end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 18 : ผลักไส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    1 ก.พ. 60


? cactus






บทที่ 16

ผลักไส





 

          “กลับบ้าน... ”


          ม้าพยักหน้าเร็ว ๆ ขณะที่จงเหรินเบือนหน้าหนี ไม่สบตาเขา ตัวปัญหาแห่งซัวเถากลืนน้ำลาย “กลับบ้าน... เมื่อไหร่”


          เตี่ยระบายลมหายใจจากปาก “เดี๋ยวนี้”


          “แต่... แล้วป๋ายเซียนล่ะ” ชายหนุ่มละล่ำละลัก “ป๋ายเซียนล่ะ... เตี่ยพบเขาหรือยัง ป๋ายเซียนอยู่ไม่ไกล ใช่ไหม... ใช่ไหม อาเหริน”


          เพื่อนร่วมงานเม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าช้า ๆ “ฮื่อ... ไม่ไกล”


          “ป๋ายเซียนจะไปกับเรา... ใช่ไหมเตี่ย จะไปกับเลี่ยใช่ไหม”


          เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาอย่างนี้เมื่อไหร่นะ อ้อ... เมื่อยังเล็ก และต้องการของเล่นชิ้นหนึ่ง ผิดแต่ว่ามนุษย์เมาคลีไม่ใช่ของเล่น และมีค่ากว่าของเล่นทุกชิ้นรวมกัน หลายปีก่อนหน้านี้ กับสายตาอย่างนี้ เตี่ยถอนหายใจ ตอบว่า “ก็ได้... อาเลี่ย”


 แม้ในเวลานี้ ผู่เหวินไถก็จะตอบอย่างนั้น... ใช่ไหม


          “อาเลี่ย”


          “ได้... ใช่ไหมเตี่ย ได้ใช่ไหม” ซีอีโอตกอับพูดอย่างร่าเริง ด้วยเสียงที่สดใสขึ้นอย่างเสแสร้ง “แน่ล่ะ ได้อยู่แล้ว”


          ได้ซี่... ต้องได้ซี่ แม้ใบหน้าของซาวนด์เอนจิเนียร์จะเซียวอย่างผิดปกติ และแม้ม้าจะส่งเสียงสะอื้นเบา ๆ ก่อนเสมองอีกทางหนึ่ง แม้อากาศจะอับทึบ และแม้แสงอาทิตย์จะเลือนราง คล้ายเป็นลางร้าย ก็ต้องได้... ต้องได้


            “ไม่... ” เป็นหนึ่งพยางค์ที่หนักอึ้ง ถ่วงความหวังของเขา จมสู่สะดือทะเลอันมืดมิด “ไม่ได้ อาเลี่ย”


          “ทำไม”


          ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ถ้อยคำมากมายถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อแสดงออกซึ่งความเจ็บปวด ที่มักถูกมองข้าม คือคำว่า “ทำไม” ทำไมจึงทำอย่างนี้ ทำไมจึงทำร้ายฉัน ทำไมทุกสิ่งจึงกลับตาลปัตร และทำไมพระเจ้าจึงเพิกเฉย ให้ฉันเป็นลูกแกะที่พระองค์ไม่นึกเวทนา


          “ทำไม” ชานเลี่ยพูดอีก “ป๋ายเซียนจะไปกับผม ฮูหยินไว้ใจผม... เชื่อผม เตี่ยรู้จักฮูหยินหรือเปล่า แม่ของป๋ายเซียน หมาป่าที่... ”


          “พอได้แล้ว ลื้อจะพูด พูด พูดให้ได้อะไรขึ้นมา!


          “ก็ให้ได้ป๋ายเซียนไง เขาอยู่ที่ไหน เขาอยู่ที่ไหน อาเหริน! ” ชายหนุ่มขึ้นเสียง “โกหกใช่ไหม ป๋ายเซียนอยู่ที่ไหน อยู่ที่ไหน!


          “อยู่กับหมอ” จงเหรินตอบโดยไม่สบตาเขา “หมออู๋... น้องไปที่หมู่บ้านเดิมของฉัน เผอิญพบคนที่รู้จักฉัน ฉัน... ทำอะไรไม่ได้ อาเลี่ย นอกจากติดต่อเขา ติดต่อคุณจาง และรีบมาที่นี่ มาหาน้อง มาหาแก”


          “หมออู๋อยู่ที่ไหน... ”


          “พอได้แล้ว” เตี่ยย้ำ “ม้ารู้สึกยังไง หือ... อาเลี่ย รู้หรือเปล่า รับโทรศัพท์ ได้ยินว่าลูกชายคนเดียวไม่ได้สติที่ก้นเหว ถ้าไม่ใช่เพราะเง็กอ้วงไต่ตี่บันดาลให้ตกลงไปในพุ่มไม้ คงไม่มีหน้ามาเถียงเตี่ยปาว ๆ อย่างนี้... กลับบ้าน!


“ผมกลับแน่ และป๋ายเซียนจะไปกับผม”


“เด็กคนนั้นจะไม่ไปกับลื้อ”


“ถ้าอย่างนั้นเตี่ยก็บอกผมซี่ว่าทำไม! ” ยิ่งตะโกน กล้ามเนื้อทุกมัดยิ่งปวดร้าว เช่นเดียวกับหัวใจ “เขาปลอดภัยใช่ไหม ปลอดภัยแล้วทำไม... ”


“เลิกพูดว่าทำไมเสียที!


“ก็ตอบผมมาซี่ โธ่โว้ย!


“อาเลี่ย” ม้าสะอื้น “ม้าเข้าใจ... ม้าเข้าใจนะ อาเหรินบอกว่าลูก... ผูกพันกับเด็กคนนั้นมาก แต่ว่าเตี่ย เตี่ยเขา... ”


เขาหันไปสบตาเตี่ยซึ่งมีท่าทีไม่สบอารมณ์ ผู่เหวินไถอาจได้ชื่อว่ามังกรฟ้าแห่งซัวเถา เพียงแต่เมื่ออยู่ในบ้าน เตี่ยเป็นเตี่ย เป็นพ่อและสามี เตี่ยไม่เคยเป็นอย่างนี้ ไม่เคยแสดงอำนาจเหนือใคร จึงเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้ยินเสียงคำรามของมังกรฟ้า คล้ายเสียงฟ้าร้องจากที่ไกล ๆ ซึ่งบอกว่าอีกไม่นาน ฝนห่าใหญ่จะกระหน่ำลงมาอย่างไม่รู้จักปราณี แม้กับดอกหญ้าที่บอบบางที่สุด


 “เตี่ยมีลูกชายคนเดียว”


          ชานเลี่ยกลืนน้ำลาย ก่อนจะพบว่ามันเหนียวและฝาดอย่างยิ่ง


          “มังกรฟ้าแห่งซัวเถาจะไม่ยอมเสียลูกชายคนเดียวไป เพียงเพราะภาพลักษณ์ของบริษัท หรือเพราะหมาป่าตัวไหน ๆ ”


          “แต่ว่า... เตี่ยพาป๋ายเซียนไปกับเลี่ย... ได้ไหม” อดีตซีอีโอกระซิบ “ขอร้องล่ะ เครื่องบินบังคับของผม เสื้อทุกตัว รองเท้าทุกคู่ ลัมโบร์กีนี ผมยกให้เตี่ยทั้งหมด... ทั้งหมดเลย แค่พาป๋ายเซียนไปกับเรา... นะเตี่ย”


          ซาวนด์เอนจิเนียร์วางมือข้างหนึ่งลงบนหลังมือของเขา บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ ก่อนก้มหน้าลง ต่ำกว่าเดิม พูดด้วยเสียงสั่น ๆ “ไม่ใช่แค่เพราะเตี่ยของแกหรอก”


          “หมายความว่ายังไง”


          มังกรฟ้าแห่งซัวเถาส่ายหน้า “กับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น คิดจริง ๆ เร้อ... ว่ายังได้รับอนุญาตให้อุปการะเด็กคนนั้น”


          ฝนมาถึงแล้ว พร้อมกับสายฟ้าซึ่งฟาดลงที่กลางหัวใจของเขาอย่างจัง “อย่าบอกนะว่า... ”


          “อู๋ซื่อชุนพาน้องไปแล้ว” จงเหรินให้คำตอบ “ที่ดั้นด้นไปในป่ากับน้อง ไม่ได้บอกเขาใช่ไหม หมออู๋เป็นฟืนไฟ บอกว่าแกทำอะไรไม่รู้จักคิด เขาพาน้องไปแล้ว และถ้า... ถ้าแกยังริอ่านเข้าใกล้ป๋ายเซียน... ”


          “ทำไม... ไอ้หมอจะทำไม”


          เพื่อนร่วมงานสบตาเขาในที่สุด “เขาจะใช้กฎหมาย... เล่นงานแก”


          “เตี่ย ม้า! ” ชานเลี่ยหันไปหาผู้ให้กำเนิดอย่างอับจนหนทาง “ให้เลี่ยสู้กับเขานะ แล้วจะทำงานหนัก ทุกหยวน ทุกเฟินที่เสียไปกับการว่าความ จะหามาใช้ให้ได้ เชื่อผมนะ เชื่อผ... ”


          “อ้อ... ลื้อจะให้ชื่อเสียงของบริษัทมีอันตกต่ำลงอีกครั้ง อย่างนั้นใช่ไหม”


          เขาเงียบไป คอตกลง อดีตซีอีโอไม่เคยสิ้นหวังเท่านี้ เตี่ยพูดถูก ทุกคนพูดถูกอย่างน่าหงุดหงิด ลูกหมาป่าเผชิญความเสี่ยงด้วยการตัดสินใจของชานเลี่ย ก็ถูกแล้วที่ซื่อชุนจะชังน้ำหน้าเขา นอกจากนี้ ตัวปัญหาแห่งซัวเถายังได้รับบาดเจ็บ ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แขนและขาข้างหนึ่งถูกดาม ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่แม่หรือพ่อคนไหน ๆ จะดูดาย


ยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มยังมาสู่มณฑลแห่งนี้เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของบริษัทซึ่งเขาเองมีส่วนทำให้ย่อยยับลง จะมีประโยชน์อะไร หากจะทำลายสิ่งที่ประกอบสร้างขึ้นอีกด้วยมือคู่เดิม


          “แต่ว่า... เตี่ย”


          “ไม่มีแต่ ไม่มีแต่ทั้งนั้น” มังกรฟ้าแห่งซัวเถาปฏิเสธอย่างหนักแน่น “ลื้อมาได้เท่านี้ ทำได้เท่านี้ ไม่มีอะไรงอกเงย พอได้แล้ว”


ในเมื่อเป็นซีอีโอ ก็เป็นได้ไม่ดี เป็นเพลย์บอย ก็เป็นได้ไม่ดี กระทั่งเป็นลูกชาย ก็เป็นได้ไม่ดี เตี่ยให้ลื้อไปทำอย่างอื่นดีกว่า เผื่ออะไร ๆ จะงอกเงย


 “อาร้าย... เตี่ยจะให้ผมเป็นอะไรอีก ทุกวันนี้เป็นคนเฉย ๆ ก็ว่าลำบากแล้ว


          “ไม่ไป! ไม่กลับ!


          เขาส่งเสียงดังขึ้น ก็เคยได้ผลเมื่อยังเล็กนี่ เตี่ยจะส่งของเล่นให้ และม้าก็จะปลอบโยน แต่เพราะอะไรบางอย่าง การส่งเสียงดังเมื่อเป็นผู้ใหญ่กลับให้ผลต่างกัน เสียงของเขาเบาลงเมื่อเติบโตขึ้นหรืออย่างไร


          หรือเพราะส่วนหนึ่งของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ คือการรับรู้ว่ามีบางสิ่งที่แม้จะร่ำร้องอย่างไรก็ไม่มีวันได้มา


          “กลับบ้าน!


          “ขอร้องล่ะเตี่ย ช่วยผม ช่วยผมเป็นครั้งสุดท้าย... ”


          เพียงแต่สายตาของเตี่ยหลังจากนั้นกลับทำให้หัวใจของเขาเยียบเย็น “ตลอดชีวิต” ผู่เหวินไถแค่นเสียง “ลื้อถนัดนัก กับการพูดว่าครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้าย... ช่วยผมเป็นครั้งสุดท้าย ให้ผมเป็นครั้งสุดท้าย รู้อะไรไหมอาเลี่ย”


          จงเหรินยึดแขนข้างหนึ่งของเขาไว้


          “ถ้านี่จะเป็นบทเรียนสุดท้าย ที่ลื้อจะได้รับจากการมาที่นี่ ที่เฮยเหอนี่ ก็คือ... อย่าใช้ครั้งสุดท้ายสิ้นเปลืองนักเลย”


          ดีแล้วที่เพื่อนร่วมงานทำอย่างนั้น เพราะหากซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซาไม่ทำอย่างนั้น ชายหนุ่มร่างสูงจะต้องดิ้นรน ตีอกชกหัวแน่ บาดแผลจะฉีกขาด และอะไร ๆ จะเลวร้ายลงกว่าเก่า


          “เตี่ยจะทำอย่างนี้ไม่ได้!


          “ลื้อต่างหากที่จะทำอย่างนี้ไม่ได้” เตี่ยบอกเสียงเฉียบขาด “กลับบ้าน และถ้าไม่กลับไป ไม่เชื่อฟัง จากนี้อย่าใช้สกุลผู่... ”


          “เตี่ย... ไม่นะเตี่ย... ”


          คำประกาศิตถัดมาทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ


“อย่าเรียกร้องเอาอะไรจากเตี่ย หรือจากบ้าน และอย่า... ” ผู่เหวินไถพูดลอดไรฟัน “อย่าไปที่ฮวงซุ้ย เตี่ยไม่ให้ลื้อเคารพศพ... คนที่ไม่รู้จักสอนสั่งลูกชายให้เป็นชายชาตรี!


“เตี่ย พอได้แล้ว!


เป็นม้าที่ปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น ก่อนมังกรฟ้าแห่งซัวเถาผลุนผลันจากห้องนั้นไป จงเหรินปล่อยแขนเขา ตบที่ไหล่เบา ๆ ขณะอดีตซีอีโอโผสู่อ้อมแขนของผู้ให้กำเนิด


“แต่เลี่ยรักเขา เลี่ยรักป๋ายเซียนนะม้า” ชายหนุ่มบอกเสียงพร่า “ทำไม... ความรักไม่มีความหมาย หัวใจของเลี่ยไม่มีความหมาย ไม่มีเลย สำหรับเตี่ย”


“ม้ารู้... ม้าเข้าใจ”


“ไม่มีเหตุผลอื่นหรอก” เขาพูดทั้งน้ำตา “ไม่มีเหตุผลอื่นเลย เลี่ยดูแลเขา... ไม่ได้เรื่อง ตัวเองยังเอาไม่รอด โง่เองที่รีบร้อนเข้าไปในนั้น คิดว่าจะปกป้องป๋ายเซียนได้ เพราะอะไรรู้ไหมม้า เพราะอะไรรู้ไหม”


จงเหรินเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง สองมือเท้าขอบหน้าต่าง เสมองออกไปด้านนอก โน้มหน้าผากลงแนบกับผิวกระจก


“เพราะว่า... เพราะว่า... ” เสื้อของม้าเปียกชุ่ม “เพราะนอกจากรักเขาแล้ว... ก็ดูเหมือนเลี่ยจะไม่เก่งอะไรเลย”


ไหล่ของเพื่อนร่วมงานสั่นสะท้าน ไม่ว่าจะด้วยความเวทนาหรืออย่างอื่น จงเหรินผู้เงียบขรึม ขี้เซา และไม่ช่างพูดกำลังร้องไห้ให้กับเขา






 

          วันคืนผ่านไปอย่างเชื่องช้า และยิ่งช้าลงอีกเมื่อความอยากอาหารของชานเลี่ยลดลงอย่างฮวบฮาบ รวมถึงความสามารถในการนอนหลับให้สนิท ทุกคืน พยาบาลจะเข้ามาในห้องพิเศษนั้นเพื่อวัดไข้ และพบว่าชายหนุ่มร่างสูงยังนอนลืมตาโพลง อดีตซีอีโอผอมลงอย่างรวดเร็ว แก้มทั้งสองจมหายไปในกระดูกโหนกแก้มที่ปูดโปน เบ้าตาลึกโหลเป็นที่อยู่ของดวงตาซึ่งไร้แวว ซึ่งมักจะถูกใช้เพื่อเหม่อมองไปยังที่ไกล ๆ คล้ายมองหาใครคนหนึ่งในมณฑลอันกว้างใหญ่


          ใครต่อใครไปมาหาสู่เขา ไม่ว่าจะเป็นเจ็กและซิ่มที่รีบร้อนเดินทางจากซัวเถาในวันหนึ่ง ลู่หานที่มาพร้อมกับโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์ก มันทำจมูกฟุดฟิด ร้องแง้วอย่างไม่พอใจเมื่อไม่ได้กลิ่นป๋ายเซียน


          “ขออุ้มมันหน่อยได้ไหม” เป็นครั้งแรกที่เขาพูดกับลู่หานอย่างนั้น


และหลังจากนั้น ชายหนุ่มซบหน้าลงกับท้องของแมวหน้าตาบู้บี้ ใช้ขนของมันซับน้ำตา กระซิบบอกว่า “ขอโทษนะ ฉันขอโทษ แต่ป๋ายเซียนไม่อยู่ที่นี่ ฉันขอโทษจริง ๆ ”


          ประหลาดที่โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กซึ่งไม่ชอบน้ำหน้าเขากลับไม่ขัดขืน ราวกับสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของชานเลี่ย ปล่อยให้ตัวปัญหาแห่งซัวเถาร่ำร้องกับขนอันปุกปุยอยู่พักใหญ่


          อี้ชิงและจินสี่สหายมาเยี่ยมบ่อยครั้ง พร้อมกับอาหารและเสียงดนตรี หมินซั่วจะเล่นกีตาร์ ขณะที่จงต้าร้องเพลงและส่งไมโครโฟนล่องหนให้เขาเมื่อถึงท่อนแร็ป ไม่มีใครพูดถึงป๋ายเซียนหรือซื่อชุน และแม้ทุกใบหน้าจะประดับด้วยรอยยิ้ม อดีตซีอีโอที่รู้จักคนเหล่านี้ดีตลอดระยะเวลาหลายเดือนในฮาร์บินก็สัมผัสได้ว่ารอยยิ้มเหล่านั้นฝืดเฝือและไม่จริงใจ


          เสียงหัวเราะของเจ้านักร้องแหบแห้งและเบาลงกว่าที่ควรจะเป็น หมินซั่วที่เป็นพี่ใหญ่ประสบความล้มเหลวในการสร้างบรรยากาศเสมอ กระทั่งจุนเหมียนที่พยายามจะพูดปลุกใจก็มักทำให้ห้องพิเศษนั้นลงเอยในความเงียบที่ยาวนาน จงเหรินไม่ได้หลับอีกต่อไป แต่มักจะทอดสายตาออกไปยังที่ไกล ๆ ราวกับไม่กล้าสบตาเขา แน่ล่ะ... ก็อีกฝ่ายเป็นคนแรกที่รู้เรื่อง และอาจเป็นคนแรกที่พบเขากับป๋ายเซียน ซาวนด์เอนจิเนียร์ขี้เซาอาจกำลังรู้สึกผิดที่ไม่อาจรั้งป๋ายเซียนไว้ให้อยู่กับเขา


          ในวันสุดท้ายของการอยู่ในโรงพยาบาล ตัวปัญหาแห่งซัวเถาจึงรั้งอีกฝ่ายไว้ในห้อง และบอกอย่างจริงใจ


          “ไม่ใช่ความผิดของแก” เขาบอกจงเหรินอย่างตรงไปตรงมา “อย่าโทษตัวเองเลย อาเหริน... ฉันไม่โกรธ ไม่เคยโกรธแกเลย”


          เพื่อนร่วมงานส่ายหน้าอย่างเศร้า ๆ “ฉันควรจะทำได้ดีกว่านี้”


          “แค่ป๋ายเซียนปลอดภัยก็ดีเกินพอ” ชานเลี่ยว่า “ไอ้หมอเกลียดฉัน ถึงอย่างนั้น ให้ป๋ายเซียนอยู่กับเขา ก็ดีกว่าอยู่กับคนอื่น”


          “จะกลับไปที่ซัวเถาจริง ๆ ใช่ไหม”


          “ฮื่อ” ซีอีโอตกอับไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร จึงได้แต่ส่งเสียงครางเบา ๆ ในลำคอ “คงคิดถึง... ห้องบันทึกเสียงของพวกเรา คิดถึงไอ้อ้วน คิดถึง... ”


          ก้อนสะอื้นในลำคอรบกวนการเปล่งเสียง ชานเลี่ยไม่กล้าพูดคำว่าป๋ายเซียน จงเหรินตบไหล่เขาเบา ๆ อย่างเข้าใจ


          “คิดถึงก็มาหา” อีกฝ่ายบอก “ฉันจะเก็บเก้าอี้ที่แกชอบนั่ง กับแก้วน้ำที่แกชอบใช้ไว้ให้ ห้องบันทึกเสียงโทรมๆ นั่นจะเป็นที่ของแกเสมอ”


          ไม่ช้าเพื่อนร่วมงานก็จากไป ทิ้งเขาไว้กับความเงียบและความทรงจำ


“เลี่ยเกอมาจากไหน่ ป๋ายไหม่รู่” เด็กชายจากป่าเคยกระซิบอย่างขลาดกลัว “เลี่ยเกอจา... จา... กลับไป่รือเปล่า”


          “ก็... ต้องกลับไป... ล่ะมั้ง”


            “ถี่นี่... ไหม่ใฉ่ถี่ของเลี่ยเกอใฉ่ไหม”


            “ถามอะไรก็ไม่รู้”


          เขายังจำได้ ไหล่ของมนุษย์เมาคลีสั่นเทิ้ม ขณะร้องไห้กับอกของเขา


          “ตอนนี่ป่า... ไหม่ใฉ่ถี่ของป๋ายแล่ว แต่... บ่านของเลี่ยเกอคือถี่ของป๋าย”


          แสงอัสดงย้อมห้องพิเศษนั้นเป็นสีส้ม เช่นเดียวกับน้ำตาของชานเลี่ย นานเหมือนชั่วนิรันดร์ กว่าเตี่ยและม้าจะผลักประตูเข้ามา และเขาร้องขอด้วยเสียงที่แหบแห้งราวจะขาดใจ


          “ให้เลี่ยได้ลาป๋ายเซียนนะ... นะเตี่ย”

 






          บ้านของซื่อชุนกว้างขวางกว่าที่คาด ตัวปัญหาแห่งซัวเถาไม่ประหลาดใจเมื่อพบว่าเจ้าของบ้านไม่เต็มใจให้พบนัก หมออู๋มีสีหน้าบึ้งตึง กอดอก จ้องดูเขาอย่างไม่ไว้ใจ แต่เมื่อม้าและอี้ชิงผนึกกำลังกันอ้อนวอน อีกฝ่ายจึงบุ้ยใบ้ไปทางหลังบ้าน “เขาอยู่โน่น” หมอประจำตัวของป๋ายเซียนบอก “อย่านานนักล่ะ”


          ขณะที่เดินผ่านซื่อชุน อดีตซีอีโอพยักหน้า “ขอบคุณนะ”


          “เรื่องอะไร”


          “ที่ดูแลและเป็นห่วงเขา” ชายหนุ่มพูดเสียงเครือ “จากนี้ขอฝาก... ”


          “ไม่จำเป็นต้องฝาก” หมออู๋ตัดรอนอย่างใจร้าย “การดูแลเขาจนกว่าจะเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นหน้าที่ของผมแต่แรก จำเป็นต้องฝากไว้กับคุณชั่วคราว ซึ่ง... ไม่รบกวนแล้วล่ะ”


          “แรก ๆ ก็เป็นการรบกวนอยู่หรอก”


          ซื่อชุนเลิกคิ้ว


          “แต่เดี๋ยวนี้... หมอ... การมีอยู่ของเขา” ชานเลี่ยเงยหน้าขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาไหล “คือทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ผู่ชานเลี่ยคนไม่ได้เรื่องมี”


          เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าอย่างไรเมื่อไม่ได้หันกลับไปมอง ซีอีโอตกอับจ้ำอ้าว ตรงสู่หลังบ้าน ซึ่งนอกจากพื้นที่ซักล้างแล้วยังประกอบด้วยสวนเล็ก ๆ ที่คงจะร่มรื่นไม่น้อยในฤดูใบไม้ผลิ เพียงแต่ในฤดูหนาวอย่างนี้ จะไม้ยืนต้นสูงใหญ่หรือไม้พุ่มก็ล้วนแต่สลัดใบทิ้ง


          “ป๋ายเซียน... ” ชานเลี่ยกระซิบ


          ดอกเหมยสีชมพูร่วงหล่นจากกิ่ง บอกให้เขารู้ว่าปลายฤดูหนาวมาถึงแล้ว และฤดูใบไม้ผลิจะมาเยือนในไม่ช้า น่าเสียดาย... ชายหนุ่มกลืนก้อนสะอื้น ถ้าเพียงแต่เขาอยู่ที่นี่ จะพาเจ้าตัวเล็กไปชมดอกไม้ ถ้าเพียงแต่เขาอยู่ที่นี่ ถ้าเพียงแต่ป๋ายเซียนอยู่ในอ้อมแขนของเขา...


          “เลี่ยเกอ!


          เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับแรงปะทะ เด็กชายจากป่าโถมตัวใส่เขา กอดรัดกระทั่งชานเลี่ยล้มลงกับพื้นซึ่งลาดด้วยดอกเหมยสีขาวสลับชมพู มีเจ้าตัวเล็กพังพาบอยู่ด้านบน ซุกใบหน้ากับอกของเขา เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาในอดีต


          แม้จะพยายายามปฏิเสธ ก็เห็นได้ชัดว่าป๋ายเซียนมีสุขภาพดีขึ้น แก้มเป็นสีแดงเปล่งปลั่ง และดวงตาสีอำพันก็เป็นประกาย เส้นผมอ่อนนุ่มยิ่งขึ้น กลิ่นลูกสนปะปนด้วยกลิ่นสบู่ที่เห็นได้ชัดว่ามีราคา


          เขาตบปุ ๆ ลงบนหัวทุย ๆ นั้นอีกครั้ง “ว่ายังไง... ”


          “คิดถึง... คิดถึง! ” มนุษย์เมาคลีบอกอย่างตื่นเต้น “จุ๊บป๋ายหน่อย!


          ชายหนุ่มทำอย่างนั้นโดยไม่อิดออด เหนี่ยวลำคอของอีกฝ่ายลงมา ก่อนจุมพิตป๋ายเซียน ยาวนาน ลึกล้ำ และอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง


“สบายดีหรือเปล่า”


          “ดี! ” มนุษย์เมาคลีถูปลายจมูกของตัวเองกับปลายจมูกของเขา “คุณหมอ... ให้ป๋ายกิน... โดนัทชุบน้ำตาลด้วย! ในห้องนอน... ของคุณหมอ... มีหนังสือนิทาน... เต็มไปหมด ป๋ายอยากเป็นเงือก อยากเป็น... เงือก! เลี่ยเกอ... สอนป๋ายว่ายน้ำ... นะ”


          “แย่ล่ะสิ” ชานเลี่ยฝืนยิ้ม “เกอยุ่งมากเสียด้วย”


          “คุณหมอว่า... ใบไม้ผลิแล้ว... น้ำจะ... อุ่น” ป๋ายเซียนพูดเจื้อยแจ้ว น่าแปลกที่เสียงซึ่งสดใสราวกับระฆังนั้นบาดหูเขา ประหารตัวปัญหาแห่งซัวเถาอย่างเลือดเย็น “ไป... ว่ายน้ำ... ด้วยกันนะ เลี่ยเกอ”


          “แย่ล่ะ... แย่ล่ะ”


          “ป๋าย... ผูกเน็กกะไต๊เก่งขึ้นเยอะ” ลูกหมาป่าโอ่ “แล้ว... จะซื้อเน็กกะไต๊เส้นใหม่ สีฟ้า... นะ เลี่ยเกอ... สีฟ้า”


          “โธ่... ป๋ายเซียน”


          เพราะไม่อาจพูดอะไรได้ต่อไป ชายหนุ่มกอดอีกฝ่ายแนบอก แน่นอย่างที่สุด แน่นเสียจนเด็กชายประหลาดใจ เพียงแต่ป๋ายเซียนไม่ถามไถ่ เจ้าตัวเล็กเป็นเด็กดีเกินกว่าจะขัดจังหวะเขา


          “เก่งมาก... เก่งมาก” คนเป็นเกอกระซิบกับผมของลูกหมาป่า “เก่งมาก... เด็กดี ผูกไทเก่งแล้ว จากนี้ ผูกให้ไอ้หมอนะ จะได้หล่อ... ไม่น้อยหน้าเกอ”


          “ฮื้อ... ไม่ผูกให้คุณหมอหรอก คุณหมอ... ผูกเก่งแล้ว” เด็กชายจากป่าเถียง


          ดอกเหมยร่วงหล่นผ่านสายตา งดงามอย่างเหนือจริง คล้ายเทพเจ้าต้องการเย้ยหยันเขา “เกอ... กินหมูผัดที่ไม่สุกของเราได้... แต่คนอื่นกินไม่ได้นะ ทำให้สุกเข้าไว้ล่ะ แล้วก็... แล้วก็... ” แม้การยิ้มอย่างแห้งแล้งที่สุดก็ทำได้ยากยิ่ง “ซัก... เจ้าวอมแบทบ้าง กินมาก ๆ เราผอมจะแย่”


          “รับ... รับทราบ!


          “ตั้งใจ... อ่านหนังสือ” เสียงนั้นกระท่อนกระแท่นขึ้นทุกขณะ “โตไว ๆ นะ... ป๋า... ”


          แต่เขากลับชะงัก ก่อนเรียกอีกฝ่ายด้วยคำที่อยากเรียกเหลือเกิน


          “นะที่รัก... ที่รักของผู่ชานเลี่ย ที่รัก... ของเกอ”


          ชายหนุ่มพูดได้เท่านั้นก็ปล่อยโฮ ก่อนร้องไห้อย่างไม่ลืมหูลืมตากับเส้นผมของอีกฝ่าย ทำไมถึงเงียบอย่างนี้... ชานเลี่ยสงสัย ไม่มีกระทั่งเสียงนกร้องหรือเสียงยวดยานบนถนน เงียบราวกับธรรมชาติรับรู้ว่าเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเขากับเด็กชายจากป่า ราวกับใบไม้ทุกใบ และดอกไม้ทุกดอกในมหานครแห่งนี้รับรู้ความเสียใจของตัวปัญหาแห่งซัวเถา


          “เลี่ยเกอ... ”


          มนุษย์เมาคลีพยุงเขาให้ลุกขึ้นนั่งได้ในที่สุด ป๋ายเซียนแตะที่แก้มของอดีตซีอีโอ เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ “เลี่ยเกอ...” ลูกหมาป่าถามอย่างไม่สบายใจ “ร้องไห้ทำไม”


          “เราไม่เข้าใจหรอก”


          “เข้าใจซี่... ป๋ายจะ... พยายาม” ยิ่งเด็กชายพยายามปลอบประโลมเขา หัวใจของชานเลี่ยยิ่งร้าวราน “บอกป๋ายนะ... เลี่ยเกอ เรา... เป็นแฟนกันนี่”


          คำพูดนั้นบาดกระทั่งริมฝีปากของเขา ทำให้มันแห้งผากขณะพูดออกไป


          “ขอโทษนะ”


          ป๋ายเซียนเลิกคิ้ว


          “ขอโทษ... เกอเป็นแฟนเราไม่ได้แล้ว”


          ปากของมนุษย์เมาคลีอ้าค้าง ก่อนขยับเป็นถ้อยคำที่เจ็บปวดที่สุด ถ้อยคำเดียวกันกับเขาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน คำว่า “ทำไม”


          ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มร่างสูงจะอธิบาย ซื่อชุนก็ก้าวเข้ามาในสวนแห่งนั้น บอกอย่างที่ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไรว่า “พ่อของคุณให้มาตาม เขาว่าจะพลาดเที่ยวบิน... ”


          แปลกที่เขาไม่นึกโกรธอีกฝ่าย หมออู๋เป็นแต่เพียงอีกคนหนึ่งที่รักและห่วงใยป๋ายเซียน ยึดมั่นในอุดมการณ์และทุ่มเทให้วิชาชีพอย่างถึงที่สุดเท่านั้น


          “ขอบคุณ... ”  


          ชานเลี่ยลุกยืนขึ้น พื้นดินโคลงเคลงเช่นเดียวกับท้องฟ้า ช่วงเวลาที่เขากลัวเหลือเกินมาถึงแล้ว


          “เลี่ยเกอจะไปไหน!


          สำหรับตัวปัญหาแห่งซัวเถา น้ำตาของป๋ายเซียนได้แก่ไข่มุก เพราะมีค่าอย่างยิ่ง ไข่มุกเม็ดน้อยหยดลงที่ปลายคางเล็ก ๆ นั้น เมื่อเด็กชายจากป่ามองเขาด้วยสีหน้าอันแสดงออกซึ่งความไม่เข้าใจ ความสับสน และที่ชัดเจนที่สุด... ความกลัว


          “เกอต้องไปแล้ว” เขาบอกทั้งน้ำตา “ขอโทษ... แต่เกอต้องไปแล้ว ป๋ายเซียน”


          “ไม่!


          มนุษย์เมาคลีโผเข้ากอดเขา “ไปไม่ได้นะ! ” เด็กชายจากป่ากรีดร้อง “พาป๋ายไป... ด้วย พาไปด้วย เกอว่า... แฟนกัน ต้องไปด้วยกัน... เลี่ยเกอพูดอย่างนั้น ป๋าย... จำได้นะ”


          “ป๋ายเซียน... เกอ”


          “ทำไม... ทำไมจะไม่เป็นแฟน... ป๋ายแล้ว” มนุษย์เมาคลีละล่ำละลักถาม “ป๋าย... ไม่โกหก เลี่ยเกอ... อย่าโกหก... ได้ไหม”


          แต่ก่อน ระหว่างคำพูดกระท่อนกระแท่นของป๋ายเซียนคือความว่างเปล่า เด็กชายจากป่าไม่สามารถพูดประโยคยาว ๆ ได้ เพราะพัฒนาการที่บกพร่อง แต่เดี๋ยวนี้ ระหว่างถ้อยคำเหล่านั้นคือเสียงสะอื้น ซึ่งยิ่งเพิ่มพูนความเจ็บปวดแก่ผู้ฟัง ชานเลี่ยเบือนหน้าหนี ริมฝีปากบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด


          “เพราะเกอต้องไป... สู่ที่ที่เกอจากมา” เขาพยายามอธิบาย “และป๋ายเซียนต้องอยู่ที่นี่... ที่ของป๋าย”


          นึกแล้วว่าอีกฝ่ายจะตอกกลับด้วยประโยคที่ทำให้เขาแทบจะล้มทั้งยืน ประโยคเดียวกันกับในคืนนั้น คืนที่ป๋ายเซียนแสดงความกลัวออกมาเป็นครั้งแรก “แต่บ้านของเลี่ยเกอ... คือที่ของป๋าย!


          และเมื่อพูดอย่างนี้ ก็เป็นที่ชัดเจนว่า บ้านที่ว่านั้นไม่ได้หมายถึงบ้านบนถนนจงหยางหรือบ้านหลังไหน ๆ อย่างจำเพาะเจาะจง บ้านของเลี่ยเกอในความหมายของลูกหมาป่า คือบ้านที่มีเขาอยู่ด้วยเท่านั้นเอง


          เรียบง่าย... เท่านั้นเอง แต่กรีดความรู้สึกของชานเลี่ยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับดาบอันคมกริบ


          “คุณต้องไปเดี๋ยวนี้” ซื่อชุนสำทับเมื่อเห็นว่าเด็กชายจากป่าเริ่มสะอึกสะอื้นอย่างรุนแรง


          “เราจะโกรธเกอก็ได้ จะเกลียดเกอก็ได้ที่ผิดสัญญา ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรเลย” เขาลูบผมอันอ่อนนุ่มของอีกคนหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย “แต่เกอจะรักเรา จะรักเราเสมอนะ ป๋ายเซียน”


          “ไหนว่า... จะไม่ทอดทิ้ง... ”


          “ป๋ายเซียน”


          “อย่าทำอย่างนี้... อย่าทำ... อย่างนี้กับป๋าย” ป๋ายเซียนทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของหมอประจำตัว “ป๋าย... ไม่ให้เลี่ยเกอ... เป็นบากีร่า... เพราะฉะนั้น... เพราะฉะนั้น... ”


          เขาสูดลมหายใจเข้าลึก


          “เพราะฉะนั้น... อย่าไป”


          เสียงสะอื้นของอีกฝ่ายทำให้เขาซวนเซ มองอะไรไม่เห็นเมื่อน้ำตาบดบังทัศนวิสัย ชานเลี่ยจำเป็นต้องหันหลังให้มนุษย์เมาคลี ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นอย่างอ่อนล้า จากนั้นจึงปล่อยให้ตกลง เพราะอ่อนแรงเกินกว่าจะโบกมือลา

 

         เสียงร้องไห้คล้ายจะขาดใจที่ดังไล่หลังทำให้หัวใจของเขาปวดร้าวราวถูกบีบรัดด้วยกำลังมหาศาล ยากหันกลับไปเหลือเกินแต่ไม่อาจทำได้ รถยนต์ของเตี่ยจอดเทียบรั้วเตี้ย ๆ ที่หน้าบ้าน เขากะพริบตา ไล่น้ำตาจนหมดจด เพียงเพื่อมองดูเงาสะท้อนในกระจกซึ่งบดขยี้จิตวิญญาณที่เหลืออยู่


          ป๋ายเซียนกำลังดิ้นรนในอ้อมแขนของซื่อชุน ซึ่งรั้งตัวเด็กชายจากป่าไว้อย่างสุดความสามารถ หมออู๋เคยเป็นคนโปรดของมนุษย์เมาคลี แต่บัดนี้ลูกหมาป่าทั้งกัด ทั้งข่วน และถีบเจ้าของบ้าน เสียงสะอื้นดังสลับกับเสียงตะโกน ร่ำร้องจนน่ากลัวว่าภายในคืนนี้ เจ้าตัวเล็กจะไม่อาจส่งเสียงได้ต่อไป


          “ปล่อยนะ! ป๋ายจะอยู่กับเลี่ยเกอ ป๋ายจะอยู่กับเลี่ยเกอ!


          เขาเองอยากตะโกนอย่างนั้น ตะโกนใส่ผู้ให้กำเนิด “เลี่ยจะอยู่กับป๋ายเซียน เลี่ยจะอยู่กับป๋ายเซียน” แต่จะทำอย่างที่ว่าได้อย่างไร ขาของชายหนุ่มร่างสูงแข็งทื่อเมื่อก้าวเข้าไปในรถยนต์ และปล่อยให้มันแล่นห่างจากบ้านหลังนั้นไปกระทั่งมองไม่เห็นคนทั้งสอง แม้เสียงร้องของป๋ายเซียนจะยังติดอยู่ในหู


         คนขับรถหมุนคลื่นวิทยุ ก่อนเพลงหนึ่งที่ดีเจประกาศว่าคงความนิยมได้ยาวนานดังขึ้น


เจ้าตัวเล็ก... เจ้าตัวเล็กของฉัน ทุกวันเจ้ายิ้มแย้ม


เที่ยวซุกซน กลิ่นลูกสนติดแก้ม


หอมหน่อย... ได้ไหม


ชานเลี่ยซบหน้ากับเบาะรถยนต์ ร้องไห้อย่างอ่อนแรง


จากนี้ จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเจ้าตัวเล็ก ไม่ได้กลิ่นลูกสนจากแก้มอันเปล่งปลั่ง เขาจะไม่เห็นว่าป๋ายเซียนเติบโตขึ้นอย่างไร พูดได้อย่างชัดถ้อยคำชัดคำเมื่อไหร่ จะไม่มีวันได้พาอีกฝ่ายไปชมดอกเหมยในฤดูใบไม้ผลิ หรือสอนเด็กชายจากป่าให้ว่ายน้ำ จะไม่ได้กินผักเฉา ๆ รวนกับน้ำมันงา บะหมี่ที่มีกลิ่นไหม้ และเนื้อหมูที่ไม่สุกดีนัก จะต้องผูกไทเอง และจะไม่มีจุมพิตของอีกฝ่ายบนแก้มก่อนจากไปทำงานที่รักและพอใจอีก


ไม่อยากเชื่อเลย... ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ


พร้อมกับที่เถาวัลย์เส้นนั้นขาดจากเครือ


หัวใจของเขา... ได้หลุดลอยไปพร้อมกัน โดยไม่มีทีท่าว่าจะหวนกลับคืน







#ฟิคเมาคลี

อย่าเพิ่งเกลียดเตี่ยหรือซื่อชุนกันเลยน่อว

เฮ้อ ใจคนเขียนก็บางตามไปด้วย อยากจะเอามือทะลุเข้าไปในหน้าจอแล้วลูบหัวป๋ายเดี๋ยวนี้






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1554 ชาล์ลอตต์ปาร์คเกอร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 22:26
    น้ำตาแตกเลยยยยยย ฮืออออออ
    #1,554
    0
  2. #1543 heykiki (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 04:02
    น้ำตาจะไหลตามลูกหมาป๋าย ความรักของน้องบริสุทธิ์ พอน้องร้องแล้วใจเราจะขาด ;——; เลี่ยนเกอก็น่าสงสาร
    #1,543
    0
  3. #1519 Vibrance (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 15:30
    ฮือออร้องไห้จนหมดแล้วว เลี่ยเกออฮือออมันเจ็บไปหมดด
    #1,519
    0
  4. #1502 itcallsyui (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 18:20
    น้ำตาซึมเป็นทิชชู่เลย ฮือออออออ
    #1,502
    0
  5. #1501 awz1 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 18:50
    เป็นซีนที่เสียน้ำตาทั้งตอน
    #1,501
    0
  6. #1468 moony+lilac (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 09:00
    ร้องไห้เป็นเพิ่นป๋ายแล่ว แง เห็นอย่างนี้แล้วหมอจะเข้าใจไหมอะ ;___;
    #1,468
    0
  7. #1456 Ihaveadream (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 02:45
    ;__________;
    #1,456
    0
  8. #1410 PeUm Peum (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 17:41
    ไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้เลยโอ้โหโคตรบีบหัวใจอะㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #1,410
    0
  9. #1398 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:30
    ร้องไห้หนักมากอ่ะ สงสารเลี่ยเกอกะป๋าย
    #1,398
    0
  10. #1379 patita4282369 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:30
    ฮืออออ
    #1,379
    0
  11. #1359 KaRToon_HH (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 08:21
    ทำไมเป็บแบบนี้ ตอนแรกมาแบบโปกฮา ทำไมตอนนี้ตาบวมละ ไม่เอาาาาาาTT
    #1,359
    0
  12. #1355 DBK1802 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:19
    หนักหน่วงเหลือเกิน ไม่ไหวเลยใจเรามันบาง ร้องไห้ ; - ; ที่เธอทำมันแรงเกินไป เกินคนรับไหว ใครจะทน ฮื่อออ
    #1,355
    0
  13. #1330 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 15:25
    โอ้ยยยยย ร้องไห้ คือแบบบีบหัวใจไปไหนอ่ะ ฮือออออ สงสารป๋ายกับเลี่ย ผิดอะไรทำไมเตี่ยต้องแยกสองคนนั้นจากกันด้วย เสียใจ!!
    #1,330
    0
  14. #1312 see B (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 15:54
    ร้องไห้แบบโหไม่เคยร้องไห้กับฟิคขนาดนี้อะ
    #1,312
    0
  15. #1310 Rnave12 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 00:16
    อ่านแล้วน้ำตารื้นเลยเด้อ ตอนที่ชานเลี่ยบอกว่าเกอเป็นแฟนเราไม่ได้แล้วนี่มันแบบบีบอะ เจ็บที่หัวใจ ฮืออออ
    #1,310
    0
  16. #1283 luck_0x3_lux (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 04:06
    น้ำตาไหลเลยจริงๆ ไม่โกรธเตี่ยกับซื่อชุนนะ เข้าใจจริงๆว่าทำไม แต่สงสารเกอกับป๋ายอะ เกอเปลี่ยนไปมากจริงๆนะ เราเชื่อว่าเกอดูแลป๋ายได้ ฮือออออ ทำไงดี อยากให้เขาได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก
    #1,283
    0
  17. #1275 คะแนน' (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 20:20
    ร้องเหมือนใจจะขาดเลย ฮือ สงสารทั้งคู่
    #1,275
    0
  18. #1257 chickenkyung (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 16:51
    ฮือTT เราเหมือนเป็นชานเลี่ยกับป๋านเลย รู้สึกเสียใจเหมือนพวกเขาเลย
    #1,257
    0
  19. #1238 Tongdchr (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 03:18
    คัดจมูก สงสัยฝุ่นในห้องจะเยอะไป เข้าตาจนน้ำตาไหลจนผ้าห่มเปียกไปหมด
    #1,238
    0
  20. #1213 Meannie Sirichon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 17:36
    ร้องไห้หนักมาก อหหห ทำไมต้องทำแบบนี้ทำไมต้องแยกเขาจากกันอ่ะ
    #1,213
    0
  21. #1210 byun_Uracha (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 13:20
    แต่ละประโยคพูดของทั้งป๋ายและเลี่ยทำเราร้องไห้หนักมาก มันบีบคั้นจิตใจไปหมด แต่งดีมากจริงๆ ค่ะ
    #1,210
    0
  22. #1201 xoxopims (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 17:19
    โห ตอนแรกไม่คิดว่าจะร้องไห้ได้เลยเจอแบบนี้เราร้องไห้หนักมาก ไรท์แต่งดีมากเลยค่ะ
    #1,201
    0
  23. #1188 Bwk_Baekhyun (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 15:08
    หน่วงมากค่ะ ร้องไห้เลยอ่ะ
    #1,188
    0
  24. #1184 Pinkuplatong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 09:37
    แว อา่่นอยุที่ทำงาน จะมาร้องให้ตามป๋ายไม่ได้นะ อายเค้า งื้ออออ
    #1,184
    0
  25. #1140 liwwwwwww (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 19:03
    ร้องไห้เลยอะ TT
    #1,140
    0