end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 4 : #ทีมหมออู๋

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    12 ก.ค. 59




บทที่ 3

#ทีมหมออู๋








          วันที่สามของการอยู่ร่วมกัน ชานเลี่ยเกิดไม่สบายใจขึ้นมา

          

          แม้จะเอาแต่ใจ และไร้ความรับผิดชอบอย่างถึงที่สุด ตัวปัญหาแห่งซัวเถาก็ยังเติบโตมาอย่างลูกท่านหลานเธอ คุ้นเคยกับห้องสะอาด ๆ เสื้อผ้าสะอาด ๆ อาหารสะอาด ๆ และแน่นอน... กลิ่นสะอาด ๆ

 

         “หาแม่บ้านให้ฉันที” กรอกเสียงลงไปตามสายว่าอย่างนั้น


          แต่นอกจากจะไม่ให้ความร่วมมือแล้ว อี้ชิงยังสวนกลับอย่างหงุดหงิดอีกด้วย “ขอมากเกินไปแล้ว เลี่ย”


          “มากกงมากเกินอะไร กะอีแค่แม่บ้านคนเดียว”


          “ไม่ได้หรอก... ”


          ชายหนุ่มร่างสูงแบะปาก แล้วพูดด้วยสำเนียงซัวเถา “ม่ายยย... ล่ายยย... หล่างงง... จายยย... เลยยย ฉันไม่ซักหรือทำความสะอาดอะไร ๆ เองแน่ ๆ ล่ะ ที่ล้างจานของตัวเองกับไอ้ตัวเล็กอยู่ทุกวันนี้ก็เต็มกลืนแล้ว”


          เพื่อนของเขาถอนหายใจ “เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”


          “จะเอากี่หยวนก็ว่ามา ชิง หาแม่บ้านทีเถอะ ยากตรงไหนว้า... ”


          “ไม่มีใครอยากทำงานในบ้านที่มีหมาหรอก”


          “ไร้สาระน่า เพื่อน โกหกใช่ไหม”


          อี้ชิงเงียบไป


          บ๊ะ! ลางไม่ดีแล้วสิ! “บอกความจริงมา” ชานเลี่ยคาดคั้น “แกไม่เคยอิดออดอย่างนี้ อย่างมากก็ว่าฉันคำสองคำ”


          “เตี่ยของแก... ” ฮาร์บิเนี่ยนยอมเปิดปาก “กำชับว่า... ”


          “ไม่ให้ช่วยเหลือฉัน โธ่... ชิง กลัวอะไร”


          “ไม่อย่างนั้น มังกรฟ้าแห่งซัวเถาจะทำให้ธุรกิจของเราป่นปี้” อี้ชิงว่าเรียบ ๆ “เตี่ยของแกเมตตาฉัน คงไม่ทำให้บ้านจางตกตมจมดินไปในสามวันเจ็ดวันนี้หรอก แต่เขาก็ร้าย ร้ายอยู่ดี ไม่อยากลองของหรอกว้า... เลี่ย ไม่มีใครอยากลองของหรอก”


          ชานเลี่ยเงียบไปบ้าง


          “เตี่ยหวังดีกับแกนะ” อีกฝ่ายเอาน้ำเย็นเข้าลูบ “เขาว่า... ถ้าแกได้ออกไปเผชิญโลกเสียมั่ง ลำบากเสียมั่ง แกจะเป็นคนที่ใช้ได้ขึ้นโข ซักผ้า... ไม่ยากหรอกเลี่ย ทำความสะอาดบ้านก็ไม่ยาก สตางค์ยังพอมี เอาไปซื้อเครื่องซักผ้าใช้ เครื่องดูดฝุ่น สารพัดจะ... ”


          แต่ชายหนุ่มร่างสูงวางสาย


          จากนั้น... ติดต่อกลับไปที่บ้าน


          “ง้ายยย เลี่ยยย”


          เขาตะโกนรวดเดียว ไม่หยุดหายใจ “เตี่ยบ้า! บ้า! บ้าที่สุดเลย! ซุกอีหนูที่ไหนไว้ หา! มันมีลูกให้เตี่ยช่ายมะ... ช้ายป่าววว! ก็เลยจะเขี่ยผมทิ้งอย่างนั้นใช่ไหม กะจะให้ผมตายเปล่าอยู่ในเมืองหนาวจะตายหะนี่สิท่า จำไว้นะเตี่ย คนอย่างไอ้เลี่ย ฆ่าได้หยามไม่ได้ นักรบไม่หลั่งน้ำตา บุญคุณไม่ทดแทนแล้ว แต่ความแค้นต้องชำระ ซุนวูพูดว่าอะไรนะ เออ! ช่างมันเถอะ! ผมจะไม่ซื้อเครื่องซักผ้า แต่จะออกไปซื้อกะละมังพลาสติกจากร้านทุกอย่างหนึ่งหยวนมาใช้! จะซักผ้าจนกว่ามือจะหลุด จะทำอะไร ๆ เอง เอาให้กล้ามปูด กล้ามพองเป็นจับกัง กลับถึงบ้านเมื่อไหร่ ม้าต้องมาขอเซลฟี่ กัปตันอเมริกาที่ว่าแน่ยังต้องแพ้ไอ้เลี่ย เตี่ยจำไว้!


          วางสายทันที เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเพื่อระบายอารมณ์ด้วย ให้โลกรู้เสียมั่ง ว่าอย่าปล่อยให้ชานเลี่ยโกรธา อะฮ่า! แต่คนอย่างเขาฉลาดอยู่แล้ว เรื่องอะไรจะทิ้งลงกับพื้นล่ะ โน่น... โทรศัพท์มือถือราคาแพงลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนโซฟาโน่น


          ภายในวินาทีเดียวกัน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก ชะโงกหน้าดูก็เห็นว่าเป็นเตี่ย ใจอ่อนแล้วสิท่า!    


          เกือบจะกระดิกหางริก ๆ เหมือนป๋ายเซียน “ไง” แต่กลับทำสุ้มทำเสียงอย่างคนมีน้ำโห “ว่ายังไง เตี่ย”


          “เลี่ย! ไอ้ลูกบ้า! ไม่มีอีหนูหรือลูกน้อย มีแต่ลูกหลวงแถมยังเป็นไอ้ลูกบ้าอย่างลื้อ! จำไว้นะเลี่ย คนอย่างเตี่ย กวนส้นได้ ท้าไม่ได้”


          “สุภาษิตอะไร!


          “ไม่รู้ล่ะโว้ย! เตี่ยจะให้คนของเตี่ยจับตาดูลื้อ บิ๊กบราเธอร์อิสวอทชิ่งยู! (Big Brother is watching you! ) ขืนไม่ซักผ้าด้วยมือ ทำงานบ้านงก ๆ เป็นซินเดอเรลล่าล่ะก็ จนตายก็ไม่ให้กลับบ้าน เลี้ยงป๋ายเซียนจนกว่าตกล่องปล่องชิ้นกันไปข้างเลย”


          “นี่เตี่ยถึงกับแช่งให้ผมลงเอยกับหมา!


          “ป๋าย! ป๋าย! ” เสียงดังมาจากชั้นล่าง สิ่งมีชีวิต (ชานเลี่ยไม่ยอมใช้คำว่าเพื่อน หรือคน) ร่วมบ้าน เมื่อได้ยินเสียงตัวปัญหาแห่งซัวเถาเอะอะจึงร้องขึ้นอย่างไม่สบายใจ “ป๋าย! ป๋าย!


          “ไม่รู้แหละ ลื้อจำไว้ ลื้อจำไว้!


          แล้วอีกฝ่ายก็วางสายไปบ้าง


          ชานเลี่ยโกรธจัด หัวฟัดหัวเหวี่ยง อะไร ๆ กลับแย่ลงไปอีก! ไอ้เราก็นึกว่าเสนอตัวจะซักผ้าด้วยมือ ทำงานเป็นจับกัง แล้วคนเป็นพ่อจะใจอ่อนเสียอีก เตี่ยบ้า! ชายหนุ่มร่างสูงเหวี่ยงประตูกั้นบันไดทำจากไม้ทาสีขาวเปิดออก เบ้หน้า แม้แต่ประตูกั้นบันไดที่ทำให้เสียเวลาเป็นไหน ๆ นี่ ก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ (และยังไม่ดับไป) เพราะป๋ายเซียนแท้ ๆ ซีอีโอตกอับย่ำโครม ๆ ลงไปหามนุษย์เมาคลีแล้วพาลพาโลใส่





          “เพราะเราเลย! เพราะเราแหละ!


          ลูกหมาป่าตกใจ รีบหดคอ ถ้าเป็นหมา คงกำลังหูตก หางซุกอยู่ระหว่างสองขาหลัง “ป๋าย”


          “มาป๋งมาป๋ายอะไร อารมณ์ไม่ดี เห็นไหม! อารมณ์ไม่ดี”


          “ป๋าย... ”


          “อย่ามาจ้องฉันเป๋งแบบนี้นะ”


          ป๋ายเซียนกะพริบตา


          “จ้องไปกะพริบตาไปก็ไม่ได้โว้ย!


          คราวนี้อีกฝ่ายหันกลับไปหานมแพะและขนมปังโฮลวีต และเริ่มแทะขอบขนมปังต่ออย่างเงียบ ๆ


          “เมื่อไหร่จะพูดได้” ไม่วายหาเรื่องอีก “เมื่อไหร่จะเดินได้ เมื่อไหร่จะช่วยงานฉันได้ คอยดูนะ ป๋ายเซียน เรากลายเป็นคนเมื่อไหร่ ฉันจะให้ออกไปทำงาน ต้องแทนคุณกันมั่งซี่ ทำอะไรดีนะ... กวาดหิมะไหม”


          ป๋ายเซียนหูผึ่ง หันกลับมาแล้วส่ายหน้า “ไม่ชอบ” ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยบอกพลางกอดอก ทำตัวสั่น “ไม่อยาก”


          “ขี้หนาวหรือไง โกหก อยู่ในป่าในเขา ผ้าผ่อนก็ไม่มี น่าจะชินได้แล้ว”


          บ่นกระปอดกระแปดจนสาแก่ใจ แล้วจึงกลับเข้าไปในครัว ชงกาแฟอย่างง่าย ๆ ให้ตัวเอง กินกับขนมปังจี่ ขณะที่ก้มหน้าลงกัดขนมปังนั่นเอง ชานเลี่ยทำจมูกฟุดฟิด


          กลิ่น... กลิ่นอะไร


            ไม่ใช่กลิ่นอาหาร เขาใช้บริการบริษัทจัดส่งนมและขนมปังเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ของสดใหม่สำหรับใช้วันต่อวัน ขนมปังยังอุ่น ๆ อยู่เลย ก่อนที่ซีอีโอหนุ่มจะนำมันไปทาเนย ต้องมีอะไรผิดปกติแน่


          “ใช้ห้องน้ำเป็นแน่นะ ป๋ายเซียน”


          แต่จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นว่ามีปัญหานี่ “ป๋าย! ” ไอ้ตัวเล็กรับรองแข็งขัน “ป๋าย!


          “กะ... กดน้ำแล้วแน่นะ”


          “ป๋าย! ” จมูกย่นยู่ ท่าทางไม่พอใจขึ้นมาบ้าง


          “เอาเถอะ เปล่ากล่าวหานะ” ชานเลี่ยบอก “คิดไปเองแหละ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มี... เฮ้ย!


          เมื่อก้มหน้าลงกัดขนมปังจี่ กลิ่นกลับเตะจมูก เขากลั้นใจ ดมขนมปังจี่กับนมแพะ ไม่มีกลิ่น... ไม่ใช่สองอย่างนี้ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาหันซ้ายหันขวา หันรีหันขวาง หรือว่าจะมาจากทางนี้...


          “ป๋ายเซียน!


          ลูกหมาป่าหน้าตาตื่น “ป๋าย!


            ป๋ายเซียนยังคงมีกลิ่นชื้น ๆ ของหมอก และกลิ่นแบบลูกสน เพียงแต่กลิ่นเหล่านั้นกลับฉุนขึ้นอีกสิบเท่า ทั้งสาบสางและใกล้เคียงกับสัตว์ป่าขึ้นอีกยี่สิบเท่า เอาล่ะ รู้แล้ว


            “ป๋ายเซียน” ชายหนุ่มร่างสูงพูดลอดไรฟัน “ตั้งแต่ออกจากศูนย์อนุบาลสัตว์ป่า ได้อาบน้ำหรือยัง”


          เขารู้คำตอบทันทีที่อีกฝ่ายยิ้มแห้ง ๆ และส่งเสียงงี้ด ๆ อย่างรู้สึกผิด






 

          “เข้าไป ก็แค่เข้าไป ไม่เข้าใจคำว่าเข้าไปหรือไง”


          ทว่าลูกหมาป่าส่ายหน้า ทำอิดเอื้อนอยู่ตรงธรณีประตู “จะเอาอะไร” ชานเลี่ยชักหงุดหงิด “อาบน้ำไง อาบน้ำไม่เป็นหรือไง”


ป๋ายเซียนไม่เคยส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ อย่างน้อยเมื่อพบกันครั้งแรกในศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเนิ่นเจียง ซีอีโอตกอับก็ไม่เห็นว่ามนุษย์เมาคลีจะมีกลิ่นสาบอย่างสัตว์ป่า แสดงว่าอีกฝ่ายเคยอาบน้ำ และอาจอาบทุกวันอย่างมนุษย์ทั่วไป


          “คุณคนนั้นเขาให้เราอาบน้ำบ้างไหม” ถามอย่างอดรนทนไม่ได้ “คุณคนที่ดูแลเราน่ะ”


          “ป๋าย!


          “ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปอาบซี่! ” วางผ้าเช็ดตัวแหมะลงบนหัวทุย ๆ ติดจะกระเซอะกระเซิงน้อย ๆ “เข้า-ไป-ใน-นั้น-เปิด-ฝัก-บัว-แล้ว-อาบ-น้ำ”


          ป๋ายเซียนส่ายหน้าดิก


          “จะใช้อ่างอาบน้ำก็ได้ อยู่ในป่าอาบน้ำยังไง สระน้ำล่ะซี หรือว่ารอให้ฝนตก โอย... ถ้าอย่างนั้น กลิ่นของเราในฤดูแล้งคง... อื้อหือ”


          คราวนี้อีกฝ่ายจับมือเขา กระตุกเบา ๆ อย่างเว้าวอน “อยาก” ลูกหมาป่าบอก “อยาก”


          ชานเลี่ยขมวดคิ้ว คิดสะระตะแล้วยิ้มกว้าง “อ้อ... เปิดฝักบัวไม่เป็นนี่เอง ไอ้เราก็ลืมไปสนิท มาเร็ว”


          คราวนี้ป๋ายเซียนตามไปอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มร่างสูงชี้ที่ฝักบัว จากนั้นชี้ที่อ่างอาบน้ำ บอกให้มนุษย์เมาคลีเลือก เห็นได้ชัดว่าป๋ายเซียนพอใจจะนอนอยู่ในอ่างมากกว่า เพราะอีกฝ่ายคุกเข่าลง เกาะขอบอ่างและเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย


          “ทำอย่างนี้นะ ก๊อกนี้ร้อน ก๊อกนี้เย็น... ”


          เขาจัดแจงผสมน้ำให้ป๋ายเซียน ชี้ให้ดูว่าต้องทำอย่างไร และให้ลองทำดู ปลอบตัวเองว่าเหนื่อยวันนี้ สบายวันหน้า ลูกหมาป่าหัวไว มันจำได้หรอก! เมื่อป๋ายเซียนรู้แล้วว่าจะทำความสะอาดร่างกายได้อย่างไร ชานเลี่ยก็จะได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสื้อผ้าสะอาด ๆ อาหารสะอาด ๆ รวมถึงกลิ่นสะอาด ๆ ต่อไป


          “ทำไมล่ะ”


          ทันทีที่น้ำเต็มอ่าง ชายหนุ่มร่างสูงหันหลังกลับ แต่มนุษย์เมาคลีกลับจับมือเขา บีบแน่น และส่ายหน้าอีกครั้ง “อะไรเล่า ป๋ายเซียน” เขากระชากเสียง “อะไรอีก”


          เด็กชายชี้ไปที่น้ำในอ่าง “เราแหละ ลงไปในนั้น” ซีอีโอตกอับบอก “ลงไปเลย ถอดเสื้อผ้าเป็นหรือเปล่า”


          “ป๋าย! ป๋าย!


          “น่านแหละ ลงไปเลย”


          แต่แล้ว ป๋ายเซียนกลับทำสิ่งที่เขาไม่คาดคิด ลูกหมาป่าออกแรงผลักเขา ชานเลี่ยซึ่งไม่ทันระวังจึงร่วงโครมลงไปในอ่างอาบน้ำ เปียกปอนทั้งตัว “ทำอะไรน่ะ! ” เขาตะโกน “ทำบ้าอะไร!


          หวังว่าอีกฝ่ายจะร้อนรน ขอโทษขอโพย (แบบหมา ๆ ) และพาเขาขึ้นจากอ่างอาบน้ำอย่างทุลักทุเล แต่เปล่าเลย ป๋ายเซียนกลับมีท่าทีกระตือรือร้น ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยส่งเสียงแหลมสูง แสดงอาการดีใจ ก่อนจะใช้มือพุ้ยน้ำในอ่างแรง ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวน้ำหรือการอาบน้ำสักนิด ป๋ายเซียนก้มหน้าลง เริ่มถอดเสื้อยืดคอกลมหลวมโพรกออกทางหัว


          “หยุดเลย! หยุดเดี๋ยวนี้เลย จะมาแก้ผ้าแก้ผ่อนต่อหน้าฉันไม่ได้ อย่างน้อยก็ช่วยอายผีอายสาง อาย... เหวย! ป๋ายเซียน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!


          “อ๊าบน่าม! ” เด็กชายว่าอย่างรื่นเริง “อ๊าบน่าม!


          “อาบน้ำต่างหาก แต่โธ่โว้ย! ไปถอดเสื้อผ้าที่อื่น”


          “อ๊าบน่าม” ป๋ายเซียนพยายามบอก “อ๊าบน่ามโด้ยกั้น”


          “อะไรนะ”


          “อ๊าบน่ามโด้ยกั้นนะป๋าย... ป๋าย... สะ... เสียน”


          ไม่ใช่ประโยคที่ลูกหมาป่าจะเรียบเรียงได้เองแน่ ได้ยินมาจากไหนนะ อาบน้ำด้วยกันนะป๋ายเซียนอย่างนั้นหรือ... ใครล่ะ ใครกัน ไม่ใช่ฮูหยินแน่ที่พูดแบบนั้น ชักจะน่าสยดสยองเกินไปแล้ว! หรือว่า...


          “อย่าบอกนะ ว่าผู้ดูแลศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าน่ะ เขากับอาบน้ำกับเราด้วย”


          “ป๋าย”


          “อาบให้ หรืออาบด้วย อย่างแรกหรืออย่างที่สอง” ชายหนุ่มร่างสูงถามอีกครั้ง ให้กำปั้นซ้ายแทนอย่างแรก และกำปั้นขวาแทนอย่างที่สอง ป๋ายเซียนชี้ไปที่กำปั้นขวาทันที “ให้ตายซีโว้ย! อาบน้ำด้วยกันเนี่ยนะ!


          มนุษย์เมาคลีพยักหน้าหงึกหงัก รีบถอดเสื้อออก เหลือแต่กางเกงชั้นในแล้วหย่อนตัวลงไปในอ่างอาบน้ำ ชานเลี่ยที่สูงเก้งก้างพยายามตะกายออกจากอ่าง แต่ช้ากว่า เด็กชายคว้าคอเสื้อเขา พยายามดึงมันออกทางหัว ซีอีโอตกอับโวยวาย ไอ้ตัวเล็กกลับนึกว่าเล่นด้วย จึงหัวเราะเอิ้กอ้ากและยิ่งออกแรงดึง ชายหนุ่มร่างสูงหงายหลังล้มตึง เปียกน้ำทั้งตัวแล้วทีนี้ ป๋ายเซียนหยัดเท้ากับขอบอ่าง พรากเสื้อยืดไปจากเขาจนได้ ชานเลี่ยจำเป็นต้องสลัดกางเกงขายาวชุ่มน้ำซึ่งมีน้ำหนักมากออกบ้าง เขากับอีกฝ่ายลงเอยด้วยการมองดูกันและกันจากคนละฟากของอ่าง โดยต่างฝ่ายต่างสวมกางเกงชั้นในตัวเดียว ต่างกันที่ลูกหมาป่ายิ้มเผล่ แต่ตัวปัญหาแห่งซัวเถาทำหน้าบูด


          “ต้องอาบน้ำด้วยกันทุกวันเนี่ยนะ ทุกวันเนี่ยนะ!


          “ป๋าย! ป๋าย!


          ป๋ายเซียนอาบน้ำเป็นอย่างเจ้าตัวกล่าวอ้าง (ด้วยคำว่าป๋าย ป๋าย และป๋าย) แน่แล้ว ชานเลี่ยเห็นเด็กชายกุลีกุจอเทสบู่เหลวลงไปในอ่าง ตีจนขึ้นฟอง แหงล่ะ... แหงล่ะ... ผู้ดูแลศูนย์อนุบาลสัตว์เนิ่นเจียงก็คงทำอย่างนี้ ให้ตายสิ...


          ความขุ่นเคืองและเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากทำให้ชานเลี่ยไม่ได้ยินเสียงกริ่งประตู ใครคนหนึ่งกดกริ่งกว่าสามครั้ง ตะโกนเรียก และตอนนี้ก็เยี่ยมหน้าเข้ามาในบ้านด้วยความเป็นห่วง


          ผิวของมนุษย์เมาคลีซีดเซียวกว่าที่เขาคิดไว้ ป๋ายเซียนผอม ไม่ใช่ผอมเกร็งด้วยกล้ามเนื้อ หรือผอมอย่างคนขาดสารอาหาร แต่ผ่ายผอมและบอบบาง แขนขาเรียวยาว ดูเหมือนกิ่งไม้ รวมกับผิวขาวเผือดแล้ว ลูกหมาป่าคล้ายตุ๊กตากระเบื้องที่ออกจะชำรุดอยู่หน่อย ๆ ทีเดียว ถ้าลองแต้มสีลงไปบ้าง... ก็คงจะ ชานเลี่ยกลืนน้ำลาย สวยน่าดู


          “ป๋ายเซียน” ใครคนหนึ่งตะโกนเรียก ดังมาจากโถงทางเดินไม่ไกลจากห้องน้ำ “ป๋ายเซียน อยู่ไหน”


          อีกฝ่ายจำเสียงของผู้บุกรุกได้ ไอ้ตัวเล็กทำหูผึ่ง ร้องตอบทันที “ป๋าย! ป๋าย!


          “เฮ้ย! ไม่เอา ไม่ร้อง” แค่นึกว่าจะมีใครที่ไหนไม่รู้มาที่นี่ จ้องดูเขาซึ่งนอนอยู่ในอ่างกับเด็กชายตัวเล็ก ๆ อย่างตกตะลึง ซีอีโอตกอับก็เกิดประสาทเสียขึ้นมาแล้ว “อย่าเข้ามานะ!


          สายไปเสียแล้ว... ใครคนนั้นเยี่ยมหน้าเข้ามาทางประตูห้องน้ำซึ่งเปิดออกจนสุด มองทะลุเข้ามาถึงส่วนอาบน้ำ “อ้อ... คุณคนที่รับอุปการะป๋ายเซียนนั่นเอง”


          ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่พอ ๆ กับชานเลี่ย แต่ผอมกว่า และมีท่าทีนุ่มนวลกว่าก้าวออกมายืนท่ามกลางแสงไฟสีเหลืองในห้องน้ำ “ได้ยินเสียงคุณโวยวาย ถ้าการอาบน้ำให้เขามันยากนัก ต่อจากนี้ผมทำเองก็ได้”


          ได้ยินอย่างนั้นก็เกิดเกลียดขี้หน้าขึ้นมาจั๋งหนับ ดูถูกกันนี่หว่า!


            “คุณหมออู๋ครับ” คนที่เพิ่งจะถูกเกลียดยิ้มน้อย ๆ เป็นรอยยิ้มของผู้ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด พลางลดสายตาลงต่ำ ท่าทางขบขันไม่น้อย “อู๋ซื่อชุน ผู้ดูแลศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเนิ่นเจียงบอกคุณหรือยัง”


          “ป๋าย” ลูกหมาป่าทรยศ! ป๋ายเซียนทำท่าจะตะกายขึ้นจากอ่างและรี่เข้าสู่อ้อมแขนของอู๋ซื่อชุน “ป๋าย”


          “หมอคิดถึงเราเหมือนกันแหละ ป๋ายเซียน”


          แต่ความไม่ชอบหน้าเข้าตาเขาเสียแล้ว ชานเลี่ยคว้าหมับที่คอเด็กชาย ดึงตัวกลับมาเหมือนแมวคาบลูก “ไม่เห็นจะลำบากตรงไหนเลย”


          “อะไรนะครับ”


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาแยกเขี้ยว “ผมอาบน้ำให้เขาเองได้ และถ้าคุณจะกรุณา... มีมารยาทสักนิด ช่วยออกไปและปิดประตูห้องน้ำสักประเดี๋ยว”


          คุณหมออู๋ของป๋ายเซียนหน้าเสียไปหน่อยหนึ่ง


          บอกแล้วว่าชานเลี่ยน่ะ... ฆ่าได้หยามไม่ได้!





          “เราน่ะมันเด็กนิสัยเสีย รู้ตัวหรือเปล่า”


          เป็นเด็กคนอื่นคงชักสีหน้า แต่ป๋ายเซียนแค่ชี้ที่ตัวเองแล้วทวนคำพูด “หนี่... ส่ายเสี่ย”


          “แปลว่านิสัยไม่ดี” เขาอธิบาย “แปลว่าฉันไม่ชอบ”


          “ป๋าย!


          “ประท้วงอะไร ดื้อนักจะฟาดให้”


          ลูกหมาป่าย่นจมูก ชานเลี่ยซึ่งเริ่มจะจำได้แล้วว่าการย่นจมูกของอีกฝ่ายหมายถึงความไม่พอใจจึงถลึงตาตอบ “ไม่ให้ว่าได้ยังไง” ชายหนุ่มแจง “เราน่ะทั้งอาบน้ำเป็น ฟอกสบู่ ถูหลัง เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็น ยังทนเหม็นอยู่ได้ตั้งนาน แค่เพราะไม่มีใครพาไปอาบน้ำ เรามันเด็กนิสัยเสีย คุณผู้ดูแลทำเรานิสัยเสีย”


          “ป๋าย! ” เสียงเขียว


          “มาป๋ายอะไร เดือดร้อนฉันต้องอาบน้ำด้วย ทั้งเช้าทั้งเย็น... ทั้งเช้าทั้งเย็นเลยนะ! คนอย่างชานเลี่ย ควรจะได้ลงอ่างกับสาวสวย คุณหยวนซานซานยังงี้ จางจื่ออี๋ก็ได้ ไม่ใช่กับหมา”


          คราวนี้ป๋ายเซียนไม่ต่อคำ กลับก้มลงกลัดกระดุมเสื้อเพื่อตัดรำคาญ เสื้อเชิ้ตสีเหลืองอ๋อย (ที่ซีอีโอตกอับคิดไปเองว่ามันคือสีเหลืองมัสตาร์ด) ของเขา ดูหลวมโพรกบนร่างกายบอบบางของมนุษย์เมาคลี มองเห็นไหปลาร้าเป็นรอยบุ๋มลึก แทบจะวางเหรียญลงไปได้แถวหนึ่ง ชายเสื้อเชิ้ตเกือบคลุมเข่าผอม ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนแล้ว


          “พรุ่งนี้ค่อยออกไปซื้อเสื้อผ้าแล้วกัน” ซีอีโอตกอับว่าต่อ “รีบแต่งตัวเร็วเข้า คุณหมออู๋อะไรนั่นคอยจนแห้งตายคาโซฟาแล้วมั้ง แบบนั้นก็ดีนะ เฮอะ!


          ทันทีที่ได้ยินคำว่าคุณหมออู๋ ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยกลับชะงักมือแล้วยิ้มเผล่


          “ยิ้มอะไร หมออู๋อะไร” เขาพาล


          ป๋ายเซียนเงยหน้าขึ้น ตาเป็นประกายขณะตอบเสียงใส “ป๋าย! ป๋าย! ชอบ!


“พูดใหม่เดี๋ยวนี้ ไอ้ตัวเล็ก”


“ชอบ! ชอบ!


หงุดหงิดชะมัด! “ไม่เอ๊า! พูดว่าไม่ชอบซิป๋ายเซียน ไม่ชอบน่ะ ไม่ชอบ”


         “ชอบบบ” ลากเสียงยาวราวกับหอน “ชอบบบ ป๋ายยย... ชอบบบ”


         “คนเขาชอบ จะให้บอกว่าไม่ชอบยังไงครับ”


         เสียงพูดกลั้วหัวเราะทำให้เส้นความอดทนของชานเลี่ยซึ่งคล้ายจะได้รับสืบทอดจากผู่เหวินไถผู้เป็นพ่อ คือทั้งบางและสั้นถึงกับขาดผึง “คุณนี่มันยังไง” เขาหันไปทางประตูห้องแต่งตัวที่ตอนนี้เปิดแง้มอยู่แล้วแยกเขี้ยวใส่ “ชอบไปไหนมาไหนโดยพลการ บุกรุกเข้ามาในบ้านนี้ก็หนหนึ่งแล้ว ทั้งห้องน้ำ ห้องแต่งตัว สะกดคำว่าส่วนตัวไม่เป็นหรือไง”


          อู๋ซื่อชุนซึ่งเยี่ยมหน้าเข้ามาทางประตูเอียงคอเป็นคำตอบอันกวนโทสะ “เปี้ยนป๋ายเซียนเป็นลูกหมาป่านะครับ สถานการณ์ของเขาแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ ขืนผมทำพิรี้พิไร ไม่รู้จักตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่ทำตามสันชาตญาณ เกิดอะไรขึ้นกับเขาแล้วจะสายเกินแก้”


          “อะไรว้า สันชาตญาณที่ว่านั่น” เขาก้าวยาว ๆ ตรงไปบังป๋ายเซียนที่พยายามเยี่ยมหน้าออกมาจากด้านหลังของชานเลี่ยแล้วโบกมือให้หมอประจำตัวหยอย ๆ


          “สันชาตญาณระวังภัยครับ”


          “ฮะฮ่า! นี่มันฮาร์บินนะคู้ณ ไม่ใช่ป่าที่พบตัวเขา ภัยอะไรมิทราบ พิษเศรษฐกิจหรือไง”


           คุณหมออู๋ของป๋ายเซียนกลอกตา ทำให้ตัวปัญหาแห่งซัวเถารู้สึกเหมือนถูกตบเข้าฉาดใหญ่ หน็อย! มีอย่างที่ไหน หมอนี่มองขึ้นไปด้านบน แล้วเป่าลมออกจากปาก ทำเหมือนเขาเป็นไอ้โง่ที่น่าอิดหนาระอาใจ


          “อะไร... ภัยอะไร” ชานเลี่ยจึงเดินหน้าแฮ่ใส่อย่างไม่หยุดยั้ง “พูดดี ๆ นาโว้ย”


          “คุณยังไงครับ” เสียงของอีกฝ่ายสั่นคลอนศักดิ์ศรีของชานเลี่ยราวกับพายุใหญ่ ก็มันทั้งเบา สงบ และนุ่มนวล ใครได้ยินเข้า มีแต่จะเข้าใจผิดว่าหมออู๋คือพระโพธิสัตว์ซึ่งกำลังโปรดบัวใต้น้ำ “คุณเป็นผู้รับอุปการะที่ไม่ได้ความเอาเสียเลย เห็น ๆ กันอยู่ ทั้งคำพูดคำจา การปฏิบัติต่อเขา ป๋ายเซียนจะกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ยังไง”


          “ผมทำไม่ดีตรงไหน เห็นเชือกไหม สำหรับหัดเดิน เห็นประตูกั้นบันไดเพื่อความปลอดภัยของป๋ายเซียนหรือเปล่า หลายตังค์นะคุณหมอ” ยิ่งคนเป็นพ่อไม่ให้สักแดงอย่างนี้... ซีอีโอตกอับขังประโยคสุดท้ายไว้ที่ปลายลิ้นอย่างสุดความสามารถ ไม่ให้หลุดร่วงลงไปสร้างความอับอายซ้ำสอง


          “คุณผู่ การจะรับอุปการะเด็กคนหนึ่ง คุณต้องดูแล เอาใจใส่เขา ทำให้เขามีพัฒนาการที่สมบูรณ์ ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม” หมออู๋อธิบาย “คุณสอนคำใหม่ ๆ ให้ป๋ายเซียนบ้างหรือเปล่า ตลอดสามวันที่ผ่านมานี้ คุณดีกับเขาแค่ไหน หรือว่าทำให้เจ็บช้ำน้ำใจด้วยการกระทำและคำพูด คุณคิดจะพาป๋ายเซียนออกไปพบใครบ้างไหม เชือกกับประตูกั้นบันไดที่คุณอุตส่าห์... เอ้อ... หามาด้วยความลำบากนั้น ผมประทับใจ แต่พูดก็พูดเถอะ ของแบบนี้ ใครมีเงินก็ทำได้ ถ้า... ”


          ชานเลี่ยอ้าปากค้าง


          หมอนี่... หาว่าเขาเป็นไอ้ลูกเศรษฐีที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ สักแต่โปรยธนบัตรแล้วบอกว่าทำดีที่สุดแล้ว ก็แน่ล่ะ เชือกมะนิลาก็จ้างเขามาทำนี่ ประตูกั้นบันไดรึก็ติดมากับบ้านด้วยความเจ้ากี้เจ้าการของอี้ชิง เพราะเข้าใจว่าชานเลี่ยจะพาหมาป่ายักษ์มาพักอยู่ด้วยกันเป็นครั้งคราว เจ้าฮาร์บิเนี่ยนเป็นต้นคิด ไม่ใช่เขา จะว่าไปก็เออ... เออ...


          เออ... มันเอาความจริงมาพูด! หน็อย... จะว่าอะไรก็ให้คนเขาเถียงออกหน่อยซิโว้ย!


            “รู้แล้วล่ะน่า” ชายหนุ่มร่างสูงตอบห้วน ๆ เห็นอะไรแวบ ๆ ที่หางตา มือป๋ายเซียนนั่นเองที่ยังโบกให้ซื่อชุนหยอย ๆ มองนาน ๆ แล้วพาลให้คิ้วกระตุก ชานเลี่ยตีมือลูกหมาป่าดังเผียะ


            “ป๋ายเจ็บ!


          “นี่คุณ!


          มนุษย์เมาคลีทำท่าจะถลันออกไปหาหมออู๋ที่ยืนตาเขียวปั้ดอยู่ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาเห็นดังนั้นจึงคว้าลำคอของป๋ายเซียนไว้ แล้วกอดรัดด้วยแขนข้างหนึ่ง อีกข้างชี้ที่ชายหนุ่มผู้อารีอย่างมุ่งร้าย


          “ออกไปคุยกันข้างนอก” ว่าแล้วก็สะบัดนิ้วอย่างมากท่าไปทางห้องนั่งเล่น “ออกไปคุยกันอย่างผู้ลากมากดี คุณอยากจะเทศนา สั่งสอน แนะนำ ก็ทำเถอะ ผมจะรับฟังแล้วลองทำดู ให้มันรู้ไปว่าเรื่องขี้ผงอย่างนี้ ผู่ชานเลี่ยจะรับผิดชอบไม่ได้ จะดูถูกกันไปหน่อยล่ะมั้ง”


          ซื่อชุนคงจ้องดูเขาที่ทั้งรัดคอและเอวของป๋ายเซียนอยู่นาน กว่าจะเดินกลับไป


          ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยรึก็ดิ้นใหญ่ บ๊ะ! ตั้งแต่ในห้องน้ำแล้ว คิดถึงกอดของหมอ หอมของหมอใจจะขาดสิท่า หมาก็คือหมา ใครลูบหัวเข้าหน่อยเป็นติดแจ ซีอีโอตกอับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด โพสต์ลงเวยป๋อได้ไหมนะ #หมาก็คือหมา อย่างนี้น่ะ


          ทำไม! กอดของชานเลี่ยไม่อุ่นเท่าใครหรือไง แหม้... น่าหมั่นไส้จริง ๆ !

         

 

         

 



#ฟิคเมาคลี

ชานเลี่ยหมั่นไส้เจ้าป๋ายจะแย่แล้ว 

หารู้ไม่ว่าชาวบ้านชาวช่องเขาหมั่นไส้นายต่างหาก 555 โธ่ เลี่ยเอ๋ยเลี่ย







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1528 heykiki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 17:37
    ซื่อชุนของน้องงงงงงงงงง ตาเลี้ยมำตัวไม่ดีแมะ ต้องโดนสักที
    #1,528
    0
  2. #1506 Vibrance (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 04:51
    หมั่นไส้ชานเลี่ยจริงงงๆๆๆ ทำวางท่า มันน่าหยิกนักกก
    #1,506
    0
  3. #1479 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
    อาเลี่ยขี้โมโหจริง 55555555555555555555 หมาก็คือหมานะอาเลี่ย
    #1,479
    0
  4. #1440 เจ้าครีม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 19:57
    หวงสะกดอย่างนี้นะเลี่ยยย
    #1,440
    0
  5. #1385 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 13:03
    มีความหวงและอิจฉา 
    #1,385
    0
  6. #1343 DBK1802 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 00:35
    ชานเลี่ยเป็นคนตลกและขี้อิจฉา 5555
    #1,343
    0
  7. #1316 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 09:04
    ทำเป็นตัดพ้อค่ะชานเลี่ย~ เริ่มสนใจน้องแล้วก็บอกมา!!
    #1,316
    0
  8. #1300 dewwiizodiac (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 18:37
    เลี่ยอยากให้น้องชอบตัวเองล่ะซี้
    #1,300
    0
  9. #1291 lopenav (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 14:45
    ทีมหมอแพรบ หมั่นไส้ชานเลี่ยจริงๆเล้ย
    #1,291
    0
  10. #1269 parkxbyun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 21:36
    เลี่ยอิจฉาใช่มั้ยล่ะะะ
    #1,269
    0
  11. #1251 chickenkyung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 12:29
    เลี่ยก็ลองลูบหัวป๋ายดิ เผื่อป๋านติดใจ555
    #1,251
    0
  12. #1219 Tongdchr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 14:46
    ชานเลี่ยนี่ก็ดีนะ ก็รู้ตัวอ่ะ 555555 ปากห-มา ท่าเยอะ แต่เขาว่าอะไรแล้วมันจริงก็จะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี จะแก้ให้ ดีๆ
    #1,219
    0
  13. #1148 sweetpss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 22:15
    โอ๊ยลำไยชานเลี่ยได้ป่ะ5555555
    #1,148
    0
  14. #1143 NookNH94 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 19:35
    หวงป๋ายหรือไงงงง เลี่ยคิดไม่ซื่อกับน้องนะ แหมมม ตอนอาบคือไร๊ แต้มสีอะไรห้ะะะ
    #1,143
    0
  15. #1110 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 16:07
    เออ บางทีมันก็เป็นอารมณ์ที่แบบหวงของง่ะ5555555
    #1,110
    0
  16. #1022 PINKLAND (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 08:40
    กวนตีนกันทุกคน5555555
    #1,022
    0
  17. #919 fxrn09 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 12:29
    น่ารักกกก อ๊าบน่ามโด้ยกัน
    #919
    0
  18. #680 qqxr_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 17:15
    ชานเลี่ยติ๊งต๊อง 555555555555555555555555555555555555555555555555555
    #680
    0
  19. #651 tonWANja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 10:19
    -หมอออออออออ #ทีมชานเลี่ย โว๊ย!! อย่ายอมแพ้นะเลี่ย! ต้องทำให้แบคชอบกว่าหมอให้ได้!!!
    #651
    0
  20. #627 BN0412 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 14:51
    เบื่อชานเลี่ย 55555
    #627
    0
  21. #444 mees$ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 19:32
    ชอบก็แปลว่าชอบ อย่าบอกให้บอกว่าไม่ชอบซีชานเลี่ย
    #444
    0
  22. #341 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:23
    โอ้ยชานเลี่ย555555555555555
    โดนคุณหมอว่าและที่ว่ามาก็ถูกทุกอย่างเลย 
    ดูแลป๋ายดีๆ นะ ไม่งั้นจะย้ายทีมไปอยู่ทีมคุณหมออีกคน
    #341
    0
  23. #298 Autumn.Devil (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 17:01
    มีความย้อนแยงนะคุณผู่ #ทีมหมออู๋ เอาเล้ยยยยยยย555555555555
    #298
    0
  24. #291 tttttttle (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 03:01
    ขำ555555555 ป๋ายชอบหมออู๋อีพี่บอกให้พูดว่าไม่ชอบนี่หวงหรือไงแน่ะ5555555555555
    #291
    0
  25. #265 มิสเซฮุน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 11:47
    ทีมหมออู๋เลยค่ะ อย่างนี้มันต้องสั่งสอนชานเลี่ยให้รู้เรื่อง 5555555 สอนคำใหม่ๆบ้างนะ แล้วก็ไม่ใช่คิดอกุศลกะป๋ายเซียนล่ะ จะเอาเขี้ยวหมาป่าแทงให้
    #265
    0