end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 22 : ยกน้ำชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    26 มี.ค. 60


? cactus




บทที่ 19

ยกน้ำชา







 

          เพราะลู่หานต่อเติมครัวเล็ก ๆ ด้านหลังห้องบันทึกเสียง ป๋ายเซียนจึงออกจากบ้านพร้อมกับเขา และกลับจากค่ายเพลงพร้อมกับเขา ความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สู้ดีนักอีกครั้งจึงหายไป  เมื่อลูกหมาป่าไม่จำเป็นต้องตุเลง ๆ มาพบชานเลี่ยเพียงลำพังในเวลากลางวัน และไม่จำเป็นต้องแซ่วอยู่กับบ้าน รออยู่ที่ห้องนั่งเล่นจนค่อนคืน


          ที่ไม่น่าพอใจนัก คือชายหนุ่มร่างสูงแลกความปลอดภัยกับความหึงหวง ครัวเล็ก ๆ ผนังกรุด้วยไม้มะฮอกกานี มักคลาคล่ำด้วยสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าไว้วางใจ (อย่างน้อยก็สำหรับตัวปัญหาแห่งซัวเถา) ไม่ว่าจะเป็นจินสี่สหาย โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์ก (แมวเพศผู้) หมออู๋ที่แวะเวียนมาอยู่บ่อย ๆ และศิลปินฝึกหัดชาย


ความเป็นกังวลนั้นทำให้อดีตซีอีโอทุ่มเทกับงานยิ่งขึ้น ชานเลี่ยมักบันทึกเสียงสำเร็จก่อนใคร เพียงเพื่อจะขลุกอยู่ในครัว ดื่มโกโก้เงียบ ๆ และเขียนเพลงที่โต๊ะเล็ก ๆ ประดับด้วยลูกสนแห้ง ขณะที่ป๋ายเซียนร้องเพลงหงุงหงิงไปพลาง ดูวิดีโอสอนทำอาหารไปพลาง ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจะแฮ่ใส่ทุกคนที่พูดกับเด็กชายจากป๋าด้วยเสียงหวานจ๋อย ซึ่งก็เกือบทุกคนนั่นแหละ...


“ป๋ายเซียนจ๋า ได้ยินว่าวันนี้มีขนมหนวดมังกรนี่ ชิมหน่อย หวานเหมือนเราหรือเปล่า”


“หุบปากนะ!


“คุณป๋ายเซียน ขอบคุณสำหรับบะหมี่นะครับ อร่อยที่สุดในโลกเลย”


“หุบปากนะ!


“ป๋ายเซียน หมอคิดถึงเราพอ ๆ กับที่คิดถึงหนึ่งก้วยของเราเลย”


“หุบปากนะ!


“เต้าหู้ผัดซอสเสฉวนของคุณป๋ายเซียน รสชาติดีจริง ๆ ”


“หุบปากนะ!


“แง้ว หม่าว แง้ว... ”


            “หุบปากนะ!


            “นี่แน่ะ ผู่ชานเลี่ย” อี้ชิงบอกเขาด้วยท่าทีอิดหนาระอาใจในวันหนึ่งที่แวะเวียนมาพร้อมกับโดนัทชุบน้ำตาลกล่องใหญ่สำหรับมนุษย์เมาคลี “ฉันล่ะดีใจพิลึกที่กุ้งมังกรของลู่หานไม่อยู่ในครัว”


          “แน่ล่ะ ฉันเกลียดพวกมัน... พวกมันทั้งหมด”


          “เปล่า” ฮาร์บิเนี่ยนถอนหายใจ “เพราะต่อให้ร้องบุ๋ง ๆ แกก็จะขู่แฟ่ บอกให้หุบปากอยู่ดี”


          ห้องนั้นอบอวลด้วยกลิ่นขนมปังที่อบใหม่ ๆ กลิ่นลูกสน และกลิ่นหมึกจากปากกาคอแร้งของอดีตซีอีโอ เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากย่นจมูก ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้สามขาทำจากโลหะใกล้ ๆ


          “ติดต่อเตี่ยบ้างหรือเปล่า ขอบคุณสำหรับชานะ ป๋ายเซียน” อีกฝ่ายหันไปส่งยิ้มให้ลูกหมาป่า


          “ไม่... ไม่ล่ะ ไม่เคย”


          “ไม่ดีเลย” ฮาร์บิเนี่ยนบอกอย่างกลัดกลุ้ม “ม้าของแก... จะเสียใจแย่”


          “ม้าจะเข้าใจฉัน”


          “โธ่... เลี่ย” อี้ชิงส่ายหน้า “แต่ก่อน... เตี่ยกับม้ารู้ว่าแกเป็นตายร้ายดียังไง อยู่ที่ไหน เพราะอะไร เดี๋ยวนี้ไม่เป็นอย่างนั้น ผลุนผลันจากบ้านเหมือนจะไม่มีวันบ่ายหน้ากลับไป ต่อให้เป็นมังกรฟ้าแห่งซัวเถาก็ไม่สบายใจ”


          ชานเลี่ยตอกกลับอย่างดื้อรั้น “เตี่ยถามจากแกได้นี่”


          “ถามจากฉันก็รู้แต่ว่าเดี๋ยวนี้แกเป็นนักแต่งเพลง เป็นแร็ปเปอร์ในค่ายเพลงที่ไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า แต่ลงเป็นพ่อกับแม่แล้ว รู้เท่าไหร่ก็ไม่พอ อาหารอร่อยไหม เสื้อผ้าสะอาดหรือเปล่า น้ำที่อาบอุ่นดีหรือยัง สารพัด”


          “ต้องร้องไห้หรือเปล่า”


          “คิดให้ดีนาเลี่ย ออกมาอยู่กะน้องนานสองนาน ไม่สนใจเตี่ย ไม่สนใจม้า ที่ซัวเถาเขาจะว่าเอาได้ ว่ามากกลูกหมาป่า หลงเสียโงหัวไม่ขึ้น” เพื่อนคู่ทุกข์เตือน “บ้านผู่จะไม่ชอบน้องเอา จะหาว่าป๋ายเซียนทำให้แกเป็นอย่างนี้ ไม่ดีต่อน้องเลย”


          มนุษย์เมาคลีที่ฟังอยู่เงียบ ๆ รามือจากการปั้นเนื้อสับในชามผสมและเงยหน้าขึ้น


          “บ้านผู่... ”


          “บ้านของเจ้าเลี่ยแน่ะ ป๋ายเซียน เตี่ยกับม้า หมายถึงพ่อกับแม่”


          ป๋ายเซียนเอียงคอ “ไม่รู้... ว่า เลี่ยเกอมีพ่อ... กับแม่... เลี่ยเกอไม่เคยบอก”


          “เกอไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่นะ! ” ชานเลี่ยตอบอย่างเคือง ๆ “เรื่องของผู้ใหญ่ทั้งนั้น เราอย่าสนใจเลย ทำอาหารต่อไปเถอะ”


          “เอาเถอะ” อี้ชิงจึงทำปากยื่น เป่าผมม้าของตัวเองพลางหันไปหาเด็กชายจากป่าเพื่อช่วยสับหอมหัวใหญ่ “ตามใจ... ฉันรู้ว่าป๋ายเซียนเป็นเด็กดี ไม่ว่าใครที่นี่ก็รู้ แต่ที่ซัวเถาเขาไม่รู้ด้วย ริจะรักแล้วต้องรู้จักปกป้อง ปกป้องร่างกาย... หัวใจ ชื่อเสียง หรือแกว่าไม่จริง”


          ชายหนุ่มร่างสูงได้แต่จ้องดูปลายปากกาคอแร้งราวกับมันน่าสนใจหนักหนา “ซึ่งฉันล้มเหลวอีกแล้วสิท่า”


          “ยังหรอก”


          เพื่อนรักปลอบโยน ขณะที่ป๋ายเซียนนำแฮมเบิร์กลงทอดในกระทะ ได้ยินเสียงฉี่ฉ่าพร้อมกับกลิ่นฉุยฉาย


          “เดี๋ยวนี้แกไม่รั้นจนน่ารำคาญเหมือนก่อน รู้จักฟัง รู้จักคิด ผู่ชานเลี่ยเป็นคนใหม่แล้ว ฉันเชื่ออย่างนั้น”


          คนเป็นเกอได้แต่ถอนหายใจและกลืนน้ำลาย ท้ายที่สุดก็วางปากกา ก่อนนวดขมับอย่างไม่สบายใจ

 






          ชายหนุ่มร่างสูงเงยหน้าจากกระดาษเขียนเพลงเมื่อได้ยินเสียงแกร๊ก... และโคมไฟตั้งโต๊ะถูกปรับให้สว่างขึ้น เมื่อหันไปหาต้นเสียงก็พบเด็กชายจากป่ากำลังนิ่วหน้า กอดอก ปากเล็ก ๆ ขยับขึ้นลง เกิดเป็นเสียงกระเง้ากระงอดเพื่อบอกว่าอีกฝ่ายไม่พอใจนัก แม้จะยังน่าเอ็นดูก็ตามที


          “กลางคืนอย่างนี้.... ควรจะปรับ... ให้สว่าง” ป๋ายเซียนว่า “ได้ยินเสียง... ท้องร้อง ป๋ายอุ่นนมมาให้ อย่าปล่อย... ให้ท้องหิวอย่างนี้... อีกนะ กลุ้มใจจัง”


          เขาเสมองที่ถ้วยกระเบื้องบรรจุนมอุ่นโรยด้วยผงอบเชยและบอก “เราเก่งขึ้นแยะ รู้ตัวหรือเปล่า”


          “อย่านะ... อย่าทำไฉ เฉไฉ”


          ชานเลี่ยหัวเราะในลำคอ ก่อนใช้แขนทั้งสองเกี่ยวเอวมนุษย์เมาคลี ซุกใบหน้ากับกับอกผอม ๆ ของอีกฝ่าย สูดกลิ่นลูกสนที่คุ้นเคย “เราขุนตัวเองอย่างที่ขุนเกอบ้างซี่”


          “อย่าทำอย่างนี้ จั๊กกาจี้”


          “อย่าทั้งนั้นเลย ใจร้าย” คนเป็นเกอตัดพ้อ กอดอีกคนหนึ่งแน่นขึ้น “เกอจะลงโทษเรา คอยดู”


          “ทำงาน... ให้เสร็จ... ก่อนเถอะ” ลูกหมาป่ายู่ปาก “ป๋ายง่วง... จะแย่แล้ว ไม่รอล่ะนะ”


          เขาจึงบิดปลายจมูกสีแดงระเรื่อนั้นอย่างมันเขี้ยว “บอกกี่ครั้งกี่หนแล้ว ว่าไม่ต้องรอ เกออยากให้เรานอนเยอะ ๆ จะได้แข็งแรง”


          “จะนอนก็ได้... แต่ท้องของเลี่ยเกอไม่ควร... ต้องร้อง” อีกฝ่ายให้เหตุผล “ป๋าย... นอนเยอะ เลี่ยเกอ... กินเยอะ จะได้แข็งแรง... เหมือนกัน อยู่ด้วยกันนาน ๆ ”


          ใครจะว่าเขาหลงป๋ายเซียนจนโงหัวไม่ขึ้นก็ช่าง ชานเลี่ยไม่สนใจแล้ว! ตัวปัญหาแห่งซัวเถาฝังจมูกกับแก้มอันนวลเนียน ก่อนปล้ำจูบทั่วใบหน้า ลูกหมาป่าหัวเราะคิกคัก ผลักเขาออกห่าง บอกให้จดจ่อกับงาน และยื่นถ้วยนมอุ่นให้ ซึ่งชายหนุ่มร่างสูงดื่มจากมืออีกฝ่ายรวดเดียวหมด มนุษย์เมาคลีจึงจูบซับคราบนมเหนือริมฝีปากของคนเป็นเกอทีละหน่อยจนสะอาด จากนั้นก็โบกมือให้ สะโหลสะเหลกลับไปที่ห้องนอน


          กว่าจะรู้ว่าอีกคนหนึ่งนอนไม่หลับก็เมื่อหาวหวอดและทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างแรงแล้ว ดวงตาสีอำพันคล้ายสัตว์ป่าของป๋ายเซียนเป็นประกายในความมืดมิด


          “เป็นอะไรไป ฝันร้ายหรือเปล่า”


          เด็กชายจากป่าพลิกตัวกลับมาหาเขา พึมพำว่า “ที่อี้พูด... เป็นความจริงหรือเปล่า”


          “เรื่องไหนล่ะ”


          “เรื่องที่บ้านผู่... จะไม่ชอบป๋าย” อีกฝ่ายว่าอย่างไม่สบายใจ “ป๋าย... ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น”


“โธ่... เด็กดี” อดีตซีอีโอจึงกอดอีกฝ่ายและจุมพิตที่หน้าผาก “ไม่เป็นไรหรอก”


“แม่... ชอบเลี่ยเกอ” มนุษย์เมาคลีหมายถึงฮูหยิน “อยากให้แม่... ของเลี่ยเกอ ชอบป๋ายเหมือนกัน”


“ฉันรู้ว่าป๋ายเซียนเป็นเด็กดี ไม่ว่าใครที่นี่ก็รู้ แต่ที่ซัวเถาเขาไม่รู้ด้วย” คำแนะนำของเพื่อนคู่ทุกข์ดังขึ้นในความนึกคิด “ริจะรักแล้วต้องรู้จักปกป้อง ปกป้องร่างกาย... หัวใจ ชื่อเสียง หรือแกว่าไม่จริง” ชานเลี่ยระบายลมหายใจจากปาก อี้ชิงพูดถูก เขาเองรู้แก่ใจว่าป๋ายเซียนเป็นเด็กดี น่ารัก น่าเอ็นดูกว่าใคร จะเป็นอย่างไรหากลูกหมาป่ากลับเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจสำหรับเตี่ย ม้า เจ็ก และซิ่ม ตัวปัญหาแห่งซัวเถาไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย


“เกอรู้ เกอแค่... ไม่รู้ว่าจะ... ทำยังไง”


“พาป๋ายไปนะ” เด็กชายจากป่าอ้อนวอน “ไปที่บ้าน... ของเลี่ยเกอ นะ... พ่อกับแม่... ชอบกินอะไร ป๋ายจะหัดไว้... ที่บ้านของเลี่ยเกอ มีครัว... หรือเปล่า”


“มีแน่ ๆ ล่ะ” เขาก้มลงงับปลายจมูกของอีกคนหนึ่งอย่างอดรนทนไม่ไหว “เราอยากไปจริง ๆ หรือเปล่า เท่านั้นแหละ”


“ฮื่อ! อยากไปซี่... อยากไป!


          คนเป็นเกอจึงเป็นฝ่ายนอนไม่หลับเสียเอง แม้เมื่อมนุษย์เมาคลีผล็อยหลับไปกับอกของเขาแล้ว จะทำอย่างไรก็ได้ ก็ชานเลี่ยไม่แน่ใจเสียเลยว่ามังกรฟ้าแห่งซัวเถาจะปฏิบัติต่อป๋ายเซียนอย่างไร และลูกหมาป่าที่ซื่อตรงอย่างเด็กเล็ก ๆ จะรับมืออย่างไรไหว


          นึกแล้วก็ได้แต่ก่ายหน้าผากอย่างกระสับกระส่าย ก่อนพรูลมหายใจจากปากเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ


          เอาวะ! ถึงตอนนั้น เขาก็จะปกป้องอีกฝ่าย ผู่ชานเลี่ยผู้ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ และเกรียงไกร จะลองดูสักตั้งแล้วกัน!





          เมื่อสุดสัปดาห์มาถึง เขาจัดแจงทำให้ผมทุกเส้นของป๋ายเซียนเป็นสีดำ (อย่างเบามือ) คงไม่ดีนักหากลูกหมาป่าปรากฏตัวที่ธรณีประตูบ้านพร้อมกับกระจุกผมสีอ่อนไม่สม่ำเสมอซึ่งเกิดจากความพยายามที่ล้มเหลวในอดีตของเขา ยืนก้มหน้าด้วยอาการเหนียมอายในเสื้อยืดตัวโคร่งยาวถึงเข่า มือไม้สั่นเสียจนไม่อาจประคองห่อขนมหนวดมังกรในมือ ชานเลี่ยรู้ก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นเสียอีกว่าเตี่ยจะค่อนแคะอีกฝ่ายอย่างไร


          “ปวกเปียกเซี้ยไม่มี... ” ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ และม้าก็จะส่ายหน้าอย่างเศร้า ๆ “เป็นภาระของลื้อมาตลอดสิท่า”


            ดังนั้น ขณะที่ลูกหมาป่าง่วนอยู่กับการผสมน้ำผึ้งที่กวนให้เหนียวยิ่งขึ้นกับแป้งข้าวเจ้า คนเป็นเกอจึงคอยแต่จะยุกยิกอยู่ใกล้ ๆ เลือกเสื้อเชิ้ตตัวนั้น หยิบกางเกงตัวนี้มาทาบกับร่างกายเล็ก ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นที่วุ่นวาย ป๋ายเซียนที่จดจ่อกับชามผสมไม่พูดอะไร กระทั่งอดีตซีอีโอทำถ้วยตวงซึ่งตวงส่วนผสมต่าง ๆ ไว้พอดีพลิกคว่ำ จึงเป็นครั้งแรกที่ชานเลี่ยได้เห็นมนุษย์เมาคลีแยกเขี้ยว ขู่แฟ่เหมือนหมาป่าตัวหนึ่ง ที่เคยพูดตะกุกตะกักก็กลับคล่องแคล่วขึ้น เกิดเป็นเสียงเกรี้ยวๆ อย่างที่ไม่เคยได้ยิน


          “เลี่ยเกอ! อยู่เฉย ๆ !


          “ก็เกอกลัวว่าเราจะ... ”


          “ดื้อนัก!


          “เก๊าะเตี่ยจะว่าเรา” ชายหนุ่มร่างสูงตอบเสียงอ่อย “เกออยากให้เราดูดีที่สุด... ในสายตาของเตี่ย ของม้า”


          เท่านั้นเอง เด็กชายจากป่าสงบลงทันควัน “ถ้าอย่างนั้น... ก็ได้” กลับมาพูดกับเขาด้วยเสียงหวานจ๋อยในอึดใจเดียว “แต่อย่า... วุ่นวายนักล่ะ ไม่อย่างนั้นจะ... ตีมือ”


          เฮ้อ... คนเป็นเกอได้แต่ถอนหายใจ ไหนจะถลกหนังกวางด้วยมือเปล่า ยัวะแล้วดุอย่าบอกใครอีกตะหาก


            “ป๋ายเซียนจ๋า... ”


          “อือฮึ”


          กลืนน้ำลายเอื้อก เมื่อประกายจากใบมีดเล่มหนึ่งในมืออันนุ่มนวลนั้นบาดตาเข้า จะไม่เป็นโล้เป็นพายอย่างแต่ก่อนไม่ได้จริง ๆ อย่าเผลอเชียว ชานเลี่ยเตือนตัวเอง แต่ก่อนก็เป็นฝ่ายเลี้ยงเขาอยู่หรอก เดี๋ยวนี้ใครเลี้ยงใครไม่รู้


            “เกอจะไม่วุ่นวายก็ได้” เขาบอก “แต่สัญญากับเกอได้ไหม ว่าเราจะทำให้ดีที่สุดที่ซัวเถา”


          “ทำให้ดี... ยังไง”


          “ก็... ยิ้มแย้มแจ่มใส เชื่อฟังเกอ” คนเป็นเกอขมวดคิ้ว “ค่อย ๆ กิน ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จา และไม่ดุเกอด้วย”


          “ป๋ายก็เป็น... อย่างนั้นอยู่แล้วนี่”


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาเม้มริมฝีปาก จริงอย่างที่อีกคนหนึ่งว่า ป๋ายเซียนช่างยิ้ม ว่าง่าย และรู้จักรักษากิริยาเป็นนิสัย เขาต่างหากที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านั้น “เกอไม่อยากให้ที่โน่นจับผิดเรา”


          หัวใจที่แห้งผากด้วยความเป็นกังวลชุ่มชื้นขึ้นทันทีเมื่อมนุษย์เมาคลีรามือจากชามผสม เขย่งปลายเท้าขึ้นและจูบเขาอย่างอ้อยอิ่ง “ก็ได้... ป๋ายจะไม่ดุ... เลี่ยเกอด้วย จะทำให้กลุ้มใจ... เท่าไหร่ก็ช่าง”


          “จุ๊บที่ปากได้ดีแล้วนี่”


          เด็กชายจากป่ายิ้มแต้ “เพราะเชื่อฟัง... เลี่ยเกอ”


          “เกอสอนเราเมื่อไหร่ เด็กเลี้ยงแกะ” ชานเลี่ยจัดแจ้งป้ายแป้งข้าวเจ้าผสมน้ำผึ้งกวนกับกลีบกุหลาบสวรรค์ที่หวงแหน


          “ก็... ที่ห้องนอน”


          คนตอบ ตอบหน้าตาเฉย แต่คนฟังกลับสำลักน้ำลาย ใบหน้าของชายหนุ่มร่างสูงเป็นสีแดงราวกับของกวนอู ก่อนก้มลงกำจัดส่วนผสมที่เปรอะริมฝีปากของอีกฝ่ายด้วยอวัยวะเดียวกัน ดื่มด่ำรสหวานจากน้ำผึ้งกวนซึ่งหอมหวนยิ่งขึ้นด้วยความอาทร


          ทุกอย่างจะเรียบร้อย ชานเลี่ยเชื่ออย่างนั้น แล้วทุกสิ่ง... จะจบลงด้วยดี

 






          “เดินด้วยสองขาก็ได้นี่”


          เตี่ยปรารภขึ้นก่อนที่ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจะพูดว่า “เตี่ย... นี่ป๋ายเซียน เปี้ยนป๋ายเซียน” เสียอีก


          เพราะเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์อยู่ระหว่างขาขึ้น สารรูปของคนทั้งสองจึงไม่เลวร้ายนักแม้ในสายตาผู้ให้กำเนิด ถึงอย่างนั้น สีหน้าของเด็กชายจากป่ากลับไม่สู้ดีนัก มนุษย์เมาคลีอาจมีหัวใจบริสุทธิ์อย่างเด็ก ๆ ทว่าหลังจากชายหนุ่มร่างสูงพร่ำพูดถึงแต่ความกังวลเกี่ยวกับการยอมรับจากเตี่ยและม้า หัวใจของป๋ายเซียนก็ไม่อาจสงบลงได้


          เล็บมือของอีกคนหนึ่งเป็นสีม่วง มือที่เย็นเฉียบและสั่นเทาประคองห่อขนมหนวดมังกรอย่างยากลำบาก ก่อนส่งให้มังกรฟ้าแห่งซัวเถาด้วยท่าทีประดักประเดิด


          “เปี้ยนป๋าย... เซียน ยินดีที่ได้... รู้จัก ขนมหนวดมังกรสำหรับ... ”


          “อ้อ! พูดได้เสียด้วย!


          ป๋ายเซียนสะดุ้งเฮือก ไหล่ทั้งสองลู่ลงขณะเตี่ยรับห่อขนมไปโดยไม่เปิดดู “ผอมเหลือเกินเรา” มังกรฟ้าแห่งซัวเถาว่าต่อ “อดข้าวอดน้ำ จะได้เป็นไม้เสียบผีอย่างที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ เดี๋ยวนี้เห็นดีเห็นงามสิท่า”


          “ป๋ายไม่... ”


          “เจ้าประจำในฮาร์บินใช่ไหม” เตี่ยว่าพลางเขย่าห่อขนม “หมดไปกี่หยวนล่ะ อย่ามากพิธีนักเลย ดูม้า... ดู ให้เขาห่อเสียสวยพริ้ง กระดาษนี่แพงนา เพลา ๆ เสียมั่ง เรื่องจับจ่ายใช้สอย กัดก้อนเกลือกินไม่อิ่มร้อก”


          “ป๋ายทำ... ”


ชานเลี่ยถอนหายใจ ตลอดหลายนาทีนั้น อย่าว่าแต่ป๋ายเซียนเลย ผู้เป็นพ่อไม่เปิดโอกาสให้เขาโต้แย้งด้วยซ้ำ เตี่ยอาจยังขุ่นเคือง ก็ถ้อยคำของชายหนุ่มร่างสูงก่อนผลุนผลันจากบ้านไปไม่น่าฟังนัก


          “มา... เข้ามาข้างใน” เตี่ยคล้ายจะพูดกับท้องฟ้ามากกว่าคนทั้งสอง “อาเลี่ยคิดถึงเคาหยกฝีมือม้าแน่ะ เร็วเข้า... ม้า ทำให้เขาที อิ่มแล้วก็จะไป คงไม่แซ่วอยู่ที่นี่นานนักหรอก”


          “เตี่ยก็ฟังผมกับป๋ายเซียนบ้างซี่!


          ไม่ได้ผล มังกรฟ้าแห่งซัวเถาไม่หันกลับมามอง อดีตซีอีโอตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ผสมผเสความน้อยใจ ป๋ายเซียนแตะเบา ๆ ที่แขนข้างหนึ่งของเขา บอกว่า “อย่า... ตะโกน”


          “เราแหละ ใจเย็นอยู่ได้ยังไง”


          “พ่อ... ของเลี่ยเกอ อาจ... ไม่ชอบป๋าย” ดูก็รู้ว่าเด็กชายจากป่ากำลังพูดอย่างอดกลั้น “แต่แม่ของ... เลี่ยเกอ ยิ้มให้ป๋าย”


          ชานเลี่ยกะพริบตา หันกลับไปมองผู้ให้กำเนิดซึ่งส่งยิ้มอย่างฝืดเฝือให้ “เตี่ยก็เป็นอย่างนี้” ม้าปลอบโยน “เรื่องห่อขนม เรื่องที่ผอมเหลือเกิน ที่ว่าอย่างนั้นเพราะเป็นห่วงมากกว่าอย่างอื่น”


          “จอมวางท่า”


          “แต่... จริงอย่างที่เตี่ยว่า” ม้าสำทับ “เพิ่งจะตั้งตัวอย่างนี้ยังลูกผีลูกคน อย่าทำมือเติบเพื่อเอาใจใคร จะขนมอะไร ถ้าต้องกัดก้อนเกลือกิน ม้าไม่ต้องการ”


          “ป๋ายทำเอง... ” ลูกหมาป่าส่งเสียงค่อย ๆ “ขนม... หนวดมังกรของป๋าย”


          “หือ” ม้ามีท่าทีไม่เชื่อถือ “เราทำเอง... เรานี่นะ”


          “ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ป๋ายเซียนทำงานในครัว ทั้งที่บ้านและที่ค่ายเพลง” ชานเลี่ยโอ่ “ม้าจับที่หน้าท้องเลี่ย จับซี่! อย่าหัวเราะล่ะ ทั้งหมดนี้เพราะป๋ายเซียน เขาขุนแต่เลี่ย ไม่รู้จักขุนตัวเอง ป๋ายเซียนไม่เคยอด... ม้า เขาผอมของเขาอย่างนี้ ผอมแล้วยังไม่รู้จักกิน ดีแต่ประเคนให้คนอื่น ม้าดุป๋ายเซียนที”


          ผู้ให้กำเนิดหันไปสบตามนุษย์เมาคลีอย่างประหลาดใจ “อาเลี่ยท้องโย้เป็นจิงโจ้ นึกว่าอยู่ที่โน่นจะอดมากกว่าอิ่มเสียอีก เรานี่เองดูแลเขาเรื่องอาหารการกิน เขาล่ะ ดูแลเราเรื่องอะไรบ้าง”


          “เล่า... นิทาน”


          “กระจอก”


          “อ้าว! ม้า! ” ตัวปัญหาแห่งซัวเถาอุทาน “เลี่ยเป็นลูกม้านะ!


          “อาเลี่ย สำหรับม้า ห้องอาหารสำคัญกว่าห้องอื่น ๆ ในบ้าน ท้องอิ่ม เราจะมีกำลัง เปรื่องปราด ทำอะไรก็เข้าที ท้องหิว อารมณ์ไม่ดี ไม่ว่าอะไรก็ขัดหูขัดตา อาหารการกิน... สำคัญที่สุด เปี้ยนป๋ายเซียนทำให้ท้องของเราอิ่ม จะตอบแทนด้วยนิทานไม่กี่เรื่อง ใช้ไม่ได้! อะไรอีก อาเลี่ยให้เขาทำอะไรอีก”


          “เปล่าใช้นะ! เขาทำของเขาเอง อะไรล่ะ... ก็ทำความสะอาด... บ้าง เรื่องผ้าผ่อน... บ้าง จ่ายตลาด เดี๋ยวนี้เขาเป็นฝ่ายทำเสียส่วนใหญ่ เพราะงานของเลี่ยออ... โอ๊ย! ” ชายหนุ่มร่างสูงร้องเสียงหลงเมื่อผู้ให้กำเนิดหยิกที่ใบหูและบิดเป็นเกลียวอย่างแรง “โอ๊ย! เบาม้าเบา!


          “ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้ คนที่ม้าจะให้เตี่ยพากลับมาคือเปี้ยนป๋ายเซียน ไม่ใช่ลูก ทิ้งไว้ที่ต้าซิ่งอานหลิ่งโน่น!


          ว่าแล้วผู้ให้กำเนิดก็โอบรอบเอวเล็ก ๆ ของมนุษย์เมาคลี ชี้ตรงนู้น ชี้ตรงนี้ พยักหน้าหงึกหงัก แนะนำติงลี่ให้รู้จัก และส่งเสียงกระหนุงกระหนิงโต้ตอบกัน ทำราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ คนเป็นเกอยืนตัวแข็งทื่อ สับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าและหัวเราะกึกกัก


 ใครจะรู้ว่าม้ายอมรับป๋ายเซียนอย่างง่ายดายด้วยเหตุผลนี้ แต่... ก็สมกับเป็นม้า


          ท้องที่อิ่มเต็มและพลานามัยที่สมบูรณ์ของลูกชายคนเดียวคือภาระที่ผู้ให้กำเนิดไม่อาจวางลงได้ เมื่อรู้ว่าลูกหมาป่าแบ่งเบาส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบอันหนักอึ้งนั้นไป ม้าจึงวางใจจะวางมือของเขาบนฝ่ามือขนาดกระจิ๋วของป๋ายเซียน


          จะเหลือก็แต่เตี่ย ชานเลี่ยระบายลมหายใจจากปากก่อนสูดเข้าลึกเพื่อรวบรวมกำลังใจ หาให้พบว่าอะไรคือความเป็นกังวลของมังกรฟ้าแห่งซัวเถา เราทำได้... เชื่อผู่ชานเลี่ย ชาติพ้นภัย บันไซ ไชโย!

 






            แม้เมื่อรู้จากม้าว่าป๋ายเซียนเป็นผู้ทำขนมหนวดมังกรในห่อ รวมถึงข้อเท็จจริงอื่น ๆ เตี่ยยังมีท่าทีปั้นปึ่งอย่างเห็นได้ชัด ผู่คนพ่อไม่พูดอะไรขณะเคี้ยวเคาหยกกร้วม ๆ โดยไม่สบตาเขา


          “อาเซียน” ม้าเรียกอย่างสนิทชิดเชื้อ “รินชาให้เตี่ยที”


          เล็บของป๋ายเซียนกลับเป็นสีชมพูแล้ว เด็กชายจากป่าสบายใจยิ่งขึ้นด้วยกำลังใจจากม้า มนุษย์เมาคลีกระมิดกระเมี้ยนลุกขึ้น ประคองกาน้ำชาสีแดงสดเขียนลายนกกระเรียนด้วยสองมือ ค้อมหลังเล็กน้อยขณะยกกาน้ำชาขึ้นสูงโดยมีม้าออกท่าทางเป็นตัวอย่างที่อีกฟากหนึ่งของโต๊ะอาหาร


          ไม่ทันที่ชาสายแรกจะตกสู่ถ้วย มังกรฟ้าแห่งซัวเถากลับดึงถ้วยชาออกห่าง ชาสายนั้นจึงเปรอะโต๊ะอาหาร และกระเซ็นถูกมือเล็ก ๆ ของป๋ายเซียน ลูกหมาป่าสะดุ้งเฮือก ปล่อยกาน้ำชาตกกระทบพื้น แตกเป็นเสี่ยง ๆ ในอึดใจเดียว


          “ป๋ายเซียน! ” ชานเลี่ยผุดลุกขึ้น “บาดเจ็บหรือเปล่า”


          “แพงนะนั่น” เตี่ยว่าโดยไม่หันไปมอง “มือเติบแท้ ๆ พ่อหนุ่ม”


          เห็นได้ชัดว่าเข่าทั้งสองของมนุษย์เมาคลีสั่นขณะนั่งยอง ๆ ประคองกาน้ำชาส่วนที่เหลืออยู่และกำจัดชิ้นส่วนที่แตก ม้าทำท่าจะรี่เข้าใส่ เพียงแต่ผู่คนพ่อโบกมือเสีย “ไม่ต้อง” มังกรฟ้าแห่งซัวเถาว่า “รอก่อน”


          “เตี่ย... ไม่น่ารักเลย! ” ผู้ให้กำเนิดอดรนทนไม่ไหวเอ่ยขึ้น


          ไม่ช้า เตี่ยก็หันมาสบตาเขาอย่างท้าทาย ชานเลี่ยหายใจเสียงฟืดฟาด “อย่างนี้ใช่ไหมเตี่ย ต้องการอย่างนี้ใช่ไหม” ชายหนุ่มร่างสูงกระชากเสียง “ได้ ป๋ายเซียน... กลับ!


          “ไม่!


          เสียงเล็ก ๆ นั้นกลับดึงดูดความสนใจจากทุกชีวิตในห้องอาหาร กระทั่งแม่บ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ป๋ายเซียนวางกาน้ำชาส่วนที่เหลืออยู่ลง ยืนขึ้นและกอดอก เม้มริมฝีปาก ท่าทางเอาเรื่อง


          “กลับ! ” คนเป็นเกอยืนกราน “เตี่ยไม่เข้าใจ ไม่สนใจจะเข้าใจ จากนี้จะคิดอะไรก็ช่าง พอกันที”


          มังกรฟ้าแห่งซัวเถาไม่พูดอะไร เป็นลูกหมาป่าต่างหากที่ขยับเข้าใกล้ “ไม่... ป๋ายไม่กลับ” มนุษย์เมาคลีสบตาเขาอย่างแน่วแน่ ไม่แม้จะกะพริบตา “ป๋ายจะอยู่ที่นี่”


          “เพื่ออะ... ”


          “เลี่ยเกอ... ดื้อ! ” เด็กชายจากป่าแบะปาก “ให้ป๋ายมา... ที่นี่ เพราะไม่รู้ว่าเตี่ย... กับม้า คิดอะไรกับป๋ายนี่ ไม่รู้ก็... ถามซี่ ไม่ถาม... สักคำ ไม่พูดกัน ไม่... เข้าใจ จะกลับไม่ได้!


          “เราต่างหากที่ดื้อ เตี่ยไม่ฟังหรอก”


          “เลี่ยเกอต่างหาก... ที่งอแง” คราวนี้ลูกหมาป่ากระทืบเท้าอย่างขัดใจ “ฟัง... อะไร ไม่พูดอะไร... สักคำ กลับ... ตอนนี้ ไม่มีอะไร... เปลี่ยนแปลง เตี่ยไม่รู้อยู่ดีว่าป๋าย... เป็นยังไง มา... เสียเถี่ยว”


          “เสียเที่ยวตะหาก”


          “เดินทางไกล” ป๋ายเซียนทำหน้างอ “ทำให้... เต็มที่”


          ชายหนุ่มร่างสูงอ้าปาก ตั้งใจจะโต้แย้ง เพียงแต่ผู่คนพ่อชูมือข้างหนึ่งขึ้น และแตะที่หลังมือของป๋ายเซียน พูดเบา ๆ ว่า “ไม่เป็นไรหรอก” ท่ามกลางความประหลาดใจของม้าและตัวปัญหาแห่งซัวเถา “โกหกน่ะ... แพงอะไรกัน กานี้ไม่กี่หยวน”


          เด็กชายจากป่าเงียบไป เล็บมือค่อย ๆ กลับเป็นสีม่วงอีกครั้ง “ป๋าย... ป๋ายแค่... ”


          “นั่งลงเถอะ” เตี่ยปลอบโยน “ใกล้ ๆ ฉันนี่ ให้ใกล้กว่าอาเลี่ย เราน่าชื่นใจกว่าแยะ”


          “อ้าว! เตี่ย! ” ชานเลี่ยอุทานเป็นครั้งที่สองของวัน “เลี่ยเป็นลูกเตี่ยนะ!


          ป๋ายเซียนนั่งลงข้าง ๆ เหวินไถอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ กระทั่งมังกรฟ้าแห่งซัวเถาตบเบา ๆ บนหัวทุย ๆ อย่างเอ็นดู “ค่อยยังชั่ว” ผู่คนพ่อว่า “เตี่ยกับม้าอดเป็นห่วงไม่ได้ อาเลี่ยจะกินอะไร สบายดีไหม จะอยู่ที่ฮาร์บินได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า เดี๋ยวนี้ไม่เป็นห่วงแล้ว ได้ยินว่าเรา... เปี้ยนป๋ายเซียนใช่ไหม ทำให้ท้องของเขาอิ่ม ม้าก็สบายใจ และเห็นว่าเอาเขาอยู่ เตี่ยก็สบายใจ”


          “เอา... ” ลูกหมาป่าเอียงคอ “อยู่”


          “ไม่รู้มาก่อนว่าอาเซียนมีฝีมือ ฝากผีฝากไข้ได้ ไม่เหมือนในหนังสือพิมพ์เมื่อหลายเดือนก่อน” เตี่ยอธิบาย “อาเลี่ยเปลี่ยนอาเซียนเป็นอย่างนี้ นับว่าใช้ได้ และอาเซียนส่งเสริมอาเลี่ยในทางดีอย่างนี้ นับว่ายอดเยี่ยม”


          อดีตซีอีโออ้าปากค้าง “นึกว่าเตี่ยไม่ชอบเขาจริง ๆ เสียอีก”


          “ทองแท้ไม่แพ้ไฟ ไม่เผาดูไม่รู้ได้” เหวินไถตอบอย่างสงบ “ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... สำหรับเตี่ย คือกลัวว่าอาเลี่ยจะไม่เป็นผู้เป็นคน เป็นเหตุผลให้ส่งเขาไปรับอาเซียน ไปดูแลอาเซียน จะเป็นกังวลอยู่บ้างก็ตอนที่เขาผลุนผลันกลับไปหาอาเซียน นึกว่าจะเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างเก่า เดี๋ยวนี้เห็นแล้วว่าอาเลี่ยเป็นโล้เป็นพาย และยังมีอาเซียนเกื้อหนุน เตี่ยไม่กลัวอีกต่อไป”


          “เตี่ยไม่โกรธใช่ไหมที่... ” ชานเลี่ยหยั่งเชิง “ผมจะไม่สืบทอดบริษัทของเรา”


          “ไร้สาระ ไม่มีลื้อก็ให้เจ็ก เจ็กเองมีลูกชาย ได้ความกว่าลื้อไม่รู้เท่าไหร่”


          “มรดกยังเป็นของเลี่ยซี่อย่างนั้น”


          “ไม่ให้!


          “ก็ได้! ไม่ง้อหรอก!


          “เลี่ยเกอ! ” ป๋ายเซียนส่งเสียงเกรี้ยว ๆ ขึ้น “ไม่ดื้ออย่างนี้ ไม่เอา”


          ม้าหัวเราะร่วน “ยี่สิบเจ็ดปีแล้ว ม้าไม่ให้ริ้นไรไต่ตอมอาเลี่ย สักคำหนึ่งก็ไม่ดุด่าว่ากล่าว มีอาเซียนอยู่อย่างนี้ดีเหลือเกิน”


           “ลื้อจำได้ไหม... เมื่ออยู่ที่นี่ ลื้อดีแต่บ่นว่า เตี่ยจะให้พนักงานบริษัทเข้ารับการประเมินอยู่บ่อย ๆ เพื่ออะไร” มังกรฟ้าแห่งซัวเถาแจกแจง “ลื้อล่ะเบื่อจะตายชัก เพราะอย่างนี้แหละ ฐานที่มั่นคง ให้สร้างอาคารสูงถึงวิมานเง็กอ้วงไต่ตี่ก็ไม่มีหรอกที่จะล้ม เมื่อรู้ว่าฐานของเรามั่นคงดีแล้ว ผู่เหวินไถจึงกล้าได้กล้าเสีย ชื่อมังกรฟ้าแห่งซัวเถา จับฉลากได้มาที่ไหน ฮี่โธ่!


          แม้จะกำลังแบะปากอย่างไม่เห็นด้วย แต่ลึกลงไป... ชานเลี่ยยอมรับ ทั้งที่ช่างกวนโทสะอย่างยิ่งยวด แต่ผู่คนพ่อมีสายตายาวไกล จึงจ้ำจี้จำไชลูกชายคนเดียวไม่หยุดหย่อน เปล่าเลย... เตี่ยไม่รู้ว่าเขาจะรับสืบทอดบริษัทหรือไม่ ไม่รู้และไม่ใส่ใจ เหวินไถเพียงต้องการให้อดีตซีอีโอมีกำลังสมองและกำลังใจที่เข้มแข็ง เพราะรู้ว่าเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว จะล้มลุกสักกี่ครั้ง ชายหนุ่มร่างสูงก็จะมีชีวิตอันผาสุกตามอัตภาพ


          ผู่เหวินไถจึงไม่ใช่ตัวปัญหาแห่งซัวเถา แต่เป็นมังกรฟ้าหนึ่งเดียวแห่งกวางตุ้ง


          “ว่าแต่... อาเซียนน่ารักน่าชังอะไรอย่างนี้ เป็นผู่ป๋ายเซียนไหมจ๊ะ ไอ้เลี่ยจะเป็นอะไรก็ช่าง... ช่างหัวมัน”


          “ให้ป๋ายเซียนเป็นคนในครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่”


          “ก็เขายกน้ำชาให้เตี่ยแล้ว ลื้อแหละ จะเอาอะไรอีก! ” เตี่ยว่าเสียงเขียว ขณะที่ป๋ายเซียนหน้าตาเหลอหลา และชานเลี่ยถึงกับสำลักน้ำลาย


          ก็พิธียกน้ำชาน่ะ เป็นส่วนหนึ่งของพิธีแต่งงานนี่!


          เป็นม้าที่กระตุกชายเสื้อ พยักเพยิดให้ชายหนุ่มร่างสูงนั่งลง โต๊ะอาหารครื้นเครงขึ้นทันตา ไม่ช้าเตี่ยก็ถามขึ้น


          “แล้วยังไง... จะเป็นมังกรฟ้าแห่งฮาร์บิน ตามรอยเตี่ยหรือเปล่า”


          ผู่ชานเลี่ยเมื่อหลายเดือนก่อนอาจลังเล แต่เดี๋ยวนี้ อดีตตัวปัญหาแห่งซัวเถากลับตอบอย่างมั่นใจ


          “ไม่ล่ะ เป็นผู่ชานเลี่ยก็เจ๋งพออยู่แล้ว!


ป๋ายเซียนก้มหน้างุด ก็เจ้าตัวเล็กเองที่บอกเขาอย่างนั้น บอกเมื่อนานมาแล้วว่า “เป็นเลี่ยเกอ... ก็พิเฉดอยู่แล้วนี่”


            เพราะสำหรับเขา... เวลานี้ เป็นผู่ชานเลี่ยของเด็กชายจากป่าที่มีหัวใจบริสุทธิ์ เป็นมนุษย์ผู้อยู่ท่ามกลางสิ่งที่รักและคนที่รัก ยอดเยี่ยมกว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งใหญ่กว่าเป็นพระราชา และอาจเกรียงไกรกว่าเป็นมังกรฟ้า พยัคฆ์ขาว เต่าคะนอง หรือหงส์แดงแห่งฮาร์บิน


          เพราะหลังจากคำว่ายอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร น่ะนะ...


          ชานเลี่ยยิ้มย่อง ขณะต่อในใจ


ต้องเป็นผู่ชานเลี่ย... ผู่ชานเลี่ยเท่านั้นแหละ!





#ฟิคเมาคลี

ช่วงนี้ยุ่งมากจริง ๆ เพิ่งว่าง ;_; แต่มาต่อตอนสุดท้ายกับบทส่งท้ายแล้วนะคะ

ทันก่อนปิดโอนพอดีเลย ดีใจ 555

ไม่ต้องพูดเยอะแล้วเนอะ เปิดไปอีกตอนก็เป็นบทส่งท้ายแล้ว

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ /โค้ง







 

 



 

           

 

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1546 heykiki (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:10
    โดนดุไม่รู้เท่าไหร่ โตกว่าน้องแต่ต้องให้น้องดุ เพราะพี่มันดื้อ เอ็นดู 55555555
    #1,546
    0
  2. #1471 moony+lilac (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 10:25
    โบกพู่สะบัดข่ะ จบดีเหลือเกิน คิดอยู่แล้วว่าเลี่ยโดนถีบหัวส่งแน่ๆ ถ้าเจ้าป๋ายเข้าบ้านไป 555555555555555555
    #1,471
    0
  3. #1401 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:01
    อ่านแล้วหุบยิ้มไม่ได้น่ารักเหลือเกิน
    #1,401
    0
  4. #1363 DBK1802 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 13:14
    ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ชานเลี่ย! 1212312121
    #1,363
    0
  5. #1333 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 16:48
    โหหหห เตี่ย นึกว่าจะยากกว่านี้.. สรุปอยากหาคนที่ทำเอาชานเลี่ยว่างั้น 5555 บ้านนี้ครื้นเครงดีจัง 555
    #1,333
    0
  6. #1241 Tongdchr (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 19:08
    ,โถ่เตี่ย นี่เกือบหัวใจวาย ลุ้นจ่น แต่เนียนมากเลยนะ ให้ป๋ายยกน้ำชา งงกันไปหมด
    #1,241
    0
  7. #1228 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:18
    สงสารทั้งขำโดนป๋ายดุใหญ่เลยอาเลีย
    #1,228
    0
  8. #1205 pcy921 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 07:40
    โอ๊ยย เตี่ยดีมากเลยอะ สมแล้วที่เป็นมังกรฟ้าแห่งซัวเถา ม๊าก็น่ารักมาก ส่วนชานเลี่ยนี่มั่นหน้ายิ่งใหญ่เกรียงไกรจนแชพสุดท้าย5555 ป๋ายก็เป็น ผู้ป๋ายเซียนละเนอะ ลูกคนใหม่ของเตี่ยกับม๊า5555
    #1,205
    0
  9. #1187 Pinkuplatong (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 12:44
    ตกใตตอนเตี่ย ปัดถ้วยน้ำชาออกง่ะ ฮื่อออ สงสารป๋ายยย แต่สุดท้ายก็แฮปปี้ เลี่ยรักเตี่ยให้มากๆน้า อย่างอแงอีก โตแล้ว
    #1,187
    0
  10. #1166 sweetpss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 00:52
    ง้อวววแฮปปี้ค่ะ
    #1,166
    0
  11. #1130 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 20:02
    ฮือออออ
    #1,130
    0
  12. #1066 Ppp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 20:51
    น้องน่ารักขนาดนี้ ใครจะไม่รัก

    อิเลี่ยเกรงเมียขนาดนี้ ก็ถูกใจเตี่ยน่ะซี่ 5555555555

    เป็นคู่ที่เกื้อกูลกันยิ่งนัก

    ยกน้ำชาแล้วนี่ แต่งแล้วนะเว้ยยยยย อิอิอิอิอิอิ
    #1,066
    0
  13. #1048 PINKLAND (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 19:51
    น้องน่ารัก งื้ออออ
    #1,048
    0
  14. #1039 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 16:19
    สมกับที่ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ผู่ชานเลี่ย ดีใจมากที่เตี่ยและม้ายอมรับในตังป๋านแล้วเข้าใจชานเลี่ย ฮืออ
    #1,039
    0
  15. #1029 CB.. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:40
    ดีใจที่เตี่ยกับม้าเข้าใจทั้งคู่ แต่ก็เศร้าที่จบแล้ว เสียใจ อาป๋าย??
    #1,029
    0
  16. #1017 Amittarin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 03:54
    ในส่วนของเลี่ยเกอนั้นก็ยังคงความกากเอาไว้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ
    #1,017
    0
  17. #1013 aocybaek (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:07
    ชอบมากกกก เรื่องนี้คือดีสุดๆ จบแล้วอะฮืออออ มีสเปมั้ยยยย
    #1,013
    0
  18. #1011 Monqter (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:06
    อ้อยยยน้องน่ารักมากๆ ชอบที่ชานเลี่ยมั่นใจในจุดของตัวเองมากๆ
    #1,011
    0
  19. #1009 jellyxz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 22:59
    น้องเถียงเลี่ยเกอเก่งขึ้นเยอะเลย คำก็ว่าเลี่ยเกอดื้อ ดื้อ ดื้อ น่ารักจัง;__; อ่านไปยิ้มไป พอว่าเลี่ยเกอดื้อนี่พูดชัดถ้อยชัดคำเชียว ประทับใจมากๆ นึกว่าป๊าจะไม่ชอบน้องแล้ว ฮื่ออ ให้น้องยกน้ำชาให้ด้วย เขินๆ
    #1,009
    0
  20. #991 galaxy_tamtam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 09:48
    ป๊าม้าต้องชอบน้องงป๋ายสิ่ นางน่รักจะตาย
    #991
    0
  21. #990 Autumn.Devil (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 23:29
    โอ้ยยย มารอเลี่ยเกอกะตาหนูเปี้ยนทุกวันเลยนะ;-;
    #990
    0
  22. #985 chompoochi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 09:16
    ชานเลี่ยเป็นผู้เป็นคนขึ้นมากกกก ประทับใจจุดนี้สุดๆ ;-;
    #985
    0
  23. #984 pcy921 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 02:36
    ป๋ายน่ารักจังเลย
    #984
    0
  24. #983 aocybaek (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 20:50
    เย้ รอเวลาป๋ายไปบ้านเกอตั้งนานนนน เชื่อว่าพ่อแม่เกอต้องชอบ
    #983
    0
  25. #979 Monqter (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 19:22
    ฮื่ออออขอให้พ่อแม่ชอบป๋ายนะ
    #979
    0