๆ ไม่ทันคิดเช่นเดียวกับเรื่องอื่น ๆ ตลอดชีวิตของชานเลี่ย


          “ป๋ายเซียน ตื่นซี่ ตื่นขึ้นมา” ชายหนุ่มร่างสูงพึมพำอย่างคนที่สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “ตื่นขึ้นมา พ่นคำว่าป๋าย ป๋าย ป๋ายเหมือนเดิมซี่ อย่านิ่งไปแบบนี้ ใจคอไม่ดีเลย”


          คำร้องขอไม่เป็นผล ลูกหมาป่าไม่พูดจา ไม่แม้แต่จะลืมตา ลมหายใจรวยริน แผ่วลงทุกที ซีอีโอตกอับจับชีพจรไม่เป็น ไม่รู้วิธีปฐมพยาบาล เบอร์โทรศัพท์ของอู๋ซื่อชุนที่ผู้ดูแลเคยให้ไว้ ชานเลี่ยก็จำไม่ได้เสียแล้วว่าอยู่ที่ไหน


          เดินมาไกลหมื่นลี้ กว่าจะรู้ว่าไม่มีรองเท้า


          เหมือนกับการใช้ชีวิต ทั้งที่เรื่อยเปื่อย และที่โลดโผนโจนทะยานมายาวนาน โดยเพิ่งจะตระหนักรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ตัวเองไร้ความสามารถอย่างน่าละอายทีเดียว

                   

            

 

          


#ฟิคเมาคลี

อ้าว ดราม่าเฉย 555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1529 heykiki (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 17:48
    ตอนนี้เราอ่านครั้งแรกก็จำมาตลอดเลยอะ เพราะโกรธเลี้ยมสกที่ทำน้องแบบนี้ มาอ่านใหม่ก็โกรธเหมือนเดิม น่าทุบ สงสารน้อง
    #1,529
    0
  2. #1507 Vibrance (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 05:00
    ไอเลี่ยยย! โว้ยยยทำไมไม่มีหัวคิดอย่างนี้! ตัวปัญหาของซัวเถาจริงๆ
    #1,507
    0
  3. #1480 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:30
    แงอาเลี่ย กัดสีผมมันเจ็บนะ น้องต้องเจ็บต้องฉุนมากแน่ๆ
    #1,480
    0
  4. #1450 Ihaveadream (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 04:38
    สงสารป๋ายยย เลี่ยเกอบ้า!
    #1,450
    0
  5. #1441 เจ้าครีม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 20:09
    สงสารน้องป๋าย ฮืออ เลี่ยนะเลี่ย
    #1,441
    0
  6. #1386 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 13:26
    เฮียต้องโดนคุณหมอว่าแน่ๆ
    #1,386
    0
  7. #1366 D-T-M-456 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 19:15
    เลี่ยเกอนิสัยไม่ดี(-*-)
    #1,366
    0
  8. #1344 DBK1802 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 12:43
    อห เฮียต้องโดนดีแน่ จำไว้เป็นบทเรียนด้วยนะเกอ
    #1,344
    0
  9. #1317 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 09:19
    โว้ยยยยย อิพี่ชาน เล่นอะไรไม่ดูน้องอีกแล้ว เป็นไง น้องเจ็บเลยเนี่ย เดี๋ยวโดนหมออู๋กับผู้ดูแลด่าเละแน่!!
    #1,317
    0
  10. #1292 lopenav (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 14:55
    บ้าเอ๊ย สงสารป๋ายอ่ะ น้ำตาไหลเยอะไปหมดเลย ชานเลี่ย ไอ คนบ้า อ๊ากกกกก หวังว่านายจะจำไว้เป็นบทเรียนราคาแพงมากๆด้วยนะโว้ย สงสารน้อง
    #1,292
    0
  11. #1270 parkxbyun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 21:58
    ชานเลี่ยทำอะไรเนี่ยโอ๊ยย
    #1,270
    0
  12. #1252 chickenkyung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 12:53
    ชานเลี่ย -... ถ้าหนูป๋ายเปนไรไปนะ ขอแช่งแก!!!
    #1,252
    0
  13. #1220 Tongdchr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 15:33
    สงสารป๋าย อิชานเลี่ย เวง ทำร้ายหนูทางอ้อมอ่ะ พาไปหาหมอสิ
    #1,220
    0
  14. #1209 byun_Uracha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 21:57
    เราร้องไห้เลยอ่ะ สงสารป๋ายมากชานเลี่นใจร้าย
    #1,209
    0
  15. #1191 ebabenz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 08:41
    ชานเลี่ยทำอะไรรรร
    #1,191
    0
  16. #1170 Pinkuplatong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 12:11
    อิตัวปัญหานี่มันตัวปัญหาจริงๆ เห้อ สงสารน้องป๋าย
    #1,170
    0
  17. #1149 sweetpss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 22:16
    ขอเข้าไปตบสักฉาดได้ป่ะโว๊ยยยนน
    #1,149
    0
  18. #1111 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 16:15
    เออ....
    #1,111
    0
  19. #1023 PINKLAND (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 10:16
    ชานเลี่ย!! ว้อยยยยยยย สงสารป๋ายแงงง
    #1,023
    0
  20. #949 หรินป๋าย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 00:06
    โอยยยย รีบพาป๋ายไปรพเร็วๆเลย ชานแย่อะ ฮืออออ
    #949
    0
  21. #933 LUNLEE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 00:57
    ชานเลี่ย มันน่านัก!
    #933
    0
  22. #932 LUNLEE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 00:56
    ชานเลี่ย มันน่านัก!
    #932
    0
  23. #842 Marie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:04
    สงสารป๋ายอะ อีเกอ! เดี๋ยวตีเลย
    #842
    0
  24. #629 BN0412 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 15:14
    โธ่ๆๆๆๆๆ
    #629
    0
  25. #445 mees$ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 21:44
    ป๋ายก็บอกอยู่ว่าเจ็บๆ เกอก็ไม่ฟัง ทีหลังฟังกันบ้างซี
    #445
    0