end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 21 : น้ำผึ้งพระจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    1 มี.ค. 60


? cactus




บทที่ 18

น้ำผึ้งพระจันทร์




 


          ชานเลี่ยหอบหายใจ ขณะที่ดวงตาของลู่หานเบิกกว้างขึ้นหน่อยหนึ่ง จากนั้น นายเก่าก็กระแอม ก้มลงจิบโกโก้จากถ้วย และตอบว่า “อืม”


          ได้ยินเสียงฝีเท้าทั่ก ๆ พร้อมกับเสียงตะโกน “อาเลี่ย! ” แล้วใครต่อใครก็เข้ากลุ้มรุม ภาพห้องทำงานของลู่หานถูกแทนที่ด้วยสีสันของเสื้อแสง รอยยิ้ม และอ้อมแขนของจินสี่สหาย ตัวปัญหาแห่งซัวเถาร้อง “โอ๊ย! ” เมื่อโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กร้องแง้ว และข่วนเขา ปรากฏเป็นรอยเล็บแห่งความคิดถึงที่หน้าแข้ง ก่อนจะวิ่งจู๊ดหายลับไปด้านหลังโซฟา


          “เอะอะ น่ารำคาญ” นายเก่าพูดเสียงขุ่น “เวลาเป็นเงินเป็นทอง กลับไปที่ห้องบันทึกเสียง ไม่อย่างนั้น ฉันจะหักเงินเดือน”


          “โธ่... นาย ก็พวกเราคิดถึงอาเลี่ย” จุนเหมียนโอด “นายไม่คิดถึงอาเลี่ยเร้อ”


          “ไม่!


          “จริง ๆ นะนาย... ” จงต้ายียวน


          “บอกว่าไม่ก็ไม่ซี่! กลับไปที่ห้องบันทึกเสียง!


          หมินซั่วไม่สนใจ “แน่ะ... นายยิ้มนี่ นายยิ้มแล้ว!


          เขาหันไปหาลู่หานอย่างประหลาดใจ ใบหน้าสั้น ๆ นั้นบิดเบี้ยว ครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง เมื่อถูกกระเซ้าอย่างไม่รู้จบสิ้น ผู้ก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอก็ตะโกน “เฮ้ย! ” พร้อมกับแยกเขี้ยว ดูก็รู้ว่ากำลังกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ “กลับไปที่ห้องบันทึกเสียง ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย นับ... ห้า... สี่... ”


          เท่านั้นเอง คนทั้งสี่ก็หันหลังกลับ ซอยเท้าอุตลุด นายเก่าจึงหัวเราะกึก ๆ ก่อนจะหันมาหาชานเลี่ย และแหวทั้งที่ไม่อาจสะกดกลั้นรอยยิ้มได้ต่อไป


          “เอ้า! ไปซี่ ไปที่ห้องบันทึกเสียง ฮี่โธ่ ไม่กี่สัปดาห์ทำลืม นี่... ที่หายหน้าไป ฉันจะไม่หักเงินเดือนก็ได้ อย่าลืมให้อาหารกุ้งมังกรล่ะ”


          “นี่... ลู่หาน”


          ชานเลี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก “ขอโทษนะ ที่เคยหัวเราะเยาะชื่อเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอ”


          “ตาสว่างแล้วสิท่า” อีกคนหนึ่งโอ่ “รู้หรือยังล่ะ ว่าชื่อนี้น่ะมีเทสต์


          อดีตซีอีโอส่ายหน้า “เปล่า... ก็ไม่เข้าทีอยู่ดี เว้นแต่จะเป็นเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์ ฉันพูดความจริงนะ”


          อย่างเหนือความคาดหมาย ลู่หานส่งยิ้มให้เป็นครั้งแรกพร้อมกับโกโก้ปรุงสำเร็จยี่ห้อแวน ฮูเต็นหนึ่งซอง “จะได้ไม่ต้องลักกินขโมยกิน” อีกฝ่ายเสริม “กลับไปที่ห้องบันทึกเสียง แล้วเขียนเพลงที่ดีกว่าเพลงเจ้าตัวเล็กเดี๋ยวนี้”


          ชานเลี่ยจึงตะเบ๊ะให้อย่างล้อเลียน และก้าวเร็ว ๆ จากไป โดยไม่ลืมจะทิ้งท้ายว่า “โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์ก ก็ยังเป็นไอ้อ้วนอยู่วันยังค่ำ”


          ได้ยินเสียงโป๊กเมื่อลูกบอลของเล่นถูกท้ายทอยเขาอย่างจัง จากนั้นจึงเป็นเสียงหัวเราะร่วน เสียงแง้ว และเสียงเจี๊ยวจ๊าวของจินสี่สหาย


          อีกนัยหนึ่ง คือทุกเสียง... หรือเกือบทุกเสียงที่ตัวปัญหาแห่งซัวเถาโหยหานั่นเอง

 






          เพียงหนึ่งเดือนให้หลัง ที่ขอบตาของทุกชีวิตในเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอ (เว้นแต่โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์ก และกุ้งมังกร) ปรากฏรอยคล้ำรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ ชานเลี่ยทำงานหนักราวกับกรรมกรกว่ายี่สิบเอ็ดชั่วโมงต่อวัน เขียนเพลง ตระเวนไปยังชมรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยและในทุกโรงเรียน เฟ้นหานักร้องและแร็ปเปอร์อายุน้อยอย่างเอาเป็นเอาตาย จินสี่สหายทำงานตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต และแสงไฟในห้องทำงานของลู่หานก็มักจะสว่างโร่อยู่ตลอดทั้งคืน


          บ่อยครั้ง เพื่อนร่วมงานทั้งสี่มักไปที่บ้านของเขาบนถนนจงหยาง คนหนึ่งนอนที่โซฟา คนหนึ่งนอนที่ชานพักบันได คนหนึ่งนอนที่พรมเช็ดเท้าหน้าห้องน้ำ อีกคนหนึ่งนอนที่ใต้โต๊ะทำงานของชานเลี่ย ประตูกั้นบันไดเปิดอยู่เสมอ เชือกมะนิลาลุ่ยไปไม่น้อย คนทั้งห้ามักตื่นขึ้นพร้อมกันเมื่อนาฬิกาปลุกแผดเสียง สบถคนละหนึ่งคำ และชงกาแฟดำอย่างลวก ๆ ดื่ม


          “อาหารเย็นล่ะ อาเลี่ย” ใครคนหนึ่งมักจะถามอย่างนั้น


          “อี้ชิงยังไม่กลับมา” และเขามักตะโกนตอบอย่างส่ง ๆ ฮาร์บิเนี่ยนเป็นผู้ซื้อหาอาหารสำเร็จรูปให้กลุ่มชายฉกรรจ์ผู้หิวโหย “รออีกหน่อย”


          และเมื่อกระเพาะอาหารส่งเสียงโครกคราก เขากลับมักได้ยินอีกเสียงหนึ่ง... เสียงโลหะกระทบกันจากในครัว เสียงฮัมเพลงหงุงหงิงที่เพี้ยนอย่างไม่น่าให้อภัย เสียงฝีเท้าทั่ก ๆ ก่อนไทสีเบอร์กันดีเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นรอบลำคอ ใครคนหนึ่งจะส่งปิ่นโตสังกะสีเก่า ๆ ให้ พร้อมกับที่เขาย่อเข่าลง ปล่อยให้ใครคนที่ว่านั้นจูบที่แก้มเร็ว ๆ


          ปิ่นโตสังกะสีเถาเดิมเขรอะด้วยฝุ่น ไม่มีใครแตะต้อง เช่นเดียวกับผ้ากันเปื้อนและไทสีเบอร์กันดี ไม่ช้า ชายหนุ่มร่างสูงก็ลืมเสียแล้วว่ารสชาติของบะหมี่ที่มีกลิ่นไหม้ หมูที่ไม่สุกนัก และผักเฉา ๆ รวนกับน้ำมันงาเป็นอย่างไร การโหยหาสิ่งที่หล่นหายและไม่ใช่ของดีนักนั้น บอกชานเลี่ยอย่างชัดเจนว่าสิ่งเหล่านั้นได้เป็นส่วนหนึ่งของเขาแล้วโดยสมบูรณ์ และเพราะอย่างนั้น...


          ลมหายใจของตัวปัญหาแห่งซัวเถาที่แม้จะอิ่มเต็มขึ้นแล้ว ก็ยังแหว่งวิ่นเมื่อปราศจากมนุษย์เมาคลี


          “นี่... ” ครั้งหนึ่งจงเหรินถามขึ้นในคืนที่เมามาย “แล้วป๋ายเซียนล่ะ... ”


          “ก็... อยู่กับไอ้หมอ”


          “ใจคอจะไม่ไปหาน้องหน่อยเร้อ”


          เขาไม่นึกโกรธเพื่อนร่วมงาน ก็ซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซาไม่รู้นี่ในว่ายี่สิบเอ็ดชั่วโมงที่ลืมตานั้น ชานเลี่ยใช้หนึ่งชั่วโมงเพื่อเฝ้าดูป๋ายเซียนจากที่ไกล ๆ เสมอ เขาจะจับเจ่าอยู่ที่บาทวิถี ด้านหน้าบ้านของซื่อชุน เคี้ยวเบอร์ริโต้จากร้านสะดวกซื้อตุ้ย ๆ ขณะที่หมอประจำตัวของป๋ายเซียนพาเด็กชายจากป่าออกมาที่โต๊ะเล็ก ๆ บนสนามหญ้า แก้มของป๋ายเซียนเป็นสีเดียวกับดอกพลัม โคนผมสีดำยาวขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากเล็ก ๆ ขยับขึ้นลงขณะส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เคี้ยวอาหารที่อดีตซีอีโอรู้ว่าดีต่อสุขภาพของอีกฝ่าย และอ่านวรรณกรรมเยาวชนเล่มเล็ก ๆ


เก่งมาก เขาอยากจะพูดอย่างนั้นและตบปุ ๆ บนหัวทุย ๆ แม้ที่มาพร้อมกับความชื่นชมนั้นคือความเจ็บปวด เพราะยิ่งลูกหมาป่ามีความสุข เก่งกาจ และแข็งแรง ความจริงที่ว่าซื่อชุนเป็นผู้ดูแลที่วิเศษเพียงใดก็ยิ่งถูกตอกลึกลงในหัวใจของเขา


เมื่อเวลาผ่านไปกว่าสองเดือน เสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์จึงเป็นรูปร่าง ตลอดสองเดือนนั้น เขาไม่ได้ติดต่อเตี่ยหรือม้า กระทั่งเจ็กหรือซิ่ม ใช้ชีวิตอย่างชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ที่พอจะพิเศษอยู่บ้างคือการซื้อโดนัทชุบน้ำตาลวันละชิ้น ฝากอี้ชิงไปให้เด็กชายจากป่าเท่านั้น


“น้องคิดถึงแก” ฮาร์บิเนี่ยนบอกกับตัวปัญหาแห่งซัวเถาในวันก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์ “ป๋ายเซียนไม่เคยโกรธแก ไม่เคยเลย รู้หรือเปล่า น้องว่าวันหนึ่งแกจะกลับมา น้องว่าเลี่ยเกอใจดีที่หนึ่ง น้องว่าเสมอ... ว่าเลี่ยเกอสัญญาแล้ว หมออู๋ได้ยินแล้วงุ่นง่านอย่างกับอะไร”


“รู้อยู่แล้ว”


“รู้อยู่แล้ว แต่ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่อย่างนี้สองเดือน สองเดือน! อะไรของแก”


“ถ้าไม่ได้ตาบอด” ชายหนุ่มร่างสูงพูดช้า ๆ “จะเห็นว่าป๋ายเซียนมีความสุข”          


“มีความสุข” เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากแค่นหัวเราะ “มีความสุขอะไร ถามถึงแกทุกครั้งที่ฉันส่งโดนัทชุบน้ำตาลโง่ ๆ พวกนั้นให้”


“แพงนะโว้ย!


“คำสร้อยน่ะ รู้จักไหม อะไรที่เกี่ยวข้องกับแก ฉันจะให้มีคำว่าโง่เป็นสร้อยทั้งนั้น”


            “ฉันไม่เคยลืม... ป๋ายเซียน และความตั้งใจเดิม”


            “ไม่เคยลืม... แล้วทำไม... ”


          “ฟังให้จบเสียทีซีโว้ย! เห็นไหม ว่าป๋ายเซียนมีความสุข ขืนฉันทะเล่อทะล่าไปที่นั่น หมออู๋จะได้เพ่นกบาลฉันน่ะสิ”


            ดวงตาทั้งสองของฮาร์บิเนี่ยนเป็นประกาย “หมายความว่า... ”


            ช่าย... ช่ายน่ะสิ ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ชานเลี่ย!


          งานเฉลิมฉลองการก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์มาถึงในที่สุด แสงแฟลชวูบวาบราวกับสายฟ้าแลบ ผู้ก่อตั้งค่ายเพลง ซึ่งรวมถึงเขาและจินสี่สหายที่นายเก่าแบ่งสันปันส่วนหุ้นในบริษัทให้อย่างเต็มใจสวมสูทสีงาช้างราคาแพง ไทสีเบอร์กันดีของชายหนุ่มร่างสูงเขรอะและยับยู่กว่าใคร ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มของชานเลี่ยกลับกว้างกว่าใครเช่นกัน


          ข่าวการก่อตั้งค่ายเพลงแห่งใหม่ในฮาร์บินสะพัดไปราวกับไฟลามทุ่ง ใคร ๆ ต่างกระซิบกระซาบและจับตามอง กระทั่งคนที่หาดีไม่ได้อย่างเขายังรู้แน่แก่ใจ... เตี่ยจะได้ยินเรื่องนี้ เช่นเดียวกับม้าและซื่อชุน! อะฮ้า! นี่แหละที่เรียกว่านาทีทอง! นาทีที่ไอ้หมอปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันเป็นโล้เป็นพาย


            เวลาที่เขาตั้งใจจะพาป๋ายเซียนกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต... งวดลงทุกที


          ตลอดหกสิบวันนั้น ใครจะรู้ว่าชานเลี่ยตั้งตารองานเฉลิมฉลองนี้อย่างใจจดใจจ่อ เป็นครั้งแรกที่เขามีน้ำอดน้ำทนอย่างยิ่งยวด ไม่ดิ้นเร่า ๆ กับพื้น ร้องแรกแหกกระเชอให้ใครต่อใครพาป๋ายเซียนมาพบราวกับเด็กชายที่เอาแต่ใจ เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มร่างสูงสัมผัสได้ ว่าสมองของเขานั้นมีรอยหยักเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป ไม่ได้เรียบราบคล้ายผลแตงโมอย่างที่เชื่อมาตลอดยี่สิบเจ็ดปี


          “คนเจ้าเล่ห์” อี้ชิงทักทายพร้อมกับชูแก้วไวน์ขึ้นสูง “ไปหาน้องทั้งสูท ผมเรียบแปล้ ดู ๆ แล้ว เป็นผู้เป็นคนกว่าหมออู๋หลายขุม ช่างคิดเหลือเกิน”


          “ฉันรอแล้วรอเล่า กว่าวันนี้จะมาถึง” เขาตอบอย่างกระสับกระส่าย ก่อนถอนหายใจกับคลื่นนักข่าว “อีกไม่กี่ชั่วโมงหรอก ฉันจะกอดป๋ายเซียนให้เต็มรัก”


          “ให้ง่ายอย่างนั้นเถอะ หมออู๋น่ะใจร้ายกะแกกว่าใครเพื่อน”


          “เดี๋ยวนี้ผู่ชานเลี่ยพอจะมีเงินถุงเงินถัง มีงานมีการ... มีหน้ามีตา ไอ้หมอจะหาอะไรมาปฏิเสธ ไม่มี้!


          “เห็นแก่ความเป็นเพื่อน จะว่าตามกันสักครั้งก็ได้ อีกสองชั่วโมงฉันจะไปส่ง”


          พร้อมกับความตกตะลึงของฮาร์บิเนี่ยน เขาก้มลงจูบเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากที่แก้มแรง ๆ อี้ชิงสะดุ้งสุดตัวก่อนจะชกอดีตซีอีโออย่างไม่จริงจังที่ท้อง “รู้แหละ ว่าตื่นเต้น แต่ไหนล่ะสติสตัง ให้มันเต็มหยวนหน่อย”


          แต่... ดูก็รู้ ว่าสติสตังว่าพร่องลงทุกวินาทีที่ผันผ่าน กระทั่งสองชั่วโมงอันยาวนานผ่านไป เขาก็จะแทบจะงัดแงะรถยนต์ของอี้ชิง และพาตัวเองไปอยู่ที่ที่นั่งคนขับ


            เกอมาแล้ว... ป๋ายเซียน ตลอดทาง หัวใจของเขาร่ำร้องอย่างนั้น เกอมาหาเราแล้ว

 






            “นึกแล้ว... ”


          ฮาร์บิเนี่ยนส่งเสียงอ่อย ๆ คล้อยหลังเสียงโครมใหญ่ เมื่อซื่อชุนกระแทกประตูบ้านปิดอย่างแรง “ไอ้หมอโว้ย! ” ชานเลี่ยตะโกน “เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!


          ที่หางตา ป๋ายเซียนแนบจมูกกับผิวหน้าต่างที่ชั้นสอง มองลงมาอย่างใคร่รู้ ปากของเจ้าตัวเล็กขยับเป็นคำว่า “เลี่ยเกอ เลี่ยเกอ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า


          “ไอ้หมอ เห็นหรือเปล่า” ชายหนุ่มร่างสูงเท้าแขนกับรั้วเตี้ย ๆ ที่หน้าบ้าน “ป๋ายเซียนต้องการฉัน”


          หน้าต่างที่ชั้นสองเปิดผลัวะออก เด็กชายจากป่ากรีดร้องเมื่อจวนเจียนจะหล่นผลุงลงมา ทั้งชานเลี่ยและอี้ชิงเต้นผาง วิ่งไปทางซ้ายทีทางขวาทีอย่างแตกตื่น สองแขนกางออกราวกับแม่นกที่ตื่นตระหนก กระทั่งหมออู๋คว้าคอเสื้อด้านหลังของป๋ายเซียนไว้ได้


          “เลี่ยเกอ! ” ลูกหมาป่าดิ้นรนอย่างน่าชื่นใจ “เลี่ยเกอ! ป๋ายอยู่นี่! ป๋ายอยู่นี่!


          “ผม-ไม่-ไว้-ใจ-คุณ! ” ซื่อชุนร้องตอบทีละพยางค์อย่างอดกลั้น “มีเงิน มีงาน มีชื่อเสียง แล้วยังไง กี่ครั้งแล้วไว้ใจคุณ แล้วลงเอยด้วยอะไร จำได้หรือเปล่า”


          “สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง”


          “โอ๊ย... ไม่รู้เล้ยว่าคุณผู่เป็นนักปราชญ์หรือสี่เท้าแน่”


          “ไอ้หมอ!


          “เลี่ยเกอ... กลับมา” ไอ้ตัวเล็กของชานเลี่ยพูดกระท่อนกระแท่น “บ้าน... บ้าน!


          “ใช่... บ้านของเรา เกอกลับมาแล้ว ป๋ายเซียน”


          เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงโดยไม่ปรากฏความคืบหน้า หมออู๋ใจร้ายกับเขาจริง ๆ อย่างที่อี้ชิงว่า ไม่ช้า เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากก็ตบที่ไหล่ของชายหนุ่มร่างสูงเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ ก่อนจะหายลับไปพร้อมกับรถยนต์ของตัวเอง


          “คุณจางต่างหากที่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร” ซื่อชุนว่าเยาะ ๆ “คุณก็ด้วยซี่ ยอมแพ้เสียที ไปให้พ้น!


          หน็อยแน่... เจ้าฮาร์บิเนี่ยนตัวแสบ หักหลังกันเสียได้! ผู่ชานเลี่ยไม่ยอมเสียหรอก! เมื่อตัดสินใจอย่างนั้นแล้ว ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจึงคุกเข่าลง ร้องอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “ผู่ชานเลี่ยจะไม่ไปไหน จนกว่าอู๋ซื่อชุนจะคืนเปี้ยนป๋ายเซียนให้!


          “คุณ... ที่นี่ฮาร์บิน ไม่ใช่เขาหัวซานในกระบี่เย้ยยุทธจักร”


          “ไม่รู้ไม่ชี้! สองเดือนที่ผ่านมานี้ ผมใช้สมองมากกว่าที่ควรจะใช้ในหนึ่งชีวิตแล้ว และจะไม่ใช้อีก... เอ้อ... พักใหญ่ ๆ ล่ะ”


          “ตามใจ” ซื่อชุนว่าเสียงขุ่น “ผมจะคืนป๋ายเซียนให้ต่อเมื่อรากของคุณงอกจากก้นแล้วเท่านั้น”


          มันน่านัก... มันน่านัก ถึงอย่างนั้น ชานเลี่ยยังอดทน จ้องเขม็งที่หน้าต่างชั้นสอง ซึ่งมนุษย์เมาคลีไม่กระดุกกระดิก จ้องเป๋งลงมาอย่างอาทร เมื่อป๋ายเซียนรู้จักอดทน เขาก็จะอดทน ให้รู้กันไปว่าซื่อชุนจะไม่ไยดีเสียเลยแม้จะอดีตซีอีโอจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่ามุ่งมั่นเพียงใ


          นี่แหละ... บททดสอบของผู้ยิ่งใหญ่ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาเชิดหน้าขึ้น ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ชานล...


            ได้ยินเสียงเอี๊ยดเมื่อล้อรถยนต์เสียดสีกับพื้นถนนอย่างแรง หมออู๋สะดุ้งสุดตัวเมื่อชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกระโดดผลุงลงจากรถยนต์คันที่ว่า พร้อมกับแมวสีเทาหน้าตาบู้บี้หนึ่งตัว ห้าในหกนั้นสวมสูทสีงาช้าง สีเดียวกับสูทของชานเลี่ย ที่ก้าวอาด ๆ นำหน้าคืออี้ชิง ซึ่งเมื่อเห็นว่าเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากคุกเข่าอยู่ในลักษณะยอมจำนน ก็คุกเข่าลงเคียงข้างและตะโกน “จางอี้ชิงก็จะไม่ไปไหน จนกว่าอู๋ซื่อชุนจะคืนเปี้ยนป๋ายเซียนให้ผู่ชานเลี่ย!


          ชายหนุ่มร่างสูงหันกลับไปอย่างประหลาดใจ พร้อมกันนั้น น้ำตาที่เขาชิงชังเหลือเกิน (เพราะไม่ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร เอาเสียเลย) กลับรื้นขึ้น


          ชายในสูทสีงาช้าง ได้แก่ลู่หาน หมินซั่ว จุนเหมียน จงต้า และจงเหริน คุกเข่าลงเคียงข้างเขา ต่างคนต่างตะโกนประโยคเดียวกับฮาร์บิเนี่ย ประโยคเดียวกับชานเลี่ย...


          “คืนป๋ายเซียนให้อาเลี่ยนะหมอ เห็นแก่ลูกนกลูกกา” พี่ใหญ่ในหมู่จินสี่สหายส่งเสียงเนิบนาบราวกับนักบุญ


          จงต้าเสริมอย่างกระตือรือร้น “ใครจะผูกไทให้อาเลี่ย เวทนาอาเลี่ยนะหมอ”


          “ลงอย่างนี้ ไม่มีกะจิตกะใจจะเขียนเพลงหรอก” ลู่หานยังมากท่าแม้เมื่อกำลังอ้อนวอน “จะให้เสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์ ความภูมิใจของชาวฮาร์บินเจ๊งเบ๊งในชั่วข้ามคืนไม่ได้นะ!


          “ไม่มีเปี้ยนตังของป๋ายเซียน จะมีอะไรรองท้อง!


          “อาเลี่ยเป็นคนดี ไม่เชื่ออาเลี่ย ก็เชื่อพวกเรานะหมอ!


          กระทั่งโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กก็นั่งลงอย่างสงบเสงี่ยมและร้อง “แง้ว... แงว แงว... แง่ว แง่ว แง้ว”


          อา... เพราะป๋ายเซียนเป็นเพื่อนเล่นของมันนี่นะ


            แน่ล่ะ... ว่าเมื่อเย็นย่ำลง และหลายครอบครัวในละแวกนั้นเข้ารุมล้อม ชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างประหลาดใจ ซื่อชุนที่หัวเดียวกระเทียมเลียบ เข้าตำราน้ำน้อยแพ้ไฟก็อดรนทนไม่ไหว เปิดประตูผาง


          “ก็ได้ ก็ได้! จะคืนเขาให้ก็ได้” หมออู๋พูดในที่สุด “แต่.. มีข้อแม้... ”


          “ข้อแม้อะไร! ” ชายหนุ่มร่างสูงชะแง้มองเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ “รีบ ๆ พูดเข้า”


          ซื่อชุนเคี้ยวกรามกร้วม “น้ำตาของเขาหนึ่งหยด แลกกับหนึ่งหมัดของผม กับฟันหนึ่งซี่ของคุณ” อีกฝ่ายคาดโทษ “ผมจะให้คุณใช้ฟันปลอม ทั้งที่ยังหนุ่มยังแน่นให้ได้”


          “ไม่มีวันนั้นหรอก!


          ทุกสิ่งหลังจากนั้น ช้าลงราวกับภาพสโลว์โมชัน พร้อมกับที่หมออู๋ปล่อยมือจากลูกบิดประตู เด็กชายจากป่าถลันออกมา รี่เข้าใส่อ้อมแขนของเขา เรี่ยวแรงที่ถดถอยด้วยการทำงานหนักตลอดสองเดือนที่ผันผ่านกลับเต็มเม็ดเต็มหน่วยในอึดใจเดียว ไม่เพียงแต่ลุกยืนขึ้นได้อย่างคล่องแคล่วเท่านั้น ชานเลี่ยยังชูอีกฝ่ายด้วยสองแขนขึ้นสู่อากาศ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของพลพรรคเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอและบรรดาฮาร์บินมุง (ที่แม้จะไม่รู้ว่ายินดีกับอะไรก็โห่ร้องต่อ ๆ กันอย่างที่ฝูงชนมักจะเป็น)


          ดวงตาสีอำพันดูราวกับอัญมณีในแสงสุดท้ายแห่งวัน กลิ่นลูกสนอบอวลเมื่อตัวปัญหาแห่งซัวเถากอดป๋ายเซียนแนบอก และลูกหมาป่าจูบเขาที่หน้าผาก


          “ป๋ายเชื่อ... เสมอ” อีกคนหนึ่งกระซิบ “ว่าเลี่ยเกอ... จะรักษาสัญญา”


          และด้วยเสียงที่เครืออย่างน่าขัน ตัวปัญหาแห่งซัวเถาพูดอะไรไม่ออก นอกจาก...


          “กลับบ้านเรานะ” เขาบอกทั้งน้ำตา “ที่รัก... ที่รักของเกอ”

 






          ทั้งชานเลี่ยและเด็กชายจากป่าถูกคะยั้นคะยอ (แกมบังคับ) ให้รออยู่ที่หน้าประตู ขณะที่อี้ชิงและพลพรรคเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอเฮละโลเข้าไปภายในและทำความสะอาดอย่างอุตลุด ดวงจันทร์คล้อยไปทางทิศตะวันตกมากแล้วเมื่อคนทั้งหมดกลับออกมา และลู่หานตบที่ไหล่ของเขาเบา ๆ พร้อมกับบอกว่า “ฉันให้ลาได้... สองวัน”


          เท่านั้นเอง ใบหน้าของตัวปัญหาแห่งซัวเถาเป็นสีแดง


          “ลา... สองวัน”


          “ไม่มีอะไรหรอก... ป๋ายเซียน” เขาบอกปัด


          แม้เพียงไม่กี่เดือน แต่รู้สึกราวกับแสนนานที่เด็กชายจากป่าไม่ได้ปรากฏตัวที่ห้องนั่งเล่น ป๋ายเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก คล้ายจะซึมซาบกลิ่นและความทรงจำที่ห่างเหิน “เลี่ยเกอ... ” ลูกหมาป่าเริ่ม “ป๋ายจะได้... หลับไปบนอกของเลี่ยเกอใช่ไหม”


          ชานเลี่ยเลิกคิ้ว “ใช่”


          “จะได้ผูกเน็กกะไต๊ให้เลี่ยเกอใช่ไหม”


          ชายหนุ่มร่างสูงพยักหน้า “ก็ใช่อีก”


          “จะได้... ทำอาหารหรือเปล่า”


          “แน่นอน... ”


          คราวนี้ อีกฝ่ายหันกลับมาสบตาเขาอย่างช้า ๆ “เลี่ยเกอ... จะไปจากป๋าย... อีกไหม”


          ตัวปัญหาแห่งซัวเถาคุกเข่าลง และแตะที่แก้มอันนวลเนียนนั้นอย่างทะนุถนอม “ไม่... ไม่อีกแล้ว”


          “เลี่ยเกอจะพูดอะไรก็ได้ ป๋าย... ไม่สนใจ” อีกคนหนึ่งบอกด้วยเสียงสั่นสะท้าน “จะโกหก... ก็ได้ เพราะป๋าย... ไม่สนใจหรอก”


          “ป๋ายเซียน”


          “เพราะป๋ายจะเชื่อ... ทุกอย่าง... จากปากของเลี่ยเกอ” มนุษย์เมาคลีว่าอย่างหนักแน่น “จะเชื่อ... อยู่ดี กี่ครั้ง... ก็จะเชื่ออยู่อย่างนั้น จะคำโกหก... หรือความจริง ป๋ายจะเชื่อทั้งนั้น”


          “โธ่... เด็กดี”


          ชานเลี่ยกอดอีกฝ่ายแน่น... เท่าที่จะแน่นได้ จุมพิตที่เปลือกตา หน้าผาก ปลายจมูก คาง และแก้มอย่างหวงแหน จากนั้นจึงแตะริมฝีปากกับกลีบกุหลาบสวรรค์ราวจะขออนุญาต ก่อนรุกล้ำอย่างอ่อนหวาน ป๋ายเซียนทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของเขา ก่อนโอบรอบลำคอของอดีตซีอีโอ คล้ายจะให้เป็นที่พึ่งสุดท้าย


          “เกออาจโหลยโท่ยกว่าใคร” เขากระซิบ “แต่เกอจะพยายามอย่างดีที่สุด... เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเรา”


          “ป๋ายรู้... ”


          “รู้แล้วก็อย่างอแงซี่” ชายหนุ่มร่างสูงว่าพลางปาดน้ำตาหยดหนึ่งจากหางตาของมนุษย์เมาคลี “เรางอแงหรือเปล่าหือ... ระหว่างที่เกอไม่อยู่”


          “ป๋ายจะไม่... งอแงกับคุณหมอ”


          “ทำไมล่ะ”


          “เพราะ... ป๋ายอยากงอแง” เด็กชายจากป่าก้มหน้างุด “กับเลี่ยเกอ... เลี่ยเกอเท่านั้น”


          เขาจูบที่แก้มสองข้างของอีกฝ่ายแรง ๆ “ปากหวาน”


          “ก็หวาน... พอ ๆ กับโดนัทชุบน้ำตาลของเลี่ยเกอ”


          “หือ... ” ชานเลี่ยขมวดคิ้ว “รู้ได้ยังไง”


          “กลิ่นของเลี่ยเกอ... ” มนุษย์เมาคลีถูปลายจมูกเล็ก ๆ กับปลายจมูกของเขา “ป๋ายมองหา... กลิ่นของเลี่ยเกออยู่เสมอ”


          เด็กบ้า... ไอ้เด็กบ้า!


            เพราะขลาดเขินเกินกว่าจะตอบโต้ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจึงใช้นิ้วจี้ที่เอวของอีกฝ่าย ป๋ายเซียนหัวเราะเสียงสดใส กระถดตัวหนีจากการคุกคามของเขา เสื้อยืดของซื่อชุนซึ่งหลวมโพรกบนร่างกายบอบบางจึงเลื่อนหลุดจากไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างซึ่งดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ


          “นี่... ” ชานเลี่ยกลืนน้ำลาย “เรายังผอมอย่างนี้... ได้ยังไงนะ”


          เด็กชายจากป่าเบือนหน้าหนี “ก็... แรก ๆ ป๋าย... กินอะไรไม่ลง”


          คล้ายแก้วที่เปราะบาง สัมผัสด้วยแรงน้อยนิดก็อาจแตกหัก พร้อมกันนั้นก็งดงาม... เกินจะละสายตาได้ ตัวปัญหาแห่งซัวเถาแตะที่ไหล่ซึ่งลาดลง เป็นเส้นโค้งอันนุ่มนวลนั้นอย่างเบามือ


          “เด็กดื้อ”


          ทันที่แสงจันทร์ตกกระทบผิวอันละเอียดอ่อนราวกับหยกเนื้อดี เขารู้ว่าไม่อาจระบายความคิดถึงที่มีวิธีอื่น



CUT

(BIO TWITTER)




#ฟิคเมาคลี

แถ่นแท้น 555

ใครที่เคยว่าเราใจร้าย ถอนคำพูดเดี๋ยวเน้!

ขอโทษนะคะที่มาช้า เพิ่งมีเวลาเขียน ;_; ด่าได้แต่อย่าแรง ใจบาง

สปอยล์เดี๋ยวค่อยมาเนอะ ตอนนี้คือหัวยังไม่แตะหมอนก็น่าจะหลับแล้ว 555


ป.ล. เลื่อนวันหมดเขตร่วมสนุกกิจกรรมชิงฟิคฟรี

เป็นวันจันทร์ที่ 20 มีนาคมนะคะ

 











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1545 heykiki (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 02:53
    ตาพิล่อลวงลูกหมาป่า กี๊ดดดดดดดด
    #1,545
    0
  2. #1521 Vibrance (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 15:46
    กรี้ดดดดดดดดมันแบบบฮือดีมากกกกในที่สุดอาเลี่ยก็เป็นผู้เป็นคนส่วนป๋ายเซียนก็เป็นฝั่งเป็นฝาซักทีฮื่ออออ
    #1,521
    0
  3. #1470 moony+lilac (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 09:50
    รู้สึกกำลังจะเป็นเบาหวาน ละมุน อ่อนโยนจนใจลอยฟุ้งไปหาเมฆเลย แง เจ้าป๋าย พี่เลี่ยทำไมดจีย์ได้อย่างเน้
    #1,470
    0
  4. #1458 M i n y a t u r (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 17:49
    หวานสมชื่อตอนเลย น้ำผึ้งพระจันทร์ เขินนนนนมากกกก
    #1,458
    0
  5. #1400 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:50
    เป็น NC ที่ละมุนมากๆ
    #1,400
    0
  6. #1362 DBK1802 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 12:52
    ดีใจจังเลยที่ได้มาอยู่ด้วยกันแล้วเฮียยังไม่รุนแรงกับน้องด้วย โอ๊ยยย
    #1,362
    0
  7. #1332 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 16:27
    ว๊ายยยย เค้าได้กันแล้วค่ะ คุณผู้ชม~~
    #1,332
    0
  8. #1285 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 04:49
    เย้ๆๆๆๆๆ จุดพลุ ฉลอง สำเร็จสักที
    #1,285
    0
  9. #1240 Tongdchr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 09:16
    กั้สสสสสสสส ในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ฮือออ ดีใจ
    #1,240
    0
  10. #1227 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 20:15
    ป๋ายปากหวานขึ้นมาก อยากฟัดน้องง
    #1,227
    0
  11. #1186 Pinkuplatong (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 11:49
    แหล่มมากจ้าาา น้องเมาคลีจ๋าาา งื้ออออ
    #1,186
    0
  12. #1165 sweetpss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 00:12
    101010ไปเลยจ่ะ โฮปริ่มสุดไรสุด
    #1,165
    0
  13. #1129 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 19:48
    ฉันมายินดีให้กับรักที่สดใส
    #1,129
    0
  14. #1065 Ppp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 20:09
    เหล่าสหายและนายจ้าง เขาทำงานกันเป็นทีมดีจริงๆ

    เหมือนรวมหัวกันมาช่วยเพื่อนสู่ขอลูกสาวจากพ่อตาจอมโหดงี้ 55555555555

    ประทับใจอิช้อยมากค่ะ เป็นมิตรภาพที่ดีจริงๆ #ซับน้ำหมาก เอ๊ย น้ำตา



    น้องป๋ายยยยยยย ลูกกกกกกกกกกก

    เป็นฝั่งเป็นฝาแล้วคร้าาาาาาาาาาาา #โปรยกุหลาบ



    ตอนน้องป๋ายบอกไม่ว่ายังไงก็เชื่อก็รอ

    ถึงเลี่ยเกอจะโกหกก็เชื่อ คือแบบแกรรรรรรรรรรรร

    แล้วอิเลี่ยจะไปไหนรอด อิเลี่ยจะไม่รักได้ไง ;-;
    #1,065
    0
  15. #1045 PINKLAND (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 18:53
    ดีต่อใจมากกกก
    #1,045
    0
  16. #950 หญิงปาร์ค (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 09:09
    น้ำตาแห้งทันทีที่เห็นซียูทีค่ะคุ๊นนนนน ฮืออออออ
    #950
    0
  17. #947 บนกึม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 20:32
    น่ารักตังเลยยยยยยย ????????????????
    #947
    0
  18. #945 LUNLEE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 17:00
    ประทับใจมากๆค่ะ ทั้งความผูกพันของเพื่อนๆ และความรักของทั้งคู่ ชอบมากๆเลย เป็นกำลังใจน้า สู้ๆ
    #945
    0
  19. #944 LUNLEE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 17:00
    ประทับใจมากๆค่ะ ทั้งความผูกพันของเพื่อนๆ และความรักของทั้งคู่ ชอบมากๆเลย เป็นกำลังใจน้า สู้ๆ
    #944
    0
  20. #938 WANBABE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 15:22
    ความคิดถึงของเกอช่างดีงาม~ ได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ
    #938
    0
  21. #927 canyon1 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 13:28
    น่ารักโว้ยยย
    #927
    0
  22. #924 kuriix (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 00:17
    แชปนี้มีฉากที่ชอบเยอะมากกกก ฮื่อ ยิ่งตอนที่ป๋ายมองเลี่ยเกอจากหน้าต่างนี่บาดหัวใจอิแม่ที่สุดเลย ใจแม่บางมากตอนที่หนูพร่ำบอกว่าจะเชื่อที่เกอพูดทุกอย่างนี่ บาดหัวใจแม่มาก น่ารักขนาดนี้ไม่มีใครกล้าทิ้งหนูไปไหนอีกแล้วป๋ายเซียนคนดี ;____________; // จนถึงตอนนี้ ถึงเลี่ยเกอเขาจะเป็นผู้เป็นคนแล้วก็เถอะ แต่มันก็น่ารักอยู่ดีที่ผู่คนลูกแห่งซัวเถาจะแพ้ให้กับลูกหมาป่าตัวเล็กๆ อย่างราบคาบด้วยการยอมกินหมูผัดสุกๆ ดิบๆ แล้วพร่ำบอกว่าอร่อยที่สุด ยอมหิ้วเปี้ยนตังเก่าๆ ฝีมือป๋ายไปที่ทำงานด้วย พอๆ กับที่มนุษย์เมาคลีเชื่อทุกคำพูดจากปากเกอ เชื่อเลี่ยเกอทุกอย่าง แถมยอมให้ปลูกกุหลาบจนโดนกินด้วย! นี่มันน่ารักจริงๆ แฮะ น่ารักจริงๆเลยยยยย


    ปล. ใกล้จะจบแล้ววว ไม่ให้จบเลยจริงๆนะคะ รักฟิคเรื่องนี้มากๆเลย ;_;
    #924
    0
  23. #923 ฝนแจ้แพ้แครอท (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 20:25
    ฮือน้ำผึ้งพระจันทร์หวานกว่าโดนัทชุบน้ำตาล10ชิ้น กิสสสสสส
    #923
    0
  24. #922 tonWANja (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 17:00
    โอ๊ยยยยยยยยยย โดนัทชุบน้ำตาลลลลลลลลลลลลล โอยยยยยยยยยย หวีดดดดดดดดด
    #922
    0
  25. #921 nanny7 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 16:44
    โอยยยยย หวานมากกกกกก แล้วยังมีคัทอีก บ้าหรออออออ ขำตอนสี่เท้ายังรู้พลาด 55555 กับ ชูป๋ายขึ้น ยังกะ lionking 5555 แงงง
    #921
    0