end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 3 : แบมือมา จะตีเสียให้เข็ด!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    12 ก.ค. 59






แบมือมา จะตีเสียให้เข็ด!





 

          อะไรบางอย่างส่งเสียงครืด ๆ ชานเลี่ยครางฮือ เอาหมอนข้างอุดหู ทว่าเสียงแกรก ๆ ครืด ๆ ยังเดินหน้า บ่อนทำลายโมงยามอันผาสุกโดยไม่ลดละ “ไปตายไป๊! ” ชายหนุ่มสบถ หันไปมอง “ไอ้... ”


          อ้อ... โทรศัพท์น่ะเอง


          หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏใบหน้าอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จอมเผด็จการแห่งศตวรรษที่ยี่สิบ พร้อมชื่อที่บันทึกไว้อย่างจงใจ เตี่ยไง ตัดสายทิ้งเลย


            แต่ว่านะ... แต่ว่า... ชานเลี่ยคิดสะระตะ ขืนตัดสายทิ้งอย่างที่บันทึกไว้ (และทำอยู่บ่อย ๆ ) ล่ะก็ สถานการณ์ตอนนี้ที่ว่าแย่แล้ว คงมีอันตกตมจมดินอย่างไม่ต้องสงสัย


          ดังนั้นจึงรับสายด้วยเสียงอย่างคนที่ตื่นนอนได้หลายชั่วโมงแล้ว “ง้ายยย... เตี่ยยย”


          ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกัน “ง้ายยย... เลี่ยยย”


          “ยี้”


          “คิดถึงเตี่ยไหม”


          “ที่ถามนี่ผ่านกระบวนการคิดแล้ว รึถามไปยังงั้น” ชานเลี่ยสวน “ใคร... ใคร้จะไปคิดถึงเตี่ย เป็นถึงมังกรฟ้าแห่งซัวเถา มีอย่างที่ไหน ตัดหางลูกชายแล้วปล่อยวัด!


          ยิ่งพูดยิ่งเดือด หน็อยแน่... แตกเป็นแตกซีวะ


            “อ๊ะ... ลื้อยอมรับแล้วซิว่าลื้อมีหาง”


          “เอ๊ะ! เตี่ย! ” ตื่นเต็มตาทันที “ใครมีหาง โน่น ไอ้... ลูกหมาที่เตี่ยยัดเยียดให้ผมโน่น”


          “ไม่ได้กะจะยัดเยียดร้อก... เผอิญลุกขึ้นมา จิบชา ชมจันทร์ แล้วได้ยินลื้อคุยอะไรกะอาชิง โล้งเล้ง ๆ ” เตี่ยบอกอย่างอารมณ์ดี “ได้ยินว่าจะลื้อจะซื้อบ้าน กลัวลูกชายคนเดียวจะเหงา ฮาร์บินหนาวจะตายหะ จำได้มะ ลื้อพูดเอง”


          “จำได้”


          “น่านงาย หวังดีกว่านี้ไม่มีแล้ว”


          คุยกับเตี่ยไม่เห็นรู้เรื่อง ปะทะคารมต่อไปไม่กี่คำ ซีอีโอตกอับก็อดรนทนไม่ไหว ตัดสายทิ้ง เสียงแกรก ๆ ดังขึ้นอีก หันไปมองโทรศัพท์ ก็ไม่เห็นว่าเตี่ยจะตามมาเซ้าซี้พิรี้พิไร ชานเลี่ยขมวดคิ้ว อะไรหว่า... ดังแกรก ๆ


          พร้อมกับเสียงแกรก ๆ นั้น ชายหนุ่มได้ยินเสียง... งี้ด ๆ


            “ป๋ายเซียนเรอะ!


          ลืมไปเลย ลืมไปอีกแล้ว


          “ป๋าย! ” เมื่อได้ยินเสียงเขา ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยก็ร้อง “ป๋าย ป๋าย หิว! หิว!


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาเดินโงนเงนไปเปิดประตู ทันใดนั้น ป๋ายเซียนกระโจนใส่ชายหนุ่ม ไม่ต่างจากติงลี่เมื่อเรียกร้องความสนใจ เพียงแต่อีกฝ่ายทรงตัวด้วยสองขาไม่ได้ ไม่ช้า มนุษย์เมาคลีจึงลงเอยด้วยการนั่งแปะอยู่กับพื้น กอดขาชานเลี่ยแน่น ไม่ยอมปล่อย


          “หิว! หิว!


          “รู้แล้ว... รู้แล้ว... ” เขาตอบ พลางนึกถึงคำสั่งเสียของผู้ดูแลศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเนิ่นเจียง “อาหารเช้าของตาหนูเปี้ยน นมแพะสินะ”


          ลูกสัตว์พลัดถิ่นพยายามขยับปากตาม “โหนม! โน่ม โน่ม!


          “นมแพะ”


          “โนม โนม” ไอ้ตัวเล็กยิ้มหวาน “ป๋ายหิว โนมหิว... ป๋ายหิวโนม”


          “เออ! ฉลาด! มีความเป็นมนุษย์จริง ๆ ด้วยโว้ย”


          มองไปรอบ ๆ แล้วให้ปลงอนิจจัง ก็พอจะเห็นความเสียหายอยู่ประปราย เสียงโครม ๆ เมื่อคืนนี้ มาจากโต๊ะและเก้าอี้ซึ่งพลิกคว่ำพลิกหงาย รวมถึงนาฬิกาและชั้นวางรองเท้า อ๊ะ! รองเท้า! ชานเลี่ยสะดุ้งสุดตัว แล้วก็ถอนหายใจ ป๋ายเซียนไม่ได้แทะรองเท้าเขา


          “เอ้า... ลุกซิ เราแหละ ลุก อย่ามาทำตาแป๋ว” ชายหนุ่มบอกเมื่อลูกหมาป่ายังกอดขาอยู่ “ลุกเร็ว ๆ ไอ้ตัวเล็ก ไม่หิวหรือไง”


          ว่าพลาง สะบัดขาพลาง ป๋ายเซียนเห็นกิริยานั้นก็เข้าใจ จึงลุกขึ้น แต่ก็ล้มแปะลงอีก ชานเลี่ยกลอกตา ช่างจะมาเมื่อไหร่หนอ สิบโมง หรือสิบเอ็ดโมง... อ้อ อีกสองชั่วโมง กว่าราวจะเสร็จ คงสัก... สามหรือสี่ชั่วโมง


“ก็ได้ แค่วันนี้นะ!


          ซีอีโอตกอับคุกเข่าลง ป๋ายเซียนยิ้มเผล่ ขณะตะกายขึ้นไปบนหลัง เกี่ยวคอชานเลี่ย และส่งเสียงครางอย่างพอใจ ขาผอม ๆ ทั้งสองแกว่งไกว คลอไปกับก้าวเดินของชานเลี่ย มนุษย์เมาคลีกดคางลงกับบ่าของเขาด้วย ได้กลิ่นลูกสนเตะจมูก เป็นกลิ่นของป่าโดยแท้ ของหมอก ของลมหนาว...


          กลิ่นของป๋ายเซียนเป็นอย่างนี้เอง






 

          ช่างสามคนตรงเวลา และพอจะมีหัวทางตกแต่งภายในอยู่บ้าง หนึ่งในนั้นแนะนำให้ใช้เชือกมะนิลา ร้อยเข้ากับห่วงโลหะสีดำเป็นระยะ ๆ แทนที่ราวเหล็กเพื่อให้เข้ากับห้องแถวสูงสามชั้น คลุ้งด้วยกลิ่นอายอินดัสเทรียล ลอฟท์ของชานเลี่ย ซีอีโอตัวร้ายฟังแล้วไม่กระดิก ได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก ปล่อยให้ป๋ายเซียนตะครุบเชือกมะนิลาขดใหญ่อยู่พักหนึ่ง แล้วจึงต้อนลูกหมาป่ากลับเข้าไปในห้องนอน


          ช่างทั้งสามทำงานง่วน ได้ยินเสียงสว่านดังคึก ๆ โชคดีที่มนุษย์เมาคลีหลับสนิทหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยอาการง่วงเหงาหาวนอนเมื่อตกบ่ายอย่างเด็กเล็ก ๆ ใช้เวลาไม่เกินสามหรือสี่ชั่วโมง เชือกมะนิลาสำหรับหัดเดินก็แล้วเสร็จ ป๋ายเซียนซึ่งงัวเงียตื่นขึ้นมา ได้ลองแล้วก็ชอบใจ ล้ม ลุก และเดินอยู่อย่างนั้นโดยไม่สนใจอาหารกลางวัน


          “ตั้งไว้ตรงนี้นะ กับข้าวของเราน่ะ” ในที่สุด พี่เลี้ยงเด็กผู้ไร้ความอดทนก็วางชามสเต็กแหมะลงกับทางเข้า ถ้ำหมาป่าซึ่งเขาเป็นผู้ตั้งชื่อให้ ป๋ายเซียนยังไม่พร้อมต่อการใช้ห้องนอน ผู้ดูแลว่าอย่างนั้น ที่ที่ชานเลี่ยจัดให้อีกฝ่ายนอน จึงเป็นเวิ้งเล็ก ๆ เวิ้งหนึ่ง ตรงกันข้ามกับห้องนอนของเขา ไม่มีประตู เครื่องเรือน หรือของมีคมใด ๆ นอกจากฟูกนอนและตุ๊กตาตัววอมแบท (สำหรับแทะ) เท่านั้น


           ไอ้ตัวเล็กมองตาแป๋ว “เป็นอันว่าเข้าใจแหละ” ชานเลี่ยพึมพำกับตัวเองแล้วยักไหล่ “มันเข้าใจแหละ... ”


           กลับลงไปที่ห้องนั่งเล่น ฟังเพลง ดูละคร ทำทุกสิ่งซึ่งเท่ากับการผลาญเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แน่ล่ะ ชานเลี่ยคิดแต่ว่า ระยะเวลาไม่กี่เดือนต่อจากนี้คือวันหยุดพักร้อนที่ได้มาโดยบังเอิญเท่านั้น ไว้หาทางติดต่อกับสาว ๆ ฮาร์บิเนี่ยนได้เมื่อไหร่ อะไร ๆ จะดีขึ้นโข ป๋ายเซียนก็เท่านั้น ไม่เห็นต้องสนใจ ไม่เห็นต้อง...


          “อะไรของมันอีกวะ!


          คราวนี้เป็นเสียงร้องไห้จ้า


          “ป๋ายเซียน! ” ชานเลี่ยตะโกนเรียก “เปี้ยนป๋ายเซียน! ” กระโจนขึ้นบันไดทีละสองขั้น “ไอ้ตัวเล็กโว้ย เป็นอะไร!


          สเต็กยังไม่ถูกแตะต้อง ป๋ายเซียนนั่งแปะอยู่กับฟูกนอนซึ่งอยู่ในสภาพไม่น่าดูนัก ผ้าปูที่นอนขาดวิ่น หมอนทุกใบ ตุ๊กตาทุกตัว ถูกรื้อกระจุยกระจาย มนุษย์เมาคลีกอดตุ๊กตาตัววอมแบทแนบอก สะอื้นฮัก ๆ จนหัวกลม ๆ ของเจ้าวอมแบทเปื้อนน้ำตาเป็นดวง ๆ


          “หกล้มล่ะซิ” ชายหนุ่มเดา “อย่าทำขี้แยไปหน่อยเลย เราน่ะ หกล้มในป่าในเขามากี่หนแล้วไม่รู้”


          “เจ็บ! เจ็บ! ” ป๋ายเซียนฟ้อง “เจ็บ!


          “มีแผลไหม ยายคุณป้าผู้ดูแลนั่นฆ่าฉันแน่ คุณหมออู๋ของเขาอีกคน ไหนล่ะแผล รอเดี๋ยว จะไปหยิบ... ”


          “เจ็บ! ” ลูกหมาป่ากรีดร้องขึ้นอีกโดยไม่ฟังเสียง “เจ็บ!


          “รู้แล้วว่าเจ็บ เงียบหน่อยได้ไหมเล่า”


           ชานเลี่ยยืนเท้าสะเอว ค้ำอยู่เหนือจานสเต็กของป๋ายเซียน จ้องอีกฝ่ายเขม็ง เป็นผู้ดูแลศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเนิ่นเจียงคงพุ่งเข้าไปกอดไอ้ตัวเล็กแล้ว แต่ไม่ใช่กับเขาแน่


          “รอเดี๋ยวนะ ไม่รู้ว่าตะกร้ายาอยู่ไหน”


          คราวนี้มนุษย์เมาคลีกระโจนพรวดเดียวถึงตัวเขา นึกแล้วก็แปลก ทั้งที่เมื่อยืนสองขากลับไร้เรี่ยวแรง ขาผอม ๆ ทั้งสองของป๋ายเซียนกลับมีแรงส่งเมื่อกระโดดหรือกระโจนมากจนเหลือเชื่อ “เจ็บ! ” ร้องไห้โฮ “ไม่ชอบ!


          “ก็แล้วมันอะไรเล่า เจ็บตรงไหนก็บอก”


          ขยับจานสเต็กไปข้าง ๆ ยอมนั่งยอง ๆ พิจารณาดูอีกฝ่าย พลิกแขนซ้าย ป่ายแขนขวา ผลักป๋ายเซียนล้มลงไปนั่งพับเพียบด้วยมือเดียว “ไม่เห็นมีแผลนี่” ชานเลี่ยงึมงำ “เจ็บอะไร”


          ยากกว่าหัดเดิน คงเป็นการสื่อสาร


          ลูกหมาป่าพุ่งกลับไปที่ฟูกนอน ท่าทางละล้าละลัง ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจอยู่ดี น้ำตาร่วงเอา ๆ ราวกับเปิดก๊อก ท้ายที่สุดป๋ายเซียนชูกิ่งไม้แห้ง ๆ บิดเบี้ยวขึ้นด้วยหน้าเหยเก


          ชานเลี่ยเข้าใจแล้ว


          “เขี้ยว! ” ซีอีโอตกอับร้องออกมาอย่างตื่นเต้น พลางชี้ไปที่ฟันของตัวเอง “เขี้ยวใช่ไหม!


          ป๋ายเซียนร้อง “ป๋าย! ป๋าย!


          เป็นอันว่าใช่ เขี้ยวหมาป่าที่อีกฝ่ายนำติดตัวมาพร้อมกับกิ่งไม้หน้าตาน่าเกลียดหายไปนี่เอง ตัวปัญหาแห่งซัวเถาถอนหายใจ เรื่องเท่านี้เอง... เสียเวล่ำเวลาจริง ๆ


          “แล้วฉันจะซื้อให้ใหม่” เขาว่าแล้วโบกมือ “เอ้า กินซะ เดี๋ยวจะปวดท้อง”


          เมื่อทำท่าว่าจะไป ป๋ายเซียนกลับถลันเข้ามาเกาะขาใหม่ “ป๋าย! ” มนุษย์เมาคลีว่า “ป๋าย!


          “ฮื้อ ไม่เอาน่า ไปไหนก็ไป ไป๊”


          น้ำตาร่วงเผาะอีกแล้ว น้ำตาเป็นเผาเต่าเป็นอย่างนี้เอง “ป๋าย” เด็กชายนิ่วหน้า คิ้วขมวด พยายามบอกเล่าด้วยถ้อยคำซึ่งตนเองไม่เข้าใจ “มะ มะ”


          “มะ มะ อะไร”


          ชี้ไปที่เขี้ยวของตัวเอง ส่งเสียงหอน แล้วร้องอีก “มะ มะ”


          หรือว่า... แม่!


            “เขี้ยวนั่น... ของแม่เรอะ! ” ชานเลี่ยอุทาน “ของฮูหยินเนี่ยนะ”


          ใจอ่อนลงหน่อยหนึ่งจนได้ ถึงอย่างนั้น ชานเลี่ยก็ไม่ได้ทุ่มกำลังหาจนสุดตัว ก็ไม่ใช่อะไรที่เขาจะต้องใส่ใจนี่... เขี้ยวหมาป่ากับกิ่งไม้หน้าตาอัปลักษณ์ จะเก็บไว้ทำไมไม่รู้ ป๋ายเซียนกลับเป็นมนุษย์เมื่อไหร่ ขี้คร้านจะทิ้งไปเมื่อน้้น!


          มนุษย์เมาคลีต่างหากที่ตามหาอย่างไม่ละลด ทำจมูกฟุดฟิดไปตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงจึงส่งเสียงร้องแหลม “ป๋าย! ป๋าย! ” ชายหนุ่มกลอกตาไปมาอย่างหงุดหงิด เมื่อเดินตามไปก็เห็นว่าอีกฝ่ายจ้องเขาเป๋งอย่างมีความหวัง ถ้าเป็นหมา คงเป็นหมาที่กำลังกระดิกหางริก ๆ

 

         “ไหน”


          อ้อ... เห็นแล้ว ช่างสามคนอาจไม่ทันระวัง หรือ... จะเป็นเพราะโดนัทชุบน้ำตาลหนอ เมื่อคืนนี้ ป๋ายเซียนคึกคัก ทำข้าวของกระจัดกระจาย ตอนนี้เขี้ยวของฮูหยิน ซึ่งร้อยเข้ากับเชือกหนังเส้นเล็ก ๆ ห้อยต่องแต่งอยู่กับกันสาด ยื่นออกไปหาถนนจงหยางที่ใครต่อใครเดินกันขวักไขว่


          “ไม่หายก็เหมือนหายแล้วแบบนี้” ชานเลี่ยบอก “บ้านนี้ไม่มีไม้ยาว ๆ หรอก และฉันก็จะไม่เอื้อมมือไปหามันแน่ ตกลงไป ไม่ขาแข้งหัก ก็หัวร้างข้างแตก”


          ดีไม่ดีจะเป็นหมัน...


          เมื่อเห็นว่าเขาหดหัวกลับเข้ามาทางหน้าต่าง ท่าทางไม่สนใจใยดีอีกต่อไป ป๋ายเซียนก็เริ่มต้นร้องไห้อีกครั้ง


          “รำคาญน่า” ซีอีโอหนุ่มบอกปัด ๆ “เดี๋ยวฉันซื้อให้ ไม่เข้าใจหรือไง ซื้อน่ะซื้อ”


          อย่างนี้ต้องใช้ไม้แข็ง ชานเลี่ยลุกขึ้นยืน ก้าวถอยหลัง ทำท่าจะหนีจากไปจริง ๆ ป๋ายเซียนมองตามตาละห้อย ขณะชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่อง


          เพียงแต่ตัวปัญหาแห่งซัวเถาลืมไปว่า เมื่อเขาใช้ไม้แข็งได้... ลูกหมาป่าซึ่งเป็นมนุษย์ก็ใช้ไม้แข็งได้เหมือนกัน


          กว่าจะรู้ตัว ป๋ายเซียนก็ตั้งท่า เดินด้วยมือและเท้า จ้องเขม็งที่หน้าต่าง ขาทั้งสองหดเกร็ง มันเดินไม่ได้ ชานเลี่ยขมวดคิ้ว แต่มัน... จะกระ...


          กระโจน!


          “หยุดนะ!


          คว้าหมับ จับตัวป๋ายเซียนได้กลางอากาศ ไอ้ตัวเล็กดิ้นรน กรีดร้อง ชานเลี่ยกอดอีกฝ่ายไว้แน่น กลิ้งหลุน ๆ ไปบนพื้น ในที่สุดก็กดตัวเด็กชายไว้กับฟูกนอนได้สำเร็จ ซีอีโอตกอับนั่งทับขา พยายามยึดสองมือไว้ ข้างหนึ่งพ้นมือชายหนุ่มไปได้ ป๋ายเซียนตวัดมัน ได้ยินเสียงเพียะ! แปร่ง ๆ ขณะฝากรอยเล็บไว้บนแก้มขวาเป็นทาง


          “ฉันเจ็บนะ! ป๋ายเซียน!


          “เจ็บ! ” ลูกหมาป่าสะดุ้ง และเมื่อเห็นผลงานของตัวเองก็มีสีหน้าใกล้เคียงกับการรู้สึกผิด “เจ็บ... ”


          “แค่ของชิ้นเดียว อย่ามาทำพิรี้พิไรน่า!


          แต่ป๋ายเซียนไม่ฟัง มนุษย์เมาคลีส่ายหน้า น้ำตาไหลพราก “เจ็บ เจ็บ” เจ้าตัวออกแรงทุบที่อก ได้ยินเสียงทึบ ๆ หนัก ๆ “เจ็บ! ป๋าย... เจ็บ”


          “เจ็บอะไร ไม่ได้เป็นโรคหัวใจเสียหน่อย”


          แล้วก็นึกออก พร้อมกันนั้น ใจหายวาบ


          ป๋ายเซียนกำลังจะบอกว่าเสียใจ... ต่างหาก


          พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ สะกดกลั้นโทสะซึ่งพลุ่งพล่าน “ฟังนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “ฟังนะ... ฉันจะเก็บให้ จะเก็บให้ก็ได้ แต่อย่ากระโจนออกไปนอกหน้าต่าง”


          “ป๋าย... ”


          “เข้าใจไหม ไอ้ตัวเล็ก”


          “ป๋าย”


          “อย่าทำอีก เราน่ะ... ตัวเล็ก ไม่แข็งแรง ตายแน่ ตายแน่เข้าใจไหม เจ็บนะ เจ็บมาก ๆ เลยนะ การตายน่ะเจ็บมาก ๆ เลยนะ”

 

          “เจ็บ... เจ็บ”


          “เข้าใจก็ดีแล้ว”


          อยู่ในท่านั้นพักหนึ่ง แล้วจึงปล่อยมนุษย์เมาคลี ชานเลี่ยกลับลงไปที่ห้องนั่งเล่น เอาไม้กวาดต่อเข้ากับที่ตักผง รัดด้วยเชือกมะนิลา ไม่ช้าก็ได้ไม้ยาวพอจะใช้เกี่ยวเขี้ยวของฮูหยินขึ้นจากกันสาด


          ระหว่างที่ขันเชือกให้แน่นนั่นเอง ความรู้สึกบางอย่างปราดเข้าสู่หัวใจ


            อะไรกัน หาทางเอาเขี้ยวหมาป่าขึ้นจากกันสาด ง่ายแค่นี้เอง...


รู้ทั้งรู้ว่าเขี้ยวนี้เป็นของสำคัญ เป็นของแม่หมาป่าซึ่งอุ้มชูดูแลป๋ายเซียน กลับบอกปัดอีกฝ่าย ใจร้ายน่าดูชม จะซื้อให้ใหม่อย่างนั้นหรือ... ต่อให้พลิกเฮย์หลงเจียง หรือจีนแผ่นดินใหญ่ ก็ไม่มีเขี้ยวของฮูหยิน


          ผู่ชานเลี่ยไม่ทันได้ลองดูด้วยซ้ำไป


          “แล้วทำไมเล่า! ” รีบสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง “มีเงินก็ต้องใช้เงินซี่ จะออกแรงให้โง่เรอะ”


          ค่อย ๆ ยักแย่ยักยัน เกี่ยวเอาเขี้ยวหมาป่าขึ้นจากที่ห้อยต่องแต่งอยู่ ชานเลี่ยตัวสูง จึงออกจะลำบากพิกล เหมือนตั๊กแตนตำข้าวยืนโยงโย่ ป๋ายเซียนคุกเข่า เกาะขอบหน้าต่าง ตาสีอำพันจ้องเป๋ง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขี้ยวของฮูหยินจวนเจียนจะตกลงไป คนร้องเหวอ ลูกหมาป่าร้องไม่เป็นภาษา ใช้เวลากว่าสิบนาที เขี้ยวหมาป่าร้อยกับเชือกหนังจึงกลับมาอยู่ในมือมนุษย์เมาคลี


          “แล้วอย่าทำหายอีกล่ะ” อดไม่ได้ที่จะหอบแฮ่ก แฮ่ก... ซี่โครงบาน


          “ป๋าย”


          “จะไม่เก็บให้อีกแล้วนะ รู้ไหม เปลืองตัวชะมัดเลย ไอ้ลูกหมา”


          “ป๋าย... หิว”


          “เออ... ไม่ต้องมาบอกฉัน คลานไปกินสเต็กโน่น เย็นเป็นน้ำแข็งแล้วมั้ง”


          “เจ็บ”


          “เจ็บอะไรอีกล่ะ”


          อีกฝ่ายเงียบไป ไม่ตอบ ชายหนุ่มสงสัย เมื่อหันไปมอง จึงรู้ว่าป๋ายเซียนไม่ได้หมายถึงความเจ็บปวดของตัวเอง ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยชี้ที่แก้มของเขา ซึ่งเล็บของเด็กชายยังฝากรอยแดงไว้


          “ก็เจ็บน่ะสิ”


          “เจ็บ... ”


          “ช่าย เราน่ะมันลูกหมานิสัยไม่ดี”


          ทันใดนั้นเอง ป๋ายเซียนวางเขี้ยวของฮูหยินลง ปีนขึ้นมาบนตักชานเลี่ยซึ่งงุนงง แล้วก้มลงมาใกล้...


          “จะทำอะไรน่ะ! ออกไปนะโว้ย!


          เกือบจะผลักอยู่แล้ว ตอนที่มนุษย์เมาคลีแลบลิ้น


          และเลียแผลให้เขา


          “ไม่เอาน่า อย่าทำอย่างนี้ สกปรก”


          ฟังเสียที่ไหน! ป๋ายเซียนยังเลียแผล็บ ๆ แวบหนึ่งนั้น ชานเลี่ยนึกขึ้นได้ ผู้ดูแลศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าเนิ่นเจียงพูดว่าอะไรนะ “ตาหนูว่าแกเลียคุณแล้ว ดังนั้น คุณจึงเป็นของแกค่ะ”


          เท่านั้นแหละ ร่างกายเล็ก ๆ ปลิวหวือ ป๋ายเซียนร้องเอ๋งเมื่อถูกผลัก ลูบบั้นท้ายป้อย ๆ “เจ็บ! ” ร้องประท้วงทั้งน้ำตาคลอเบ้า “ป๋ายเจ็บ!


          “รู้แล้ว ไม่ขอโทษด้วย”


          เกือบจะเหมือนลูกหมาป่ากำลังแบะปากให้ ดู๊ดู! เป็นคนเมื่อไหร่ พูดได้เมื่อไหร่ มันต้องปากคอเราะร้ายพอ ๆ กับเขา เถียงคำไม่ตกฟากแน่ ๆ ล่ะ!


          “แบมือมา”


          ป๋ายเซียนเอียงคอ กระทั่งชายหนุ่มทำให้ดูเป็นตัวอย่าง “ทำแบบนี้!


          เสร็จล่ะ! เมื่ออีกฝ่ายส่งมือให้ ชานเลี่ยก็ใช้ด้ามไม้กวาดฟาดเผียะ!


            เอ๋ง! “เจ็บ!


          “เจ็บก็ดี เจ็บแล้วจำด้วย ช่างก่อเรื่องยุ่งนักนะ ข้าวปลาก็ไม่กิน เดือดร้อนฉันต้องเอาไปอุ่นให้อีก เขี้ยวนี่ เอาห้อยคอไว้เสียดี ๆ แล้วอย่าทำทะลึ่ง วิ่งตึงตังตอนกลางคืนอีกล่ะ ฉันจะหาหนังสติ๊กมาดีด! ดีดเจ็บ ๆ เลย เข้าใจไหม”


          ไม่รู้หรอกว่าเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ซีอีโอตกอับสวมเชือกหนังร้อยเขี้ยวของฮูหยินผลุบลงที่หัวป๋ายเซียนอย่างลวก ๆ คว้าเอาจานสเต็กขึ้นมา ลงบันไดไปที่ครัว


          “จะตามลงมาไหม!


          “ป๋าย! ป๋าย!


          นั่นแหละ... อย่างนั้น


          ที่เอาสเต็กลงมาอุ่นให้ เพราะกลัวว่ากินของเย็น ๆ แล้วไอ้ตัวเล็กจะฉลาดน้อย ฉลาดช้า ไม่เป็นคนเสียที ลำบากเขาอยู่เรื่อยไปแหละ ไม่มีเหตุผลอะไรเล้ย


          แน่ะ... ยังมีหน้ามาทำเสียงงี้ด ๆ ข้างหูอีก


          เกิดเป็นชานเลี่ยนี่ลำบากจริง ๆ !




#ฟิคเมาคลี

ขอโทษนะคะที่คราวนี้มาช้า ช้ามาก ๆ เลย น้อมรับทุกคำด่า 555

จะจบปีสามแล้วง่า งานเยอะมาก สอบก็เยอะมาก วัน ๆ ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย เห็นใจเถิดหนาคนดี TT

ก็เลยเอามาลงให้ทีเดียวทั้งตอนนะฮะ

-ชุ้บ-





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1527 heykiki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 17:25
    ทำเป็นบ่นไปงัเนแหละตาคนนี้ จริง ๆ ก็เอ็นดูป๋ายมากกว่าใคร
    #1,527
    0
  2. #1505 Vibrance (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 04:39
    ฮือออน่าเอ็นดูใช่มั้ยล้าาาาชานเลี่ยยย ป๋ายเซียนน่ะ ป๋ายๆๆๆๆ 55555น่ารักกกก
    #1,505
    0
  3. #1478 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:04
    น่ารักมาก ชอบน้องร้องเอ๋ง หมาน้อยยย หงิงๆๆๆๆ
    #1,478
    0
  4. #1464 moony+lilac (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 14:20
    โอ๊ย เจ้าป๋ายน่ารักมากเลย แง เจ็บ เจ็บ ชอบฉากเถียงเตี่ยกับตบตีกะป๋ายสุด 5555555555555555555555
    #1,464
    0
  5. #1439 เจ้าครีม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 19:47
    แงงงง ทำไมน่ารักก เลี่ยก้อ่อนโยนเหมือนกันเนาะะะ
    #1,439
    0
  6. #1407 soorin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 20:14
    โฮ่ย ตอนบอกว่าเสียใจน่ารักน่าเอ็นดู
    #1,407
    0
  7. #1384 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 12:34
    น้องน่ารักชานเลี่ยก็น่ารัก
    #1,384
    0
  8. #1358 -Masterpiece- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 23:10
    ป๋ายๆนัลลัคคค
    #1,358
    0
  9. #1342 DBK1802 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 00:09
    น้องเจ็บที่ใจจริงๆด้วย การสื่อสารกะน้องช่างทุลักทุเล 5555
    #1,342
    0
  10. #1339 คาวาอิแปลว่าน่ารัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 13:06
    ชอบคาแรกเตอร์ป๋ายเซียนจัง น่ารัก
    #1,339
    0
  11. #1315 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 08:48
    จ้าาาาาา คุณชานเลี่ยนี่เป็นคนตลกเนาะ ย้อนแย้งในตัวเองขั้นสุด 55554
    #1,315
    0
  12. #1299 dewwiizodiac (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 18:25
    ปากร้ายใจดีเนอะตาพี่
    #1,299
    0
  13. #1290 lopenav (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 14:35
    ความตบตีนี้555555555555 น่ารักก
    #1,290
    0
  14. #1268 parkxbyun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 21:16
    พี่เลี่ยแอบใจดี หนูป๋ายน่าเอ็นดูมาก บ่นเจ็บๆทั้งตอน55555
    #1,268
    0
  15. #1250 chickenkyung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 12:07
    น่าร้ากกกกกกกกอ่ะหนูป๋าย พี่เลี่ยแอบใจดีเหมือนกันนะเนี่ย
    #1,250
    0
  16. #1218 Tongdchr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 14:29
    หนูป๋าย ไม่รู้จะดีใจด้วยหรือสงสารดีที่ต้องมาอยู่กับคนใจร้าย แต่เดี๋ยวพี่มันต้องเอ็นดูตาหนูแน่ๆ
    #1,218
    0
  17. #1147 sweetpss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 21:57
    เดี๋ยวต่อยเลยชานเลี่ยค่อยๆสอนสิ!!!!
    #1,147
    0
  18. #1142 NookNH94 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 19:14
    ใจเย็นๆสิเลี่ยยย ป๋ายทำไรผิด 5555555555555
    #1,142
    0
  19. #1137 HoneyB'c (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 01:40
    ได้แต่กรีดร้องเป็นคำว่าน่ารักอยู่ร่ำไป ฮือออออออออออ เขินง่าาาา
    #1,137
    0
  20. #1109 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 15:57
    ค่อยๆ สอนสิเอ้ะ5555
    #1,109
    0
  21. #1021 PINKLAND (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 08:27
    เอ็นดูป๋ายยย
    #1,021
    0
  22. #988 pim pimmi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 12:32
    ป๋ายยยยย
    #988
    0
  23. #918 fxrn09 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 12:05
    น่ารักกกกกก
    #918
    0
  24. #888 Apinya Yanaso (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:44
    โอ้ยยย อยากเลี้ยงงมั่งงง 5555
    #888
    0
  25. #804 anglebeebee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:09
    โอ้ยยยย น่ารักกกก
    #804
    0